ดั่งเพลิงพิศวาส (ตบจูบถึงพริกถึงขิง)

ตอนที่ 12 : บทที่ 3 (75%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62


ในภาพอาจจะมี ข้อความ


บทที่ 3
 

หลังจากการเจราจาทาบทามอลินดาไม่สำเร็จอย่างที่คิดไว้ เพราะคำตอบที่ได้รับคือ ขอดูกันไปก่อนสักระยะ สองแม่ลูกจึงขอตัวกลับ และในขณะที่นั่งรถกลับบ้าน คุณหญิงอมรรัตน์ไม่ได้คิดถึงเรื่องหมั้นหมายแต่อย่างใด หากกลับคิดไปถึงคำพูดของบรรณด้วยความกังวล

คิดอะไรอยู่เหรอแม่บุตรชายหันมาถามเมื่อสังเกตสีหน้าและแววตาของมารดาเปลี่ยนไป

คิดถึงพี่ชายของเมียแกนะสิ มันพูดเหมือนรู้ว่าน้องมันตายเพราะพวกเรา

คิดมากไปหรือเปล่าแม่ เรื่องมันผ่านมานานเป็นปีแล้ว ถ้าไอ้บรรณมันรู้คงไม่ปล่อยพวกเราไว้หรอก แม่ก็ทราบดีว่ามันมีอิทธิพลมากแค่ไหน เพียงแค่ดีดนิ้วสั่งลูกน้อง ศพของพวกเราก็ไม่รู้จะไปขึ้นอืดตรงไหนพศินเรียกสติของผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้กำลังกระเจิดกระเจิงให้กลับมาเหมือนเดิม เพราะมั่นใจว่าบรรณคงไม่มีทางรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับพัดชาอย่างแน่นอน

ทำไมแกไม่บอกแม่ตั้งแต่แรกว่านังนั่นมันรวยคุณหญิงอมรรัตน์ตำหนิบุตรชายอย่างเสียดาย ถ้าเธอรู้คงไม่ตั้งแง่กับลูกสะใภ้เป็นแน่

ผมก็ไม่รู้ พัดบอกแค่ว่ามีพี่ชายทำงานอยู่ภาคใต้เท่านั้นเองพศินบอกและพาลนึกโกรธพัดชาที่ไม่ยอมบอกฐานะตัวเอง

แกเห็นเด็กที่มันอุ้มมาไหมหญิงสูงวัยขมวดคิ้วมุ่น จีบปากแน่น แต่พศินไม่ชอบเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

ผมไม่ทันมอง มีอะไรเหรอแม่

หน้ามันเหมือนแกตอนเด็กๆ เลยนะสิ หรือว่ามันเป็นลูกนังพัดคุณหญิงอมรรัตน์พูดเองก็ตกใจเอง พศินถึงกับใจหายวูบเพราะกลัวความผิดที่ทำ

ไม่มั้งแม่ เพราะวันที่พัดตายก็ไม่มีใครเห็นเด็กด้วย บางทีเด็กนั่นอาจจะถูกโรงพยาบาลส่งไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วก็ได้

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี เราจะได้ไม่ต้องผวาว่าเรื่องนังพัดจะกลับมาเล่นงานเราภายหลัง

ง่ายนิดเดียว แกก็รวบหัวรวบหางซะเลยสิ ลูกผู้ดีแบบนี้หน้าบางจะตายคุณหญิงอมรรัตน์แสดงธาตุแท้ออกมา พศินได้เลือดมารดมาเต็มๆ ก็คิดตามและเหยียดยิ้มมุมปาก

แกก็รวบหัวรวบหางเสียสิ ลูกผู้ดีแบบนี้หน้าบางจะตายคุณหญิงอมรรัตน์แสดงธาตุแท้ออกมา พศินได้เลือดมารดมาเต็มๆ ก็คิดตามและเหยียดยิ้ม

แม่เปิดทางแล้วก็เตรียมรับลูกสะใภ้ไฮโซได้เลย ไม่เกินสามวันน้องดาจะต้องตกเป็นเมียผมแน่นอนพศินทำตาพราวอย่างยินดีกับความสำเร็จที่กำลังจะเกิดขึ้นล่วงหน้า คุณหญิงอมรรัตน์ถอนหายใจเบาๆ และรู้สึกกังวลใจเรื่องบรรณไม่น้อย

