ดั่งเพลิงพิศวาส (ตบจูบถึงพริกถึงขิง)

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 (80%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62


ในภาพอาจจะมี ข้อความ


บทที่ 1
 

ณ โรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ร่างระหงสมส่วนภายใต้ชุดเดรสสีเปลือกไข่เดินออกจากห้องตรวจด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม คนไข้ที่นั่งรออยู่ในห้องโถงต่างหันไปมองและส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวยอย่างชื่นชม

หมอดาออกเวรแล้วเหรอคะ

ค่ะพี่อี๊ดแพทย์หญิงอลินดา สุวัฒนา แพทย์ประจำแผนกสูตินารีเวชยิ้มให้หัวหน้าพยาบาล วันนี้คนไข้เยอะนะคะ คุณหมออีกสองท่านคงรับมือได้

ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหมอก็เข้าเวรมาทั้งคืนแล้ว แล้วนี่จะไปไหนต่อหรือเปล่าคะหัวหน้าพยาบาลก้มมองถังสังฆทานที่อลินดาถืออยู่ในมืออย่างแปลกใจ

จะไปทำบุญที่วัดค่ะแล้วก็จะเลยกลับบ้าน ไปนะคะพี่อี๊ดอลินดาบอกแล้วเดินไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล พอมาถึงลานโล่งก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบดูเธออยู่ คุณหมอสาวจึงมองรอบๆ ตัวเผื่อจะเจอคนรู้จัก แต่ก็ไร้เงา...

เดี๋ยวนี้คิดมากนะเราอลินดาส่ายหน้ายิ้มๆ กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งในรถก่อนจะขับออกไป หากอลินดามองกระจกหลังสักนิดก็คงเห็นรถโรลส์-รอยซ์ แฟนทอมสีดำวิ่งตามมา และสายตาคมกริบมองท้ายรถของเธอด้วยแววตานิ่งลึกอย่างยากแก่การคาดเดา บรรณนั่งอ่านรายละเอียดประวัติต่างๆ ของอลินดา ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดตรงเป็นระยะราวกับพยายามระงับอารมณ์สุดกำลัง

รถของเจ้าพ่ออันดามันวิ่งตามมาห่างๆ จนกระทั่งรถของคุณหมอสาวผ่านประตูโขลงของวัดเข้าไปจอดหน้าโบถส์ เจตต์ซึ่งนั่งเบาะหน้าของรถโรลส์-รอยซ์ก็สั่งให้คนขับจอดรถและหันไปหาเจ้านายทันที

นายจะตามเข้าไปไหมครับ

ไปสิ ฉันก็อยากทำบุญเหมือนกันคำพูดของเจ้านายหนุ่มแม้จะเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่เจตต์รู้ดีว่ามีความนัยแฝงอยู่ บอดี้การ์ดหนุ่มจึงพยักหน้าให้โชเฟอร์ขับเข้าไปจอดอีกฟากของโบถส์ ทำให้อลินดาไม่เห็นรถที่วิ่งตามหลังเข้ามา

คุณหมอคนสวยเดินถือถังสังฆทานเข้าไปภายในโบถส์ หลวงพ่อวัยชรานั่งอยู่หน้าพระประธานองค์ใหญ่มองมาอย่างเมตตา อลินดาค่อยๆ คลานเข่าไปนั่งห่างพอประมาณแล้วก้มลงกราบสามครั้ง

เจริญพร วันนี้ไม่ได้รักษาคนไข้หรอกหรือหลวงตาชราถามเสียงเนิบนาบ

เพิ่งออกเวรเจ้าค่ะหลวงตา ก็เลยแวะมาทำบุญและมาเยี่ยมหลวงตาด้วยเจ้าค่ะเธอตอบขณะพนมมือไหว้อย่างศรัทธา

เจริญพร หลวงตาสบายดี โยมแม่กับโยมพ่อสบายดีนะ

สบายดีเจ้าค่ะอลินดาตอบเสร็จ หลวงตาก็มองเลยหญิงสาวไปที่ประตู ทำให้คุณหมอสาวมองตาม และก็เห็นร่างสูงสง่าของใครบางคนเดินองอาจเข้ามา อลินดารับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่แฝงอยู่ในคราบของความดุดันจนขนอ่อนๆ ทุกเส้นลุกซู่ อีกทั้งชุดสีดำที่เขาสวมใส่บวกกับความมืดของรัตติกาล ยิ่งเสริมส่งให้บุรุษผู้นี้ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

เข้ามาสิโยม…” สายตาฝ้าฟางมองร่างผึ่งผายที่เดินเข้ามาช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวมั่นคง รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนอลินดาเย็นยะเยือก หญิงสาวพยายามขยับให้ห่างเขา แต่สมองกลับไม่สั่งการใดๆ กระทั่งชายหนุ่มมานั่งพับเพียบเคียงคู่เธอ

 มาทำบุญเหมือนกันเหรอโยมหลวงตามองหนุ่มสาวที่นั่งเสมอกันอย่างเมตตา

ครับ ผมมาทำบุญให้น้องสาวเสียงทุ้มห้าวเต็มไปด้วยพลังอำนาจ ในขณะที่ปรายหางตามองเสี้ยวหน้าสวยหวานของคนข้างกาย

มีเกิดก็ต้องมีดับ มีเหตุก็ต้องมีผล คนที่อยู่ต้องรู้จักไตร่ตรองด้วยสตินะโยมหลวงตามองใบหน้าคมเข้มอย่างสงบ บรรณหัวใจกระตุกเมื่อท่านสามารถสัมผัสได้

