♥ 마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย (My Bubble tea the series)

ตอนที่ 6 : ไลท์ ll 05 ll วิธีคลายมนตร์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    27 มิ.ย. 60


                             Justin Stone - Maybe It's Today




05

วิธีคลายมนตร์

 

 

        หนี!!

 

 

          ฉันต้องหนี!! ฉันคิดออกว่าควรทำอะไร แต่คิดไม่ออกว่าต้องทำยังไง

 

 

          ฉันจะทำยังไงกับเขาดีวะ ฉันเครียดนะเนี่ย เขาไม่แค่หยาบคาย แต่เขายังไร้ความสุภาพบุรุษด้วย ถ้าฉันอยู่กับเขานานกว่านี้ ฉันต้องโดนเขารวบหัวรวบหางแน่นอน

 

 

          “...” ฉันถอนหายใจก่อนจะหยิบทิชชู่มาเช็ดปากอย่างหงุดหงิด ฉันพยายามจะไม่โกรธและโทษเวรโทษกรรมที่เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ซะได้

 

 

        โธ่เอ๊ย ฉันไม่น่าโลภอยากได้พี่ไวเลย ฉันน่าจะอยู่ของฉันเหมือนเดิม ถ้าฉันทำอย่างนั้น ฉันคงไม่ดวงซวยมาเจอเขาหรอก!

 

 

          มันต้องมีวิธีอะไรสักอย่างสิ ที่จะหยุดความไร้สติของเขาได้... ฉันเผลอกัดริมฝีปากในตอนที่กำลังครุ่นคิดอยู่ไม่ได้สังเกตเลยว่าไลท์ย้ายฝั่งมานั่งข้างฉันแล้ว

 

 

          เฮือก!

 

 

ฉันสะดุ้งทันทีเพราะมือข้างนึงของเขาบังอาจวางบนขาอ่อนของฉัน ฉันรีบปัดมันออกอย่างรวดเร็วและตวัดสายตาไปมองหน้าคนกวนประสาท

         

 

“เธอนี่ฮอตเหมือนกันนะ ดูสิ ไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้ส่งไลน์มาหาเธอด้วย” คนตัวสูงหัวเราะก่อนจะยกโทรศัพท์ในมือของตัวเองให้ฉันดู ฉันยิ้มแห้ง...

         

 

เขากับผู้ชายคนนั้นก็น่ากลัวเหมือนกันทั้งคู่ ถ้าเลี่ยงได้ฉันก็ควรเลี่ยงแหละนะ

 

 

          “หระ เหรอ”

 

 

          “ฉันจะหลอกเอาเงินมันยังไงอีกดีนะ” คนจิตอกุศลที่ในหัวคิดแต่เรื่องเงินว่าพลางลูบคางของเขา ฉันแค่นหัวเราะและกลอกตาหาทางทำอะไรสักอย่าง

 

 

“นี่” เขาสะกิด

         

 

“...”

 

 

          “นี่!!

 

 

          “ฮะ” ฉันเลิ่กลั่กแล้วหันไปทางต้นเสียงเมื่อเขาตวาดจนใจฉันตกลงไปที่ตาตุ่ม พอเห็นสีหน้าที่หลอนประสาทนั่นแล้วน้ำตาฉันก็เกือบไหล ฮือ น่ากลัวมาก แม่จ๋า ช่วยด้วย ;_;

 

 

          “สนใจฉันหน่อยสิ เอาแต่เหม่ออะไรอยู่ได้ฮะ”

 

 

          “เอ่อ มีอะไรเหรอ?

 

 

          อะไรของเขาวะ เหม่อก็ไม่ได้อีก เขาจะให้ฉันจ้องเขาทุกวินาทีดูการเปลี่ยนแปลงกล้ามเนื้อหนังตาเขารึไงเล่า!

 

 

          “จะคุยกับเธอนี่ต้องมีอะไรด้วยรึไง”

 

 

          “เอ่อ...” ฉันยิ้มแห้ง ไม่รู้จะตอบอะไรในตอนที่คนข้างๆ ย่นคิ้วไม่ชอบใจนัก ฉันเผลอมองเขาอยู่ครู่นึงก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

 

 

ฉันต้องจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด... ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้นอกจากการตามน้ำไปกับเขา

 

 

แค่สบนัยน์ตาสีดำสนิทตรงหน้าฉันก็รู้สึกเหมือนความกล้าหดหายไปทีละนิด ท้องฉันเกร็งและเผลอกลั้นหายใจโดยไม่ได้เจตนา

