♥ 마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย (My Bubble tea the series)

ตอนที่ 36 : ไลท์ ll 24ll ฉันจะบอกเธอเอง [5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    3 มี.ค. 61



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ hug manga




24 [5]
ฉันจะบอกเธอเอง


                “อ้าว แอล”



                “...”



                ฉันผงะแล้วถอยหลังไปนิดนึง แม่ฉันก็อึ้ง รวมถึงพ่อฉันด้วย ทำไมเขาเรียกฉันอย่างนั้นล่ะ ฉันเคยมาที่นี่หรือว่าหมอรู้จักแอลเหรอ ฉันย่นคิ้วไม่เข้าใจก่อนที่เขาจะขยับแว่นนิดนึง



                “หรือเด็ม? เด็มสินะ” คุณหมอแค่นหัวเราะที่เห็นท่าทีตกใจของพวกเราก่อนจะชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ “ไม่ต้องตกใจหรอก นั่งก่อนสิ”



                ตอนที่ฉันนั่งแล้วคุณหมอตรวจนั่นนี่ และอธิบายถึงสาเหตุของโรคหลายบุคลิกที่กำลังเกิดขึ้นกับฉัน บางประโยคก็เป็นศัพท์แปลกๆ ที่ฉันไม่เก็ตเท่าไหร่ ฉันรู้แค่ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับฉันเป็นเพราะสภาวะจิตใจของฉันในวัยเด็กได้รับการกระทบกระเทือน ทำให้ฉันขี้กลัวหวาดระแวงไปหมด คงเป็นเพราะตอนนั้นแม่ทิ้งฉันไว้ทุกที่ ฉันเจออะไรแปลกๆ คนบ้า หมา คนโรคจิต แล้วยังจะกลับบ้านมาโดนตี ฉันโดนอย่างนั้นซ้ำๆ หลายครั้ง จนทนรับสภาพความกดดันไม่ไหว จิตใต้สำนึกของฉันเลยพยายามสร้างอีกบุคลิกขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง เป็นบุคลิกที่ตรงข้ามกับฉัน



                ฉันขี้ขลาด เธอกล้าหาญ



                ฉันอ่อนแอ เธอแข็งแกร่ง



                ฟังๆ ดูแล้วเธอเหมือนผู้พิทักษ์ของฉันเลย เธอจะโผล่ออกมาในเวลาที่ฉันกำลังกดดัน กลัวหรือกำลังจะเกิดอันตรายเพื่อมารับความรู้สึกหนักๆ นั่นแทนฉัน แต่เรื่องอื่นๆ ฉันไม่ได้รู้มากนัก แต่สิ่งที่ฉันสงสัยคือทำไมหมอถึงเรียกฉันว่าแอลในตอนแรก



                “แอลเคยมาที่นี่เหรอคะ?” ฉันย่นคิ้วถามเรื่องแอลหลังจากที่หมออธิบายเกี่ยวกับการรักษาจบไปแล้ว เขายกตัวอย่างหลายเคส เคยมีเคสที่หายและหลอมรวมเป็นบุคลิกเดียวให้ฉันมีความหวังบ้าง หมอชะงักไปนิดนึงตอนที่ฉันถาม



                “อืม ฉันเป็นคนรู้จักของเธออะไรเทือกๆ นั้นแหละ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเธอจะมีบุคลิกอื่นด้วย มองผ่านๆ ก็เหมือนคนทั่วๆ ไป”



                “ฮะ?” ฉันชะงักไปนิดนึง นี่ฉันรู้จักคนทุกระดับชั้นเลยเหรอ ตั้งแต่พวกในผับ ยันหมอเนี่ยนะ นี่แอลใช้ชีวิตที่ไหนอะไรยังไงบ้างก่อนหน้านี้ แล้วมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่



                “ที่จริงเพราะเธอรู้ว่าฉันเป็นหมอจิตเวช เธอก็เลยมาหาฉันที่นี่”



                ฉันย่นคิ้วนิดๆ เธอเคยมาที่โรงพยาบาลนี้เหรอ มาตอนไหน ฉันจำอะไรไม่เห็นได้สักอย่าง หมอมองฉันนิดนึงเพื่อดูปฏิกิริยา เหมือนรู้ว่าฉันสงสัยอะไรอยู่ เขาเลยพูดต่อ



