♥ 마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย (My Bubble tea the series)

ตอนที่ 26 : ไลท์ ll 22ll ทุกคนรู้จักฉัน 130%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    15 ก.พ. 61

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

dark Horse



22
ทุกคนรู้จักฉัน

“เรื่องเดียวที่ฉันกลัวคือ กลัวเธอจะหายไปจากฉัน”



           เฮ้อ ฉันถอนหายใจครั้งที่หนึ่ง



“ฉันจะไม่เป็นอีกคนที่ทิ้งนายหรอก ฉันสัญญา”



เฮ้ออออออออออออออออออออออ



และครั้งที่สอง



                ไลท์มาส่งฉันหน้าบ้านและยินยอมกลับไปแต่โดยดีหลังจากที่ฉันบอกว่าฉันต้องการอยู่กับพ่อและแม่บ้าง ตอนแรกเขาก็พยายามจะดื้อแพ่งเข้ามาให้ได้ กว่าฉันจะเกลี้ยกล่อมให้เขากลับไปก็เหนื่อยเอาการ



                ให้ตายเถอะ! อีตานี่นับวันยิ่งเฮี้ยนขึ้นทุกที วันนี้เขาก็แสดงอภินิหารด้วยการเทผู้หญิงคนนั้นที่มีอิทธิพลด้านการเงินกับเขามากมายมหาศาลซะเฉยๆ เขาอยากจะกดดันฉันนักหรือไงเนี่ย!



                ฉันวิ่งขึ้นมานั่งง่อยๆ อยู่บนห้องก่อนจะนั่งคิดอะไรอยู่หลายอย่าง ระหว่างทางกลับฉันแอบเอามือถือไลท์มาดูแล้วเม็มเบอร์ของผู้หญิงคนนั้นไว้ ฉันคิดว่าฉันควรจะโทรคุยกับเธอเรื่องของไลท์ แต่พอคิดไปคิดมาฉันไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรจะต้องอธิบายช่วยอีตานั่นสักนิด อีกอย่างยัยนี่คงไม่เชื่อฉันหรอก...



                เรื่องเดียวที่ฉันกลัวคือ กลัวเธอจะหายไปจากฉัน



                จู่ๆ เสียงเขาก็ลอยเข้ามาในหัวปั่นสมองให้สับสนจนได้



                โอ๊ยยยย! ไม่สน ทำไมฉันต้องสนด้วยวะ! จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่างเขาเซ่!



                มันเพิ่งบอกฉันเมื่อเช้าว่ามันจะไปเลิกให้ขาดและคุยกับเรย์ให้รู้เรื่อง เพราะมันไม่อยากให้เธอเสียใจไง



                ไม่!



                ไม่ฟัง!



                ฮืออออออ! ฉันอยากจะกรี๊ดให้คอแตก ยิ่งฉันพยายามจะไล่เรื่องของไลท์ออกจากหัว แต่ทุกอย่างก็ประดังประเดเข้ามาจนประสาทแทบกิน ถ้าวันนึงมนตร์คลายแล้ว และเขามาหาว่าฉันทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก บีบบังคับเอาเงินจากฉันแทนมันคงจะแย่กว่า ดูจากนิสัยคนอย่างหมอนั่น เขาต้องมารีดไถเงินฉันแน่ๆ 



               ดังนั้นนะ ฉันจะต้องทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมและปกติที่สุด เพื่ออนาคตที่ดีของฉัน! ฉันทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวกับหมอนั่นสักหน่อย!



                ฉันสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออก



                ตื้ดดดด



                เสียงรอสายดังขึ้นพร้อมๆ กับจังหวะหัวใจของฉันที่เต้นแรงตาม เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมบริเวณหน้าผาก สมองของฉันกำลังประมวลผลว่าควรจะพูดอะไรยังไงดี



                [ฮัลโหล เรย์พูด]



                ระ รับแล้ววววววว! ฉันสะดุ้งโหยงตอนที่ได้ยินเสียงแหลมๆ จากปลายสายจนมือถือกระเด้งหลุดออกจากมือและหล่นกับฟูกเตียงดังตุบ!



                [ฮัลโหล ได้ยินมั้ย? ใครน่ะ] ฉันได้ยินเสียงหงุดหงิดนิดๆ จากปลายสายดังออกมาจากมือถือ ยิ่งทำให้ฉันลนลานเข้าไปใหญ่ ฉันสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะรีบหยิบมันขึ้นมาใหม่



                ใจเย็น... ใจเย็นๆ นะเด็ม!



                “ฉันเอง เด็ม... ผู้หญิงที่อยู่กับไลท์น่ะ เธอจำได้ใช่มั้ย?



                [...]



                กริบ



                “เอ่อ เธอได้ยินรึเปล่า ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” ฉันพยายามพูดอีกรอบเพื่อให้ปลายสายตอบอะไรมาบ้าง การที่เธอเงียบมันทำให้ฉันอึดอัดอ่ะ ;_; นี่ขนาดฉันไม่ได้ยืนคุยต่อหน้ายังสัมผัสได้ถึงรังสีอาฆาตแผ่ออกมาจากมือถือเลยนะ ไม่อยากจะนึกว่าถ้ายืนอยู่ต่อหน้า เธอจะพุ่งเข้ามาฆ่าฉันมั้ย



                [มีอะไรอีก คุยจบไปแล้วนี่ เธอนี่เซ้าซี้น่ารำคาญจังนะ]



                “ฉันคิดว่าฉันควรจะอธิบายในส่วนของตัวเองบ้าง ที่จริงเธอน่าจะเข้าใจผิดเรื่องของเราไปนะ ฉัน... เอ่อ” ฉันอยากจะอธิบายแต่ไม่รู้จริงๆ ว่าควรเริ่มตรงไหน ถ้าบอกว่าไลท์รักฉันขนาดนี้เพราะน้ำหอมมหาเสน่ห์ เธอคงหาว่าฉันประสาทแน่ๆ “คือฉันกับไลท์ เอ่อ...”



                [ถ้าเธออยากคุยกับฉันก็มาหาฉันสิ]



                “ฮะ?



                [ฉันไม่ชอบคุยทางโทรศัพท์... ก็แล้วแต่นะ ถ้าเธอจะไม่มา] ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ ฉันกลืนน้ำลายอึกเมื่อนึกได้ว่าเธอทำหน้ายังไงอยู่



                “คุยทางโทรศัพท์ไม่ได้เหรอ... คือมันก็”



                [เท่านี้แหละ ฉันจะส่งแมสเสจไปว่าฉันอยู่ที่ไหน ถ้าเธอมาถึงแล้วก็โทรมาแล้วกัน]



                “ฮะ?



                [หวังว่าจะไม่พาหมอนั่นมาด้วยนะ]



                ตู๊ด ตู๊ด!



                เธอรวบรัดแล้วก็วางสายไปเลย ไม่รอให้ฉันตอบรับสักนิด ฉันได้แต่ถือโทรศัพท์ข้างนึงแล้วกะพริบตาปริบๆ และพยายามรวบรวมสติสตังค์ที่มีอยู่น้อยนิด เสียงแมสเสจก็ดังติ๊ง



                Ray : CQ PUB , XXX 201 JRC Rd.



                เอิ่มมม! ฉันพ่นลมหายใจทันทีที่เห็นข้อความเพราะนอกจากเธอจะอยู่ในแหล่งอโคจรแล้วยังอยู่คนละฟากกับบ้านฉันอีกต่างหาก ฉันมองชื่อสถานที่อยู่แป๊ปนึง ฉันจำได้ว่ามันเป็นผับใจกลางเมืองและค่อนข้างจะขึ้นชื่อเรื่องมั่วสุมทำให้ฉันลังเลนิดๆ



                เวร... หรือฉันจะไม่สนใจแล้วปล่อยให้อีตานั่นรับชะตากรรมไปดี



                แต่ถ้าฉันไม่ไป แล้ววันนึงมนตร์มันคลาย ชีวิตฉันก็ต้องรับกรรมต่ออยู่ดีน่ะสิ!



