♥ 마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย (My Bubble tea the series)

ตอนที่ 15 : ไลท์ ll 14llพ่อของไลท์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    2 พ.ย. 60


                   I got you- bebe rexha



“ผ้าพันแผลตรงนี้อย่าเพิ่งแกะออกนะ รอสัก 4-5 ชั่วโมง” เสียงของอีพี่หน้าเหี้ยมนั่นดังขึ้นมาเขากำลังหมายถึงแผ่นพลาสติกใสๆ ที่ปิดทับแผลฉันกันเชื้อโรค เขาเริ่มร่ายวิธีดูแลยาวเหยียดในขณะที่ฉันรู้สึกตึงๆ บริเวณไหล่ขวา ความหงุดหงิด โกรธ โมโห ปนกันไปหมด



ฉันมีรอยสัก… แถมยังสักเป็นชื่อของคนที่ฉันไม่ต้องการด้วย! ฉันร้องคอแทบแตกตอนที่เขาล็อกฉันไว้ และประโยคๆ เดียวก็หยุดฉัน ฉันรู้ว่าสู้ไปก็เท่านั้น เขาจะทำมันอยู่ดี เพราะมันเป็นอย่างนี้มาตลอด



อย่าให้เขาเผลอนะ ฉันจะสักคำว่าชั่วกลางหน้าผากของเขาตัวใหญ่ๆ เอาให้ยืนอยู่บนเทือกเขาอัลไตก็ยังเห็นอ่ะ คอยดู! ฉันนั่งคอตก อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก สมองของฉันเริ่มไม่ทำงาน เพราะไม่อยากจินตนาการสิ่งที่อาจจะเกิดหลังจากนี้



“เข้าใจละ” ไลท์ตอบอีพี่หน้าเหี้ยมก่อนจะหันมามองไหล่ขวาฉัน เขาถลกแขนเสื้อฉันขึ้นแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว “มันสวย ฉันชอบ”



“...”



สวยกะผีนายสิ ชอบก็สักเองสิวะ มาบังคับคนอื่นทำไม!



ฉันโมโหมากแต่ด้วยความขี้ขลาดที่ติดตัวมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ฉันเลยได้แต่ฮึบและเม้มริมฝีปากเพื่อข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้



“ฉันสักชื่อเธอบ้างดีมั้ย” ไลท์เริ่มความคิดประหลาดๆ และชวนฉันคุย ฉันแค่หันไปมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจและไม่ตอบ เอาเหอะ เขาจะกระชากคอเสื้อแล้วด่าฉันว่าหยิ่งก็ช่างแล้ว



“เด็ม” เขาสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นและฮึ่มฮั่มเมื่อฉันไม่ตอบ แต่ฉันก็ยังท้าทายด้วยการเงียบ มันเป็นวิธีเดียวที่คนป๊อดๆ อย่างฉันทำได้ ฉันหันหน้าไปอีกทาง ความขุ่นเคืองมันบังเกิดอยู่ในอก รู้สึกร้อนและอึดอัดจนหัวเสีย



เฮอะ เรียกให้คอแตก ฉันก็ไม่หันไปหาเขาหรอก โกรธโว้ย!



“นี่” ไลท์สะกิด ยิ่งได้ยินเสียงเขาฉันก็ยิ่งโมโห



นี่อะไร สะกิดทำไม อยากโดนฉันด่านักใช่มั้ย? หึ ฉันไม่ด่านายหรอก เปลืองน้ำลาย! (กลัวตายด้วย)



“เธอฟังฉันอยู่มั้ยเนี่ย หืม?” เสียงของไลท์เข้มขึ้นและนั่นทำให้ฉันกลืนน้ำลายนิดหน่อย ฉันสัมผัสได้ถึงรังสีความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่ฉันก็ไม่หันอยู่ดี ให้ตาย ฉันก็ไม่คุยกับเขาหรอก



“เธอจะหันมาคุยกับฉันดีๆ มั้ย”



อืม โอเค ฉันขอกลับคำพูด ฉันหันไปทางเขาดีกว่า ดูจากน้ำเสียงดุดันพร้อมเอามีดฟันฉันคอขาดแบบเมื่อกี้แล้ว ฉันคุยกับเขาก็ได้



“อะไร…” ฉันตอบห้วนๆ ก่อนที่จะหันไปทางเขาแล้วพอเราสบตากัน ฉันก็ไพเราะขึ้นมาทันที “คะ?”



“เธอจะมาโกรธฉันไม่ได้ เธอทำให้ฉันต้องทำแบบนี้เอง” ไลท์ยังคงยัดเยียดว่านี่คือความผิดของฉัน และนั่นทำให้ฉันเซ็ง อะไรๆ ฉันก็ผิดตลอด เขาเคยผิดหรือไง ก็ไม่…


ฉันอยากจะเถียงเขามากว่าถ้าเขาไม่ประสาท ฉันจะหนีเขาเหรอ ถ้าเขาไม่ทำกับฉันน่ากลัวแบบนั้น ฉันจะวิ่งหนีไปรึเปล่าล่ะ แต่ฉันรู้ว่าเถียงไปก็เท่านั้น คนตัวสูงก็จะหาข้ออ้างน่ารำคาญมาโต้กับฉันได้อยู่ดี



“เธอจะได้ไม่กล้าหนีฉันอีก” ไลท์พูดเสียงเรียบพร้อมกระตุกยิ้มเลวๆ ข้างนึง ฉันหน้าเสีย และด่าเขาในใจว่าไอ้โรคจิต มีร้อยพันล้านวิธีที่เขาทำได้ แต่เขาก็เลือกวิธีนี้



“นายนั่นแหละที่จะเป็นคนทิ้งฉัน” ฉันหงุดหงิดแล้วจ้องหน้าเขา มือข้างนึงกำลังจะจิ้มเข้าที่หน้าอกไลท์อย่างหาเรื่องแต่พอสบนัยน์ตาคนตัวสูง ฉันก็ชักมือกลับแล้วลูบคอตัวเองแทน