                “มาตรวจนั่นแหละ ที่จริงฉันก็มีประวัติของเธออยู่” เขาว่าก่อนจะเดินไปหยิบแฟ้มที่อยู่ด้านหลัง และกดคอมพิวเตอร์นิดหน่อย “เป็นเคสที่แปลกๆ ดี อีกอย่างฉันกับแอลก็คุยค่อนข้างจะถูกคอกันพอสมควร”



                พ่อกับแม่มองกันเหมือนกำลังสับสน ฉันเองก็ไม่ต่างเพราะไอ้คำว่าแปลกนี่มันทำให้ฉันกลัวขึ้นมายังไงก็ไม่รู้



                “แปลกยังไงเหรอคะ?



                “แปลกตรงที่คนที่อยากจะรักษาไม่ใช่บุคลิกหลักไง”



                ฉันชะงักแล้วกลืนน้ำลายมองคนตรงหน้า เมื่อกี้หมออธิบายให้ฉันฟังแล้วว่าฉันเข้าข่ายเป็นโรค D.I.D คือโรคหลายบุคลิก แนวทางการรักษาหลักๆ ที่เขาจะใช้กับฉันจะเป็นพวกจิตบำบัดซะมากกว่า



                “แต่คนที่เป็นส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยรู้ตัวหรอก คนรอบข้างต้องช่วยกันสังเกต จากที่แอลบอกเหมือนตัวตนของเธอเพิ่งจะออกมาตอนประมาณปีที่แล้ว ตอนนั้นเป็นตอนที่เธอกำลังใช้อะไรสักอย่างกรีดแขนตัวเองอยู่”



                “ฮะ?” ฉันย่นคิ้วงง จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยทำอะไรแบบนั้นด้วย



                “ฉันไม่แน่ใจว่าช่วงนั้นเป็นโรคซึมเศร้าหรืออยู่ในสภาวะซึมเศร้ารึเปล่าเพราะตอนนั้นแอลไม่ได้มาหาฉัน เธอไปหาหมอคนอื่น แต่สิ่งที่ฉันแน่ใจคือหนูทำร้ายตัวเอง”



                ฉันกลืนน้ำลายรู้สึกเหมือนมีโลกที่ฉันไม่เคยเห็น ไม่รู้เขาพูดจริงรึเปล่า แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะโกหกฉันไปทำไม



                “เป็นไปได้ว่าการทำร้ายตัวเองเพื่อผลักความรู้สึกเจ็บปวดไปที่ร่างกายแทน แต่พอสมองเริ่มปฏิเสธ หนูก็เลยสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาเพื่อรับกับสภาวะกดดัน ความเครียด ความเจ็บปวด ความกลัว แทนตัวเอง”



                “เหรอคะ”



                “หลักๆ ฉันจะจัดยาบางตัวตามความเหมาะสม เรื่องที่สำคัญคือการจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้ได้ คนรอบข้างก็ต้องเข้าใจด้วย หนูไม่ต้องเป็นกังวลมากนักหรอกว่าตอนเป็นแอลจะทำอะไรไม่ดี เพราะเท่าที่ฉันเจอเธอเป็นคนที่ค่อนข้างดีมากๆ เลยแหละ”



                “แอล... เป็นคนยังไงเหรอ?” ฉันเลือกที่จะถาม เพิ่งจะมีคนบอกฉันอย่างนี้แหละ เพราะพ่อกับแม่ก็ทำท่าเหมือนเธอเป็นคนที่น่ากลัวมากๆ เธอเคยขังแม่ไว้ในห้อง และเคยทุ่มพวกอันธพาล คนที่ผับก็รู้จักเธออีก ทุกคนรู้จักเธอ ยกเว้นฉัน



                “ก็บางทีก็ดูก้าวร้าว ชอบกีฬา เวลาปกติดูขรึมๆ ดุๆ ถ้าโมโหก็จะน่ากลัวมาก แต่ตอนที่ใจดี ก็เป็นคนที่ดีนะ”



