Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 54 : การแข่งขันประจำปี : ประเภทกิลด์ [เริ่มต้น]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 573 ครั้ง
    19 ธ.ค. 62


     วันพฤหัสบดีที่ 23 เดือน สิงหาคม ค.ศ. 2655 เวลา 10.08 น. สนามประลองกลาง เขตที่ 3 ลานประลองในสเตเดี้ยม

     ตอนนี้ ธารากำลังยืนอยู่บนสนามประลองด้วยใบหน้าเฉยชา โดยไม่มีใครสักคนกล้ามองหน้าเขาตรงสักคน

     เมื่อเขาหันไปทางไหน ทุกคนก็พากันหันหน้าหนีอย่างอึดอัดออกมาจนเขาอดจะเค้นหัวเราะในลำคอไม่ได้

     ธารามองไปรอบสนาม ผู้ชมรอบสนามต่างก็หลบหน้าเขากันหมดจนเขานึกขำ

     ธารายิ้มผ่อนคลายออกมาราวกับเรื่องเมื่อวานไม่ใช่อะไรที่เขาจำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจจนผู้ชมที่เคยด่าทอเขาอึดอัดยิ่งกว่าเดิม

     ธาราหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นสนามโดยไม่สนใจสายตาของใคร

     ขนาดมาร์กาเล็ตและซิคที่เป็นพิธีกรยังมีท่าทางอึดอัดราวกับอยากพูดอะไรออกมาแต่พอเห็นสายตาของธาราก็พูดไม่ออกเอาดื้อซะอย่างงั้น
ก่อนที่พวกเขาจะทำหน้าที่ของพวกเขากล่าวเปิดการแข่งขันในวันนี้

     "สวัสดีค่ะ ผู้ชมในสเตเดี้ยมและผู้ชมทางบ้านทุกท่านคะ วันนี้ก็มาถึงการแข่งขันที่ทุกท่านรอคอย การแข่งขันประเภท "กิลด์" และเป็น
วันปิดการแข่งขันของชั้นปีที่หนึ่งของสถาบันเวทมนตร์เอจิสเข้าสู่การแข่งขันของชั้นปีที่สองต่อไปค่ะ"

     ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้ชมในสเตเดี้ยมแม้แต่คนเดียว ทุกคนต่างจับจ้องไปตำแหน่งเดียวกันด้วยสายตาอึดอัด เพราะ เสียงโห่ร้องเมื่อวานของพวกเขาถึงกับทำให้โดนเด็กอายุ 16 ปี ด่าอย่างสุภาพราวกับผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก ผู้สูงอายุหลายคนที่ตะโกนด่าถ้อยคำดูถูกใส่เด็กหนุ่มยังรู้สึกหน้าชาและอับอายกับคำพูดของตนที่ว่ากล่าวเด็กหนุ่มที่ชื่อ "ธารา" ออกมา

     ยิ่งหัวหน้าหน่วยที่มีท่าทีหงุดหงิดเมื่อวานถึงกับหน้าเสียไปเลยที่โดนเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานพูดด่าอย่างสุภาพใส่

     ดาริอัสถึงกับจุกกับคำพูดของตัวเองเมื่อวานจนนับจากนี้ เขาจะไม่ขอพูดอะไรและทำใจให้เย็นกับการกระทำเหนือคาดหมายของธารา

     โดยเฉพาะเจน เธอถึงกับซึมไปเลยจนไดแอน เซร่าและไอรีนต้องมาคอยปลอบเธออย่างเป็นห่วง

     ส่วนไครอสน่ะเหรอ หลังจากโดนด่าก็ตบหน้าตัวเองไปฉาดใหญ่จนทุกคนสะดุ้งตกใจกันหมดพร้อมปฎิญาณกับตัวเองเอาไว้ว่า

     "ถ้าจบการแข่งขันจะเข้าไปขอโทษ "ธารา" อย่างจริงจังที่เคยคิดดูถูกเขาเอาไว้" 