ผมจะพยายามครับหลวงตา

ดีๆ การให้อภัยคือสิ่งที่ประเสริฐ คนให้ยิ่งได้บุญหลวงตากล่าวเตือนสติ เจ้าพ่อหนุ่มจึงใช้ความเงียบแทนคำตอบทุกอย่าง โยมหมอมาทำบุญให้ใครล่ะ

มาทำบุญให้คนไข้รายหนึ่งค่ะ เธอชื่อ พัดชาค่ะหลวงตาอลินดาบอกเสียงเศร้าๆ และรู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลคนไข้ได้ตลอด เพราะคนไข้ของเธอคนนี้คลอดลูกได้ไม่ถึงชั่วโมงก็หนีออกจากโรงพยาบาลไป จนกระทั่งเธอเห็นข่าวว่าถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

บรรณได้ยินชื่อน้องสาวหลุดออกมาจากปากคุณหมอก็สะบัดหน้าไปจับจ้องเขม็ง อลินดารับรู้ได้ถึงรังสีร้อนบางอย่างจากผู้ชายข้างตัวก็หันมามองเขาเช่นกัน ยังผลให้ตากลมโตสบตาแข็งกร้าวไปชั่วขณะ และเป็นฝ่ายหญิงสาวที่ต้องสะท้านวูบวาบเสียเองโดยไม่มีเหตุผล

ทำคนตายทั้งคน ต่อให้ทำบุญมากเท่าไหร่ก็ลบล้างกันไม่ได้หรอกนะบรรณบอกเสียงเรียบพอๆ กับแววตาเย็นชาที่มองมา อลินดาหน้าเครียดไปทันทีกับประโยคที่กวนตะกอนในใจให้ลอยขึ้น

เอาล่ะโยมทั้งสอง ตั้งจิตอันเป็นกุศลนะเพื่อคนที่เราจะทำบุญไปให้หลวงตาชรายุติการสนทนา จากนั้นก็เริ่มสวดแผ่เมตตา บรรณและอลินดาจึงพนมมือขึ้นขณะตั้งจิตอันเป็นกุศลจนกระทั่งการทำบุญเสร็จสิ้นลง

หนูกราบลาหลวงตาเลยเจ้าค่ะ

เจริญพร

อลินดาจึงก้มกราบพร้อมๆ กับบรรณ หลวงตาชรามองหนุ่มสาวคู่นี้ด้วยจิตใจสงบ เมื่อกราบลาเสร็จร่างบอบบางก็คลานเข่าออกมาจนถึงประตูแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปที่รถของตัวเองเพื่อจะได้พ้นๆ จากผู้ชายน่ากลัวคนนี้ แต่พอมาถึงรถเธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นล้อรถด้านหน้าแบนติดพื้น

รถยางแบนได้ยังไงเนี่ย?” อลินดาเดินไปดูล้อรถอีกด้าน เฮ้อโชคยังดีแบนแค่สองล้อหน้าเธอถอนหายใจเบาๆ แต่ยังไงก็ไปไม่ได้อยู่ดี หญิงสาวมองหาเด็กวัด แต่ก็ไม่เห็นใคร ก็เลยเดินหาจนกระทั่งไปถึงรถโรลส์-รอยซ์ของบรรณ จังหวะนั้นร่างสูงสง่าก็ก้าวพ้นประตูโบถส์ออกมาเห็นเธอ สายตาคู่คมดั่งใบมีดที่มองมานั้นทำเอาคนถูกมองรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าต้องรีบไปห่างๆ เขาทันที ทำให้เท้าเรียวก้าวไปอีกทาง บรรณเดินตามมาติดๆ อลินดามีท่าทางลุกลี้ลุกลนจึงรีบเร่งฝีเท้าไปที่กุฏิหลวงตาอย่างรวดเร็ว และหันไปมองด้านหลังจนกระทั่งเท้าก้าวไม่พ้นรากต้นไทรที่โผล่พ้นดินขึ้นมา

ว้าย…” ร่างบอบบางล้มลงกับพื้น หากความหวาดหวั่นทำให้หญิงสาวรีบพยุงกายลุกขึ้น แต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า สุดท้ายก็ต้องทรุดตัวนั่งลงตรงนั้นอีกรอบ บรรณเดินเข้ามาหาช้าๆ ด้วยสีหน้าเย็นชา และหยุดยืนมองดูเงียบๆ จนหญิงสาวเป็นฝ่ายทนไม่ไหว

คุณตามฉันมาทำไม?”

ผมบอกเหรอว่าตามคุณมาบรรณย้อนถามเสียงเรียบ ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นนิดๆ ซึ่งอลินดารับรู้ถึงความเหยียดหยันเต็มเปี่ยมในสายตาของเขา

คุณ…”

ลุกขึ้น…” บรรณสั่งและไม่คิดจะช่วย อลินดาสะบัดหน้าหนีและไม่คิดจะทำตามเขาเช่นกัน เจ้าพ่อหนุ่มผู้ที่ไม่เคยถูกอิสตรีใดขัดใจมากก่อนถึงกับขบกรามแน่น เท้าใหญ่ก้าวยาวๆ เข้าไปกระชากแขนเรียวให้ลุกขึ้นยืนราวกับตุ๊กตาล้มลุก

โอ้ยปล่อยนะฉันเจ็บอลินดาตกใจไม่คิดว่าจะถูกเขาใช้กิริยาจาบจ้วงอันไร้ซึ่งความนุ่มนวลแบบนี้ เมื่อได้ยืนใกล้ๆ ระดับความสูงของเขานั้นทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นจนกลายเป็นแหงนเลยทีเดียว


ผลงานเรื่องอื่นๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

10 ความคิดเห็น