♥ 마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย (My Bubble tea the series)

ตอนที่ 24 : ไลท์ ll 21ll ช่วยร้องไห้ให้ฉันทีสิ 120% อัพ 06/02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    6 ก.พ. 61

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Kygo & Ellie Goulding - First Time


21

ช่วยร้องไห้ให้ฉันทีสิ

               วันต่อมา



ฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกปวดหัวตุบๆ พอนึกถึงสิ่งที่ฉันปากพล่อยไปเมื่อวานแล้วอยากจะตบปากตัวเองสักร้อยรอบ! ฉันจะไปพูดแบบนั้นทำไมเนี่ย!



เอาเถอะ ก็สถานการณ์มันพาไปนี่นา ถ้าฉันไม่ช่วยปลอบเขา เขาจะหยุดร้องได้เหรอ? หวังว่าเขาจะไม่ถือจริงจังและคิดว่าเป็นคำที่ลอยผ่านหูไปแล้วกันนะ...



ฉันจิ๊จ๊ะกับตัวเองเล็กน้อย เมื่อวานไลท์มาส่งฉันแล้วกลับบ้าน เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากบอกว่าพ่อเขาไม่ได้ยิงใคร ปล่อยให้ฉันอยากรู้เล่นๆ แล้วไม่สานต่อให้จบ



แต่ฉันก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องอยากรู้เรื่องเขาเลยนี่ เดี๋ยวก็ลาขาดกันละ!



แต่ฉันก็แอบสนใจอยู่นิดๆ นะ...



โว้ยยยยย ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดนี้ออกไป ก่อนที่ฉันจะทะเลาะกับตัวเองไปมากกว่านี้ คือตั้งแต่เจอไลท์มา ไม่มีวันไหนที่ปกติเลย ชีวิตแต่ละวันของฉันเหมือนกำลังเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ รถไฟเหาะอะไรเทือกนั้น จะต้องมีเรื่องประหลาดเข้ามาให้ลุ้นตลอด  



                ติ๊ง เสียงไลน์ดังขึ้นพร้อมกับข้อความจากไลท์



                LD : วันนี้ไม่ได้ไปหานะ



                หือ O_o ตาฝาดรึเปล่าเนี่ย...



                ฉันขยี้ตาหนึ่งทีแล้วจ้องมือถือจนหน้าแทบจะสิงเข้าไปและมือถือฉันก็สั่นอีก



                LD : พอดีมีธุระ



                ฮะ O_o



                ฉันมองมันอีกรอบ ฉันก็เห็นประโยคเดิม ตบหน้าตัวเองก็เจ็บ แสดงว่านี่... นี่ไม่ใช่ความฝัน!!!



                ฉันรู้สึกเหมือนสปอร์ตไลท์สิบดวงส่องมาที่ฉันพร้อมกับดนตรีบรรเลงเพลงที่ดีที่สุดในชีวิต ตั้งแต่รู้จักกันมาฉันไม่เคยได้ยินประโยคไหนแล้วชื่นใจเท่านี้มาก่อนเลย...



วันนี้ไม่ได้ไปหานะ... พอดีมีธุระ



เขาบอกว่า มีธุระ!!! คนอย่างเขาก็มีการมีงานเหมือนคนอื่นด้วย เย้



ฉันวี้ดว้ายอยู่บนเตียงแล้วร้องเยสออกมาก่อนจะตอบไลท์กลับไปด้วยสติ๊กเกอร์ยิ้มอันใหญ่ๆ เหมือนสวรรค์เปิดทางให้ฉัน นี่แหละ สิ่งที่ฉันรอคอยมาตลอด!



ฉันร้องเพลงลัลล้าให้กับวันดีๆ พร้อมกับหมุนตัวไปอาบน้ำแต่งหน้าทำผม เพราะวันนี้ฉันคงไม่ได้บู๊มากนักหรอก ไอ้เวรสองตัวนั่นก็เพิ่งจะเข้าโรงพักไปหมาดๆ คงยังขยาดอยู่ล่ะน่า อีกอย่างเมื่อวานนี้พ่อกับแม่ฉันเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด จะอยู่ที่นี่อีกสองสามวัน ดังนั้น นอกจากจะเป็นวันครอบครัวสุขสันต์แล้วยังเป็นวันที่ฉันไม่มีไลท์ด้วย



ฉันคว้ากระเป๋ามาถือเตรียมไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ได้กลิ่นอาหารหอมฟุ้งลอยมาจากครัวด้านล่าง ยิ่งทำให้ฉันอดยิ้มไม่ได้ ฉันวิ่งปรู๊ดออกจากห้องแล้วก้าวลงบันไดก่อนจะ....



ตุบ!



กระเป๋าหล่นลงไปที่พื้นพร้อมกับสายตาของบุคคลปริศนาใบหน้าบอกบุญไม่รับนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร พ่อฉันนั่งฝั่งตรงข้าม ส่วนแม่กำลังหยิบจานมาวาง...



“สวัสดี”



“...”



ติ๊ง



เสียงมือถือในกระเป๋าของฉันดังขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ฉันสบสายตากับบุคคลปริศนาที่หน้าตาคุ้นมาก ฉันมั่นใจว่าฉันต้องรู้จัก ฉันทำหน้าไม่ถูกเลยยิ้มแห้งๆ พลางก้มลงรีบหยิบกระเป๋าขึ้นมาก่อนจะล้วงหยิบมือถือและฉันก็เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดตรงหน้าในทันที



LD : ฉันให้ไอ้ภามไปรับเธอนะ



เหอะๆ วันอันแสขสุขของฉัน ไม่เจอนาย แต่เจอเพื่อนนายแทนอะนะ!