                โอ๊ย! ปวดหัวจะระเบิด ทำไมชีวิตฉันมันถึงได้ยากขนาดนี้เนี่ย! ฉันกุมขมับก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดเปลี่ยน อย่างน้อยฉันก็เบาใจได้เปราะนึงเพราะที่นั่นน่าจะมียาม ถ้าฉันโดนตบขึ้นมา ก็คงจะมีคนช่วยบ้างแหละ



                ฉันเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะกวาดสายตาและหยิบชุดนั้น ชุดนี้มาเลือก แต่ตลกเป็นบ้าที่ฉันมีแต่ชุดมุ้งมิ้งและไม่ได้เข้ากับสถานที่ที่จะไป ชุดเดรสยาวมั่ง กางเกงวอร์ม เสื้อแขนยาว เสื้อกันหนาว คือแบบถ้าใส่ไปก็ดูเหมือนคนไม่อ่านไลน์กลุ่มอ่ะ



                หือ... ฉันชะงักไปนิดนึงเมื่อสะดุดตากับแจ็กเก็ตหนังสีดำที่อยู่ด้านในสุด ฉันจับมันอยู่นาน นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าซื้อมาตอนไหน มันไม่ใช่รสนิยมของฉันสักหน่อย และจะเป็นของเพื่อนฉันก็ไม่น่าจะใช่ เพราะฉันไม่มีเพื่อนที่สนิทขนาดมาค้างที่บ้านสักคน...



                เอาเถอะ ฉันใส่ชุดนี้ก็ได้! ถึงหน้าไม่ให้ แต่ลุคฉันต้องได้!! ฉันจะแต่งตัวแรงๆ ทาปากแดงเข้มไปสู้เพื่อให้ดูน่ากลัวจนเธอไม่กล้าข่มเหงรังแกฉันมาก อย่างน้อยถ้าเธอไม่เกรงใจฉัน ก็ต้องเกรงใจสีปากกับเสื้อหนังฉันบ้างอ่ะ!

                 



            CQ PUB 20.00 นาฬิกา



                ในที่สุด ฉันก็อุตส่าห์ถ่อสังขารมาจนได้ ฉันใส่เสื้อด้านในสีขาวสนิท คลุมด้วยแจ็คเก็ตหนัง และกางเกงยีนส์ คงเพราะเพิ่งจะสองทุ่ม คนก็เลยยังไม่คึกคักมากนัก ด้านหน้าผับมีคนประปราย บ้างยืนสูบบุหรี่เป่าจนควันคลุ้ง บางคนก็ดูเหมือนวัยรุ่นปกติ บางคนก็เหมือนเพิ่งหลุดคดีฆ่าคนตายมา



                ฉันยืนป้ำๆ เป๋อๆ อยู่แป๊ปนึง กำลังจะล้วงมือถือขึ้นมาเพื่อโทรหาผู้หญิงคนนั้นให้ออกมาคุยให้จบๆ เพราะฉันไม่อยากจะเดินเข้าไปสักเท่าไหร่ หากแต่ขณะที่ฉันหยิบมือถือขึ้นมากด จู่ๆ ก็



                ป๊าป!



                มีใครไม่รู้มาตบบ่าฉันดังมาก!



                “โอ๊ย!” ฉันสะดุ้งแล้วหันขวับก่อนจะเห็นผู้ชายผมทรงสกินเฮด หน้าตาไม่คุ้น ไม่น่าจะเคยรู้จักกันมาก่อน แขนข้างนึงของเขาสักลายแปลกๆ มีกลิ่นบุหรี่คลุ้ง นางฉีกยิ้มกว้างทำหน้าเหมือนรู้จักกันมาสิบชาติก่อนจะ...      



                “ไม่เจอกันนานเลยนะ แอล”



                “คะ?



                แอลอะไรอีกวะ!!! ฉันทำหน้าเหวอตอนนางเรียกชื่อแอล คงเพราะฉันหลอนกับชื่อนี้และเคยได้ยินมันมาครั้งนึงจากคนพวกนั้น ฉันก็เลยกลัวๆ นิดหน่อย



                ทำไม อะไรอีก คนชื่อแอลไปต่อยไปตีกับใครที่ไหนรึเปล่าเนี่ย! ฉันไม่เอาด้วยแล้วนะ!



                “คะอะไรวะ ฉันเองไง จำไม่ได้เหรอ?” คนตรงหน้าจิ๊จ๊ะและทำฉันงงหนักกว่าเดิม โอ๊ยยย จะไปจำได้ไงล่ะ ฉันเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกนะ



                “ขอโทษนะคะ คงทักผิดคนแล้ว คือฉันเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก”



                “เล่นมุขไปอีกจ้า เออๆ ไปเถอะ เจอกันข้างใน”



                “เอ่อ...”



ไม่เจอได้มั้ยเนี่ย... ฉันมองหน้าเขาอย่างลังเล คนหัวสกินเฮดถอนหายใจแล้วเดินไปทางอื่น ปล่อยให้ฉันยืนโง่ๆ อยู่ที่เดิม ฉันถอนหายใจเซ็งก่อนจะกดมือถือโทรหาผู้หญิงคนนั้นแต่เพราะบริเวณที่ฉันยืนอยู่ดันไม่มีสัญญาณ ฉันเลยต้องเดินไปรอบๆ และ...



“เฮ้ย แอลลลลลลลล”



ก็มีคนทักฉันอีกแล้ว!! ฉันหันตามเสียงเรียก กำลังจะปฏิเสธเมื่อเห็นผู้ชายผมทอง เจาะหูเป็นสิบๆ รูกำลังวิ่งมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพราะเสียงตะโกนโหวกเหวกของคนหัวทองทำให้ผู้หญิงที่กำลังยืนสูบบุหรี่ใกล้ๆ ฉันตวัดสายตามามองและเธอก็...



“อ้าว แอลนิ”





30%

ฮะ!! อีกแล้วเหรอ!



“แอลลลลลล” เสียงของอีตาผู้ชายหัวทองร้องมาแต่ไกลก่อนจะทำเรื่องที่ไม่คาดคิดอย่างการพุ่งเข้ามากอดฉันจนหน้าอกเรากระแทกกันดังปั่ก!



“โอ๊ย!” ฉันร้องตกใจแล้วเผลอผลักเขาเต็มแรงจนคนตัวสูงถูกกระแทกออกจนเกือบล้ม! ใจฉันร้อนวาบและสับสนเพราะหลายคนที่นี่เรียกฉันด้วยชื่ออื่น ฉันกวาดสายตาลนลานไปมองแล้วขยับถอยหลังตอนที่พวกเขาทำท่าจะเดินเข้ามาหา



“ผลักฉันทำไมเนี่ย ไม่เจอกันตั้งนาน พวกฉันก็คิดถึงสิ”



“แอลก็เป็นอย่างนี้แหละ นายยังไม่ชินอีกรึไง” ผู้หญิงตัวบาง สูงราวร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทนั่นเป่าควันบุหรี่จนคลุ้งแล้วปรายหางตามองฉัน



“เอ่อ คือฉันว่าพวกคุณคงทักคนผิดแล้ว ฉันไม่ใช่แอลนะ” ฉันรีบยกมือเบรกและส่ายหัวปฏิเสธ



“แหม เล่นมุขอะไรเนี่ย ป้ะๆ เราเข้าไปพร้อมกันดีกว่า ได้ยินว่าไอ้ลิ้งมันชอบเธอมากจนไปตามหาเธอถึงมอเลยนิ เป็นไงได้ทุ่มพวกมันอีกสักรอบรึเปล่า” อีตาหัวทองนั่นไม่ฟังฉันแถมยังเอื้อมมือมาจับแขนแล้วทำท่าจะลากฉันเข้าไปด้านในอีกต่างหาก



“ฉันไม่ได้เล่นมุขนะ ฉันไม่ใช่แอลจริงๆ ฉันชื่อเด็ม” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้คนผมสีทองชะงักไปนิดนึง เขาหันขวับแล้วย่นคิ้วก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเกือบจะชิดหน้าฉัน



“เด็มคือใครวะ ดูยังไงก็แอลชัดๆ”



“ฉันไม่ใช่แอลจริงๆ นะ”



“ถ้าเธอไม่ใช่แอล แล้วเธอจะใส่เสื้อแอลมาได้ไง เล่นอะไรไม่เตี๊ยมเลยเนี่ย” เขาส่ายหัวแล้วขยับตัวออกไปพลางมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันยืนมองเขาด้วยสายตาสับสนก่อนที่คนตัวสูงจะใช้นิ้วมือจิ้มเข้าที่แจ็คเก็ตหนัง “ก็ไอ้โลโก้กลมๆ ที่เขียนชื่อเธอตรงอกข้างขวานี่ไง เธอสั่งทำแล้วเป็นคนเอามาติดเองนี่”



“ฮะ” ฉันรีบก้มลงมองทันทีที่เขาเอ่ย ฉันไม่ได้สังเกตแต่พอคนตรงหน้าเอ่ยปุ๊ป ฉันก็เพิ่งจะเห็นว่าไอ้โลโก้นี่มันเขียนว่าแอลจริงๆ ด้วย ฉันเข้าใจว่าเป็นยี่ห้อซะอีก



ไม่สิ แล้วเสื้อผู้หญิงคนนั้นจะมาอยู่ที่ฉันได้ไง!



