Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 49 : งานแข่งขันประจำปี : ประเภททีมชายสามคน [ตอนปลาย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 583 ครั้ง
    13 ม.ค. 63

*ขอแก้ไขหัวข้อการแข่งขันแบบทีมสามคนผสมชั้นปีที่หนึ่งเป็นทีมผสมชั้นปีที่หนึ่งนะครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     เวลา 18.21 น. ก่อนเริ่มการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเภททีมทั้งหมดในช่วงเย็น

     มาร์กาเล็ตและซิคได้เดินขึ้นมากล่าวเปิดสนามอย่างมืออาชีพอีกครั้ง "อีกไม่ถึงสิบนาที การแข่งขังชิงชนะเลิศประเภททีมทั้งหมดก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้งแล้วนะครับเนี่ย คุณมาร์กาเล็ต"

     "นั่นสิคะ คุณซิค ฉันรอลุ้นการแข่งขันรองชิงชนะเลิศไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ แต่ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันนั้นในตอนนี้ เรามีบุคคลที่ผู้ชมใน
สเตเดี้ยมทุกท่านและผู้ชมทางบ้านต้องการจะเห็นทั้งสองพระองค์อย่างแน่นอน ขอให้ทุกท่านลุกขึ้นเพื่อให้ความเคารพสองกษัตริย์แห่ง
สิบสองภาคี กษัตริย์อาเธอร์ เพนดราก้อน องค์ที่ 117 แห่งสภาโต๊ะกลมและกษัตริย์ไกศร อินทรไชยกุล ราชวงศ์ไทยเดิมด้วยค่ะ"

     ทุกคนไม่แม้แต่ธาราต่างก็ลุกขึ้นเฝ้ารอการเสด็จของสองกษัตริย์ด้วยความนอบน้อม โดยเฉพาะกษัตริย์ไกศร

     ธาราเคารพเป็นพิเศษ อาจจะเป็นว่าเขามีสายเลือดไทยค่อนข้างเยอะจึงทำให้เอนเอียงไปทางกษัตริย์ไกศรอยู่แต่เดิมอยู่แล้ว

     แต่ในชีวิตก่อนของเขาเคยได้ทำงานรับใช้กษัตริย์ไกศรอยู่เกือบปี ทำให้รู้นิสัยใจคอ สิ่งที่พระองค์ชื่นชอบและนิสัยที่แท้จริง

     ธาราจึงให้ความเคารพกษัตริย์ไกศรจากใจจริง ถึงแม้เขาจะได้ติดตามพระองค์ไม่กี่ครั้งก็ตาม

     สองกษัตริย์เดินออกมาปรากฎโฉมให้ผู้คนทุกคนทำความเคารพด้วยความนอบน้อม นับถือและยกย่องอย่างสูงส่ง

     กษัตริย์อาเธอร์นั้นมีรูปโฉมสง่างาม องอาจ สมชายชาตรี บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ ผมสีทองสั้นเป็นทรงดั่งแพรไหมทองคำ ดวงตาสีแดงดั่งทัมทิบโลหิต ใบหน้าเกลี้ยงเกราคมเข้ม ฉลองพระองค์ในชุดเครื่องแบบทหารดั้งเดิมของอังกฤษสีขาวขอบทองทั้งตัว
ตรงไหล่คล้องด้วยผ้าคลุมไหล่สีแดงยาวถึงเท้าและในฉลองพระบาทสวมด้วยรองเท้าจั้มหนังสีดำ

     ส่วนกษัตริย์ไกศรมีรูปลักษณ์สูงใหญ่ ดูเข้มแข็ง ร่างกายปราดเปรียวราวกับนักรบผู้เพียบพร้อม ใบหน้าคมเข้มดูจริงจังแต่ก็ให้บรรยากาศอ่อนโยนด้วยดวงตาสีน้ำตาลอ่อนและผมสีดำ ฉลองพระองค์ในชุดสูทสีน้ำตาลทอลายไทยทั้งตัวและฉลองพระบาทด้วยรองเท้าหนังสีดำ

     ทั้งสองพระองค์เดินออกมาโบกมือให้ประชาชนของพวกเขาก่อนจะหยุดยืนอยู่ภายในที่รับชมของพระองค์

     ก่อนจะเป็นกษัตริย์อาเธอร์ทรงตรัสออกมาว่า "สวัสดี ประชาชนชาวเมืองอีเดนทุกคน เรา อาเธอร์ เพนดราก้อน กษัตริย์องค์ที่ 117 แห่งราชวงศ์เพนดร้ากอนและประมุขแห่งสภาโต๊ะกลม ต้องขออภัยทุกท่านที่เรามาเข้าร่วมงานในปีนี้ได้ล่าช้าเนื่องจากเหตุด่วนตอนช่วงเช้าในวันนี้ 
ซึ่งได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกท่านไม่ต้องเป็นห่วงไป"