ไลท์ยิ้มตาซื่อตอนที่ฉันพูด



“เธอกลัวฉันทิ้งเธอเหรอ?” เขาดูชอบใจกับประโยคของฉันนะ แต่น่าจะตีความหมายผิด สิ่งที่ฉันจะสื่อคือถ้ามนตร์คลาย เขาก็จะหายไปจากชีวิตฉันเอง เขาอาจจะไล่เตะก้นฉันออกไปด้วยซ้ำ “งั้นเธอก็รวบหัวรวบหางฉันสิ ท้องแล้วมีลูกให้ฉันสักคน เธอจะได้มีข้ออ้างรั้งฉันไง”



...ฉันอึ้งไปนิดนึงกับสิ่งที่ไลท์แนะนำ มันคืออะไรอ่ะ ละครน้ำเน่าช่องหลากสีเหรอ ใครเขาจะไปท้องกับคนอย่างไลท์วะ ฉันไม่อยากมีสามีเป็นอาชญากรและลูกชอบสร้างอาชญากรรมหรอกนะ หน้าอย่างเขาเป็นพ่อคนไม่ได้หรอก เป็นผัวยังน่ากลัวเลย



“นายจะทิ้งฉัน”



“ฮะ” ไลท์ยังคงงงเมื่อฉันยืนยันคำเดิม ฉันไม่รู้จะเริ่มอธิบายยังไงด้วย แถมอีพี่หน้าเหี้ยมนั่นยังมองพวกเราด้วยความสาระแนอีก ใครจะไปกล้าพูดเรื่องน้ำหอมมหาสเน่ห์ต่อหน้าคนแบบนี้กันล่ะ



“อย่าทำแบบนี้ เพราะอีกไม่นานนายก็จะทิ้งฉันแล้ว”



“เธอพูดอะไรของเธอวะ” ไลท์จิ๊จ๊ะแล้วดึงแขนฉันไว้ ถ้าสายตาคนภายนอกมองมาพวกเราคงเหมือนแฟนทะเลาะกันมาก แต่ความจริงแล้วเปล่า… เรากำลังคุยคนละเรื่องเดียวกัน อีพี่หน้าเหี้ยมตาวาวตอนที่ฉันพูดด้วยท่าทีเซ็งๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นเมื่อไลท์หันไปพยักเพยิดให้เขาไปที่อื่น “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันจะทิ้งเธอ”



ก็เพราะสิ่งที่นายทำอยู่ เหตุและผลมันมาจากฉันยังไงล่ะยะ ไลท์ทำหน้าซีเรียสมากและเราก็เหมือนผัวเมียทะเลาะกันสุดๆ แถมประโยคที่ฉันพูดแต่ละอย่างก็ชวนคิดทั้งนั้น



“งั้นฉันถามหน่อย ตอนนี้นายเข้าใจมั้ยว่านายทำทุกอย่างไปทำไม ในเมื่อนายเจอฉันแค่ครั้งเดียว นายก็ขอฉันเป็นแฟน นายตามฉันเป็นเงา นาย…. เคยเป็นแบบนี้มาก่อนรึเปล่าล่ะ” ฉันอ้อมค้อมพยายามจะบอกใบ้ว่าไอ้ที่นายเป็นๆ อยู่เนี่ยมันไม่ใช่ตัวเขา แต่ฉันไม่รู้จะพูดยังไงให้เขาไม่ด่าฉันว่าเพ้อเจ้อ อยากจะเปลี่ยนจากน้ำตาเป็นน้ำมนตร์เก้าวัดแล้วเอามาสาดให้เขาหายบ้าจริงๆ



“ฉันว่า…” ไลท์ย่นคิ้วนิดนึงเหมือนกำลังคิดอยู่แล้วดีดนิ้วดังเปาะ “น่าจะเป็นรักแรกพบ”









รักแรกพบ… นรกแรกพบล่ะสิไม่ว่า อีบ้า ใครสั่งใครสอนให้นายมาโรแมนติกในตอนที่ฉันไม่ต้องการวะ ยิ่งฉันพูดกับเขา ฉันยิ่งเครียด ยิ่งโวยวายก็ยิ่งเจ็บแผล ฮือๆๆๆๆ



“มันไม่ใช่รักแรกพบแต่มันเป็นเพราะน้ำหอมของป้าฉัน” ฉันตัดสินใจบอกเขาแล้วบีบมือไลท์แน่น ฉันอยากจะอธิบายและขอเวลาเพื่อให้ทุกอย่างมันกลับไปเป็นแบบเดิมก่อนหน้านี้ แต่เนี่ยแหละสิ่งที่ยาก… เรื่องแฟนตาซีแบบนี้ใครมันจะไปเชื่อเล่า



“งง”



นั่นงะ ;_;



“คืออย่างนี้ ฉันรู้ว่ามันอาจจะฟังดูประสาทแต่” ฉันกำลังจะร่ายให้ไลท์ฟัง เขาก็พยักหน้ารับแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วชะโงกหน้าเข้ามาจนปลายจมูกเกือบชิดลำคอของฉัน ฉันสะดุ้งโหยงและเงียบทันที



เดี๋ยว… อะไรๆๆๆ อะไรอีกกกก



“จะบอกว่าเธอหอมจนทำฉันหลงว่างั้น” อีตาไลท์ที่คิดเอง เออเองทุกอย่างสรุปแล้วเลื่อนหน้ากลับไปที่เดิม อันที่จริงมันก็มีส่วนถูกอยู่ห้าสิบเปอร์เซ็น แต่ที่เขาหลงฉันไม่ใช่เพราะว่ามันหอมแต่มันเป็นเพราะ… ก็รู้ๆ กันอยู่



“คือจะว่าถูกมันก็ใช่ แต่... โอ๊ย เอาเป็นว่าถ้านายพาฉันไปเจอพ่อของนาย นายจะเข้าใจสิ่งที่ฉันพูด”



“เธอจะรีบไปฝากตัวเป็นสะใภ้เพราะกลัวฉันทิ้งงี้เหรอ”



อ๊ากกกก ฉันอยากจะกรี๊ดใส่หูไลท์จริงๆ เลยให้ตาย หยุดคิดแทนฉันสักทีได้มั้ย หยุดขยายความมันไปไกลสักทีเถอะ ฉันไม่มีทางเป็นสะใภ้พ่อนายหรอกย่ะ!



