Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 61 : การแข่งขันประจำปี : ประเภทกิลด์ [ไร้ทางต้าน] (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 524 ครั้ง
    13 ธ.ค. 62


     ทุกคนที่เห็นการแข่งขันต่างทำหน้าไม่ถูกกันหมด พวกเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นการแข่งขันที่ห่างชั้นกันขนาดนี้มาก่อน

     ขนาดมาร์คัสที่แข็งแกร่งมากๆในสมัยหนุ่มยังทำไม่ได้แบบเด็กหนุ่มที่ชื่อ "ธารา" เลย แล้วใครจะไปสู้กับเขาได้

     ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือทุกคนไม่เว้นแม้แต่พวกอเล็กซ์ต่างทำหน้าสิ้นหวังออกมาอย่างเห็นได้ชัดราวกับเจอฝันร้ายที่ไม่จบไม่สิ้น จัดการตัวหนึ่งอีกตัวที่เก่งกว่าก็โผล่ออกมาในทันที

     แถมยังถ้อยคำเสียดแทงราวกับคาดเดาเอาไว้ก่อนแล้วของธาราที่พูดราวกับอยู่ในเหตุการณ์อยู่ตลอด

     สองสหายเพื่อนรักของธาราอย่างเฟยและเซลยังถึงกับพูดไม่ออก พวกเขาไม่นึกว่าเพื่อนของเขาจะวางแผนไว้ขนาดนี้

     ทั้งสองอดจะสยองกับความน่ากลัวของเพื่อนรักของพวกเขาออกมาไม่ได้ทั้งคู่สาบานซ้ำกับตัวเองไปมาในใจราวกับกลัวจะลืมว่า

     "ตู/ฉันจะไม่ขอเป็นศัตรูกับเจ้าธารเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดบ้าอะไรขึ้น ขออยู่ฝั่งเดี่ยวกันไว้ก่อนล่ะวะ/นะ"

     ภายในใจก็อดสงสารพวกคู่แข่งของพวกเขาไม่ได้ แต่ทว่าหัวหน้ากิลด์ของเขาดูจะยังไม่พอใจ เพราะเพื่อนของเขาที่เงียบหายไปสักพักใหญ่ระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งดูการต่อสู้ของคู่แข่งในหอคอย เจ้าตัวดีก็กำลังทำอะไรอยู่รอบนอกโดยไม่บอกพวกเขา

     อยู่ๆก็ทักพวกเขาว่า "เฟย เซล ด้วยฉีกกระดาษทั้งหมดยกเว้นสีฟ้าแล้วหนีออกมาจากหอคอยมาทางทิศเหนือสุดขอบแนวป้องกันที่สามซะ  ก่อนที่ฝนจะตก ฉันเบื่อจะดูการแข่งขันแสนน่าเบื่อนี้ล่ะ"

     เฟยและเซลเมื่อได้ยินคำสั่งเด็ดขาดของธาราที่มีน้ำเสียงดูเบื่อหน่ายออกมาต่างก็ทำตามในทันที พวกเขาเก็บกวาดข้าวของ

     กระโดดลงจากหอคอยอย่างคล่องแคล่วว่องไว พวกผู้ชมที่ดูอยู่ถึงกับตกใจที่สองสหายกระโดดลงจากหอคอยโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่แล้วพวกเขาก็ได้รู้ว่าสองสหายมีดีพอ

     สองสหายใช้ห้าก้าวเวหาเหยียบอากาศถีบตัวขึ้นลดแรงกระแทกตอนลงถึงพื้นก่อนจะพลิกตัวกลิ้งแล้ววิ่งไปทางทิศเหนืออย่างรวดเร็ว

     ทุกคนที่ได้ดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้างออกมาอย่างอึ้งๆกับความสามารถของสองสหายที่มากมายและหลากหลายเป็นอย่างมาก

     พวกเขาทุกคนต่างก็อยากเฟ้นหาตัวอาจารย์ของสามสหายเป็นอย่างมาก โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มที่ชื่อ "ธารา" นั้นเป็นคนสอน
สองสหายด้วยตัวเองต่างหาก

     ท้องฟ้ารอบสนามประลองเต็มไปด้วยเมฆสายฟ้าสีดำไปทั่วบริเวณ ส่งเสียงฟ้าผ่าราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย

     "ครืน เปรี๊ยะๆ เปรี้ยง ตูม! ครืนนนน" สายฟ้าร้องคำรณดังไปทั่วบริเวณอย่างคลุ้มคลั่งไร้การควบคุมราวกับธรรมชาติกำลังพิโรธ

