Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 75 : พ่อค้าและนักประดิษฐ์สาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    23 ธ.ค. 62


     วันจันทร์ที่ 24 กันยายน ปี ค.ศ. 2655 เวลา 06.17 น. ณ ห้องสมุดสถาบันเอจิส

     ธารามองกระดาษจดหมายเวทมนตร์ทั้งสี่ใบที่ถูกส่งมอบให้ว่าที่ลูกกิลด์ของเขาด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ก่อนจะหยิบกระดาษจดหมายเวทมนตร์สามใบใส่กระเป๋าพร้อมคิดลูกเล่นต่างๆในวันนี้ที่เขาจะใช้ทดสอบสมาชิกทั้งสามคน

     ระหว่างคิดเปิดเลคเตอร์ขึ้นมาอ่านข้อมูลของสามคนไปพลางๆ "สิทานถพงศ์ ไปวรพรรณ ชื่อเล่น "สิน" อายุ 15 ปี วันเกิด 22 สิงหาคม 
ในภาพถ่ายที่แนบมาเป็นชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเรียบนิ่งราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ผมสีดำเทา ดวงตาสีเขียวประกายมุกทอง ผิวขาวซีด ผอมแห้งดูไม่ค่อยแข็งแรง สูงประมาณ 173 เซนติเมตร น้ำหนัก 56 กิโลกรม เป็นลูกชายคนรองของเจ้าของเครือการค้า "วรพรรณ" ที่มีความหมายว่า 
"ผิวพรรณมีประกาย" จึงมีตราประจำองค์กรเป็นรูปคนส่องแสง เกรดเฉลี่ยกลางๆทุกรอบ วิชาเวทมนตร์คาบเส้นผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง 
แต่วิชาบริหารธุรกิจ การตลาด การดำเนินธุรกิจได้คะแนนดีมาก"

     ธาราอ่านไปก็หัวเราะในใจไปคิดเกี่ยวกับข้อมูลของคนชื่อ "สิน" ตรงหน้าด้วยใบหน้านึกสนุก "เจ้าหมอนี่คิดว่าหลอกคนอื่นได้งั้นเหรอไง
เกรดเฉลี่ยอยู่ตรงกลางทุกรอบทั้งที่ข้อสอบไม่เคยซ้ำกันสักรอบ ถ้าดูตามกระดาษคำตอบทุกวิชาหมอนี่ จงใจตอบผิดข้อง่ายๆหลายข้อและตอบถูกข้อยากๆหลายข้อเช่นกันอย่างจงใจ ส่วนวิชาบริหารหมอนี่ จงใจตอบผิดบ้างถูกบ้างราวกับสุ่มไปเรื่อยๆให้คนคิดว่าหมอนี่ฟลุ๊คผ่านหรือได้คะแนนเยอะเพราะโชคช่วย ภาพถ่ายดูจากหน้าตาครอบครัวของเด็กนี่คงไม่ได้อบอุ่นอะไรขนาดนั้นหรอกมั้ง คนที่ชีวิตอบอุ่นปกติสุขไม่มีทางมีสีหน้านิ่งเย็นชาแบบนั้นได้หรอก ถ้าจุดประเด็นเรื่องครอบครัวของหมอนี่ในคำถามสักหน่อย น่าจะช่วยให้หมอนี่สนใจมากขึ้นแหะ"

     พูดจบก็เปลี่ยนหน้ากระดาษไปหน้าต่อไป ปรากฎผ่านหญิงสาวผมบ๊อบสั้นสีส้มไฮไลท์เหลืองครีมคล้ายแอปเปิ้ล ดวงตากลมโตสีเขียวน้ำทะเล ใบหน้าหวาน ข้างๆรูปถ่ายของเธอแนบรูปถ่ายปานรูปนกที่หลังมือซ้ายมาให้ดูเป็นปานสีน้ำตาลอ่อนจางๆที่แทบจะกลืนไปกับผิวขาวของเธอท่าไม่สังเกตดีๆ เธอมีชื่อว่า "คิม มินซู อายุ 16 ปี เกิด 28 มิถุนายน ส่วนสูง 165 เซนติเมตร น้ำหนัก 47 กิโลกรัม สมาชิกครอบครัวมีแค่พี่ชายของเธอคนเดียวที่ชื่อ "คิม จินยอง" พ่อแม่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ อาศัยอยู่ในเขตที่สองติดกับเขตที่หนึ่งแถวสลัม คะแนนสอบทุกวิชาดีหมด ยกเว้นวิชาเวทมนตร์ที่กลางๆ ใช้เวทได้ทั้งหมดสามธาตุ ดิน น้ำและไม้" 

