Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 84 : จลาจลใต้ดิน [ตอนปลาย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 240 ครั้ง
    7 ม.ค. 63


     ชายชุดดำมองมาเอลิเซียด้วยสายตาเยือกเย็นกล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงเข้มเย็นยะเยือกถามต่ออย่างคาดคั้นราวกับออกคำสั่งว่า

     "จะตามมาดีๆ หรือ จะให้ฉันอัดเธอให้สลบแล้วพาตัวไป เอลิเซีย "เลือกมาซะ" แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าอย่างหลังฉันไม่รับประกันว่าจะล้วงความลับเธอได้ขนาดไหนแล้วได้อะไรบ้างหรอกนะ เพราะ ถือว่าเธอประกาศอยากเป็นศัตรูกับฉัน"

     เอลิเซียทำท่าจะเถียงชายชุดดำแต่ก่อนจะได้พูดอะไรออกมาชายตรงหน้าของเธอก็ปลดปล่อยไอสังหารออกมาอย่างรุนแรง หมายข่มขู่กดดันการตัดสินใจของเธอในทันทีโดยไม่คิดจะรับฟังคำพูดของเธอแม้แต่น้อย

     เอลิเซียรู้สึกเหมือนโดนกดทับด้วยภูเขา เธอเกือบทรุดล้มลงแต่ก็ยั้งตัวไว้ได้ เอลิเซียยกกำปั้นทุบขาตัวเองให้เลิกสั่นก่อนจะที่เธอจะได้ขว้างระเบิดอย่างที่หวังนั้น

     ชายชุดดำก็มาโผล่หยุดอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว ชายตรงหน้าราวกับภูติ เปรียบดั่งยมทูตสีดำ ท่าทางคล่องแคล่วราวกับนักฆ่าผู้เชี่ยวชาญจากจุดที่เขาเคยยืนมาอยู่ตรงหน้าเธอเท่าที่เอลิเซียกะได้ก็เกือบสิบเมตร

     แต่ชายชุดดำตรงหน้ากลับมาโผล่อยู่ตรงหน้าของเธอเพียงแค่หลังจากเธอทุบขาตัวเองแล้วทำท่าจะหยิบระเบิดอันใดอันหนึ่งมาขว้างเท่านั้น

     ชายชุดดำเอามีดสีเงินมาจ่อคอของเธอชนิดที่แค่ขยับนิดหน่อยก็บาดคอเธอจนเลือดซิบได้แล้ว

     เรื่องทั้งหมดกินเวลาไม่ถึงห้าวิ ทุกอย่างก็สิ้นสุดลงเป็นความพ่ายแพ้แบบไร้ทางสู้ของเธอ

     เด็กสาวตาเดียวลอบหลั่งเหงื่อเย็นออกมาอย่างหวาดกลัวในใจระลึกถึงคนที่ดีกับเธอมาทั้งชีวิต

     เอลิเซียปิดตายอมรับชะตากรรมกล่าวน้ำเสียงตัดพ้ออย่างยอมแพ้ "เอาจะฆ่าก็ฆ่า ไม่ต้องมาลีลาเยอะ"

     หลังจากเธอพูดจบ สิ่งที่เธอได้รับคือ "มะเหงก" เต็มแรงจนหัวเกือบทิ่มพื้น พร้อมเอ่ยเสียงเข้มแกมบังคับว่า

     "ฟังไม่รู้เรื่องเหรอไงฟะ ยัยนี่ ตามมาซะ ไม่งั้นครั้งหน้าจะอัดให้สลบจริงๆ แล้วอย่าคิดเล่นพิเรนทร์ล่ะ ถ้าเธอทำอะไรไม่เข้าท่า ฉันจะไปฆ่าล้างสถานเลี้ยงเด็กแองเจโล่ทิ้งทั้งหมดเลย"

     เอลิเซียยังไม่ทันได้ตอบ ชายชุดดำก็โยนกระดาษยันต์มาแปะตรงแขนของเธอจากกระดาษเปลี่ยนเป็นโซ่อักขระสีเขียวมาคล้องพันธนาการแขนของเธอเอาไว้ไม่ให้ขัดขืนได้อีก

     หลังจากนั้นทั้งสองก็พากันเดินกลับมาที่ๆโจเอลกับโจรีนยืนรออยู่ ก่อนที่ชายชุดดำจะพาทั้งสามเดินออกมา

     ภายในเมืองใต้ดินเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ชายชุดดำราวกับไม่รับรู้สถานการณ์หรืออะไรไม่ทราบ

     เขาเดินอย่างสบายอารมณ์ หันซ้ายหันขวาสังเกตรอบพื้นที่อย่างช้าๆตลอดทางเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกคึกโครม

     แต่ก็ทำอะไร ชายชุดดำไม่ได้ราวกับพวกเขาทั้งสามไร้ตัวตนตลอดการเดินทาง ทั้งสามที่เดินตามมารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

