Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 52 : การแข่งขันประจำปี : เฟย ปะทะ เซล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 537 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62


     ช่วงเย็นก่อนเริ่มการแข่งขันประจำปี ประเภทหญิงและชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ

     ธารากำลังนั่งอยู่ตรงขอบอัฒจันทร์กินอะไรเล่นไปพลางอ่านหนังสือไปพลางอยู่นั้นก็ถูกลีออนทักเรียกอย่างเป็นมิตร

     "ไง ธาร  กินข้าวอ่านหนังสือไปมันเป็นนิสัยไม่ดีนะ นายรู้หรือเปล่า"

     "ฉันรู้แต่ก็ยังทำ เพราะ มันประหยัดเวลาชีวิตยังไงล่ะ ลีออน ว่าแต่นายทักฉันมีอะไรงั้นเหรอ เพื่อนนายจ้องฉันอย่างเคียดแค้นอยู่นั้นน่ะ"

     พูดจบก็ชี้ไปทางอเล็กซ์ที่แยกเขี้ยวเข้าใส่อย่างเคืองๆอยู่ก่อนจะเป็นลีออนหัวเราะยิ้มๆพร้อมกล่าวถามราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย

     "นายคิดว่าใครจะชนะรอบชิงชนะเลิศทั้งสองชนิดล่ะ ไอริสกับมาธ่าแล้วก็เฟยกับเซลน่ะ ธาร"

     ธาราตอบกลับในทันทีว่า "ถ้าฝ่ายหญิงยังไงก็คงอันดับสอง "ไอริส วอน เทสมาเรีย" ส่วนเพื่อนของฉันสองคน ฉันก็รอดูอยู่เหมือนกัน 
สองคนนั้นเดิมก็เป็นพวกที่ชอบแข่งขันกันเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการแข่งขันของสองคนนั้น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าสองหน่อนั้นจะซ่อนลูกเล่นลับเฉพาะตัวไว้เยอะขนาดไหน แต่คงสนุกแน่ๆล่ะนะ"

     "หือ ฟังแล้วดูเหมือนนายก็ตั้งตารอดูอยู่ไม่มากก็น้อยเหมือนกันนะเนี่ย ธาร"

     "ก็นะ ลีออน นายมีเพื่อนเข้าแข่งขันก็น่าจะเข้าใจนะว่าการดูความก้าวหน้าของเพื่อนตัวเองก็เป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งเหมือนกัน"

     ลีออนหันไปมองสามสหายที่เพิ่งแพ้ให้กับคนข้างๆของเขาก่อนจะพูดยิ้มๆว่า "ก็จริงของนาย มันสนุกอย่างที่นายพูดจริงๆนั่นแหละ"

     "งั้นก็มารอดูการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มดีกว่า ลีออน ฉันอยากเห็นฝีมือของสองสาวปีหนึ่งที่เก่งที่สุดกับของเพื่อนฉันเต็มแก่แล้ว"

     "นั้นสินะ ฉันขอนั่งข้างนายคงไม่ว่านะ ตรงนี้มันดูได้ชัดกว่าตรงนั้นเยอะเลย"

     "ตามสบาย ฉันไม่ใช่เจ้าของพื้นที่อยู่แล้ว จะชวนเซเรสมานั่งด้วยฉันก็ไม่ว่านะ เพิ่มคนสองคนก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่"

     "งั้นก็ไม่เกรงใจนะ" พูดจบ ลีออนก็กวักมือเรียกเพื่อนมานั่ง โดยมีแค่เขา เซเรสและไป๋หลินเท่านั้นที่นั่งใกล้ๆกับธารา 

     ส่วนอีกสามหนุ่มนั้นต่างก็ไปนั่งห่างออกไป เพราะ เข้าหน้าไม่ติดกลัวจะเผลอเสียมารยาทออกไป

     ไป๋หลินเมื่อนั่งก็หันไปถามธาราด้วยน้ำเสียงสดใสว่า "สวัสดี ฉันชื่อ ไป๋หลิน นะ ฉันขอเรียกนายว่า ธาร คงได้สินะ ธาร"

     ธาราพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะกินแซนวิชไข่หวานก่อนจะดื่มนมตามพลางอ่านหนังสือไปด้วยอย่างไม่ถือสาอะไร ไป๋หลินก็พูดต่อ

     "งั้นธาร ฉันได้ข่าวว่านายลงแข่งประเภททีมในวันพรุ่งนี้ด้วยใช่ไหม นายคิดว่าจะชนะพวกฉันได้เหรอ"

     "ฉันชนะหัวกิลด์และคนที่เก่งกว่าเธอสองคนด้วยตัวคนเดียวแถมในเวลาไม่ถึงสิบวิ เพิ่มเธอ ลีออน เซเรส หรือจะสองสาวนั้นมากี่คนก็คงไม่ต่างมากนักหรอกมั้ง"

     ไป๋หลินถึงกับคิ้วกระตุกออกมาเมื่อได้ยินแต่เธอก็ยังคงยิ้มออกมาพร้อมพูดต่อ "นายดูมั่นใจจังนะ"

     ส่วนลีออนถึงกับสำลักน้ำออกมาโดยมีเซเรสคอยลูบหลังให้เขาอยู่ข้างๆพร้อมจ้องมองธารา "แน่นอนสิ เพราะยังไง ฉันก็ชนะอยู่แล้ว 
ไม่เชื่อ พรุ่งนี้ก็ใช้อารมณ์ขุ่นเคืองนั่นมาเจอกับฉันดูสิ"

     อเล็กซ์จับไหล่ของธาราแน่นโดยมีสองหนุ่ม คลิฟและไรท์อยู่ด้านหลังด้วยใบหน้าเคร่งขรึมก่อนจะเสียงเข้มต่ำราวกับจะข่มขู่ว่า 

     "ฉันจะถือว่าคำพูดนั้นของนายเป็นการประกาศเป็นศัตรูกับพวกเรา "กิลด์คิงค์คราวน์" ของพวกเรา คงไม่ผิดนะ ธารา เทพพิทักษ์" 

     แน่นอนว่าธาราจงใจปล่อยให้อเล็กซ์จับตัวเขาได้ เพราะเอาเข้าจริงๆธาราไม่มีทางไม่รู้ตัวหรอกว่ามีคนเข้าใกล้เขาเพียงแต่การใช้มันตลอดเวลาในทุกจังหวะชีวิตมันก็ดูจะเหนื่อยมากเกินไป

     "ก็ตามนั้นแหละ อเล็กซ์ เพนดราก้อน หวังว่าพรุ่งนี้จะชนะฉันได้นะ เพราะพรุ่งนี้ ฉันก็จะโจมตีพวกนายแค่คนเดียวเหมือนเดิม"

     ราวกับโดนหักหน้า อเล็กซ์ขึงตามองอย่างโกรธเคืองก่อนจะปล่อยมือแล้วสะบัดตัวเดินไปนั่งที่เดิมของพวกเขาด้วยความหงุดหงิด

     ไป๋หลินถึงกับหุบยิ้มเดินจากไปนั่งกับพวกอเล็กซ์ด้วยใบหน้าบูด ส่วนลีออนและเซเรสต่างก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆให้แก่กัน

     ก่อนจะขอตัวเดินไปนั่งกับเพื่อนของพวกเขา ซึ่งดูจะโกรธเคืองธารายิ่งกว่าเดิม แน่นอนว่าตลอดการสนทนาของพวกเขามีผู้คนจับตามองและตั้งใจฟังเป็นอย่างดี พวกเขายังอดคิดโกรธเคืองแทนกิลด์คิงค์คราวน์ไม่ได้ เพราะถ้อยคำของธาราที่พูดออกมานั่นมันช่างกระด้างหูยิ่งนักราวกับเป็นคำพูดของอสรพิษร้าย

     สร้างความไม่พอใจให้นักศึกษาอัลฟ่าและผู้ชมบางส่วนเป็นอย่างมาก แต่เขาก็หาได้สนใจไม่กลับนั่งชมการแข่งขันราวกับไม่มีอะไร

     เฟยและเซลต่างก็รู้สึกหนาวสันหลังวาบอย่างแปลกๆออกมา โดยมารู้ทีหลังว่าเจ้าเพื่อนตัวดีของเขาก่อเรื่องใหญ่ไว้อีกแล้ว

