Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 66 : ก้าวแรก (จบบทแรกของชั้นปีที่หนึ่ง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 460 ครั้ง
    16 ธ.ค. 62


     หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์เป็นหนึ่งอาทิตย์ที่วุ่นวายอลหม่านเป็นอย่างมาก

     ผู้คนตื่นตัวขึ้นมาจากถ้อยคำของธาราในวันนั้น เหล่านักข่าวได้สืบค้นข้อมูลประวัติของผู้เสียชีวิตอย่างละเอียดและเผยแพร่เพื่อเป็นข้อคิดให้กับคนรุ่นหลัง

     ในวันเดียวกันหลังจากสิ้นสุดการแข่งขันประจำปี ผู้สื่อข่าวต่างก็วิ่งวุ่นสืบค้นข้อมูลจนรู้ที่อยู่ของครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสามที่เหลืออยู่ก่อนจะเดินทางมาขอสัมภาษณ์ครอบครัวผู้เสียชีวิต

     สิ่งที่ผู้คนทุกคนในเมืองอันกว้างใหญ่แห่งสุดท้ายของมนุษยชาติ "เอเดน" ได้เห็นคือ "น้ำตาแห่งความปลื้มปิติของครอบครัวผู้สูญเสีย"
พวกเขาร้องไห้ด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข กล่าวขอบคุณเด็กหนุ่มเจ้าของชื่อ "ธารา" ราวกับสรรเสริญทวยเทพ

     แม้แต่เด็กน้อยผู้กลายเป็นบ้ายังร้องไห้ขอบคุณเขาอย่างตื้นตันใจ ข้างๆกับพี่ชายของเขาอย่างสงบ โดยมีเด็กน้อยวิชัยคอยกอดปลอบน้องชายพลางกล่าวขอบคุณธาราไม่หยุด

     ภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นผ่านช่องทีวีแห่งหนึ่งในวันนั้นคือ ภาพของปู่ก้องที่เต็มไปด้วยน้ำตาราวกับได้รับการปลดปล่อย เขากล่าวขอบคุณหลานชายของเพื่อนสนิทของเขา "ธารา" อย่างไม่รู้จบราวกับคนเสียสติ

     ใบหน้าของพวกเขาทั้งสามครอบครัวดูมีความสุขจนไม่ว่าใครก็ดูออกว่าพวกเขาเหล่านี้ดีใจขนาดไหน

     ยิ่งมารู้ประวัติของพวกเขา ผู้คนที่เคยว่ากล่าวดูถูกครอบครัวพวกเขาก็ยิ่งรู้สึกผิด

     วันต่อมา หน้าหลุมศพของผู้เสียชีวิตทั้งสิบและครอบครัวต่างก็เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา

     หลายคนก้มหัวกล่าวขอโทษเรื่องราวในอดีตที่ตนเคยทำผิดพลาดเอาไว้อย่างสำนึก

     หลายคนวางช่อดอกไม้ รำลึกถึงพวกเขาเป็นบทเรียนชีวิตที่ควรเอาเยี่ยงอย่างในแง่ของความกตัญญูและอุตสาหะ

     การพูดจาดูถูกของนักศึกษาคลาสอัลฟ่าเงียบหายไปเกินครึ่งจนนักศึกษาคลาสเบต้าใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

     พวกเขาไม่จำเป็นต้องมารู้สึกแย่ๆกับถ้อยคำดูถูกอีกต่อไปราวกับคำพูดของธาราไปจุดประกายคุณธรรมในใจของใครหลายๆคน

     การว่ากล่าวดูถูกเหยียดหยามและการดูแคลนทางสายตาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนอ่อนโยนให้แก่กันมากขึ้นกว่าเดิม 

     ไม่กี่วันต่อมาก็มีข่าวใหญ่ให้ได้เห็นอย่างข่าว "อาร์คดยุคอลัน เมเซียน่า ขอลาออกเพื่อใช้เวลาที่เหลือทำงานการกุศลชดใช้ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสามที่เหลือ" และข่าว "นิโคล เมเซียน่าและองค์ชายอันดับหนึ่งเอ็ดเวิร์ด เพนดราก้อน ก้มกราบขอขมาครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสาม"

