♥ 마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย (My Bubble tea the series)

ตอนที่ 22 : ไลท์ ll 19ll เป็นห่วง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    30 ม.ค. 61






19

เป็นห่วง



                ฉันเครียด



                ฉันเครียดขนาดที่ถ้ามีใครสักคนบอกว่าโลกจะแตกพรุ่งนี้ ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรสักนิด เป็นเพราะตอนนี้ชีวิตฉันมีแต่เรื่องน่ากลัวเต็มไปหมด ความหวังที่ฉันมีถูกพังทลายเพียงพริบตาที่นัยน์ตาสีเข้มหันมาพูดกับฉัน…



                ทุกอย่างเหมือนเดิม เขายังปฏิบัติกับฉันเหมือนเดิมทุกประการ ไม่มีเปลี่ยนสักกะผีก เขาเกือบจะเป็นฆาตกรฆ่าแฟนตัวเองเพราะโมโหเรื่องที่ยัยนั่นทำร้ายฉัน นั่นเหมือนจะดี แต่ไม่ ฉันอยากจะปล่อยให้เขายืนดูยัยนั่นบีบกรามฉันอยู่เฉยๆ ซะมากกว่า



                นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงนั่งตัวหดปะติ๋วหลิวอยู่ในห้องนอนของตัวเอง ฉันหยิกแก้มตัวเองไปหลายครั้ง ตบขาจนแดงเผื่อว่าฉันกำลังฝันไป แต่แม่งก็ดันเจ็บ ฉันรู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดลอยไปไกลแล้วจนกระทั่งเสียงไลน์ดังขึ้นมาและข้อความนั่นก็ไม่ได้มาจากใคร…



                LD : คิดถึงว่ะ



                …



                ..



                .



                ฉันกลอกตาตอนที่เห็นข้อความ ไม่แม้แต่จะอยากกดเข้าไปอ่าน เกลียดการที่เขาเปลี่ยนชื่อไลน์ให้เป็นตัวย่อของเขากับฉัน เห็นแล้วขนลุก เกลียดการที่ตานั่นบ่นว่าคิดถึงทั้งที่เพิ่งจะปล่อยฉันกลับบ้านได้ไม่ถึงชั่วโมง ไม่รวมกับการที่เขายืนงอแงอยู่หน้ารั้วอีกเกือบสามสิบนาทีกว่าจะเสด็จไปได้…



                เครียดโว้ยยยยยยยยยยยย!



                ฉันฟุบหน้าเข้ากับหมอนแล้วกรี๊ดแบบไม่มีเสียง ดีดดิ้นอยู่บนเตียงเพื่อระบายความหงุดหงิดก่อนจะตีหมอนข้างอย่างโมโหที่ฝันร้ายมันไม่จบสักกะที ฉันอุตส่าห์ลงทุนลงแรงขนาดนี้ แล้วทำไม…ทำไมเขายังชอบฉันอยู่!



ฉันเข้าใจว่าน้ำตาของผู้หญิงคนนั้นจะช่วยให้ฉันรอดพ้นจากโศกนาฏกกรรมแต่มันก็ไม่



                โอ๊ยยยยย! ฉันตั้งสติอยู่แปปนึงก่อนจะค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้นแล้วหยิบมือถือเพื่อต่อสายโทรหาป้า เพื่อหาเหตุผลว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปซะได้ และสิ่งที่ฉันเจอคือ...



                LD : เงียบ



                LD : ทำไร



                LD : เกิดไรขึ้น ให้ไปหามั้ย



                LD : นี่



                อ๊ากกกก ไม่คิดว่าฉันจะขี้จะเยี่ยว จะนอน จะเหนื่อย จะไม่มีอารมณ์ตอบบ้างหรือไงเล่า!



                DL : กำลังจะนอน เหนื่อย



                ฉันพิมพ์ตอบเพื่อที่จะกันไม่ให้เขาสาระแนมาที่บ้านฉัน และไม่ต้องงงไปว่าทำไมชื่อไลน์ฉันเป็นอย่างนั้น… ฉันไม่มีวันตั้งหรอกถ้าไม่โดนบังคับ แค่เห็นยังสยอง =_=^



                ฉันละสายตาจากแชทไลท์แล้วกดโทรไปหาป้า ฟังเสียงรอสายอยู่ไม่นาน ก็มีเสียงปลายสายดังกลับมา



                [ฮัลโหลลลล ว่าไงหลานรัก] เสียงของป้าสดใสมาก ในขณะที่ฉันโคตรจะหดหู่ ฉันยิ้มแหย แม้จะรู้ว่าป้าไม่ได้เห็น



                “ป้าเหรอ คือมีเรื่องจะถามหน่อยฉันพยายามรวบรวมสติและเรียบเรียงลำดับเรื่องให้มันง่ายเข้าว่า เพราะกลัวป้าจะงงถ้าจู่ๆ ฉันโพล่งแบบไม่มีต้นสายปลายเหตุ



                [ถามอะไรหืม เรื่องผู้ชายที่โดนน้ำหอมเหรอ]



                นี่ตาทิพย์รึเปล่าเนี่ย รู้ไปซะหมด…



                “ใช่ ที่ป้าบอกว่าถ้าอยากให้มนตร์คลายแล้วต้องใช้น้ำตาของคนที่รักเขา จำได้มั้ย?”