เออ เวร ฉันไม่อธิบายอะไรละ จะคิดอย่างงั้นก็แล้วแต่! เออ ได้ ฝากตัวก็ได้ ถ้าฉันบอกว่าฉันจะเสนอหน้าเป็นหนึ่งในครอบครัวของเขาแล้วเขาจะพาฉันไปใช่มั้ย!



“ใช่ ฉันอยากเจอพ่อนาย เพราะฉันจะได้ฝากตัวเป็นสะใภ้บ้านนาย ฉันกลัวนายทิ้งฉัน ฉันหึงผู้หญิงคนนั้นที่มาบ้านของนาย ถ้านายไม่พาฉันไป ฉันต้องเสียใจจนเป็นบ้าแน่!!!”



ฉันพูดด้วยความฟึดฟัด โมโหก็โมโห ถ้าเขาอยากฟังมันมากก็อัดเสียงเก็บไว้เลยเซ่ เออ ฉันหึง ฉันอยากเป็นสะใภ้ ฉันอยากลงนรกไปกับนาย ไม่อยากมีความสุขอีกต่อไปแล้วในชีวิตที่เหลืออยู่ต่อจากนี้ พอใจรึยัง ไอ้บ้าเอ๊ย!!



“เธอดูมุ่งมั่นนะ” ไลท์หัวเราะกับท่าทีของฉัน ฉันเบะปากแล้วหันไปทางอื่น เขาคงคิดว่าฉันหึง แต่เอาเถอะ ปวดหัว!



“แล้วนายจะพาฉันไปมั้ย?”



“ก็ได้ พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไป แต่เธอต้องแนะนำฉันกับพ่อแม่เธอเหมือนกัน ตกลงมั้ย?” ไลท์ยักคิ้วแล้วยื่นข้อเสนอที่ทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย…


ให้แนะนำเขากับพ่อแม่ฉันน่ะเหรอ ให้แนะนำว่าอะไรล่ะ บอกว่าแม่คะ พ่อคะนี่เจ้ากรรมนายเวรคนใหม่ของหนูเองหรือไง? ฉันถอนหายใจหนักๆ แล้วทำหน้าเหมือนจะปฏิเสธแต่ไลท์ยังคงดึงดัน



“ฉันก็อยากเป็นลูกเขยบ้านเธอ เธอก็ควรจะแนะนำฉันสิ คราวที่แล้วมา ก็ไม่เห็นเจอใคร เจอพ่อของเธอมาเปิดประตูแป๊ปเดียวแล้วก็ขึ้นห้อง บอกฉันว่าไม่อยากรบกวนความเป็นส่วนตัว”



ไลท์ร่ายยาวมาก และจากที่ฟังฉันก็ไม่มั่นใจหรอกว่าพ่อกุ้งแห้งของฉันเขาไม่อยากรบกวนความเป็นส่วนตัวหรือกลัวไลท์กันแน่… แหงล่ะ ฉันจะไปหวังอะไรได้ ฉันหายไปวันนึง ยังไม่มีใครรู้เลย



แล้วอีกอย่าง คำว่าลูกเขยมันทำให้ฉันขนลุกพิลึก



“นายไม่จำเป็นต้องเจอพวกเขาหรอก ฉันจะบอกพวกเขาเอง ยังไงนายก็บอกแม่ฉันไปแล้วนี่”



“ทีเธอยังอยากเจอพ่อฉัน ทำไมฉันจะเจอพ่อกับแม่เธอบ้างไม่ได้” ไลท์ยังคงดื้อดึงและนั่นทำให้ฉันหงุดหงิด



“ก็เพราะไม่ว่านายจะเจอพวกเค้ารึเปล่า มันก็ไม่ต่างกันไง” ฉันเผลอขึ้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะผ่อนมันลงเมื่อสบนัยน์ตาดุของคนตรงหน้า “เอ่อ ฉันหมายถึงว่าพวกเขาไม่ได้สนใจฉันเท่าไหร่หรอก”



“ครอบครัวไม่อบอุ่นงี้เหรอ?” ไลท์ตาโตแล้วมองหน้าฉันด้วยความกวนประสาท ฉันอยากจะฟาดเขาสักทีให้หายหงุดหงิดแต่ก็ทำไม่ได้ กลัวว่าถ้าฟาดไปแล้วเขาฟาดกลับแล้วฉันจะคอหักตายกลายเป็นผีไม่มีศาล “ฉันไม่ได้จะกวนตีนเธอหรอกนะ แต่ฉันก็ไม่มีแม่ แถมพ่อยังติดคุก หนักกว่าเธออีก”



ไลท์ว่าก่อนจะจับมือฉันขึ้นมาแนบแก้มตัวเอง ฉันผงะไปนิดนึงไม่รู้เพราะมือฉันเย็นหรือหน้าเขาร้อน ฉันเกลียดบรรยากาศที่เขาสร้าง เกลียดสายตาที่เขามองเพราะมันทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก ฉันกลืนน้ำลายแล้วเลี่ยงสายตาไปทางอื่น



อะไร… อะไรอีกกกกก



“ครอบครัวเธอกับฉันมันไม่อบอุ่น แต่ครอบครัวของเราจะต้องอบอุ่นแน่



“...”