     ข่าวแรกนั้นสร้างความวุ่นวายให้กับสภาโต๊ะกลมเป็นอย่างมาก เพราะ การบริหารงานภายในทั้งหมดเป็นของอาร์คดยุคอลันแล้วอยู่ๆดี 
ชายเจ้าของตำแหน่งสำคัญอย่างเขากับประกาศขอลาออกฟ้าแลบแบบนี้

     งานราชกิจทั้งหมดต่างก็หยุดชะงักจนผู้คนวุ่นวายไปหมด ลำบากกษัตริย์อาเธอร์ต้องทรงขอร้องสหายสนิทให้ใจเย็นลงก่อนจะตกลงเรื่องการทำงานของอลันให้เหลือเพียงสามวันต่อสัปดาห์จนอลันยอมอยู่ทำงานรับใช้ต่อ

     ส่วนทางด้านนิโคลกับเอ็ดเวิร์ดนั้น พวกเขาทั้งสองได้มาเห็นสภาพเลวร้ายของครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสิบ พวกเขาถึงได้รับรู้ถึงความผิดพลาดของพวกเขา

     นิโคลน้ำตาไหลออกมาอย่างรู้สึกผิดไปจนถึงขั้วหัวใจ เขาเดินทางไปคุกเข่าโขกหัวลงกับพื้น กราบขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสามที่ยังเหลือรอดอยู่อย่างสำนึกเสียใจสุดซึ้ง โดยมีเอ็ดเวิร์ดเพื่อนของเขาที่สำนึกผิดเช่นเดียวกันกับเขาอยู่เคียงข้างพร้อมกล่าวขอบคุณสหายรักของตนอย่างซาบซึ้งใจ

     พวกเขาทั้งสองสาบานว่าจะชดใช้ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสามที่เหลืออยู่ตลอดชีวิตไม่ให้พวกเขาลำบากอีก

     ในตอนนี้ ธารากำลังนั่งอยู่ในร้านอาหาร PISTOL เจ้าเก่า ภายในห้องอาหารส่วนตัว

     ที่เขามาในวันนี้ก็เพราะ เฟยและเซลนัดเจอกับเขาพร้อมบอกว่า "มีเรื่องอยากจะพูดด้วย" ซึ่งธาราไม่คิดจะปฏิเสธ

     รอได้ไม่นาน เฟยกับเซลก็เดินเข้ามาในห้องก่อนจะยื่นกล่องแหวนไม้สีดำให้ธารา

     "เอานี่ ของรางวัลชนะเลิศประเภทชายเดี่ยวทุกชั้นปี" เซลวางก่อนแหวนไว้ด้านหน้าธาราก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ข้างๆกับธารา

     ธารารหยิบกล่องแหวนไม้าสีดำมาเปิดดู ด้านในปรากฎแหวนสีทองที่ราวกับรากไม้สีทองพันกันจนกลายเป็นแหวน

     แหวนอาร์ติแฟคระดับ C+ "แหวนพฤกษาต้นกำเนิด" คือชื่อของมัน มีความสามารถในการเสริมพลังเวทมนตร์ทุกชนิดให้กับผู้สวมใส่

     ธารายกยิ้มก่อนจะปิดกล่องวางมันไว้บนโต๊ะแล้วกล่าวถามสองสหายว่า "แล้วพวกนาย สองคนมีอะไรจะคุยกับฉันล่ะ เฟย เซล"

     เซลมีท่าทีลังเลออกมาก่อนจะเอยถามว่า "ธารา ฉันขอถามหน่อยที่นายหายไปครึ่งเดือนนั้นคือ นายเอาเวลาไปสืบเรื่องของปู่ก้องและครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งสิบงั้นเหรอ"