     มาร์กาเล็ตและซิคก็กล่าวปลุกเร้าอารมณ์ผู้ชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "เอาละคะ มาถึงช่วงเวลาที่ทุกท่านรอคอยของเย็นวันนี้ การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศหญิงเดี่ยวในวันนี้ ขอเชิญพบกับผู้เข้าแข่งขัน ฝั่งซ้าย"

     "องค์หญิงมาธ่า ไวส์เชส บุตรีองค์โตขององค์กษัตริย์ซาร์มีเอล ไวส์เชส อันดับสี่ของสถาบันเวทมนตร์เอจิสชั้นปีที่หนึ่งและคู่หมั้นของ
องค์ชายอเล็กซ์ เพนดราก้อนครับ ทางฝั่งขวาของทุกท่านคือ"

     "ไอริส วอน เทสมาเรีย บุตรีคนรองของดยุคคาไมล์ วอน เทสมาเรีย อันดับสองของสถาบันเวทมนตร์เอจิสชั้นปีที่หนึ่งคะ ทุกคน"

     เสียงปรบมือสะเทือนเลื่อนลั่น ทั้งสองสาวโบกมือให้ผู้ชมทุกคนด้วยรอยยิ้มสบายๆก่อนจะหันหน้าเข้าหากันด้วยสายตาจริงจัง

     มาร์กาเล็ตที่เห็นท่าทีของทั้งสองก็ส่งสัญญาณให้ทั้งสองก่อนจะขึ้นแท่นลอยพร้อมขอให้ทุกคนนับถอยหลังพร้อมเธอ "สาม สอง หนึ่ง"

     "ศูนย์" การต่อสู้แข่งสองสาวก็เริ่มขึ้น ไอริสชักดาบเรเปียร์ออกมา วิ่งเข้าแทงเข้าใส่มาธ่าที่ยกพิณของเธอมาร่ายกำแพงเสียงคุ้มกันตัวเองพร้อมกับดีดเพลงเสริมพลังโจมตีของเธอ "พรแห่งดาบ"

     ไอริสก็ไม่ยอมน้อยหน้า หน่วงเวทแสงไว้ที่ปลายเรเปียร์ก่อนจะแทงออกไปเป็นหอกแสงทิ่มแทงเข้าใส่กำแพงเสียงของมาธ่าจนเกิดเสียงดั่งสนั่นก่อนจะแตกร้าวในท่าแทงที่สามของไอริส

     มาธ่าเห็นท่าไม่ดีก็ยกเลิกกำแพงเสียง ดีดพิณร่าย "ดาบเสียง" ก่อเกิดคลื่นเสียงคมกล้าเข้าจู่โจมไอริสอย่างร้ายกาจแต่ไอริสสะบัดดาบร่าย
"โล่แสง" เข้าปะทะอย่างหักหาญก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยท่าเท้าประจำตระกูลของเธอ "ก้าวแสงจันทร์" ที่มีชื่อเสียงโด่งดังพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงสุดของเธอเอาดาบจ่อมาธ่า

     มาธ่ากล่าวยอมแพ้ออกมาด้วยรอยยิ้ม การประลองของทั้งสองถึงจะไม่นานอะไรมากนักแต่ก็งดงามและให้เกียรติกัน 

     ผู้ชมราวกับต้องมนต์สะกดทุกผู้คนต่างเคลิบเคลิ้มไปกับการประลองของทั้งสองก่อนจะค่อยๆพากันปรบมือให้ทั้งสองสาว

     พวกเธอยิ้มให้แก่กัน มาธ่ายกมือเพื่อนรักของเธอชูให้ผู้คนรู้ถึงตัวผู้ชนะอย่างสง่างามก่อนจะเดินขึ้นมารวมตัวกับเพื่อนๆของพวกเธอที่ตอนนี้กว่าครึ่งทำหน้าบูดบึ้งออกมาอย่างอารมณ์เสียจนมาธ่าและไอริสต้องถาม