                ฟังดูไม่เหมือนฉันเลยเนอะ



                “อ๋อ เธอบอกว่าอายุมากกว่าหนูสามปี ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน ฉันก็คิดว่าเธอเหมือนพี่สาวหนูมากเลยแหละ เคยมีพี่สาวรึเปล่า หรือมีคนรอบตัวคล้ายๆ เธอมั้ย? บางทีหนูอาจจะเอาบุคลิกนั้นมาก็ได้

นะ”



                “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ฉันส่ายหัวเพราะฉันนึกไม่ออก ฉันไม่ค่อยสนิทกับใครเท่าไหร่ คุยกับคนอื่นแค่ผิวเผิน ไปเรียน กลับบ้าน ทำรายงานแล้วพบกันเพื่อเพียงผ่านเท่านั้นเอง



                “ฉันแค่ไม่อยากให้เธอกังวลว่าตอนที่แอลออกมาเธอจะใช้ร่างกายของหนูทำอะไรไม่ดี”



                “แล้วอย่างนี้มีทางรักษามั้ยคะ? แล้วมันจะใช้เวลานานแค่ไหน” แม่ฉันถามขึ้นมาก่อนที่พวกเราจะนั่งคุยกับหมอสักพักนึง เขาถามบางเรื่อง บางอย่างฉันก็จำไม่ได้ หลักๆ เขาก็พยายามอธิบายให้คนในครอบครัวเข้าใจเรื่องของฉัน ไม่นานเขาก็สรุปและบอกวันนัด พวกเราสามคนลุกขึ้น พ่อกับแม่เดินออกไป ฉันกำลังจะเดินตามแต่ก่อนที่ฉันจะก้าวออกจากห้อง จู่ๆ หมอก็พูดขึ้นมาก่อน



                “ไม่นานมานี้เธอโทรมาหาฉัน”



                “คะ?” ฉันชะงักนิดนึงแล้วหมุนตัวไปมอง



                “ฉันหมายถึงแอลที่โทรมาหาฉัน เธอถามฉันว่า เธอกำลังจะหายไปรึเปล่า”



                “หมายความว่ายังไงคะ?” ฉันย่นคิ้วงง อยู่ดีๆ เธอจะหายไปเองก็ได้เหรอ



                “ที่จริงการรักษาโรคนี้ค่อนข้างจะเน้นไปทางจิตบำบัด ถ้าการรักษามันเป็นไปด้วยดี ก็หลอมรวมบุคลิกที่มีเป็นบุคลิกเดียวได้... ปกติแล้วแอลจะออกมาได้ในตอนที่หนูกดดัน กลัวมาก หรือตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่ตอนหลังๆ เธอกลับไม่ได้ออกมาอย่างที่เคย หรือไม่ก็ออกมาได้แวบเดียวเธอก็จะหายไป เธอเลยสงสัยว่าเธอกำลังจะหายไปรึเปล่า”



                ฉันย่นคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่เขาสื่อเท่าไหร่ เธอออกมาไม่ได้ จะบอกว่าฉันไม่กลัวก็คงไม่ใช่ มีหลายครั้งมากที่ฉันกลัว แต่เธอก็ไม่ได้ออกมานี่ คุณหมอถอนหายใจพลางขยับแว่นนิดนึง



“แอลออกมาไม่ได้เพราะก่อนที่หนูจะกลัวหรือกดดันจนถึงขั้นที่แอลปรากฎตัวออกมา ความรู้สึกกลัวนั่นก็หายไปซะก่อน”



                แอลออกมาไม่ได้เพราะความรู้สึกกลัวของฉันมันหายไปก่อนเหรอ... ฉันย่นคิ้วนิดนึง



                “แอลไม่ได้บอกว่าทำไม แต่เท่าที่ฉันฟังเธอเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะหนูจัดการกับความกลัวของตัวเองได้” คุณหมอเลื่อนสายตามามองฉัน “ก็คงเพราะมีคนอื่นที่ทำให้หนูหายกลัว”



                “...”