     ธาราพยักหน้ารับเรียบๆราวกับที่เซลกล่าวนั้นถูกต้องก่อนที่ธาราจะพูดเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงสบายๆอย่างอารมณ์ดีว่า 

     "ฉันว่าเรามาคุยเรื่องรางวัลการแข่งขันกันดีกว่า พูดเรื่องของปู่ก้องกับพี่รวีทำให้บรรยากาศอึดอัดเปล่าๆเรื่องมันก็ผ่านไปแล้วแถมได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องแล้วด้วย เพราะฉะนั้นช่างมันเถอะ ฉันว่าเรามาคุยเรื่องของพวกเรากันดีกว่า ว่างั้นไหม พวก"

     เฟยและเซลยิ้มรับเพื่อนรักก่อนจะล้วงของรางวัลทั้งหมดออกมาวางไว้บนโต๊ะ เบื้องหน้าของพวกเขามีของรางวัลทั้งหมดสี่ชิ้น

     หนึ่งคือ "แหวนพฤกษาต้นกำเนิด" ที่เป็นอาร์ติแฟคพิเศษที่มีอำนาจเทียบเท่าเกียร์ระดับ B+ ได้สบายๆด้วยความสามารถครอบจักรวาลของมันที่เสริมพลังธรรมชาติทุกอย่าง เสริมพลังเวททุกอย่าง 1.5 เท่า ทำให้เป็นของราคามหาศาลที่ราชาอาเธอร์กะจะส่งมอบให้องค์ชายเอ็ดเวิร์ดอย่างสมเกียรติในการประลองแต่กลับผิดแผน 

     ธาราดันชนะการแข่งขันแทนเอ็ดเวิร์ดที่ควรจะเป็นผู้ชนะจะให้กษัตริย์ยึดของรางวัลที่วางไว้คืนก็ใช่ที่ 

     ไม่ส่งมอบให้ก็เสื่อมเสียพระเกียรติจึงได้แต่ฝืนใจส่งมอบให้สมุหนายกด้วยมืออันสั่นเทา

     ข้างๆกันเป็นกล่องเก็บสร้อยผู้พิทักษ์ที่ธาราเล็งไว้แต่แรก ส่วนของอีกสองชิ้นเป็นของรางวัลจากการแข่งขันของเฟยและเซล

     ธาราหยิบของทั้งสองขึ้นมาด้วยสายตาพินิจวิเคราะห์ก่อนจะยิ้มอย่างอารมณ์ดีราวกับถูกหวยว่า "ฮ่าๆ ได้ของดีอีกแล้วไงล่ะ"

     เฟยและเซลมีท่าทีตื่นเต้นออกมาเมื่อรู้ว่า "ของดี" เพราะทุกครั้งที่เจ้าตัวดีพูดแบบนี้ของชิ้นนั้นย่อมต้องดีจริงๆอย่างที่เขาบอก

     ธาราหันไปมองสองสหายก่อนจะยิ้มกว้างออกพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ "เจ้านี่ "ผ้าคลุมเกราะ" ที่เป็นรางวัลรองชนะเลิศดันดีกว่าเจ้ารางวัล
ชนะเลิศประเภทชายเดี่ยวอย่าง "เกราะอ่อนฟ้าคราม" ได้ยังไงฟะ"

     เซลมีท่าทีสงสัยก่อนจะถามเขาว่า "ผ้าคลุมเกราะ มันทำไมเหรอ ธารา มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ"

     "ดีมากเลยต่างหากล่ะ เซล ในของทั้งหมดที่มีมาเจ้านี่น่าจะเป็นรองแค่ดาบลูมินัสกับคฑาหมอกเท่านั้น"

     เฟยมีท่าทีตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมยื่นหน้ามาประชิดราวกับสุนัขออดอ้อนเจ้านายของมันก่อนธาราจะรำคาญผลักหน้าเฟยจนยู่กลับไปนั่งที่เดิมพร้อมกล่าวต่อว่า "ไม่ต้องยื่นมาขนาดนั้น ฉันจะบอกพวกนายอยู่แล้ว เจ้าผ้าคลุมเกราะเนี่ยมีความลับดีๆอยู่คือ อักขระรูนรูปแบบเกราะที่แตกแขนงได้หลากหลาย"