     ฝนฟ้าสะเทือนเลื่อนลั่น เม็ดฝนตกลงสู่พื้นไม่นานหลังจากที่พวกเขาทั้งสองวิ่งมาได้ประมาณสิบนาทีจนถึงแนวป้องกันที่สอง

     สุดขอบแนวป้องกันที่สาม ธารายืนพิงต้นไม้ดูภาพการต่อสู้ของพวกอเล็กซ์ด้วยสายตาเอือมระอาในใจก็ได้แต่ทอดถอนใจให้กับต้นอ่อนที่สมควรจะแข็งแกร่งมากกว่านี้อย่างผิดหวังพร้อมกบคิดถึงอนาคตอีกสามปีข้างหน้าอย่างเป็นกังวลว่า

     "สงสัยต้องคิดถึงเรื่องพัฒนากองทัพอย่างจริงๆจังๆแล้วสินะ เฟยกับเซลแค่สองคนไม่พอหรอกสำหรับป้องกันกำแพงหรอก เจ้าพวกนี้ที่ควรจะเก่งกว่านี้กับทำได้แค่นี้ แค่เห็นก็ท้อแล้วแหะ แถมจะให้มาสอนเจ้าพวกอัลฟ่าที่คิดว่าตัวเองเก่งกว่าเสมอจนชินก็คงยากอีก เจ้าพวกจะไม่ยอมทำตามให้เสียเวลา คิดถูกแล้วแหะที่ตอนนั้นพูดปลุกใจพวกเบต้าเอาไว้ หวังว่าจะมีคนเก่งๆมาสมัครนะ ไม่งั้นฉันคงเหนื่อยมากแน่ๆ"

     ทางด้านผู้เข้าแข่งขันที่เหลือรอดที่ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าไม่มีใครในกลุ่มของธาราอยู่ในหอคอยแม้แต่คนเดียว

     ตรงหน้าของพวกเขา คือ "ร่างเทียมเทพพฤกษา" รูปร่างคล้ายมนุษย์เพศชาย ผิวเป็นไม้สีฟ้าอ่อน ดวงตาสีแดงดั่งโลหิต ทั้งร่างราวกับสักด้วยอักขระสีเขียว ส่งกลิ่นอายกดดันทุกผู้คน

     มันลงมายืนอยู่ในชั้นที่สี่อย่างง่ายดายโดยไม่มีใครคิดจะขัดขวาง ถึงคิดก็ไม่มีแรงจะทำไหว

     แค่วีรสตรีดอกไม้ก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ใช้มานาไปถึงสามในสี่ส่วนแล้วตัวตนตรงหน้าพวกเขาเป็นตัวตนระดับอะไร

     ระดับพลังจริงๆของมันคือ อัศวินเวทย์ขั้นต้น ถึงแม้จะเทียมก็ยังแข็งแกร่งกว่าพวกเขาทุกคนรวมกัน

     ร่างเทียมเทพพฤกษาไม่รอให้ใครตั้งตัวมันยิงหอกไม้ยักษ์เข้าใส่ผู้เหลือรอดทั้งหมดอย่างไม่เกรงใจ

     หอกไม้พุ่งเข้าใส่โล่มานาของพวกเขาที่กางไว้แตกสลายลงอย่างง่ายดายก่อนจะพุ่งเข้าทิ่มแทง ฉีกกระชากร่างผู้อ่อนแอออกนอกสนามไปในพริบตาเหลือไว้เพียงเหล่าอัจฉริยะสี่กิลด์สุดท้ายที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมเต็มแก่กันทุกคน

     โล่มานาของผู้เหลือรอดแตกร้าวออกมาเมื่อเห็นว่าการโจมตีสิ้นสุดลง พวกเขาล้มตัวลงหอบตัวโยนราวกับขาดอากาศหายใจ

     ร่างเทียมเทพพฤกษาทำเพียงแค่ยืนดูคนทั้งหมดราวกับราชสีห์เล่นสนุกกับเหยื่อของมัน

     มันไม่แม้แต่จะโจมตีซ้ำ ทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆรอดูท่าทีอย่างเยือกเย็นดั่งต้นไม้เก่าแก่โบราณอายุเป็นร้อยปี

     ร่างเทียมเทพพฤกษา คือ จุดสูงสุดของกับดัก "ปัญญาพฤกษา" มันคือ ข้ารับใช้และร่างสถิตของเทพพฤกษา

     ความสามารถของมันเกิดขึ้นมาจากเมล็ดต้นไม้เพียงต้นเดียวที่ได้รับมานาหล่อเลี้ยง มอบความรู้และสั่งสอนให้กลืนกินเพื่อพัฒนาตนเองจนกลายเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในกับดักที่ชื่อ "ปัญญาพฤกษา"