                “ถ้าหนูนึกอะไรออกว่าทำไมความรู้สึกหนูถึงเป็นไปในทางบวกก็ลองเอามาใช้เวลาที่เจอกับสถานการณ์สุ่มเสี่ยงดูนะ ถ้าจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ บุคลิกอื่นก็จะไม่ออกมา” เขาว่าแล้วยิ้มให้ “สมองสร้างบุคลิกใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับความเจ็บปวด ความกลัว ความกดดันในยามคับขันของคนไข้ แต่ในเมื่อมันไม่จำเป็นแล้ว...”



                “...ก็จะหายไปเหรอคะ?” ฉันยกยิ้มนิดๆ เป็นประโยคที่ฟังแล้วดูมีความหวังว่าฉันจะกลับไปเป็นปกติแต่ฉันกลับหวั่นไหวกับสิ่งที่หมอพูด ฉันรู้ดีรู้ว่าตัวเองขี้กลัวแค่ไหน แล้วฉันจะเอาชนะความกลัวตลอดหลายปีนั่นด้วยตัวคนเดียวได้ยังไง แค่มีหมามาเห่าใส่ฉันก็สะดุ้งแล้ว ฉันกลัวจนถึงขั้นสร้างบุคลิกใหม่ที่กล้าหาญขึ้นมาทดแทน...



                “ขอบคุณนะคะ แล้วเจอกันค่ะ” ฉันก้มโค้งให้เขาแล้วเดินออกมา พ่อกับแม่มองเหมือนจะถามว่ามีอะไรรึเปล่า แต่ฉันไม่ได้ตอบเพราะมัวแต่นึกถึงเรื่องที่หมอบอก



                “ถ้าไม่ใช่เพราะหนูจัดการกับความกลัวของตัวเองได้ ก็คงเพราะมีคนอื่นที่ทำให้หนูหายกลัว”



แอลบอกว่าก่อนที่ฉันจะกดดันจนถึงขั้นแอลออกมา ความกลัวของฉันมันก็หายไปซะก่อน น่าตลกที่ฉันนึกถึงคนๆ นึงที่จู่ๆ เขาก็เข้ามาในชีวิตของฉัน ฉันเคยกลัวเขาสุดๆ แต่ตอนไหนก็ไม่รู้ที่ฉันรู้สึกว่าฉันจะไม่เป็นไรในตอนที่มีเขาอยู่ คนที่ฉันพยายามจะวิ่งหนีอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังโผล่มาอยู่ได้



                ภาพหลายภาพของไลท์ปรากฎขึ้นมาในหัวราวกับกำลังฉายย้อนทีละฉาก



                ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาโผล่มาหาฉันที่ห้องแต่งตัวที่ไอ้พวกเวรนั่นนอนกองอยู่...



                หรือจะเป็นตอนที่ไลท์เอาถังดับเพลิงพังเข้ามาแล้วทำท่าจะฆ่าทุกคน



                หรือจะเป็นตอนที่เขาช่วยฉันจากผู้หญิงคนนั้น



                ตอนที่ไลท์ดื้อด้านไปหาพวกลิ้งเพราะแค่เป็นห่วงฉัน



                ตอนที่เขาโผล่มาหาฉันในวันที่ฉันหนีออกมานั่งคนเดียวที่สวนสาธารณะ



                เขาอยู่ในทุกช่วงเวลาที่ฉันต้องการใครสักคนเข้ามาช่วย...



                “ฉันกลัว กลัวเพราะไม่รู้ว่าฉันทำอะไรลงไปบ้างไง”



            “เธอไม่ต้องกลัวหรอก... เพราะต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนบอกเธอเองว่าเธอทำอะไรลงไปบ้าง”



                เขาทำให้ฉันเชื่อว่าฉันจะไม่เป็นไร



                “เธอสัญญากับฉันนี่ว่าเธอจะไม่ทิ้งฉัน... ดังนั้นฉันก็จะไม่มีวันทิ้งเธอเหมือนกัน”



                ใจฉันร้อนวาบขึ้นมานิดนึงเมื่อนึกถึงเรื่องที่น่ากลัวที่สุด หมอบอกว่าฉันอาจจะหายดีก็ได้ถ้ายังสามารถจัดการความรู้สึกนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ นั่นหมายถึงถ้าฉันยังมีไลท์คอยอยู่ข้างฉันเรื่อยๆ ฉันอาจจะกลับมาเป็นปกติเพราะฉันไม่รู้สึกกลัวอะไร แต่ถ้าวันนึงคนที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยหายไปล่ะ...