     "พวกนายลองนึกตามดูว่าท่าเกิดเอาวิถีอักขระในผ้าคลุมอันนี้ไปเขียนใส่เสื้อผ้า เราก็จะได้เสื้อที่มีโล่มานาหลายรูปแบบมาใช้ พวกนายคิดว่ามันดีขนาดไหนล่ะ"

     ทั้งสองเมื่อคิดได้ก็ยิ้มกว้างออกมาก่อนธาราจะกล่าวเสริมไปอีกว่า "แล้วถ้ารวมกับอักขระจากสร้อยผู้พิทักษ์นี้อีกล่ะก็ไม่เท่ากับชุดเกราะระดับสูงเลยเหรอไง แค่คิดก็ยิ้มแล้ววะ ไม่ต้องพูดให้เสียเวลาแล้ว ลงมือไขความลับมันเลยดีกว่า เฟย เซล ฝากสั่งอาหารมาดิ"

     "จัดไป/รับทราบ" สองสหายหันไปกดสั่งอาหารก่อนจะวิ่งออกจากห้องอาหารไปห้องสมุดสถาบันตามคำสั่งของธาราด้วยรอยยิ้มกว้าง

     หลังจากทั้งสองออกไป ธาราก็ยิ้มของทั้งหมดมาตรวจสอบด้วยระบบอย่างละเอียดอีกครั้ง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาร์ติแฟคระดับ C+ แหวนพฤกษาต้นกำเนิด
ความสามารถ : เสริมพลังเวทมนตร์ทุกรูปแบบให้ผู้สวมใส่ 1.5 เท่า

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ธาราหยิบมันมาพิจารณาอย่างละเอียดกล่าวยิ้มๆในใจอย่างอารมณ์ดีว่า "หึหึ ถ้าโชคดีไขปริศนาจริงๆของมันได้ อาจจะได้อักษรรูนตัวที่ห้า เป็นของตอบแทนก็ได้ยังไงก็ต้องไขมันให้รู้แล้วรู้รอดให้ได้ ไม่อย่างงั้นวันนี้คงนอนไม่หลับแน่ๆ" ก่อนจะหันไปดูของอย่างอื่น

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เกียร์คุ้มกัน ระดับ C สร้อยผู้พิทักษ์ [สร้างโดย : อาร์ค รูค ดิการ์เดี้ยน]
ประเภท : สร้อยคอ
ความสามารถ : สร้างโล่ขึ้นมาปกป้องเจ้าของด้วยอำนาจอักขระคุ้มกัน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     สร้อยผู้พิทักษ์มีรูปร่างคล้ายป้ายด็อกแท็กสลักลวดลายอัศวินถือโล่ ตัวแผ่นป้ายเหล็กมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมโค้งคล้ายโล่โรมัน สายสร้อยทำจากใยผ้าพิเศษถักขึ้นเป็นใยผ้ารูปร่างคล้ายโซ่ให้ความรู้สึกตอนจับนุ่มสบายแต่ก็คงทน

     ธาราอดชื่นชมผู้ออกแบบและสร้างสรรค์สร้อยคอนี้อย่างนับถือไม่ได้ "อาร์ค รูค ดิการ์เดี้ยน สมแล้วที่ถูกเรียกว่า "มหาอัจฉริยะที่แท้จริงของตระกูลดิการ์เดี้ยน" จริงๆ การวางเครือข่ายเวทประจำตระกูลลงสร้อยแถมยังลงตัวได้ขนาดนี้ นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ น่าเสียดายอายุสั้นเกินไปหน่อย ถ้าเขาไม่บาดเจ็บจากการเลื่อนระดับจนมาป่วยตายด้วยโรคมานาตกผลึกล่ะก็คงกลายเป็นยอดคนของยุคไปแล้วแท้ๆ น่าเสียดายจริงๆ"