     ตัวตนของมันจะว่าวิเศษก็คงวิเศษ แต่ทว่าทุกอย่างย่อมมีจุดอ่อนในตัวมันเอง ไม่เว้นแม้แต่เจ้านี่

     ร่างเทียมเทพพฤกษามีจุดอ่อนใหญ่หลวงอยู่นั้นก็คือ  เมล็ดพันธ์และอายุไข ยิ่งเป็นการใช้รูปแบบกับดักของธาราด้วยแล้ว อายุไขของมันที่ควรจะยาวนานจนเกือบจะเป็นนิรันดร์นั้นก็หดสั้นลงจนเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

     ถึงแม้จะทรงพลังแค่ไหน ทุกสิ่งมีชีวิตย่อมไม่อาจเอาชนะเวลาไปได้ไม่เว้นแม้แต่ธรรมชาติ

     ทุกสิ่งย่อมมีวันร่วงโรยแต่ก่อนที่จะร่วงโรยก็จะมีวันที่ผลิบานแข็งแกร่งถึงขีดสุดอยู่เช่นกัน

     ปัญญาพฤกษา คือ การเร่งการเจริญเติบโตของต้นไม้ด้วยอำนาจอักขระ สร้างความรู้สึกนึกคิดถึงการเอาตัวอย่างบ้าคลั่งในชั่วพริบตา

     การทำงานของมันกินเวลาเพียงชั่วกระพริบตาจากสิ่งหนึ่งสู่อีกสิ่ง ส่งเสริม ก่อเกิด เปลี่ยนแปลง วิวัฒน์ จนในที่สุดเมื่อมันกลายเป็นร่างเป็นร่างเทียมเทพพฤกษา

     กระบวนการทั้งหมดของกับดักนี้ก็สิ้นสุดลงแล้วนับถอยหลังทำลายตัวมันเองในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา

     แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ถึงจุดอ่อนนี้ดีไปกว่าธารา ธาราหยิบกระดาษออกมาสองใบ ใบหนึ่งสีน้ำตาลที่ตอนนี้กำลังส่องแสงเจิดจ้าออกมา

     ส่วนอีกใบเป็นกระดาษสีฟ้าอ่อนที่ธาราสั่งไม่ให้ทั้งสองยุ่งกับมันพร่ำเพรื่อเด็ดขาด

     สองสหายวิ่งมาหยุดตรงหน้าของธาราก่อนจะเป็นเฟยเอ่ยถามเขาว่า "ด้านนั้นเป็นยังไงบ้าง"

     ธาราถอนหายใจแสดงใบหน้าเบื่อหน่ายออกมาอย่างไม่คิดจะปกปิดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายว่า

     "เฮ้อ น่าผิดหวังกว่าที่คิดไว้ พวกเขาเกิดมาโชคดีขนาดนี้แต่ทำได้แค่นี้ บอกตามตรงนะ เฟย ฉันค่อนข้างผิดหวังมากเลย"

     คำพูดของธาราถูกส่งไปสู่ภายนอกจากกล้องที่จับภาพของเขาอยู่ คำพูดของเขาเสียดแทงเหยียดหยามราวกับบอกว่าคู่แข่งของเขาอ่อนแอ
ไร้ความสามารถจนน่าผิดหวัง

     น้ำเสียงของเด็กหนุ่มผิดหวังและเบื่อหน่ายราวกับต่อว่าคู่แข่งทั้งหมดของเขาว่ายังพยายามไม่พอ ฝึกฝนมาไม่พอ เตรียมพร้อมมาไม่พอ

     เป็นคำพูดที่ราวกับผู้ใหญ่ที่เตรียมการเป็นอย่างดีอยู่เสมอพูดตักเตือนลูกหลานด้วยความเบื่อหน่าย

     ผู้ชมที่ได้รับชมทุกคนถึงกับจนคำพูดอย่างไม่ทราบสาเหตุ ถ้อยคำของเด็กหนุ่มไม่ได้มีอะไรว่ากล่าวร้ายแรงแค่เพียงแสดงความเบื่อหน่ายและผิดหวังออกมา

     แต่กลับสร้างความเจ็บปวดได้ดียิ่งกว่าถ้อยคำด่าทออย่างตรงไปตรงมาก่อนหน้านี้เสียอีก

     เหล่ากษัตริย์ทั้งหลาย ขุนนางที่มากฝีมือและบุตรหลานของพวกเขาถึงกับรู้สึกจุกราวกับโดนต่อยด้วยหมัดเต็มแรงจนแทบสำลัก