     "ในวันนี้ เราหวังว่านักศึกษาทุกท่านและเด็กๆที่รับชมอยู่จะได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเองจากผู้เข้าแข่งขันทุกท่านและหวังว่าการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มจะสร้างความสนุกสนานให้กับผู้คนไม่มากก็น้อย เราหวังว่าการแข่งขันในวันนี้จะเป็นไปอย่างราบลื่นและขอให้
ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านแข่งขันกันอย่างมีน้ำใจนักกีฬาและสะอาดยุติธรรม พี่ไกศร อยากจะพูดอะไรกับนักศึกษาและประชาชนหน่อยไหม"

     กษัตริย์ไกศรยิ้มก่อนจะทรงตรัสอย่างอ่อนโยนว่า "ก็ตามที่กษัตริย์อาเธอร์ได้ตรัสไปข้างต้น เราก็ไม่ขอพูดซ้ำที่เรามารับชมในวันนี้ 
เราหวังว่าจะได้รับชมการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมจากนักศึกษาทุกท่าน แน่นอนว่าเราจะมาเข้าร่วมรับชมทุกวันนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป 
หวังว่าเหล่านักศึกษาและผู้เข้าแข่งขันทุกท่านจะแข่งขันกันอย่างมีน้ำใจและยุติธรรม ขอให้ผู้เข้าแข่งและนักศึกษาทุกท่านโชคดี"

     กล่าวจบทั้งสองพระองค์ก็ทรงประทับพระที่นั่งของทางสถาบันที่จัดเตรียมไว้ให้แต่ละพระองค์ไว้อยู่ก่อนแล้ว

     เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการพระราชดำรัสของทั้งสองพระองค์ มาร์กาเล็ตและซิคก็เดินขึ้นมากล่าวแนะนำหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ทั้งแปดที่ให้เกียรติเข้ารับชมในปีนี้

     รอบข้างห้องประทับของสองกษัตริย์นั้นเป็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ทั้งสิบสองที่มาเข้ารับชมในวันนี้ที่มากันถึงแปดคนทิ้งให้อีกสี่คนคอยทำหน้าที่คุ้มกันและส่งสัญญาณ ถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉิน ส่วนลูกหน่วยมีเพียงแค่สี่หน่วยเท่านั้นที่ได้ติดตามมาด้วย โดยในวันนี้เป็นของหน่วยราชสีห์เพลิง กุหลาบน้ำเงิน พฤกษาราตรีและอีกาดำเท่านั้น

     หัวหน้าหน่วยทั้งสิบสองนั้นมากันครบทุกคนไม่ว่าจะเป็น "มาร์คัส รูดเซล" แม่ทัพและหัวหน้าใหญ่ของสิบสองหน่วยพิทักษ์ ผู้บัญชาการหน่วยนกฮูกขุนเขา

     มาร์คัสเป็นชายชราวัย 64 ปีที่ยังคงดูแข็งแรงราวกับขุนเขา ตัวใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง ผมสีเทาแสดงถึงความชรา 
ใบหน้าชราแต่ยังดูคมเข้มดูอ่อนเยาว์เหมือนชายวัย 40 ปลายๆไว้หนวดเคราทรงเหลี่ยม มาในชุดเกราะเต็มยศด้านหลังประดับด้วยผ้าคลุมลาย
นกฮูกสีน้ำตาล

     ข้างซ้ายของมาร์คัสเป็นชายชราวัยใกล้เคียงกันด้วยวัย 61 ปี รูปร่างปราดเปรียว เข้มแข็ง ใบหน้าเข้มไว้หนวดเคราสไตล์เบลโบ้ (Balbo)
ใส่ผ้าปิดตาไว้ข้างหนึ่งเพื่อปิดดวงตาของเขาเอาไว้ ทั้งตัวสวมใส่ชุดสีดำตรงผ้าคลุมไหล่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์อีกาสีดำอยู่เขามีชื่อว่า 
"ดาริอัส มอร์เจียร์" รองหัวหน้าสิบสองหน่วยพิทักษ์ปีกซ้ายและหัวหน้าหน่วยอีกาดำ

     ถัดจากดาริอัสเป็นชายร่างชราใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ผมสีฟ้าอ่อน ไว้หนวดเคราสั้น อายุ 56 ปี รูปร่างสูงดูแข็งแกร่ง ผ้าคลุมลายสัญลักษณ์หน่วยเหยี่ยวเงิน เจ้าของฉายา "เหยี่ยวโลหิตพิรุณ" ชื่อว่า "ไททัส นาร์เดีย" ข้างๆกับเขาเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ต้นๆ มีรูปร่างสูงเพรียวบาง ใบหน้าเย็นชาเรียวงามเข้ากันกับสีผมสีฟ้าอ่อนเช่นเดียวกับไททัส ดวงตาเรียวคมทิ่มแทงดั่งกระบี่ ใส่ผ้าคลุมลายเหยี่ยวเงิน ผู้ที่ถูกผู้คนตั้งความหวังให้เป็น "เหยี่ยวโลหิตพิรุณคนต่อไป" ลูกชายของไททัสชื่อว่า "เกว็น นาร์เดีย" ผู้เป็นคู่หมั้นกับเหม่ย ซูเหวิน