     มีครั้งหนึ่ง มีผู้ชายถือปืนโผล่ออกมาข้างๆกับชายชุดดำที่เดินนำพวกเธออยู่ แต่เหมือนมองไม่เห็นหรืออะไรไม่ทราบได้

     ชายถือปืนวิ่งผ่านพวกเขาไปโดยไม่รู้เลยว่ามีคนถึงสี่คนกำลังเดินผ่านตัวเองอยู่

     ชายชุดดำพาเดินซิกแซกไปมาจนมาถึงโบสถ์ร้างแห่งหนึ่ง ภายในเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เก้าอี้โทรมๆกับข้าวของอีกนิดหน่อย

     เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วชายชุดดำก็ขยับมือรอบๆบริเวณก็เกิดม่านพลังสีเขียวส่องแสงเจิดจ้ารอบตัวของพวกเขา

     ชายตรงหน้าของเธอพึมพำอะไรอยู่คนเดียวสักพักก่อนจะค่อยๆถอดหน้ากากออกเปิดเผยใบหน้าของตัวเองออกมา

     เอลิเซียได้รู้ในที่สุดว่าคนตรงหน้าของเธอ คือ "ธารา เทพพิทักษ์" ที่เป็นที่พูดถึงกันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

     เมื่อถอดหน้ากากออกเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ธาราหันกลับมากล่าวทักทายทั้งสองอย่างเป็นทางการอีกครั้งพร้อมพูดเข้าประเด็นว่า

     "เอาล่ะ ครั้งนี้คงเห็นหน้าฉันกันชัดเจนแล้ว ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ฉัน "ธารา เทพพิทักษ์" หัวหน้ากิลด์รีไรท์ ทั้งสองคงรู้จักฉันกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าจริงไหม"

     "นายโจเอล อย่างที่ฉันบอกไปก่อนหน้า นายต้องจ่ายหนี้ชีวิตของนายด้วยการทำงานติดตามฉัน"

     โจเอลพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะปฏิเสธอะไรอยู่แล้ว แค่ให้เขาหลุดออกมาจากเรื่องบ้าๆในวันนี้กับครอบครัวเขายอมทำทุกอย่างให้คนที่ทำให้เขาได้ในทันที

     ธาราเห็นปฏิกิริยาท่าทางของโจเอลก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะกล่าวขอพื้นที่สำหรับคุยกันสองคนกับหญิงสาวที่ชื่อ "เอลิเซีย" ที่เขาพามาด้วย 

     เมื่อเห็นว่าโจเอลเดินทิ้งระยะไปอยู่กับน้องสาวกันสองคนแล้ว ธาราก็สร้างม่านพลังขึ้นมากั้นอีกทีเหลือแค่เขากับเอลิเซียสองคน

     ธารามองเอลิเซียอย่างพิจารณาก่อนจะกล่าวต่อว่า "ส่วนเธอ เอลิเซีย ไม่สิ เอ็กเซีย บาร์บาทอส ตัวทดลองของทางโบสถ์วาติกันสินะ"

     เอลิเซียที่ได้ยินถึงกับตาโตกล่าวอย่างตกใจว่า "ระ รู้ได้ยังไงกันคะ หรือว่า คุณจะ..." 

     ก่อนที่เอลิเซียจะได้พูดสิ่งที่คิดออกมาธาราก็ชิงพูดขัดขึ้นซะก่อนว่า

     "ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะ ฉันแค่จ้างคนให้รวบรวมข้อมูลของเธอมาแบบรวมทุกอย่างเท่านั้นเอง ข่าวลือไร้สาระฉันก็เอา แล้วพอเห็นท่าทางเธอตอบมาแบบนั้นกับอาวุธของเธอแถมยังท่าทางของเธอโดยรวมอีกก็ยิ่งชัดเจนเข้าไปอีกล่ะนะ"

     แน่นอนว่า "ธารา" โกหก เขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เขาจึงเข้าขัดขวางการเกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจในครั้งนี้ ส่วนเอลิเซียแค่เห็นเขาก็จำได้ในทันทีอยู่แล้ว

     จะไปลืมลงได้ยังไงล่ะ "ร่างทรงเทวทูต" หรือที่ธาราเรียกว่า "ภัยพิบัติเทวทูต" นั้นเป็นภัยสำคัญของเขาและเหตุการณ์สำคัญที่จะทำให้เกิดการทำลายล้างครั้งใหญ่ขึ้นในเขตที่สองในอีกสองปีข้างหน้า

     ส่วนเรื่องในวันนี้จากอนาคตเดิมของเขา คือ "เอลิเซีย" คลุ้มคลั่งจากการสูญเสียปลดปล่อยพลังทำลายล้างเมืองใต้ดินเขตหนึ่งไปครึ่งแทบ

     หญิงสาวโดนจับกุมเอามาใช้เป็นอาวุธสงครามในทันทีพร้อมกับการทดลองที่โดนเปิดเผยทีหลังอีกครั้งที่ถูกตั้งชื่อว่า "เทวทูตเทียม"