                [จำได้ ทำไมเหรอ? มีคนร้องไห้แต่มนตร์ไม่คลายเหรออออ]



                ฉันชะงักไปนิดหน่อย ชักจะกลัวคนปลายสายขึ้นมาแล้ว ไม่แน่ใจว่าเธอมีลางสังหรณ์ที่แม่นหรือว่ามีตาวิเศษกันแน่ถึงได้เดาอะไรถูกไปซะหมด



                “ใช่...ฉันเว้นจังหวะไปนิดนึง รู้สึกเหมือนท้องไส้กำลังปั่นป่วน แค่นึกถึงหน้าเขา ใจฉันก็สั่นจนจะคลั่งอยู่แล้วมันมีเงื่อนไขอะไรอีกรึเปล่านอกจากร้องไห้



                ฉันย่นคิ้วและรอฟังด้วยความคาดหวัง บางทีมันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นที่ฉันพลาดไป ฉันอาจจะต้องเอาน้ำตาของยัยนั่นไปราดบนหน้าของไลท์ หรือเอาไปโยนลงในปล่องภูเขาไฟเพื่อทำลายมันเหมือนเดอะลอร์ดออฟเดอะริงก็ได้อ่ะ



                [เป็นน้ำตาของคนที่รักเค้ารึเปล่า]



                “ใช่ น้ำตาของแฟนเขาเลย



                [งั้นก็แย่หน่อย]



                “ฮะฉันชะงัก



                [ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้รักเขาละมั้ง]



                “แต่เธอเป็นแฟนเขานะ เป็นแฟนกันต้องรักกันสิ



                [ก็ถ้ารักจริงๆ มนตร์ก็ต้องคลายไปแล้วสิ]



                “ไม่มั้ง… แค่ร้องไห้ก็พอเหรอ ต้องเอาน้ำตาเธอไปสาดหน้าเขาเหมือนน้ำหอมมั้ย?”



                [แค่ร้องไห้ก็พอ]



                “ป้าแน่ใจเหรอ?”



                [แน่ใจสิ แค่ร้องไห้… แต่ต้องเป็นคนที่รักเค้าจริงๆ]



                ฉันชะงักนิดหน่อยไม่เข้าใจคำว่ารักจริงๆ ของป้าเลย รักแบบไหนล่ะที่เรียกว่ารักจริงๆ คนเราไม่รักกัน คบกันเป็นแฟนได้ด้วยเหรอ? จะบอกว่ายัยนั่นคบไลท์หวังผล ก็ดูจะไม่มีผลอะไรให้หวังอ่ะ เพราะตานั่นดูไม่มีอะไรสักอย่างนอกจากความชั่วช้าที่ฉายชัดอยู่บนหน้าเขา



                [มันก็ไม่ได้ง่ายหรอก การจะหาใครสักคนรักเราจริงๆ หาทั้งชีวิต อาจจะไม่เจอก็ได้ เท่านี้แหละ เดี๋ยวต้องไปดินเนอร์กับสามีสุดที่รัก โชคดีนะจ๊ะ บายยยย]



                เอิ่มมมมม เดี๋ยวก่อนนะป้า ช่วยกรุณาสนใจความทุกข์ของหลานสักวินาทีไม่ได้รึไงเนี่ย!! ฉันเครียดอยู่นะ แต่ป้ายังเห็นการดินเนอร์กับสามีดีกว่าฉันอีกเหรอ! นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้วป้ายังทำให้สถานการณ์ของฉันดูสิ้นหวังมากขึ้นด้วยการทิ้งท้ายว่าหาทั้งชีวิตอาจจะไม่เจอ…



                ฉันนิ่งค้างไปนาน และพยายามจะโทรหาป้าอีก แต่เธอก็ไม่รับ สมองของฉันว่างเปล่ามาก ถ้าแฟนเขาร้องไห้แล้วไม่เกิดผลอะไร งั้นอีกคนที่ฉันพอจะคาดหวังได้ก็คงมีแค่พ่อเขาแล้วล่ะมั้ง…



                ในขณะที่ฉันกำลังนึกถึงเรื่องพ่อเขา จู่ๆ ภาพสามมิติของไลท์ก็แวบเข้ามาในหัวพร้อมกับน้ำเสียงที่ฟังแล้วเหนื่อย นัยน์ตาที่โรยแรงของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกดึงลงเหว



                ฉันรู้แค่ว่าวันนั้นพ่อใส่กระสุนปืนไว้สามลูก… และบ้านฉันอยู่กันสามคน



                ฉันรู้สึกร้อนวาบที่หน้าอกก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือถือออกจากหูและมองข้อความของไลท์ที่ส่งไลน์มาไม่เลิก ฉันคิดว่าฉันเกลียดเขานะ ฉันไม่อยากเจอเขา ฉันไม่ชอบสิ่งที่เขาทำกับฉันสักนิด ฉันคิดว่าฉันโชคร้ายมากแต่ตอนนี้ฉันเริ่มไม่แน่ใจเลยว่าสถานการณ์ของเรา ใครโชคร้ายกว่ากัน



ระหว่างฉันที่อาจจะหาวิธีคลายมนตร์ไม่ได้ทั้งชีวิต



กับเขาที่อาจจะไม่มีใครรักจริงๆ สักคน


30%

                ...เพี๊ยะ! ฉันตบหน้าตัวเองเรียกสติเพื่อโยนความสงสารและเห็นใจออกไปให้หมด สิ่งที่ฉันต้องสำเหนียกคือเขาทำอะไรกับฉันบ้าง! ก็ดูนิสัยเขาสิ คนแบบนี้จะมีใครรักลงเล่า!



                เอาวะ ฉันจะลองดูอีกครั้ง บางทีพ่อเขาอาจจะรักเขาจริงก็ได้ จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึงจะตาย ฉันจะไปรู้ได้ยังไง... ส่วนในตอนนี้ ฉันก็แค่ต้องเอาตัวรอดไปก่อน



                อ่ะ นอน!



                พอ เลิกคิด!



                นอนนนนนน!




 

            เช้าวันใหม่ที่ไม่ค่อยจะสดใสเท่าไหร่นัก



เมื่อวานเขาบอกฉันว่าถ้าฉันยอม เขาจะไม่ตาม...



                อ๋อเหรอ... แล้วเงาหัวนั่นมันอะไร!! ฉันเห็นนะ!!



            ฉันถอนหายใจเซ็งหนักมากเพราะตั้งกะเช้าฉันก็เห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ทุกหลืบมุม ไม่ว่าจะหันไปคราไหนก็จะเห็นแผ่นหลังแว้บๆ ของไลท์ตลอด แต่ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเลยแกล้งไม่เห็น คิดซะว่าเป็นสัมภเวสีไม่ก็ไรฝุ่น แล้วนางยังพยายามจะกลบเกลื่อนฉันด้วยการส่งรูปที่เคยถ่ายตามสถานที่ต่างๆ ไว้มาให้ว่านางอยู่ที่อื่น ไม่ได้ตามฉันเล๊ยยยยยย



                แหมมมม! ฉันโง่มากมั้งเนี่ย!



                ฉันเข้าไปในห้องเรียนและดูเหมือนนั่นจะเป็นจุดสิ้นสุดการตามของไลท์ เพราะหันไปอีกที ฉันก็ไม่เห็นเงาเขาแล้ว ไลท์ส่งไลน์มาบอกว่าเขาจะมารับหลังฉันเรียนเสร็จ ฉันก็เลยจะวางแผนลักลอบหนีกลับก่อน... ฉันคิดว่าถ้าฉันแอบหนีออกไปตอนนี้ บางที ฉันอาจจะมีเวลาแว้บไปเยี่ยมพ่อไลท์ก็ได้



                ถึงความหวังมันจะน้อยนิดกะจิ๊ดริ๊ดจนน่าสมเพชแต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลยอ่ะ ฉันจะไม่ยอมทนอยู่ในสภาพนี้ไปจนตายแน่ๆ



                ฉันมีเวลาพักหายใจแค่ชั่ววูบเดียว อาจารย์ก็สอนเสร็จ แต่พอฉันกำลังจะออกจากห้องฉันก็เห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ข้างหน้า ลางสังหรณ์ร้ายๆ เริ่มทำงาน รู้เลยว่าไอ้เงาตะคุ่มๆ นั่นคือใคร...



                โอ๊ยยยยยยย!



                ฉันกุมขมับ เขากำลังทำให้แผนฉันล้มเหลวอีกแล้ว ชาติก่อนฉันทำบาปกับเขาไว้เยอะรึยังไง ทำไมถึงได้ตามไม่เลิกไม่ราขนาดนี้!



                เป็นเพราะเพื่อนในเซคกำลังทยอยกันออกทางประตู ฉันก็เลยฉวยโอกาสนี้มองไปรอบด้านเพื่อหาทางหนีทีไล่ทางอื่น จนเห็นหน้าต่าง สมองฉันก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที



                มันดีมากที่ที่นี่มีระเบียงยื่นออกไปประมาณสองช่วงตัวเพื่อวางคอมเพลสเซอร์แอร์ เลยไม่อันตรายนักถ้าฉันจะปีนหน้าต่างแล้วกระดื้บหลบไปเข้าห้องอื่นแทน ฉันรีบใส่เกียร์หมาแล้วปีนในช่วงจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต เปลี่ยนจากสาวธรรมดาเป็นโทนี่จาในสิบวินาที



                พรึ่บ!



                ตุบ!



