Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 46 : ตอนพิเศษ โต๊ะอาหารของสองสหาย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 373 ครั้ง
    18 ธ.ค. 62


     สวัสดีครับ ทุกท่าน ผม เซล วากัส ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผม คือ เฟย เพื่อนซี้ของผมเอง

     ตอนนี้ เป็นวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2655 พวกผมกำลังนั่งพักกินข้าวกันอยู่ในห้องอาหารกันสองคนด้วยท่าทางผ่อนคลาย

     หลังจากไม่ได้พักผ่อนสบายๆแบบนี้มาเนิ่นนานร่วมสามเกือบสี่เดือน

     เฟยกับผมในช่วงหนึ่งอาทิตย์มานี้นั้นช่างทำตัวเหลวแหลกจนน่าสังเวชแต่ใครจะสนล่ะ

     พวกผมสองคนลำบากทนรับการฝึกของเจ้าจอมมารโฉดชั่วที่ชื่อ "ธารา" มาตั้งนาน พวกที่ไม่รู้เรื่องก็พูดได้สิ

     ตอนที่ธาราปล่อยให้พวกผมพักกันนั้น เฟยถึงกับน้ำตาร่วงเผาะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ผมก็เช่นกัน

     ตลอดเวลาพักหนึ่งอาทิตย์นั้น พวกผมตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อพักผ่อนร่างกายและจิตใจกันอย่างหนัก ทั้งเล่นเกม ดูหนัง ขอลาไปเที่ยวพักผ่อนจนโดนเจ้าธาราเพื่อนรักของพวกผมมองแบบแปลกๆมาทางพวกผม

     พวกผมถอนหายใจออกมาราวกับว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันสิ้นโลกยังไงอย่างงั้นจนเจ้าของร้าน PISTOL ที่พวกผมแวะมากินเป็นประจำจนสนิทด้วยถึงกับเอาพุดดิ้งสามรสที่เป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างของร้านมาให้พวกผมกินฟรีๆด้วยสายตาละมุนอ่อนโยนจนพวกผมแทบจะหลงรักเข้าให้

     ถ้าไม่ติดว่ามาสเตอร์เป็นผู้ชายบ้ากล้ามละก็นะ พวกผมมองอย่างขอบคุณไปให้มาสเตอร์เจ้าของร้านที่แสนใจดีไม่เหมาะกับรูปลักษณ์ของเขาที่ดูแข็งกระด้าง

     เฟยหยิบช้อนตักพุดดิ้งสามรสกินอย่างเอร็ดอร่อย แน่นอนว่าผมก็เช่นกัน กินเสร็จก็หันมาระบายปรับทุกข์กันสองคนต่อในห้องส่วนตัว

     เฟยถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดด้วยท่าทางท้อแท้ "เฮ้อ คิดแล้ว เครียดวะ เซล พรุ่งนี้ พวกเราจะเจออะไรบ้างวะเนี่ย"

     ผมได้แต่ถอนหายใจตามด้วยสภาพไม่ต่างกันก่อนจะกล่าวตอบกลับไปว่า "เรื่องพรุ่งนี้ ยังไงก็คงโดนบังคับให้ชนะทุกรายการนั้นแหละ 
ถ้าแพ้ละก็ไม่อยากจะคิดเลยวะ เฟย"

     เฟยถอนหายใจหนักกว่าเดิมด้วยสีหน้าปั้นยากก่อนจะย้อนระลึกความหลังช่วงสี่เดือนที่ผ่านมาที่ราวกับนรกแห่งการฝึกฝนอันแสนยาวนานก็ไม่ปาน

     ก่อนเริ่มฝึกกับท่านไรเซล เจ้าเฟยก็โดนจับฝึกพิเศษจนแทบจะมอดไหม้กลายเป็นขี้เถ้าอยู่แล้ว หลังจากนั้นไม่กี่วัน

     ธาราก็มีเรื่องท้าประลองใหญ่พร้อมกันกับที่อาจารย์ลินดามาแจ้งข่าวเรื่องการแข่งขันประจำปีที่พวกผมได้เข้าร่วมเป็นครั้งแรกจากผลงานอันยอดเยี่ยมที่นำอาร์ติแฟคอาวุธระดับ B+ มามอบให้กับท่านไรเซล อาจารย์ของเฟย