     ระหว่างอ่านข้อมูลธาราก็สังเกตเกี่ยวกับปานในมือซ้ายของหญิงสาวในรูปถ่ายที่แนบมาด้วยกันกับคำบอกเล่าของเจ้าตัวว่า "ปานนี้ โผล่ขึ้นมาหลังจากแม่ของเธอเสียได้ไม่นานบริเวณเดียวกับปานของแม่เธอ" ธาราหยิบภาพถ่ายคู่ของมินซูกับแม่ของเธอที่ในมือของเธอตอนเด็กไม่มีปานรูปนกอยู่ดังเช่นปัจจุบันในขณะที่แม่ของเธอมีปานแบบเดียวกันกับที่มินซูมีอยู่

     ธาราคิดถึงเรื่องๆหนึ่งที่เขาเคยพบเจอในอดีตว่า "ปานรูปสัตว์งั้นเหรอ ในชีวิตก่อนก็เคยเจอคนมีมันนะ แต่มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา อันนั้นมันเป็นรอยสักด้วยซ้ำนะ อันนี้กับเหมือนปานแรกเกิดเลย สงสัยต้องลองทดสอบเธอคนนี้ด้วยวิธีการแปลกๆหน่อยแล้ว ถ้าคิดถูกความลับของมันอาจจะน่าสนใจกว่าที่คิดก็ได้"

     อาจารย์ลินดาตอนเห็นข้อมูลครั้งแรกก็งงเป็นไก่ตาแตกเลย แต่ธาราก็บอกว่ามันอาจจะเป็นเวทรูปแบบสืบทอดก็ได้ 

     ซึ่งถ้าเป็นตามที่ธาราบอก "คิม มินซู" คนนี้ก็จะเจ้าของเวทมนตร์พิเศษ ส่วนรูปแบบนั้นถ้าอิงตามที่เขาเคยพบเจอก็คงจะเป็นเวทอัญเชิญ 
ไม่ก็แปลงกลาย หรือ โชคดีมากๆก็คงเป็นวิญญาณสถิตที่เป็นเวทอัญเชิญรูปแบบพิเศษ

     วิญญาณสถิตพิเศษยังไงน่ะเหรอก็สามารถรวมร่างเข้ากับสัตว์วิญญาณได้เพื่อเร่งเร้าพลังต้นกำเนิดที่ทรงพลังได้ยังไงล่ะ

     แต่นั้นก็กรณีเขาทายถูกต้องล่ะนะ เพราะ เวทพิเศษไม่ใช่ของที่คิดจะได้ก็ได้แต่เป็นการสืบทอดทางสายเลือดโดยตรงหรือพันธพิเศษเท่านั้นแล้วถ้าอิงตามข้อมูลของเชื้อสายตระกูลคิมที่ไม่เคยมีประวัติเวทมนตร์พิเศษแล้วล่ะก็อาจจะเป็นการค้นพบใหม่หรือการตื่นของสายเลือดก็ได้

     แต่คิดไปก็เท่านั้น ธาราจะใช้การทดสอบในวันนี้แสดงผลลัพธ์ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า

     ก่อนจะละความสนใจเปลี่ยนหน้าไปหน้าสุดท้ายปรากฎภาพของหญิงสาวผมลอนยาวถึงไหล่สีน้ำเงินม่วงเข้มมัดรวบเป็นทรงหางม้าสูงไว้ด้านซ้าย ดวงตาเรียวสีเดียวกับผม ใบหน้าสวยได้รูปไร้การแต่งเติม รูปร่างผอมเพียว ใส่ชุดถูกระเบียบเรียบร้อยเป๊ะๆคนในรูปมีชื่อว่า 
"เยว่ ซิ่งไห่ ชื่อเล่น "ดาว" ส่วนสูง 155 น้ำหนัก 43 ฐานะทางบ้านปานกลาง พ่อแม่หย่าร้าง ปัจจุบันอาศัยอยู่กับพ่อสองคน ที่บ้านทำธุรกิจสั่งทำและรับซื้อเกียร์ พ่อประสบอุบัติเหตุผิดพลาดตอนสร้างเกียร์ทำให้ป่วยเป็นโรคพิศดารที่อาการคล้ายโรคมานาตกผลึก แม่และพี่ชายของเธอเป็นนักวิจัยในโครงการทางการแพทย์ "อ๊อปติคส์" ซึ่งเป็นโครงการวิจัยรักษาเกี่ยวกับความผิดปกติของมานาในร่างกายมนุษย์ทั้งการรั่วไหล ตกผลึกและร้ายแรงสุด "ชีพจรทลาย" ที่ทำให้ชีพจรมานาในร่างสลายจนทำให้เกิดภาวะโรคฝันนิรันดร์ขึ้น ผลการเรียนโดยรวมไม่ดีไม่แย่ ใช้เวทได้สามธาตุ มืด แสง และมิติ"