     ธาราจับมันมาตรวจดูรูปแบบอักขระรูนอย่างสนอกสนใจระหว่างที่เขากำลังวิเคราะห์มันอยู่เฟยก็โทรเข้ามาถามเขาว่า

     "ธาร ให้ฉันหยิบหนังสืออะไรไปบ้างนะ ฉันจะได้หยิบไปถูก" ธาราเมื่อรับฟังก็บอกรายชื่อหนังสือไปก่อนจะตัดการสื่อสารหันไปมองของอีกสองชิ้นที่เหลือ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาร์ติแฟคระดับ D ผ้าคลุมเกราะ
ความสามารถ : เปลี่ยนสภาพตัวเองเป็นของแข็ง ความทนทานมหาศาล

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     เจ้าสิ่งนี้แม้จะถูกเรียกว่า "ผ้าคลุม" แต่มันกลับมีน้ำหนักมากถึงสิบกิโล ธาราจับมันมาถือยังรู้สึกแปลกๆว่าทำไม ผ้าถึงหนักได้ขนาดนี้
ตัวผ้าคลุมราวกับเอาก้อนหินมาทำเป็นผ้าแล้วถักขึ้นมาเป็นผ้าคลุมตัว ตัวผ้าให้ความรู้สึกสบายมือแต่ก็หนักในเวลาเดียวกัน

     เป็นการจับผ้าคลุมที่รู้สึกแปลกที่สุดในชีวิตเท่าที่เขาเคยสัมผัสมาแต่ก็ไม่ได้แย่อะไรติดอย่างเดียว คือ "น้ำหนัก" ที่เยอะไปหน่อย 

     นอกนั้นสำหรับธาราเจ้า "ผ้าคลุม" นี่ก็โอเคอยู่หรอก ตัวผ้าคลุมเป็นสีน้ำตาลเข้มออกโทนดำหน่อยๆใยผ้าทึบกันแสงเป็นอย่างดี ตรงบริเวณคอผ้าคลุมมีกระดุมเหล็กกล้าลวดลายโบราณอยู่

     อักขระภายในผ้าคลุมมีระดับแค่เพียงสีเขียว แต่ทว่ากับดูทรงพลังอย่างประหลาดจนธารารู้สึกถูกชะตากับมันแปลกๆแต่ก็ต้องละความสนใจมาดูของอีกชิ้นเพื่อจะได้รู้ว่าวันนี้เขาจะทำอะไรบ้าง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาร์ติแฟคระดับ D+ เกราะอ่อนฟ้าคราม
ความสามารถ : เสริมพลังธาตุน้ำให้ผู้สวมใส่

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ธารามองเจ้าเกราะอ่อนตรงหน้าด้วยสายตาเซงสุดขีด ใบหน้ารังเกียจออกมาราวกับมองของไร้ค่าในใจด่าทอคนต้นคิดรางวัลชนะเลิศ
การแข่งขันประเภทชายเดี่ยวอย่างแค้นๆว่า "ไอ้เวรเอ๋ย ของสวะแบบนี้มันอะไรกันวะ ไอ้เกราะกระจอกนี่ ห่วยยิ่งกว่าเสื้อลงอักขระของเราซะอีก อะไรของไอ้คนคิดรางวัลชนะเลิศวะ ห่วยแตกจริงโว้ย"

     ธาราขยี้หัวอย่างอารมณ์เสีย สบถในใจเพื่อให้ตัวเองอารมณ์เย็นลงมาหน่อยว่า "ไอ้เจ้านี่มันเหมาะกับผู้ใช้ธาตุน้ำถึงฉันจะใช้มันได้ก็ไม่คุ้มอีก คนที่ใช้เวทธาตุสายฟ้ากับมืดเป็นหลักอย่างฉันจะใช้มันไปทำไมฟะ ยิ่งเจ้าเฟยไม่ต้องพูดถึงไฟกับดิน เซลก็ลมกับน้ำ เฮ้อเซงจริงๆของรางวัลแบบนี้ คงต้องเก็บไว้ให้คนอื่นซะแล้ว"