                ฉันกระโดดลงจากหน้าต่างจนกระโปรงกระพือเห็นถึงช่วงขาอ่อนก่อนจะหล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วง ฉันรีบหันไปปิดหน้าต่างแล้วก้มตัวลงเพื่อให้ผนังสีขาวบดบังตัวฉัน ด้วยความที่ตึกที่ฉันเรียนมันสูงราวสิบชั้น และฉันก็อยู่ชั้นสาม มันไม่ได้สูงมากแต่ถ้าตกลงไปก็น่าจะมีขาหักไปสักข้าง ลมเย็นๆ จากด้านนอกปะทะเข้ากับหน้าฉันจนผมสยาย สร้างความหวาดเสียวและหวั่นใจให้ฉันนิดๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยจะปีนป่ายเป็นลิงขนาดนี้มาก่อน ฉันกลัวความสูงแต่กลัวอีตานั่นมากกว่า ฉันเลยต้องแข็งใจกระดื้บไปตามระเบียงคอนกรีต



                ฉันกระดึ้บสลับคลาน ไม่กล้ายืนเพราะกลัวหัวจะเลยผนังสีขาวแล้วเห็นตัวฉันผ่านหน้าต่าง อีกอย่าง พอยืนแล้วใจฉันมันหวิวชอบกล ฉันกระดึ้บหนีจากห้องที่ฉันเรียนไปประมาณสามห้อง เลือกห้องที่ไม่มีคนเรียนอยู่ ก่อนจะตัดสินใจปีนเข้าไปอย่างทุลักทุเล ฉันยังไม่ทันจะเท้าถึงพื้นดี จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงใครบางคน



                “เวรเอ๊ย ไอ้เหี้ยนั่นแม่งตาม...”



                ตุบ!



                เสียงขาข้างนึงฉันเหยียบพื้นพอดีกับที่เจ้าของเสียงหันมาสบตากับฉันแล้วชะงักไปครู่นึง...



                “ผู้หญิงคนนั้น...” เสียงของคนพูดขาดจังหวะก่อนจะเอ่ยต่อแล้วชี้นิ้วเข้าที่หน้าฉัน “... ตั้งแต่เช้า”



                วะ เวรละ!!!



                หน้าฉันซีดขึ้นมาทันทีที่เห็น ถึงมันจะไม่สว่างนักแต่ก็มากพอที่จะทำให้ฉันรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ฉันแค่นหัวเราะแห้งๆ เมื่อไอ้หัวโล้นคนนึงล็อกประตูห้องดังกริ๊กแล้วฉีกยิ้มประหลาด



                ใช่แน่... ใช่ไอ้พวกที่พยายามจะลากฉันคราวที่แล้วแน่นอน!!



                โอ๊ย จะบ้าตาย ฉันหนีไลท์เพื่อเจอโล้นเหรอ! ฉันทำหน้าแหยแล้วพยายามจะปีนกลับแต่เพราะสบตากับพวกมันทำให้ฉันไม่มีแรงจะขยับตัว ถึงฉันจะปีนหนี ฉันก็คงไม่กล้าวิ่ง เพราะถ้าวิ่งฉันอาจจะลนลานจนตกตึกแข้งขาหักตายก็ได้



                “พรหมลิขิตบันดาลชักพา ให้เราได้มาพบกันทันใด” เพื่อนนางอีกคนยิ้มหวานแล้วฮัมเพลงที่ฟังไม่เข้าหูสักกะนิด



                “เอ่อ โทษที ฉันคงเข้าผิดห้อง ฉันไปก่อนดีกว่า” ฉันทำท่าจะปีนออกแล้วก้มหัวอย่างมีมารยาทหากแต่จู่ๆ ไอ้โล้นก็พุ่งเข้ามาจับแขนฉันเอาไว้แล้วฉีกยิ้มแต่สายตาไม่ยิ้มด้วย



                “แหม รีบเหรอ เธอควรจะมาคุยกับพวกเราก่อนนะ โดยเฉพาะเรื่องที่ทุ่มฉันลงกับพื้นไง”



                “เอ่อ ฉันไม่ได้ทุ่มใครนะ เฮ้ย!” ฉันร้องเหวอเมื่อไอ้บ้านั่นองค์ลงแล้วกระชากฉันลงจากหน้าต่างแรงมากก่อนจะปล่อยแขนที่ดึงฉันไว้เหมือนจงใจทำให้ฉันเสียหลักแล้วเข่ากระแทกพื้นดังตึง!



                “โอ๊ย!” ฉันร้องเจ็บเพราะนอกจากเข่าแล้ว หน้าผากฉันยังกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะตัวหนึ่งดังปั่ก! ฉันชะงักแล้วยกมือข้างนึงขึ้นกุมหัวด้วยความมึน บ้าเอ๊ย! คุยกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องรุนแรงกับฉันเลย! ฉันเม้มริมฝีปากอยากจะกรี๊ด ฉันไม่ใช่แมวเก้าชีวิตนะถึงได้จะตายแล้วเกิดใหม่ได้เนี่ย! ทำไมฉันต้องโคจรมาเจอคนพวกนี้ตลอดด้วย!