“เด็ม ตื่นแล้วเหรอ เพื่อนลูกมารับแน่ะ เดี๋ยวนี้มีผู้ชายเยอะนะเรา” แม่ฉันยิ้มจนตาหยีก่อนจะเดินไปดึงเก้าอี้ว่างข้างๆ เพื่อนของไลท์ให้ฉันนั่ง “อ้ะๆ มากินข้าวกันก่อน”



“เอ่อ ค่ะ” ฉันยิ้มแห้ง หัวใจที่พองโตก่อนหน้านี้หดลงเล็กกว่ากำปั้นภายในไม่กี่วินาที ฉันเดินเซ็งๆ มานั่งข้างเขาก่อนที่จะชะงักที่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแชะมาจากคนข้างๆ พอหันไปก็เห็นว่านางกำลังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปฉัน!! “ทำอะไร?



“ถ่ายส่งไปให้ไอ้ไลท์ดูว่าเธอกำลังจะกินข้าว”



=_=



“เธอชูนิ้วขึ้นมาสี่นิ้วหน่อย”



“ฮะ” ฉันงง



“ไอ้ไลท์มันบอกให้เธอชูขึ้นมาสี่นิ้ว มันจะได้เช็คว่าฉันส่งรูปถ่ายตอนนี้จริงๆ ไป หรือใช้รูปเดิม”



เดี๋ยวนะ อีตาบ้านี่ต้องการอะไรเนี่ย ตัวไม่อยู่แต่ส่งสมุนมาก็ได้เหรอ!! แถมยังมาสั่งนั่นสั่งนี่อีก เพื่อนของเขาจะมีรูปเก่าของฉันในมือถือได้ยังไงเล่า! ฉันเซ็งแต่ก็ชูนิ้วขึ้นมาให้เพื่อนไลท์ถ่ายเพื่อให้เรื่องจบ



“โอเค ดี คราวนี้เอาหน้าทิ่มลงไปในแกงพะโล้นะ”



“ฮะ” ฉันตาโตแล้วใจวูบลงที่เท้า ไม่แน่ใจว่าเขาพูดจริงรึเปล่า เพราะไลท์ก็ดูไม่ปกติ เพื่อนของเขาก็ไม่น่าจะเป็นคนปกติ พอเพื่อนหมอนั่นเห็นฉันทำหน้าเหรอหราก็หัวเราะอุบ



“ฉันล้อเล่น เชี่อด้วยเหรอ?” นางฮาจาตาหยี ฮาแบบไม่เกรงใจคนบนโต๊ะ และหัวเราะเสียงดังมาก “เออๆ เธอคบกับไอ้ไลท์ได้เพราะเธอโง่นี่ คนฉลาดๆ ไม่คบกับไอ้เวรนั่นหรอก”



=_=” ฉันหน้าเจื่อนแล้วแกล้งขำให้มันเป็นมุขตลก เออ ดีนะ ด่าฉันต่อหน้าพ่อกับแม่ก็ได้ด้วย ไม่เอาแกงมาคว่ำบนหัวฉันเลยล่ะ ถ้าจะไม่เกรงใจกันขนาดนี้!



“แล้ววันนี้ไลท์ไปทำธุระอะไร ถึงได้ส่งเอ่อ... นายมารับแทน” ฉันเบือนหน้าแล้วหันไปกินข้าว มองพ่อกับแม่นิดหน่อยก่อนจะยิ้มให้ พวกเขาไม่ได้ถามอะไรแต่ฉันเชื่อว่ากำลังแอบฟังอยู่แน่ๆ



ฉันเดาว่าไลท์คงจะไปหาพ่ออะไรเทือกนั้นละมั้ง เพราะเมื่อวานเขาก็ดูค่อนข้างจะเครียดและซีเรียสอยู่นิดหน่อย ก็แน่สิ พ่อเขาเป็นมะเร็งนี่นา แม่เขาก็ไม่อยู่แล้วแถมยังร้องไห้ซะขนาดนั้น...



“ไอ้ไลท์เหรอ ไอ้ไลท์ก็ไปบ้านเรย์ไง”



“ฮะ” ฉันย่นคิ้วนิดๆ รู้สึกแปลกๆ ตอนที่ได้ยินว่าเขาไปไหน “นายหมายถึง...”



 “เรย์ แฟนเก่ามันไง เธอก็เจอแล้วนิ”




33.123456%


 

                เฮอะ! แล้วบอกว่ารักฉันงั้นงี้ ขี้โม้จริงๆ ฉันอุตส่าห์ช่วยปลอบใจแต่อีกวันเขาก็ไปหาแฟนเก่าอะนะ!



                ฉันเบะปากหมั่นไส้ ไม่ได้รู้สึกหึงหรอก ฉันก็แค่รำคาญความขี้โม้ของไลท์เท่านั้นแหละ แล้วไอ้ท่าทีที่ทำเป็นโกรธแฟนเก่าเว่อร์วังอลังการนั่นมันก็ภาพลวงตาสินะ ไปทำไมล่ะ ไปคืนดีกันล่ะสิ เออ ไปเล๊ยยยยยย



                “เป็นไรอ่ะ ปวดขี้เหรอ?” ตาภามเพื่อนไลท์หันมาถามฉัน ภามกำลังขับรถพาฉันไปที่มหาลัยหลังจากที่ไปกินข้าวบ้านฉันเสร็จ และได้ยินว่าไลท์ไปไหน ฉันก็เงียบพร้อมกับพยายามตีสีหน้านิ่งๆ จนกระทั่งภามถามเนี่ยแหละ ฉันถึงรู้ว่าหน้าฉันมันไม่นิ่ง...



