Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 44 : โทสะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 623 ครั้ง
    30 พ.ย. 62


     ธาราและพวกที่ตอนแรกกำลังเดินทางกลับบ้านหลังเลิกเรียนนั้นก็โดนขัดขวางไว้ตรงประตูทางเข้าสถาบัน

     ตรงหน้าของพวกเขาทั้งสามนั้นมีรุ่นพี่ปีสามและปีสี่อยู่เกือบสามสิบคนเข้าล้อมพวกเขาเอาไว้ราวกับกลัวจะหนีหายไป

     ธาราทำหน้าเบื่อหน่ายออกมาก่อนจะพูดด้วยท่าทางไม่เกรงใจว่า "ไม่ทราบว่ารุ่นพี่ทุกท่านมีปัญหาอะไรกับผมงั้นเหรอครับ"

     รุ่นพี่ปีสี่คลาสอัลฟ่าที่ดูเหมือนกุ๊ยก็เดินออกมาก่อนจะส่งให้ธารากล่าวขอโทษรุ่นน้องของเขาว่า 

     "เฮ้ย แกนะ ธารา เบต้า ปีหนึ่งใช่ไหม ขอโทษรุ่นน้องของฉันซะที่แกทำให้เขาอับอายเมื่อตอนเที่ยงน่ะ" ไม่พูดเปล่าชี้นิ้วไปทางด้านหลังของเขาที่มีชายร่างใหญ่ก้มหน้าอย่างเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ในกลุ่ม โดยมีรุ่นพี่ผู้หญิงและเพื่อนมาคอยปลอบโยน

     ธาราเมื่อเห็นก็ชักสีหน้าก่อนจะตะคอกเสียงเย็นอย่างดูถูกดูแคลนว่า "อ้อ ไอ้หมีเวรตอนเที่ยงนี่เอง ที่แท้ก็มีแกเป็นหัวโจกนี่เอง ถึงได้มาท้าประลองโง่ๆกับฉันน่ะ มีแกเป็นหัวหน้าลูกน้องก็คงโง่ไม่ต่างกันสินะ"

     รุ่นพี่ปีสี่ตรงหน้าถึงกับหน้าแดงออกมาอย่างบันดาลโทสะแต่เขาต้องรวบรวมสติไม่ให้เสียท่าทีว่า

     "น้องชาย ฉันแนะนำให้นายขอโทษรุ่นน้องของฉันกับฉันที่แกพูดเสียมารยาทเมื่อกี้ซะ ไม่งั้นนับจากนี้ แกไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในสถาบันนี้แน่"

     ธาราได้ฟังก็บันดาลโทสะปล่อยจิตสังหารเข้าใส่พร้อมพูดน้ำเสียงเย็นเยียบว่า "เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ ไอ้เวรตะไล บอกว่าจะไม่ให้ฉันใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในสถาบันใช่ไหม"

     ก่อนที่ธาราจะค่อยๆเดินเข้าหารุ่นพี่ตรงหน้าที่เข้ามาท้าทายเขาอย่างกล้าหาญ โดยไม่ได้พึงสังวรณ์ไว้ว่าพวกเขาท้าทายผิดคนเสียแล้ว

     ทุกคนในบริเวณนั้นรวมถึงคณาจารย์และพวกอเล็กซ์ยังถึงรู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วสรรพางค์กายอย่างช่วยไม่ได้

     จิตสังหารของธาราขนาดเซร่าและไรเซลที่อยู่ในสนามรบจริงยังหวาดกลัวแล้วนับภาษาอะไรกับนักศึกษาและคณาจารย์ที่อยู่ในเขตสันติที่ไม่เคยเจอจิตสังหารมากมายขนาดนี้มาก่อนล่ะ

     ชายหนุ่มรุ่นพี่ตรงหน้าของเขาสั่นกลัวราวกับเจอภูติผีปิศาจที่น่ากลัว ในสายตาของเขาที่ตอนแรกมองเห็นธาราเป็นแค่รุ่นน้องและเหยื่อที่ดูท่าทางอ่อนแอกลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นมัจจุราชสีดำทมิฬแล้วมัจจุราชตัวนั้นก็กำลังเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ

     ทุกย่างก้าวราวกับเวลาเดินช้าลง เขามองเห็นธาราเป็นดั่งปิศาจร้าย

     ธาราเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของรุ่นพี่ที่มาทำตัวอวดดีกับเขาก่อนจะตวาดเสียงดังอย่างเดือดดาลว่า "แกอยากมีเรื่องกับฉันมากใช่ไหม 
ไอ้เวรตะไล งั้นก็เข้ามาเลยมาไอ้พวกระยำ"

