ดั่งเพลิงพิศวาส (ตบจูบถึงพริกถึงขิง)

ตอนที่ 19 : บทที่ 5 (25%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    17 ก.ค. 62

กราบสวัสดีรีดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ไรท์เตอร์มีนิยายดราม่าหน่วงๆ มาแนะนำจ้า ใจร้าย นิยายเรื่องนี้โคตรดราม่าสุดๆ ใครที่ชอบน้ำตาท่วมจอรับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ  

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดตามลิงค์ด้านล่างนี้



บทที่ 5


เกาะ มัณตะธาราเป็นเกาะส่วนตัวที่มีความงดงามและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติมากมาย หาดทรายขาวสะอาดตา น้ำทะเลใสแจ๋วเห็นตัวปลา ท่ามกลางเนื้อที่เกือบๆ สี่ร้อยไร่ เกาะแห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ชั้นยอดและมีความเป็นส่วนตัวข้างสูง

บ้านพักตากอากาศโทนสีขาว ที่ตกแต่งสไตล์แบบเรียบหรูมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเน้นเปิดโล่ง ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายหาดที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศของทะเลและหน้าผาได้อย่างชัดเจน ภายในตัวบ้านประกอบด้วยหกห้องนอน และมีอยู่สองห้องที่สามารถเปิดประตูไปถึงสวนส่วนตัวได้เลย

ร่างสูงสง่าของเจ้าของเกาะ ในชุดผ้าเนื้อเบาสีเขียวขี้ม้ายืนรับลมเย็นๆ อยู่บริเวณระเบียงที่ยื่นออกไปหาทะเล ดวงตาคู่คมภายใต้แว่นกันแดดมองท้องน้ำสีครามพร้อมกับปลดปล่อยสมองให้ว่างเปล่า จนกระทั่งเสียงอันไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อยดังระงมขึ้น

จุงจุง

บรรณมองหาต้นเสียง แล้วร่างกลมป้อมของเจ้าหนูพอร์ตก็เดินต้วมเตี้ยมออกมาจากประตู เมื่อเห็นคุณลุงก็ส่งยิ้มกว้างๆ ให้ทันที

จุงจุงเด็กน้อยในชุดรอมเปอร์จั๊มสีแดงสลับขาวลายการ์ตูนหุ่นยนต์โรบอท พลางกลางแขนออกเพื่อบอกความต้องการให้คุณลุงสุดหล่ออุ้มขึ้นไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง

บรรณหัวเราะแกมเข่นเขี้ยวเมื่อเห็นหน้าจิ้มลิ้มของหลานรัก ก่อนจะย่อกายลงช้อนอุ้มเอาร่างเล็กยกขึ้นเหนือศีรษะแล้วพาหมุนไปรอบๆ เจ้าหนูพอร์ตหัวเราะเอิ้กอ้ากกางแขนออกราวกับเครื่องบิน

ว่าไง...ไอ้ตัวแสบเจ้าพ่อหนุ่มลดร่างหลานชายลงมาหอมแก้มหนักๆ ซุกไซ้ข้างซ้ายสลับขวา จนแก้มยุ้ยแดงระเรื่อ

แอ้แอ้…” มือจิ๋วจับใบหน้าสากระคายของผู้เป็นลุงออกห่างแล้วตีแปะๆ บรรณมองความสดใสไร้เดียงสาอย่างเอ็นดู

คุณหนูได้เวลาทานมื้อเที่ยงแล้วคะพี่เลี้ยงสองคนที่เดินตามมายืนหอบหายใจอยู่ข้างประตู เด็กชายพอร์ตมองคุณลุงพร้อมกับส่งสายตาละห้อยมาออดอ้อนอยู่ในที

จุงหม่ำหม่ำ

เจ้าเล่ห์นักนะ อยากให้ลุงป้อนงั้นสิบรรณยิ้มขำ เจ้าหนูพอร์ตดิ้นดุกดิกอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าอีกไม่นานลุงของตัวเองก็จะเป็นคนป้อนมื้อเที่ยงแทนพี่เลี้ยง