     ปัจจุบันทั้งสามโรคยังไร้ทางรักษาให้หายขาด โดยเฉพาะฝันนิรันดร์ เรียกได้ว่าเป็นก็ไม่ต่างกับตายไปแล้ว

     "ตระกูลนักประดิษฐ์เกียร์กับแม่ที่เป็นนักวิจัยทางการแพทย์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการรักษาโรคจากมานางั้นเหรอ ดูยังไงก็คงเกี่ยวข้องกันแน่ๆ 
ยัยเด็กนี่น่าสนใจไม่น้อยแต่ทำไมถึงดูไร้ความมั่นอกมั่นใจขนาดนี้นะ ตอนเด็กคงเกิดเรื่องอะไรบ้างอย่างละมั้ง" 

     ธาราคิดอะไรไปเรื่อยระหว่างเดินทางไปสถาบันว่า "หวังว่าสามคนนี้จะผ่านการทดสอบที่วางไว้ให้นะ ไม่งั้นก็คงต้องปล่อยผ่านล่ะนะ" 

     เมื่อมาถึงก็ไม่รอช้าสะบัดมือ กระดาษจดหมายลงนามพิเศษก็บินออกจากกระเป๋าพุ่งเข้าไปในล็อกเกอร์ของเป้าหมายทั้งสามส่องแสงสีเขียวอ่อนออกมาก่อนจะดับลง

     ธาราที่เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็เดินเข้าห้องเรียนไปเช็คชื่อแล้วเดินไปโรงอาหารเพื่อหาอะไรกินเป็นอาหารเช้า

     โดยไม่ลืมวางอักขระสังเกตการณ์เอาไว้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเป้าหมายของเขา ในกระดาษทั้งสามเขียนข้อความดังนี้

     "สวัสดี ฉัน "ธารา เทพพิทักษ์" หัวหน้ากิลด์รีไรท์ นาย/เธอได้ส่งข้อมูลแนะนำตัวเองมาให้กิลด์ของพวกเรา เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า "สิน/คุณมินซู/คุณดาว" ฉันอยากทดสอบนาย/เธอสักหน่อย ในกระดาษแผ่นนี้มีคำใบ้อยู่หนึ่งข้อ ในห้องสมุดจะมีคำใบ้ต่อๆกันไปอยู่อีกสี่ใบ คำใบ้ทั้งหมดระบุเป็นชื่อหนังสือ ส่วนมาจากหนังสืออะไรหน้าไหนนั้น นาย/เธอต้องหาเอาเอง เมื่อได้คำใบ้ทั้งห้าใบแล้วให้ตอบคำใบ้ที่ห้าเพื่อเอากระดาษอักขระพิเศษเพื่อเปลี่ยนตัวอักษรทั้งหมดให้กลายเป็นคำถามสุดท้ายที่จะปรากฎหลังจากนาย/เธอไขคำใบ้ครบทั้งห้าข้อแล้ว นาย/เธอต้องหาคำตอบทั้งหมดหกข้อให้ได้ภายในวันนี้ ถ้าทำไม่ได้ก็ขอแสดงความเสียใจด้วย นาย/เธอไม่ผ่านการทดสอบเข้ากิลด์ของพวกเรา กระดาษแผ่นนี้จะเริ่มทำงานตอนหลังเลิกเรียน นาย/เธอใช้เวลาได้จนถึงห้องสมุดปิดตอนสามทุ่ม โชคดี"

     คำใบ้ของสินเขียนไว้ว่า "ข้อที่หนึ่ง จงตามหาที่มาของแหล่งเงินตรา" ซึ่งเป็นคำในหนังสือชื่อ "เงินตราและกฎเกณฑ์การค้า"

     คำใบ้ของมินซู คือ "ข้อที่หนึ่ง จงจำให้ได้ว่าตัวเองเป็นใคร" เป็นคำในหนังสือวรรณกรรมเรื่อง "ภาพสะท้อนจากฟ้า"

     คำใบ้ของดาวนั้นยากที่สุดเนื่องจากเป็นคำศัพท์เฉพาะสำหรับนักประดิษฐ์ซะส่วนใหญ่นั้นคือ 