                “แล้วเธอก็ยังจะส่งพวกเวรนั่นมากระทืบพวกฉันอีก”



                “ฉันเปล่านะ” ฉันพยายามยันตัวแล้วใช้มือข้างนึงจับที่โต๊ะพลางหันไปที่พวกเขา



                ทำไงดี ฉันควรจะกรี๊ดเรียกความช่วยเหลือมั้ย แต่จะมีใครได้ยินเหรอ ห้องข้างๆ กำลังสอนและเปิดไมโครโฟนเสียงดังมาก ดังจนกลบเสียงฉันเลยมั้ง



                โอ๊ยยยย นี่ฉันอยู่ในมหาลัย ประเทศไทยที่มีกฎหมายนะ จะมารุมสกรัมฉันกลางสถานศึกษาแบบนี้มันควรหรือไงเนี่ย!



                “ฉันล่ะเกลียดที่เธอแกล้งทำเป็นอ่อนแอจริงๆ” เพื่อนไอ้โล้นกลอกตาแล้วมองหน้าฉันด้วยท่าทีหมั่นไส้ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยตรงบริเวณสะโพก ฉันโยกหลบแล้วพยายามล้วงมือเพื่อจะหยิบมือถือ แต่ดูเหมือนพวกนั้นจะรู้ทันเพราะไอ้โล้นนั่นเดินมาก่อนจะกระชากแขนฉันจนมือถือที่จับอยู่กระเด็นไปโดนกำแพง!



                เวรเอ๊ย!



                “เดี๋ยวรอให้ไอ้นั่นมันไปก่อน แล้วเราค่อยลากยัยนี่ออกไป” เพื่อนไอ้โล้นว่าแล้วนั่งยองๆ มองหน้าฉันพร้อมกับยิ้มหวานเคลือบยาพิษ ฉันย่นคิ้วนึกจินตนาการว่าพวกเขาจะพาไปไหน จะพาฉันไปใส่ชุดกระต่ายนั่นอีกอะเหรอ...



                “พวกนายจะพาฉันไปไหน” ฉันถามเสียงอ่อย และไม่กล้าจะสบตา ความจริงแล้วฉันอยากจะมีความกล้าหาญขู่พวกมันว่าถ้าแตะต้องตัวฉันละก็ ไลท์จะต้องฆ่าพวกเขาแน่ แต่แค่สัมผัสรังสีน่ากลัวที่แผ่ออกมา ฉันก็ได้แต่นั่งเงียบจนแทบจะพับเพียบแล้วพนมมือไหว้แบบเบญจางคประดิษฐ์อยู่แล้ว



                ฮือ ทำไมต้องมาวุ่นวายกับฉันด้วยวะ สวดมนต์ไล่จะไปมั้ย แผ่เมตตาให้ด้วยเอ้า! T^T



                “สำหรับคนสวยๆ ก็ต้องพาไปสวรรค์ชั้นฟ้าสิ”



                ฉันแทบจะร้องยี๋ออกมาตอนที่เพื่อนไอ้โล้นยิ้มจิตๆ แล้วยื่นมือมาลูบผมของฉันช้าๆ ไรขนอ่อนฉันก็ลุกด้วยความสยอง ไม่ว่าจะดูยังไงการไปกับพวกนี้ก็คือนรกชัดๆ



                “อะไร” ฉันย่นคิ้วพร้อมกลืนน้ำลาย รู้สึกไอ้คำว่าสวรรค์ของเขามันดูมีลับลมคมในและเป็นเรื่องสกปรกจนกระทั่งมือที่เลื่อนตรงเส้นผมไล้ลงมาที่บ่าและทำท่าจะเลื่อนต่ำลงมาที่หน้าอก นัยน์ตาฉันก็เบิกโพลง ความกล้าหาญที่ไม่ค่อยจะมีอยู่ดีๆ ก็โผล่มา ใจฉันสั่นจนสมองคิดอะไรไม่ออก มือสองข้างฉันผลักไอ้บ้านั่นแรงที่สุดเท่าที่จะแรงได้ ก่อนจะตะโกนสุดเสียง ฉันคิดจะเอ่ยคำว่าช่วยด้วยแต่ไม่รู้ทำไม



“ไลท์!!!!!!!



               “เฮ้ย”



                “ไลท์!!!!!!!!!!!!!”  ฉันร้องเสียงดังกว่าเก่า



                 “ยัยบ้านี่ เรียกใครวะ เรียกไอ้เวรนั่นเหรอ!” ทั้งสองคนลนลานแล้วรีบเอามืออุดปากฉันก่อนที่ฉันจะตะโกนรอบที่สาม ฉันก็ไม่เข้าใจว่าจะพูดชื่อเขาออกมาทำไม แต่ตอนที่สบตาคนตรงหน้าฉันก็กลัวมาก หน้าคนที่ลอยมาก็มีแค่หมอนั่น



                ตึก ตึก ตึก!