                “ฮะ เอ่อ เปล่านะ”



                “ละจะเบ้ปากทำไม ไม่พอใจไรฉัน”



                “ไม่ได้ไม่พอใจอะไรนายนะ” ฉันลนลานแล้วหันปฏิเสธด้วยการยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาส่ายไปมา ฉันยังไม่อยากได้ศัตรูเพิ่มหรอกนะ เท่าที่มีตอนนี้ก็ประมาณหนึ่งกองทัพได้แล้วเนี่ย!



                วันนี้คงเป็นวันแรกเลยมั้งที่โทรศัพท์ฉันเงียบผิดปกติ หรือไม่ก็สงบสุดๆ วันนึงเพราะถ้าไลท์ไม่อยู่ เขาก็จะส่งข้อความมา วิดีโอคอลกวน หรือโทรตลอด แต่วันนี้นอกจากที่เขาบอกว่ามีธุระและให้ภามมารับ ก็เงียบไปเลย



                “ฉันอยากรู้ว่าไลท์กับเรย์นี่คบกันมานานแล้วเหรอ?” ฉันเบือนสายตาไปทางอื่นแล้วหลอกถามด้วยความสงสัย ฉันไม่ได้อะไรหรอกแต่ถ้าพวกเขาคบกันมานานแล้วฉันไปแทรก ฉันก็โคตรจะคนเลวเลย ดังนั้นฉันต้องรีบถอนมนตร์ไวๆ ส่วนยัยนั่นจะรักไลท์จริงรึเปล่า ฉันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องสน



                “ถามทำไม หึงมันเหรอ?



                “เปล่า แค่อยากรู้”



                “แล้วเธอรู้จักกับมันตอนไหนล่ะ”



                “ฮะ...” ฉันชะงักนิดนึง



                “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอไปคบกับมันตอนไหน ทำไมมันถึงได้ดูติดเธอขนาดนั้น”



                “เอ่อ ก็...”



                “คงไม่ใช่วันที่เธอสาดอะไรใส่มันหรอกใช่มะ”



                “กะ ก็วันนั้นแหละ วันแรกที่เจอกันเลย” ฉันแค่นหัวเราะ ประจวบเหมาะกับรถติดไฟแดงทำให้เขาสามารถโฟกัสบริเวณอื่นนอกจากถนนได้ และน่าเศร้าใจนักที่เขาเลือกโฟกัสหนังหน้าฉัน



                “มันจะเป็นไปได้ไง... ที่มันจะเลิกกับเรย์แล้วไปคบเธอ”



                “มะ ไม่รู้สิ... อากาศร้อนเนอะ ฮะฮะฮะ” ฉันพยายามเปลี่ยนประเด็นแล้วยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อของตัวเองเมื่อถูกสายตากดดันจากคนข้างๆ



                “แปลกว่ะ... มันไม่เคยเป็นแบบนี้” ภามส่ายหัว ส่วนฉันได้แต่ยิ้มแหยๆ จะไม่แปลกยังไงล่ะ ก็ฉันเล่นสาดน้ำหอมมหาเสน่ห์ใส่เพื่อนนายหมดขวดเลย นี่ถ้าฉันสาดเป็นขัน เพื่อนเขาคงสิงฉันแน่ๆ “ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเลิกกับเรย์”



                “...พวกเขารักกันขนาดนั้นเลยเหรอ” เสียงของฉันเบาลงไปนิดหน่อย การที่เขาพูดอย่างนั้นทำให้ฉันรู้สึกผิดและร้อนวาบบริเวณหน้าอก



                “ไม่รู้สิ แต่มันเกี่ยวกับเงินด้วยแหละ”



                ฮะ... ฉันงงนิดๆ



                “ก็พ่อของเรย์เป็นคนส่งไอ้ไลท์เรียนนิ มันรักรึเปล่าไม่รู้หรอก แต่ถ้ามันเลิกกับเรย์ พ่อเรย์จะยังส่งเงินให้มันเหรอ?” ภามไหวไหล่ไม่ใส่ใจแล้วหัวเราะนิดๆ “ก็คิดดูดิ ขนาดมันจับได้ว่าเรย์มีคนอื่น มันก็ยังไม่เลิกเลย ถ้ามันไม่รักเรย์มาก มันก็รักเงินมากนั่นแหละ”



                เอิ่ม อีตานั่นเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย เมื่อวานก็สงสารอยู่หรอก แต่พอมาวันนี้สัมผัสได้ถึงพลังพิเศษที่เรียกว่าแมงดา... แล้วพ่อของเรย์นี่คนประเภทไหนส่งเงินให้แฟนลูกใช้แถมยังให้ค่าเทอมอีกต่างหาก คงต้องเป็นคนที่เปย์เก่งมากแน่ๆ



                “พ่อเรย์ส่งเงินให้ไลท์เรียนด้วยเหรอ ทำไมถึงส่งล่ะ เป็นแค่แฟนลูกเองนี่”



                “ไม่รู้สิ ต้องไปถามมัน”



                “แล้วทำไมเรย์ถึงมีคนอื่นล่ะ”



                “ฉันจะไปรู้ยัยนั่นมั้ยเนี่ย ตอนแรกฉันคิดว่ามันคบกับเธอเพื่อประชดเรย์ด้วยซ้ำ เรย์เองก็ยังคิดเหมือนฉันเลย”



                “อาจจะเป็นยังงั้นก็ได้นะ” ฉันหัวเราะแห้งๆ นึกถึงน้ำตาหนึ่งหยดของไลท์ที่ฉันเห็นตอนที่พวกเขาทะเลาะกัน ฉันเข้าใจว่าไลท์รักเรย์มาก แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่ารักผู้หญิงหรือว่าเสียดายเงิน “ว่าแต่ว่านายเป็นเพื่อนกับไลท์มานานแล้วเหรอ?



                “สามปีได้มั้ง” ภามตอบ ฉันมองเขานิดหน่อย บางทีหมอนี่อาจจะเป็นเพื่อนแท้ที่รักไลท์มากและเป็นคนที่จะเสียสละน้ำตาเพื่อไลท์ก็ได้ แต่ฉันต้องทดสอบก่อน...