     ธาราไม่พูดอะไรต่ออีกราวกับไม่อยากจะพูดต่อ เขาเขียนอักขระสร้างลูกไฟสีเขียวออกมาก่อนจะโยนกระดาษทั้งสองเข้าไปอย่างไม่สนใจ

     กระดาษทั้งสองกระทบลูกไฟดัง "พรึ่บ" ลูกไฟเผาไหม้กระดาษทั้งสองจนกลายเป็นเพลิงสีฟ้าก่อนจะสลายหายไปในพริบตาเหลือไว้เพียงขี้เถ้า

     สายฝนตกลงมาได้สักพักใหญ่ ปิดบังความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ไปกับสายฝนและเสียงฟ้าร้องราวกับพยัคฆ์กำลังขู่คำราม

     ภายในหอคอย บรรยากาศหนักอึ้งราวกับโดนกดทับด้วยภูเขา ผู้เหลือรอดต่างหายใจหายคอได้ไม่สะดวกด้วยความอึดอัด

     ตั้งแต่เริ่มการโจมตีในตอนนั้นก็ผ่านมาเกือบสิบนาที เจ้าตัวตรงหน้าของพวกเขาไม่ทำอะไรนอกจากยืนดูพวกเขาที่กำลังหายใจติดๆขัดๆอยู่ราวกับไม่ใช่การกระทำของมันเอง

     พวกเขาต่างพยายามรวบรวมลมหายใจแต่ก็โดนเจ้าตัวตรงหน้าแผ่พลังเข้ากดดันจนทำให้หายใจไม่สะดวกราวกับโดนบีบคอ

     ตลอดเวลาเกือบสิบนาทีนี้ พวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรวบรวมลมหายใจให้กับเป็นปกติถึงแม้จะไม่สำเร็จก็เถอะ จะขยับตัวก็แทบจะเป็นไปไม่ได้

     เจ้าตัวตรงหน้าเมื่อเห็นใครขยับตัวมันจะยิงหอกไม้เข้าใส่ในทันทีแล้วการโจมตีระดับเดียวกับอัศวินเวทย์ถึงแม้จะเทียม พวกเขาจะเอาอะไรไปกันมันไหวด้วยตัวคนเดียวล่ะ 

     แค่ตอนนี้ยังยืนอยู่ในหอคอยโดยยังไม่ถูกส่งออกไปรับความพ่ายแพ้ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว

     แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ร่างเทียมเทพพฤกษาส่องแสงอำนาจอักขระสีเขียวเจิดจ้าออกมารับกับแสงอักขระสีเขียวจากตัวหอคอยจนพวกเขาแยงตา

     เมื่อสิ้นแสง สิ่งที่พวกเขาได้เห็นคือ ร่างเทียมเทพพฤกษาที่แผ่กิ่งก้านทิ่มแทงตัวหอคอยอย่างโหดร้ายไปทุกชั้น รากไม้ฉีกกระชากหอคอยหินอย่างง่ายดายแสดงถึงพลังของโลกที่แสนร้ายกาจ

     หอคอยส่งเสียงราวกับจะพังทลายออกมา "ครืน ครึ่ก เปรี๊ยะ" ก่อนที่รากไม้ทั้งหมดจะบีบทำลายตัวหอคอยตามคำสั่งของนายเหนือหัวของมันในทันที

     หอคอยพังทลายลงมาจนพวกเขาที่กำลังหายใจหายคอลำบากต้องฝืนรวบรวมมานาแผ่สร้างโล่มานาคุ้มกันซากหอคอยที่กำลังถล่มเข้าใส่ ราวกับเย้ยหยันพื้นด้านล่างที่พวกเขาเหยียบกันอยู่นั้นถูกค้ำไว้ด้วยรากไม้หนาไม่ให้พื้นถล่มลงมา

     ร่างเทียมเทพพฤกษาเปลี่ยนรูปร่างตนเองกลายเป็นหอคอยไม้ขนาดยักษ์ไม่มีเพดานราวกับกักขังผู้รอดชีวิตเอาไว้ด้านในที่ตอนนี้กำลังโดนซากหอคอยทับอยู่

     เฟยและเซลที่เห็นหอคอยพังทลายลงมาจะหันมาถามธาราก็ถูกพูดแทรกซะก่อนว่า "เฟย เซล กางโล่มานาเต็มซะ"

     ธาราเดินผ่านเฟยและเซลที่กำลังยืนงงอยู่ก่อนจะเอ่ยต่อประโยคที่ค้างให้จบ "ฉันจะจบการแข่งขันนี้ซะ"