     เมื่อได้ยินก็ไอริสก็มีใบหน้าบูดบึ้งตามไปด้วย โดยมีเพียงมาธ่า ลีออนและเซเรสที่ได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมาอย่างเอ็นดูทั้งห้าก่อนจะหันไปมองธาราที่นั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลพวกเธอเท่าไหร่

     พิธีกรทั้งสองก็พูดขึ้นต่อว่า "เอาล่ะครับ ผมคิดว่าทุกคนในที่นี้ คงรอดูการแข่งขันต่อจากนี้ไม่มากก็น้อย สองสหายเพื่อนซี้จากกิลด์รีไรท์
ผู้คว้าชัยชนะมาอย่างร้ายกาจจนไม่มีใครในที่นี้ไม่รู้จักพวกเขา ขอแนะนำทั้งสองให้รู้จักอีกครั้ง ฝั่งซ้าย "เฟย" อนุรักษ์ เกียรติรักษา ครับ"

     "ฝั่งขวา ได้แก่ เซล วากัส ฉันคิดว่าเราไม่ต้องเสียเวลาพูดให้มากนัก มานับถอยหลังการแข่งขันกันเลยดีกว่าคะ ทุกคน"

     นักศึกษาคลาสเบต้าทุกคนต่างตะโกนนับถอยหลังด้วยเสียงอันดังพร้อมกันกับพิธีกรทั้งสอง "สาม สอง หนึ่ง" และ "ศูนย์"

     สิ้นเสียง ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันจนเกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นดัง "ตึง" พื้นสนามก่อเกิดลมแรงออกมา

     ทั้งสองสหาย ยิ้มให้กันอย่างสนุกสนานก่อนจะเป็นเซลกดกลไกเปลี่ยนหอกเป็นกระบองสามท่อนควงเสยขึ้นแต่เฟยก็เบี่ยงตัวหลบไปทางขวาได้ทันก่อนจะหมุนตัวฟันโดยหน่วงเวทปืนไฟไว้ฟาดเข้าใส่

     เซลรู้ตัวอยู่ก่อน พุ่งตัวหลบไปด้านหลังพร้อมกับร่ายโล่มานาคุ้มกันเวทที่จะตามมาทีหลังในทันที

     เฟยที่รู้ตัวว่าเพื่อนรักของเขาพุ่งตัวไปด้านหลังก็ได้แต่ฟันดาบจั่วลมลงพื้นปลดปล่อยปืนไฟระเบิดพื้นเป็นหลุมแต่เขาก็ไม่ปล่อยให้จังหวะที่เพื่อนของเขาล่าถอยไปด้านหลังช่วงใหญ่เสียเปล่า

     ร่ายแสงสุริยะเข้าดาบก่อนจะฟันเสยขึ้นก่อเกิดคลื่นดาบสีส้มอ่อนออกแดงเข้าใส่สหายรักของเขาโดยไม่คิดจะยั้งมือตามสัญญาที่ให้ไว้แก่กันว่าถ้าเจอกันห้ามออมมือ

     ราวกับคาดเดาเอาไว้โล่มานาปะทะเข้ากับแสงสุริยะของเฟยก่อนที่โล่มานาของเซลจะค่อยๆแตกสลายส่งแสงสุริยะของเฟยเข้าปะทะกับร่างของเซลเต็มๆ

     ทุกคนคิดว่าคงได้ผู้ชนะแล้วแต่พวกเขากับคิดผิด ร่างของเซลค่อยๆเลือนลางปลดปล่อยหมอกออกมารอบสนามจางๆ

     เซลเปลี่ยนกระบองสามท่อนกลับเป็นหอกยาวพร้อมกับพุ่งตัวแทงเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงสุดของเขา

     เฟยเบี่ยงตัวหลบไปด้านซ้ายแบบสุดตัว เซลที่เห็นโอกาสก็ยกเท้าถีบเข้าใส่ท้องเฟยเต็มแรงจนกระเด็น

     เฟยรู้ว่าเสียท่าก็เกร็งท้องรับลูกถีบจนจุกแต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวดี เซลก็พุ่งตัวแทงหอกตามถึงสามครั้งตำแหน่งหัวและไหล่ทั้งสองข้าง