 

 

“ฉันคิดว่าฉันอยากเข้าห้องน้ำ”

 

 

“ได้ เดี๋ยวฉันพาไป”

 

 

“ม่ะ ไม่ต้องหรอก นายยังไม่ได้จ่ายเงินเลยนะ แล้วในถ้วยก็เหลืออีกตั้งเยอะ ห้องน้ำอยู่แค่นี้เอง ฉันไปเองได้” ฉันพยายามหาข้ออ้างเพื่อไม่ให้เขาลุกไปกับฉัน

 

 

“...” เขาทำหน้าชั่งใจก่อนที่ฉันจะบีบมือคนตัวสูงและใช้มารยาหมดทั้งชีวิตล่อลวงเขา

 

 

“ฉันไปแป๊ปเดียว นายก็รู้บ้านฉันแล้วนี่ นายจะกลัวอะไรล่ะ” ฉันว่าแล้วค่อยๆ คลายมือที่จับมือเขาอยู่ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากที่นั่ง เขามองฉันตาถลึงก่อนจะคว้าแขนฉันและนั่นทำให้ฉันชะงัก

 

 

อะ อะไรอีกละฮะ! อะไรอีกกกกกก นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ฮือ

 

 

“ฉันจะนั่งรออยู่ตรงนี้”

 

 

“...”

 

 

“และถ้าเธอคิดจะหนี ก็อย่าให้ฉันจับเธอได้อีก ไม่งั้นคราวต่อไปฉันจะเอาโซ่มาล่ามขาเธอ”

 



30%


ฮือ ไอ้บ้า ไอ้คนหน้าดุ เป็นพิศาลจากจำเลยรักเหรอ แล้วเขาจะล่ามฉันทิ้งไว้กับลิง กินข้าวแดงแกงหญ้าคาเหมือนในนิยายรึเปล่าเนี่ย!ฉันทำหน้าจะร้องไห้ ใจหล่นลงไปอยู่ที่เท้า แข้งขาอ่อนแรง วิงเวียนคล้ายจะเป็นลม ดมยาดมก็คงไม่หาย

 

 

ฮือ แม่จ๋า ฉันตัวสั่นไปหมดแล้ว ทุกอณูรูขุมขนฉันเต็มไปด้วยความกลัว ขนลุกชัน แถมใจยังเต้นเหมือนจะหลุดออกมาข้างนอก เหลือแค่ฉี่ราดเท่านั้นแหละที่ฉันยังไม่กล้าทำ

 

 

เขาต้องฆ่าฉันแน่ เขาจะกรีดเนื้อเถือหนังฉันแล้วเก็บไว้ชื่นชมเพราะความหลงใหลเหมือนฆาตกรโรคจิต ถ้าฉันขัดใจเขา! ฉันสัมผัสได้จากสายตาและโหงวเฮ้งอาชญากรของเขาเลย

 

 

ฉันกลืนน้ำลายเอื้อก นึกอยากจะโวยวายเหมือนนางเอกที่สตรองในละคร แต่บอกตรงๆ ตอนนี้แค่กระตุกหนังตา ฉันยังหวั่นไหว หายใจแรงก็ยังไม่กล้า

 

 

“ฉันไม่หนีหรอกน่า” ฉันยิ้มแห้ง ยกมือขึ้นปาดเหงื่ออย่างเครียดๆ ขนาดฉันหมุนตัวและหันหลังให้เขาแล้วยังสัมผัสได้ถึงรังสีอาฆาตที่ตามมาวนเวียนอยู่รอบตัวฉันเลย

 

 

เพราะที่นี่เป็นไนท์มาร์เก็ต ฉันเลยต้องออกมาใช้ห้องน้ำสาธารณะใกล้ๆ ตอนแรกฉันคิดจะหนีแต่ตอนนี้ฉันเริ่มกลัว เขารู้บ้านของฉัน ถ้าหนี แล้วจะหนีไปที่ไหนล่ะ แล้วพ่อแม่ฉันล่ะ เขาจะฆ่าหรือทำร้ายพวกเขารึเปล่า

 

 

ถ้าฉันแจ้งตำรวจ... ฉันก็กลัวว่าข้อหาที่แจ้งไปจะไม่ร้ายแรงพอแล้วหมอนี่จะออกมาและตามฆ่าฉันอีก

 

 

โอ๊ยยยย! ฉันเครียด! สมองฉันอาจจะไม่ได้มีไว้เพื่อคิดจริงๆ ฉันล็อกประตูห้องน้ำไว้เพื่อความปลอดภัยและเอาแต่ยืนมองกระจกอยู่นานมากและย้อนความไปถึงสาเหตุของเรื่องนี้ทีละช็อต...