เมื่อมาถึงบ้าน หญิงสูงวัยก็แยกจากบุตรชายไปที่ห้องทำงาน ก่อนจะโทร.หามือปืนคนที่จัดการพัดชา ซึ่งตอนนี้ได้หนีไปกลบดานอยู่แถวชายแดน

สวัสดีครับคุณหญิง มีงานด่วนให้ผมทำอีกเหรอครับ รอสายไม่นานเสียงห้าวก็ตอบกลับมา

ตอนนี้ยัง แต่ฉันอยากจะถามเรื่องนังพัดชา

เรื่องอะไรครับคนปลายสายนิ่งไปไม่นานก็ถามกลับอย่างแปลกใจ คุณหญิงอมรัตน์ถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดขึ้น

วันนั้นแกกับหาญเห็นนังพัดอุ้มลูกไปด้วยหรือเปล่า

คำถามที่ดังมาตามสาย ทำเอามือปืนกระตุกวาบไปชั่วขณะก่อนจะรีบตอบกลับมา ไม่มีครับ ผู้หญิงคนนั้นวิ่งออกจากโรงพยาบาลคนเดียว มันคงทิ้งลูกไว้ที่นั่นเพราะคิดว่าคุณพศินคงไม่ทิ้งลูกของตัวเองมือปืนเล่าความเท็จเพราะกลัวจะถูกสั่งเก็บอีกทอด เนื่องจากรู้ดีว่าคุณหญิงอมรรัตน์นั้นโหดเหี้ยมมากแค่ไหน

ฮื่มแค่นี้แหละ ถ้ามีงานด่วนฉันจะติดต่อกลับไปหญิงสูงวัยตัดสายทิ้ง แต่สมองกลับคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ อย่างรอบคอบ และคำตอบก็ผุดขึ้นในหัว ความลับจะเป็นความลับได้ก็ต่อเมื่อคนเก็บความลับตายไปเท่านั้น เมื่อคิดมาถึงตรงนี้แววตาของหญิงสาวสูงวัยใจโฉดก็ลุกวาวและเหยียดยิ้ม ก่อนจะกดเครื่องมือสื่อสารโทร.ไปหามือปืนรับจ้างอีกคน

หวัดดีพี่รัตน์ ไม่คิดว่าจะโทร.มาหาน้องคนนี้ได้ คงจะมีเรื่องชั่วๆ อะไรให้น้องทำหรือเปล่าเนี่ยคนปลายสายถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาท จนคุณหญิงอมรรัตน์กำโทรศัพท์แน่น หายใจแรง!

จัดการไอ้เวกกับไอ้หาญโดยเร็วที่สุดซะสั่งเสร็จนางก็ตัดสายทิ้ง และเดินออกจากห้องทำงานไปพักผ่อน เพราะวันนี้รู้สึกเหนื่อยมามากแล้ว 

**************************** 

หลังจากมื้อค่ำอันฝืดคอของอลินดาได้สิ้นสุดลง เธอก็ขอตัวขึ้นมาพักผ่อนโดยอ้างว่ารู้สึกปวดหัว จนพศินไม่กล้าที่จะทัดทานไว้

เมื่อได้อยู่คนเดียว หญิงสาวก็เอาแต่นั่งเหม่ออยู่ริมขอบเตียง ในหัวเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องของบรรณกับเจ้าหนูพอร์ต คำถามแต่ละประโยคที่ผุดขึ้นทำเอาคุณหมอสาวขมวดคิ้วเพราะพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ แต่ก็ไม่สามารถเชื่องโยงกันได้ ว่าครอบครัวของเธอนั้นไปเกี่ยวข้องกับเขาเมื่อไหร่ หรือว่าเป็นพนิดาพี่สาวเธอซึ่งอยู่เมืองนอกกันนะ

หรือว่าพี่พิงค์กี้ไปหักอกเขา…” อลินดานั่งคิดเรื่องราวของบรรณจนปวดหัวก็หาคำตอบไม่ได้ กระทั่งประตูห้องถูกเคาะเบาๆ