                “เหรอ งั้นพวกนายก็ต้องสนิทกันมากๆ สิ”



                “ก็สนิทอยู่ ทำไมล่ะ”



                “นายเคย เอ่อ... เคยร้องไห้เพราะไลท์บ้างมั้ย?” ฉันว่าก่อนจะเกร็งนิดๆ นี่ฉันถามตรงตัวไปรึเปล่าวะ ฉันควรจะอ้อมค้อมกว่านี้มั้ยเนี่ย ภามเงียบไปแป๊ปนึงแล้วตอบกลับมาสั้นๆ แค่หนึ่งคำแต่ทำให้ฉันมีความหวังสุดๆ



                “เคย”



                “จริงเหรอ ทำไมล่ะ” ฉันตื่นเต้นที่ได้ยิน ในหัวฉันนึกถึงพวกที่ตีกันในหนังที่มักจะรักเพื่อนแบบถวายหัว ตายแทนได้ เขาต้องเป็นคนประเภทนั้นแน่ๆ



                “มันเอาแอลกอฮอล์ราดแผลฉัน ไม่ร้องได้ไง แสบจะตายชัก”



                ฉันผิดเองแหละที่คาดหวังกับนาย =_=



                “ช่างเถอะ” ฉันถอนหายใจ



                “เธอถามทำไม?



                “ฉันเอ่อ แค่ถามเฉยๆ” ฉันอึกอักแล้วหันไปมองถนนผ่านหน้าต่างหากแต่จู่ๆ ภามก็โพล่งอะไรแปลกๆ ขึ้นมาทำให้ฉันหันกลับไป



                “แต่มันคงรักเธอมากนะ ไม่งั้นคนอย่างมันไม่เลิกกับเรย์หรอก”



                “อาจจะคืนดีกันวันนี้ก็ได้” ฉันแค่นหัวเราะ ก็ตอนแรกๆ เขายังบอกฉันเลยนี่ว่ามีแฟนสองคน คือฉันและผู้หญิงคนนั้น แต่เอาเถอะ ถ้าเขาคืนดีกันก็ดี ฉันไม่ควรมาอยู่ตรงนี้อยู่แล้ว



                “ไม่หรอก มันเพิ่งบอกฉันเมื่อเช้าว่ามันจะไปเลิกให้ขาดและคุยกับเรย์ให้รู้เรื่อง”



                “...”



           “เพราะมันไม่อยากให้เธอเสียใจไง”


62.0001%


               ฉันนิ่งไป ไม่รู้ว่าควรจะทำหน้ายังไง ดีใจที่หมอนั่นทำเพื่อฉันขนาดนั้นหรือฉันควรจะทำใจรอความฉิบหายที่อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ฉันคลายมนตร์แล้ว... ฉันตายแน่ ฉันตายยยยยยยยยยยยยยย



                “ภาม” ฉันพูดขึ้นมาแล้วหันไปมองเขา ฉันว่ามันเริ่มจะเกินลิมิตที่ฉันจะรับได้แล้ว ถ้าสมมติวันที่ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วเขาไม่เหลืออะไรเลย ทั้งเงิน ทั้งแฟน แถมยังเสียใจเรื่องพ่อเพราะฉันพาไปตอกย้ำความช้ำให้เขาเจ็บเล่นๆ อีก เขาต้องเกลียดฉันขั้นสุดแน่ๆ



                “ว่าไง”



                “นายช่วยร้องไห้ทีสิ” ฉันเครียดจนหันไปขอความช่วยเหลือจากคนข้างๆ ถ้าเขาร้องไห้ตอนนี้มันอาจจะยับยั้งทุกอย่างทันก็ได้



                “ฮะ”



                “นายเป็นเพื่อนไลท์นิ นายลองคิดดูสิ ถ้าไลท์ไม่มีเงินไปเรียน มันจะดราม่าแค่ไหน”



                “แล้วทำไมฉันต้องร้องไห้ด้วยวะ -*-“



                “นายรู้รึเปล่า เมื่อวานเขาเพิ่งรู้ว่าพ่อตัวเองเป็นมะเร็งและอาจจะตายในเร็วๆ นี้ก็ได้ นายว่าไลท์น่าสงสารมั้ย?” ฉันพยายามบิวท์ให้ภามรู้สึกสงสารไลท์จนน้ำตาไหล แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ



                “ก็สงสารนะ”



                “สงสารก็ร้องไห้สิ”



                “เดี๋ยวๆ”



                “ร้องไห้ออกมาเพื่อแสดงความจริงใจของนาย อย่าเก็บมันไว้ เชื่อฉัน” ฉันจับไหล่ของภามแล้วมองเขาอย่างคาดหวัง คนตัวสูงสะดุ้งแล้วเผลอหมุนพวงมาลัยจนรถเกือบเสียหลักทว่าด้วยความเชี่ยวชาญของเขา เขารีบหมุนพวงมาลัยกลับเข้าเลนส์เดิมแล้วถอนหายใจดังฟู่



                “เฮ้ย อย่าทำให้ตกใจสิ เดี๋ยวฉันก็ขับชนเสาหรอก” เขาสบถนิดๆ แล้วมองหน้าฉัน “แล้วเธอเป็นบ้าอะไร อยู่ๆ อยากให้ฉันร้องไห้”



                “กะ ก็แค่...”