 

 

เขาตามฉันไม่เลิก... แต่ที่ตามก็เพราะเขาชอบฉัน ที่เขาชอบฉันก็เพราะน้ำหอมนั่น!

 

 

ป้า! ป้าฉันไง!

 

 

ฉันตาโตและเผลอดีดนิ้วโดยอัตโนมัติ รู้สึกเห็นทางสว่างขึ้นมาเล็กน้อย ฉันมีเวลาไม่มากในการโทรหาเธอ ก่อนที่ไลท์จะมาตามฉัน ฉันรีบหยิบมือถือขึ้นมากดโทรศัพท์หาป้าทันที

 

 

ตู้ด...

 

 

เสียงรอสายไม่กี่วินาที แต่กลับยาวนานเหมือนเป็นชั่วโมง ใจฉันเต้นรัวและกลัวมากจนต้องเผลอมองไปที่ประตูทุกครั้งที่มีเสียงแปลกๆ

 

 

[ฮัลโหล]

 

 

กรี๊ดดด ฉันแทบจะกระโดดแล้วกรี๊ดเสียงดังๆ เมื่อได้ยินเสียงปลายสาย ฉันดีใจมากจนแทบร้องไห้ เธอเหมือนแสงสว่างสุดท้ายของชีวิตฉันแล้ว

 

 

“ปะ ป้าเหรอ”

 

 

[ว่าไงเด็ม คิดถึงป้าเหรอจ๊ะ]

 

 

“ป้า คือ...” ฉันละล่ำละลั่ก เหงื่อแตกพลั่กเป็นน้ำตกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางด้านนอก มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนฉันแทบประสาท เขารึเปล่าวะ เขารึเปล่าเนี่ย โอ๊ย อย่าเพิ่งมานะ! “คือว่าเข้าเรื่องเลยนะ ถ้าอยากให้ฤทธิ์น้ำหอมมันหายไป เด็มต้องทำยังไง”

 

 

[แหม เด็มจะทำให้ฤทธิ์มันหายไปทำไมล่ะ มันดีออก]

 

 

“คือว่า...”

 

 

กึก!

 

 

เฮือก!

 

 

ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงฝีเท้านั่นมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูก่อนจะตามมาด้วยเสียงก๊อกแก็กที่กำลังพยายามบิดลูกบิดอยู่ ใจฉันวูบ ไรขนอ่อนลุกชันและเผลอก้าวถอยหลังจนชิดกำแพง

 

 

เขาแน่ๆ

 

 

เขาชัวร์!

 

 

[ดูสิ สามีป้าน่ะรักหลงป้าจะตาย !#$#4567%^%$] ป้าฉันพูดพร่ำยาวๆ แต่ใจฉันไม่ได้โฟกัสในสิ่งที่เธอกำลังเล่าแล้ว ตาฉันโตและจ้องไปที่ลูกบิดนั่นก่อนจะสะดุ้งเฮือกอีกครั้งเมื่อ...

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

 

 

“ไม่มีเวลาแล้ว บอกมาเดี๋ยวนี้เลยว่าต้องทำยังไง”

 

 

[เด็มจะหาวิธีนั้นไปทำไมละ ป้าไม่เข้าใจเลย]

 

 

“เอาไว้จะอธิบายทีหลัง ตอนนี้ช่วยบอกมาก่อน” ฉันว่าก่อนจะกลืนน้ำลายเอื๊อก ยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อและสะดุ้งเฮือกอีกครั้งเมื่อเสียงจากอีกฝั่งของประตูดังขึ้น

 

 

“เธออยู่ในนั้นรึเปล่า”

 

 

ล่ะ ไลท์!!

 

 

เขาตามฉันมาจริงๆ ด้วย!

 

 

“เด็ม” เขาเรียกฉันอีกแล้ว ฉันจะร้องไห้ ป้าก็ลีลาไม่ตอบสักที ฉันยิ่งหาเวลาส่วนตัวของตัวเองยากอยู่ด้วย ก็ดูสิ ฉันหนีมาเข้าห้องน้ำแป๊ปเดียว เขายังตามฉันมาถึงห้องน้ำหญิง แล้วยังงี้ฉันจะหนีไปไหนรอดได้วะ!