     โครงการบ้าๆของโบสถ์วาติกันที่ยุยงให้เกิดสงครามศาสนาขึ้นในปีหน้า เหตุผลที่เขาเข้ามาในวันนี้จริงๆ คือ "เอลิเซีย"

     ส่วนโจเอลนั้นเป็นเหมือนของแถมที่เขาดันเก็บได้ธนูในความมืดที่เฉียบคมอย่างไม่น่าเชื่อมาอย่างโชคดีมากกว่า

     ธาราเห็นท่าทางไม่เชื่อของหญิงสาวก็เลยจงใจพูดเรื่องของเธอให้ฟังอย่างช้าๆราวกับเขาพูดความจริงให้เธอฟังว่า

     "ที่ตาซ้ายของเธอมีสัญลักษณ์แบบนี้ใช่ไหมล่ะ" ไม่พูดเปล่า ธาราวาดสัญลักษณ์ ψ ออกมาให้เธอเห็นจนเอลิเซียเอามือไปจับที่ตาซ้ายอย่างไม่ได้ตั้งใจ

     ธารามองเธออย่างสงสารในใจเต็มไปด้วยความเห็นใจกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ฉันไม่ได้มาช่วยเหลือเปล่าๆหรอกนะ ฉันทำ เพราะผลประโยชน์และถ้าเธอไม่ยอมทำตามฉันก็คงได้แต่ปล่อยผ่านไป แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ เธอมีเวลาตัดสินใจไม่นานนัก บาทหลวงที่มาชื่อ "ลี" ใช่ไหม เขากำลังจะโดนต้อนจนมุมในอีกไม่ช้าแล้วล่ะ เพราะเป็นกังวลเรื่องของเธอแทนที่จะไปรักษาก็เข้ามาตามหาเธอแทนล่ะนะ"

     "ส่วนทำไม ฉันถึงรู้ ฉันวางเครือข่ายมนตราไว้ล่ะนะ รอบบริเวณนี้ ฉันรู้หมดว่ามีอะไรขึ้นบาง ซ่อนอะไรได้บ้าง เดินทางไหนปลอดภัย ทำให้ใครตาบอดเหมือนคนโง่เดินผ่านไปเหมือนที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ก็ได้ ถึงจะแค่ไม่กี่นาทีก็เถอะนะ"

     "ถ้าเธอไม่เชื่อก็ตามฉันมาได้เลย" พูดจบ ธาราก็สะบัดนิ้วยกเลิกโซ่อักขระเดินไปกำชับโจเอลให้อยู่ในม่านพลังนี้อย่าให้ไปไหนก่อนจะหันหน้ามาชักชวนเอลิเซียให้เดินตามเขาไป

     เมื่อเห็นว่า "ธารา" ไม่ได้มีท่าทางทำอันตรายตามที่กล่าว เอลิเซียก็เดินเข้าไปถามเขาใกล้ๆอย่างระมัดระวังว่า

     "ขอถามก่อนคะ คุณธารา ทำไมถึงมาช่วยฉันกับคุณพ่อลีคะ คุณต้องการอะไรกันแน่ แล้วยังข้อมูลที่คุณรู้อีก"

     ธาราตอบโดยไม่คิดจะหันกลับมามองว่า "ก็อย่างที่บอกเธอไป ฉันไม่ได้ช่วยฟรีๆ ฉันต้องการสิ่งตอบแทนนั้น คือ "ตัวเธอ" ฉันต้องการให้เธอมาทำงานให้ฉันแน่นอนว่าเรื่องที่เธอสงสัยบางเรื่อง ฉันอาจจะตอบให้เธอได้นะ อย่างเรื่องอดีตจริงๆของเธอน่ะ"

     เอลิเซียเมื่อได้ยินก็หยุดชะงักร่างกายแข็งทื่อจนธาราต้องหันกลับมามองพร้อมส่งยิ้มให้เธอ

     รอยยิ้มที่เอลิเซียเห็นคือ รอยยิ้มดำมืดแสนเยือกเย็นราวกับรูปปั้นน้ำแข็งส่งยิ้มมาให้ ความรู้สึกหนาวสันหลังอย่างประหลาดราวกับกำลังจ้องมองเข้าไปในความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง

     สายตาไร้แววจนน่าหวาดกลัว เธอเคยคิดว่าตัวเองมีสายตาที่น่ากลัวแล้วนะ แต่เทียบกับสายตาของคนตรงหน้าของเธอไม่ได้แม้แต่น้อย

     สายตาของเขาราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับความมืด ดวงตาสีน้ำเงินของเขาส่องแสงออกมาราวกับกลายเป็นเปลวเพลิงในห้วงทะเลลึกที่ไม่มีก้น

     ทั้งลึก ดำมืดและเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งแสนน่ากลัวราวกับเขาข้ามผ่านเรื่องราวมามากมายเหนือจินตนาการ

     ธาราเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเอลิเซียก็เปลี่ยนเป็นยิ้มอ่อนๆให้เธอพร้อมกล่าวอย่างสบายๆว่า "เอา มัวแต่อึ้ง เดี่ยวก็ไปดูว่าฉันพูดความจริงไม่ทันแล้วเธอจะเสียใจทั้งชีวิตทีหลังเอานะ เอลิเซีย ไม่สิ เอลี่ สินะ"

     พูดจบไม่ทันขาดคำ ธาราพุ่งตัวไปด้วยความเร็วที่เขาคิดว่าเอลิเซียตามทันได้ ซึ่งเอลิเซียก็รู้ตัวอยู่เช่นกัน เพราะสองสหายยังทำได้ขนาดนั้น หัวหน้าของสองคนนั้นจะอ่อนกว่าได้ยังไง

     เอลิเซียต้องพยายามเร่งฝีเท้าตามธารามาเหนือตึกแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงเอลิเซียถึงกับหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยตัวโยนราวกับจะขาดใจ เหงื่อท่วมตัว แน่นอนว่าต้องเป็นอย่างงั้น เพราะทั้งสองวิ่งจากจุดเดิมมาด้วยความเร็วของเอลิเซียอยู่เกือบสิบนาทีก็มาถึงจุดมุ่งหมาย

     แต่ในขณะที่เธอเหนื่อยแทบขาดใจ คนที่นำเธอมานั้นกลับไม่มีแม้แต่เหงื่อสักหยด สีหน้าสบายราวกับมาเดินเล่นรับลม

     ขณะที่เอลิเซียกำลังพักหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยอยู่นั้นเอง ธาราก็ทำมือให้เธอเงียบเสียงลงพร้อมชี้นิ้วไปทิศทางด้านหน้า

     เธอมองตามไปก็เห็นคุณพ่อลีกำลังโดนไล่ตามด้วยชายถือปืนอยู่เกือบสิบคน บนร่างเต็มไปด้วยบาดแผล

     มากกว่าตอนที่เธอช่วยออกมาซะอีกจนเธอจะควักเอาปืนออกมาหมายยิงคนทั้งหมดแต่ทว่าก่อนที่เธอจะได้ทำ

     ธาราก็เอามือมาห้ามไว้พร้อมกล่าวเตือนเธอว่า "ฉันแน่นำว่าอย่าดีกว่านะ เพราะถ้าเธอยิงคนที่ตายก็คงเป็นบาทหลวงคนนั้นนั่นแหละ"

     เอลิเซียมีท่าทางร้อนรนหมายจะพุ่งตัวออกไปแต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร ธาราชิงร่ายโซ่อักขระจับกุมหญิงสาวเอาไว้เสียก่อนจนเธอล้มลงกับพื้นร้องโอดโอยนิดหน่อย

     เอลิเซียทำท่าจะขัดขืนแต่ธารากลับไม่ยอมให้เธอทำ ครั้งก่อนมัดแค่แขนแต่ครั้งนี้มัดแขนกับขาจนเธอขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

     ธารากล่าวต่ออย่างไม่ใส่ใจว่า "เข้าเรื่องสำคัญเลยแล้วกันนะ เอลี่ ชีวิตบาทหลวงคนนั้นสำคัญกับเธอไหม ถ้าสำคัญพยักหน้า ไม่สำคัญก็เงียบไว้ อ่อ บอกไว้ก่อนนะ ดูสถานกาณ์จะเริ่มแย่ลงแล้วนะ"

     เธอแทบไม่ต้องคิด เอลิเซียพยักหน้าในทันที ธารายิ้มให้เธอก่อนจะกล่าวต่อ "งั้นชีวิตของเขามีค่ากับเธอขนาดไหนล่ะ ขอบอกไว้ก่อนนะ ฉันจะช่วยหรือไม่ช่วยขึ้นอยู่กับคำตอบของเธอนะ คุณร่างทดลองโครงการ "เทวทูตเทียม" ไม่สิ ต้องโครงการ "เอ็กเซีย" สินะ"

     เอลิเซียเมื่อได้นิรก็กดเสียงต่ำกล่าวอย่างฉุนเฉียวน้ำเสียงจริงจังว่า "อย่าพูดชื่อโครงการชั่วนั้นให้ฉันได้ยินอีก ไม่งั้นละก็"

     "ไม่งั้นละก็อะไรล่ะ ตอนนี้ เธอจะทำอะไรได้ เอลิเซีบ พลังที่ควบคุมไม่ได้นั้นน่ะ คิดว่าจะจัดการฉันได้งั้นเหรอ ถึงทำได้แล้วยังไง"