                อยากให้มันจบๆ น่ะ



                “เรย์ก็เคยบ่นว่าเธอพยายามจะทำให้ยัยนั่นร้องไห้ เธอโรคจิตหรือไง -*-“



                “ก็ถ้านายร้องไห้อาจจะหยุดไม่ให้ไลท์ไปบอกเลิกเรย์ได้ไง”



                “เรื่องไอ้ไลท์กับเรย์มันเกี่ยวอะไรกับฉันวะ”



                “ก็ไลท์เป็นเพื่อนนายนี่ ถ้าไลท์ขาดกับเรย์จริงๆ เขาจะไม่มีเงินนะ”



                “เธอไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอกน่า เธอห่วงตัวเองก่อนเถอะ” ภามส่ายหัวก่อนจะขับรถเข้าไปในมหาลัย ฉันจิ๊ปากนิดๆ แกล้งฟาดหัวเขาแล้วเขาจะร้องไห้มั้ยอ่ะ อันที่จริงฉันก็ไม่ได้ห่วงไลท์หรอกนะ ที่ฉันทำเนี่ยก็เพราะห่วงตัวเองนั่นแหละ!



                “ตอนนี้นายมีแผลตรงไหนมั้ย?” ฉันเปลี่ยนคำถามแล้วยิ้มให้ ถ้าเขามีฉันก็จะได้เอาแอลกอฮอล์มาราดให้เขาแสบจนน้ำตาไหลยังไงล่ะ!



                “ไม่มี เธอจะทำไม”



                “เปล่า จะช่วยทำแผลให้ไง ถ้านายมีแผลเมื่อไหร่บอกฉันนะ ฉันเคยช่วยห้องพยาบาลโรงเรียนมาก่อน” ฉันเสนอตัวแล้วตบมือเข้าที่หน้าอกเบาๆ ฉันคิดว่าตอนนี้ฉันคงต้องรีบให้ทุกอย่างกลับเป็นปกติเร็วที่สุดแล้ว เพราะฉันรู้สึกแปลกๆ



                “เออ ก็ได้” ภามพยักหน้ารับแล้วมองฉันอย่างงงๆ เขาถอยรถเข้าที่จอดก่อนจะดับเครื่องและเดินลงไปพลางวนมาเปิดประตูรถให้ฉัน “แล้วเธอเรียนตึกไหนนะ กี่โมง”



                “ตึก A อ่ะ ยังไม่ถึงเวลาเรียนหรอก สงสัยรถไม่ติด”



                “อ้อ... ชั้นไหนล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่งให้ถึงที่ จะได้ไม่มีใครมาลากเธอไปอีก” คนตัวสูงว่าก่อนจะปิดประตูรถดังปึกพลางหมุนตัวทำท่าจะเดินนำ ฉันมองเขาด้วยความลังเลนิดนึง เขาน่ากลัวนะแต่ไลท์ก็น่ากลัวเหมือนกัน เหมือนฉันหมดหนทางและคิดอะไรไม่ออก จู่ๆ ฉันก็พุ่งเข้าใส่ด้านหลังเขาและ



                “อ๊ะ สะดุด”



                ปึก!



                แล้วก็ชนภามอย่างแรง!



                “โอ๊ย!” ภามร้องตกใจก่อนจะเสียหลักเซล้มลงจนเกือบกระแทกพื้นหากเพราะเขาใช้มือค้ำร่างตัวเองเอาไว้ก่อนที่หน้าจะไถลไปกับซีเมนต์ด้านล่าง “นี่ยัยแฟนไลท์ เธออยากโดนฉันฟาดนักหรือไงเนี่ย!



                “ขะ ขอโทษ” ฉันถอยหลังไปก้าวนึงตอนที่คนตัวสูงหันมาตวาด เข่าของเขากระแทกพื้นปูน มือทั้งสองข้างค้ำตัวเองเอาไว้ เขาค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นก่อนที่ฉันจะเหลือบไปเห็นรอยถลอกที่ฝ่ามือนั่น “อ๊ะ นายมีแผลแล้วนี่ ให้ฉันทำแผลให้ดีกว่า!!!



                ฉันบอกให้นายร้องไห้แต่แรกนายไม่ร้องเองนะ... ดังนั้นก็รับความแสบไปซะเถอะ!


82.032%



                ณ สวนหลังลานคณะ เวลา 16.00 นาฬิกา



                ที่นี่เป็นสวนที่อยู่ด้านหลังลานคณะ ทำให้ไม่มีใครผ่านมาเท่าไหร่ ฝั่งนึงเป็นลานสำหรับตีเทนนิส ข้างๆ มีบ่อน้ำใหญ่ๆ อยู่หนึ่งบ่อ มีต้นไม้บ้างประปรายและวางม้าหินเป็นจุดๆ สำหรับนิสิตนักศึกษานั่งพัก หลังจากเลิกเรียนมาแล้วพักนึง ฉันกับภามก็มานั่งที่นี่



                “ทำไมมึงทำหน้าอย่างนั้นวะภาม” เสียงไลท์เอ่ยขึ้นมาตอนที่เขากำลังเดินมาทางพวกเรา ฉันกับภามนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ยาวๆ ที่คล้ายกับแผ่นกระดาน ภามนั่งอยู่ฝั่งขวา ส่วนฉันอยู่ฝั่งซ้าย เขาแทบจะจับหัวฉันโขกกับรถตอนที่ฉันพยายามจะทำให้เขาร้องไห้ด้วยสารพัดวิธี... ก็นะ ฉันหมดหนทางแล้วนี่นา แฟนเขาก็ไม่ได้ผล พ่อเขาก็ไม่ร้อง แถมยังอยู่ในคุก ฉันแตะต้องอะไรมากไม่ได้อีก ที่เหลือก็เพื่อนนี่แหละ



                “ถามแฟนมึงเลย ถามจริง ตอนจีบ มึงไปสอยมาจากศรีธัญญารึเปล่าเนี่ย กูล่ะเครียด”



                “หน้าเด็มเหมือนหมอเหรอวะ?” ไลท์หัวเราะแล้วยิ้มจนตาหยี ส่วนฉันถูกสั่งให้นั่งพับเพียบอยู่บนเก้าอี้ไม้และนั่งเงียบๆ



                “เออ ประสาททั้งคู่ มึงพาเมียมึงกลับไปเลย กวนกูอยู่นั่นแหละ!