     ไคเอลเอยถามด้วยความสงสัยว่า "พี่ใหญ่ ข้าว่าจะถามตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทำไม เมื่อวานพี่ใหญ่ถึงไม่พูดจาด่าว่าพ่อหนุ่มธาราเลยล่ะ ปกติ พี่ใหญ่เกลียดคนอวดดีและไม่รักษาสัญญามากที่สุดเลยนี่นา"

     ทุกคนต่างก็มีท่าทีสนใจขึ้น มาร์คัสยิ้มก่อนจะกล่าวตอบ "เอาตามจริงนะ น้องสาม เมื่อวานพี่ก็ไม่แน่ใจหรอกว่าคิดถูกหรือเปล่า แต่ตอนนี้ พี่ว่าพี่คิดถูกแล้วล่ะ เจ้าหนุ่มที่ชื่อ "ธารา" นั้นน่ะ ไม่ได้มีท่าทีไม่สนใจอะไรหรอกนะ แต่เขากำลังจ้องมองพวกเราอยู่ต่างหาก ดูจากคำพูดของเขาที่ว่ากล่าวแม่หนูเจนเมื่อวาน พี่คิดทุกคนในห้องรวมถึงลูกทีมน่าจะรู้ว่าเจ้าเด็กที่ชื่อว่า "ธารา" นั้นไม่ได้สนใจการแข่งขันเลย แต่เอาเวลาที่เพื่อนสองคนของเขาสู้มาเพ่งสมาธิฟังบทสนทนาของพวกเราต่างหากล่ะ"

     "แล้วที่ตลกร้ายยิ่งกว่าคือ ไม่มีใครสักคนจับได้ว่าเจ้าหนูนั้นลอบสังเกตท่าทีพวกเราอยู่เลยเนี่ยสิ น้องสาม พี่พูดตามตรงนะ ถ้าเจ้าเด็กธาราอายุเท่าพวกเรานะ เผลอๆตำแหน่งของพี่อาจจะเป็นของเขาด้วยซ้ำ"

     ทุกคนในห้องยังถึงกับตระหนกออกมาอย่างห้ามไม่ได้พร้อมกับจ้องมองไปทางธาราที่ตอนนี้กำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ด้วยรอยยิ้ม

     พวกเขาคิดพร้อมกันว่า "เจ้าเด็กนี่จับตาดูพวกเราอยู่ตลอดงั้นเหรอ" ก่อนที่สายตาของธาราจะเปลี่ยนเป็นสายตาราวกับหมาป่าจ้องเหยื่อจนทุกคนไม่เว้นแม้แต่มาร์คัสยังรู้สึกหนาวสันหลังวาบออกมา

     ไครอสลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่น "พ่อปิศาจน้อยนี่มันอะไรกันค่ะเนี่ย แม่ไดแอน"

     "หลุดอีกแล้วนะ ไครอส แล้วก็อย่ามาเรียกฉันว่า "แม่" ฉันจำไม่ได้ว่าคลอดลูกตัวใหญ่แบบแกมาก่อนนะยะ"

     "โถ่ ตอนก่อน หนูจะเปิดเผยแม่ไดแอนก็เอ็นดูหนูออก เรียกป้าเรียกแม่ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกค่ะจริงๆ"

     "ตามใจเธอละกัน ไครอส แต่เจ้าหนูธาราคนนั้นแอบน่ากลัวเกินไปแล้วนะ พี่ใหญ่"

     "หึหึ ยิ่งทำให้การแข่งขันในปีนี้ น่าสนใจเข้าไปอีกไม่ใช่เหรอไง ไดแอน วันนี้พวกเรามารอดูดีกันดีกว่า ว่าเจ้าหนูนี่จะทำอะไรอีกบ้าง"

     ธาราเพ่งประสาทหูรับฟังบทสนทนาของพวกหัวหน้าหน่วยด้วยรอยยิ้มสบายๆในขณะเดียวกันบรรยากาศรอบข้างที่อึดอัดราวกับผู้ชมโดนจับกดน้ำอยู่นั้น