ฉันยืนค้าง คิดอะไรไม่ออก เสียงของพวกนั้นตอนที่เจอฉันครั้งแรกก็ดังขึ้นมาในหัว ภาพความทรงจำของฉันมันชัดขึ้นเล็กน้อย...



ฉันก็แค่ล้อเล่น... ฉันจำไม่ผิดหรอก ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็เธอ แม้แต่ไฝบนหน้าก็มีห้าเม็ดเท่ากัน ทำไมฉันจะพลาดล่ะ



ขาของฉันก้าวถอยหลังอัตโนมัติ คิ้วของฉันขมวดเข้าหากัน คนผมทองทำหน้างงๆ และคลายแรงแขนที่ดึงฉันอยู่



บ้าเหรอ ก็แค่บังเอิญ ฉันไม่เห็นจะจำอะไรได้เลยสักอย่าง ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมเสื้อเธอถึงอยู่ที่ห้องฉัน



                “เธอเป็นอะไร?” คนหัวทองและผู้หญิงในชุดเดรสรัดรูปมองฉันด้วยสายตาประหลาดใจ ใจฉันมันสั่นแรงจนคิดอะไรไม่ออก ฉันได้แต่มองและยืนเงียบเพื่อตั้งสติอยู่พักใหญ่



                ไม่สิ ฉันจะเป็นผู้หญิงคนนั้นได้ไง ฉันจำได้ว่าฉันเคยเห็นเธอในตอนที่พวกนั้นกำลังรุมทำร้ายฉัน... และอีกอย่างคนง่อยๆ อย่างฉันจะมีปัญญาไปทุ่มคนพวกนั้นได้ไงล่ะ ฉันไม่เคยแม้แต่จะคิดมาที่นี่ด้วยซ้ำ



                “ฉัน เอ่อ ฉันไม่ใช่แอลจริงๆ ฉันขอโทษนะ ฉันคงต้องไปก่อน” ฉันหมุนตัวกลับ ในสมองไม่คิดถึงเรื่องเรย์อีกต่อไปแล้ว ฉันแค่อยากไปให้พ้นๆ จากที่นี่เพราะความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ขาของฉันขยับเพื่อวิ่งไปทางถนนใหญ่ ทว่าจู่ๆ สายตาฉันก็สบกับใครบางคนที่เดินมาเป็นกลุ่มทำให้ฉันหยุดชะงักลง



                เดี๋ยวนะ...



                “อ้าว เธอมาถึงก่อนฉันอีกเหรอเนี่ย?” ร่างบางและผมสีอ่อนนั่นยิ้มให้ทันที เธอใส่เสื้อครอปและขายาว ผูกเอวด้วยเสื้อลายสก็อต นัยน์ตาเรียวรีนั่นมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังหัวเราะเยาะอยู่ในที ฉันไม่ได้ตกใจที่เจอเธอหรอก เพราะยังไงเราก็นัดกันไว้ ไอ้ที่ตกใจน่ะคือพวกที่อยู่ด้านหลังมากกว่า! “ฉันอุตส่าห์พาคนรู้จักเธอมาด้วย”



                ลิ้ง!!



                โอ๊ย มันจะอะไรนักหนาเนี่ย! เดี๋ยวก็มีคนมาหาว่าฉันเป็นแอล เดี๋ยวก็มีศัตรูโผล่มาอีก! ช่วงนี้ฉันดวงตกอับเหรอ หรือว่าเป็นปีชงถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อน ซวยไม่เลิกราขนาดนี้อ่ะ หรือว่าฉันเกิดมาพร้อมกับฤกษ์ดาวซวยวะ!



                “เธอรู้จักกันด้วยเหรอ?” ใจฉันวูบวาบนิดๆ นึกถึงเรื่องล่าสุดที่เพิ่งจะเกิดขึ้นคือพวกเราตีกันในห้องเรียนมหาวิทยาลัยฉันจนหัวฉันแตก แขนไลท์เจ็บเป็นแผลยาวและเพื่อนของลิ้งก็เกือบจะโดนถังดับเพลิงฟาดจนหัวแบะด้วย



                แต่ละเหตุการณ์ที่เจอกัน น่าประทับใจสุดๆ ไปเลย!



                “โลกกลมกว่าที่เธอคิดนะ เธอคิดว่าฉันอยากจะคุยกับเธอรึไง ทำไมฉันต้องมานั่งฟังเรื่องไร้สาระที่เธอจงใจจะกวนประสาทฉันด้วย น่ารำคาญสุดๆ” เรย์พ่นลมหายใจแล้วกลอกตามองบน เอ่อ ไม่อยากคุยก็พูดกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นจะต้องพาผู้ชายมาข่มขู่ฉันเลยอ่ะ ฉันเข้าใจภาษามนุษย์นะ เผื่อเธอจะยังไม่รู้



                “เอ่อ คือ... วันนี้ฉันคงไม่สะดวกที่จะคุยเท่าไหร่น่ะ เอาไว้วันอื่นเราค่อยคุยกันใหม่ดีกว่านะ” ฉันยิ้มแห้งก่อนจะค่อยๆ ย่องกระดึ้บๆ เพื่อปลีกตัวออกจากบริเวณสุ่มเสี่ยง อีตาโล้นนั่นถลึงตาใส่ฉันในขณะที่ลิ้งหัวโจกยิ้มหวานเคลือบยาพิษ



                “ไม่เอาสิ คนสวย ฉันอยากคุยกับเธอนะ เราไม่ได้คุยกันแบบจริงจังสักที มีแต่ก้างเข้ามาขวางตลอด” น้ำเสียงหวานๆ นั่นฟังแล้วไม่หวานสักนิด รู้สึกขนลุกซะมากกว่า



                “เอ่อ วันนี้ฉันไม่สะดวกจริงๆ”



                “แต่ฉันสะดวกนะ แอล” นัยน์ตาสีเข้มแปลบปลาบขึ้นมาทันทีที่เรียกชื่อนี้ ฉันหันขวับแล้วอยากจะตะโกนกรอกหูว่านั่นไม่ใช่ชื่อฉันโว้ย แต่ที่ทำได้คือการห่อไหล่และทำหน้าจริงใจที่สุด



                “นี่ เรื่องที่แล้วๆ ก็ให้แล้วไปเถอะ เราจะทะเลาะกันไปทำไม ลุงตุ๊สนับสนุนให้คนไทยสามัคคีปรองดองกันนะรู้มั้ย”



                “ที่จริงฉันก็ประทับใจในตัวเธอมากนะ เพราะฉันชอบผู้หญิงเก่ง แต่คิดดูอีกที เธอนี่ทำตัวน่ารำคาญเป็นบ้า”



                อ้าว



                “การที่เธอแอ๊บอ่อนแอและให้ไอ้เวรนั่นมาทำร้ายเพื่อนฉันนี่มันน่าหงุดหงิดจริงๆ ให้ตาย”



                พรืดดด



                เรย์หลุดหัวเราะตอนที่อีตาหัวโจกลิ้งนั่นด่าฉันด้วยใบหน้านิ่ง ซึ่งเอาจริง ฉันไม่โกรธเขาหรอกนะ เพราะสิ่งที่เขาพูดอ่ะมันไม่ใช่ฉันสักอย่าง ทั้งเก่งและแอ๊บอ่อนแอเนี่ย... คือฉันไม่ได้เก่งและฉันไม่ได้แอ๊บด้วย ตั้งแต่เกิดมาจนอายุเท่านี้ ฉันกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าฉันง่อยจริง หงอจริง อ่อนแอจริง ไม่อิงแสตนอินด์ด้วย!