     ต่อจากไททัสนั่นเป็นชายผมสีเขียวเจ้าของฉายา "จ้าวแห่งสายลม" ผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอกับทำหน้าอื่นไม่เป็น เจ้าตัวมีนิสัยราวกับสายลม ใบหน้าหวานคล้ายสตรี ซึ่งเจ้าตัวเกลียดมากที่มีคนเรียกเขาว่า "สตรี" คนที่กล้าพูดนั้นโดนเขาอัดจนเกือบพิการ เขามีชื่อว่า 
"เรนเดล วินเดียร์" รูปร่างผอมเพรียวราวกับอิสตรีในชุดเกราะอ่อน ตรงผ้าคลุมมีลายสัญลักษณ์หน่วยรูปกริฟฟ่อนเขียว อายุ 31 ปี

     ด้านข้างขวาของมาร์คัสเป็นหญิงชราที่ยังคงดูอ่อนเยาว์เหมือนผู้หญิงอายุ 30 ต้นๆ แต่อายุจริงนั้นคืออายุ 62 ปี ใบหน้ามีลิ้วรอยตามวัยอยู่บ้างแต่ก็สามารถพูดได้ว่า "งดงาม" ด้วยรูปร่างผอมเพรียวและมีทุกอย่างที่พวกผู้หญิงควรมีอยู่ครบถ้วน เธอคือ หัวหน้าหน่วยพฤกษาราตรีและรองหัวหน้าสิบสองหน่วยพิทักษ์ปีกขวาผู้ได้ชื่อว่าเป็น "แพทย์สวรรค์" และเจ้าของฉายา "ราชินีพฤกษา" หญิงชรามีชื่อว่า 
"ไดแอน เดอส์ ฟราม่า" ประมุขคนปัจจุบันของสมาคมการแพทย์และปรุงยา "ฟราม่า" เธอมาในชุดแพทย์ดูสะอาดสะอ้าน ตรงอกติดตราหน่วยรูปต้นไม้ใหญ่ที่มีดอกและใบเป็นสีขาวเอาไว้

     ติดกับไดแอนเป็นกะเทยรูปร่างสูงใหญ่ตัวสูงสองเมตรกว่าๆเลยด้วยซ้ำ ขนาดที่ยืนเทียบกับทุกคนในกลุ่มยังตัวใหญ่ที่สุด เจ้าตัวมีใบหน้าหวานไม่เข้ากับรูปลักษณ์ที่สมชายยิ่งกว่าผู้ชายแท้ๆเสียอีก มัดกล้ามแน่นแข็งแกร่ง ใบหน้าแต่งอ่อนๆให้พอดูออกว่าเป็นคนรักสวยรักงามใส่ชุดเกราะถักพิเศษสีชมพู นิสัยจริงๆเป็นคนจิตใจดีแต่พอเข้าโหมดต่อสู้เจ้าตัวจะกลายเป็นยักษาจนโดนตั้งชื่อว่า "จอมคลั่ง" มีชื่อว่า 
"ไครอส บริคส์" อายุ 37 ปี หัวหน้าหน่วยยักษาอรุณ มีลูกสาวบุญธรรมชื่อว่า "เมนนี่ บริคส์" อายุ 13 ปี ในอนาคตจะมีชื่อเสียงอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

     ด้านข้างของไครอสก็เป็นไรเอลและเซร่าที่เขารู้จักถัดจากคนทั้งสองก็เป็นหญิงสาวที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนถูกเรียกว่า "สาวอัจฉริยะ" 
สมัยตอนเป็นนักศึกษาได้รับฉายาว่า "จ้าวอักขระสาว" ผู้ใช้อักขระเพียงคนเดียวของสิบสองหน่วยพิทักษ์ ผู้มีพลังป้องกันแข็งแกร่งที่สุดเป็นรองแค่ตระกูลดิการ์เดี้ยน หนึ่งเดียวของผู้ใช้อักขระระดับสีม่วงด้วยวัยเพียง 38 ปี 

     ภรรายาของไรเซล "เซร่า" กับเธอสนิทกันดั่งพี่น้องแท้ๆไปเที่ยวด้วยกันอยู่บ่อยๆ เธอมีชื่อว่า "เจน ออร์กัสติน" หัวหน้าหน่วยพัดเหล็ก
ตรงผ้าคลุมไหล่มีลายพัดจีนและกลีบดอกไม้สีชมพู ข้างๆของเธอเป็นไอรีน หัวหน้าหน่วยกุหลาบน้ำเงินที่นับถือเธอราวกับพี่สาว

     ทั้งสองกล่าวแนะนำเหล่าหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ทั้งแปดคนที่ให้เกียรติมารับชมการแข่งขันเสร็จก็ขอเสียงปรบมือจากผู้ชมและประกาศตารางการแข่งขันในช่วงเย็น