เสียงฝีเท้าดังเข้ามาทำให้ใจฉันมีความหวัง สองคนนั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงก็อกแก็กที่ลูกบิดประตูและเห็นหน้าของคนที่ฉันพยายามจะวิ่งหนี ฉันสบตาคนตัวสูงแล้วมองด้วยท่าทีวิงวอนขอให้ช่วย



“เชี่ยละ” ไอ้โล้นสบถ



“มันเข้ามาไม่ได้หรอก เราล็อกประตู กว่าแม่งจะไปขอกุญแจจากภารโรง เราก็ไปไกลแล้ว” อีกคนพูด



“เฮ้ย มึงไปล็อกหน้าต่าง อย่าให้มันเข้ามา” ไอ้โล้นสั่งก่อนที่เพื่อนเขาจะรีบวิ่งไปล็อกทุกบาน ส่วนฉันหันไปมองประตูโดยไม่ละสายตา



“เฮอะ” ไลท์สบถแล้วมองฉันแวบนึง สายตาเขาดูหงุดหงิดปนโกรธนิดๆ บางทีเขาคงเคืองที่เห็นฉันในห้องนี้และรู้ว่าฉันกำลังจะวิ่งหนีเขาอีกแล้ว คนตัวสูงนิ่งไปแป๊ปนึงก่อนจะเดินหายไปพร้อมกับใจฉันที่วูบลงตาตุ่มด้วย!



เฮ้ย เดี๋ยวสิ มาช่วยฉันก่อนนนนนนน!



ถึงนายจะโกรธ แต่นายก็ควรช่วยฉันก่อนสิ!!

     

60%

ฉันลนลานเพราะไม่แน่ใจว่าไลท์เป็นคนแบบไหน เขายิ่งชอบทำอะไรที่คาดไม่ถึงอยู่ด้วย บางทีเขาอาจจะให้บทเรียนฉันด้วยการปล่อยฉันทิ้งไว้กับไอ้พวกเวรนี่ก็ได้!



“มันเดินไปไหนวะ” ไอ้โล้น



“ไม่รู้ว่ะ” เพื่อนอีกคน “หรือมันจะไป... เชี่ย!



ไอ้โล้นกับเพื่อนของเขาสบถพร้อมกัน ไม่ต่างจากฉันที่เบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าไลท์ถือถังดับเพลิงมาด้วยใบหน้านิ่งๆ ก่อนที่เขาจะยกมันแล้วกระแทกเข้ากับประตูกระจก



เคร้ง!!



เขากระแทกครั้งแรก



เคร้งงงง!!!



และตามด้วยครั้งต่อมา!



“มันบ้าไปแล้ว!! มันไม่รู้เหรอว่าห้องข้างๆ สอนอยู่!!



เสียงของพวกเขาโวยวาย แต่ไม่ได้สะท้านคนตัวสูงสักกะผีก เขาเอื้อมมือเข้ามาปลดล็อกลูกบิดตามรอยแตกของกระจกแล้วจ้องคนทั้งคู่ตาถลึง



                ใบหน้าของไลท์ดูเปลี่ยนไปตอนที่มองฉัน ท่าทีของเขาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังเกรี้ยวกราดพร้อมจะขย้ำทุกคนให้แหลกเป็นชิ้นๆ เป็นเพราะเสียงกระจกเมื่อกี้ทำให้เสียงไมโครโฟนห้องข้างๆ เงียบไปกลายเป็นเสียงจอแจเพราะความสงสัยแทน ฉันคาดว่าภายในหนึ่งนาที อาจารย์ห้องข้างๆ หรือไม่ก็นิสิตจะต้องออกมามุงดูแน่ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น



                “แม่งเอ๊ย” ไอ้โล้นสบถแต่ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ไลท์ก็คว้าถังดับเพลิงแล้วทำท่าจะฟาดเข้าที่หัวของมัน หากแต่ไอ้โล้นนั่นหลบทันทำให้ถังดับเพลิงหนักๆ กระแทกกับโต๊ะใกล้ๆ ดังตึง!!!



                เพราะถังดับเพลิงทั้งหนักและเหวี่ยงแรงทำให้โต๊ะไม้นั่นแตก!



                “เฮ้ย มันอันตรายนะโว้ย! มึงเอาจริงเหรอเนี่ย!



                “ล่ะ ไลท์ เดี๋ยวอาจารย์ห้องข้างๆ จะมานะ เรารีบ... กรี๊ด!



                ตึง!



                ไลท์ฟาดถังดับเพลิงนั่นอีกรอบ แต่ไอ้โล้นนั่นก็หมุนตัวหลบทันแค่เสี้ยววิทำให้ถังดับเพลิงนั่นหันไปกวาดโต๊ะและเก้าอี้ในรัศมีจนกระเด็นไปคนละทิศแทน!



                เขาฟิวส์ขาด... ไม่ว่าจะมองยังไง เขาก็ไม่ได้ยินสิ่งที่คนอื่นพูดแล้ว!