                “หมอนั่นทำเพื่อนฉันเสียขวัญหมด” ลิ้งยิ้มจนตาหยีแต่มีรังสีน่ากลัวแผ่ออกมาจนน่าขนลุก ฉันทำท่าจะเดินไปอีกทางทว่ามือใหญ่นั่นก็คว้าเข้าที่แขนฉันดังหมับ! “เราไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีกว่า ทำเลดีๆ แถวนี้”



                “ถ้าอยากคุย ก็คุยกันที่นี่ก็ได้มั้ง...” เสียงฉันอ่อนลง



                “ฉันไม่ยุ่งนะ ฉันขอตัวไปจอยในผับดีกว่า” เรย์ไหวไหล่แล้วหมุนตัวเดินไปปล่อยให้ฉันยืนเคว้งคว้างท่ามกลางหัวล้านหนึ่งคน และอาชญากรอีกสองคนที่ทำท่าเหมือนจะจับฉันไปฆ่าและฝังซะตอนนี้ ;_;



                โอ๊ย ไม่นะ บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะเฟ้ย จะมาจับฉันลากไปลากมาแบบนี้มันถูกต้องแล้วเหรอ!



                “เอ่อ นี่ เราก็เพิ่งขึ้นโรงพักกันไปนะ ฉันว่าเราควรจะ...”



                “ตามพวกฉันมาดีๆ ดีกว่านะแอล” ลิ้งบีบมือฉันแน่นขึ้นจนฉันสะดุ้งเพราะความเจ็บ สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปสักนิด “ฉันไม่ชอบทำร้ายผู้หญิงเท่าไหร่ ผู้หญิงบอบบางไปหน่อย กลัวกะแรงผิดแล้วตายขึ้นมา ฉันจะยุ่งเอา...”


67%

               เฮือก!



                เสียงธรรมดา หน้าเรียบนิ่ง แต่คำพูดกลับทรงพลังจนทำให้อากาศรอบตัวฉันเย็นลงหลายองศา ฉันยืนนิ่งรู้สึกอยากจะด่าในความโง่ของตัวเอง ฉันไม่น่าจะอยากเข้าไปสาระแนเรื่องของไลท์เลย นอนตีพุงอยู่บ้านเฉยๆ ก็สบายแล้วเนี่ย ;_;



                “นายคิดจะทำอะไร?” ฉันถามเสียงเบามาก



                “ฉันก็แค่จะเรียกไอ้ไลท์มาขอโทษเพื่อนฉันเอง ไม่มีอะไรหรอก”



                มะ ไม่มีอะไรของนายมันดูมีอะไรมากๆ เลยอ่ะ แล้วคนอย่างไลท์ไม่มีวันขอโทษเพื่อนเขาหรอก! แล้วทำไมต้องขอโทษด้วยในเมื่อเพื่อนเขารุกรานฉันก่อนนะ!



                “ทำไมไลท์ต้องขอ...” ฉันกำลังจะเถียงเขาหากแต่อีตาหัวทองที่เคยทักฉันก่อนหน้านี้ก็เดินมาทางเราก่อนจะโพล่งแทรกขึ้นมาก่อน



                “เฮ้ย ไอ้ลิ้ง นี่มึงยังไม่เลิกตามแอลอีกเหรอวะ ก็เห็นอยู่ว่าแอลไม่เล่นด้วย”



                “...”



                “แอล เราไปเมาข้างในกันเถอะ” อีตาหัวทองนั่นเดินมาทำท่าจะลากฉันไปในผับพร้อมรอยยิ้มหวาน ฉันพยักหน้าหงึกหงักเพราะอยากออกจากตรงนี้มากถึงมากที่สุด ถึงฉันจะไม่รู้จักเขาแต่ความเป็นมิตรและความน่าจะปลอดภัยน่าจะมากกว่าถ้าฉันเดินไปกับนาง หากแต่ความหวังของฉันพังลงเพราะอีตาหัวทองนั่นยังเดินไม่ถึงรัศมีที่จะเอื้อมมือจับฉันได้ จู่ๆ ลิ้งก็ยกขาแล้วกระแทกส้นเท้าเข้าที่กลางท้องของเขาดังปั่ก!!



                รอยยิ้มของเขาหายไปกลายเป็นใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความจุก เขาเสียหลักเซล้มจนก้นจ้ำเบ้า มือข้างนึงกุมท้องตัวงอและร้องครวญคราง ไม่มีคำขอโทษใดๆ จากปากลิ้ง เขาแค่ยืนมองด้วยหางตาและพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความ



                “เสือก”



                “โอ๊ย” ฉันร้องเจ็บเพราะหลังจากที่เขาพูดประโยคนั้นร่างฉันก็ถูกกระชากไปตามแรงของเขา โอ๊ย คนนะ ไม่ใช่เชือก เอะอะดึงอยู่ได้



                “พวกมึงโทรตามไอ้ไลท์ด้วย” คนที่กำลังดึงฉันหันไปสั่งด้วยสีหน้าหงุดหงิด ฉันมองพร้อมกับเกิดความคิดขึ้นมาในหัว การที่เขาอยากจะเจอไลท์ คงไม่ได้อยากให้ไลท์ขอโทษเฉยๆ หรอก... เขาต้องทำอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ



                ฉันกลืนน้ำลายก่อนจะนึกไปถึงเหตุการณ์ที่พวกเขาวิวาทกันในห้อง หน้าไลท์ที่โกรธจัดยังคงปรากฎชัดในความทรงจำของฉัน พวกนั้นต้องอยากเอาคืนไลท์แน่ๆ ถ้าหมอนั่นมาต้องโดนรุมกระทืบแหงๆ สามรุมหนึ่ง ถ้าไม่ใช่แชมป์มวยปล้ำระดับเวิร์ลคัพหรือเดอะฮักเขาก็คงสู้ไม่ได้หรอก!



                ทำยังไงดี...



                ไม่สิ... ถ้าไลท์มา เขาก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่บ้านอ่ะดิ เขาจะต้องหาเรื่องหรือจับฉันสักกลางหน้าผากเป็นชื่อของเขาอีกแน่! แค่นี้เขาก็ตามติดชีวิตชนิดที่กาวตราช้างยังต้องกราบ กว่าฉันจะสลัดได้แต่ละทีและหนีมาพักใจได้แต่ละหน มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะยะ!



                แต่เอ๊ะ ถ้าไลท์มาแล้วโดนพวกนี้รุมกระทืบจนสาหัส แล้วฉันเอาไปเล่าให้พ่อเขาฟัง พ่อเขาอาจจะเป็นห่วงจนร้องไห้ก็ได้นะ แล้วถ้าไลท์ขาหักสักข้างก็จะเป็นอุปสรรคในการตามติดชีวิตฉัน นี่มันเป็นโอกาสอันดีของฉันเลยไม่ใช่เหรอ?



                ความคิดชั่วช้าแล่นแวบเข้ามาในสมองทว่าจู่ๆ ใจฉันก็หวิวอย่างประหลาด เมื่อหน้าของเขาลอยเข้ามาในความทรงจำ เสียงของไลท์และสายตาเป็นห่วงที่เขาเคยมองมันทำให้ฉันหงุดหงิด



                โอ๊ย! ไม่ได้! ฉันไม่ได้ชั่วสักหน่อย ฉันก็แค่จะทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม และเพื่อที่ฉันจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเท่านั้นแหละ ถ้าพวกนี้กระทืบไลท์ พวกเขาก็จะจบซึ่งความแค้น และถ้าพวกเขาไม่จบ พวกเขาก็จะตีกันเอง ส่วนฉันก็รอดตัว แถมยังเป็นอิสระจากเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายอย่างพวกเขาด้วย!