เดี๋ยวนะ ขออึ้งกับคำว่าของเราแป๊ป ของเรานี่หมายถึงอะไรเหรอ ขอโง่ได้มั้ย ไม่อยากเข้าใจจริงๆ



ฉันกะพริบตาปริบๆ พยายามจะดึงมือตัวเองกลับ หน้าฉันเหยเกมากตอนที่เอามือฉันไปแนบแก้ม อืม ถ้าเป็นคนอื่นทำอาจจะดูโรแมนติกและชวนเคลิ้มแต่สำหรับไลท์ ในสายตาฉัน มันเหมือนว่าเขากำลังจะหักมือฉันทิ้งถ้าฉันปฏิเสธ



หรือไม่...ก็อาจจะแดกมือฉันเข้าไปด้วย น่ากลัวมาก ;_;



“ฉันจะเป็นผัวที่ดีของเธอและพ่อที่ดีของลูก ทุกอย่างจะต้องแฮปปี้”



ตอนแรกฉันแค่หน้าเหยเกแต่ตอนนี้ฉันไม่รู้เลยว่าฉันทำหน้ายังไงอยู่ ฉันเครียดกับสิ่งที่ไลท์พูดมาก อยากจะบอกเขาให้พอเถอะ ฉันขนลุกตั้งแต่ที่บอกว่าฉันคือรักแรกพบแล้ว สยองกว่าเดอะช็อกก็เรื่องอีตานี่แหละ ผัวที่ดี พ่อที่ดีอะไรของเขาวะ เป็นคนปกติให้ได้ก่อนเถอะ!



ฉันมองหน้าไลท์อยู่ครู่ใหญ่ เค้นสมองเม็ดน้อยว่าฉันจะทำยังไงให้คืนนี้ฉันรอดชีวิตไปได้อีกวันก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้



“นายบอกฉันว่านายจะเป็นแฟนที่ดี งั้นนายจะฟังเรื่องที่แฟนของนายขอใช่รึเปล่า?” ฉันเอ่ยขึ้นมาแล้วแกล้งใช้มืออีกข้างลูบผมของไลท์ให้ดูเหมือนฉันกำลังหลงใหลเขาอยู่ ฉันไม่อยากจะแทนเขาว่าผัวเพราะมันฟังดูน่ากลัวมาก “วันนี้ฉันอยากกลับไปนอนที่บ้าน… คนเดียว ฉันจะได้นั่งคิดว่าพรุ่งนี้ฉันจะแนะนำตัวกับพ่อนายยังไงดี ถ้านายอยู่ด้วยฉันคงไม่มีสมาธิแน่ๆ” ฉันย้ำคำว่าคนเดียวแล้วมองไลท์ด้วยสายตาออดอ้อน… ล่ะมั้ง ฉันพยายามสุดแล้วที่จะกลบสีหน้าเครียดของตัวเองให้ได้



“เธอไม่กลัวเหรอ?”



“กลัว?” ฉันย่นคิ้วเมื่อคนตัวสูงถามขึ้น ฉันนึกไม่ออกเลย มีอะไรน่ากลัวกว่าเขาอีกเหรอ?



“กลัวไอ้พวกนั้นมาหามเธอไปอีกไง มันเพิ่งจะลากเธอไปใส่ชุดกระต่าย… หรือที่จริงแล้วเธอก็อยากใส่”



โห คิดได้เนาะว่าฉันจะอยากใส่ชุดทุเรศๆ นั่น ฉันเกือบลืมไปแล้วถ้าเขาไม่พูดขึ้นมาว่านอกจากไลท์แล้วยังมีคนประสาทแบบนั้นอีกคน ชาติที่แล้วฉันต้องทำบาปมาเยอะแน่ๆ ถึงได้ดึงดูดคนน่ากลัวเข้าหาตัวเยอะขนาดนี้ ;_;



“มันก็…” ฉันลากเสียงครุ่นคิดแต่คิดไม่ออกจนกระทั่งคนตัวสูงดีดนิ้วเปาะ



“ฉันไปบ้านเธอด้วยดีมั้ย?” ไลท์เอ่ยขึ้นเหมือนเขาไม่เคยได้ยินประโยคที่ฉันบอกว่าอยากอยู่คนเดียวมาก่อน ฉันเพิ่งจะพูดไปหยกๆ ว่าต้องการสมาธิ ไม่ได้ต้องการเขา!



“ฉันเพิ่งจะบอกไปนะว่าฉันอยาก… เอ่อ อยากได้สมาธิ” ฉันพยายามเลี่ยงที่จะใช้คำว่าอยากอยู่คนเดียว เดี๋ยวอีตานี่ผีเข้าและงอนฉันอีก



“ฉันก็ไม่ได้จะไปกวนเธอนี่ ฉันจะอยู่นิ่งๆ เธอมีสมาธิแน่นอน” เขายังคงแถสดจนฉันกลอกตา เหรอ… คนอย่างเขาอะนะจะอยู่นิ่งๆ เอาจริง แค่เห็นหน้าเขาฉันก็ไม่มีสมาธิแล้ว มีแต่ความสยองเนี่ย หยุดหลอกหลอนฉันสักทีเถอะ!