     ทำให้พวกผมลอยลำได้เข้าร่วมการแข่งขันประจำปีอย่างแน่นอน ในขณะที่กิลด์อื่นๆต้องพยายามแทบเป็นแทบตายเพื่อเข้าร่วม

     พวกผมกับไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่ฝึก แค่ฝึกเท่านั้น ทำไมพูดคำนี้แล้วร่างกายของพวกผมถึงซีดสั่นราวกับเจอผีอำ ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสายราวกับร่างกายของพวกผมปฏิเสธคำพูดนี้กันนะ

     น่าจะเป็นเพราะช่วงเวลาสี่เดือนที่ผ่านมามันเลวร้ายยิ่งกว่าเรื่องอะไรที่ผ่านมาทั้งหมดของพวกผมรวมกันทั้งชีวิตซะอีก

     การฝึกฝนอย่างไม่รู้จบที่ทำราวกับว่าพวกผมเป็นหุ่นยนต์ฝึกวิชา รอยยิ้มกว้างชั่วร้ายราวกับพญามารกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์
เสียงหัวเราะชั่วร้ายราวกับเสียงหัวเราะของตัวร้ายในหนังหรือการ์ตูนเก่าๆที่ชอบเยาะเย้ยตัวเอกก่อนเริ่มสู้กันที่พวกผมฟังจนหลอนหู

     สายตาที่มองพวกผมตอนฝึกนั้นช่างว่างเปล่าราวกับหุ่นยนต์ไร้หัวจิตหัวใจจนพวกผมแค่นึกถึงก็หนาวสันหลังวาบตัวสั่นออกมาเสียดื้อๆ

     ทั้งสองได้แต่พยายามไม่คิดถึงเรื่องราวตลอดช่วงสี่เดือนที่ผ่านมาของพวกผมที่ราวกับโดนลากเข้าไปในนรกเห็นการฝึกฝนอันไม่รู้จบจักสิ้นและโหดร้ายเกินมนุษยมนาจะทน

     เริ่มตั้งแต่การฝึกกล้ามเนื้อที่ตอนแรกก็ว่า "ยาก" อยู่แล้วด้วยคอร์สฝึกนักกล้ามจากการ์ตูนที่มีชายหัวโล้นต่อยหมัดเดียวศัตรูตายหมด ก็ค่อยๆเปลี่ยนไปกลายเป็นคอร์สฝึกจอมยุทธ์จากหนังหรือการ์ตูนกำลังภายในเรื่องใดสักเรื่องที่หลุดโลกเป็นอย่างมาก

     ทั้งการวิดพื้นโดยค่อยๆลดนิ้วลงจนเหลือแค่นิ้วเดียวแล้วตามด้วยการฝึกเพิ่มกำลังนิ้วด้วยการยกน้ำหนักแต่ละนิ้วที่แทบจะทำให้พวกผมนิ้วหักทุกครั้งที่ฝึก 

     คอร์สเพิ่มความแข็งแกร่งของนิ้วมือด้วยการชกหลุมทรายจนมือชุ่มด้วยเลือดจากหนังบริเวณฉีกขาด ผิวหนังถลอกปอกเปิก เล็บฉีก 
นิ้วห้อเลือด ซึ่งก่อนเริ่มการฝึกพวกผมได้กินยาพิเศษที่เจ้าจอมมารนี้สร้างขึ้นเพื่อการฝึกฝนบ้าๆนี้ที่มีชื่อว่า "ยาดับสัมผัส" ที่มีฤทธิ์คล้ายยาชาแต่ดีกว่านั้นมาก เพราะตลอดการฝึกสามชั่วโมงในแต่ละวัน พวกผมกินมันแค่เม็ดเดียวก็สามารถฝึกได้จนครบเวลา

