Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 ต.ค. 56

1

-ผลัวะ- เสียงเน้น ๆ ของหน้าแข้งกระทบเข้ากับก้านคอของใครบางคนที่มันบังอาจมากวนโมโหฉัน (=′=)    เฮ้ออออ....ว่าจะไม่มีเรื่องแล้วเชียวนะ ไอ้พวกบ้านี่ก็ยังจะมาหาเรื่องด้วยการพูดจากวนบาทา เบอร์ 7 ของสาวน้อยน่ารัก…… <(^′)> อย่างฉัน เชอะ! ในเมื่ออยากได้ก็จัดให้

“จำไว้...ทีหลังอย่ามาปากชิสุห์กับฉันอีกไอ้พวกบ้า” ฉันกล่าวลาอย่างสุภาพ(แล้วนะ) กับคนที่นอนอยู่ 3-4 คน ไม่รู้ว่ามันจะยังรู้เรื่องกันอยู่หรือเปล่า

เสร็จสิ้นการบริหารยามค่ำ ฉันก็ตรงดิ่งกลับบ้านอย่างรีบร้อนไม่รีบได้ไงใกล้เวลาเคอร์ฟิวส์แล้ว(⊙⊙)∥∣   อีก 10 นาทีจะ 2 ทุ่ม ตายแน่แกไอ้โย ทันไหมฟะเนี่ย

“ไปไหนมาโยเกิร์ต” ตกใจหมดเลยอ่ะแม่ฉันนี่เองนึกว่าผีบ้านผีเรือนซะอีก เห็นนั่งมืด ๆ มีแสงวาบ ๆ (บุหรี่)

“โยไปทำรายงานบ้านเพื่อนมาอ่ะแม่” ( ̄3 ̄)a 

“แล้วทำไมเลอะเทอะหยั่งงั้น” แม่จ้องมาอย่างจับผิด ไม่ชอบสายตาแบบนั้นของแม่เลย  ให้ตายสิ!!!

“ก็...รายงานศิลปะไงคะ” พูดไปนั่น หัวไวเหมือนกันนะเรา (>‿◠)

“แล้วทำไมวันนี้แม่กลับเร็วหล่ะ” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ปวดหัวเลยกลับมานอน”

“กินยายัง เดี๋ยวโยหาให้นะ”

“กินแล้ว หาข้าวกินแล้วขึ้นไปนอนซะ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า” พูดจบแม่ก็เดินขึ้นบันไดชั้นบนไป

“ค่ะ” ฉันตอบแล้วเดินตามแม่ไปอย่างเงียบ ๆ

ฉันมีนามว่า ยศมล หรือ โยเกิร์ต อายุอานามก็ 17 ปี 8 เดือน กับอีก 24 วัน ลูกสาวคนสวยคนเดียวของ แม่เนย ผู้หญิงเก่งที่สุดในโลก (ในสายตาฉัน) แม่เลี้ยงดูฉันมาด้วยตัวคนเดียว  ฉันไม่มีพ่อหรอก เคยถามแม่แต่แม่บอกว่า “ผู้ชายพรรค์นั้น อย่าไปสนใจเลย” จบค่ะ ไม่กล้าถามต่อ นี่คือคำตอบสุดท้ายของแม่ ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่เคยถามถึงพ่ออีกเลย  (=_=;)

แม่ทำงานอยู่ในคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ แม่ทำงานมานานมากจนเรียกได้ว่าเป็นเหมือนมือขวาของเจ้านายเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ฉันเติบโตมาในบ่อน การพนันจึงเป็นอีกเรื่องที่ฉันถนัด พอ ๆ กับเรื่องทะเลาะวิวาทนั่นแหละ เห็นหยั่งงี้ฉันก็เรียนเก่งอันดับต้น ๆ ของระดับชั้นเลยนะ ไม่อยากจะคุย ^^

 

ตอนเช้า ฉันตื่นนอนเวลา ปกติ คือ 8.00 น. ไม่ต้องห่วงว่าจะไปโรงเรียนไม่ทัน เพราะไม่ทันอยู่แล้ว จะรีบทำไม เนอะ \(‵▽′)/ ฉันโดดคาบแรก(โฮมรูม)  เป็นประจำทุกวันเสมอต้นเสมอปลาย (เด็กดีไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะจ๊ะ) อีกอย่างบ้านฉันกับโรงเรียนห่างกันไม่ ถึง 1 กิโลเมตร แค่ออกจากบ้าน เลี้ยวซ้ายตรงปากซอย ตรงไป เลี้ยวขวาอีกที ข้ามสะพานก็ถึง ฉันจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนและต้องเบียดเสียดขึ้นรถเมล์เหมือนคนอื่น ๆ ที่บ้านอยู่ไกล    ระหว่างทางมาโรงเรียนรู้สึกเหมือนมีใครตามมางั้นแหละ (- -  ) (  - -) หันซ้ายหันขวา ก็ไม่มีใครนี่หน่า คิดไปเองมั้ง ช่างเหอะ ( ̄3 ̄)a