เชิญค่ะหญิงสาวหันไปมองประตูห้อง เมื่อเห็นมารดาเปิดเข้ามาก็ลุกขึ้นไปหา “คุณแม่ยังไม่นอนอีกเหรอคะรางระหงกอดแขนมารดาแล้วพาเดินไปนั่งลงบนเตียงหนานุ่ม

เห็นไฟห้องดาเปิดอยู่ แม่ก็เลยอยากเข้ามาคุยด้วยคุณหญิงอัมพรจับมือเรียวมาวางบนตักแล้วลูบเบาๆ อลินดาเห็นสีหน้ากังวลของมารดาก็แปลกใจ

“คุณแม่มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าคะ

เรื่องหนูกับพ่อพศินนั่นแหละ คุณป้าอมรรัตน์ท่านอยากได้หนูไปเป็นลูกสะใภ้มาก พ่อกับแม่เองก็ไม่ได้ตกปากรับคำแต่อย่างใด เพราะอยากให้หนูเป็นคนตัดสินใจเอาเอง

ถ้าน้องดาปฎิเสธละคะอลินดาก้มมองมือตัวเอง ในขณะที่คุณหญิงอัมพรถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งลูบบ่าบางลงไปตามต้นแขนกลมกลึง

แม่ก็ไม่ว่าอะไรจ้ะ แต่คุณป้าอมรรัตน์ช่วยพ่อกับแม่ไว้เยอะมาก ถ้าเราตอบแทนบุญคุณได้ พ่อกับแม่ก็อยากทำ แต่ถ้าหนูไม่อยากแต่งก็ไม่เป็นไร พ่อกับแม่ไม่ได้บังคับนะจ๊ะ

แม้มารดาจะเอ่ยปากว่าไม่ได้บังคับ หากสีหน้าที่กังวลของผู้ให้กำเนิดนั้น ยังผลให้อลินดารู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก เนื่องจากเธอถูกสอนเสมอว่าใครที่มีบุญคุณกับเรา หากมีโอกาสก็ต้องตอบแทน แต่ไม่คิดว่าการตอบแทนครั้งนี้จะแลกด้วยอิสภาพในชีวิตของเธอ

“คุณแม่ขา…” อลินดาสวมกอดมารดาอย่างสะเทือนใจ หัวใจถูกบีบคั้นอย่างแรงเพราะความคิดในหัวกำลังตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด

ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไร...บอกลูกไปแบบนั้น แต่คุณหญิงอัมพรยังคิดไม่ออกเลยว่าจะตอบคุณหญิงอมรรัตน์อย่างไรดี เพราะดูท่าทางแล้วฝั่งโน้นกลับทวงบุญคุณมากกว่าจะมาขอหมั้นตามที่ปากพูด

เอ่อดาขอเวลาอีกหน่อยนะคะคุณแม่หญิงสาวแบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่อยากให้ผู้กำเนิดไม่สบายใจ คุณหญิงอัมพรจึงพยักหน้ายิ้มๆ

ได้สิจ๊ะ แค่หนูไม่ปฎิเสธ แม่ก็สบายใจแล้ว งั้นแม่ไปก่อนนะ พักผ่อนต่อเถอะลูกคุณหญิงอัมพรหอมแก้มบุตรสาวแล้วเดินออกจากห้องไป

เมื่อได้อยู่คนเดียวอีกครั้ง อลินดาก็ถอนหายใจแรงๆ แล้วล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า สายตาเหม่อมองเพดานอย่างร้าวรานในใจ ขณะที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิด จู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะขึ้น

เอะ ใครโทร.มา?” อลินดามองเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏอยู่หน้าจอและกดรับ สวัสดีค่ะเสียงหวานเอ่ยทักทาย หากเสียงที่ตอบกลับมานั้นเป็นเสียงแอ้ๆๆ ของเด็ก ทำเอาคิ้วโกงสวยดั่งคันธนูขมวดเข้าหากันจนชิดแน่น