     ตัวต้นเรื่องอย่าง "ธารา" กลับมีท่าทีผ่อนคลายราวกับเดินอยู่ในสวนหลังบ้านยิ่งสร้างความกดดันให้ผู้ชมหลายคนที่อยากจะพูดขอโทษ
เด็กหนุ่มแต่ก็ไม่พูดไม่ออกราวกับคำพูดของเด็กหนุ่มทำให้พวกเขารู้สึกจุกจนคำพูดที่ต้องการพูดติดอยู่ที่ปากจะพูดก็พูดไม่ออก

     มาร์กาเล็ตกับซิคประกาศกฎการแข่งขันด้วยท่าทางราวกับคนจมน้ำที่หายใจไม่ค่อยออกว่า "การแข่งขันประเภทกิลด์ในวันนี้ ตามการ
จับฉลากเมื่อวานของสมาคมเวทย์อัลเกรีย การแข่งขันประเภทกิลด์จะใช้กฎยึดครองและทำลายค่ะ แน่นอนว่าเมื่อเข้าไปจะสุ่มจุดยืนให้แก่ทุก
กิลด์เพื่อความเท่าเทียมกันค่ะ"

     "การแข่งขันรูปแบบเซอร์ไววัล โดยรางวัลของการแข่งขันจะมอบให้กับผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวของเรา กฎการแข่งขันนั้นแสนเรียบง่าย 
กิลด์ที่สามารถจัดการคู่แข่งได้มากที่สุดหรือยึดครองจุดได้นานที่สุดจะเป็นผู้ชนะไปครับ"

     "ส่วนสนามประลองนั้น เราได้จะใช้อบิสจำลองสร้างสนามขึ้นมาโดยจะพื้นที่การต่อสู้ในวันนี้เป็นพื้นที่ป่าเขตชื้นที่มีหอคอยที่ต้องทำการยึดครองอยู่ตรงกลางแผนที่นะคะ ทีมงานค่ะ ขอแผนที่ด้วยคะ" 

     ไม่นานนักก็ปรากฎโฮโลแกรมแผนที่ขนาดใหญ่ออกมาให้รับชม สภาพแผนที่เป็นเขตป่าร้อนชื่นที่รอบๆเต็มไปด้วยต้นไม้ มีบ่อน้ำอยู่ประปราย ตรงกลางมีหอคอยทรงสูงคล้ายหอนาฬิกาโบราณอยู่ตรงกลาง

     "แน่นอนว่าระบบความปลอดภัยในอบิสจำลองนั้นได้รับการรับรองจากสมาคมเวทย์อัลเกรียและสภากลางแล้วจึงไว้ใจได้แน่นอนค่ะ"

     "ผู้เข้าแข่งขันคนไหนมีข้อสงสัยไหมครับ" ยังไม่ทันจะได้ถาม ธาราก็ชิงพูดเสียงเย็นขึ้นมาว่า "ช่วยเริ่มเลยได้ไหมครับ เสียเวลา"

     ซิคถึงกับจนคำพูดจนต้องให้พิธีกรรุ่นพี่อย่างมาร์กาเล็ตเข้ามาช่วยว่า "ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ น้องธารา แต่ทางเราขอเวลาเตรียมตัวอีกครึ่งชั่วโมงนะค่ะ ถึงจะเริ่มการแข่งขัน"

     ธาราพยักหน้าเนิบๆอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า

     "งั้นถ้าเริ่มแล้วรบกวนช่วยบอกเพื่อนของผมด้วยนะครับ พอดี ผมขี้เกียจฟังเสียงเห่าหอนของหมาขี้แพ้บางตัวแถวนี้กับคำด่าของผู้ชมที่คิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนที่ตัวเองด่าถึงขนาดว่างมาด่าทอคนอื่นโดยไม่ดูความสามารถของตัวเองด้วยน่ะครับ"

     บรรยากาศในสนามมาคุหนักกว่าเดิมจนหายใจลำบาก ผู้ชมหลายคนที่รู้ตัวถึงกับจุกหนักกว่าเดิมยิ่งพวกหัวหน้าหน่วยที่โดนมองด้วยหางตานั้นถึงกับสะดุ้งออกมาจากถ้อยคำรุนแรงนี้