     "ข้อที่หนึ่ง กฎการเหวี่ยง สัมผัสและสั่นสะเทือนของมานาในเกียร์รูปแบบอิสทอร์ก" จากวิทยานิพนธ์ของ "เมไจ อิสทอร์ก" นักประดิษฐ์อัจฉริยะเจ้าของกฎการขับเคลื่อนเกียร์อัตโนมัติอิสทอร์กที่เป็นที่นิยมเอามาใช้สร้างเกียร์พาหนะ

     หลังจากเลิกเรียน ธาราก็รีบตรงดิ่งมาห้องสมุดในทันทีพร้อมตรวจเช็คความคืบหน้าสมาชิกอีกสองคนที่ฝากเฟยกับเซลให้ไปจัดการ

     ซึ่งดูเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดีทั้งคู่จนตอนดึกสามารถไปชักชวนเพิ่มได้อีกคนสองคนเลยทีเดียว ซึ่งช่วยเขาได้เยอะเลย เพราะจะได้มีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเพิ่มความสามารถลูกกิลด์ทั้งสิบหกคนที่เล็งไว้

     นั่งรอได้ไม่นานก็ทั้งสามคนก็เดินเข้ามาในห้องสมุดอย่างร้อนรนก่อนจะสังเกตเห็นเจ้าของจดหมายอย่างธาราที่นั่งยิ้มให้อยู่โต๊ะหน้าทางเข้าราวกับดักรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว 

     ก่อนที่ทั้งสามจะได้พูดอะไรออกมาธาราก็ชิงพูดซะก่อนว่า "อ่ะ อย่าถามอะไรฉันจะดีกว่านะ สิน คุณมินซู คุณดาว กระดาษใบนั้นลงอักขระรูปแบบสั่งห้ามเอาไว้ ถ้ามันกระพริบจากแสงสีเขียวเป็นแดงแสดงว่าพวกนายกำลังจะทำผิดกฎ ถ้าฉีกขาดก็ให้จำไว้ว่าผิดไปหนึ่งครั้ง กระดาษนั้นพับไว้สี่ครั้ง มันจะฉีกขาดไปตามจำนวนการพับของฉัน เมื่อขาดจนหมดก็ถือว่าจบ เพราะฉะนั้นอย่าถามจะดีกว่านะ"

     ธารากล่าวยิ้มๆก่อนจะหันไปนั่งอ่านหนังสือต่อ โดยลอบมองท่าทีทั้งสามคนด้วยความสนุกสนานก่อนจะกล่าวเสริมไปด้วยน้ำเสียงขบขันว่า "อ่อ เกือบลืม ฉันขอแนะนำว่าอย่าพยายามช่วยกันละ เพราะไม่มีประโยชน์คำใบ้ของฉันเอาจากเรื่องที่พวกนายถนัดที่สุดมา ส่วนของเธอ
มินซู ฉันเอาเรื่องที่เธอสนใจเป็นพิเศษอย่างปานของเธอให้ ถ้าไขได้ฉันจะช่วยเธอตรวจสอบปานแปลกๆที่หลังมือซ้ายของเธอ เอาล่ะ รีบเริ่มดีกว่านะ เวลาไม่คอยท่าแล้ว"

     ทั้งสามต่างแยกย้ายกันไปคนทิศคนละทาง ซิ่งไห่นั้นจำได้ดีที่สุดเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ของอิสทอร์ก ทำให้ใช้เวลาไม่นานเธอก็เจอคำใบ้ต่อไปที่เขียนไว้ว่า "ความเรียบง่าย คือ ที่สุดของความซับซ้อนและปราณีต"

     ซิ่งไห่อ่านมันพึมพำไปมาๆราวกับกลัวจะลืม มันเป็นถ้อยคำที่พ่อของเธอชอบใช้มันมากๆพ่อของเธอทำสิ่งประดิษฐ์โดยเน้นหนักไปที่หลักสองง่าย คือ "ใช้งานได้ง่ายและดูแลรักษาง่าย" เพียงเท่านั้น

     ในขณะที่ซิ่งไห่คิดทบทวนไปมาพยายามเค้นสมองคิดถึงคำใบ้นี้ว่าเป็นของนักประดิษฐ์คนไหนอยู่นั้นเอง 

     สินก็พบคำใบ้ที่สองของเขาแล้วเช่นเดียวกับซิ่งไห่ ในกระดาษเขียนไว้ว่า "การลงทุนที่ดีที่สุด คืออะไร"

     สินเมื่อเห็นคำใบ้ก็วิ่งไปกดแผงควบคุมใกล้ๆใส่คีย์เวิร์ดค้นหาคำในหนังสือว่า "การลงทุนที่ดีที่สุด คือ การลงทุนให้ตัวเอง"