     แน่นอนว่าหลังจากนั้น พวกผมก็ต้องกินยาที่คล้ายกับยาแดงหรือที่พวกเราเรียกกันว่า "เรดโพชั่น" แต่ธาราบอกว่า "สูตรของเขานั้นดีกว่าเป็นอย่างมากมาก เพราะยาของเขานั้นช่วยในการเร่งระบบฟื้นฟูรักษาตัวเองของมนุษย์และบรรเทาอาการเจ็บปวดในชั่วพริบตา หลังจากที่ดื่มอาการปวดแสบปวดร้อนผิวหนังของพวกผมก็หายไปเป็นปลิดทิ้งพร้อมกับร่างกายที่เหนื่อยอย่างประหลาด 

     ซึ่งธาราก็มาเฉลยให้พวกผมฟังว่าตัวยานี้มีข้อเสียเพียงแค่ทำให้ผู้ใช้เหนื่อยเร็วขึ้นเนื่องจากโดนเร่งระบบการทำงานของร่างกายให้มารักษาตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่เรดโพชั่นนั้นมีฤทธิ์รักษาฟื้นฟูเพียงแค่อย่างเดียวและสามารถใช้ได้ไม่เกินสามขวดต่อวัน

     ในขณะที่ยาของเขานั้นสามารถใช้ได้ถึงสิบขวดแล้วยังมีคุณสมบัติบรรเทาอาการเจ็บปวดคล้ายยาชาเพิ่มเข้ามาอีกด้วย 

     ซึ่งธาราตั้งชื่ออันไพเราะให้กับมันว่า "โลหิตทิพย์" ที่มีรสชาติคล้ายกับน้ำแอปเปิ้ลผสมสตอร์เบอร์รี่

     ถามว่าทำไมถึงบอกรสชาติของเจ้า "โลหิตทิพย์" ได้น่ะเหรอก็เพราะพวกผมต้องดื่มมันวันละไม่ต่ำกว่าห้าขวดบวกกับยาดับสัมผัสที่รสชาติเลวร้ายเหนือคำบรรยายราวกับนำของรสชาติขมมาผสมรวมกันจนตัวยานั้นขมยิ่งกว่าบอระเพ็ดเสียอีก

     หลังจากกินยาดับสัมผัสหนึ่งเม็ดก็ไปฝึกสามชั่วโมงแล้วหลังจากยาตัวแรกหมดฤทธิ์ก็ตามด้วยโลหิตทิพย์ไปหนึ่งขวด

     พวกผมดื่มมันจนคิดว่าเป็นเครื่องดื่มชูกำลังประเภทหนึ่งไปเสียแล้ว นี่ถ้าติดข้างๆขวดด้วยลวดลายกระทิงสีแดงนะ ใช่เลย

     เมื่อดื่มโลหิตทิพย์จนหมดขวด ผมกับเฟยก็ต่างสลับกันทำแผลให้กันก่อนจะไปฝึกขั้นตอนต่อไป

     ขั้นตอนต่อไปของการฝึกนั้น พวกผมเรียกมันว่า "การโดนซ้อม" เพราะเป็นการฝึกต่อสู้โดยให้พวกผมเข้ารุมโจมตีเจ้าเพื่อนตัวดี "ธารา"

     แน่นอนว่าปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างงั้น ตลอดช่วงสามเดือนธาราจะฝึกขั้นตอนนี้ไม่ต่ำกว่าห้าชั่วโมงต่อวัน โดยการอัดพวกผมจนน่วมเละเป็นผ้าขี้ริ้วจนพวกผมอดสังเวชตัวเองในใจไม่ได้

     เมื่อจบการฝึกต่อสู้ก็เป็นการฝึกเวทมนตร์ต่อ แน่นอนว่าแต่ละวันการฝึกไม่เคยซ้ำกันราวกับเจ้าบ้านี่มีเรื่องจะสอนพวกผมอยู่เป็นล้านๆข้อจนพวกผมอดจะหวาดๆในใจไม่ได้

     หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปหนึ่งเดือน ธาราก็กล่าวสิ้นสุดการฝึกสองอย่างแรกเนื่องจากพวกผมสามารถทำมันได้ในระดับที่เจ้าจอมมารนี่พอใจแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนกลายเป็นการฝึกเคลื่อนที่บนที่สูงและทักษะการทรงตัว