 

 

“ป้า ไม่มีเวลาแล้ว”

 

 

[น้ำตา] ป้าบอกฉันมาอยู่สองคำที่จับใจความไม่ได้ ฉันใจเต้นจนสมองเบลอไปหมด เกือบจะสบถแล้วว่าน้ำตาอะไรล่ะ น้ำตาใคร น้ำตาเทียน น้ำตาลิง น้ำตาคน น้ำตาอะไรล่ะวะ!!!

 

 

“เด็ม!” เสียงของไลท์เข้มขึ้นทำให้ฉันลนลานมากกว่าเก่า ฉันถลึงตาแล้วกำมือถือแน่นพร้อมกับส่งเสียงถามป้าด้วยความรีบร้อน

 

 

“น้ำตาอะไรล่ะ น้ำตาอะไร!

 

 

ตึง!

 

 

จังหวะที่ฉันถามป้าเป็นจังหวะเดียวกับที่ไลท์พังประตูเข้ามา นัยน์ตาสีเข้มเลื่อนมาสบฉันอย่างคาดโทษ ใจฉันเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาข้างนอก เหงื่อเม็ดเล็กหยดลงที่พื้นดังแหมะ และก่อนที่เขาจะทันเดินมาคว้าตัวฉัน เสียงจากปลายสายนั่นก็...

 

 

[น้ำตาของคนที่รักเค้าจริงๆ]

 


60%




เสียงของป้าวนเวียนในหัว ความหวังอันริบหรี่ของฉันก็ริบหรี่ลงเรื่อยๆ เมื่อโฟกัสไปที่หน้าคนตัวสูง

 

 

คนอย่างหมอนี่จะมีคนรักรึเปล่าเนี่ย... มองยังไงก็นึกไม่ออกว่าจะมีใครรักเขาได้ลงจริงๆ

 

 

แต่เดี๋ยวก่อน... คนทุกคนต้องมีพ่อแม่สิ! ความรักของพ่อแม่คือความรักที่บริสุทธิ์นี่ ใครๆ ก็บอกอย่างนั้น ถ้าพวกเขาร้องไห้ มนตร์จากไอ้น้ำหอมอัปปรีย์นั่นก็น่าจะคลาย...

 

 

ฉันพอจะนึกหนทางออกแล้ว แต่ฉันยังนึกไม่ออกว่าจะทำให้พวกเขาร้องไห้ยังไง เหยียบตีนพวกเขาให้เจ็บเหรอ หรือตั๊นหน้าให้ยับ... มันก็ไม่ใช่ทางของฉันนะ ความจริง ฉันก็ไม่เข้าใจเงื่อนไขที่ป้าบอกนิดหน่อย

 

 

น้ำตาของคนที่รักเค้าจริงๆ ฉันแค่ทำให้พวกเขาร้องไห้ก็ได้เหรอ หรือต้องเก็บมันมาให้เขากิน หรือป้ายหน้าเขา หรือต้องทำอะไรยังไงกันแน่วะ เอาเถอะ ฉันค่อยหาทางถามเธออีกครั้งก็ได้ ก่อนอื่น ฉันต้องหาวิธีเข้าถึงตัวเป้าหมายซะก่อน

 

 

“เหม่ออะไรน่ะ” เขาลากฉันออกมาจากห้องน้ำและเดินไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงหัวถนน แต่ฉันไมได้สนใจจะมองเลย รู้ตัวอีกทีก็ตอนคนตัวสูงกระตุกแขนและถามฉันด้วยใบหน้านิ่งๆ

 

 

“อ๋อ ฉันก็แค่กำลังนึกว่าพ่อกับแม่นายจะเป็นคนยังไงนะ”

 

 

“นึกทำไม”

 

 

“ก็แค่... อยู่ๆ มันลอยเข้ามาในหัว” ฉันแก้ตัว พยายามจะหาทางเลียบเคียงขอไปเจอพ่อกับแม่ของเขา ถ้าฉันสามารถระบุตัวเป้าหมายได้ ทุกอย่างก็จะง่าย และชีวิตฉันก็จะกลับมาเป็นปกติ

 

 

“อยากเจอเหรอ” ไลท์หัวเราะแล้วเลื่อนสายตาแปลกๆ นั่นมาทางฉัน

 

 

“ก็... ถ้าเราคบกัน เราก็ควรจะเจอญาติผู้ใหญ่นะ จะได้ถูกประเพณีที่ดีงามไง” ฉันเป็นคนเถื่อนมาตลอดยี่สิบปีแต่อยู่ดีๆ ก็อยากมีประเพณีในจิตใจซะอย่างนั้น ฉันพูดเรื่องน่าสยองอย่างการพาครอบครัวมาเจอหน้ากัน แถมยังพูดคำว่าคบออกมาได้น่ากระดากปากสุดๆ