                “เสียงอะไรน่ะ” เสียงของคนจากด้านนอกทำให้ฉันสะดุ้งก่อนจะหันไปมองไลท์ที่ทำท่าจะทำลายทรัพย์สินสาธารณะเพิ่ม ดูจากรูปการณ์แล้วถ้าอยู่ต่อคงไม่ดีแน่ๆ ฉันห่อไหล่คิดอะไรไม่ออก จนกระทั่งเสียงจอแจดังออกมาจากข้างนอก อาจารย์ห้องข้างๆ ตาโตแล้วกุมหน้าอกตกใจพร้อมทั้งนิสิตประมาณยี่สิบคนที่ตามออกมาดูเหตุการณ์



                “พวกเธอทำอะไรกัน!!” อาจารย์ตวาดดังมากแต่คนตัวสูงก็ไม่ฟังสักนิด “นี่มันเกิดอะไรขึ้น! นี่เธอทำลายทรัพย์สินของมหาลัยแล้วยังจะมาฆ่าแกงกัน ไม่เกรงใจสถาบันบ้างรึไง!



                ตึง!



                ไลท์กระแทกถังดับเพลิงลงกับพื้นแล้วกระชากคอเสื้อไอ้โล้นก่อนจะบีบคอเขาแรงมาก ไอ้โล้นพยายามจะใช้มือปัดป้องแล้วข่วนแขนคนตัวสูงจนเป็นรอยแดง เพื่อนของมันอีกคนถลาไปหยิบเก้าอี้ก่อนจะเงื้อมือสูงเพื่อจะฟาดไลท์ ฉันตาโต ขาก้าวไม่ออก ชั่วพริบตาเก้าอี้นั่นก็พุ่งใส่ที่ข้างลำตัวของไลท์ดังปั่ก!



                “ปล่อยเพื่อนกู!



                คนตัวสูงหันมาตาถลึงก่อนจะกัดฟัน สีหน้าบูดเบี้ยว เขาปล่อยมือที่บีบคอไอ้โล้นก่อนจะถีบเข้ากลางลำตัวผู้ชายคนนั้นอย่างแรงจนเขาล้มก้นจ้ำเบ้า ไม่ทันให้หมอนั่นลุกเพื่อทรงตัว ไลท์สาวเท้ายาวๆ และกระทืบซ้ำ นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัดจนฉันกลัว เสียงกรี๊ดดังทั่วบริเวณ พวกเขาตะลุมบอนกันอยู่พักนึง ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงหวีดร้องของใครสักคนดังขึ้น



                “ตำรวจมา! ตำรวจมาแล้ว!!



                เพียงครู่เดียวเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบก็พุ่งเข้าชาร์จไลท์และช่วยกันกระชากเขาออกจากเพื่อนไอ้โล้นที่นอนตัวงออยู่กับพื้น  ไลท์สะบัดเจ้าหน้าที่อย่างแรงแล้วทำท่าจะพุ่งเข้าไปกระทืบอีก ทุกอย่างชุลมุนจนฉันทำตัวไม่ถูก ไอ้โล้นพยุงตัวลุกขึ้นพลางฉวยโอกาสช่วงที่คนกำลังวุ่นวาย คว้าเศษไม้จากเก้าอี้ที่หักแต่เขาไม่ได้พุ่งไปทางไลท์ เขาพุ่งมาทางฉัน!!



                เป็นเพราะความคิดจากสมองและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดมันตีกันทำให้ตัวฉันไม่ขยับและยืนมองด้วยความตกใจ นัยน์ตาฉันหรี่ลงก่อนจะมองไม่เห็นอะไรพร้อมกับเสียงไม้ฟาดเข้ากับเนื้อดังปั้ก!!!



                ...แต่ฉันดันไม่เจ็บ



                “...”



                “เป็นอะไรมั้ย?” น้ำเสียงคุ้นเคยเอ่ยขึ้นทำให้ฉันลืมตาโพลงก่อนจะพบว่าเสียงไม้ฟาดเนื้อเมื่อกี้มันมาจากไหน... ฉันยืนอึ้งกับคนตรงหน้า ในขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุน เจ้าหน้าที่พุ่งเข้ามาล็อกไอ้โล้นก่อนที่มันจะได้ฟาดรอบที่สอง เสียงร้องกรี๊ดผสมเสียงโวยวายดังจากคนที่ยืนมุงอยู่ แต่ฉันรู้สึกเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย



                ร่างสูงเซนิดๆ ก่อนจะใช้นัยน์ตาสีเข้มมองมาทางฉัน แขนเสื้อของเขาเริ่มถูกย้อมด้วยของเหลวสีแดงเข้ม มือข้างนึงของไลท์แตะที่หน้าผากฉันแล้วถอนหายใจเหมือนโล่งอก ฉันไม่ตอบได้แต่ยืนมองนิ่งๆ ไม่รู้ควรจะแสดงปฏิกิริยาตอบกลับยังไงเพราะฉันทั้งรู้สึกดีและแย่ในเวลาเดียวกัน



            ฉันรู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วง...