ฉันเข้าไปในโรงเรียนด้วยทางลับที่รู้กันอยู่ไม่กี่คนในโรงเรียน (ถ้ารู้หลายคนแล้วจะเรียกทางลับได้ไง - - ) มันเป็นทางแคบ ๆ ระหว่างรอยต่อของกำแพงโรงเรียน ดีนะที่ฉันตัวเล็กจึงมุดลอดไปได้ ก่อนจากไปก็ไม่ลืมเอาไม้กระดานที่เคยปิดทางไว้มาที่เดิม แล้วจึงเดินเข้าตึกเรียนอย่างไม่รีบร้อน

โรงเรียนของฉันเป็นโรงเรียน นานาชาติค่าเทอมแพงแสนแพง ยูนิฟอร์ม เป็นกระโปรงจับจีบรอบตัวยาวเหนือเข่าเล็กน้อยสีน้ำเงิน (บางคนยาวแค่คืบไม่เห็นมีใครว่า) เสื้อแขนยาว ผูกโบว์สีฟ้าขาวทับด้วยสูทสีดำ ส่วนผู้ชายเป็นกางเกงสีน้ำเงินเข้มเหมือนผู้หญิงกับเสื้อแขนยาว ผูกเน็กไทน์สีน้ำเงินขาวแล้วก็มีสูทสีดำทับเช่นกัน (ไม่รู้จะให้สูททำไมร้อนตับจะแตก) ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ ม.ปลายปี 2 ห้อง เค (ย่อมาจากคิง) ดีนะไม่มีห้อง แจ็ค ห้องแหม่ม โพดำ โพแดง ดอกจิก ข้าวหลามตัดด้วย (หมดสำรับพอดี)

 

“ไงยัยบ้า เมื่อวานไปกัดกับหมาที่ไหนมา” ทันทีที่ฉันหย่อนก้นลงบนเก้าอี้หลังห้องริมหน้าต่างที่ประจำของฉัน ก็มีไอ้หน้าแหลม ๆ หัวแดงตั้ง ๆ มาลอยหน้าลอยตาถาม ว่าแต่มันรู้ได้ไงฟะ (=′=)

“ก็ หมามันมาหาเรื่องฉันก่อนนี่” ฉันตอบ แล้วท้าวคางมอง คนตรงหน้าอย่างกวน ๆ ตามถนัด

“แกรู้เปล่า ไอ้ลูกพี่มันสั่งหาคนที่พาลูกน้องมันไปทัวร์โรงพยาบาลแล้วนะ” ก็เพิ่งจะรู้ตอนแกบอกนี่แหละเพื่อน

“แกรู้ได้ไง”

“อ้าว ลืมแล้วหรอว่าฉันเป็นใคร” ไอ้บ้านี่ ชั้นไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์นะเว้ย

“ช่างมันสิ” ฉันตวัดหางตาออกไปมองนอกหน้าต่าง

“มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ ยังไงแกก็เป็นผู้หญิง”

“อืม...ขอบใจนะเพื่อน” ถึงฉันจะไม่ชอบให้ใครมองว่าฉันเป็นผู้หญิงอ่อนแอก็เถอะ แต่ก็ต้องขอบใจแก จริง ๆ ว่ะไค(ˇ)

 

นายหน้าแหลมหัวแดงคนนี้คือ มัตซึโมโตะ ไค ลูกชายคนรองของ มัตซึโมโตะ ทาคูยะ เจ้าของธุรกิจหลายอย่างที่มีอิทธิพล ถึงแม้ว่ามัน(ไค) เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น - ไทย หน้าตาของมันออกไปทางตี๋อินเตอร์ หน้ายาวเรียว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนตัดกับคิ้วเข้มเหนือดวงตา ปากบางสีชมพู (ที่มักจะปล่อยสุนัขอออกมาบ่อย ๆ) (﹏ ̄)

“มีเรื่องสนุก ๆ ไม่บอก” เสียงนุ่มคุ้นหูทำให้ฉันหันไปมอง หน้าคนพูดที่ยืนอยู่ข้างหลังไค