ไปหม่ำกัน วันนี้ถ้าเป็นเด็กดี ลุงมีของรางวัลให้ด้วยนะตัวแสบเจ้าพ่อหนุ่มเขี่ยแก้มใสไปมาเบาๆ เด็กน้อยยกมือปัดป่ายอย่างตื่นเต้นเพราะเข้าใจว่ารางวัลนั้นคือเค้กอร่อยๆ หรือไม่ก็เป็นไอศครีมหวานๆ

เมื่อบรรณเริ่มป้อนข้าวมาได้สักพัก เจ้าหนูพอร์ตซึ่งกินจุอยู่แล้วก็กินเยอะกว่าเดิม จนคนเป็นลุงต้องหยุดการป้อนเพราะกลัวหลานชายกินเยอะเกินไป

หม่ำหม่ำเสือพอร์ตรีบประท้วง ปากเล็กๆ ย่นยู่

เฮ้ย...พอแล้ว กินเยอะเกินไป เดี๋ยวเปลี่ยนเป็นผลไม้ก็แล้วกันนะบรรณหยิบผลไม้ป้อนเข้าปากหลานชาย ดวงตากลมใสมองคุณลุงแล้วยื่นมือเล็กหยิบเอาผลไม้ในจากไปจ่อที่ปากหยักสีน้ำชาเหมือนกัน

จุงหม่ำ...จุงหม่ำ...เจ้าหนูบอกพลางพยักหน้าหงึกๆ ให้ บรรณมองยิ้มๆ ก่อนจะงับเอาองุ่นเข้าปากและเคี้ยวหมุบหมับกลืนลงคอ คนป้อนดีใจจนต้องปรบมือเปาะแปะ

ไอ้แสบเอ้ย...ร่างสูงใหญ่มันเขี้ยวจึงกดจมูกโด่งลงหอมแก้มหลานชายทั้งสองข้างหนักๆ

รักจุง...รัก...รัก

ลุงก็รักนาย ไอ้เสือน้อย โตมาต้องโหดและเก่งเหมือนลุงนะเฟ้ย อย่าให้เสียชื่อเด็ดขาดพูดจบบรรณก็ย้ายจากแก้มมาจูบที่หน้าผากเล็กๆ อย่างแสนรัก แล้วหันมาบอกพี่เลี้ยงให้พาเจ้าพอร์ตไปอาบน้ำ เมื่อพี่เลี้ยงยื่นมือจะอุ้ม เด็กชายพอร์ตก็ยกเท้าชูขึ้นพร้อมทั้งร้องคำรามขู่ฟ่อทันที

“ฮืม…ฮืม

ดื้ออีกแล้วนะเจ้าพอร์ต เมื่อกี้ลุงบอกว่าไง ถ้าดื้อจะไม่ได้รางวัลบรรณขู่เสียงเข้ม เจ้าหลานชายทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพราะมั่นใจว่ายังไงก็ต้องได้ พลางเมินหน้าหนีพี่เลี้ยงและคนเป็นลุงซะงั้น จนบรรณถึงกับส่ายหน้า ก่อนจะจัดการอุ้มร่างกลมส่งให้พี่เลี้ยง

ไปอาบน้ำซะ ห้ามร้องเดี๋ยวลุงจะพาไปหาคุณหมอคนสวย อยากพบคุณหมอหรือเปล่า?...”

ปะปะภาพความทรงจำของเจ้าพอร์ตน้อยแม่นยำและแสดงความดีใจออกนอกหน้า ทำเอาคนเป็นลุงอดสงสัยไม่ได้ เพราะหลานชายอายุแค่เก้าเดือนเศษๆ แต่ทำไมถึงได้จำแม่นและรู้อะไรมากมายขนาดนี้

ไม่ใช่ตอนนี้ ไปอาบน้ำแต่งตัวหล่อๆ ก่อน โอเคมั้ย

ฮับฮับเด็กชายพอร์ตรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว บรรณยิ้มกว้างกับพัฒนาการของหลานชาย และดูท่าว่าไอ้เสื้อพอร์ตจะเจ้าเล่ห์และฉลาดมากทีเดียว ก็สายเลือดมัณตะธารานี่นะ