 

 

ขนาดลูกยังโฉดขนาดนี้ นี่ถ้าพ่อกับแม่มีรอยบากที่หน้าแล้วถือไม้หน้าสามรอฉันอยู่ ฉันก็ไม่แปลกใจเลย ;_;

 

 

“เธอดูจริงจังนะ เมื่อตะกี้ยังทำเหมือนจะวิ่งหนีฉันอยู่เลย”

 

 

“ฮะ อ๋อ เอ่อ” ฉันอึกอักเบี่ยงสายตาไปทางอื่น เมื่อถูกสายตาจับผิดจ้องมา หน้าฉันก็เต็มไปด้วยเหงื่อ “ฉันเคยทำอย่างนั้นด้วยเหรอ บ้า ฮะๆๆ”

 

 

โอ๊ย ฉันโกหกและแถจนสีข้างถลอกจนจะเหลือแต่กระดูกแล้วนะ อย่าจับผิดฉันมากสิวะ!

 

 

“นายคิดมากไปเองรึเปล่า”

 

 

โอย เช็ดเหงื่อแป๊ป ;_;

 

 

“ก็แฟร์ดีนะ ฉันเจอพ่อแม่เธอแล้ว เธอก็มาเจอพ่อแม่ฉัน... แต่ฉันเหลือแค่พ่อนะ” ไลท์ยิ้มแปร่งๆ พร้อมมองหน้าฉันไปด้วย

 

 

“เอ่อ ฉันเสียใจด้วยนะเรื่องแม่” ฉันตกใจนิดๆ แต่เพราะไลท์แสดงสีหน้านิ่งเรียบ ฉันเลยไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขาอาจจะชินชาและเสียแม่ไปหลายปีแล้วก็ได้

 

 

“ฉันไม่ถือหรอก” เขาพูดเสียงเรียบ “ฉันก็อยากพาเธอไปหาเขาตอนนี้ แต่มันหมดเวลาเยี่ยมแล้วน่ะสิ”

 

 

“หา พ่อนายป่วยเหรอ” ฉันตกใจนิดๆ “หรือว่าเกิดอุบัติเหตุ”

 

 

“...เปล่า”

 

 

“อ้าว แต่นายบอกว่าหมดเวลาเยี่ยม”

 

 

“ใช่”

 

 

“แล้วเขาไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลเหรอ” ฉันย่นคิ้วงง ไม่รู้เขาพูดไม่เข้าใจหรือฉันโง่ คนตัวสูงหัวเราะอีกรอบ แต่ดูเป็นการหัวเราะแบบฝืนๆ

 

 

“อะไร เธอคิดว่าพ่อฉันอยู่ในโรงพยาบาลเหรอ”

 

 

“แล้วไม่ใช่เหรอ”

 

 

“ใช่ที่ไหนล่ะ อยู่ในที่ๆ มีคนไม่ดีมารวมกันต่างหาก”

 

 

ที่ๆ คนไม่ดีมารวมกัน? ฉันย่นคิ้วไม่เข้าใจและพยายามจะนึกถึงว่าที่ไหนคือที่ๆ คนไม่ดีมาอยู่รวมกัน... แถมยังหมดเวลาเยี่ยมด้วย หรือว่า... ฉันกลืนน้ำลายอึก นัยน์ตาเบิกโพลงเมื่อนึกออก  

 

 

คุก!!

 

         

80%


 

“ที่นั่นเหรอ” ฉันถามเสียงอ้อมแอ้ม รู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาท แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องไปเจอพวกเขาให้ได้ ยิ่งพวกเขาอยู่ที่นั่น พวกเขาอาจจะยิ่งอ่อนไหวง่ายขึ้นก็ได้ ใครจะรู้ล่ะ!