“แต่…”



“ฉันนั่งนอกห้องก็ได้” ไลท์โพล่งขึ้นมาเองและนั่นทำให้ฉันชะงักนิดหน่อย ปกติ อีตานี่จะพยายามแถและพุ่งใส่ฉันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นครั้งแรกที่เขายอมถอยให้ก้าวนึง พร้อมๆ กับที่ค่อยๆ ปล่อยมือฉัน หน้าของไลท์ฉายแววประหลาดแวบนึงก่อนจะกลับมาเป็นปกติ


“ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวโดยเฉพาะก่อนวันที่ฉันจะต้องไปหาพ่อ”


70%







ฉันจะทำอะไรได้ในสถานการณ์นี้ ลองขอความช่วยเหลือจากตำรวจก็แล้ว หนีก็แล้ว เขาก็ยังจะโผล่มาได้ทุกที่ ฉันรู้สึกหมดหวังและรู้ว่าปฏิเสธไลท์ไป เขาก็ไม่สนใจและดื้อจะมาบ้านฉันให้ได้อยู่ดี



บ้านฉันเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น ชั้นล่างเป็นส่วนห้องนั่งเล่นและห้องครัว ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนและห้องน้ำ ข้าวของและพื้นผนังส่วนใหญ่จะเน้นสีขาวนวลสบายตา ไม่ว่าจะโซฟา ตู้ โต๊ะ ก็เป็นสีขาวหมด



“ไม่มีคนอยู่เหรอ?” คนตัวสูงโพล่งขึ้นมาแล้วมองไปรอบบ้านก่อนจะถือวิสาสะทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วเหยียดขาเสมือนบ้านตัวเอง เขาปล่อยชายเสื้อและพับแขนพร้อมปลดกระดุมต่อหน้าฉัน มือข้างนึงคว้ารีโมททีวีและกดเปิด



เออ ตกลงที่นี่คือบ้านเขา ถูกมั้ย?



“ไม่รู้สิ พ่อแม่ฉันกลับบ้าง ไม่กลับบ้าง” ฉันตอบไลท์ ที่จริงพวกเขาไม่ค่อยกลับกันหรอกเพราะทำงานที่อื่น ไม่แน่ใจว่าจงใจจะไปทำงานที่อื่นเพราะไม่อยากเจอฉันรึเปล่า เดือนนึงเจอกันนับครั้งได้ ซึ่งฉันก็ไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น



“งั้นวันนี้เราก็อยู่กันสองคน” ไลท์ระบายยิ้มชั่วและนั่นทำให้ฉันขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง ดูจากเหง้าหน้าแล้วเขาต้องจินตนาการเรื่องเลวๆ อยู่แหง



“นายนอนข้างล่างนะ ฉันจะไปคิดบทแนะนำตัวกับพ่อนาย” ฉันทำหน้าจริงจังแต่ในใจก็แอบหวั่น ไอ้ข้ออ้างคิดการแนะนำตัวมันใช้ได้เสมอ ดูเหมือนไลท์จะชอบที่เห็นฉันมุ่งมั่น แหงล่ะ… ฉันอยากจะจบสิ้นคืนวันของฉันกับเขาสักที ก่อนที่ฉันจะบ้าตายก่อน! “ฉันอยากให้พ่อนายประทับใจไง”



และก็อยากให้เขาร้องไห้ด้วย



“เธอต้องจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ?”



“ฉันจริงจัง” ฉันย้ำชัดให้เห็นว่าฉันมุ่งมั่นแค่ไหน ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งเจ็บไหล่ขวาที่สักเป็นชื่อเขา



ให้ตายเถอะ ฉันเกลียด!



“เพราะฉะนั้นนายห้ามกวนฉัน ถือว่าขอร้อง” ฉันพยายามพูดดีๆ กับไลท์ แต่เขาแค่ไหวไหล่เหมือนไม่ใส่ใจสิ่งที่ฉันพูดนัก และฉันเดาว่าเขากำลังคิดจะหาทางก่อกวนฉันแน่ๆ



“ก็ได้”



...ง่ายไปปะวะ ฉันย่นคิ้วแล้วมองหน้าไลท์อย่างพินิจพิจารณา คนตัวสูงนอนไขว่ห้างด้วยการเอาขาขึ้นมาข้างนึงและหันหน้าเข้าหาทีวี



เออ ช่างเหอะ ง่ายก็ดีแล้ว ฉันคิดในแง่ดีแล้วรีบปลีกตัวออกจากตรงนั้นเพื่อที่จะเข้าห้องแต่เข้าไปได้ไม่ถึงห้านาที ฉันยังไม่ทันจะล้มตัวลงบนเตียงด้วยซ้ำ สิ่งที่ฉันคิดว่ามันจะเกิดขึ้นก็…



ก็อก ก็อก ก็อก



มันใช่... ใช่มั้ย =_=



เสียงเคาะประตูดังขึ้นในตอนที่ฉันกำลังยืนคิดว่าฉันจะทำยังไงให้พ่อเขาร้องไห้ออกมาเป็นสาย และจะทำยังไงให้ฉันผ่านวันนี้ไปได้อีกวันโดยที่ฉันจะปลอดภัย



“นี่” อีตานั่นเรียกฉันขึ้นมาเมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับ ฉันกลืนน้ำลายแล้วขยับเท้าไปที่ประตูแต่ไม่เปิด… เพราะไม่รู้ว่าเปิดแล้วจะต้องเจอกับลูกไม้อะไรของเขาอีก ฉันก็เลยทำแค่แนบตัวใกล้ๆ ประตูแล้วถามเขา



“มีอะไร” ฉันย่นคิ้วนิดๆ



“ขอผ้าห่มหน่อย”



“อ่า นายต้องห่มด้วยเหรอ ข้างล่างมันก็ไม่ได้หนาวอะไรนะ” ฉันพยายามจะเลี่ยงการเปิดประตู เพราะฉันรู้ว่ามันคือการเปิดประตูต้อนรับซาตานและฉันรู้เลยว่าคนด้านหลังประตูบานนี้มีจุดประสงค์ที่ไม่ดีรออยู่แน่ๆ



“ห่มสิวะ เอามาให้หน่อย ขอผืนนึง” อีตาไลท์จิ๊จ๊ะ น้ำเสียงเหมือนหงุดหงิดขึ้นมานิดนึงและฉันจินตนาการหน้าเขาออก ฉันกลืนน้ำลายหนึ่งอึก… คนอย่างเขาหนาวแล้วต้องห่มผ้าด้วยเหรอ นึกว่าหนาวแล้วต้องกำพระซะอีก บาปหนาอย่างนั้นน่าจะร้อนเป็นไฟ