     "เธอที่ต้องปิดตาเพื่อควบคุมมันเอาไว้ไม่ให้คลุ้มคลั่งน่ะ ถึงพลังโดยรวมเธอจะน้อยกว่าฉันแต่มานาของเธอมันมากมาย เพราะสิ่งที่ฝังเข้าไปในตาของเธอต่างหาก เธอคิดว่าใช้พลังนั้นแล้วจะช่วยบาทหลวงลีได้งั้นเหรอ ไม่มีทางหรอกน่า"

     "ถ้าเปิดใช้งานมันมั่วสั่วล่ะก็เผลอๆคงเกิดเหตุการณ์แบบคนชื่อ "นายด์" ที่แขนกับขาขาดอย่างละข้าง ไม่ก็เลวร้ายสุด พลังของเธอฆ่าบาทหลวงลีตายไปด้วย ถ้าเธออยากทำแบบนั้นก็เชิญนะ"

     เอลิเซียมีสีหน้าหนักใจ กัดฟันกรอดอย่างเจ็บแค้น ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาแต่ก่อนที่เธอจะได้ดำดิ่งไปกลับมารู้สึกเหล่านั้น ธาราก็ดึงเธอกลับมาด้วยคำพูดง่ายๆว่า "เอารีบตัดสินใจหน่อยว่าจะเอายังไง จะให้ฉันช่วยโดยแลกกับเธอมาทำงานให้ฉัน หรือ ปล่อยให้เขาตายจากความผิดพลาดของเธอ เพราะวันนี้ เธอก็ทำให้คนหลายคนซวยจากการกระทำของเธออยู่แล้ว บางคนโชคร้ายก็ตายไปแล้ว แต่เธอจะรู้สึกไม่ได้หรอกนะ การกระทำของเธอมันไม่ได้ผิด แค่มันก่อให้เกิดเรื่องเท่านั้นเอง"

     "ระเบิดควันของเธอ เปิดฉากการยิงกันในเมืองวันนี้ มีคนตายแค่ไหน พรุ่งนี้ เธอคงได้รู้แต่ตอนนี้ยังไงดีล่ะ เอลี่ พวกนั้นกำลังจะยิงในไม่ช้าแล้วนะ หือ!!"

     "ช่วยด้วยคะ" เอลิเซียพึมพำออกมาเสียงเบาราวกับกระซิบ ธาราที่ได้ยินก็ทำทีเป็นไม่ได้ยินกล่าวให้หญิงสาวตรงหน้าของเขาทวนซ้ำให้ฟังว่า

     "อะไรนะ ฉันไม่ได้ยินเลยนะ พูดให้มันชัดๆหน่อย เอลิเซีย บาร์บาทอส"

     เอลิเซียพูดกระแทกเสียงอย่างมีอารมณ์ว่า "ได้โปรดช่วยคุณพ่อลีด้วยคะ หัวหน้า"

     ธาราเมื่อได้ยินสิ่งที่ต้องการได้ยินก็หยิบหน้ากากมาสวม ขยับนิ้วคลายโซ่อักขระที่พันธนาการหญิงสาวออกก่อนจะพุ่งตัวออกไป

     เอลิเซียรีบลุกขึ้นสิ่งที่เธอได้เห็นหลังจากลุกขึ้นมายืนได้ คือ "การโจมตีอย่างเด็ดขาดรุนแรง" ไม่มีการลังเล ไม่มีความเมตตา ทุกการโจมตีรุนแรงอัดใส่เป้าหมายราวกับกะจะให้บาดเจ็บสาหัสหรือตายได้

     แน่นอนว่า "ธารา" พยายามออมมือเอาไว้ไม่ให้ฆ่าคนโดยใช่เหตุ ทุกการกระทำมุ่งหมายหยุดยั้งศัตรู

     ธาราพุ่งตัวราวกับดาวตกมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของบาทหลวงลี กางโล่มานาขึ้นมาป้องกันกระสุนทั้งหมด

     ระหว่างที่กันกระสุนปืนอยู่นั้น ธาราก็ไม่ลืมร่ายบอลลมขึ้นมา บอลลมโผล่ขึ้นมาในพริบตาค่อยๆหมุนสร้างลมหมุน

     ธาราควบคุมความเร็วและจำนวนทิศทรงหมุนให้มีมากกขึ้น ธารายกระดับบอลลมขึ้นไปอีกขั้นอย่างรวดเร็วด้วยวิธีง่ายๆอย่างการอัดบอลลมอีกอันเข้าไปเพิ่มในอันเดิม

     แน่นอนว่าง่ายสำหรับเขานะ เพราะ การเพิ่มทิศทางการหมุนก็ไม่ต่างกับการร่ายบอลลมเข้าไปในอันเดิมเพิ่มทิศทางการหมุนจากทางเดียวไปเป็นสอง สองเป็นสาม สามเป็นสี่จนบอลลมปลดปล่อยลมหมุนอย่างบ้าคลั่งราวกับเป็นพายุขนาดย่อม

     ธาราไม่แม้แต่หันมองผลงานของเขา เขาเปลี่ยนรูปร่างของบอลลมอย่างช้าๆจากบอลลมค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นหอกลมหัวทู่