ใครพูดคะหญิงสาวถาม คนปลายสายได้ยินเสียงก็แอ้ๆๆ ดังขึ้นราวกับกำลังดีใจ อลินดาคลี่ยิ้มออกมาเมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงของเจ้าหนูพอร์ต

น้องพอร์ต…” คนหมอคนสวยเรียกเสียงหวานและดีใจที่ได้ยินเสียงเด็กชายตัวน้อย ยังไม่นอนอีกเหรอคะคนเก่งเธอถามพร้อมกับเสียงเอิ้กอ้ากดังตอบกลับมา

นอนไม่หลับจากนั้นเสียงห้วนๆ ก็ดังขึ้นมาแทน ทำเอาอลินดาเงียบไปแต่ไม่นานก็ตอบกลับมา

ให้เด็กนอนดึกแบบนี้ไม่ดีนะคะ การพัฒนาการของเขาจะช้ากว่าปกติเธอกล่าวเตือน

ไอ้พอร์ตมันทั้งเก่งและฉลาด คุณเองก็เห็นมาแล้วไม่ใช่เหรอ

หากอลินดาได้เห็นบรรณอุ้มเจ้าร่างกลมป้อมเดินไปรอบๆ ห้องนอนและพยักพเยิดหน้าเล่นกับหลานชายคงจะรู้สึกดีกว่านี้

แต่ยังไงเด็กก็คือเด็กนะคะ คุณควรพาลูกเข้านอนได้แล้วเธออดห่วงไม่ได้ ทำไมคนเป็นพ่อของเด็กน่ารักๆ ต้องดุดันและห่ามหื่นแบบนั้น

ผมคงทำหน้าที่อีกไม่กี่วันเพราะจะมีคนมาเลี้ยงเจ้าพอร์ตแล้ว

คุณเป็นพ่อยังไงกัน คุณควรจะต้องให้เวลาแกนะคะ ดูแกจะผูกพันและรักคุณมากหญิงสาวเห็นยังไงก็พูดไปนั้น หากเขาอ่อนโยนกับลูกอีกสักหน่อย เด็กก็คงจะได้ตัวอย่างที่ดีบ้าง

สายเลือดเดียวกันนี่ ต่อให้พ่อมันชั่วแสนชั่วเพียงใด ก็จางได้เมื่อมีเลือดดีๆ เข้ามาผสมๆ

เสียงที่กรอกมาตามสายแข็งกระด้างขึ้นทันที อลินดาเข้าใจว่าเขารู้ตัวเองก็อึ้งไปเป็นครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบ ดูแล้วคุณก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรมากมายหรอกนะคะ ถ้าลดความโหดลงอีกสักหน่อยก็โอเคแล้วเธอพูดเพื่อให้กำลังใจเขา

ผมก็คือผม ไอ้พอร์ตเป็นสายเลือดผม มันก็ต้องเติบโตอย่างแข็งแกร่งเพื่อจะไม่ได้ตกเป็นเหยื่อพวกคนชั่วอย่าง…” บรรณเบรกคำพูดไว้ทัน

เฮ้อฉันคงไม่มีจิตวิทยาพอที่จะโน้มน้าวคุณได้ ยังไงก็ราตรีสวัสดิ์นะคะอลินดาไม่อยากต่อปากต่อคำและรองรับอารมณ์เขาก็เตรียมตัดสาย หากเสียงห้วนก็ดังแว่วมาให้ได้ยินอีกครั้ง

เอาไอ้พอร์ต บอกราตรีสวัสดิ์พี่เลี้ยงคนใหม่ซะสิ

แอ้แอ้เสือพอร์ตส่งเสียงอ้อแอ้มาตามสายราวกับเข้าใจความหมายของคุณเป็นลุง ทว่าอลินดากลับไม่สนใจที่จะฟังเพราะมัวคิดตามคำพูดของอีกฝ่ายเมื่อสักครู่นี้อยู่

คุณคุณบรรณแต่พอจะถามให้กระจ่าง ปลายสายก็ตัดทิ้งไปดื้อๆ คนอะไร๊...ปากร้ายสิ้นดีอลินดาบ่นอย่างอ่อนใจกับพฤติกรรมของชายหนุ่ม 


ผลงานเรื่องอื่นๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

10 ความคิดเห็น