     ธาราใส่หูฟังกั้นเสียงก่อนจะนอนจริงๆเขาก็ไม่ลืมบอกสองสหายเพื่อนซี้ของเขา "เฟย เซล ฝากปลุกด้วยล่ะ"

     ทั้งสองทำได้แค่พยักหน้าออกมาด้วยใบหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก จะบอกว่าพวกเขาไม่อึดอัดกับบรรยากาศตอนนี้ก็ไม่ใช่กลับกัน
พวกเขาอึดอัดมากกว่าใครด้วยซ้ำแต่ปัญหาใหญ่เลย คือ "เพื่อนรักของพวกเขานั้นไม่ได้ทำผิดเนี่ยสิกลับกันเขาทำถูกด้วยซ้ำ"

     เป็นใครก็คงไม่อยากได้ยินถ้อยคำดูถูกตนทั้งวันแบบธาราเมื่อวานและยิ่งไม่อยากให้อภัยคนที่มาดูถูกตัวเอง

     โดยไม่รู้ถึงความพยายามของเขาว่า กว่าเขาจะทำแบบนี้ได้มันเหนื่อยยากขนาดไหน เขาฝึกฝนมันมาขนาดไหน

     เป็นสามสิบนาทีที่อึดอัดที่สุดในชีวิตของพวกเขา โดยมีธาราเพื่อนซี้ของพวกเขานอนอยู่อย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรมก่อนที่เฟยจะปลุกเขาให้ตื่น

     ธาราลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างกับแมวขี้เกียจก่อนจะดีดตัวขึ้นมาบิดขี้เกียจแล้วหันไปมองสองสหายราวกับจะถามว่า "ถึงเวลาแล้วเหรอ"

     ทั้งสองต่างพยักหน้าตอบรับพร้อมเอามือชี้ไปที่หูของตนส่งสัญญาณให้ธาราถอดหูฟังออกมาคุยกัน

     ธาราหยิบเลคเตอร์ขึ้นมาพลางชี้นิ้วเข้าหามันราวกับรู้ความคิด เซลส่งข้อมูลแผนที่ให้ธาราอย่างรู้ใจ

     ธาราเปิดข้อมูลแผนที่ขึ้นมาดูโดยไม่คิดแม้แต่จะถอดหูฟังออกราวกับว่าไม่ต้องการได้ยินถ้อยคำแบบเมื่อวานอีก

     ซึ่งนั้นยิ่งสร้างความอึดอัดให้ผู้ชมทั้งสนามมากกว่าเดิมเข้าไปอีกแต่ธาราก็หาได้สนใจไม่ เขาเปิดอ่านข้อมูลและจดจำแผนที่จำลองก่อนจะปิดมันลงเก็บเข้าช่องใส่เลคเตอร์บริเวณกระเป๋าคาดเอว

     ธาราหันไปมองพิธีกรทั้งสองราวกับต้องการจะถามว่า "ไม่เริ่มสักทีเหรอครับ" ซึ่งเหมือนทั้งสองจะรู้ความหมายของสายตาที่มองมาก่อนจะเป็นมาร์กาเล็ตประกาศเริ่มการแข่งขัน

     "งั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ ขอเชิญผู้เข้าแข่งทุกกิลด์เข้าไปในอบิสจำลองได้เลยค่ะ"

     ไม่รอให้ใครเข้าไปก่อน ธาราก็เดินเข้าไปอย่างมั่นใจ โดยมีเฟยและเซลตามไปด้วยใบหน้าเจี๋ยมเจี้ยม

     เมื่อเข้ามาด้านในจุดที่พวกเขาสามคนยืนอยู่นั้นอยู่ไม่ห่างจากหอคอยมากนักกะโดยสายตาไม่เกินร้อยเมตร

     ธาราถึงกับยิ้มกว้างออกมาพร้อมหันไปมองบนฟ้าที่โชว์ภาพโฮโลแกรมทางฝั่งสเตเดี้ยมพร้อมเสียงประกาศอย่างตื่นเต้นของพิธีกรทั้งสอง

     "เอาละคะ ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านประจำที่เรียบร้อยแล้ว งั้นพวกเราก็มาเริ่มนับถอยหลังเริ่มการแข่งขันกันเลยค่ะ"