     เขาเบี่ยงตัวหลบก่อนจะร่ายโล่มานากันคมหอกที่แทงเข้าไหล่ขวาพร้อมถอยไปด้านหลังสิบก้าวเพื่อตั้งตัว

     พวกเขาต่างยิ้มยิ่งฟันให้กันอย่างแค้นเคืองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มสนุกสนานราวกับเด็กเล่นเกมแข่งขันกับเพื่อน

     ผู้ชมในสเตเดี้ยมทั้งหมดไม่แม้แต่กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ต่างก็เงียบเสียงราวกับว่าเสียงของพวกเขาจะไปรบกวนการต่อสู้ของสองสหาย

     เฟยพ่นลมออกจากปากเสียงดังก่อนจะชี้ดาบไปด้านหน้าพูดว่า "เฮ้ย เซล เอ็งจะถีบแรงไปเปล่าวะ ล่อซะจุกเลยนะเว้ย"

     เซลยิ้มๆก่อนจะเคาะหอกลงพื้นแล้วพูดตอกกลับด้วยท่าทางไม่ยี่หระ "อ้าวๆก็นายเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอไง เฟย ที่บอกว่า 
"ห้ามออมมือ" ตอนเจอกันน่ะ ฉันก็ทำตามที่นายขอไงจริงไหมล่ะ พวก"

     พูดจบก็ควงหอกไว้ด้านหลังมือซ้ายพร้อมกวักมือเรียกให้เพื่อนรักของเขาเข้ามาด้วยรอยยิ้มกวนประสาทพูดว่า 

     "แต่ฉันว่าตอนนี้ พวกเรามาสู้กันต่อ" ราวกับรู้ใจ เฟยเปลี่ยนจากชี้ดาบไปด้านหน้าเข้าหาเซลเป็นท่าจับดาบอย่างมั่นคงแบบอัศวินก่อนจะพูดต่อคำพูดของเซลราวกับเป็นคนเดียวกันว่า "ให้จบดีกว่า"

     พูดจบ ทั้งสองก็ไม่รีรอ พุ่งเข้าปะทะกันเต็มแรงก่อเกิดคลื่นลมร้อนพัดโบกจนผู้ชมที่อยู่ใกล้ๆยังรู้สึกร้อนออกมาแต่พวกเขาก็หาได้สนใจไม่ เพราะ การประลองตรงหน้าของพวกเขานั่นน่าจะจับตามองเป็นอย่างมาก

     สองสหายโจมตีกันอย่างดุร้าย เฟยฟันดาบพร้อมกับกดกั้นดาบส่งเสียงระเบิดของกลไกก่อเกิดแรงระเบิดเสริมแรงฟาดจนเซลที่รับดาบกระเด็นไปด้านหลัง

     เฟยเห็นจังหวะร่ายบอลเพลิงรูปแบบพิเศษที่ได้จากการฝึกกับไรเซล บอลเพลิงทั้งสามลอยเข้าใส่เซลก่อนจะกลายเป็นเวทปืนไฟอัดเข้าใส่ร่างอย่างร้ายกาจ

     เซลถึงกับเหงื่อตกออกมาด้วยความตระหนกพลางรู้สึกขอบคุณเกี่ยวกับนิสัยของเขาที่ส่งเสียงเตือนเขา "นี่สินะ ความระแวดระวังที่เป็นข้อดีของฉัน จบเรื่องนี้คงต้องขอให้หมอนั่นช่วยสอนเรื่องนี้หน่อยแล้ว"

     แน่นอนว่าเซลไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีสุดยอดความสามารถของนักสู้ที่เรียกกันว่า "ลางสังหรณ์" แถมยังเป็นโดยธรรมชาติซะด้วย

     เฟยกัดฟันกรอดออกมาอย่างเคืองๆในใจก็อดคิดอย่างวิตกไม่ได้ว่า "เฮ้ย ไพ่ลับอันนี้ ไอ้เจ้าเซลก็ยังกันได้งั้นเหรอ เวรแล้วไง"

     เซลพุ่งเข้าก่อนจะกดเปลี่ยนปุ่มกลไกส่งปลายกระบองเข้าใส่เฟยจนตัวงอพร้อมกับจับปลายกระบองอีกด้านฟาดเข้าใส่หัวของเฟยเต็มแรงอย่างไม่คิดจะยั้งมือ