                ฉันคิดอยู่นานก่อนจะมองหน้าคนที่กำลังดึงแขนฉันอยู่แล้วตัดสินใจโพล่งขึ้นมา



                “นี่ ไม่ต้องดึงฉันก็ได้ ฉันจะเดินตามนายดีๆ” ฉันว่าแล้วมองหน้าลิ้ง เขาหันขวับมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรก่อนจะชะงักเมื่อเห็นฉันกำลังยิ้มให้จนตาหยี “และฉันจะโทรหาไลท์ให้นายเองด้วย แต่นายต้องสัญญากับฉันข้อนึงได้มั้ย?



                “มามุขไหนอีกล่ะ” เขาแค่นหัวเราะด้วยสายตาไม่เชื่อใจนัก



                “ก็เปล่า นายบอกอยากให้ไลท์ขอโทษเพื่อนนายนิ อันที่จริงฉันก็คิดว่าเขาทำเกินไปเหมือนกันและอีกอย่าง...” ฉันว่าแล้วสบนัยน์ตาคนตัวสูงแล้วกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ จากที่ใจฉันหวิวอยู่แล้วมันกลับมากขึ้นไปอีก “ฉันไม่ได้คบกับไลท์เพราะชอบหรอกนะ แต่หมอนั่นแค่บังคับให้ฉันคบด้วย”



                “...ล้อเล่นอะไรวะ” ลิ้งย่นคิ้วติดกัน



                “ฉันพูดจริงๆ นะ ไม่เชื่อนายก็ดูนี่” ฉันว่าแล้วหมุนไหล่ข้างขวาไปทางเขา ใช้แขนข้างที่ว่างเปิดเสื้อแจ็คเก็ตและเลิกแขนเสื้อตัวด้านในขึ้น “เพราะฉันพยายามจะหนีเขา เขาเลยสักชื่อตัวเองไว้บนไหล่ฉันไง”



                “พวกเธอนี่... ความสัมพันธ์แปลกๆ ดีนะ แล้วไอ้ที่จะให้สัญญาน่ะคืออะไรล่ะ”



                 “ฉันไม่ชอบเจ็บตัว”



                “หืม?



                “ดังนั้นฉันจะทำทุกอย่างตามที่นายขอ เอ่อ เฉพาะที่ฉันทำได้นะ แต่นายห้ามทำร้ายฉันเด็ดขาด”



                “เฮอะ ทำไมฉันต้องสนเธอด้วย ในเวลาแบบนี้เธอมีสิทธิ์ต่อรองอะไรได้รึไง”



                “แล้วถ้าฉันไม่เป็นคนโทรไปหาไลท์ เขาอาจจะสงสัยพาเพื่อนมาปะทะกับพวกนายก็ได้นี่ นายอยากจะเสียแรง เสียเวลา และเสี่ยงนักรึไง”



                “...” ลิ้งมองหน้าฉันนิ่งอยู่นาน “ไอ้ไลท์มันรู้รึเปล่าว่าเธอเป็นคนแบบนี้”



                ฉันยิ้มแห้ง ไลท์ไม่รู้หรอกและจะไม่มีทางรู้ด้วยถ้าไม่มีใครพูด จะว่าฉันใจร้ายก็คงใช่แหละ แต่ไลท์เองก็ใจร้ายกับฉันตั้งหลายอย่าง เขาทำฉันเจ็บแถมยังล่อลวง ลวนลามฉันตั้งเยอะ! ฉันไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเขาหรอก!



         “ถ้าไม่มีใครพูด ไลท์ก็ไม่มีทางรู้”


83%

          “ฮะฮะฮะฮะ ตลกดีว่ะ เธอแม่งได้ใจฉันจริงๆ ขนาดฉันยังไม่ชั่วเท่าเธอเลยนะ” ลิ้งขำแล้วปล่อยมือฉันก่อนจะดึงไหล่เข้าไปตบด้วยความชอบใจ ฉันไม่ได้รู้สึกว่าโดนชมเลยอ่ะ เหมือนกำลังโดนด่า... “เอาสิ งั้นเธอก็โทรไปหามันเลย ที่ไหนดีนะ สวนสาธารณะแถวนี้แล้วกัน”



                ลิ้งว่าแล้วยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก นัยน์ตาของเขาส่องประกายวาววับด้วยความสนุก



                ฉันกลืนน้ำลาย ทั้งที่ตั้งใจจะทำในสิ่งที่พูดแล้วแท้ๆ แต่จู่ๆ ใจฉันมันก็สั่นและรู้สึกแปล๊บขึ้นมาตอนที่กำลังล้วงมือถือ ฉันเลื่อนเบอร์ไลท์ผ่านสายตาไปตั้งสองสามรอบแต่ฉันกลับไม่กล้าที่จะกดจนกระทั่งลิ้งสังเกตเห็นแล้วคว้ามือถือฉันไป!



                “นี่!!” ฉันร้องด้วยความไม่พอใจ



                “ลีลาอยู่ได้ นี่ใช่มั้ยเบอร์มัน” คนตัวสูงมองจอมือถือฉันครู่หนึ่ง และเพราะฉันเม็มชื่อในมือถือตรงตัวกับชื่อคน แถมรายชื่อในมือถือฉันก็มีคนไม่เยอะ เขาเลยหาเจอภายในเวลาไม่กี่วินาที เขากดโทรออกแล้วโยนมือถือมาให้ฉันอย่างกะทันหันจนแทบรับไม่ทัน! คนตัวสูงไหวไหล่พลางมองด้วยสายตาราวกับว่ารอดูละครฉากเด็ด



            ตู้ด ตู้ด...



                เสียงรอสายดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ฉันเริ่มมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมขึ้นมาตามกรอบหน้า อากาศโดยรอบไม่ได้ร้อนเลยสักนิดแต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนมีเตาไฟอยู่ใกล้ๆ



                โอ๊ย พอ! ทำไมฉันจะต้องลนลานด้วย ฉันก็แค่ต้องบอกให้ไลท์มาเท่านั้นแหละ แล้วทุกอย่างก็จะจบไง พ่อเขาร้องไห้ ไลท์เลิกตามฉัน ลิ้งเลิกวอแวฉัน วิน-วิน ทุกอย่างแฮปปี้!



            ตู้ด ตู้ด ตู้ด...



                เสียงรอสายยังคงดังอย่างต่อเนื่อง



                บางทีไลท์อาจจะหลับแล้วมั้ง เขาคงไม่รับหรอก น่าเสียดายจัง ฉันคงเรียกเขามาไม่ได้ในวันนี้... ไว้ฉันค่อยคุยกับลิ้งอีกทีวันอื่นดีมั้ยเนี่ย...



                “ไลท์ไม่รับเลย ฉันว่าไลท์อาจจะ...” ฉันเงยหน้าจากจอมือถือกำลังจะบอกลิ้งว่าเขาคงหลับไปแล้ว และวันนี้แพลนคงล่มแน่ๆ หากแต่ฉันยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ เสียงจากมือถือของฉันก็ดังลอดขึ้นมาแทรก



                [ฮัลโหล]



                ให้ตายเถอะ เขาตายยากเกินไปมั้ยเนี่ย!



                [เธอคิดถึงฉันสินะ ถึงได้โทรมา] อีตาคนปลายสายยังมโนเข้าข้างตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในขณะที่ฉันกับลิ้งสบตากัน ฉันเห็นลิ้งระบายยิ้มมีความสุขสุดๆ แล้วเขาก็พยักเพยิดให้ฉันพูดตามบทที่ฉันบอกไปก่อนหน้านี้



                “เอ่อ ใช่ ฉันคิดถึงนาย” ฉันอึกอัก พยายามจะไล่ความคิดด้านดีที่มีออกไป



                [ฟังแล้วรู้สึกดีจัง]



                “...” ฉันชะงักและร้อนวาบที่หน้าอก ฉันเกลียดที่เขาดีใจ เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกผิด โอ๊ย ไม่! ฉันต้องไม่หวั่นไหว คิดการใหญ่ ใจต้องนิ่งสิเด็ม! “ฉันอยากเจอนายจัง”



                [ได้ งั้นฉันจะไปหาเธอที่บ้าน]



                “เจอกันที่อื่นดีกว่า ฉันขี้เกียจตอบคำถามแม่”



                [แล้วออกมาจากบ้านคนเดียวไม่เป็นไรรึไง เดี๋ยวฉันไปรับ]



                “ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ฉันนั่งรถออกมาแล้วด้วย”



                [อะไรของเธอวะ]



ฉันเงียบไป ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ฉันก็กลัวขึ้นมา ฉันลังเลและย่นคิ้วจนแทบชิดกันก่อนจะถูกลิ้งจ้องกลับมานิ่งๆ ราวกับรอดูท่าทีของฉันอยู่ ฉันกลืนน้ำลายและไล่ความคิดไร้สาระออกไป ฉันรู้ว่าถ้าทุกอย่างมันเป็นไปตามที่ฉันจินตนาการไว้ มันจะต้องดีต่ออนาคตของฉันแน่ๆ ยังไงพ่อเขาก็ต้องเสียน้ำตาให้กับเรื่องนี้บ้างไม่มากก็น้อย และทุกอย่างก็จะจบ ชีวิตฉันจะกลับสู่ปกติสุข...