     ช่วงแรก พวกผมต้องฝึกการทรงตัว แต่ถ้าฝึกธรรมดาก็ไม่ใช่เพื่อนของพวกผมน่ะสิ เจ้าบ้านี่เล่นให้พวกผมยืนอยู่บนต้นไม้เท่ากับตึกสิบชั้นที่มีลมพัดแรงในห้องจำลอง 

     ซึ่งแน่นอนว่าพวกผมต่างก็ตกลงมา ดีที่มีเบาะป้องกันรองรับแต่ก็เจ็บในระดับหนึ่งอยู่ดี ยังดีที่พวกผมสองคนไม่มีใครกลัวความสูง

     พวกผมเคยลองถามธาราแบบเย็บๆไปว่า "สมมุติ ว่าหนี่งในพวกฉันกลัวความสูงขึ้นมานายจะทำยังไงเหรอ ธาร" 

     เจ้าเพื่อนบ้านี่กลับตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายว่า "ก็จะจับพวกนายมาห้อยหัวจนหายกลัวไปเลย" 

     ตอนที่พวกผมฟังก็ไม่คิดว่าเจ้าหมอนี่มันล้อเล่นซะด้วยสิ เพราะรอยยิ้มที่พวกผมได้รับตอบกลับมา คือ "รอยยิ้มดำมืด" ที่ไม่สื่ออารมณ์อะไรออกมาทั้งนั้นที่เมื่อพวกผมเห็นก็ราวกับรู้คำตอบในใจกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า "แมร่งทำจริงๆชัวส์ๆเลยวะ"

     พวกผมฝึกทรงตัวอยู่เกือบหนึ่งอาทิตย์กว่าจะทรงตัวได้นิ่งในระดับที่ธาราพร้อมอนุโลมให้ผ่านการฝึกขั้นตอนนี้ได้ชั่วคราวก่อนจะเปลี่ยนไปฝึกการเคลื่อนที่บนที่สูงที่เจ้าตัวเคยบอกในดันเจี้ยนมายาสงคราม

     แน่นอนว่าทุกวันก่อนการฝึกเคลื่อนที่พวกผมก็ต้องฝึกทรงตัวอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ โดยที่ธาราไม่แคล้วจะเพิ่มระดับความยากให้พวกผมด้วยการให้ใส่ปลอกแขนและปลอกขาที่มีน้ำหนักข้างละห้ากิโลกรัม คอยถ่วงแข้งถ่วงขาให้พวกผมทรงตัวได้ยากขึ้นเข้าไปอีก 
ซึ่งเจ้าจอมมารนี่ก็เปลี่ยนน้ำหนักของปลอกแขนทุกๆหนึ่งสัปดาห์จากห้าเป็นสิบกิโลกรัมจนปัจจุบันมาหยุดอยู่ที่สิบห้ากิโลกรัมต่อข้าง

     การฝึกเคลื่อนที่บนที่สูงนั้นก็ตรงตามชื่อของมัน คือ "การกระโดดเคลื่อนที่ไปมาบนต้นไม้หรือพื้นที่สูงชันด้วยเวทห้าก้าวเวหาและพุ่งตัว" โดยที่ห้ามความเร็วตกแม้แต่น้อย

     หลังจากนั้นพวกผมก็ได้ฝึกการเคลื่อนไหวให้เบาที่สุดจากธาราที่ก็ไม่ได้ยากอะไรมากมายเมื่อเทียบกับอันอื่นๆแต่ละเอียดอ่อนมากกว่าการฝึกอื่นๆเป็นอย่างมาก

     พวกผมต้องรับรู้ว่าเท้าของตัวเองกำลังจะเหยียบอะไร สามารถลงน้ำหนักเท้าได้เท่าไหร่ถึงจะไม่เกิดเสียงหรือเกิดเสียงเบาที่สุด พวกผมต้องฝึกเดินเหยียบน้ำไม่ให้เกิดเสียง 

     แต่เดิมก็เป็นการฝึกที่ยากมากๆอยู่แล้ว เพราะ ธาราให้ใส่ที่ถ่วงน้ำหนักไม่พอยังห้ามใช้เวทในการฝึกอีกด้วย