“พูดเหมือนมีเวลาว่างนะ โจ” ฉันประชด

“ก็ไม่แน่” โจขยับแว่นตาเล็กน้อย ไอ้แว่นนี้มันทำให้เพื่อนฉันคนนี้ดูน่าเชื่อถือขึ้นจริง ๆ ความจริงโจไม่ได้สายตาสั้นสักนิด (ไม่รู้มันจะใส่หาอะไร) นายคนนี้คือ โจนาธาน เพอร์กินส์ ลูกชายนักธุรกิจที่มีกิจการมากมายทั่วโลก มัน(โจ) เป็นลูกครึ่งอเมริกันไทย หน้าตาคมเข้ม ดวงตาสีฟ้าสดใส ผมสีน้ำตาลทองธรรมชาติ แม้แต่ฉันที่เป็นผู้หญิงยังอิจฉาสีผมมันเลยจริง ๆ ให้ดิ้นตาย

“ว่าแต่...ทำไมไม่เข้าประชุมเมื่อวาน” นายไคถามขึ้น ขณะที่โจจ้องหน้าฉันอย่างจับผิด (..*) มันรุมอ่ะ

“ก็...มันน่าเบื่อ” ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะคุณผู้อ่าน ฉันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนที่มีนายโจเป็นประธานนักเรียน และไค เป็นรองประธาน มันทั้งคู่ทั้งหัวดี และหน้าตาดี จึงมีสาว ๆ เป็นแฟนคลับเยอะแยะ ทว่าหารู้ไม่ว่าสองคนนี้มีอีกด้านที่ไม่น่ามองสักเท่าไหร่ (อย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นคู่เกย์กันนะคะ...อย่าเข้าใจผิด)

“แกจะไปไหน” 2 หนุ่ม มันถามฉันพร้อมกันหยั่งกับนัดกันไว้ เมื่อเห็นฉันลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจ

“ไปห้องน้ำ” ฉันชักรำคาญ “ไปด้วยมั้ยหล่ะ” <(^′)>

“ไปสิจ๊ะ” แน่นอนว่าคำนี้ต้องมาจากปากเจ้าไค แน่นอน ไม่พูดเปล่ามันยังมาล็อกคอฉันแล้วลากไปห้องน้ำ นี่มันไม่รู้จริง ๆ หรอว่าที่ฉันพูดเมื่อกี้อ่ะประชด แถมมันยังลากฉันเข้าห้องน้ำชายอีกต่างหาก O.o 

“ไอ้บ้านี่!!! ห้องน้ำชายนะว้อยยย” ฉันขืนตัว เกาะขอบประตูสุดแรงเกิด แต่มีหรือจะสู้แรงควายของมันได้

“อ้าว...นี่แกไม่ใช่ผู้ชายหรอ” ดูมันพูดน่าฟาดปากจริง ๆ (҂̀_́) 

                “แกคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ” มันไม่ตอบกลับอมยิ้มยักคิ้วกวน... มันน่าเจิมหน้าด้วยฝ่าเท้า    ซะจริง ๆ ดีนะที่ห้องน้ำไม่มีใคร ฉันขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับมันจึงถกแขนเสื้อขึ้นแล้วลงมือ...ล้างมืออย่างเงียบ ๆ (ไม่ได้กลัวหรอกนะ) (o′o)

                ว่าไปแล้วคนในกระจกนี่ก็ดูดีเหมือนกันนะเนี่ย (ชมตัวเองซะงั้น) ผิวขาว  ตาโตสีน้ำตาลอ่อนเกือบเทา  ผมยาวตรงสีดำสนิดนั้นถูกรวบไว้อย่างลวก ๆ แต่ที่ไม่ชอบก็คือความสูงของตัวเอง  ให้ตายสิ!!! ไม่รู้มันจะสูงไปไหน นี่ฉันก็สูงเกือบเท่า 2 คนนั่นแล้ว (ไค : 185 โจ : 187  ฉัน : 182) ที่จริงฉันก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะความสูงเนี่ย แต่มันออกจะสูงเกินมาตรฐาน ผู้หญิงไปหน่อยมั้ย เพราะไอ้ความสูงนี่แหละมันทำให้ฉันดูบึกบึน แข็งแรง กว่าผู้หญิงคนอื่น คิดแล้วเศร้า () 

                “โยวันนี้ให้พวกฉันไปส่งมั้ย” นายไคถามขึ้น นายโจที่ยืนพิงกำแพงข้างหลังก็พยักหน้าเห็นด้วย

                “ไม่ต้องหรอก...ฉันมาเองได้ก็กลับเองได้น่าาา” ฉันยักไหล่แล้วเช็ดหน้าอย่างลวก ๆ

                “พวกฉันห่วง” คราวนี้นายโจที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นบ้าง