     เฟยอดทนรับความเจ็บปวดก่อนจะจับมือของเซลแน่นแล้วตามด้วยเตะเข้าใส่ท้องจนเซลตัวลอยก่อนจะตามด้วยหมัดซ้ายที่ถือดาบกลับด้านอยู่หมายจะต่อยแล้วฟันเข้าใส่ในครั้งเดียว

     เซลกัดฟันรับหมัดที่ชกเข้าหน้าเต็มแรงแต่ก็ยังไม่พลาดเอากระบองท่อนกลางมารับดาบไว้ได้ก่อนจะกระเด็นตามแรงไปหยุดอยู่ปลายสนามฝั่งตรงข้าม

     ต่างคนต่างโจมตีใส่กันอย่างไม่ยั้งมือ โดยมีสายตาสนุกสนานของเพื่อนรักของพวกเขาอีกคนจับตามองด้วยรอยยิ้ม

     เซลถุยเลือดออกจากปากก่อนยิ้มอย่างสนุกสนานราวกับเด็กกำลังเล่นสนุก โดยมีเฟยยิ้มกว้างอยู่ฝั่งตรงข้าม

     เฟยเช็ดเลือดที่เปื้อนหน้าบริเวณตาออก ก่อนจะควงดาบตะโกนให้สัญญาเพื่อนรักของเขาว่า "เฮ้ย เซล ฉันว่ามาจบกันในท่าต่อไปเลยดีกว่า"

     เซลถอนหายใจก่อนจะยิ้มพร้อมตะโกนตอบกลับเพื่อนซี้ของเขา "เฮ้อ คิดแบบเดียวกันเลยนะ พวกเราเนี่ย จัดไปดิวะ เฟย"

     พูดจบก็ต่างร่ายเวทก่อเกิดสายลมและเปลวไฟลุกท่วมขึ้นมารอบๆตัวของพวกเขาโดยมีพวกเขาทั้งสองเป็นจุดศูนย์กลาง

     เฟยปักดาบลงพื้นปลดล็อคตัวล็อคด้ามจับก่อนจะบิดด้ามจับดาบจนก่อเกิดเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นไปทั่ว ตัวดาบค่อยๆร้อนขึ้นเรื่อยๆราวกับกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเปลวเพลิง เฟยบิดจนได้ยินเสียงดัง "กริ๊ก" ก็เลิกบิดก่อนจะกดล็อคด้ามจับแล้วใช้เท้าเตะปลายดาบที่ปักพื้นขึ้นมาถือด้วยสองมือก่อนจะกดเบรคก่อเกิดเปลวเพลิงลุกท่วมตัวดาบสีส้มเข้มข้นอย่างน่ากลัว เฟยชูดาบขึ้นเหนือหัวเตรียมพร้อม

     เซลไม่ยอมน้อยหน้า หอกของเขาส่องแสงสีเขียวก่อเกิดสายลมหมุนช้าๆแต่มั่นคง คมหอกสั่นสะเทือนไปมาก่อเกิดเสียงวี้ดวิ้วดังไปทั่วสนามประลอง ลมหมุนที่เคยหมุนรอบตัวของเขาไปรวมตัวที่คมหอกก่อเกิดลมหมุนน่ากลัวออกมาอย่างร้ายกาจ คมหอกดูเลือนลางราวกับภาพมายา เซลจับหอกด้วยสองมืออย่างมั่นคงก่อนจะเปลี่ยนการวางเท้าให้มั่นคงแล้วยกหอกไปด้านหลังอยู่ในท่าราวกับเตรียมฟาดกระบอง

     สองสหายราวกับรับรู้กันว่าพวกเขาพร้อมจะปล่อยพลังปะทะกันแล้ว พวกเขาทั้งสองขยับตัวพร้อมๆกัน

     เฟยฟาดดาบลงก่อเกิดคลื่นดาบเพลิงสีส้มเข้มราวกับอาทิตย์อัสดง คลื่นดาบลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงร้อนแรงพุ่งเข้าใส่เซลอย่างร้ายกาจ