     ซึ่งทำให้การฝึกนี้เพิ่มความยากเข้าไปอีกก่อนจะเปลี่ยนเป็นการฝึกหลบหลีกการโจมตี โดยธาราใช้อุปกรณ์ยิงลูกเพ้นท์บอลอัตโนมัติจำนวนเกือบสามสิบเครื่องยิงให้เข้าใส่พวกผมและให้พวกผมหลบมันให้ได้มากที่สุด

     ช่วงแรกของการฝึกพวกผมตัวโชกไปด้วยสีแดงจนน่าสงสารพอผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์ก็ค่อยๆลดน้อยลงไปเรื่อยๆจนธาราปล่อยผ่านการฝึกนี้พร้อมกล่าวกำชับพวกผมอีกว่า "จำไว้การหลบหลีกนั้นต้องทำให้ดีไว้เสมอ ทุกย่างก้าวต้องระมัดระวัง ห้ามก้าวเยอะเกินและห้ามน้อยเกิน เพราะถ้าเยอะเกินพวกนายก็จะเหนื่อยเร็ว ถ้าน้อยเกินพวกนายก็จะโดนการโจมตี เพราะฉะนั้นพึงระวังเรื่องการกะระยะของพวกนายไว้เสมอว่าถูกต้องแน่นอนหรือเปล่า ถ้าไม่ชัวส์ก็หาอะไรมาช่วยพวกนายก็ได้ จำไว้"

     พวกผมก็รับฟังมันแต่โดยดี เพราะการฝึกนี้ทำให้พวกผมได้ฝึกต่อสู้จริงๆสักทีถึงแม้จะยังโดนซ้อมเป็นกิจวัตรเหมือนเดิมก็เถอะแต่ก็ดีขึ้น

     แล้วก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของการฝึก การฝึกทั้งหมดนั้นก็ยังต้องฝึกกันอยู่แต่มีรายการฝึกใหม่โผล่ขึ้นมานั้นคือ "การฝึกรับมือจิตสังหาร"

     ซึ่งหลังจากได้ฝึกในขั้นตอนนี้ก็ทำให้พวกผมได้รับรู้ถึงบรรยากาศแบบเดียวกับรุ่นพี่ที่โดนธาราอัดในการประลองวันนั้นเป็นอย่างดี เพราะพวกผมนั้นถึงกับอาเจียนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนไม่มีอะไรให้อาเจียนออกมาอีก

     แต่ละวัน การฝึกรับมือจิตสังหารก็ค่อยๆเข้มข้นมากขึ้นจากระดับตัวสั่น อาเจียนก็กลายเป็นระดับสลบเหมือด ยืนอยู่ดีๆก็วูบหลับไปก่อนจะโดนเจ้าเพื่อนรักของพวกผมสาดน้ำปลุกให้ตื่นมาฝึกต่อ

     พวกผมฝึกรับมือจิตสังหารอยู่เกือบเดือนจนพวกผมคิดว่าพอจะทนจิตสังหารของเพื่อนซี้ของพวกผมได้ก็เลยลองถามไปว่า 

     "ธารา นายบอกว่าจิตสังหารที่นายปล่อยใส่รุ่นพี่ในวันนั้นไม่ถึงหนึ่งในสามส่วนของจิตสังหารจริงๆของนายใช่ไหม แล้วที่ฝึกให้นายปล่อยใส่พวกฉันล่ะ คือเท่าไหร่งั้นเหรอ"

     ธาราไม่ตอบก่อนจะเขียนอักษรกลางอากาศด้วยพลังอักขระสีเขียวของเจ้าตัวเป็นเลข "30" นั้นทำให้พวกผมได้รู้ว่าที่พวกผมอาเจียนเป็นบ้าเป็นหลังกับฝุบสลบไปดื้อๆราวกับตุ๊กตาล้มลุกนั่น

     แท้จริงแล้วเพื่อนของพวกผมปล่อยจิตสังหารใส่พวกเขาเพียงแค่หนึ่งในสามเท่านั้น

     เฟยอดที่จะรบเร้าให้ธาราปล่อยจิตสังหารจริงๆใส่พวกเขา แน่นอนเพื่อนของพวกผมในตอนแรกก็มีท่าทีลังเลออกมาอย่างเป็นกังวล