 แต่ฉันก็รู้สึกแย่เพราะความเป็นห่วงที่เขามีให้มันเป็นแค่เรื่องโกหก 


100%




image
หื้อออออ สงสารนุ้งงงง
โชว์หล่อเหรอนังไลท์ หึ๊





ไลท์รอบสต็อกมีกี่เล่ม เจนจะมาแจ้งวันที่ 1 นะคะ 
ใครไม่ทันรอบพรี ก็ปูเสื่อรอก็ได้จ้า
รักนาง ชอบนาง เป็นกำลังใจให้นาง
อย่าลืมแม้น + ติดแฮชแท็ก
#ไลท์โดนของ
น้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,385 ความคิดเห็น

  1. #6078 แค่คนเลว (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 13:18
    ฮื่อออไลท์จ๋า
    #6,078
    0
  2. #5116 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 13:07
    สงสารรร
    #5,116
    0
  3. #3766 yukoo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 23:21
    สงสารตัวอย่างที่อยากอ่านต่ออยากได้เล่มมาก แต่ไม้มีตัง ค้างงง โอ้นทงื้อ ;_;
    #3,766
    0
  4. #3540 forgetmenot story (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 12:32
    สงสารไลท์งื้ออ
    #3,540
    0
  5. #3539 Na_999th (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 11:36
    สงสารไลท์มาก
    #3,539
    0
  6. #3538 taodotak (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 11:00
    น่าสงสาร
    #3,538
    0
  7. #3537 niceday777 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 10:55
    อิผี รอบนี้มาอย่างเท่ห์ รักเค้าแล้วอ่ะดิเด็มเอ้ย เฮ้อออ สงสารเด็ม
    #3,537
    0
  8. #3536 SukanyaSoda (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 09:36
    เด็มจะชอบไลท์แล้วอะถ้าเกิดรักไลท์จริงมนคลายจะทำงัยหละทีนี่แงๆๆๆ
    #3,536
    0
  9. #3535 tigersweet (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 07:38
    สงสารเด็ม จุดๆนี้สงสารเด็มที่สุด เด็มเป็นคนเดียวที่รู้ว่าที่ไลท์ทำทั้งหมดมันใช่เรื่องจริง อิไลท์มันยังไม่รู้ตัวเองเลยเราควรโทษใครดีกับเรื่องนี้
    #3,535
    0
  10. #3534 Mikaririn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 07:04
    อยากให้มนตร์คลายสักที เด็มนี่ตัวซวยเลย
    #3,534
    0
  11. #3533 Mini_MiniHeart (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 06:32
    ขอเกลียดเด็มได้มั้ยอ่ะ ₩_₩
    #3,533
    0
  12. #3532 Jipaporn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 06:24
    เด็มแกคิดในทางกลับกันดินางอาจชอบแกนะ
    #3,532
    0
  13. #3531 ปากกาไร้ดาม (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 03:30
    ความจริงนางอาจจะไม่ได้โดนมนต์ก็ได้นะ5555 นางอาจจะชอบเด็มจริงๆก็เป็นได้
    #3,531
    0
  14. #3530 MajorChippy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 01:41
    ไลท์อาจจะชอบเด็มจริงๆแล้วมั้ยอะ แงงงง อะไรยังไง รอเล่มค่าาา
    #3,530
    0
  15. #3529 rosemonster46 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 01:13
    อาจจะไม่ใช่เพราะน้ำหอมก็ได้ โอ้ยย หน่วงใจ
    #3,529
    0
  16. #3528 Rain Rainy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 01:02
    โอ้ยยย สงสารอะ
    #3,528
    0
  17. #3527 ...less is more... (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 00:47
    ไลท์อ่ะ
    #3,527
    0
  18. #3526 DranDran (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 00:31
    วินาทีนี้สงสารไลน์
    #3,526
    0
  19. #3525 yukoo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 00:25
    อยากได้เล่มมมม
    #3,525
    0
  20. #3524 แมงจิซอน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 00:24
    แง๊ สงสารไลท์สงสารเด็ม
    #3,524
    0
  21. #3523 แมงจิซอน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:33
    อ่าว เอี้ยละเด็ม ยอมๆ ไลท์ไปเหอะ เธอสองคนเหมาะกันแล้ว ไลท์น่ารักจะตาย แอบตามเป็นเงาตะคุ่มๆด้วย
    #3,523
    0
  22. #3522 Nice3000 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:43
    ชะงั้น555555555555555555555
    #3,522
    0
  23. #3521 Ink_ttk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:41
    ไลท์อย่าโกรธเด็มเลยนะ
    #3,521
    0
  24. #3520 venus6 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 20:49
    นางเอกมีแฝดมั้ยอ่
    #3,520
    0
  25. #3519 MajorChippy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 20:35
    ไลท์นี่แกจะหนีจริงๆใช่มะ 55555
    #3,519
    0