     ตลอดการควบคุม เสียงระบบเด้งแต่ธาราก็หาได้สนใจ เขาต้องทำเรื่องตรงหน้าให้สำเร็จเสียก่อน

     "เวทบอลลม เลเวลอัพเป็นเลเวล 4 ... 10 เลื่อนระดับเป็น D ระดับสูงสุด"

     "เวทบอลลม เลเวลอัพเป็นเลเวล 2 ... 4"

     "ได้รับสกิลธาตุลม หอกวายุ [Wind Spear] เลเวล 1 ระดับ C+"

     "เวทหอกวายุ เลเวลอัพเป็นเลเวล 2 ... 3"

     "ได้ทักษะซ้อนเวท เลเวล 1 ระดับ C+"

     "ทักษะซ้อนเวท เลเวลอัพเป็นเลเวล 2 ... 4"

     "ทักษะควบคุมมานา เลเวลอัพเป็นเลเวล 3"

     "ทักษะร่ายฉับพลัน เลเวลอัพเป็นเลเวล 10 เลื่อนระดับเป็น B-"

     "ทักษะหน่วงเวท เลเวลอัพเป็นเลเวล 6"

     "ทักษะร้อยเรียงมานา เลเวลอัพเป็นเลเวล 5 ... 7"

     "เวทโล่มานา เลเวลอัพเป็นเลเวล 9 ... 10 เลื่อนระดับเป็น C"

     "สร้างอักขระรูปแบบสัมผัส "ลดแรงปะทะ" สำเร็จ"

     "ได้รับทักษะแบ่งจิต เลเวล 1 ระดับ A"

     หอกวายุหมุนวนอย่างน่ากลัวปลดปล่อยสายลมหมุนรุนแรง กลุ่มชายถือปืนมีท่าทางหวาดกลัวออกมาแต่ยังไม่ทันได้จะวิ่งหนี

     ธาราก็ปลดปล่อยอำนาจของหอกวายุออกมา หอกวายุพุ่งฝ่าอากาศดั่งกระสุนกระแทกร่างของคนตรงหน้าของเขาจนปลิวกระเด็นไปไกลถึงสิบเมตร ล้มลงกระแทกกำแพงน้ำลายฟูมปาก

     ทุกคนในบริเวณนั้นยังไม่ทันได้ตั้งตัว หอกวายุก็พุ่งกระแทกร่างของพวกมันทั้งหมดจนล้มลงสลบ บาดเจ็บหนักไม่หนัก ธาราหาได้สนใจไม่ยังไง เจ้าพวกนี้ก็ถืออาวุธ ธาราไม่จำเป็นต้องออมมือให้คนที่ถือปืนยิงคนอื่นแม้แต่น้อย

     แต่เขาก็ยังมีใจเมตตา ไม่ฆ่าศัตรู เขาจะถือว่าคนทั้งหมดทำตามคำสั่งก็เลยต้องมาซวยโดนเขาโจมตีแบบไม่สนใจแบบนี้ จะพิการหรือตายแล้วแต่เวรแต่กรรมของพวกมันแล้ว

     ธาราหันไปมองบาทหลวงลีน้ำเสียงเป็นมิตรว่า "สวัสดีครับ คุณคงคือ "บาทหลวงลี" สินะ เรียกผมว่า "อันโนน" ถ้าคุณจะตามหาเอลิเซียล่ะก็เธอปลอดภัยดี ผมเข้าช่วยเหลือเธอไว้ได้พอดีแล้วเธอก็เป็นคนขอให้ผมมาช่วยคุณด้วย บาทหลวงลี"

     ลีมีท่าทีไม่เชื่อแต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร เอลิเซียก็พุ่งเข้ามากอดเขาแน่นอย่างกังวลกล่าวน้ำเสียงสั่นอย่างหวาดกลัวว่า

     "คุณพ่อ ไม่เป็นอะไรนะคะ" ลีตกใจนิดหน่อยก่อนจะค่อยๆใจเย็นลงลูบหลังเด็กสาวที่เหมือนลูกสาวของเขาอย่างอ่อนโยน

     แต่ธาราต้องกล่าวขัดภาพความประทับใจตรงหน้าเสียก่อนที่จะเกิดเรื่องไปมากกว่านี้ว่า

     "เอิ่ม ขอโทษนะครับ ทั้งสองคน แต่ผมแนะนำให้บาทหลวงลีกินยานี้แล้วรีบหนีไปก่อนดีกว่านะครับ"

     พูดจบก็ยื่นขวดน้ำยาสีแดงให้บาทหลวงก่อนจะกำชับให้รีบดื่มเสียก่อนจะกล่าวต่อว่า

     "เอาล่ะ บาทหลวงลีก็ดื่มแล้ว เอาล่ะ เอลิเซีย หลังจากนี้ ตามฉันมา ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ ส่วนบาทหลวงลี ผมแนะนำให้ไปโรงพยาบาลดูแผลเพิ่มเติมก็ดีนะครับ เวทรักษามันรักษาได้ไม่ดีพอหรอกนะครับ"

     บาทหลวงลีพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินทางไปส่งบาทหลวงลีออกจากเมืองใต้ดินกลับเข้าเมืองชั้นบน ก่อนจะเดินทางมารวมตัวกับสองสหายที่จุดนัดพบ

     ระหว่างที่ทั้งสองเดินทางก็มีสายตาหนึ่งจดจ้องพวกเขาอยู่ตลอด แน่นอนว่าธารารู้สึกตัวแต่ทำเป็นไม่สนใจ เพราะ อยากดูท่าทีของสหายไม่ทราบนามคนนี้ที่ไม่อยู่ในรายชื่อที่เขาต้องการ แต่ฝีมือน่าสนใจใช้ได้เลย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ตัดกลับมาปัจจุบัน

     "ก็เป็นอย่างที่เล่าไปนั้นแหละคะ" ทุกคนพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ

     ธาราไม่รอช้า หยิบเอาซองจดหมายออกมาส่งมอบให้คนทั้งสามก่อนจะกำชับกับโจเอลให้พรุ่งนี้มาเจอเขาที่สถาบันเอจิสก่อนจะขอตัวกลับบ้านไปพักผ่อนพร้อมให้เงินโจเอลสำหรับพักโรงแรมทั้งครอบครัว

     ทั้งสามหยิบจดหมายขึ้นมาดู ด้านในเขียนว่า

     "วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน มาเจอกันที่อาคารฝึกฝน ห้องซ้อมหมายเลข 117 เวลา 15.30 น. อย่าลืมคำพูดของนายล่ะ โจเอล"

     "วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน มาเจอกันที่อาคารฝึกฝน ห้องซ้อมหมายเลข 117 เวลา 15.30 น. เลิกนิสัยขโมยซะ แองเจล่า"

     "วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน มาเจอกันที่อาคารฝึกฝน ห้องซ้อมหมายเลข 117 เวลา 15.30 น. ถ้าเธออยากรู้วิธีควบคุมตาซ้ายก็มา เอลี่"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 240 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #661 schemers (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 13:56
    ไรท์คอร์กันดั้มแน่เลย
    #661
    1
    • #661-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 84)
      9 มกราคม 2563 / 14:16
      ทำไมถึงคิดงั้นล่ะ ถึงจะถูกก็เถอะ
      #661-1
  2. #653 dfrdz007 (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 11:19
    สนุกมาก
    #653
    0
  3. #652 SADEN. (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 22:21
    ตามอ่านมาสักพักแล้วค่ะ เราไม่ขอติเรื่องที่ช่วงนี้มีการแนะนำตัวบะครเยอะไปสักนิดนะคะ เพราะเป็นแนวทางส่วนตัวของคนเขียนเลย ว่าจะวางโครงเรื่องดำเนินเรื่องแบบไหน แต่ขอพูดเรื่อง การใช้คะ/ค่ะ หน่อยนะคะ ถ้าเราจำไม่ผิด ไม่เคนเห็นคนเขียนใช้คำว่า 'ค่ะ' เลย เช่น "ได้โปรดช่วยหน่อยคะ" ที่ถูกต้องคือ 'ได้โปรดช่วยหน่อยค่ะ' หรือ "เรื่องเป็นอย่างนี้คะ" ต้องเป็น 'เรื่องก็เป็นอย่างนี้ค่ะ' เราใช้ 'คะ' ส่วนมากกับคำถาม หรือใช้คู่กับนะ(นะคะ) ค่ะ เช่น /อะไรนะคะ/ หรือคะ/ แต่ค่ะใช้กับลงท้ายประโยคมากกว่า อยากให้ลองแก้เรื่องนี้ดูนะคะ ส่วนเรื่องเนื้อหาเรารออ่านอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #652
    1
    • #652-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 84)
      7 มกราคม 2563 / 23:59
      กำลังพยายามอยู่เลยล่ะครับ ไว้เดียวรีไรท์อีกทีน่ะครับ ขอบคุณมากครับ
      #652-1
  4. #649 NessZero (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 10:13
    แอบลุ้นว่านีกแสดงผมจะแคสติด ซีกตัว สู้ๆครับไรท์เป็นกำลังใจให้ตัวละครเยอะ มันจะหนักในการเรียบเรียง ฝึกให้เสร็จและแบ่งทีมแบ่งงาน และเอา พระเอกเดินเรื่อง ไปเจอคนในทีมนั้นๆหรือ ทำงานร่วมกับทีมๆนั้น มันจะดึงภาพจำของตัวละครอื่นได้ดีกว่ามารวมกันและเรียกชื่อทีเดียว
    #649
    4
    • #649-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 84)
      7 มกราคม 2563 / 10:34
      ใกล้จบแล้วล่ะครับ นักแสดงครบแล้ว ได้เวลาเดินเรื่อง