     พวกเขาทั้งสามนั้นได้แข่งขันรอบปิดสนามวันแรก แน่นอนว่าต้องเป็นอย่างงั้น เพราะคู่ต่อสู้ของพวกเขาในรอบชิงเป็นถึงองค์ชายอันดับสองและโอรสของกษัตริย์อาเธอร์ที่ 117 "อเล็กซ์" ยังไม่นับผู้ติดตามของเขาบุตรชายของกษัตริย์ซาร์มีเอลอ "ไรท์" และ "คลิฟ" ลูกชายของชายผู้ถูกเรียกขานว่า "กาลาฮัด" อย่างชิลด์ รูค ดิการ์เดี้ยนอีก

     หลังจากประกาศตารางการแข่งขันก็เข้าสู่การแข่งขันแบบทีมประเภทต่างๆตั้งแต่ทีมแปดคน ทีมสิบหกคน และทีมสามสิบสองคน

     บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงเชียร์สะเทือนเรือนลั่นไปทั่วบริเวณ

     ธาราจ้องมองการแข่งขันด้วยสายตาเลื่อนลอยราวกับไม่ใส่ใจก่อนจะมาตาลุกวาวด้วยความสนใจกับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทีมสามคนหญิงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า

     ในชีวิตที่แล้วเขาไม่ได้เข้าร่วมรับชมการแข่งขันแม้แต่น้อยเนื่องจากติดอยู่ในดันเจี้ยนรยูที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าสำรวจได้จากผลการเรียนดีเด่นตลอดช่วงเทอมแรกของหลักสูตรขั้นสูง โดยติดอยู่ในหนึ่งในยี่สิบของชั้นปีในฐานะนักศึกษาคลาสเบต้าเพียงคนเดียว

     แน่นอนว่าธารานั้นก็เฝ้าสังเกตการแข่งขันของอเล็กซ์ทุกรอบเป็นอย่างดี  แต่ทว่าการแข่งขันชิงชนะเลิศทีมสามคนหญิงนั้นเป็นการแข่งขันที่เขาให้ความสนใจมากกว่าการแข่งขันประเภทอื่นแถมเขาก็เก็บรวบรวมข้อมูลของทีมคิงค์คราวน์ฝั่งผู้ชายมามากเกินพอจนรู้ไส้รู้พุงจนหมดแต่กับฝั่งผู้หญิงนั้นมีแต่ข้อมูลไร้สาระทั้งเรื่องกุ๊กกิ๊กกับคนนั้นคนนี้บ้าง ทั้งการดูแลผิวพรรณ ทรงผม บ้าง

     เรียกได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับการต่อสู้ของสาวๆในกิลด์คิงค์คราวน์นั้น ธารารู้น้อยกว่าฝั่งผู้ชายมาก ทำให้เขาสนใจการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มขึ้นเป็นพิเศษ

     มาร์กาเล็ตประกาศรายชื่อผู้เข้าแข่งขันรอบชิงทั้งสองฝ่าย บนสนามก็ปรากฎสาวๆตัวแทนอันดับสอง สี่และหกของชั้นปีที่หนึ่ง

     สามสาวผู้เลอโฉมอย่างโดดเด่นอยู่บนเวที ทั้ง ไอริส มาธ่าและไป๋หลิน สังกัดกิลด์คิงค์คราวน์ของเจ้าชายอันดับสอง

     ไม่นานเกินรอ การแข่งขันก็เริ่มขึ้น เป็นไป๋หลินร่ายเวทสายฟ้า "กงจักรสายฟ้า" เข้าใส่คู่แข่งก่อนจะวิ่งตามเข้าไปด้วยมือที่ส่งเสียง 
"เปรี้ยะๆ" ออกมาพร้อมกับประกายสายฟ้าด้วยผลของเวท "หัตถ์สายฟ้า"

     ธาราเป่าปากชื่นชมอยู่ในใจว่า "กงจักรสายฟ้า เวทระดับ C กับหัตถ์สายฟ้า เวทระดับ D+ งั้นเหรอ แถมใช้พร้อมกันซะด้วย ใช้ได้เลยนี่นา"

     ไป๋หลินพุ่งเข้าคลุกวงใน โดยมีมาธ่าให้การสนับสนุนด้วยเวทบทเพลงทั้ง "สายลมแห่งเสียง" และ "ลับลวงใจ"

     สายลมแห่งเสียงจะสร้างสายลมกระแทกเข้าใส่เป้าหมาย ส่วนลับลวงใจจะสร้างภาพหลอนให้กับคู่แข่งในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

     ส่วนไอริสนั้นกำลังร่ายเวทเฉพาะตัวเท่าที่ธาราจำได้ในชีวิตที่แล้ว เธอจะใช้มันในการแข่งขันครั้งนี้และเป็นผู้ชนะไปเลย ซึ่งกำลังจะแผลงฤทธิ์เดชของมันออกมาให้ผู้คนได้ประจักษ์ในไม่ช้า