                “ขอบใจนะ” ฉันตอบ

                -เลิกเรียนแล้ว-   ฉัน(ลักลอบ) \(︶ ̄)> ออกมาจากการประชุมกรรมการนักเรียนได้อย่างหวุดหวิด ก็กว่าจะหลุดรอดจากท่านประธานกับท่านรองประธานที่ตามติดฉันเป็นตังเมติดขนหมาออกมาได้นี่  มันช่างลำบากยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก

                “ว่าไงจ๊ะ คนสวย” เสียงไม่คุ้นหู ดังออกมาจากปากชายไม่ทราบชื่อที่ยืนพิงกำแพงเป็นตุ๊กแก (พอดีตุ๊กแกบ้านฉันมันชอบพิงกำแพง) ทำให้ฉันต้องหันไปมองหนังหน้าของมัน (=_=;)  ไม่น่ามองเลยค่ะ เสียลูกตา ลำพังรูปร่างก็พอไปวัดขึ้นเมรุได้หรอกนะแต่หนังหน้านี่เหมือนปลาหมอปากจู๋โดนรถ สิบล้อทับงั้นแหละ พี่วินฯ  ปากซอยบ้านฉันยังดูดีกว่าเยอะเลย

                “ไม่ว่าไง” ฉันตอบตามแบบที่ถนัด

                “ลูกน้องพี่เข้าโรงหมอไป 4 คนเมื่อวาน จำได้มั้ยจ๊ะ”

                “อ๋อ....ลูกน้องของพี่เองหรอจ๊ะ” ฉันมองไปรอบ ๆ ด้วยความรวดเร็วประเมินสถานการณ์ “ลูกพี่ลูกน้องนี่ไม่ต่างกันเลย หน้าตาอุบาศเหมือนกันเด๊ะ”

                “ปากดีนี่” มันย่างสามขุมเข้ามาหาฉัน ”มันน่าจูบให้หายซ่า” ดูมันพูดเข้า แกไม่มีวันได้เห็นแม้แต่ขนหน้าแข้งฉันหรอก  รู้จักไอ้โยคนนี้น้อยไป ฉันยกฝ่าเท้าขึ้นมาถีบอย่างแรงที่ท้องก่อนที่มันจะมาถึงตัว จนทำให้นายนั่นเซถอยไปพิงกำแพงที่มันเคยพิงเมื่อครู่ มันยกมือขึ้นส่งสัญญาณบางอย่าง ทันใดนั้นก็มีผู้ชายอีก ห้าถึงหกคนออกมาจากเงามืด

                “จับตัวไว้ อย่าให้ช้ำนะ” เห็นฉันเป็นมะม่วงหรือไง <(^′)>

                ฉันตั้งท่าพร้อมสู้ ในหัวมีแต่วิชาการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมา ไม่ว่าจะเป็น ยูโด เทควันโด้ คาราเต้ มวยไทย กังฟู หรือแม้แต่ บัลเลย์ (เกี่ยวกันมั้ยอันนี้) ต้องขอบคุณคุณแม่เนยที่อุตสาห์(บังคับ)สอนฉัน  ลูกน้องค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาหาฉัน สุนัขหมู่นี่น่า ฉันขยับไปรอบ ๆ พยายามหาทางหนีทีไล่   ตัวตัว นี่ก็พอสูสีหรอก แต่นี่มันเล่นรุม  สงสัยต้องถอยดีกว่ามั้ยเนี่ยเรา ไปตั้งหลักก่อนไง

                -ตุ้บ- เสียงท่านผู้โชคดีรายแรกที่ถูกรางวัลฝ่าเท้าของฉันประทับหน้าอกอย่างจังจนต้องเซถลาล้มลงไปนอนผงาบ ๆ ไม่นานนักก็มีผู้โชคดีรายต่อมาที่ถูกเข่า ศอก หน้าแข้งของฉัน ต้องตามลงไปนอนเป็นเพื่อนนายคนแรก

                -ฉึก- เอ๋!!! O.o นี่อะไรมันมาแทงต้นคอฉันหล่ะเนี่ย ฉันถอนสิ่งที่เหมือนลูกดอกเล็ก ๆ ออกมาจากต้นคอของฉัน 0*0 ให้ตายสิ !!! ไอ้พวกบ้านี่ เล่นสกปรกนี่หว่า ก่อนที่สติของฉันจะหลุดลอยไป รู้สึกเหมือนจะมีใครบางคนมารับตัวฉันไว้ก่อนจะล้มลงไปกระแทกกับพื้น

                “เธอ...เป็นอะไร” เสียงใครอ่ะ ฉันพยายามยกเปลือกตาขึ้นด้วยความยากลำบาก แต่ในที่สุดฉันก็...  คร่อก   
(-_-) ZzZz

 

*****************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น