     ธาราหยิบเกราะอ่อนโยนลงโต๊ะอย่างไม่ใยดี หันไปไขความลับของรางวัลทั้งสามจนดึกดื่นก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน

     ก่อนจากกัน สองสหายกล่าวกำชับธาราให้ไปเข้าเรียนในวันพรุ่งนี้ด้วย อาจารย์ลินดาต้องการคุยกับเขา

     ธารารับปากส่งๆก่อนจะขอตัวลา ระหว่างทางก็ยังครุ่นคิดถึงกลไกเวทของสร้อยผู้พิทักษ์อย่างสนุกสนาน

     กลับมาถึงบ้านแทนที่เขาจะเข้านอน กลับเดินลงไปชั้นใต้ดินเพื่อไขความลับของผ้าคลุมต่อ

     รู้ตัวอีกทีก็ตอนฟ้าสางของวันใหม่ที่มาพร้อมกับเสียงนาฬิกาโบราณในห้องใต้ดินที่ทำงานตอนตีห้าของทุกวัน 

     ธาราเดินตาค้างยิ้มๆขึ้นมาจากห้องใต้ดินอย่างอารมณ์ดี ซดกาแฟดำไปสองแก้วราวกับน้ำเปล่าจนพ่อแม่ของเขามองแรงใส่แต่ธาราหาได้สนใจไม่ เขาเดินขึ้นไปอาบน้ำแปรงฟันด้านบนก่อนจะลงมากินข้าวไปเรียนโดยไม่ได้นอนแม้แต่น้อย

     โดยสองสหายบอกเขาว่าจะไปรอที่สถาบันเลย ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดอะไรเดินทางมาถึงหน้าประตูสถาบัน

     สองสหายก็วิ่งเข้ามาทักทายชวนเขาไปเข้าห้องเรียนเพื่อเช็คชื่อก่อนจะเดินทางไปหาอาจารย์ลินดาที่ห้องสมุดต่อ

     บรรยากาศของสถาบันตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นธาราไม่ได้มาเข้าเรียนเกือบสิบวัน

     เบื้องหน้าของเขามีนักศึกษาคลาสเบต้าพูดคุยอย่างสนิทสนมกับนักศึกษาคลาสอัลฟ่าดั่งเพื่อน บางคนกอดคอกันชวนไปเล่นเกม กินข้าว บางคนกอดจูบกันแบบคู่รัก

     ธาราหันไปมองเฟยและเซลราวกับต้องการคำตอบ เฟยและเซลไม่พูดอะไรนอกจากเดินยิ้มๆไปตลอดทาง โดยมีธาราทำท่าทางไม่เข้าใจในใจก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า "เฮ้ย สิบวัน มันจะไม่เปลี่ยนมากไปหน่อยเหรอวะ ไอ้สถาบันนี้เนี่ย ไอ้คู่รักตรงหน้านั้นมันอะไร แล้วยังไอ้กุ๊ยนั้นที่กลายเป็นเพื่อนกับเบต้าติดเกมนั้นอีก อะไรวะเนี่ย ตูงงโว้ย"

     ธาราไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงในด้านที่ดีขึ้นตรงหน้า ผู้คนกลับมาสังเกตกันเองอีกครั้งอย่างจริงๆจังจนได้ข้อสรุปเรื่องคลาสออกมาอีกครั้ง ถึงแม้ทุกอย่างจะยังคงเดิมแต่ท่าผู้คนมีจิตสำนึกมากขึ้นอะไรๆก็ดีขึ้นได้

     การดูถูกดูแคลนหายไปจนแทบจะไม่เหลือ ไม่ใช่ว่าไม่มีแต่เหลือเพียงไม่กี่คนและถึงมีก็โดนผู้คนรุมด่าทอประณาม