“รู้แล้ว” ฉันถอนหายใจเพราะรู้ว่ายังไงฉันก็เลี่ยงเขาไม่ได้แหง ก่อนจะหันไปมองที่ประตูระเบียงและคิดอะไรดีๆ ออก “งั้นนายลงไปรอข้างล่างละกัน เดี๋ยวฉันจะโยนผ้าห่มลงไปทางระเบียง”



ฉันว่าแล้วนึกในใจว่าฉันนี่ช่างฉลาด ถ้าฉันโยนผ้าห่มลงไปข้างล่างแล้วให้เขาก็วิ่งไปเก็บซะ ฉันก็จะได้ไม่ต้องเปิดประตู ไม่ต้องเจอหน้าเขา และไม่ต้องเจอเหตุการณ์สุ่มเสี่ยงอะไรอีกต่อไป และสุดท้ายฉันก็จะรอด



“เป็นบ้าหรือไง ก็แค่เปิดประตูแล้วเอาผ้าห่มมาให้ฉันเนี่ย เธอจะโยนลงไปข้างล่างเพื่อ?”



“กะ ก็สนุกดีออกนะ ฉันโยนลงไป แล้วนายรอรับงี้” ฉันแถสดแบบโคตรจะไร้เหตุผลเพราะนึกอะไรไม่ออก จะบอกว่าไม่อยากเจอหน้าเขาก็ไม่ได้ เดี๋ยวเขาคลั่งอีก ฉันยังไม่ทันจะพูดต่อ จู่ๆ ก็…



ปึง!!!



มีอะไรบางอย่างที่คาดว่าน่าจะเป็นส้นเท้าของไลท์กระแทกเข้าที่ประตูดังปึง ฉันสะดุ้งโหยงแล้วถอยหลังไปสามก้าว ขนาดยังไม่เห็นหน้า ไม่สบตาฉันยังสัมผัสได้เลยว่ามีรังสีชั่วช้าแผ่เข้ามาในห้องฉันแล้ว



“เปิดแล้วเอาผ้าห่มมาให้ฉัน หรือจะให้ฉันพังประตูเข้าไปเอง”



งะ แง ;_; พูดกันดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องถีบประตูห้องฉันด้วยวะ ฉันกลัวนะ!



“ระ รู้แล้ว” ฉันลนลานแล้วถอนหายใจหนักๆ ฉันรู้ว่าเขาพังเข้ามาแน่ถ้าฉันไม่เปิด และถ้าเขาเข้ามาได้สิ่งที่จะถูกโยนลงไปด้านล่างไม่น่าจะใช่ผ้าห่มแต่คงจะเป็นฉันแทน ;_;



ฉันค่อยๆ ขยับไปใกล้ประตู กะว่าจะชิงจังหวะที่ไลท์ไม่ทันรู้ตัวแล้วเปิดประตูแค่สองคืบโยนผ้าห่มใส่หน้าเขาด้วยความเร็วแสงและปิดประตู แต่แผนการที่ฉันคิดไว้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพราะพอฉันเปิดปุ๊ปและกำลังจะเขวี้ยงผ้าห่มตามองศาที่คาดการณ์ไว้ก็มีมือใหญ่มาง้างประตูพร้อมกับรอยยิ้มอำมหิตที่ฉายชัดอยู่บนหน้าของไลท์



“...”



“ฉันขอ…”



ขะ ขออะไร ฉันกลืนน้ำลาย เหงื่อเริ่มผุดซึมตามหน้าผากเมื่อสบนัยน์ตาสีดำสนิทและรอยยิ้มที่ค่อยๆ เผยทีละนิด ตรงข้ามกับชีวิตฉันที่กำลังจะมอดดับลงเรื่อยๆ



“หมอนอีกใบ” ไลท์กะพริบตาหนึ่งครั้งตอนที่พูดจบประโยค และนั่นทำให้ฉันหลับตาอยู่สองวินาทีเพื่อสงบใจ…



โอ๊ย! ขอหมอนแล้วจะยิ้มน่ากลัวทำไมวะเนี่ย ฉันกลัวนะ!



“อะ อืม” ฉันตอบรับแล้วทำท่าจะปิดประตูแต่ด้วยแรงของไลท์ที่ดึงอยู่ ฉันก็เลยปิดไม่ได้ ฉันพยายามจะดึงอีกรอบแต่เขาก็ยังจะหน้าด้านต้านแรงฉันแล้วยิ้ม



“จะปิดทำไม ก็เดินไปหยิบหมอนให้ก่อนสิ”



“ฉันรู้แต่ว่า…” ฉันอึกอักแล้วมองหน้าไลท์ และก็เกิดประโยคนึงในหัว.... เออ ช่างเถอะ ทะเลาะไปก็เสียดายน้ำลาย เก็บไว้กลืนเล่นยังรู้สึกดีกว่าอีก “จะเอาหมอนใบเดียวใช่มั้ย?”



“หัวก็มีอยู่อันเดียว จะให้หนุนกี่ใบล่ะ”



เออ ใครจะไปรู้ล่ะ ก็นายมันคนปกติซะที่ไหน!



“แล้วจะเอาอะไรอีกมั้ย ฉันจะได้หยิบทีเดียว”



“ได้เหรอ” ไลท์กะพริบตาครั้งหนึ่งแล้วมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าและฉันรู้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่

“มีแค่หมอนกับผ้าห่มนะ ฉันจะหยิบหมอนเพิ่มให้” ฉันสรุปรวบรัดและไม่ตอบคำถามของเขาเพราะฉันรู้ว่าอีตานั่นน่ะคิดชั่วอะไรอยู่ โอ๊ย ให้ตายเถอะ ฉันเครียด!