 

 

“อืม ที่นั่นแหละ ยังอยากไปอยู่มั้ยล่ะ” คนตัวสูงทำทีเหมือนไม่ใส่ใจกับสิ่งที่พูดนักแต่เขากลับสาวเท้าเร็วขึ้นจนฉันแทบจะเดินตามไม่ทัน

 

 

“ฉันไม่ถือสาหรอก ยังไงเขาก็เป็นพ่อนายนี่” ฉันยิ้มเป็นนางงามพันธมิตร แม้ฉันจะรู้ว่าฉันอาจจะฉิบหายในภายหลังแต่ถ้าฉันไม่เจอ ฉันก็คงซี้แหงแก๋อยู่กับหมอนี่ไปตลอดชาติ ต่อให้ตายกลายเป็นหมา เขาก็คงจะไล่ล่าจนวันสิ้นโลกนั่นแหละ

 

 

“เอ่อ... แต่ฉันถามได้รึเปล่า ถ้านายไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบก็ได้นะ”

 

 

“ว่า”

 

 

“พ่อนายโดนคดีอะไรเหรอ”

 

 

“...” ไลท์ชะงัก

 

 

“ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบหรอก ฉันเสียมารยาทเอง ฉันขอโทษ” ฉันรีบออกตัวทันทีที่เห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยน แค่เขาเลื่อนสายตามาที่หน้าฉัน ใจฉันก็วูบไปที่ตาตุ่ม รู้สึกเหมือนคนตัวสูงจะยื่นมือมาบีบคอฉันยังไงยังงั้น

 

 

เขาเงียบไปครู่ใหญ่แล้วก็ตอบสั้นๆ

 

 

“ฆ่าคนน่ะ”

 

 

“...” ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อก มองหน้าไลท์แล้วนึกถึงหน้าพ่อของเขา จินตนาการถึงความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้น

 

 

ตายๆๆๆ พ่อเขาฆ่าคน พ่อเขาเป็นฆาตกร เขาเองก็ไม่ต่าง หน้าอย่างกับโจร ถ้าฉันกับเขาเรามีลูกด้วยกัน ลูกฉันจะต้องเป็นอาชญากรตัวเป้งตามเขาแหง

 

 

โอ๊ย แล้วฉันจะคิดถึงตอนมีลูกกับเขาทำไมฟะ ยังไงฉันก็ไม่มีทางจะตกล่องปล่องชิ้นกับคนแบบนี้แน่ๆ

 

 

ฉันเงียบเพราะทำตัวไม่ถูก กลัวพูดอะไรไม่เข้าหูแล้วจะอยู่ชื่อของฉันจะปรากฏอยู่บนใบมรณะบัตรแทนบัตรประชาชน ไม่รู้ว่าเหงื่อเข้าตาหรือว่าฉันร้องไห้ น้ำใสๆ มันไหลเอ่อล้นลงมาจนถึงคางก่อนจะหยดแหมะอย่างทุเรศทุรัง

 

 

บัดโซ้บบบบบบบบ ;_;

 

 

“อะ เอ่อ ฉันเชื่อว่าคนทุกคนมีเหตุผลนะ พ่อนายก็คงมีเหตุผลเหมือนกันล่ะมั้ง คนเราจะฆ่าใครง่ายๆ ได้ยังไงเนอะ” ฉันมันคนลวงโลกและป๊อดที่สุดในแผ่นดินนี้เลย ฉันเอ่ยชมฆาตกรอย่างไร้จิตสำนึก ผิดจรรยาบรรณและศีลธรรมของคนเป็นที่สุด แต่เพื่อการเอาชีวิตรอด ก็ถือว่าไม่มีสัจจะในหมู่มารแล้วกันนะ

 

 

“เพ้อเจ้ออะไรของเธอ ฆ่าคนก็คือฆ่าคน จะหาเหตุผลมารับรองให้มันดูดีทำไม ประสาท” เขาดูหงุดหงิดกับสิ่งที่ฉันพูดแบบผิดคาด ฉันคิดว่าเขาจะยินดีซะอีก

 

 

ตายแล้ว หรือว่าไลท์จะมีสามัญสำนึกของมนุษย์ด้วย ฉันดีใจดีมั้ยเนี่ย อย่างน้อยๆ เขาคงไม่ฆ่าฉันแน่ ;_;

 

 

“ถ้าเธออยากไปเจอ พรุ่งนี้ฉันจะพาไป ก่อนอื่น เรามาพูดเรื่องวันนี้กันดีกว่า” เขาเปลี่ยนเรื่องแล้วหันมายิ้มปะแหล่มๆ ให้ฉัน แค่เห็นมัน ไรขนอ่อนฉันก็ลุกพรึ่บพรั่บเหมือนตอนดูคนอวดผี

 

 

“ฮะ เรื่องอะไรเหรอ”

 

 

“ก็เรื่องที่วันนี้เราจะนอนบ้านเธอหรือบ้านฉันไง”

 

 