                ถึงตอนนั้น ฉันจะเป็นยังไง...



     ถ้าเป็นอย่างนั้น คนที่จะหายไปจะกลายเป็นตัวฉันเองรึเปล่า...


-------------------[5]-----------------


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





คือคนๆ นึงที่ฝังใจจนอยู่ในระดับจิตใต้สำนึกมันต้องรู้สึกมากขนาดไหน 
ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ความรู้สึกของตัวเองไม่ผูกติดกับใคร
เพราะรู้ว่าตัวเองจะเป็นยังไงถ้าพลาดขึ้นมา
ถ้าคนอื่นอาจจะรู้สึกเหมือนโดนถีบตกเหว
 แต่เด็มมันคงเหมือนตกเหวไปแล้ว
ยังเสือกร่วงลงไปใต้ทะเลมืดๆ ที่มองไม่เห็นก้นสมุทร 
อยากให้ใครสักคนดึงตัวเองขึ้นมาแต่ก็กลัวว่าจะตกลงมาอีก
คือแม่มันอาจจะดีกับมันแล้ว พ่อใหม่อาจจะห่วงมันจริงๆ
แต่ตะปูที่ตอกไปบนกำแพงแล้วยังไงมันก็เป็นรู

ก็หวังว่า Light จะหมายถึงแสงสว่างที่ส่องให้เห็นในความมืด
ไม่ใช่การจุดไฟที่ทำให้แสบร้อนและทรมานเหมือนที่นางเจอ

T_________T
โอยย อินโว้ยยยยยยยย
อย่าเทฉันอินคนเดียววว
มาอินเป็นเพื่อนหน่อยยย
มีเพื่อนชวนเพื่อนมาอินนนน
อีไลท์ติดท็อปด้วยแหละ เพิ่งเห็น
ถ้ามันมีบุญละอันดับมันดีกว่านี้ ค่อยแคปหรือกันนน
รักมันก็ช่วยดันมันที จะขอบคุณมาก
5555555555555
ฝากเล่นแฮชแท็ก
#ไลท์โดนของ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,385 ความคิดเห็น

  1. #6092 แค่คนเลว (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 15:47
    ไลท์เข้ามาตอนที่กลัวสินะ
    #6,092
    0
  2. #5985 JINYUWIII (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 21:23
    ชอบค่ะ เเต่งดีมากทุกอย่างเชื่อมโยงกันไปหมดเลย ❤️
    #5,985
    0
  3. #5983 JINYUWIII (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 21:17
    เป็นคุณมธุสรใช่ไหมคะ 5555+
    #5,983
    0
  4. #5982 JINYUWIII (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 21:17
    เป็นคุณมธุสรใช่ไหมคะ 5555++
    #5,982
    0
  5. #5132 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 14:40
    สงสารอะทั้งเด็มทั้งแอลทั้งไลท์
    #5,132
    0
  6. #4935 Deliver Wind (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 20:32
    ไม่รู้ทำไม แต่เรารู้สึกสงสารแอล
    #4,935
    0
  7. #4918 พายแพนเตอร์ป่ะวะะ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 12:33
    หน่วงมากเลย ไลท์อย่าทิ้งเด็ม ขอรว้อง
    #4,918
    0
  8. #4916 Kie (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 12:07
    สักวันถ้าเด็มร้องไห้เพราะไลท์ มนต์ก็จะคลายหรือเปล่าเพราะถึงตอนนั้นเด็มคงรักไลท์มากๆในขณะที่ไลท์เริ่มลดลงและกลับไปเป็นปกติเหมือนแต่ก่อน ไม่อยากจะคิดเลยเด็มมันจะเสียใจแค่ไหน