     ไอริสรวบรวมมานาเอาไว้ที่มือขวา โดยนำมือซ้ายที่กำไว้มาวางไว้ด้านล่างมือขวาจนดูราวกับท่าจับดาบ

     มานาของเธอส่องแสงออกมาจากอุ่งมืองามอย่างเจิดจ้า เมื่อรวบรวมได้ในระดับหนึ่ง ไอริสก็ส่งสัญญาณให้มาธ่าบอกไป๋หลินให้หลบแทนเธอที่กำลังใช้สมาธิ

     มาธ่าใช้เวทโทรจิตที่เป็นเวทลับของเธอที่มีคนรู้เพียงแค่สมาชิกในกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าไม่รอดพ้นสายตาของธารา เพราะวงเวทย์เล็กระหว่างคิ้วของเธอนั้น เขาจำมันได้เป็นอย่างดีแต่ไม่มีสิทธิศึกษามันเนื่องจากราคาที่แพงหูฉีก

     ไป๋หลินที่ได้รับสัญญาณก็หลบออกมาด้วยเวท "ก้าวอัสนี" ก่อนที่ไอริสจะกวาดมือขวาที่กำอยู่ราวกับฟาดดาบ

     ส่งแสงสีขาวนวลตาราวกับจันทร์เสี้ยวฟาดฟันเข้าใส่คู่แข่งของพวกเธอ ส่งทั้งสามคนออกจากสนามไปในพริบตา

     ทั้งสนามต่อโห่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ไป๋หลินและมาธ่าต่างเข้าไปยินดีกับความสำเร็จของเพื่อนของพวกเธอก่อนจะกล่าวพูดอะไรเล็กน้อยแล้วเดินลงจากสนามเพื่อมารับชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศสามคนชาย ซึ่งแข่งขันต่อจากพวกเธอ

     ธาราได้ออกจากห้องพักด้วยท่าทีสบายๆราวกับออกมาเดินเล่นในสวนข้างบ้าน ระหว่างทางก็ได้ส่งสัญญาณนิ้วให้กับสองสหาย โดยชูหนึ่งนิ้วขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปที่หูฟังราวกับต้องการจะพูดว่า "รอบนี้ ฉันจัดการเอง พวกนายดูแล้วอย่าลืมใส่หูฟังด้วยละ"

     ซึ่งทั้งสองก็เพียงยิ้มก่อนจะเดิมตามเขาไปสนามแข่งขัน เมื่อมาถึงก็ได้ยินเสียงโห่ร้องเสียงดัง

     มาร์กาเล็ตและซีค กล่าวแนะนำตัวผู้เข้าแข่งขัน โดยเริ่มจากคิงค์คราวน์แล้วตามด้วยพวกเขา ก่อนจะกล่าวถึงผลงานรอบผ่านๆมา

     "ก่อนจะเริ่มการแข่งขันรอบชิง เรามาดูผลการแข่งขันรอบก่อนๆของทั้งสองฝ่ายกันเลยคะ"

     "ทางฝั่งกิลด์คิงค์คราวน์นั้นตลอดการแข่งขันได้รับชัยชนะโดยเสียเวลาในการต่อสู้เพียงแค่ 17 นาที 58 วินาที คะ"

     กล่าวเสร็จก็ได้รับเสียงปรบมือสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วก่อนจะค่อยๆเงียบลงเพื่อให้เธอกล่าวต่อ มาร์กาเล็ตที่ได้รับสรุปเวลาตลอดการแข่งขันของพวกธาราก็มีสีหน้าราวกับเห็นผีก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า

     "ส่วนทางฝั่งกิลด์รีไรท์นั้นตลอดการแข่งขันได้รับชัยชนะโดยเสียเวลาในการต่อสู้เพียงแค่ 1 นาที 7 วินาทีคะ"

     ทั้งสนามเงียบกริบออกมาราวกับป่าช้า กษัตริย์ทั้งสองกับองค์ราชินีและเหล่าหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ทั้งสิบสองทั้งแปดที่ได้ฟังการประกาศต่างก็ตาเบิกกว้างออกมาด้วยความแปลกใจ

     ก่อนจะเป็นซิคพูดกระอ้อมกระแอ้มว่า "เอิ่ม นั่นเป็นผลการแข่งขันที่สุดยอดสุดๆไปเลยนะครับ ของกิลด์รีไรท์น่ะ แต่ว่าผมว่าทุกคนไม่ได้อยากได้ยินผลการแข่งขันก่อนหน้ากันหรอกครับ แต่จะมาดูการแข่งขันสุดมันส์ที่กำลังจะเริ่มขึ้นมากกว่า ใช่ไหมครับ ทุกท่าน"

     ผู้ชมต่างก็ค่อยๆได้สติต่างพากันโห่ร้องเตรียมตัวรับชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศปิดสนามในวันนี้