     "สิบ เก้า แปด เจ็ด หก ห้า" เสียงค่อยดังขึ้นเรื่อยทุกครั้งที่นับราวกับเสียงคำราม

     "สี่ สาม สอง หนึ่ง" ผู้ชมต่างตะโกนนับถอยหลังรวมกัน โดยทางบ้านก็อดจะลุ้นไปกับการแข่งขันรอบกิลด์ปีหนึ่งไม่ได้

     "ศูนย์" สิ้นเสียงนับถอยหลัง การแข่งขันประจำปี ประเภทกิลด์ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

     ธาราถอดหูฟังก่อนจะกล่าวชักชวนสองสหายพุ่งตัวไปที่หอคอยว่า "เฟย เซล เราจะไปที่หอคอยตามแผนรับมือที่สาม"

     ทั้งสองเมื่อได้ยินต่างก็ขานรับ "รับทราบ" พร้อมกับพุ่งตัวตามธาราไปติดๆ

     เมื่อพวกเขามาถึงหอคอย สีธงและตราบนหอคอยก็เปลี่ยนเป็นธงสีดำกับตรากิลด์รูปเข็มนาฬิกาแตกๆที่เข็มหมุนกลับด้าน

     ทุกกิลด์หันไปมองหน้าจอบนฟ้า ปรากฎชื่อของกิลด์ที่ครอบครองหอคอย คือ "กิลด์รีไรท์" ของพวกธารา

     ทุกคนต่างก็เร่งเดินทางอย่างรวดเร็วในใจเกิดความร้อนรน พวกเขาพุ่งเข้ามาโดยไม่ได้รู้เลยว่าจะโดนอะไรบ้าง

     ธาราเดินเข้าไปในหอคอยก่อนจะปิดประตูหอคอยแล้วหยิบกระเป๋าหลายใบออกมาจากเมจิคแบ็คที่หลังของเขา ด้านในกระเป๋าใบเล็กที่เขาเอาออกมาเต็มไปด้วยกระดาษ ธาราควบคุมเวทก่อเกิดสายลมขึ้นมาพัดปลิวกระดาษทั้งหมดไปทั่วหอคอย โดยมีเฟยกับเซลคอยช่วยกันโยน
กระเป๋าให้กระดาษปลิวว่อนไปทั่วพร้อมกับวิ่งขึ้นไปยอดหอคอยอย่างรวดเร็ว

     กระดาษทั้งหมดปลิวว่อนไปมาก่อเกิดแสงสีเขียวเจิดจ้าภายในตัวหอคอยก่อนที่จะค่อยๆแปะไปทั่วบริเวณแล้วกลืนหายไปราวกับเป็นส่วนหนึ่งของหอคอย

     ธารามีท่าทีพอใจออกมาก่อนจะส่งสัญญาณนิ้วให้ทั้งสองว่า "โอเค เรียบร้อยแล้ว" พร้อมกับชี้มือมาที่หูฟังแล้วพูดว่า

     "เอาล่ะ กับดักในหอคอยก็เตรียมพร้อมเรียบร้อยที่เหลือ ฉันฝากพวกนายจัดการล่อเหยื่อด้วยล่ะ เฟย เซล"

     พูดจบ ธาราก็พุ่งตัวออกทางหน้าต่างชั้นสามไปเหยียบอยู่บนต้นไม้ก่อนจะหายตัวไปราวกับไม่มีตัวตน

     เฟยยิ้มอ่อนๆออกมาก่อนจะหันไปพูดกับเซลว่า "ก็ตามนั้นแหละครับ เพื่อนเซล มาทำงานของพวกเราในวันนี้กันดีกว่าครับ ไม่ให้เฮียแกผิดหวังในตัวพวกเราได้" พูดจบก็ล้วงเมจิคแบ็คด้านหลังหยิบเอาอาวุธมานารูปแบบสไนเปอร์ออกมาพร้อมกับกระสุนบรรจุมานาอีกเป็นกระตัก