     แน่นอนว่าเสียเวลามากกว่าการวิ่งตามหาซะอีกแต่เขาก็ต้องรอเนื่องจากหนังสือที่ใช้ถ้อยคำแบบนี้นั้นมีอยู่เกือบร้อยเล่ม การจะให้เขาวิ่งวุ่นไปหยิบมันมาทีละเล่มสองเล่มจนครบนั้นเสียเวลามากเกินไป เขาจึงใช้พิมพ์ระบบห้องสมุดให้จัดเรียงหนังสือมาให้เขาดีกว่า

     ระหว่างที่สินรอให้การค้นหาจัดเรียงหนังสือมาให้เขาเสร็จอยู่นั้น ซิ่งไห่ก็กำลังง่วนอยู่กับการตามหาถ้อยคำในหนังสืออันมากมายที่เธอสั่งให้ค้นหาจนได้มาเกือบร้อยเล่ม

     เธอไล่เปิดทีละเล่มจนพบกับกระดาษคำใบ้ที่สามที่เขียนว่า "ทฤษฎีอะไรที่นำมาใช้ในการสร้างเกียร์คุ้มกันแบบบาร็อค"

     ซิ่งไห่แทบไม่ต้องคิด เธอเดินไปกดแผงควบคุมกรอก "ทฤษฎีคลิฟเตอร์" เข้าไป ไม่ถึงนาทีก็มีหนังสือเล่มหนึ่งวางไว้ตรงหน้าของเธอ

     ไม่รอช้า ซิ่งไห่เปิดมันขึ้นมาก็ได้พบกับคำใบ้ที่สี่ เขียนไว้ว่า "หลักการแปรเปลี่ยนรูปแบบและขยายมานาของอีลิท ไมเดรย์ สร้างขึ้นมาเพื่อทำอะไรเป็นจุดประสงค์ดั้งเดิมของมัน"

     ซิ่งไห่ที่เห็นคำใบ้ถึงปวดหัวขึ้นมาในทันที เธออ่านหนังสือเกี่ยวกับการสร้างเกียร์มามากมาย แต่ไม่เคยอ่านเกี่ยวกับชีวประวัติของผู้สร้างเลยแม้แต่น้อย "อีลิท ไมเดรย์" ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นที่เธออ่านแต่ผลงานของเขา

     ซึ่งมีอยู่ถึง 277 เล่มที่เกี่ยวข้องจนเธออดจะแค้นตัวเองในใจในระหว่างที่กดค้นหาประวัติของอีลิท ไมเดรย์มาเปิดดูทีละเล่มจนครบ

     ระหว่างนั้นสินก็ได้พบคำใบ้ที่สามของเขาที่เขียนว่า "การหยิบยื่นผลประโยชน์ให้อย่างเท่าเทียมโดยได้กำไรกลับมามากกว่าเป็นหลักการของใครและใช้ได้ผลมากที่สุดในปีอะไร"

     สินเมื่ออ่านคำใบ้จบถึงกับสบถคำหยาบออกมาในใจว่า "หมอนั้นจงใจกวนประสาทชัดๆอย่างกับรู้อยู่แล้วว่าเราถนัดวิชาอะไรก็เลยใช้วิชาที่ถนัดที่สุดใส่เราแล้วคอยดูท่าที" ระหว่างที่สบถอยู่ก็ไม่วายหันไปมองก็พบกับรอยยิ้มกวนประสาทออกมาจากชายเจ้าของชื่อ "ธารา"

     สินลอบกำหมัดอย่างคับแค้นอยู่ในใจ เดินไปกรอก "วิลค์ วาคเนอร์ ปี ค.ศ.  2517" ลงไปไม่นานก็มีหนังสือที่แนบกระดาษไว้ด้านหน้าโผล่ขึ้นมา ในกระดาษเขียนคำใบ้ที่สี่ว่า "พ่อค้าน้ำแข็งแห่งเส้นทางสายไหม ให้ข้อคิดอะไร"

     สินถึงกับตบหน้าผากเดินไปพิมพ์หาหนังสือ "พ่อค้าน้ำแข็งแห่งเส้นทางสายไหม" พบกระดาษคำใบ้ที่แนบมากับปากกาคอแร้งราวกับต้องการให้เขาเขียนคำตอบลงไป