“ฮะ” ฉันชะงัก เอ่อ เดี๋ยวนะ ทำไมถึงใช้คำว่าเรา แต่ไม่ใช้คำว่า ฉันนอนบ้านฉัน ส่วนเขานอนบ้านเขาล่ะ อย่าใช้คำพูดที่เหมารวมแบบนั้นสิ ฉันกลัวนะ ฮะฮะฮะ

 

 

หูฝาดรึเปล่านี่ สงสัยจะกลัวมากจนเพ้อแหง ฮะฮะฮะ

 

 

“ทำหน้าเอ๋ออีกแล้วนะ เธอนี่โง่รึไง เราเป็นแฟนกันก็ต้องอยู่ด้วยกันถึงจะถูก”

 

 

ฮะฮะฮะ หูฝาดอีกแล้ว... ฉันนี่เพ้อเจ้อจริงๆ

 

 

“ฉันฟังไม่ค่อยถนัดเลย นายว่าไงนะ” ฉันยิ้มแห้ง ขอฟังเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง บางทีไลท์คงจะไปส่งฉันและเราแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน แต่ฉันค่อนข้างจะประสาทไปหน่อยเลยได้ยินเหมือนเขาบอกว่าเราจะนอนด้วยกันแหละ

 

 

ฮะฮะฮะ ฉันนี่บ้าจัง!

 

 

“ฉันถามว่าจะนอนที่ไหน”

 

 

“ก็ต้องบ้านฉันสิ ฉันจะนอนไหนได้” ฉันได้ยินผิดจริงๆ ด้วย เห็นมั้ย เขาไม่ได้จะมารุกรานฉันซะหน่อย...

 

 

“โอเค งั้นฉันจะไปนอนบ้านเธอ”

 

 

“ฮะ” ฉันชะงักอีกรอบ ไม่เข้าใจเลยทำไมช่วงนี้หูไม่ดี

 

 

“ฉันจะไปนอนบ้านเธอไง”

 

 

“...” ฉันเงียบกริบแล้วกลืนน้ำลายอึก เมื่อจ้องนัยน์ตาสีเข้มของคนตัวสูงแล้วก็ไม่เห็นคำว่าล้อเล่นอยู่ในนั้น และ... “นายบอกว่านายจะมานอนบ้านฉันเหรอ”

 

 

เพื่อความมั่นใจฉันถามซ้ำอีกครั้ง ฉันคงคิดมากไป ฉันกับเขาเราเพิ่งเจอกันไม่ถึงวันด้วยซ้ำเนี่ย จะย้ายข้าวของมานอนบ้านฉันก็เกินไป ไวไฟยิ่งกว่าน้ำมันอีกมั้งเนี่ย!!

 

 

“ก็ใช่น่ะสิ” เขาพูดด้วยใบหน้าเฉยชา เหมือนจะถามว่าทำไมล่ะ ก็นอนบ้านเธอไง มีอะไรแปลก

 

 

          “จะ จะบ้าเหรอ นายจะมานอนบ้านฉันได้ไง”

 

 

          “แล้วทำไมถึงไม่ได้ล่ะ”

 

 

          “ฉันเป็นผู้หญิงนะ”

 

 

          “ก็ใช่น่ะสิ ฉันบอกตอนไหนว่าเธอเป็นผู้ชาย”

 

 

          โอ๊ย หน้าด้าน!

 

 

          “มันไม่เหมาะสม”

 

 

          “ไม่เหมาะสมยังไง เธอเป็นแฟนฉัน”

 

 

          คุณพระ อีตานี่จะแถไปถึงดาวพลูโตเลยปะเนี่ย ฉันพูดอะไรก็เถียงได้ทุกอย่าง ช่างหาเหตุผลทุเรศๆ มาอ้างเก่งเหลือเกินนะ!

 

 

        “แต่ เอ่อ นายคิดว่าพ่อแม่ฉันจะอนุญาตให้นายเข้าไปนอนที่บ้านฉันหรือไง” เมื่อฉันอ้างตัวเองไม่ได้ผล ฉันก็เอาพ่อแม่มาอ้างเพื่อให้เขารู้จักเกรงอกเกรงใจกันซะบ้าง ไม่มีทางที่เขาจะหาเหตุผลใดๆ มาลบล้างได้อีก แต่ฉันคงลืมไปว่าไลท์ก็คือไลท์ คนตัวสูงย่นคิ้วแล้วพูดติดหัวเราะเล็กๆ

 

 

      “แล้วฉันไปขออนุญาตพวกเขาตอนไหนล่ะ”




100%



5555555555555555555555+

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่าเถียงกับอีไลท์ เพราะเถียงไปก็ไม่ชนะ