     "นั้นสินะครับ เพื่อนเฟย ว่าแต่ฉันจะต้องใช้เจ้านี่จริงดิ" พูดพลางชี้ไปที่มือของเขาตอนนี้ที่กำลังถือบาซูก้าอยู่

     "ก็แกไม่มีความสามารถในการเล็งเป้านี่หว่า ตอนดันเจี้ยนโบรคเค่นซอร์ด ถ้าไม่มีระบบช่วยเล็งของหน้าไม้เผลอๆนายยิงไม่โดนสักดอกจนโดนเจ้าธารแยกเขี้ยวใส่เลยนะเว้ย เซล"

     "อุ่ก จริงของนาย" เซลมีใบหน้าลำบากใจออกมาก่อนจะทำใจใช้เจ้านี่ได้แต่ก็อดจะบ่นกระปอดกระแปดออกมาไม่ได้ว่า

     "แต่ถึงกับให้ฉันใช้บาซูก้าเนี่ย ฉันว่าพวกนายสองคนก็โหดร้ายไปนะ"

     "เฮ้อ ก็มันช่วยไม่ได้นี่หว่า เซล บาซูก้าอันนี้มันมีระบบช่วยเล็งกับคลาดคะเนการเคลื่อนไหวนี่นา ที่สำคัญสุด คือ ถูกสุดในอันที่แพงนะ"

     "ก็จริงของนาย" เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปเล็งเตรียมยิงศัตรูของพวกเขาที่พ้นแนวป่าที่สองตามที่พวกเขาคุยกันไว้

     ผู้ชมทั้งหมดถึงการตาถลนออกมาด้วยความตกใจไม่เว้นแม้แต่มาร์คัสที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักออกมาจนไดแอนต้องเข้าไปลูบหลังให้

     ดาริอัสสบถออกมาแบบเหวอๆว่า "ไอ้เด็กนั้นล่อบาซูก้าเลยเหรอ"

     ทั้งสเตเดี้ยมต่างมีแต่คนพูดถึงอาวุธของสองสหาย โดยที่พวกเขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่า "ธารา" ได้หายไปในเงามืดของป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     ธาราเดินไปมาภายในร่มเงาของป่าราวกับเดินอยู่ในสวนหลังบ้านพร้อมกับใช้เวทตรวจจับค้นหาศัตรู

     ก่อนจะค่อยๆคืบคลานเข้าไปหาอย่างเงียบเชียบด้วยรอยยิ้มกว้างแสนดำมืดอย่างสนุกสนาน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 573 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #520 Fikusa (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 13:47
    ต้องเคยเจอมาขนาดไหนจึงจะทนได้ขนาดนี้
    #520
    0
  2. #168 Xailice (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 08:25
    ขัดหลายครั้งละจ้า

    คะ ใช้กับ ประโยคคำถาม
    ค่ะ ใช้กับ ประโยคบอกเล่า

    เช่น เป็นอะไรไหมคะ? ไม่เป็นไรค่ะ
    #168
    2
    • #168-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 54)
      8 ธันวาคม 2562 / 10:14
      ขอบคุณครับ ยังต้องเกาภาษาตัวละครหญิงอีกเยอะเลยครับ
      #168-1
  3. #167 dfrdz007 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 07:49
    สนุกมาก
    #167
    0
  4. #149 OpenWords (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 19:00
    กับดักไม่ต้องก็ได้ แค่เจอบาซูก้าก็ไม่กล้าเข้าไปแล้ววว แหม่
    #149
    0
  5. #148 Crown Wizard (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:34
    เอาจิงนะ ผมว่ามันพูดด่าเค้าเยอะไป จนกลายเป็นไม่สง่างามน่ะครับ บอกไม่ถูกแต่ก็สนุกดี
    #148
    0
  6. #147 TranseuntI (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:18

    สนุกมากครับ มาต่อไวๆนะครับ จะฮามากถ้าแอบไปเก็บอะไรที่อื่นแล้วชนะแบบงงๆ

    #147
    0
  7. #145 อัศวินมืดจากต่างโลก (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 17:58
    เล่นแรงมากอ่ะครับ 555
    #145
    0