“ฉันจะรอนายที่...CQ Pub



ฉันตัดสินใจพูดออกไปจนได้



                “บอกไปสิว่าด้านหลังผับ” ลิ้งกระซิบแล้วพยักเพยิดให้ฉันบอกคนในสาย ฉันทำท่าลังเลแต่เขาถลึงตาใส่เหมือนเขาจะตีฉันแน่ถ้าฉันไม่พูด



                “ด้านหลังผับนะไลท์ ฉันอยากอยู่แบบส่วนตัว” ฉันอ้างข้างๆ คูๆ ไม่รู้ว่าคนปลายสายจะเชื่อรึเปล่า



                [นี่เธอ...] ไลท์เอ่ยเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ฉันคิดว่าบางทีเขาอาจจะสังเกตเห็นความผิดปกติแล้วไม่ยอมมาก็ได้ เพราะฉันก็ไม่ได้มีลุคเหมือนคนที่ชอบเที่ยวผับและก็แทบจะไม่เคยชวนเขาไปไหนก่อนเลย แถมดันอยากเจอในพื้นที่เปลี่ยวและไร้ผู้คนอีกต่างหาก ถ้าเขาไม่โง่มาก ก็ต้องไม่คิดอะไรเลยนั่นแหละถึงยอมมา



                “อะไรเหรอ?” ฉันพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุดเพื่อไม่ให้ปลายสายจับพิรุธได้



                [แถวนั้นมันใช่ที่ๆ คนดีๆ เขาไปกันที่ไหน... เอาเถอะ ฉันจะรีบออกไปแล้วกัน]



                “ฉันจะรอนะ” ฉันทิ้งท้ายแล้ววางสายพร้อมกับถอนหายใจยาวๆ คนตัวสูงที่ยืนฟังอยู่ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี แล้วเดาะลิ้นหนึ่งที



                “ทำได้ดีนิ”



                “ตลกว่ะ คนที่อยากให้แม่งโดนกระทืบที่สุดดันเป็นแฟนของมันเอง ไอ้เวรนี่น่าสงสารฉิบหาย” ไอ้โล้นขำแล้วมองหน้าฉันด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ฉันเบี่ยงสายตาหลบก่อนจะถูกลิ้งดึงแขนและมองหน้าฉันแทนคำพูดว่าตอนนี้ฉันต้องย้ายถิ่นฐานไปด้านหลังผับ CQ เพื่อรอไลท์ได้แล้ว “ฉันยังจำหน้ามันตอนถือถังดับเพลิงมาไล่ฟาดได้อยู่เลย”



                “ให้มันรีบมาเหอะ แค่คิดก็สะใจแล้วเนี่ย 5555555” ผู้ชายอีกคนหัวเราะจนตัวงอ ฉันเงียบแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่นพลางเดินนำหน้าพวกเขาไปจนถึงด้านหลัง ฉันรู้สึกว่าขาของฉันมันหนักขึ้นตั้งแต่ที่วางสายโทรศัพท์และไลท์ก็ตกลงว่าจะมา... แค่ฉันบอกให้มา เขาก็มา ไม่ถามสักคำว่าทำไม ปกติเขาก็ไม่โง่นี่ ทำไมวันนี้ถึงไม่สงสัยอะไรบ้าง



ให้ตายเถอะ เขาควรโดนซะบ้าง ใช่ว่าเขาจะดีกับฉันเพราะเขาอยากจะดีสักหน่อย มันก็แค่เพราะน้ำหอมทั้งนั้นแหละ และก่อนหน้านี้ฉันก็ใช่จะอยู่อย่างสงบแล้วไม่โดนเขาทำร้ายจิตใจซะหน่อย ฉันไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด!



ฉันเดินไปคิดไปจนกระทั่งพวกเราเดินมาถึงด้านหลัง ที่นี่ไม่มีคน มีเพียงแสงไฟสีเหลืองสลัวๆ เพราะไฟจากด้านข้างของร้าน ฉันเดาว่าที่นี่เป็นจุดที่คนชอบหลบมาสูบบุหรี่เลยมีแต่ก้นบุหรี่ทิ้งเต็มพื้นไปหมด แถมยังมีพวกกองข้าวของที่หักพังใช้การไม่ได้กองไว้กองหนึ่ง เช่น ขวดแก้วแตก เศษไม้ ท่อนไม้ เก้าอี้ขาหัก ท่อนเหล็กที่ดูเหมือนจะเคยเป็นส่วนนึงของอะไหล่เครื่องยนต์อะไรสักอย่าง ลิ้งเปิดโหมดไฟฉายจากมือถือแล้วส่องไปที่กองนั้นก่อนจะเลื่อนแสงไฟมาเข้าที่หน้าฉัน



“แอล”



“ฮะ?



“หยิบไม้ท่อนนั้นมาให้หน่อยสิ” ลิ้งแยกยิ้มชั่วๆ ก่อนจะเลื่อนแสงไฟไปที่ไม้ท่อนนึงที่ค่อนข้างจะหนาและใหญ่ประมาณท่อนแขน มีตะปูตอกอยู่สองสามตัว ฉันเดาเอาว่าน่าจะเป็นเศษซากจากเฟอร์นิเจอร์สักชิ้นของในร้านนี้



“เอ่อ นายจะเอาไปทำไมเหรอ?” ฉันพอจะนึกออกว่าเขาอยากได้ไม้นี่ไว้ทำอะไร แต่ฉันไม่อยากจะยอมรับว่าฉันรู้ ไอ้ตะปูที่ติดไม้นั่นอยู่ พอมองดูดีๆ มันมีสนิมด้วย ถ้าฟาดหัวใครแตกต้องเป็นบาดทะยักแหงๆ เขาจะเอาของอันตรายแบบนี้มาตีไลท์เหรอ... ก็จริงอยู่ที่ฉันอยากให้เขาโดนซะบ้างแต่ถ้าเขาตายขึ้นมาจะทำไง



“ฟาดแฟนเธอไง ยังไงเธอก็ไม่ได้คบกับมันเพราะชอบอยู่แล้วนิ”      



“...”



“ทำไม ฉันพูดอะไรผิดรึไง?” ลิ้งเลิกคิ้วตอนที่ฉันจ้องเขานิ่งๆ



“มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ กับ เอ่อ ไม้อันนี้”



“ฉันไม่ทำแฟนเธอตายหรอกน่า”



ฉันยืนนิ่งแล้วกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ลมเย็นพัดเข้าปะทะหน้าฉันวูบหนึ่ง ใจฉันก็นึกถึงหน้าไลท์ขึ้นมาพร้อมกับเสียงไม้ที่ฟาดเข้ากับเนื้อของเขาดังปั่กในวันนั้น แค่จินตนาการถึงมันฉันก็ไรขนอ่อนลุกชันและสะดุ้งอย่างเสียไม่ได้



ไม่ ไม่ ฉันไม่จำเป็นต้องคิดถึงมันหรอก! ถ้าเขาสาหัสมันก็ดีแล้วสิ พ่อเขาต้องร้องไห้น้ำตาเป็นสายแน่ๆ ต่อให้พ่อเขาไม่ร้องก็ต้องมีใครสักคนที่รักเขาจริงๆ ปรากฎตัวมาบ้างแหละ!