     ธาราหันไปมองพวกที่ล้อมเข้าด้วยดวงตาวาวโรจน์จนพวกรุ่นพี่ที่ล้อมรอบพวกเขาต่างหลบตาเขากันหมด

     "พวกแกอยากมีเรื่องใช่ไหม งั้นก็เข้ามาให้หมดเนี่ยแหละ ฉันพนันด้วยเงิน 50 ล้านเดลเลย ส่วนพวกแกเอาแต้มทั้งหมดมาประลองกับฉัน ถ้าฉันแพ้พวกแกก็เอาเงินไปเลย 50 ล้าน ถ้าแพ้ก็ไปให้พ้นหน้าฉันซะ" พูดจบก็เดินนำคนทั้งหมดไปที่สนามประลองโดยไม่หันกลับมามอง

     นักศึกษาคลาสอัลฟ่าทั้งหมดในบริเวณนั้นต่างก็ดวงตามืดบอดไปด้วยความโลภ โดยเฉพาะพวกที่เข้ามาท้าทายธาราที่ถือตัวว่าเป็นรุ่นพี่
นึกว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าอยู่แต่เดิมแล้วต่างเข้าท้าทายธาราด้วยความอวดดี

     เมื่อมาถึงสนามประลองเวทมนตร์การประลองก็เกิดขึ้น เริ่มแรกเป็นเจ้ารุ่นพี่ตัวใหญ่ที่เข้ามาท้าทายเขาตอนเที่ยงที่ตอนแรกมีท่าทาง
หวาดกลัวเขาอย่างออกนอกหน้าแต่พอมีเงินรางวัลที่ชนะเขาได้ก็เปลี่ยนเป็นคนละคน

     ตอนนี้ ชายร่างสูงนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างกับคนละคน เริ่มการประลองปุ๊บเขาก็กะจะร่ายเวทใหญ่เข้าใส่ธารา

     แต่ยังไม่ทันจะเริ่มร่าย ธาราก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาก่อนจะประเคนหมัดเข้าใส่เป็นชุด ต่อยราวกับเขาเคียดแค้นชิงชังกันมาเนิ่นนาน

     ธาราต่อยจนชายร่างใหญ่นั้นนอนเลือดท่วมอยู่บนสนามก่อนจะถูกส่งออกไปนอกสนามด้วยกลไกของกำไลเวทย์

     ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็เงียบกริบออกมาราวกับป่าช้า คนที่คิดจะเข้าประลองน้อยลงไปถึงหนึ่งในสิบส่วน

     คนต่อมาเข้ามาก็โดนแบบเดียวกัน คนแล้วคนเหล่าก็เข้ามาให้ธาราอัดจนตอนนี้ มือของธารานั้นผิวหนังฉีกขาดออกมาห่อเลือด

     บนสนามเต็มไปด้วยเลือดของคนที่มาท้าทายเขา ธาราหันมามองคู่ต่อสู้คนต่อไปด้วยสายตาว่างเปล่า

     ปลดปล่อยจิตสังหารไปทั่วบริเวณโดยไม่คิดปกปิดจนนักศึกษาคนอื่นๆที่คิดจะลองดีก็พากันเปลี่ยนใจกันหมด

     ธาราหันไปมองอย่างมาดร้ายก่อนจะตะโกนท้าทายทุกคนในที่นี้ว่า 

     "เอ้า มีใครจะเข้ามาท้าทายฉันอีกไหม ชนะฉันได้เงินตั้ง 50 ล้านเดลเลยนะเว้ย ไม่เข้ามาเหรอไง ไอ้พวกขี้ขลาดเอ๋ย"

     ราวกับราดน้ำมันลงกองเพลิง ผู้คนที่ตอนแรกเลิกคิดจะท้าทายก็ต่างมีความกล้าขึ้นมาก่อนจะเข้ามาท้าทายธารา

     ทุกคนที่เข้ามาท้าประลองกับเขาล้วนจบที่สภาพเลือดท่วม ส่วนผู้หญิงที่เข้ามาท้าประลองกับเขาเมื่อเริ่มก็ถูกส่งออกไปในทันทีด้วย
เวทแหลนสายฟ้า

     เวลาผ่านสามชั่วโมง ธารายังคงยืนอยู่บนลานประลองราวกับหุ่นยนต์สำหรับประลองเวทมนตร์

     ในตอนนี้ ผู้คนนั้นต่างหน้าซีดเผือดกันถ้วนหน้า ผู้คนส่วนมากที่เข้าท้าประลองกับธารานั้นโดนส่งออกไปอย่างรวดเร็ว