    คงเจ็บปวดจนตัวเด็มหายไปและเหลือไว้เแค่แอลก็...เป็นด้ายยย~

    #เสียงเหมือนในคนอวดผี 5555555555555555555
    #4,916
    0
  9. #4852 ...NeVeR GivE uP... (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 22:10
    ไลท์อย่าทิ้งเด็ม เด็มอย่าทิ้งไลท์ด้วยนะ
    #4,852
    0
  10. #4848 Teddy'enje (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 21:25
    ฉันหน่วงมาก จะร้องงง
    #4,848
    0
  11. #4835 เงา แสงอาทิตย์ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 21:05
    อินหนักมากกกก นี่เดานะว่าถ้าอีผีไลท์กลับมาเป็นแบบเดิมแล้วเด็มจะต้องเสียใจมาก
    แล้วทีนี้พอนางเสียใจมากอีกตัวตนที่คิดว่าจะหายไปแล้วคือแอลจะตื่น
    มาแทนที่เด็มที่อ่อนแอ หลังจากนั้นอีผีไลท์ก็จะเริ่มคุ้นเคยกับเด็มหรือจำได้ลางๆแต่เด็ม
    เปลี่ยนดป็นแอลแล้ว อีไลท์ก็จะต้องพยายามดึงเด็มที่ถูกฝังอยู่ภายใต้จิตสำนึกออกมา555555. อินจัดจนเดามั่วซั่วล่ะ5555
    #4,835
    0
  12. #4834 ปากกาไร้ดาม (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 20:16
    หนูเด็มลูกกก~~ วงวารลูกสาว//อีไลท์!ถ้าเเกคิดที่จะเทลูกสาวชั้นเมื่อใด ออเจ้าจะมีอันเป็นไป!! :-!ฮู้เฮืองบ่
    #4,834
    0
  13. #4833 space_NPW (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 18:57
    ฮือออออ​เรากลัวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปอ่าาาาา​ ไลท์ แกอย่าเทเ เราห่วงเด็มมมมม​
    #4,833
    0
  14. #4831 yukoo (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 18:13
    ทำไมเรื่องนี้ปมเยอะจัดดด
    #4,831
    0
  15. #4830 princessm (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 17:43
    อินด้วยยย เนื้อเรื่องแบบน่ากลัวอ่ะ เดาไม่ได้เลย จากเรื่องบ้าบอมาเครียดขนาดนี้ได้ไง 555 เกือบไม่อ่านเรื่องนี้ละ พอลองดูไรท์สุดยอดอ่ะ good :)
    #4,830
    0
  16. #4829 ttenggi_ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 16:53
    สงสารเด็มมม :((
    #4,829
    0
  17. #4828 mmmm2816 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 16:33
    สงสารเด็ม ไลท์จะทิ้งไหมถ้ามนต์คลาย งืออออ
    #4,828
    0
  18. #4827 mmmm2816 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 16:33
    สงสารเด็ม ไลท์จะทิ้งไหมถ้ามนต์คลาย งืออออ
    #4,827
    0
  19. #4826 kaemzs (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 16:29
    งืออออ เด็มม
    #4,826
    0
  20. #4824 ข้าวหน้าเนื้อ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:35
    แค่คิดก็จะร้องไห้แทนเด็มแล้วTOT
    #4,824
    0
  21. #4823 Season_kids (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:27
    นึกภาพตอนมนตร์คลายไม่ออกเลยค่ะ แงงงงง อย่านะเว้ยยยยไลท์ TT
    #4,823
    0
  22. #4822 01949482 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:18
    ง่ะ โอ้ยยยยตายยยเเล้ววววว นี่ต้องเตรียวทิชชู่ไว้กี่ม้วนค่ะเนี่ย ถึงจะพอเช็ดน้ำตา เห้อๆ
    #4,822
    0
  23. #4821 Bopeep9_9 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:18
    อึดอัดง่าาาาา ไหวไหมเด็ม
    #4,821
    0
  24. #4820 22140741 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:06
    เด็มสู้ๆๆๆ
    #4,820
    0
  25. #4819 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:05
    น้องเด็มมมม ง่าากกกก กลัวใจจังเลย
    #4,819
    0