     เขาไม่ลังเลจับปากกาคอแร้งขึ้นมาเขียนว่า "คนเราแม้จะเข้มแข็งแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่ดี" เมื่อเขียนเสร็จกระดาษก็ส่องแสงสีเขียวปลดปล่อยอักขระออกมา ตัวหนังสือที่เขาเขียนค่อยๆลอยออกมาจากกระดาษปลดปล่อยประกายแสงสีเหลืองนวลตา ตัวอักษรร้อยเรียงเปลี่ยนแปลงไปมาสลับปรับเปลี่ยนตัวหนังสือที่เขาเขียนเป็นคำใบ้สุดท้ายของเขาว่า

     "พรสวรรค์ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม คุณสามารถมีมันได้แค่อย่างเดียว ในขณะที่พรแสวงคุณสามารถมีมันได้ไม่รู้จบ ขอเพียงแค่พากเพียร
เป็นคำกล่าวของใคร"

     สินแทบไม่ต้องคิดอะไรมาก เดินไปกรอกชื่อหนังสือลงแผงควบคุมว่า "ไนเอล เรสลีย์" ตรงหน้าของเขาก็ปรากฎหนังสือปกสีดำเล่มหนึ่ง ภายในหนังสือเขียนเกี่ยวกับตัวของเขาผู้มีความพยายามและคู่แข่งผู้มากพร้อมด้วยพรสวรรค์อันมากมาย กล่าวถึงความยากแค้นและไร้ทางสู้ในเส้นทางต่างๆของเขาที่เผชิญหน้ากับคู่แข่งก่อนจะสามารถมีชัยเหนือเขาได้ในครั้งสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

     เปิดออกมาก็พบกับกระดาษอักขระ สินหยิบมันออกมาก่อนจะวางหนังสือลง เรียงกระดาษทั้งห้าจากบนลงล่างแล้ววางกระดาษอักขระทับลงไปก่อเกิดแสงสีเขียว ปลดปล่อยตัวอักษรทั้งหมดออกมาวิ่งวนไปมา ตัวอักษรทั้งหมดค่อยๆร้อยเรียงหมุนวนไปมาก่อนจะพุ่งลงไปในกระดาษตรงหน้าค่อยๆปรากฎขึ้นมาราวกับตัวอักษรล่องหนเขียนว่า "ความลับเพียงหนึ่งเดียวของนาย คือ ความคับแค้นต่อครอบครัวที่ไม่เหลียวแลนายใช่ไหม ถ้า "ใช่" ให้เดินมาหาฉันแล้วพยักหน้า ถ้า "ไม่ใช่" ก็เดินออกไป ฉันไม่คิดเสวนากับคนที่ทำหน้าอมทุกข์โดยที่ชีวิตดีหรอกนะ เพราะเอาเข้าจริง ชีวิตของนายไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น ชีวิตฉันก็เช่นกัน ยังมีคนโชคร้ายกว่านายกับฉันอีกมากมายนัก คิดให้ดีล่ะ ว่าจะเอายังไง สิน"

     สินดวงตาเบิกกว้างออกมาอย่างตระหนก เขาไม่นึกว่าจะมีใครที่เพียงแค่มองก็สามารถรู้เรื่องราวของเขาได้อย่าง "ธารา" มาก่อน ขนาดอาจารย์ที่ปรึกษาหลายๆคนยังฝากเขาไปขอบคุณครอบครัวของเขาอยู่เลย ทั้งที่ครอบครัวของเขานั้นไม่ได้เหลียวแลอะไรเขาจริงๆหรอก

     เป็นแค่เพียงลูกชายไม่ได้เรื่องเพียงคนเดียวในพี่น้องสี่คนแถมทำให้ตระกูลโดนคนดูถูกนินทาเพียงเพราะมานาต่ำกว่ามาตรฐานของคนในตระกูลที่แต่งกับขุนนางอย่างแม่ของเขา

     สินล้มตัวลงนั่งลงอย่างคิดพิจารณาว่าจะเอายังไง เขารู้ตัวอยู่แล้วว่าตัวเองอยากจะตอบอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็หวาดกลัวผลของการกระทำของเขาว่าจะให้ผลยังไงกับเพื่อนใหม่ของเขา

     ใบหน้าเคร่งเครียดนั่งคิดแล้วคิดอีก โดยพิจารณาเรื่องราวต่างๆทั้งความเป็นไปได้ต่างที่จะเกิดขึ้น ในขณะที่สินกำลังคิดถึงผลลัพธ์การตัดสินใจของเขา ซิ่งไห่ก็ได้พบคำใบ้ที่ห้าของเธอที่เขียนว่า "เกียร์รูปแบบอาร์คคิเอท ทำขึ้นมาเพื่อสร้างอะไร"