     ถ้าเป็นผู้ชายก็จะโดนอัดจนเลือดท่วมก่อนจะถูกส่งออกนอกสนาม ถ้าเป็นหญิงก็จะโดนส่งออกมาในทันที

     ตลอดสามชั่วโมง ผู้คนหลั่งไหลเข้าท้าทายธาราอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้เหลืออยู่ไม่ถึงสิบคน

     นักศึกษาปีหนึ่ง ปีสองนั้นไม่เหลือใครมีความกล้าพอจะท้าประลองกับเขาอีก ส่วนปีสามก็เหลือเพียงแค่คนตรงหน้าของเขา

     ก่อนจะเป็นเมย์เดรย์กล่าวเริ่มการประลองด้วยใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ธาราก็พุ่งเข้าไปอย่างดุร้าย

     เข่าใส่หน้าของชายฝ่ายตรงข้ามก่อนกลิ้งตัวหันมากระทืบเท้าใส่หน้าเต็มแรงจนนักศึกษารุ่นพี่คนนั้นถูกส่งออกนอกสนามไปด้วยใบหน้าเข็ดขยาดออกมาก่อนจะล้มตัวลงอาเจียนเอาอาหารที่กินออกจากปากจนทุกคนนอกจากตัวธาราอดจะสังเวชออกมาไม่ได้

     ธาราหันไปมองรุ่นพี่ปีสี่อีกเก้าคนที่เข้ามาท้าทายก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อยด้วยท่าทางอวดดีอย่างท้าทายว่า 

     "เอาๆ เข้ามาสิ รุ่นพี่ เก่งนักไม่ใช่เหรอไง ฉันสู้มาสามชั่วโมงติดกันแล้ว ยังไม่มีไอ้เวรตัวไหนทำอะไรฉันได้เลยนะเว้ย พวกแกเก่งมากไม่ใช่เหรอ เข้ามาสักทีสิวะ"

     รุ่นพี่สี่ที่เหลือก็ต่างเข้าไปทีละคน ทีละคนจนเหลือเจ้าหัวโจกที่ท้าทายเขาอย่างออกนอกหน้า

     ธาราที่เห็นก็พูดออกมาอย่างเดือดดาลก่อนมองรุ่นพี่ปีสี่ที่แสนอวดดีตรงหน้าด้วยหางตาอย่างดูถูกดูแคลนราวกับมองขยะไร้ค่า

     "เอาขึ้นมาให้ฉันอัดแกสักทีสิ รุ่นพี่ ฉันยอมทนอัดเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่เห็นด้วยกับแกจนเบื่อแล้วเนี่ย ช่วยเอาหน้าสวะๆของแกมาให้ฉันอัดให้หายอยากหน่อยเถอะ ไอ้คุณรุ่นพี่"

     ตอนแรกที่เขาได้ยินเรื่องของธารานั้น เขาก็เพียงคิดว่าจะสั่งสอนเด็กรุ่นน้องสักหน่อย แต่มาตอนนี้

     เขาก็ได้รู้ว่าเขาคิดผิดมหันต์ที่มาท้าทายเจ้าปิศาจตรงหน้า เขาก้มหน้าฝืนใจเดินขึ้นสนามประลองด้วยหน้าตาสิ้นหวังผิวซีดเผือดราวกับซากศพมีชีวิต ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสิ้นหวัง ตัวสั่นราวกับลูกกวางที่ถูกราชสีห์จ้องจะเอาชีวิต

     เมื่อเขามาหยุดยืนอยู่บนสนามประลอง เมย์เดรย์ก็ได้แต่ก้มหน้าทำหน้าที่ของเขาด้วยน้ำเสียงอึดอัดราวกับหายใจไม่ออก

     ทุกคนในบริเวณนั้นต่างก็มีใบหน้าซีดเซียว ดวงตาอ่อนแรง ยิ่งพวกที่เข้าท้าทายธารานั้นยิ่งแล้วใหญ่

     แต่ละคนมีใบหน้าหวาดกลัวราวกับเจอเจ้ากรรมนายเวร ผู้ชายใบหน้าบ่วมช้ำเละเทะ คนแรกๆที่เข้าท้าทายนั้นถูกหามส่งโรงพยาบาลไปเป็นจำนวนมาก ส่วนคนหลังๆที่เข้าท้าทายนั้นถือว่าโชคดีมากแล้วที่ธาราออมแรงเอาไว้