      ฝึกฝน ฝึก "ซ้อม" เหล่านักแสดงสมทบต่อไปแล้วล่ะครับ
      #649-1
  5. #648 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 08:14
    รออ่านนะคะ
    #648
    0
  6. #647 Best0001 (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 06:56
    ครบยังเนี่ย
    #647
    0
  7. #646 godverystore (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 00:26
    แนะนำให้เอาระบบเลเวลสกิลออกคับกินหน้าเปล่าๆสกิลควรบอกความชำนาญแต่แรกดั้งเดิมก่อนจะย้อนมาคับไม่ใช่ขึ้นหลังใช้มันเหมือนพระเอกไม่เคยฝึกหรือใช้พวกนี้มาก่อนอะแต่สกิลใหม่ก็อีกเรื่อง
    #646
    10
    • #646-9 tomjr(จากตอนที่ 84)
      7 มกราคม 2563 / 08:57
      ขอบคุณที่เขียนให้อ่านครับ และคอมเม้นท์ที่ติเพื่อก่อเป็นสิ่งที่ดีส่วนคอมเม้นที่ไม่เอานั้นเอานี่ไรท์อธิบายให้เหตุผลแล้วมันยังไม่เข้าใจก็ชั่งมันเหอะครับเพราะมนุษย์ชอบเอาเหตุผลของตัวเองเป็นใหญ่เหตุผลคนอืนชั่งมัน
      #646-9
    • #646-10 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 84)
      7 มกราคม 2563 / 10:32
      เอาอย่างงี้แล้วกันครับ ผมจะอธิบายตามความคิดของผมให้ฟังแล้วกัน

      1. ธาราแต่แรกนั้นไม่มีระบบ ทำให้ไม่รู้ระดับทักษะหรือเวทในเรื่องว่าระดับไหนบ้าง

      2. ธาราเชี่ยวชาญก็จริงครับ แต่ร่างตอนเด็กไม่ได้มีประสบการณ์เท่าร่างตอนแก่ของเขา ทำให้ต้องฝึกกันใหม่บวกระบบเริ่มต้นตอนย้อนมาเป็นเด็ก
      ทำให้ธาราต้องเรียนรู้สกิลใหม่หมดคล้ายระบบรีคลาสของ RO จาก Wizard ไปเป็น High Novice นั้นแหละครับ สเตตัสกลับมาตอนอ่อนแต่ไม่ทั้งหมด
      ยังมีจิตสังหารหรือทักษะอื่นๆที่ยังไม่เปิดเผยอีกครับ

      3. ทักษะควรเพิ่มเร็วถูกแล้วครับ เพราะ ความเชี่ยวชาญของธาราสูงมากๆ ทำให้เข้าใจวิธีการใช้สูงมาก

      4. ระดับทักษะมีผลมากนะครับ อย่างเวทบอลลมที่เลื่อนมาจุดสูงสุดระดับ D ก็แรงเท่ากับเวทระดับ D เลยนะครับ ทั้งที่เป็นเวทระดับ F
      ผมแค่ไม่แสดงผลในรูปแบบตัวเลข เพราะมันจะดูเป็นเกมมากเกินไปมากกว่าครับ

      5. ส่วนระดับธาตุนั้น มันไม่ได้เลื่อนง่ายๆหรอกครับ ดูอย่างเซลที่ได้คุณสมบัติ "หมอก" ของธาตุลมจากธาราจนเลื่อนมาระดับ C+ จากเดิมอยู่ D+
      เพราะความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยกกว่าธารา ส่วนธารา ผมยังไม่ให้เลื่อนระดับธาตุ เพราะจะเอาไปเฉลยทีหลังว่ายังไง
      การเลื่อนระดับธาตุยุ่งยากมากกว่าการเลื่อนระดับเวทแน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะใช้ความเข้าใจในธาตุนั้นๆเยอะกว่าครับ

      หวังว่าจะหายข้องใจนะครับ เพราะถ้ายังมีอีก ผมก็ไม่รู้จะตอบให้ยังไงแล้วล่ะครับ แถมเอาจริงๆไรท์ชอบการเลื่อนระดับแบบของนิยายกำลังภายในนะ

      มันดูไม่ยืดเยื้อดีด้วยแล้วก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ
      #646-10
  8. #645 จอมพลMaus (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 00:17
    เอลี่..มีชื่อเล่นซะแล้วเอลิเซียยยยหรือจะเรียกอีกชื่อว่าเอ็กเซีย

    ลูกผมในที่สุดก็โผล่มาเต็มๆแล้ววว
    #645
    1
    • #645-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 84)
      7 มกราคม 2563 / 00:39
      ให้เรียกเด็กผู้หญิงว่า "เอ็กเซีย" ผมว่ามันแปลกๆยังไง ไม่รู้แหละครับ
      #645-1