                “แล้วทำไมนั่งอย่างนั้น?



                “กูสั่งเอง ก่อนหน้านี้กูสั่งให้ลุกนั่งไปยี่สิบ” หมอนั่นสบถแล้วสะบัดหน้านีตอนที่ปรายตามามองฉัน ฉันจิ๊จ๊ะนิดๆ ฉันก็ไม่ได้กวนอะไรเขามากสักหน่อย ทำไมต้องดุฉันขนาดนั้นด้วย!



                “ไอ้สัสภาม”



                “ทำไม จะต่อยกูหรือไง?



                “ทำไมสั่งน้อยจังวะ ยี่สิบมันกระจอกมาก ทำไมไม่สั่งสักร้อย” ไลท์ขำก๊ากก่อนจะเดินมานั่งข้างฉัน โอ๊ย น้ำหอมอะไรนี่ต้องมีอะไรผิดพลาดแหงๆ คนที่พูดแบบนี้อะนะที่บอกว่ารักและหลงฉันจนแทบจะถวายหัว เขามีแผนจะฆ่าฉันทางอ้อมชัดๆ “กูไปเคลียร์กับพ่อเรย์มาละ”



                “ละยังไง แดกแกลบเลยดิ” ตาภามขำทั้งที่เป็นเรื่องเดือดร้อนของเพื่อน ไลท์ถอนหายใจยาว



                “ทำไงได้ กูไปบีบคอลูกเขานิ”



                “มึงนี่ก็นะ อยู่สบายๆ ไม่ชอบ ละไง มีตังค์ปะเนี่ย?



                ฉันหูผึ่งแล้วลอบมองไลท์ มือข้างนึงเขาคว้าคอฉันแล้ววางมันไว้บนบ่าแต่หันหน้าไปคุยกับเพื่อน



                “เออ พอมีเก็บอยู่ กูอยู่ได้แหละ เดี๋ยวรับติวน้อง หาไรทำนิดหน่อย ยังไงก็จะเรียนจบอยู่แล้วนิ”



                รับติวน้อง... ฉันมองหน้าไลท์แล้วจินตนาการตอนที่เขาเปลี่ยนตัวเองเป็นครู มันน่าสยองขวัญกว่าตอนนี้เยอะมาก เขาจะรับติววิชาอะไรอ่ะ วิชาฆ่าคนตายเหรอ หรือศาสตร์มืดของวอลเดอะมอลล์



                “จริงๆ นายไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลยนะ ฉันไม่ได้อยากให้นายลำบากหรอก นายจะกลับไปคบกับเธอก็ได้” ฉันโพล่งขึ้นมาแล้วหันไปมองหน้าเขา ก่อนที่...



                “ฉันให้เธอเงียบครึ่งชั่วโมง เหลืออีกตั้งสิบห้านาทีนะ พูดทำไมเนี่ย”



                อุ๊ย...



                “เอ่อ ขอโทษ ฉันเงียบก็ได้” ฉันทำหน้าหงอยแล้วอีตาไลท์ก็ขำอีก



                “เมียกูเป็นห่วงกูด้วยว่ะ”



                “จ้ะ ห่วงมากกกก”



                “เห็นเธอเป็นห่วงแล้วฉันใจเต้นเลยเนี่ย เธอลองจับสิ” ไลท์ว่าก่อนจะแอ่นอกให้ ฉันเอียงตัวหลบแล้วส่ายหัวพร้อมยิ้มน้อยๆ



                “ไม่เป็นไร”



                ฉันไม่ได้อยากรู้ย่ะ! ไม่อยากจับนมนายด้วย! ฉันปฏิเสธแต่ไลท์ก็คือไลท์ เขาไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่ฉันบอกนักเลยคว้ามือฉันไปจับเข้าที่อกซ้ายของเขาแล้วกดมันลงแน่นๆ



                ตึก ตัก...



                ตึก ตัก ตึก ตัก...



                เสียงหัวใจของไลท์ทำให้ฉันกลืนน้ำลายแล้วรีบดึงมือกลับก่อนที่ความรู้สึกแปลกๆ มันจะมากไปกว่านี้ คนตัวสูงเอาแต่ยิ้มหวานจนฉันหงุดหงิด เขาจะมีความสุขอะไรขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าเพิ่งสูญเสียแหล่งรายได้มั่นคงไปหรือยังไง!



                “ฉันแค่จะบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าฉันมีเธออยู่ด้วยก็ไม่เป็นไร”



                “...” ฉันชะงักไปนิดนึงตอนที่นัยน์ตาสีเข้มทอดลงมาก่อนที่ภามจะแทรกขึ้นมา



                “โอ๊ย รำคาญความรัก”



                “มึงก็ไปนั่งที่อื่นสิวะ”



                “พอกูหมดประโยชน์ก็ไล่กูเลยนะ กูอุตส่าห์เป็นองครักษ์พิทักษ์เมียมึงทั้งวันน่ะ รู้จักขอบคุณบ้างมั้ย?



                “เออ ขอบใจ โอเคยัง?” ไลท์ถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะโบกมือไล่ให้เพื่อนไปทางอื่น ภามกลอกตาก่อนจะหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาแล้วเดินไปสูบที่อื่น ทำให้ที่นี่เหลือแค่เราสองคน “เลิกนั่งพับเพียบได้แล้วมั้ง มันไปละ ตะคริวกินขาไปยัง?