     การประลองเริ่มขึ้นแล้วก็จบลงไปด้วยสภาพเละเทะจนน่าสังเวชของรุ่นพี่ปีสี่ที่นับจากนี้คงไม่มีใครในสถาบันกล้าเข้ามาท้าทายกับธาราอีก

     รุ่นพี่หัวโจกที่เข้ามาท้าทายเขานั้นโดนธาราอัดจนเละจนพวกคณาจารย์ที่ดูอยู่ต้องเข้ามาแยกก่อนจะเป็นเมย์เดรย์ประกาศสิ้นสุดการประลอง โดยไม่มีใครคิดจะคัดค้านแม้แต่น้อย

     ธาราสะเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิดออกมาอย่างไม่เกรงใจก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากสนามประลองไปทำแผลตรงมือของเขาที่ฉีกขาดจากการชกคนมากเกินไปจนชุ่มไปเลือดทั้งของเขาและของคนที่หาญกล้ามาท้าทายเขา

     นับจากวันนี้จนเรียนจบก็ไม่มีใครกล้าจะมาท้าทายกับเขาอีก โดยเฉพาะนักศึกษารุ่นพี่ที่ประกาศไม่ขอเข้ายุ่งกับธาราอีก

     ส่วนเจ้าตัวหัวโจกหลังจากเหตุการณ์วันนี้ เมื่อเห็นหน้าของธาราก็จะวิ่งหนีไปในทันที

     ทางด้านลีออนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่นั้นมีใบหน้าซีดเซียวราวกับผ้าขาวออกมาก่อนจะหันไปหาเพื่อนๆของเขาที่มีสภาพไม่ต่างกันมากนัก

     ยิ่งพวกผู้หญิงนั้นถึงกับทำท่าจะอาเจียนออกมา ต่างก็พากันไม่มองภาพอุจาดตาที่ธาราก่อไว้

     ส่วนพวกเขาที่จับตามองเหตุการณ์ทั้งหมดก็ลอบสาบานในใจว่าจะไม่ท้าทายหรือพูดจาถากถางคนที่ชื่อ "ธารา" อย่างแน่นอน

     เมื่อเดินออกมาจากสนามประลองได้ไม่เท่าไรห่ ธาราก็ทำท่าราวกับจะล้มลงจนเฟยต้องเข้ามาช่วยประคองด้วยท่าทีเป็นห่วง ใบหน้าของเขาดูอ่อนแรงจนเพื่อนทั้งสองของเขาทำสีหน้าเป็นห่วงเขาอย่างมาก ตัวของเขาไร้เรี่ยวแรงจนไม่มีแรงจะเดินอีกต่อไปก่อนจะขอให้เพื่อนทั้งสองพาเขาไปนั่งพักที่เก้าอี้ใกล้ๆแล้วซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ให้เขาพร้อมบอกให้ไปขอยืมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาให้เขาหน่อย

     ซึ่งทั้งสองก็ไม่ปฏิเสธก่อนที่เซลจะเดินแยกตัวไปห้องพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลมากนัก 

     ส่วนเฟยก็เดินไปกดเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ตู้กดน้ำข้างๆกับเก้าอี้พักของพวกเขาพร้อมถามธาราด้วยท่าทางราวกับต้องการคำอธิบายว่า

     "ธาร ทำไม นายต้องฝืนอัดทุกคนขนาดนั้นด้วยวะ ถึงจะเข้าใจที่พวกรุ่นพี่เข้ามาท้าทายก็เหอะ แต่ว่า"

     ธาราถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบกลับเฟยด้วยท่าทางหงุดหงิดว่า "ก็ไอ้เวรนั้นบอกว่าจะทำให้ชีวิตฉันไม่สงบสุขเองนี่หว่า แค่คิดก็อารมณ์เสียแล้ว" พูดจบก็เม้มปากออกมาอย่างโกรธเคืองจนเฟยถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเข้าใจโดยไม่พูดอะไรออกมาพร้อมโยนขวด
เครื่องดื่มเกลือแร่ให้ธาราดื่มแก้กระหาย

     ไม่นานนัก เซลก็เดินมาพร้อมกับอาจารย์ลินดาที่ถือกล่องพยาบาลเดินตามลูกศิษย์ของเธอมาด้วยท่าทีเป็นห่วง

     ธาราชายตามองลินดาก่อนจะเอยทำลายความเงียบขึ้นมาว่า "ผมรู้ว่าอาจารย์อยากจะพูดอะไรนะครับ แต่อาจารย์ไม่จำเป็นต้องพูดหรอกครับ เหตุการณ์แบบนี้จะมีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ผมสัญญา"

     ลินดาพยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้าอับจนปัญญา เพราะ ทุกคนที่เข้ามาท้าประลองนั้นต่างก็ต้องยอมรับผลการกระทำของตัวเองโดยเฉพาะนักศึกษาชายที่โดนอัดจนเละเป็นจำนวนมาก

     แน่นอนว่าธาราต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับคนที่เขาอัดจนเละเข้าโรงพยาบาลเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งสำหรับธาราในตอนนี้เป็นแค่เศษตังค์เท่านั้นจนเขาไม่คิดแม้แต่จะเก็บมาใส่ใจ

     ลินดาทำแผลบนมือทั้งสองข้างจนเสร็จก่อนจะเดินจากไปเงียบๆโดยมีพวกธารามองส่งเธอจนลับสายตาไป

     ธาราก็ขอแยกตัวเพื่อสงบจิตสงบใจจากโทสะอันมากมายของเขาที่ราวกับน็อตสักตัวหลุดออกมา

     สติของเขาขาดผึ่งกลายเป็นสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่งเข้าโจมตีคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาอย่างโหดร้ายทารุณ

     ธาราเดินเตร่คิดแล้วคิดอีกเกี่ยวกับเรื่องราวในวันนี้ของเขา "ปกติเขาไม่ใช่คนอารมณ์รุนแรงแบบนี้นี่นา"

     แต่คำพูดของรุ่นพี่หน้าโง่เหล่านั้นก็เข้ามาในหัวของเขาเป็นพักๆ ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้เขาเป็นอย่างมาก

     แน่นอนว่าคำพูดเหล่านั้นก็เป็นแค่เพียงลมปากแต่ใครจะรู้ อันคนเรายากแท้หยั่งถึง จิตใจคนเราละเอียดซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกตใดๆในโลก

     ธาราคิดยังไงก็คิดไม่ออกได้แต่ทอดถอนใจออกมาก่อนจะเดินคิดไปเรื่อยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาตลอดช่วงเวลาเกือบสองเดือนมานี้

     ธาราคิดแล้วคิดอีกก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านของเขา เมื่อเปิดประตูเข้ามาสิ่งแรกที่เขาได้ คือ อ้อมกอดจากน้องสาวตัวดีของเขา

     น้ำกอดธาราแน่นราวกับว่ากลัวจะหลุดลอยไปไหน ก่อนจะเป็นพ่อ แม่และย่าของเขาค่อยๆพลัดกันมากอดเข้าทีละคนจนหมด

     พร้อมกล่าวต้อนรับธาราอย่างอบอุ่นจนอารมณ์ขุ่นมัวของเขาค่อยๆเจือจางลงก่อนจะค่อยๆละลายหายไป

     ทุกคนในบ้านที่รับรู้เหตุการณ์ในวันนี้ที่ฟังจากน้ำนั้นก็ต่างตกใจเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่พูดอะไรออกมา เพราะคิดว่าเวลาและครอบครัวจะช่วยเยียวยาอารมณ์ขุ่นมัวและเรื่องร้ายๆออกไปได้เอง ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่พวกเขาคิด

     เพราะสำหรับธาราแล้วช่วงเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าและมิตรสหายอย่างเฟยและเซลนั้นคือ ช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุด

     ธารานั้นราวกับได้คำตอบในใจของคำถามที่เขาคิดมาตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาว่า 

     "เพราะฉันไม่ต้องการให้ใครมาทำลายช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ของฉันนี่เอง"

     คิดได้ดังนั้นใบหน้าของธาราก็ค่อยๆกลับมายิ้มแย้มตามปกติของเขาก่อนที่จะเดินเข้าไปกินข้าวบนโต๊ะอาหารอันแสนอบอุ่นที่เขาคะนึงหามันตลอดในชีวิตที่แล้วของเขา

     ภายหลังเหตุการณ์ในวันนี้ถูกเรียกว่า "โทสะของจักรพรรดิเวทมนตร์"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 623 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #504 Fikusa (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 20:55
    ครอบครัวน่ะ คือสิ่งสำคัญที่จะไม่มีวันถูกทำลายได้!
    #504
    0
  2. #231 Nusza2533 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 19:49
    นี่มัน ฟาร์มแต้ม นี่หว่า...
    #231
    0
  3. #60 dfrdz007 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 19:49
    สนุกมากคับ
    #60
    0
  4. #58 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 07:41
    สนุกมากค่ะ
    #58
    0
  5. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 01:17
    น่าจะเป็น..โทษะของจักรพรรดิ์เบต้า มากกว่านะ
    #57
    0