เอาเวลาไปตัดเล็บตีนยังดีกว่าเลยค่ะ

5555555555555555555555555+

นังผีไลท์!!! ตอนแรกเกือบจะสงสาร 

แต่สันดานมึนๆ ของแกนี่มันน่าตบจริงๆ

นังชั่ว 55555555555555555555555+




รักนาง หลงนาง อย่าลืมไลท์ แชร์ คอมเม้น
ติดแฮชแท็ก
#ไลท์โดนของ
ให้ด้วยน้าาาา
ร๊ากกกกก







MAKE ME SET
KISS ME TOUCH ME
CLICK ON IT!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,385 ความคิดเห็น

  1. #6371 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 23:18
    2222สุดยอดมากลูกพี่
    #6,371
    0
  2. #6286 MBLL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 14:59

    โอ้โห้วววว อิไลท์ นิแก อ๊ากกกกกกกกกก ไม่รู้จะด่ายังไงแล้วววว

    #6,286
    0
  3. #6264 amine mine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 11:06
    สงสารหน่องไลท์อ่ะ คุณพ่ออㅜㅜ
    #6,264
    0
  4. #6244 khim-bree (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 16:54
    ตอนแรกอยากได้น้ำหอม แต่ตอนนี้ตรูไม่เอาล่ะน่ากลัว555
    #6,244
    0
  5. #5142 Ginoza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 17:49
    โอ้ยยยย รู้สึกได้ว่าปมเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ฮือออ สงสัยยยย น้ำตาคนที่รัก เด็มจะไปหาจากที่ไหนนะ ฮือออ มีแต่เรื่องอยากรู้ > #5,142
    0
  6. #5027 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 12:35
    น่ากลัว
    #5,027
    0
  7. #4091 giftfully (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:40
    น่ากลัวสุด
    #4,091
    0
  8. #2379 ` perfect.point (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 13:17
    ยอมแล้วค่าาา
    #2,379
    0
  9. #2001 ptmpss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 18:07
    อยากได้ไลท์เป็นปั้วต้องทำงาย555
    #2,001
    0
  10. #1572 ntn.9846 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 08:02
    อิบ้าาาา โคตรเอาแต่ใจเลย นางเอก มีแววเป็นโรคประสาทในอนาคตแน่นอนน
    #1,572
    0
  11. #1303 Saaw_n (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 22:31
    อิไลท์อิผี!!! 555555
    #1,303
    0
  12. #1223 ก้อนขี้เกียจ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 20:21
    ไลท์แม่งโว้ยยยยยย หมั่นไส้5555
    #1,223
    0
  13. #1216 แทฮยองที่รัก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 16:55
    โอ้ยยยยยยยยยย เด็มลูกกกก
    #1,216
    0
  14. #1215 rosemonster46 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 16:47
    อยากเห็นตอนมนต์คายจะเป็นไง-.,- รู้ว่าโหดแค่จะมึนแล้วก็หน้าด้านแบบนี้มั้ย55555 สงสารเด็ม
    #1,215
    0
  15. #1214 Owl-shy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 16:45
    วงวาร555555
    #1,214
    0
  16. #1213 Tangmo Araya Wichadee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 14:53
    บางทีพ่อไลท์อาจไม่ได้ติดคุกก็ได้ แต่ถ้าจริงชีวิตนางดราม่ามากนะ
    #1,213
    0
  17. #1212 pinkdolphin08 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 11:17
    ไลท์นายซึนมากกกกกด 55555
    #1,212
    0
  18. #1211 jub14741 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 10:32
    อุอุ มึนจริงไม่อิงอะไรเลย ตอนสุดท้ายเด็ดจริง 555
    #1,211
    0
  19. #1210 jub14741 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 10:26
    อะไรงะๆ ทำไมๆๆ โอ๊ยเม้นไม่ถูกหะๆๆ
    #1,210
    0
  20. #1209 ..PuyzZii PuyzZii PuyzZii.. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 09:51
    พางพ้าง 555
    #1,209
    0
  21. #1208 onenazaaaaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 09:08
    ด้านได้อีก
    #1,208
    0
  22. #1207 Y'Ym Yuii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 08:23
    55555+
    #1,207
    0
  23. #1206 asdqeea (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 07:55
    รอออออ
    #1,206
    0
  24. #1203 venus6 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 07:28
    หึหึหึๆๆๆๆ
    #1,203
    0
  25. #1202 ไอริน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 07:25
    เกือบใจอ่อนให้อิไลท์คนมึนละ
    #1,202
    0