                “ฮะ” ฉันเกร็งเล็กน้อยตอนที่ไลท์บอกก่อนจะค่อยๆ ห้อยขาลง คงเพราะฉันนั่งนานไปหน่อยก็เลยเกิดอาการชานิดๆ “ม่ะ ไม่เป็นไรหรอก แค่ชานิดหน่อย”



                “เอามาสิ จะนวดให้”



                “ไม่ต้องหรอก เฮ้ย!” ฉันตกใจไม่รู้กี่รอบตอนที่อยู่กับเขา เพราะพอฉันปฏิเสธปุ๊ป เขาก็ทำสิ่งตรงข้ามกับที่ฉันบอกตลอด ไลท์ดึงขาฉันขึ้นมาทั้งสองข้างแล้วหมุนขาไปวางบนตักของเขา คือมันไวมากแถมยังไม่บอกกล่าวอีกต่างหาก!



                บ้าเอ๊ย กระโปรงฉันเกือบเปิดแน่ะ!



                “โอ๊ย” ฉันสะดุ้งอีก เพราะไลท์บีบเหมือนจะหักขาฉันมากกว่าจะนวด ให้ตายเถอะ ถ้านวดไม่เป็นก็ไม่ต้องเสนอตัวก็ได้ นายจะฆ่าฉันใช่มั้ยเนี่ย! ไลท์ชะงักไปตอนที่ฉันร้องเจ็บก่อนจะปรายสายตามามอง



                “มันแรงไปเหรอ?



                “ฉันเจ็บ”



                “โทษที กะแรงไม่ถูก แบบนี้พอได้ยัง?” ไลท์ผ่อนแรงลงและมันก็ดีขึ้นมาก ฉันรู้ว่าถึงฉันจะบอกให้เขาหยุด เขาก็จะยังทำต่ออยู่ดี ฉันก็เลยตามเลยแล้วพยักหน้ารับพลางมองคนตัวสูงที่บีบขาฉันนิ่งๆ เขาดูตั้งใจมากจนฉันอยากจะรีบๆ ให้มนตร์นี่มันหายไปสักที ฉันอึดอัดจะตายอยู่แล้ว!



                “ไลท์”



                “ฮะ”



                “นายก็ทำแบบนี้กับเรย์เหรอ?” ฉันไม่ได้ถามเพราะหึงเขานะ ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่าไลท์เป็นคนยังไงกันแน่ เพราะฉันไม่ค่อยเห็นมุมนี้ของเขาเท่าไหร่ ปกติมีแต่ทำท่าจะกินหัวฉันทุกเวลานี่ ไลท์เงยหน้าขึ้นมามองแล้วไหวไหล่



                “ก็เคย ทำไม หึงเหรอ?” คนตัวสูงหัวเราะ



                “นายไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?



                “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง ที่เธอถามฉันอย่างนี้เพราะไอ้ภามมันพูดเรื่องพ่อเรย์ใช่มั้ย?” ไลท์เอ่ยเหมือนรู้อยู่แล้วว่าฉันหมายถึงอะไร และเขาก็คงไม่ได้ใส่ใจนักถ้าฉันจะได้ยินสิ่งที่เขาคุยกับภาม



                “ถ้าวันนึงนายเลิกกับฉัน นายจะเสียใจเอานะ”



                “เธอเอาแต่พูดว่าฉันจะเลิกกับเธอ เธอไม่มั่นใจอะไรในตัวฉันรึเปล่าเนี่ย? ถ้าเรื่องเงินก็ไม่ต้องห่วงนะ ฉันมีเงินเก็บ และฉันก็จะหางานดีๆ ทำได้แน่”



                ฉันนิ่งไป สิ่งที่ไลท์คิด มันไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่ฉันคิดแน่ๆ เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับเขา เขาเลยทุ่มเททุกอย่างให้โดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนึงเขาจะต้องเสียใจแน่ๆ และฉันไม่อยากจะรู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้น



                เขาไม่รู้ แต่ฉันรู้



                “นายอย่าทิ้งทุกอย่างเพื่อฉันสิ นายไม่มีอะไรที่กลัวเลยรึไง ถ้ามันเกิดพลาดขึ้นมาล่ะ” ฉันพยายามจะเรียกสติของเขา ไลท์หันมามองก่อนจะยิ้มให้ เป็นเพราะฉันไม่ค่อยเห็นเขายิ้มแบบนี้บ่อยนัก ฉันก็เลยไม่ชินและรู้สึกแปลกๆ



                “เรื่องเดียวที่ฉันกลัวคือ กลัวเธอจะหายไปจากฉัน”



                นัยน์ตาสีเข้มที่มองมาทำให้ฉันร้อนไปหมด ความรู้สึกสับสนปะปนกัน และการที่เขามองฉันอย่างนั้น ฉันยิ่งกระวนกระวายและอยากรีบคลายมนตร์ให้ได้



                “แล้วเธอล่ะ กลัวฉันหายไปมั้ย?” เขาย้อนถาม ฉันเบือนหน้าหนีแล้วดึงขาตัวเองกลับมา



                “ฉันมีเรื่องที่น่ากลัวกว่านั้นอีก แต่ฉันไม่บอกนายหรอก”



                “เรื่องอะไร ทำไมบอกไม่ได้ เธอมีความลับกับฉันเหรอฮะ?” ไลท์ตาถลึงทันทีแล้วขยับเข้ามาใกล้ทำท่าจะข่มขู่ให้ฉันพูด แต่ต่อให้เขาจับฉันห้อยหัวลงมาจากดาดฟ้าแล้วปล่อยให้ฉันตกลงมาจากตึกฉันก็ไม่มีวันพูดหรอก



ความกลัวของเราราวกับเส้นขนานที่ต่างกันแค่พลิกด้าน พอคิดแล้วก็ทำให้ฉันหลุดหัวเราะขึ้นมา