     มาร์กาเล็ตทำท่าจะพูดอะไรออกมา ธาราก็กล่าวขัดบทขึ้นมาซะก่อนว่า "เอิ่ม ขอโทษนะครับ คุณพิธีกรทั้งสอง"

     ซิคกล่าวรับคำเรียกของธาราอย่างรวดเร็ว "ครับ ผู้เข้าแข่งขัน ธารา ไม่ทราบว่ามีอะไรเหรอครับ"

     ธารายิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวว่า "อยากให้ทั้งสองคนขึ้นไปโซนด้านบนก่อนน่ะครับ พอดี เห็นพวกคุณยืนอยู่ระดับเดียวกันแล้ว ผมกลัวว่าพวกคุณจะโดนเวทของผมเข้ามันทำให้ผมใช้เวทไม่ค่อยสะดวกไปด้วยน่ะครับ รบกวนทั้งสองขึ้นไปก่อนแล้วค่อยประกาศเริ่มทีครับ"

     ทั้งสองพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินไปเหยียบแท่นลอยพร้อมกล่าวประกาศส่งสัญญาณเริ่มการแข่งขันด้วยความน้ำเสียงปลุกเร้าโดยขอเสียงผู้ชมรอบสนามให้มาช่วยกันนับพร้อมกันว่า "หนึ่ง สอง"

     "สาม" สิ้นเสียงประกาศนั่นก็ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนทุกคนในสนามต่างก็ไม่คาดคิดว่าผลการแข่งขันจะจบลงอย่างงี้

     หลังจากสิ้นเสียงนับ "สาม" ธาราก็พุ่งเข้าหาสามหนุ่มกิลด์คิงค์คราวน์ด้วยความเร็วสูงจนเห็นเป็นเส้นแสงสีดำก่อนจะดีดนิ้วดัง "เป๊าะ"

     ก่อเกิดคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิคจนทุกผู้ทุกคนต่างต้องเอามือมาอุดหูกันอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นเสียงสั่นสะเทือนครั้งแรก

     ภาพที่พวกเขาเห็น คือ สองหนุ่มกิลด์คิงค์คราวน์ล้มลงโดยมีธาราพยุงเอาไว้ไม่ให้หน้าทิ่มกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บก่อนจะค่อยๆปล่อยลงพื้นอย่างนุ่มนวล

     ธาราหันไปมองชายหนุ่มผมม่วงเพียงคนเดียวของกลุ่มก่อนที่คลิฟจะได้ทำอะไร ธาราก็หายตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาราวกับภูติพราย

     ในมุมมองของคลิฟ ตัวตนของธารากลายเป็นอะไรที่เหนือชั้นและน่ากลัวยิ่งกว่าอะไรที่ผ่านมาทั้งหมดเสียอีก

     ธารายกมือขวาขึ้นไปแนบข้างๆหูของเขาก่อนจะดีดนิ้วเสียงดัง โดยที่ตัวของคลิฟนั้นเห็นการกระทำตรงหน้าช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่น

     ภาพสุดท้ายที่คลิฟเห็นก่อนจะสลบไป คือ "รอยยิ้มกว้างที่ดูชั่วร้ายและทรงอำนาจจนเขายังอดผวาไม่ได้"

     สิ้นเสียงสั่นสะเทือนครั้งที่สอง สมาชิกทีมกิลด์คิงค์คราวน์ก็ต่างล้มตัวนอนอยู่บนพื้นด้วยเวลาไม่ถึงสิบวินาที

     ธาราหันไปตะโกนบอกพิธีกรทั้งสองว่า "ช่วยหยุดเวลาแล้วนับให้หน่อยได้ไหมครับ คุณพิธีกร"

     ทุกคนในสนามต่างเงียบกริบ โดยเฉพาะลีออนและสี่สาว เพราะตอนนี้ หัวหน้ากิลด์ของพวกเขากำลังแพ้แถมยังในชั่วพริบตาด้วยคนเพียงคนเดียวแล้วพวกเขาจะพูดอะไรออกมาได้ล่ะ

     มาร์กาเล็ตและซิคราวกับโดนสาดน้ำเย็นใส่ทั้งสองขานนับถอยหลังการแข่งขันตามหน้าที่ด้วยท่าทีลำบากใจ

     "หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ" ตลอดช่วงระยะเวลาสิบวิที่นับนั่นราวกับยาวนาน ทั้งสามแห่งกิลด์คิงค์คราวน์ก็ยังไม่ได้สติ

     หลังสิ้นเสียงนับ ทีมแพทย์ก็วิ่งเข้ามาดูอาการทั้งสามก่อนจะใช้เวทปลุกทั้งสามให้ตื่นขึ้นมา

     ทั้งสามมีท่าทีงงงวยก่อนจะได้ยินเสียงประกาศของสองพิธีกรที่ทำให้พวกเขาถึงกับหน้าซีดไปเลยว่า