     ซิ่งไห่ที่ได้อ่านถึงกับสะดุดก่อนจะหันไปล้วงหนังสือในกระเป๋าของเธอออกมา หนังสือมีปกเป็นหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ เขียนว่า
"ปัญญาประดิษฐ์" เมื่อตรงที่เธอขั้นหน้าไว้ออก ด้านในก็มีกระดาษลอยออกมาก่อนจะดึงดูดกระดาษทั้งห้าใบขึ้นมา ฉีกกระชาก เผาไหม้ก่อนจะกลายเป็นตัวอักษรเพลิงบนอากาศ "ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ ขอเพียงลงมือทำ ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีท่าทางไร้ความมั่นใจแบบนั้น แต่ฉันสามารถบอกเธอได้อย่างหนึ่งนะ ดาว ฉันสามารถรักษาพ่อเธอได้และเธอต้องเป็นคนช่วยฉันค้นคว้ามันถึงจะดูเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ แต่ไม่นานนักหรอก ความเป็นไปได้นั้นจะโผล่ขึ้นมาเอง ขอเพียงมีความตั้งใจจริง หวังว่าเธอจะเข้าใจ ธารา" หลังจากอ่านจนจบ ตัวอักษรก็สลายหายไปเหลือไว้เพียงกระดาษแผ่นเล็กๆที่เขียนข้อความแบบเดียวกันไว้บนโต๊ะ

     ซิ่งไห่หยิบมันขึ้นมา คว้ากระเป๋าเดินไปหาธาราด้วยใบหน้ามุ่งมั่น ดวงตาส่องประกายปัญญาออกมาแล้วพูดว่า

     "คุณบอกว่ารักษาคุณพ่อฉันได้ เป็นความจริงใช่ไหมคะ คุณธารา ฉันกับพ่อโดนปฏิเสธจากคุณหมอมาเยอะจนคุณพ่อไม่คิดจะรักษาต่อไปแล้วแต่คุณธาราที่ไม่ได้เรียนแพทย์กลับบอกว่ารักษาได้ จะให้ฉันเชื่อได้ยังไงคะ"

     ธารายิ้มกล่าวตอบกลับในทันทีโดยแทบไม่ต้องคิดว่า "งั้นฉันขอบอกอาการพ่อเธอให้ฟังหน่อยละกัน พ่อเธอทุกคืนจะรู้สึกเย็นมือเท้าราวกับกลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนรุ่งสางจะตัวร้อนราวกับไฟ ในร่างรู้สึกเหมือนมีผลึกอยู่ในร่าง หัวใจและปอดบีบรัดตอนช่วงหมดเวลายาไรทีนด์ที่มีฤทธิ์สลายมานาพิษ ถูกต้องไหม"

     "คุณรู้ได้ยังไงคะ" ธาราไม่พูดตอบแต่ผายมือให้เธอนั่งลงพร้อมกล่าวต่อว่า "อย่างที่ฉันบอกเธอไป ฉันรู้วิธีรักษาแต่ไม่สามารถทำได้ตอนนี้ เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์รักษาและฉันก็ไม่ใช่ช่างที่ทำเกียร์แบบไฮเทคได้ด้วย เพราะฉะนั้นเลยอยากชวนเธอเข้ากิลด์ เธอจะว่ายังไงล่ะ เยว่ซิ่งไห่"

     "เรียกฉันว่า "ดาว" เถอะคะ ให้เรียกซิ่งไห่ตลอด ขนาดเป็นฉันยังรู้สึกว่าน่าหงุดหงิดเลยคะ"

     "งั้นก็ตามนั้นครับ ดาว" ธารายิ้มรับอย่างอารมณ์ดี ยื่นจดหมายให้เธอก่อนที่สินจะเดินออกมาวางกระดาษไว้บนโต๊ะพยักหน้าให้เขา

     ธาราที่เห็นการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้าก็ยิ้มพอใจกล่าวว่า "นายตัดสินใจนานอยู่เหมือนกันนะ ทั้งที่ความจริงไขปริศนาเสร็จเป็นคนแรกแท้ๆกับมาถึงช้ากว่าเธอคนนี้น่ะ"

     สินมองไปที่ซิ่งไห่ก่อนจะก้มหัวทักทายเธอพร้อมเอ่ยตอบธาราด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆว่า "เพราะคำถามของนายเป็นคำถามกวนประสาท
ต่างหากล่ะ นายรู้ข้อมูลฉันขนาดไหนกันแน่ถึงถามแบบนี้ออกมาได้"