     พูดจบ ธาราร่ายหัตถ์สายฟ้าเชื่อมโยงกับบอลสายฟ้ายิงขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ท้องฟ้าส่งเสียงคำรามออกมา

     ฟ้าร้องฟ้าผ่ากระหน่ำไปทั่วบริเวณก่อนที่เมฆสายฟ้าทั้งหมดจะค่อยๆหมุนตัวเข้าหากันเป็นกลุ่มก้อนเคลื่อนที่ไปเหนือซากหอคอยที่ทับร่างของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆอยู่

     มือของธาราราวกับมีเส้นสายเชื่อมโยงชักใยก้อนเมฆสายฟ้าเอาไว้ เสียงสายฟ้าสงบลงอย่างน่าประหลาด

     สายฝนหยุดตกลงอย่างมหัศจรรย์ ท้องฟ้ากับมาเงียบสงบราวกับไม่มีเมฆฝนฟ้าร้องมาก่อนหน้านี้

     เหนือซากหอคอย ก้อนเมฆสายฟ้าดำทมิฬส่งประกายสายฟ้าแล่บเปรี้ยงปร้างอย่างไร้เสียงอยู่ภายในก่อเกิดประจุไฟฟ้าแรงสูง 

     เมฆสีดำส่องแสงสีฟ้าออกมาอย่างร้ายกาจ มันสงบนิ่งราวกับทะเลก่อนที่พายุไต้ฝุ่นกำลังจะมา

     ผู้เหลือรอดทั้งหมดช่วยกันผลักดันซากหอคอยออกจากตัวได้อย่างยากลำบาก สมาชิกที่เคยเหลืออยู่จำนวนมากเหลือเพียงไม่ถึงห้าสิบคน

     ก่อนจะได้ทำอะไร เสียงฟ้าร้องที่เคยเงียบสงบก็ส่งเสียงคำรามออกมาราวกับฟ้าฝนพิโรธ

     สายฟ้าในก้อนเมฆโผล่มาด้วยรูปร่างราวกับพยัคฆ์ที่เกิดจากสายฟ้า ธาราสะมัดมือลงอย่างไม่ใส่ใจ

     เจ้าพยัคฆ์ก็ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนจะพุ่งตัวลงมาหมายสังหารศัตรูของนายของมัน

     พวกเขายังไม่ทันได้ทำอะไร ยังไม่แม้แต่จะได้ป้องกัน สายฟ้าก็ได้ผ่าเข้าใส่พวกเขาอย่างโหดร้าย

     สิ่งที่พวกเขาทุกคนได้เห็น คือ พยัคฆ์สายฟ้าขนาดยักษ์ส่องแสงประกายไฟฟ้าสีฟ้าและเมฆสีดำทมิฬ

     "ตูมมม" พลังทำลายล้างมากมายมหาศาล ฉีกกระชากอากาศ หอคอยไม้แหลกสลายเหลือเพียงเศษซากไหม้

     ภายในอาณาบริเวณหอคอยจนสุดขอบแนวป้องกันที่สอง เหลือเพียงแค่ซากไหม้และหลุมบ่อขนาดยักษ์

     หน้าจอระบบเด้งขึ้นมาแจ้งถึงเวทมนตร์บทใหม่ราวกับต้องการจะบอกเขาว่า "พัฒนาไปอีกขั้นแล้วนะ" ว่า

     "สร้างมหาเวทย์ "อัศนีคำรณ" [ผู้คิดค้น : ธารา เทพพิทักษ์] สำเร็จ"

     ธาราคิดให้มันหายไปก่อนจะเดินออกจากอบิสจำลองพร้อมบิดขี้เกียจอย่างเบื่อหน่ายเพื่อกลับสู่สเตเดี้ยมด้วยใบหน้าเซงๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 524 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #528 Fikusa (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 16:13
    จงสรรเสริญ!
    #528
    0
  2. #315 ThaipaKing (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 23:10
    มหาเวท!!
    #315
    0
  3. #293 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 14:51
    รออ่านนะคะ
    #293
    0
  4. #286 iorapong (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 13:30
    โอยยย ขนาดจบแล้วยังรู้สึกค้างงงงงงสุดๆเลย มาอย่างไวนะไรท์ รอๆๆๆๆ พรีสสสส
    #286
    0
  5. #273 NessZero (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 12:21
    จงก้มกราบ และปราบปลืม มหาเทพฯ ธารา มาแล้ว
    #273
    0
  6. #272 NessZero (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 12:20
    เอ่อ จับ ฟอร์สส แล้วจูซ้ำ
    #272
    0
  7. #267 ปฐพีเร้นลับ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 12:08
    ตบเด็กให้ผู้ใหญ่ดู 555+
    #267
    0