ฉันเม้มริมฝีปากก่อนจะก้มโค้งลงนิดนึงแล้วจับไม้น่ากลัวนั่นขึ้นมาแล้วเดินไปทางคนตัวสูง เขายื่นมือออกมารอรับ ทว่าจู่ๆ เขาก็ชักมือกลับแล้วยกยิ้มที่มุมปาก



“ไม่สิ แบบนี้ดีกว่า ถ้าฉันจับไม้ตอนนี้แล้วรอตีมัน มันก็จะแค่เจ็บตัว” หมอนั่นหัวเราะเหมือนคนโรคจิตพลางส่งยิ้มให้ฉัน “แต่ถ้ามันเดินมาแล้วเห็นเธอเป็นคนส่งไม้ให้ฉันกับมือ น่าจะสนุกกว่า”


100%

“นี่!



“ทำไมล่ะ เธอไม่ได้ชอบมันสักหน่อย สนทำไม มันบังคับให้เธอคบกับมันนิ”



“มันก็ใช่ แต่ว่ามันจะไม่ทำร้ายจิตใจเกินไปรึไง”



“แหม คนเราคิดจะทำอะไรแล้วต้องไปให้สุดสิแอล ถ้าเธอเป็นคนยื่นให้ มันจะได้ไม่อยากคบเธอแล้วไง”



แต่เขาจะอยากฆ่าฉันแทนน่ะสิ! ในขณะที่ฉันกำลังอึ้งกับผู้ชายที่จิตวิปริตและนิสัยไม่ดีตรงหน้า เสียงริงโทนมือถือฉันก็ดังขึ้น



Rrrr Rrrr



                ฉันยืนเกร็งเพราะรู้ว่าปลายสายนั่นคือใคร ส่วนสามคนนั้นดันทำหน้าตื่นเต้นเหมือนกำลังจะเล่นเกม ผู้ชายสองคนนั้นทำท่าจะเดินไปหยิบอาวุธที่ด้านหลัง



                “เสียดายว่ะ ถ้าที่นี่มีถังดับเพลิงนะ กูจะถือไปฟาดหัวมัน”



                ฉันกลืนน้ำลาย



                “กูเอาไอ้ท่อนเหล็กนั่นดีกว่า กระดูกน่าจะหักเป็นท่อนๆ”



                “ไลท์มาแค่คนเดียว พวกนายต้องใช้อาวุธด้วยรึไง” ฉันหันปรามด้วยหน้าไม่พอใจนัก ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ไปท้าทายผู้ชายสามคนที่แข็งแรงกำยำและดิบห่ามไม่ต่างจากสัตว์ป่า พอสองคนนอกจากลิ้งได้ยินก็หันขวับแล้วไหวไหล่กวนๆ



                Rrrr Rrrr



                เสียงริงโทนฉันดังอย่างต่อเนื่อง ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบและหายใจไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่ตอนที่หันไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยิ้มโรคจิตใส่ฉันก่อนจะค่อยๆ หุบมันลงเปลี่ยนเป็นสายตาน่ากลัว



                “พวกฉันไม่ตีมันแล้วก็ได้นะ... ก็อย่างที่ฉันเคยบอก ฉันแรงเยอะเลยกะแรงตัวเองไม่ค่อยถูก ถ้าฟาดไปแล้วดันสนุกมือก็ไม่รู้ว่ามันจะรอดรึเปล่า”



                “...” ฉันชะงัก



                “ฉันจะอยู่นิ่งๆ” ลิ้งว่าแล้วตวัดปลายนิ้วชี้เข้าที่ฉัน เสียงก๊องแก๊งและสวบๆ จากการหาอาวุธของไอ้พวกสองคนนั้นดังเข้ามาในหู นัยน์ตาฉันสบกับลิ้งในตอนที่เขาค่อยๆ ระบายยิ้มโรคจิตนั่นออกมาอีก “ถ้าเธอเป็นคนฟาดมันกับมือ”



                “ฮะ” ฉันเบิกตาโพลงที่ได้ยินแล้วอยากจะหัวเราะ หมอนี่ต้องเป็นโรคจิตขั้นสุดแน่ๆ ฉันคิดว่าฉันชั่วแล้วแต่เขาก็ชั่วพอกัน เขาดุสนุกกับการเล่นกับความรู้สึกคนอื่นสุดๆ



                “แล้วแต่นะ ฉันรักษาสัญญาว่าเธอจะปลอดภัย แต่ไอ้ไลท์ไม่เกี่ยวนิ”



                มันก็ใช่... ฉันก็แค่อยากให้เขานอนโรงพยาบาลสักคืนสองคืน หรือเจ็บจนน่าเป็นห่วงสักหน่อย พ่อเขาจะได้กระวนกระวาย หรือไม่ก็มีใครสักคนที่รักเขามากๆ โผล่หน้ามาเช็ดน้ำตาข้างห้องผู้ป่วย แต่พวกไอ้โล้นกับลิ้งดันทำเหมือนจะเอาให้เขาพิการหรือไม่ก็สาหัสขั้นนอนโรงพยาบาลแบบไม่ตื่นนี่มันเกินไปมั้ย! 



โอ๊ย! ฉันสับสนจนอยากจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเอง ถึงฉันอยากจะกลับลำตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว!



                Rrrr Rrrr



                ติ้ด



                เสียงริงโทนมือถือหยุดลงหลังจากที่ฉันไม่ได้รับสายมัน ทว่ากลับมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาแทน ฉันกำไม้ในมือแน่นแล้วกัดฟันหงุดหงิด พอนึกได้ว่าใครกำลังเดินมาทางพวกเรา ฉันก็รู้สึกร้อนไปทั้งอก เหงื่อเม็ดโตไหลจากหน้าผากลงมายังกรอบหน้า ความอึดอัด สับสนและกดดันเริ่มเข้าเล่นงานฉัน



                เป็นอะไรมั้ย?’



                เสียงและใบหน้าของไลท์ตอนที่เอาตัวพุ่งเข้ามาบังฉันจากท่อนไม้ที่ใครสักคนฟาดนั่นปรากฎขึ้นมา ฉันรู้สึกแปล๊บขึ้นมาที่กลางอก ใจมันหวิวและเย็นไปหมด



                ตึก



                เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา และฉันไม่อาจจะละสายตาจากมุมกำแพงบริเวณที่เขาน่าจะโผล่มาให้เห็นได้



            เรื่องเดียวที่ฉันกลัวคือ กลัวเธอจะหายไปจากฉัน แล้วเธอล่ะ กลัวฉันหายไปมั้ย?’



                โอ๊ย ทำไมหมอนี่ถึงส่งเสียงมาหลอกหลอนอยู่ในหัวฉันได้ตลอดวะ หยุดนะ!!



                ตึก



                ไม่รู้ทำไม ทั้งที่รอบข้างไม่ได้เงียบขนาดนั้น ฉันยังได้ยินเสียงดนตรีจากผับดังมาอยู่เลยแต่เสียงฝีเท้าที่แสนจะเบานั่นกลับดังกว่าในความรู้สึก



                “ไปสิ” ลิ้งดันหลังฉันในตอนที่เห็นเงาคนเดินมาทางพวกเรา ก่อนจะปรากฎร่างของคนคุ้นเคย ใบหน้าขาวสะท้อนกับแสงไฟด้านนึง นัยน์ตาดุดันนั่นตวัดมามองฉันก่อนจะย่นคิ้วนิดๆ



                “เด็ม...” ไลท์เปลี่ยนเป็นสีหน้าบูดเบี้ยวตอนที่เห็นพวกลิ้ง เขาสาวเท้ายาวๆ แล้วทำท่าจะพุ่งเข้ามาฆ่าลิ้งให้ตายกับมือ พอฉันเห็นไลท์ ความกดดันก็เพิ่มขึ้นกว่าเก่า ใจฉันเหมือนถูกบีบตอนที่ไลท์ส่งสายตาเป็นห่วงและตีหน้าโมโหคนพวกนั้นให้เห็น เพราะอย่างนั้นฉันเลยกำไม้ในมือแน่นมากขึ้น



                ฉันมีเรื่องที่น่ากลัวกว่านั้นอีก แต่ฉันไม่บอกนายหรอก



เสียงของไลท์ไม่ได้ดังในหัวของฉันอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นเสียงของตัวฉันเองที่เคยพูดกับเขาในวันนั้น ไม่รู้ทำไมฉันถึงหัวเราะขึ้นมา ทั้งที่ฉันไม่ได้ขำและไม่ได้อยากจะหัวเราะสักนิด



ลมเย็นๆ พัดเข้าที่หน้าฉันวูบนึงจนผมปลิวไปด้านหลัง จู่ๆ เรี่ยวแรงของฉันก็ค่อยๆ ลดลง ร่างกายเหมือนไม่ใช่ของฉันอีกต่อไป สติที่มีน้อยนิดถูกกลืนหายในตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวสุดท้ายก่อนที่ไลท์จะถึงตัวลิ้งดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงไม้ฟาดเข้ากับเนื้อดังปั่ก!!