     ซึ่งพอผมเห็นก็อดกล่าวเสริมเฟยด้วยความสนใจไมได้ก่อนที่เจ้าตัวดีจะยอมทำตามคำขอ ปลดปล่อยจิตสังหารจริงๆใส่พวกผมจนสลบไป

     รู้สึกตัวอีกที พวกผมก็มานอนอยู่ในโรงพยาบาลใกล้ๆสถาบันพร้อมได้รับรู้ว่าพวกเขาหัวใจหยุดเต้นไปไม่ถึงสามนาที

     นับจากนั้นพวกผมก็ไม่มีความคิดจะลองดีเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเลย หลังจากออกจากโรงพยาบาลในวันต่อมา

     พวกผมก็ไปรับอุปกรณ์ที่ร้านลุงราล์ฟ ธาราได้มีดสีดำที่ตรงส่วนคมเป็นสีแดงดั่งโลหิตที่ลุงตั้งชื่อให้ว่า "บลัดไวเปอร์"

     เฟยได้รับดาบสีแดงที่มีด้ามจับคล้ายคันเร่งมอไซต์และผมได้รับกระบองสามท่อนสีน้ำตาลครีมลายไม้เนื้ออ่อนที่มีลูกเล่นมากมาย

     ซึ่งธาราก็ขออาวุธและชุดของพวกผมไปสลักอักขระรูนป้องกันและเสริมพลังให้ก่อน

     หลังจากนั้นพวกผมก็ได้ฝึกการใช้อาวุธจริงในการต่อสู้แต่ก็ยังคงทำอะไรธาราไม่ได้อยู่ดีและแล้วก็มาถึงช่วงก่อนการแข่งหนึ่งสัปดาห์

     พวกผมก็ได้พักผ่อนสักทีหลังจากสิ้นสุดการฝึกวันสุดท้ายพร้อมได้รับรู้ชื่อกิลด์ของพวกผมที่มีชื่อว่า "รีไรท์"

     ในตอนนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของการพักผ่อนตลอดหนึ่งสัปดาห์ของพวกผม

     พวกผมพากันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะไปจ่ายเงินกับมาสเตอร์และขอตัวกลับบ้านไปพักผ่อนเตรียมรับวันพรุ่งนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 373 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #700 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 12:48
    เกือบตายแล้วไหมละ 5555
    #700
    0
  2. #506 Fikusa (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 21:14
    ธารากลายเป็นตัวร้ายผู้เคารพในสายตาเพื่อนซะแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #506
    0
  3. #176 ThaipaKing (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 15:19
    ไม่ใจดีด้วยก็บ้าละมากินกันแต่ละที 5000เดลขึ้นในแต่บะครั้ง-..-
    #176
    2
    • #176-1 ThaipaKing(จากตอนที่ 46)
      8 ธันวาคม 2562 / 15:31
      เพื่อแกคงไมากลายพันธุ์นะกินโลหิตทิพ ไปขนาดนั้นร่างกายถูกเร่งตลาดเวลาจนร่างกายประตัวทันนี้ชิบหายเลยนะถ้าร่างกายมัยรักษาตัวเองไวขนาดนั้น
      #176-1
    • #176-2 ThaipaKing(จากตอนที่ 46)
      8 ธันวาคม 2562 / 15:33
      ธาราคงกำลังฝึกกายาพิเศษ(กายา/กาย ทองแดง)ให้พวกแกแน่ๆ นี้ขนาดต้องทำใจทำร้ายเพื่อนตัวเอกเพื่อฝึกให้เลยนะเนี้ย
      #176-2
  4. #68 dfrdz007 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 10:39
    thank u
    #68
    1
    • #68-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 46)
      2 ธันวาคม 2562 / 12:05
      Thank you too
      #68-1
  5. #67 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 08:32
    น่าสงสาร 5555+
    #67
    1
    • #67-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 46)
      2 ธันวาคม 2562 / 12:05
      สภาพตอนหลังจากนี้ไป น่าสงสารกว่าเยอะครับ 5555+
      #67-1