“ห้องเธอน่านอนจัง”



“นอนไม่สบายหรอก เตียงก็แข็ง” ฉันยิ้มแหยๆ ตอนที่เขาเกริ่นขึ้นมา และยกมือข้างนึงขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากเมื่อเห็นเขามองไปที่เตียงด้วยสายตาวอนนาบี



“ฉันก็ไม่ชอบเตียงนุ่มๆ เท่าไหร่นะ”



“นายบอกว่านายจะนั่งนอกห้อง เพราะฉันต้องการสมาธิ” ฉันทวนคำที่เขาเคยพูดก่อนหน้านี้ด้วยสีหน้าจริงจังเพื่อให้เขารู้ว่าฉันจำได้นะโว้ยและฉันไม่เล่น ฉันรู้ทันหรอกว่าเขากำลังพยายามจะขอมานอนด้วย



“ฉันเคยพูดเหรอ?”



ก็เออเซ่!



ฉันพ่นลมหายใจแล้วง้างประตูกว้างขึ้นอีกหน่อย ใจนึงอยากจะเอื้อมมือไปข่วนหน้าเขาแล้วด่าให้เช็ดแต่พอเห็นไลท์แล้วมือฉันก็หมดแรง…



“ออกไปเลยนะ ถ้าเข้ามาวุ่นวาย ฉันโกรธจริงๆ ด้วย”



“คิดว่าสนมั้ยล่ะ”



โอ๊ย!



ปวดหัวโว้ยยยย!



“นี่ ฉันต้องการสมาธิจริงๆ นะ”



“ฉันสัญญาว่าฉันจะนั่งนิ่งๆ ไม่กวนเธอ” ไลท์ยิ้มชั่วแล้วใช้แรงอันมหาศาลของเขาเปิดประตูให้กว้างขึ้นอีก ตอนแรกก็บอกจะนั่งนอกห้อง ตอนนี้ขอเข้ามานั่งนิ่งๆ ในห้อง คิดว่าฉันจะเชื่อหรือไง คนอย่างเขามันได้คืบเอาศอกชัดๆ



“แค่เห็นหน้านาย ฉันก็ไม่มีสมาธิแล้ว” ฉันกุมขมับข้างนึงแล้วเบ้ปากก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้คนตัวสูงชะงักไปนิดนึง “ใจฉันเต้นแรงจนคิดอะไรไม่ออกเลยตอนที่มีนาย”



ที่จริงฉันก็ไม่ได้โกหกหรอก...แต่ใจฉันไม่ได้เต้นเพราะชอบเขา



มันเต้นแรงเพราะฉันกลัวเขาต่างหาก



“จริง?” เขายิ้มกวนๆ ก่อนจะเอียงคอมองหน้าฉันและทำเรื่องที่ฉันไม่คาดคิด จู่ๆ ไลท์ก็ถลามือปริศนาข้างนึงพุ่งเข้ากลางหน้าอกฉันจนฉันสะดุ้งเฮือก!



เฮ้ย!



“ไม่เห็นได้ยินเสียงหัวใจเต้น” อีคนกวนประสาทนั่นเลิกคิ้วสูงในขณะที่มือข้างนึงบังอาจวางอยู่บริเวณหน้าอกฉัน ฉันถึงกับต้องกัดฟันเพื่อข่มอารมณ์โกรธ… นี่เขากำลังพิสูจน์ว่าใจฉันเต้นแรงจริงมั้ยด้วยการจับนมฉันอะนะ!



เช็คจังหวะการเต้นหัวใจ เขาไม่ได้จับนมกันโว้ย!




“น่าเกลียด นายแค่จับชีพจรที่ข้อมือฉันก็ได้มั้ง” ฉันจิ๊จ๊ะนิดๆ เพราะไม่กล้าออกตัวแรงมาก เดี๋ยวเขาจะบ้าขึ้นมาอีกแล้วพยายามใช้มือข้างนึงแงะมือซุกซนของไลท์ออก



“เด็ม”



“ฮะ” ฉันสะดุ้งอีกเมื่อเขาเรียกชื่อฉัน ฉันไม่ชอบเวลาที่เขาเรียกชื่อฉันเลย ฟังแล้วรู้สึกแปลก ฉันแงะมือเขาออกแล้วแต่เขายังจับมือฉันไว้อยู่ พอเขาเรียกเสร็จก็เลื่อนสายตามาโฟกัสที่หน้าและเงียบไปครู่ใหญ่



อะไรวะ… มาเรียกชื่อฉันแล้วเงียบแบบนี้ฉันคิดมากนะเนี่ย!



“เรียกแล้วอย่าเงียบสิ มีอะไร?” ฉันเกลียดบรรยากาศที่แสนจะอึดอัดก็เลยโพล่งถามไลท์ขึ้นมา เขาก็ยังมองหน้าฉันอยู่แบบนั้นด้วยสายตาไม่น่าวางใจเท่าไหร่



“ไม่มีอะไร หยิบหมอนให้หน่อย ฉันจะลงไปดูหนังต่อ”



ก็แค่นี้… ฉันมองหน้าไลท์แล้วถอนหายใจหนักๆ คิดว่าเขาคงไม่กวนฉันแล้วแหละ ฉันก็พูดชัดแล้วนะว่าฉันไม่อยากให้เขาอยู่ด้วย ฉันเดินไปหยิบหมอนมาใบนึงแล้วโยนให้ไลท์ เขาใช้แขนที่ว่างรับมันก่อนจะพยักหน้านิดๆ



“ไปละ”



“อืม ฝันดี” ฉันบอกลาตอนที่ไลท์หันหลังและเห็นเสี้ยวหน้าของเขาในช่องว่างของประตูที่ฉันกำลังจะปิดมัน ฉันคิดว่าทุกอย่างมันจบด้วยดีแล้วในคืนนี้ หากแต่อีกห้านาทีถัดมา…



ก็อก ก็อก ก็อก!