นายครับ…” เจตต์เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบกว่าทุกครั้ง บรรณเห็นท่าทางคนสนิทก็ขมวดคิ้วมุ่น ได้เรื่องแล้วครับเจตต์ส่งเอกสารสามใบให้ บรรณยื่นมือไปรับแล้วอ่านรายละเอียดทันที ผมให้เพื่อนที่ทำงานเป็นสายลับมาช่วย และแกะกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาลที่คุณพัดไปคลอด หลังจากคลอดสองวันคุณพัดก็หอบลูกหนีออกจากโรงพยาบาล...คนเป็นลูกน้องหยุดพูดเมื่อมองเห็นสันกรามแกร่งของเจ้านายนูนขึ้น

“เล่าต่อเลยบรรณบอกเพราะอยากรู้รายละเอียดมากกว่าในกระดาษ เจตต์สูดลมหายใจเข้าปอดแรงลึกแล้วพูดต่อ

คุณพัดพาคุณหนูพอร์ตออกมาไม่นานก็มีคนไปขอเยี่ยม ซึ่งผมเช็คในกล้องวงจรปิดเรียบร้อยแล้วก็คือไอ้ผู้ชายสองตัวนี้ครับเจตต์ส่งรูปที่ปริ้นจากคอมพิวเตอร์ให้กับเจ้านาย ทั้งสองเป็นมือปืนในซุ้มของนายอดิศร ผู้มีอิทธิพลอันดับต้นๆ ของภาคตะวันออกชื่อเวกกับหาญ

มันสองคนจะสวมปลอกคอสีอะไรหรือเป็นสุนัขรับใช้ของใคร ฉันไม่สน ยังไงพวกมันต้องไปลงนรกทั้งก๊งเหมือนเดิม แผ่นดินจะได้สูงขึ้น บรรณบอกเสียงเหี้ยม ดวงตาคมกริบหรี่ลงแคบๆ ขณะกำภาพในมือแน่นจนกระดาษยับย่น

ประวัติของนายอดิศรเคยตกเป็นผู้จ้างวานฆ่านักการเมืองคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน แต่หลุดมาได้เพราะ…” เจตต์ไม่กล้าพูดต่อเพราะไม่มั่นใจอารมณ์ของเจ้านายหนุ่ม

เพราะอะไร?” บรรณตวัดสายตาไปมองลูกน้องคนสนิท

เพราะคุณหญิงอมรรัตน์ยื่นมือเข้าไปช่วย ด้วยการคุยกับคนใหญ่คนโตให้ครับ เพราะนายอดิศรมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องของคุณหญิงอมรรัตน์

อ้อ...อย่างนี้นี่เอง ชั่วกันทั้งตระกูล!” เจ้าพ่อหนุ่มสบถพร้อมกับหันไปกระแทกฝ่ามือใส่ราวระเบียงอย่างคับแค้นใจ

ไอ้เวกกับไอ้หาญตอนนี้กบดานอยู่ที่บ่อนเถื่อนเพื่อนของนายอดิศร ผมให้คนตามประกบอยู่ครับเจตต์ทำงานได้รวดเร็วและข้อมูลแม่นยำเสมอ

จับเป็นไม่ได้ก็จัดการเก็บพวกมันซะ เอาให้ทรมานที่สุด

ครับนายเจตต์รับคำแล้วกลับออกไป

 บรรณยืนสงบสติอารมณ์อยู่นานกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ จากนั้นลำขาแข็งแรงก็สาวเท้าไปยังห้องนอนเพื่อดูคนที่เพิ่งเอาตัวมาเมื่อคืน มือหนาเปิดประตูช้าๆ ขณะเดินตรงไปยังเตียงกว้าง สายตาจับจ้องมองดูเรือนร่างของ เชลยที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ดวงหน้าสวยหวาน ซึ่งปราศจากเครื่องสำอางค์เพราะเขาให้พี่เลี้ยงของหลานชายมาเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้เธอ

ผมบอกแล้วไง อะไรที่ผมพูดไปทั้งหมดนั้น ทุกอย่างมันคือประกาศิตบรรณบอกกับคนที่กำลังหลับเพราะฤทธิ์ยาสลบ ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาเมื่อคิดถึงบทพิพากษาสำหรับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด


   

ผลงานเรื่องอื่นๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

10 ความคิดเห็น