     "ผู้ชนะได้แก่ กิลด์รีไรท์ค่ะ" ไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือราวกับทุกคนในสเตเดี้ยมยังไม่เชื่อสายตาของพวกเขาเอง ก่อนจะมีเสียงปรบมือดั่งสนั่นมาจากห้องประทับของกษัตริย์ไกศรและแม่ทัพใหญ่มาร์คัสที่นั่งดูอยู่ใกล้ๆ

     ผู้ชมถึงได้สติต่างก็ปรบมือให้กับพวกเขาด้วยเสียงแผล่วเบา ก่อนจะเป็นมาร์กาเล็ตล่อนลงมาจากแท่นลอยเพื่อสัมภาษณ์ทั้งสามสหายว่า

     "เอิ่ม ผู้เข้าแข่งขัน ธารา มีอะไรอยากจะพูดถึงเกี่ยวกับการแข่งขันในวันนี้บ้างไหมคะ ในฐานะของผู้ชนะ"

     ธารายิ้มให้มาร์กาเล็ตก่อนจะหันไปเหลือบมองพวกอเล็กซ์แล้วพูดว่า "ก็มีอยู่นะครับ งั้นขอพูดเลยล่ะกัน"

     ธารายิ้มกว้างด้วยความมั่นอกมั่นใจก่อนจะกราดมองเข้าใส่ผู้ชมทุกคนในสเตเดี้ยมด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวคมกล้า

     "ถึงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆเบต้าทุกท่าน ถ้าพวกคุณได้ยินหรือได้ดูการแข่งขันในวันนี้อยู่ ผมอยากบอกพวกคุณว่า พวกคุณยังไม่สิ้นหวัง"

     "ผมมีชื่อว่า "ธารา เทพพิทักษ์" ข้างซ้ายของผม คือ "เฟย" อนุรักษ์ เกียรติรักษา และข้างขวาของผม คือ เซล วากัส ทั้งสองคนนี้เมื่อสี่เดือนก่อนยังอยู่แค่เพียงระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นเท่านั้น แต่มาตอนนี้ พวกเขาทั้งสองอยู่ระดับนักเวทย์ขั้นต้นแล้วพวกคุณดูสิ พวกเขาสามารถเอาชนะนักศึกษาคลาสอัลฟ่าได้โดยไม่ต้องให้ผมช่วยจนถึงรอบชิงชนะเลิศ"

     คำพูดของธาราราวกับเรื่องเหลือเชื่อแต่ทว่าทุกอย่างย่อมมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งทุกคนในสเตเดี้ยม กษัตริย์ทั้งสอง หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ 
ทุกคนต่างอึ้งไปกับคำพูดอธิบายราวกับว่าเป็นเรื่องง่ายๆของธาราไม่ได้

     "ส่วนผมเมื่อสี่เดือนก่อนอยู่ระดับนักเวทย์ฝึกหัดขั้นกลาง แต่ตอนนี้ ผมอยู่ระดับนักเวทย์ขั้นสูงเทียบเท่ากับกลุ่มหัวกะทิสิบอันดับแรกแถมตอนนี้ยังชนะกิลด์คิงค์คราวน์ของเจ้าชายอเล็กซ์ เพนดราก้อนด้วยตัวคนเดียวอีก"

     อเล็กซ์ที่ได้ยินก็ได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ เพราะ ทุกคำพูดของคนตรงหน้าเขาเป็นความจริงที่เถียงไม่ได้

     "ผมจึงอยากจะบอกพี่น้องคลาสเบต้าทุกท่านที่กำลังรับชมอยู่ว่า "พวกคุณยังไม่สิ้นหวัง" เพราะ พวกเรากิลด์รีไรท์จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์และกฎหมายปัญญาอ่อนนี้เอง"

     ธาราชี้นิ้วไปด้านหน้าก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจว่า "ผมให้สัญญาพวกคุณได้เลยว่าการแข่งขันที่พวกเราเข้าร่วมทั้งหมด 
ผู้ชนะจะเป็นพวกเรากิลด์รีไรท์อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเหล่ารุ่นน้องนักศึกษาปีสามขั้นต้นที่ปีหน้าจะกลายเป็นรุ่นน้องของฉันและเพื่อนๆชั้นปีหนึ่งขั้นสูงคลาสเบต้าทุกท่านที่คิดว่าตัวเองโดดเด่นกว่าคนอื่นๆในชั้นปี ผมขอเชิญชวนพวกคุณทุกคนมาเข้าร่วมกับเรา "กิลด์รีไรท์"
พวกเรายินดีต้อนรับคนที่เจ๋ง ไม่ว่าจะยากดีมีจนขนาดไหน เรายินดีรับหมด ถ้าคุณมีความสามารถเข้าเกณฑ์ของเรา เราจะสนับสนุนคุณด้วย
ทุกอย่างที่พวกเรามี พวกเราจะรอต้อนรับพวกคุณอยู่ สมัครกันเข้ามาเยอะๆล่ะ"

     พูดจบก็เดินไปหยิบสร้อยผู้พิทักษ์จากมือของซิคก่อนที่ทั้งสามจะหายไปจากสนามประลองด้วยความรวดเร็ว