     เซลกวาดหอกอย่างช้าๆก่อเกิดคลื่นคมหอกไร้สีที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สายลมคมกล้าพุ่งเข้าใส่เฟยด้วยความเร็งสูง

     ทั้งสองพลังปะทะกันอย่างรุนแรงก่อเกิดเสียงระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วสเตเดี้ยมก่อเกิดหมอกควันจนมองภายในสนามไม่เห็น

      เมื่อสิ้นหมอกควัน สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองยืนอยู่นอกสนามในสภาพอิดโรย เหนื่อยหอบอย่างหนัก

     พิธีกรทั้งสองที่ควรจะพากษ์การแข่งก็ราวกับพึ่งรู้ตัวก่อนจะประกาศขอดูคลิปจับเวลาของสองสหายที่กระเด็นออกนอกสนามว่าใครสัมผัสกับพื้นนอกสนามก่อนกัน

     สองสหายเพื่อนซี้ลุกขึ้นมาด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อยแต่แม้จะเหนื่อยแต่ทั้งสองก็ยังยิ้มออกมาอย่างสนุกสนานให้แก่กันพร้อมหันไปมองหน้าจอตรวจสอบ

     หน้าจอตรวจสอบแสดงเวลาการสัมผัสพื้นของทั้งสองเป็นเวลา 0.17 วิ เท่ากัน นั่นทำให้พวกเขาถอนหายใจพร้อมเก็บอาวุธก่อนจะวิ่งเข้าหากันแล้วชกมือใส่กันด้วยรอยยิ้มสนุกสนานราวกับเด็ก

     ผลการแข่งขันของพวกเขาทั้งสองคือ "เสมอ" กัน ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศประเภทชายเดี่ยว

     ก่อนจะเป็นธาราเดินลงมากอดคอทั้งสองแล้วชักชวนสองสหายเพื่อนซี้ไปกินข้าวด้วยรอยยิ้มยินดี
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 537 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #613 pedlove200 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 18:00
    ไอท่าที่บิดด้ามดาบของเฟยนี่นึกออกเลยแรงบันดาลใจมาจากอะไร5555 ชอบๆ
    #613
    0
  2. #518 Fikusa (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 12:34
    ดีแล้วที่เสมอกัน ฮ่าๆๆๆๆ
    #518
    0
  3. #514 kinomotody (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 11:15
    ซักถาม นะคะ ไม่ใช่ สักถาม ช่วยแก้ด้วยค่า
    #514
    1
    • #514-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 52)
      19 ธันวาคม 2562 / 13:40
      ขอบคุณมากครับ จะรีบแก้ในบัดดล
      #514-1
  4. #134 miss Iu (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 19:08
    พระเอกนี่กล้ารักกล้าเกลียดจริงๆ
    #134
    0
  5. #133 Silver Wale Sedom (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 18:25
    ผมเข้าใจว่าตัวเอกไม่ชอบอัลฟ่า แต่ทำไมต้องหาเรื่องขนาดนั้น
    #133
    2
    • #133-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 52)
      6 ธันวาคม 2562 / 18:40
      เดี่ยวจะค่อยเฉลยครับๆ แต่ส่วนตัวคือ พระเอกชอบแกล้งเด็กน่ะครับ อารมณ์รักหลอกจึงหยอกเล่นน่ะครับ
      #133-1
  6. #132 NessZero (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 17:56

    555 อึงกันทั้งสนาม และ-พวก เอาฝ่า เขียนงี้ปะ น่าจะใช้นะ ไม่หน้าซีดเลยหรา รอดูพรุ้งนี้ พระเอกจะโชว์เทพฯยังไง ต้องอลังกว่าสองหนุ่มนี้ นะ ไม่งั้น ปิดไม่สวย

    #132
    0
  7. #131 phool2 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 17:51
    ค้างงงงง
    #131
    0
  8. #130 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 17:27
    โชว์เทพ
    #130
    1
    • #130-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 52)
      6 ธันวาคม 2562 / 17:28
      เป็นที่เหนื่อยมากเลยครับ ต้องให้สองคนสู้กันครึ่งตอนแถมดูเท่าเทียมกันอีกเนี่ย
      #130-1