     ทำให้พวกขุนนางที่ชอบดูถูกคนอื่นใช้อำนาจผิดๆต้องทำอะไรในที่ลับมากขึ้น ไม่กล้าทำเปิดเผยประเจิดประเจ้ออีก

     เมื่อเดินมาถึงห้องเรียน เพื่อนร่วมชั้นของเขาก็ลุกขึ้นมากล่าวต้อนรับเขาอย่างเป็นมิตรจนธาราทำตัวไม่ถูกก่อนจะขอตัวออกมาด้วยท่าทีอึดอัด โดยมีเฟยและเซลหัวเราะขำอยู่ข้างๆก่อนจะเป็นเฟยเอ่ยแซวเพื่อนรักไปว่า "เขินล่ะสิ เฮีย"

     ธาราหน้าแดงออกมานิดหน่อยก่อนจะกล่าวขึ้นเสียงแก้เขินไปว่า "หุบปากไปเลย ฉันไม่ชินเท่านั้นแหละโว้ย" พูดจบก็หันหน้าเดินหนีไปอย่างอายๆ

     เดินได้ไม่นานก็มาถึงห้องสมุด พวกเขาเดินต่อไปจนถึงโซนส่วนตัวประจำก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

     สิ่งที่เห็นคือ ลินดาที่กำลังหัวปั่นอย่างหนัก เธอขยี้ผมจนยุ่งด้วยใบหน้าเหนื่อยอ่อนแต่ปากกลับยิ้มแย้มอย่างสนุกสนานซะอย่างงั้น

     เธอหันมาตามเสียงก็พบกับเจ้าลูกศิษย์ตัวแสบของเธอที่ทำหน้าเหวอมองเธออยู่แต่เธอไม่สนใจ เดินพุ่งเข้าหาเขาก่อนจะคว้าแขนเขาลากมานั่งเก้าอี้โซฟาจัดแจงท่านั่งให้เขาก่อนจะเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมยกปึกกระดาษมาวางไว้หน้าเขาดัง "โครม" ด้วยรอยยิ้มหวานช่ำราวกับน้ำผึ้งที่ธารามองเห็นเป็นพิษร้าย 

     ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรก็เป็นลินดาพูดแทรกขึ้นซะก่อนมาด้วยน้ำเสียงเข้มกดต่ำราวกับประกาศิตว่า 

     "ครูดีใจจริงๆที่เธอมาได้สักทีนะ ธารา เธอลองดูรายชื่อคนสมัครเข้าร่วมกิลด์รีไรท์ของพวกเราสิ มีเยอะจนครูตาลายไปหมดแล้วเนี่ย 
เพราะฉะนั้นเจ้าตัวแสบมาช่วยกันคัดเลือกสมาชิกจำนวนมหาศาลนี้ด้วยกันซะดีๆเลยนะ"

     ธาราท่าหน้าปุเลี่ยนทำท่าจะเอ่ยขัดค้าน ครูสาวสุดสวยก็ยิ้มหวานให้จนเขารู้สึกหนาวแปลกๆออกมาก่อนจะกล่าวรับเสียงอ่อนว่า "ครับ"

     พวกเขาทั้งสี่ใช้เวลาทั้งวันนั่งอ่านข้อมูลรายชื่อด้วยกันในห้องแคบๆบ่นกันไป ถกเถียงกันไปมาอย่างไม่รู้จบ

     "เจ้าหมอนี่มันกุ๊ยเกินไปหรือเปล่าวะครับ อาจารย์"

     "แต่เขาก็เก่งนะ เธอดูระดับธาตุของเขาสิ เยอะอยู่นะ"

     "แต่ควบคุมพลังไม่ได้เลยเนี่ยนะครับ อันนี้มันไม่ต่างอะไรกับสอนเด็กอนุบาลแล้วนะครับ ขนาดเด็กบางคนยังทำได้ดีกว่าเลยนะครับ"

     "เฮ้ย ปีสาม สมัครมาทำไมฟะ คนอุตสาห์ประกาศไปชัดเจนว่าเอาปีเดียวกัน เพราะไม่อยากให้มีระบบอาวุโสเป็นใหญ่"