     ทิ้งให้สเตเดี้ยมที่เคยเงียบกริบราวกับป่าช้านั้นดังสนั่นไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดีของนักศึกษาคลาสเบต้าและเสียงโห่ร้องของผู้ชมที่ดังไปทั่วบริเวณพร้อมกับนักข่าวที่วิ่งวุ่นไปทั่วตามหาข้อมูลของสามสหายแห่งกิลด์รีไรท์ที่ได้ประกาศถ้อยคำอันแสนอวดดีออกมาอย่างกล้าหาญโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรมที่ไหนทั้งนั้น

     โดยมีกษัตริย์ไกศร มาร์คัส และไรเซล ยิ้มกว้างออกมาด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน ทั้งสามคิดแบบเดียวกันอยู่ในใจว่า

     "สงสัยปีนี้จะเป็นงานแข่งขันประจำปีที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยมีมาอย่างแน่นอน"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 583 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #707 sornram123 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 19:27
    ดีดนิ้วคล้ายๆเทพทัตป่าวอะ
    #707
    0
  2. #679 Empty_Mind (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 19:14
    กรงจักรสายฟ้า >> กงจักร

    กรง > ลักษณะเป็นซี่ล้อมไว้ กักไว้ ขังไว้ในกรง
    กง > วง / ล้อ ลักษณะกลม
    #679
    1
    • #679-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 49)
      13 มกราคม 2563 / 22:16
      ขอบคุณครับ
      #679-1
  3. #654 Pisit Yuragate (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 18:23
    ฉากดีดนิ้วแห่งเทพ
    #654
    0
  4. #515 Fikusa (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 11:49
    คลื่นโซนิคบูม ดีไม่เละเป็นโจ๊ก
    #515
    0
  5. #120 godverystore (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 14:18
    มาธ่าจะคลอดลูกออกมามีฉายาว่าชุปเปอร์แมน
    #120
    1
    • #120-1 Fikusa(จากตอนที่ 49)
      19 ธันวาคม 2562 / 11:48
      ไม่ๆๆๆ มาธ่าจะคลอดลูกออกมาฉายาว่าแบทแมนส่วนมาธ่าอีกคนจะรับเด็กมาเลี้ยงฉายาว่าซูปเปอร์แมน
      #120-1
  6. #117 NessZero (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 12:33
    555 เริ่มเข้าใจนวามคิดพระเอกและ ต่อให้เก่งอย่างไงก็มีแค่คนเดียว แต่ถ้าสร้างคน พัฒนาคน เบต้าน่าจะคุมง่ายกว่าจริง
    #117
    0
  7. #116 Nong Prem (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 08:27
    วิชาของเทพ ทัต นิน่า
    #116
    1
    • #116-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 49)
      5 ธันวาคม 2562 / 13:37
      ได้แรงบันดาลใจจากฉากดีดนิ้วท่านเทพนั้นแหละครับ
      #116-1
  8. #115 Jay7715 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 08:17
    ต่อๆๆครับ
    #115
    1
    • #115-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 49)
      5 ธันวาคม 2562 / 13:37
      จัดไปครับ
      #115-1
  9. #114 dfrdz007 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 07:05
    สนุกมาก
    #114
    1
    • #114-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 49)
      5 ธันวาคม 2562 / 13:38
      ขอบคุณครับผม
      #114-1
  10. #113 Crown Wizard (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 06:10
    เปิดตัว ตัวละครเยอะไปครับ อ่านแล้วงงเลยข้ามๆ
    #113
    1
    • #113-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 49)
      5 ธันวาคม 2562 / 10:48
      ไม่เป็นไรครับ พอดีต้องเกริ่นในครั้งเดียวน่ะครับ จะให้มาแนะนำตัวผู้ชมทุกวันนับจากนี้ ก็น่ารำคาญด้วยแหละครับ
      #113-1
  11. #112 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 04:40
    จัดให้หนัก
    #112
    0
  12. #111 tao079150 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 04:28
    สนุกมากครับ ขออีกๆๆๆๆๆ
    #111
    1
    • #111-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 49)
      5 ธันวาคม 2562 / 13:37
      ขอบคุณครับ
      #111-1
  13. #109 miss Iu (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 00:54
    อย่างเปรี้ยวอ่ะอ่ะ555
    #109
    1
    • #109-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 49)
      5 ธันวาคม 2562 / 13:38
      เปรี้ยวจี๊ดเลยละครับ ธาราตอนนี้
      #109-1
  14. #108 Ning6653 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 00:34
    ขอบคุณนะคะ นึกว่าจะไม่ลงแล้ววันนี้ สนุกมากๆคะ
    #108
    1
    • #108-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 49)
      5 ธันวาคม 2562 / 00:35
      ทุกวันลงเวลาประมาณนี้แหละครับ พอดีช่วงเย็นจะต้องทำอาหารด้วยน่ะครับ
      #108-1