130%

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ seventeen wonwoo gif
 "กลัวกะแรงผิดแล้วตายขึ้นมา ฉันจะยุ่งเอา...”






ใครฟาดใครรรรรร
อะไรรรรรรรร
เด็มมมม แกคงไม่ทำตามที่อีลิ้งมันบอกจริงๆ ใช่มะ


ตอนนี้ยังมีหนังสือเกินอยู่น้าาาาา
จะเอาก็ทักมาา


เป็นกำลังใจให้นาง อย่าลืมติดแฮชแท็ก

#ไลท์โดนของ

น้าาาาาา




ใครพลาดรอบพรี

เจนมีเกินมาหกสิบเล่ม

สั่งได้ที่เพจ Jenny D renger

และในเว็บ jennydrenger.com น้าา

เรื่องนี้ไม่ได้วางร้านนะคะ

คงมีเท่าที่เห็นนี่แหละ จะสั่งก็รีบสั่งน้าา

รถไฟขบวนสุดท้ายละะะ

#ของมันต้องมี

แปะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,385 ความคิดเห็น

  1. #6082 แค่คนเลว (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 14:39
    ใครโดนฟาด
    #6,082
    0
  2. #5332 Devil (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 01:58
    ทำไมตอนนี้มี2คน
    #5,332
    0
  3. #5331 Devil (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 01:58
    เป็นคน2บุคคลิกหรอ?
    #5,331
    0
  4. #5123 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 14:07
    เด็มแย่วะตอนนี้ นิสัย..แต่แบบแอลนี่ใคร เป็นโรคสองบุคลิกหรอ
    #5,123
    0
  5. #4252 Fiction_Star (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:41
    นางเอกแย่ว่ะ. โลเล
    #4,252
    0
  6. #4235 xalawiya (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:23
    ผิดทั้งคู่แหละ ไม่มีใครเห็นแก่ตัวกว่ากัน ไลท์ก็เคยบังคับเด็ม ตอนนี้ก็ยังทำ ถึงจะเบาลงหน่อยก็เหอะ ส่วนเด็ม

    แต่ละความคิดก็คิดได้เนอะ อืมม..เด็มคงกินหญ้ามากเกินไป

    ...แอลอาจเป็นอีกร่างหนึ่งของเด็ม และตอนนี้แอลอาจ

    ออกมาแล้วมั้ง
    #4,235
    0
  7. #4231 wuyimilkang (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:42
    เราว่าสองบุคลิคแน่ๆ เหมือนค่อยๆเฉลยทีละอย่างเรย ฮือๆๆๆๆ
    #4,231
    0
  8. #4227 Nice3000 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:40
    เด็มก็กลัวเกินนนนนน โว๊ะ!!!
    #4,227
    0
  9. #4182 rosemonster46 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:49
    แอลมาแล้วใช่ไหมม
    #4,182
    0
  10. #4180 ลูกอมกลมกลิ้ง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:49
    คือไรอ่าาา
    #4,180
    0
  11. #4179 little baer (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:49
    เดาอะไรจากเรื่องนี้ไม่ได้
    #4,179
    0
  12. #4178 Na_999th (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:55
    ลิ้งค์โดนฟาดแหงๆ
    #4,178
    0
  13. #4177 WipadaWaraput (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:08
    เด็มใจร้ายย
    #4,177
    0
  14. #4176 _miss_taiy_zZ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:29
    เอาชีวิตไลท์มาเสี่ยงเพื่อแลกกับอิสระของตัวเองมันใช่อ่อไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยอ่อเด็ม
    #4,176
    1
    • #4176-1 sunycute(จากตอนที่ 26)
      21 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:27
      สงสารไลท์ที่สุดเลย นางเอกเป็นคนสาดน้ำมนต์เองแท้ๆ แงๆ
      #4176-1
  15. #4175 ...NeVeR GivE uP... (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:58
    เด็มอย่าทำลิ้งค์นร้า T^T
    #4,175
    1
    • #4175-1 NJ28(จากตอนที่ 26)
      21 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:03
      ไลค์รึป่าว
      #4175-1
  16. #4174 niceday777 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:40
    ฟาดอิลิ้งใช่ไหม เพราะถ้าเปลี่ยนเป็นแอล แอลดูไม่ชอบอิลิ้งฟาดมันให้ตาย ส่วนอิผีอย่าไปทำเค้านะ
    #4,174
    0
  17. #4173 Nunknam (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:22
    เด็มน่าจะตีลิ้งมากกว่า เพราะเด็มอาจจะรู้สึกผิดก็ได้...มโน~~
    #4,173
    0
  18. #4172 แมงจิซอน (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:43
    ไม่ใช่ความผิดไลท์ไหมอ่ะเด็ม วิธีอื่นมีเยอะแยะ คิดดีๆก่อนสิ เอาชีวิตคนอื่นมาเสี่ยงมันไม่เป็นอย่างหวังทั้งหมดหรอกนะ พ่อร้องไห้แต่ชีวิตคนบริสุทธิ์ทั้งชีวิตอ่ะ เด็มคิดเยอะๆบ้างก็ได้ สงสารไลท์
    ต่อไปเราคงคิดว่ามันคุ้มแล้วกับที่เด็มอาจจะต้องเสียใจในตอนท้าย ผูกเองแก้เองเจ็บเอง
    #เฉลยปมแอลเด็มแล้ว
    #โทษทีอินมากเกินไป
    #ไลท์มาหาแม่มา มาซบอกอุ่นๆนี้น้าาา มาๆ
    #4,172
    0
  19. #4171 ABC (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:32
    อย่าบอกว่าเด็มตีไลท์นะ เจ็บนี้อีกนานนน... วู้ฮูววววๆ~ 55555

    จะประสาทตามละ เรื่องนี้จิตไม่ค่อยปกติกันสักคน
    #4,171
    0
  20. #4170 Beel_ch (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:24
    รอปมคลายเรื่องเเอลเด็ม ไม่อยากจะคิดหรือเดาไปเองเลย
    #4,170
    0
  21. #4169 MajorChippy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:23
    โอ้ย หน่วงมากเว่ออออ สงสารไลท์เด้อ ;__; เด็ม สรุปยังไง แอลเข้าสิงอีกแล้วหรอ 555
    #4,169
    0
  22. #4168 แทฮยองที่รัก (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:48
    -ลิ้ง -หมาชั่ว ส่วนตัวเราคิดว่าเด็มไม่ได้เห็นแก่ตัวขนาดนั้น ไลท์มันก็ลากเด็มเกาะเด็มไปร้านสัก ไอหมาลิ้งงงงง
    #4,168
    0
  23. #4167 Nice3000 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:43
    โอ๊ยลำไยเด็มอ่ะกลัวเกินไปป่ะ เห็นตัวเกิน...ไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้นิ บ้าบอ!!
    #4,167
    0
  24. #4166 hate (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:42
    เด็มบอกไลท์ตรงๆดีกว่ามั้ยว่าเพราะน้ำหอม ไม่ใช่หาเรื่องให้ถูกทำร้ายจนตายซะก่อนล่ะกว่าจะจบเรื่อง

    ตอนแรกก็คิดว่าสาสมแล้วกับที่ไลท์บังคับให้เด็มสักชื่อแถมได้ตัวไปฟรีๆ แต่พอเจอฉากไม้ตอกตะปูแล้วจอดเลย ใจดำเกิน...
    #4,166
    0
  25. #4165 AOx6 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:16
    โอ้ยยยยเด็ม ทำไมคิดถึงแต่ตัวเองอ่ะ ใจร้ายเกินไปละ
    #4,165
    0