     ธาราหัวเราะออกมาก่อนจะชี้แจงข้อสงสัยของสินว่า "ฉันรู้ได้จากกระดาษคำตอบย้อนหลังของนายที่ขอจากอาจารย์ลินดา คำตอบนายมันจงใจตอบผิดถูกสลับกันไปมา ถูกข้อยาก ผิดข้อง่าย มันจะเป็นไปยังไงกันแล้วยังรูปถ่ายของนายอีก "สิน" ใบหน้านิ่งสนิทราวกับต้องการปกปิดอะไรบางอย่างมันไม่ใช่ใบหน้าของคนมีชีวิตอย่างมีความสุขหรอกนะ แต่ไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงไหม ที่สำคัญ คือ นาย เลือกแล้วใช่ไหมล่ะ"

     สินพยักหน้ารับอย่างยิ้มๆด้วยใบหน้านิ่งๆสายตาเหนื่อยหน่าย ธาราที่เห็นก็ยื่นกระดาษจดหมายให้ทั้งสองที่ด้านในเขียนไว้ว่า

     "วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน มาเจอกันที่อาคารฝึกฝน ห้องซ้อมหมายเลข 117 เวลา 15.30 น. สิน/ดาว"

***************************************************************************************************************
ตอนนี้ ก็รวบรวมมาได้ครึ่งทางล่ะ นับว่าเป็นเรื่องดี ใกล้จะจบบทรวบรวมสมาชิกแล้วครับ
ผมรู้ว่า "รีด" หลายคนเริ่มเบื่อหน่ายการเกริ่นเรื่องราวของพวกเขาแล้วแต่ก็อย่างที่ผมเคยบอก
ผมต้องการใส่เหตุผลให้พวกเขาทนการฝึกได้อย่างสมเหตุสมผล หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจ ขอบคุณครับ

ภาพประกอบ "สิน"



สิน ตรงตามภาพนี้เลย หล่อใช้ได้เลยล่ะ สินน่ะ

ภาพประกอบ "ซิ่งไห่ หรือ ดาว"



ซิ่งไห่ก็คงอารมณ์ทรงผมประมาณนี้ หุ่นเพียวบางกว่านี้อีก (แน่นอนว่า หน้าอกหน้าใจ "เล็กกว่านี้อีก")
ส่วนสีตากับผมนั้นเป็นสีน้ำเงินม่วงเข้ม ง่ายๆก็เพิ่มโทนน้ำเงินเข้าไปอีกไม่ใช่ม่วงแบบในรูปนะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #609 Fikusa (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 13:51
    ทดสอบปัญญาสนุกดี
    #609
    0
  2. #573 omegaa (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 11:53
    ก็ยังรอไรท์เขียนตลอดนะ เข้าใจว่าในช่วงนี้ต้องเกริ่นถึงตัวละครหลายตัว ต้องใช้เวลา เบื่อมั้ย? ก็ไม่นะก็สนุกออก แค่ตัวละครใหม่ออกมาเยอะแล้วเร็วจนจำไม่ค่อยได้แค่นั้นเอง เขียนเรื่องออกมาให้เป็นตามที่ไรท์อยากให้เป็นนั่นละ ดีแล้ว
    //ขอบู้สักตอน 55555
    #573
    0
  3. #572 TepExtar10 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 22:08
    อีกคนละ หายไปไหน
    #572
    1
    • #572-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 75)
      22 ธันวาคม 2562 / 22:09
      กำลังจะโผล่ตอนต่อไปครับ
      #572-1
  4. #571 จอมพลMaus (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 20:54
    ค้างงงงเหลือเกิน
    #571
    0
  5. #570 Xailice (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 19:23
    มินซูจ๋าาาาา -@&#-@&@&& blurrr
    #570
    2
    • #570-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 75)
      23 ธันวาคม 2562 / 16:28
      มาแล้วนะ
      #570-1
  6. #569 อ่านเพืออ (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 18:36
    เบื่อโว้ยยยอะไรจะจบดองรอหน้าจะดี
    #569
    1
    • #569-1 Crown Wizard(จากตอนที่ 75)
      22 ธันวาคม 2562 / 19:45
      เบื่อเหมือนกัน
      #569-1
  7. #568 king of emprie (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 18:19
    ลูกชายผมมาแล้ว555555 แก้เผ็ดจอมมารเลยลูกพ่อ55555
    #568
    0
  8. #567 Xzoseez225 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 18:17
    น่าเบื่อล่ะ
    #567
    0
  9. #566 Sithichail (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 17:55
    ไม่อยากให้เบื่อต้องลงหลายตอนรวดครับ
    #566
    0
  10. #565 Chayapon22 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 16:46
    ตัวละครเยอะจังจำไม่ไหว
    #565
    0