     "งั้นก็คัดชั้นปีสูงกว่าออกไปให้หมดเลยนะ ธาร"

     "ตามนั้นแหละ เซล ขอชั้นปีเดียวกันพอ ไม่เอาปีมากกว่าแม้แต่คนเดียว"

     "ไอ้หมอนี่มันอะไรกันโว้ย ธาร นายดูเจ้าหมอนี่ดิ เวทธาตุดินโคตรบ้าเลย แต่ความสำเร็จการใช้ต่ำเป็นบ้าเลย"

     "อือ เห็นล่ะ คนนั้น มันนึกว่าตัวเองเป็นเครื่องสุ่มเหรอไง สุ่มระดับเวทที่ใช้แถมควบคุมมั่วสั่วจนน็อคไปเสียดื้อหลายรอบด้วย"

     "เธอคิดว่ายังไงบ้างล่ะ ธาร เด็กคนนี้"

     "ก็น่าสนใจอยู่นะครับ แต่ประวัติเธอดูมีปัญหาอยู่เยอะเหมือนกันนะครับเนี่ย"

     "โอ้โห ยัยนี่ สุดๆเลยวะ เฮ้ย เซลมาดูคนนี้ดิ ประวัติโคตรโชกโชนชิบเป๋งเลยวะ"

     "สุภาพหน่อย เฟย ต่อหน้าอาจารย์นะ"

     พวกเขาพูดคุยถกเถียงกันไปด้วยรอยยิ้มจนตกเย็นจากกองกระดาษท่วมหัวสูงหลายปึกก็เหลือเพียงสิบหกแผ่น

     พวกเขาตกลงกันจนได้ข้อสรุปชัดเจนว่าจะชักชวนคนในกระดาษสิบหกแผ่นนี้ 

     เมื่อเห็นดังนั้นลินดาก็ขอตัวลากลับบ้าน เธอเดินออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีทิ้งทั้งสามไว้ในห้อง

     ธาราหันไปมองหน้าสองสหายอย่างสนุกสนานกล่าวยิ้มๆอย่างตื่นเต้นว่า "เอาล่ะ พวกเรามารวบรวมพวกเขาเหล่านี้เข้ากิลด์ของพวกเรา 
"รีไรท์" กันดีกว่า ว่างั้นไหม เฟย เซล"

***************************************จบบทแรกของชั้นปีที่หนึ่ง "เริ่มต้นอีกครั้ง"*********************************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 460 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

718 ความคิดเห็น

  1. #717 Kanokratphuk_42 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 16:29
    งี่เง่าเหมือนเดิม...แค่คำดูถูกในยุคที่ใครแข็งแกร่งกว่าเป็นผู้ชนะ...อ่อนแอก็ตายห่าไปเถอะ...คิดกันให้ดียุคในนิยายเป็นยุคที่ต้องเอาขีวิตรอดจากมอนฯ...ถ้าแค่คำพูดก็ทำให้ต้องฆ่าตัวตาย...แล้วถ้ามันไปเห็น...มอนฯมันคงช๊อคตายเพียงแค่เห็น...พวกกากแท้ๆ
    #717
    0
  2. #533 Fikusa (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 18:43
    จะว่าแปลกก็แปลกจะว่าดีก็ดีที่คนหันมาใส่ใจกันมากขึ้นขนาดนี้
    #533
    0
  3. #433 Parichat1009 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 09:33
    สนุกมากค่ะ
    #433
    2
    • #433-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 66)
      16 ธันวาคม 2562 / 09:36
      ขอบคุณครับ
      #433-1
  4. #431 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 07:54
    รออ่านนะคะ
    #431
    0
  5. #428 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 07:21
    สนุกมากค่ะ
    #428
    0
  6. #426 Blacktown1119 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 06:32
    สนุกมากกกก>.<
    #426
    0
  7. #417 CHAnolKing (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 00:21
    ขอบคุนครับ
    #417
    0