ตลกดีนะ เพราะเขาชอบฉัน เลยไม่อยากให้ฉันหายไป



แต่ฉันดันอยากหายไปเพราะกลัวว่าตัวเองจะชอบเขา



120%


สองประโยคสุดท้ายทำร้ายจิตใจมาก

สงสารนาง กลัวจนเพี้ยน

55555555555555555

ฮือออ อีไลท์ อย่ามาทำดีสิ

คนอื่นเขาหวั่นไหวนะโว้ยยยยย


รักนาง อย่าลืมติดแฮชแท็ก

#ไลท์โดนของ

น้าาาาาา

เล่นแท็กให้หน่อยจิ เหงาาาาา



ใครพลาดรอบพรี

เจนมีเกินมาหกสิบเล่ม

สั่งได้ที่เพจ Jenny D renger

และในเว็บ jennydrenger.com น้าา

เรื่องนี้ไม่ได้วางร้านนะคะ

คงมีเท่าที่เห็นนี่แหละ จะสั่งก็รีบสั่งน้าา

รถไฟขบวนสุดท้ายละะะ

#ของมันต้องมี

แปะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,385 ความคิดเห็น

  1. #6323 plaily next (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 03:03
    เราคิดว่าพระเอกไม่เหมือนคนถูกมนต์เลย
    #6,323
    0
  2. #6081 แค่คนเลว (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 13:57
    ใช่ไหมละกลัวใจตัวที่สุด
    #6,081
    0
  3. #5122 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 13:45
    อิภามทำไมดุ5555
    #5,122
    0
  4. #5075 min qxcx_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 01:32
    นิยายบ้าอะไรว่ะ ขำชิ*หาย คือเนื้อเรื่องมันดราม่านิดๆ น่ะ แต่นี้ขำทุกตอน เหมือนคนบ้า55555555555
    #5,075
    0
  5. #4125 ปากกาไร้ดาม (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:01
    หนูเด็มเจ๊ว่าเเกเริ่มชอบนางไลน์ล่ะ5555เอาเเล้วไง
    #4,125
    0
  6. #3997 Ink_ttk (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:23
    หวายยยยยยยยยยยยยยยยย
    เอาล่ะเว้ยเด็มเอาแล้วววววววว
    #3,997
    0
  7. #3991 แทฮยองที่รัก (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:54
    ฮือออ ภาวนาให้ไลท์รักเด็มจริงๆ
    #3,991
    0
  8. #3982 แมงจิซอน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:48
    เตรียมร้องไห้แทนเด็มเลย
    #3,982
    0
  9. #3981 xalawiya (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:52
    แล้วคนที่เป็นฝ่ายหลงรักทีหลัง จะเป็นคนเจ็บที่สุด
    #3,981
    0
  10. #3980 ...less is more... (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:12
    มันเป็นเรื่องตลกร้ายอ่ะ
    #3,980
    0
  11. #3979 yukoo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:18
    โอ้ยยย สงสารตัวเอง5555ค้างงง
    #3,979
    0
  12. #3978 king_kook (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:06
    ส่งสารเด็ม นางกลัวจะชอบไลท์แล้วหมดมันคลายคนเจ็บก็คือนางชิมิ
    #3,978
    0
  13. #3977 rosemonster46 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:55
    จะสงสารใครดี ฮืออออ
    #3,977
    0
  14. #3976 niceday777 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:38
    สงสารเด็ม
    #3,976
    0
  15. #3975 MajorChippy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:04
    งื้อออ อย่าดราม่าเลยน้าาา
    #3,975
    0
  16. #3974 Na_999th (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:34
    สุดท้ายเด็มป่าวที่ร้องไห้
    #3,974
    0
  17. #3973 Barbara13 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:21
    โอ้ยเด็มจ๋า รัก เข้าไปเหอะ ไหนๆก็พยายามไม่สำเร็จแล้ว
    #3,973
    0
  18. #3972 real_1belieber (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:21
    โง้ยยนสงสารเด็มม
    #3,972
    0
  19. #3971 YiEn_626 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:10
    อันนี้ขำมากกกกก555555555555555555555555คนบ้าหลุดมาจากโรงพยาบาลป่าวเนี้ยเด็ม
    #3,971
    0
  20. #3970 Nice3000 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:47
    เด็ม..เห็นใครก็จะจับให้ร้องไห้เลยหรอ.5555555555555555555555555555555555555555555555
    #3,970
    0
  21. #3968 evefarii (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:17
    จากเป็นนางเอกจะกลายเป็นบ้าล่ะเด้อ 5555
    #3,968
    0
  22. #3964 forgetmenot story (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:07
    เด็มเป็นอะไร555
    #3,964
    0
  23. #3963 J_joyjoy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:45
    เริ่มเลอะแล้วเด็ม
    #3,963
    0
  24. #3962 แมงจิซอน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:15
    บางทีไลท์อาจจะรู้ตัวอยู่ก็ได้ โดนทั้งยาแต่ก็มีความรู้สึกของตัวเองรวมอยู่ด้วยงี้
    #3,962
    0
  25. #3961 rosemonster46 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:45
    เด็มอยู่กับอีไลท์เยอะ เริ่มอาการหนักละ555
    #3,961
    0
  26. #3960 ammyarpa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:59
    สติสตางค์นางไม่ค่อยจะมี มีอย่างเดียวคือหาน้ำตา พอนางเป็นแบบนี้ เริ่มรำคาญแล้วอ่ะมีแต่จุดมุ่งหมายอย่างเดียว สงสารไลค์บ้างเหอะเมื่อไหร่จะมีความรู้สึกให้กัน อ่านแล้วเครียดแทน
    #3,960
    1
    • #3960-1 J_joyjoy(จากตอนที่ 24)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:46
      ใช่ๆเห็นด้วย นางเริ่มไร้สาระแล้ว
      #3960-1