“...เด็ม”



อะไรอีกกกก!!



อะไรของเขาอีก!




คราวที่แล้วก็หมอนกับผ้าห่ม คราวนี้เขาจะขออะไรอีกล่ะ เตียงฉันหรือไง! ฉันจิ๊จ๊ะตอนที่ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลังของประตู ฉันรู้ว่าถ้าฉันไม่เดินไปเปิดเขาก็คงพังประตูเข้ามากระชากหัวฉันแน่ ฉันก็เลยปลงและเปิดต้อนรับเขาพร้อมยิ้มแห้งๆ



“อะไร?”



“ไม่มีอะไร” ไลท์ตอบเสียงนิ่งแล้วมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมไอ้จุดประสงค์ที่เขาเอาแต่มาเคาะประตูฉันไม่เลิกก็ทำให้ฉันหัวเสีย “ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอนอนรึยัง”



“...”



ฉันเงียบและอึ้ง ไม่รู้จะตอบอะไร ให้ตายเถอะพ่อคุณ นายวนมาเคาะประตูฉันทุกห้านาทีแบบนี้ ใครจะไปนอนได้เล่า!!

















ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,385 ความคิดเห็น

  1. #6378 Kanijang_1630 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 06:51
    คิดว่าอิพี่ไม่โดนน้ำหอมแหละนิสัยส่วนตัวสันดาน ล้วนๆ
    #6,378
    0
  2. #6295 MBLL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 18:38
    นี่อิไลท์ไปบังคับเขาสักแล้วแกคิดไหมว่าตอนลบ มันแพ๊งงงงง!!
    #6,295
    0
  3. #5106 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 12:07
    555555555
    #5,106
    0
  4. #4233 Kim'mo Chibi'only (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:27
    สงสารเด็ม บังคับสักนี่ก็เกินไปอ่ะ... 
    #4,233
    0
  5. #2890 แค่คนเลว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 12:43
    ฮ่าๆๆๆๆสงสัยไม่ได้นอนและคืนนี้
    #2,890
    0
  6. #2827 นุ่ม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 06:56
    ไลท์แค่อยากนอนด้วยยยย
    #2,827
    0
  7. #2734 อัยย์จันทร์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 20:32
    นางน่ารักกก อยากได้น้ำหอมบ้าง 55555
    #2,734
    0
  8. #2725 Sklogss_97 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 17:12
    ไลท์น่ารัก55555556
    #2,725
    0
  9. #2724 paning13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 16:23
    555555555
    #2,724
    0
  10. #2723 sakulrattt2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 10:08
    ไลท์แกก็น่ารักเหมือนกันนิ 55 อยากได้เล่มแว้ววววววว
    #2,723
    0
  11. #2722 Lisa-Yoshiyukii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 10:04
    อือหื้อออออนังไลค์555555555
    #2,722
    0
  12. #2721 niceday777 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 09:59
    อิไลท์ หนุ่มน้อยผู้เปลี่ยวเหงา อิบ้า ถ้าจะเคาะบ่อยขนาดนี้มานอนกับเด็มเหอะ
    #2,721
    0
  13. #2720 MajorChippy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 09:55
    อยากจะแหมมมมมใส่ไลท์ไปถึงกาแล็กซี่ 555555555
    #2,720
    0
  14. #2719 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 08:18
    หนาวก็กำพระสิ 555
    ไลท์มันช่างออดอ้อนอ่ะ น่าร๊ากกกกกกกก
    #2,719
    0
  15. #2718 nutcharin_fang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 07:39
    แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #2,718
    0
  16. #2717 ptmpss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 07:13
    โว้ยยย!!! ไลท์555 อย่างนี้ก็ได้หรอออ
    #2,717
    0
  17. #2716 Na_999th (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 06:56
    คืนนี้ไม่ได้นอนแน่
    #2,716
    0
  18. #2715 tigersweet (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 06:51
    สนุกอ่ะ เทื่อไหร่จะได้น้ำตาคะ น้องนั่งรอน้ำตาทุกวันเลย
    #2,715
    0
  19. #2714 khem22 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 06:20
    ตลกไลท์ แต่ก็สงสารเด็ม
    #2,714
    0
  20. #2713 Lisa-Yoshiyukii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 00:49
    เคยอ่านนิยายแนวๆนี้คือพวกน้ำหอมหรือเครื่องรางทำให้หลงรัก เรื่องนี้สนุกาดดด
    #2,713
    0
  21. #2712 Lisa-Yoshiyukii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 12:17
    รอต่อน้าา ใครชอบอ่านก็เม้นหน่อย อยากอ่านเร็วๆก็ช่วยกันเม้นหน่อยน้า
    #2,712
    0
  22. #2711 itsmezoo33 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 13:15
    ชอบบบบบ
    #2,711
    0
  23. #2710 สวัสดีแฮร่!!! (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 23:47
    คือชอบมากกกกก ไลท์เถื่อนสุดๆอ่ะ ไลท์อาจจะมีปมไรงี้ป้ะ น่าสงสาร สงสารไลท์หรือเด็มดีเนี่ย55555555 แต่เออออออ เรื่องนี้มันน่าลุ้นน ขอบคุณค่า รอมิวเด็กผี กับ ติดคุกน่ะเรื่องเล็กกินเด็กเรื่องใหญ่อยู่ ฉันแบบ โว้ย เข้ามาดูว่าอัพยังๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,710
    0
  24. #2709 nutcharin_fang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 20:30
    โถ่ ไลท์ลูกกกกกกกกก
    #2,709
    0
  25. #2708 Lisa-Yoshiyukii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 12:42
    เด็มพาไลค์ไปหาป้าที่ให้น้ำหอมเลน
    #2,708
    0