Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 42 : ฝึกสามวันของเฟยและตระกูลเลโอเรียล [ตอนปลาย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 580 ครั้ง
    10 ธ.ค. 62


     ธาราและเซลเฝ้ามองการฝึกของเฟยอยู่ที่ห้องข้างๆโดยมีตระกูลเลโอเรียลนั่งดูกับพวกเขาด้วยจนเซลรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ก่อนจะเป็นเซร่าพูดเปิดบทสนทนาจากสถานการณ์ชวนอึดอัดของพวกเขา

     "เอิ่ม ฉันขอเรียกเธอว่า "ธารา" คงได้ใช่ไหมจ๊ะ" 

     ธาราพยักหน้ารับโดยด้วยท่าทางสบายๆก่อนจะกล่าวเสริมว่า "จะเรียกผมว่า "พ่อหนุ่มธารา" หรือ "ธารา" ก็แล้วแต่คุณเซร่าเลยครับ ผมไม่ถือเรื่องคำเรียกของผมหรอกครับ"

     เซร่าพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะก้มหัวกล่าวขอโทษธาราเกี่ยวกับเรื่องในครั้งก่อนระหว่างที่เธอเสียมารยาทปล่อยจิตสังหารเข้าข่มขู่เขาอย่างถือดี

     "ฉันต้องขอโทษเธอ เรื่องในวันนั้นที่พูดออกไปแบบนั้นด้วยนะจ้ะ ธารา ฉันรู้สึกผิดเรื่องในครั้งนั้นมาก"

     ธาราไม่เก็บมาใส่ใจก่อนจะกล่าวตอบรับด้วยท่าทีเป็นมิตร "เรื่องมันก็ผ่านไปแล้วก็แล้วกันไปเถอะครับ คุณเซร่า ในวันนั้นที่คุณเซร่าทำอย่างงั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหรอกครับ เพราะคุณเซร่ากับคุณไรเซลแล้วก็ลูกหน่วยราชสีห์เพลิงทำงานคอยปกป้องผู้คนในกำแพงมาตลอด การให้พวกคุณมาเสียเวลากับพวกผมที่พวกคุณเจอกันครั้งแรกแถมยังเป็นคลาสเบต้าอีก เป็นใครก็คงดูถูกออกมาอยู่ก่อนแล้วละครับ เพราะระบบการศึกษาและสังคมมันเป็นแบบปัจจุบันนี้นี่ครับ"

     แม้ท่าทีจะเป็นมิตรแต่คำพูดนั้นดั่งอสรพิษร้าย เซร่าและทุกคนในตระกูลเลโอเรียลถึงกับสะดุ้งออกมากับคำพูดไม่รู้ร้อนรู้หนาวของธาราที่ฉาบด้วยยาพิษอย่างร้ายกาจ

     เซร่าถึงกับพูดต่อไม่เป็น ไคเซอร์ที่ตอนแรกจะเข้าพูดช่วยเหลือพี่สะใภ้ของตนยังถึงกับเงียบปากพูดไม่ออกราวกับโดนเย็บปากด้วยตะปู

     ต้องให้ไคเอลต้องออกปากพูดแทนทุกคนราวกับคนเฒ่าคนแก่มากประสบการณ์

     "พ่อหนุ่มธารา ไม่ผิดหรอกที่เธอจะพูดอย่างงั้นและคนแก่อย่างข้าก็ไม่คิดปฏิเสธด้วย แต่เธอจะว่าระบบการศึกษาและสังคมอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ เพราะเอาเข้าจริงๆระบบนี้ก็ทำมาเพื่อแยกความแตกต่างด้านพลังของผู้คนส่วนใหญ่และทำให้คัดแยกกองทัพได้อย่างชัดเจนอีกด้วย"

     ธาราพยักหน้ารับก่อนจะพูดตอกกลับราวกับรู้คำตอบของชายชราอยู่แล้วว่า "ก็ถูกของท่านประมุขเลโอเรียลนะครับ แต่ว่าท่านรู้ได้ยังไงว่าการแบ่งระดับแบบนี้เป็นเรื่องดีกัน ประมุขเลโอเรียล ท่านไม่คิดว่าจะมีคนแบบผมเกิดขึ้นมาบ้างงั้นเหรอ คนที่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะแข็งแกร่งเพียงเพราะโชคร้ายเกิดมามีมานาน้อยกว่าพวกขุนนางอย่างพวกท่าน เกิดมายากจนกว่า เกิดมาด้อยโอกาสกว่า ไม่คิดว่ามีอยู่บ้างเหรอครับ 
ท่านประมุขเลโอเรียล ไคเอล เลโอเรียล"

     ไคเอลกลืนน้ำลายเหนียวข้นในคออึ้กใหญ่อย่างฝืดคอในใจก็อดคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงอ่อนลงอย่างยอมแพ้ว่า

     "ถูกของเธอ ย่อมมีอยู่มากมาย แต่ว่าทรัพยากรสำหรับพัฒนานั้นเรามีจำกัดการตามมอบมันให้ทุกคนนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ ฉันว่าเธอก็เข้าใจในเรื่องนี้ดียิ่งกว่าทุกคนในห้องนี้ด้วยซ้ำมั้ง ใช่ไหมละ พ่อหนุ่มธารา"

     ธาราพยักหน้าอย่างชื่นชมกับคำตอบของชายชราก่อนจะกล่าวตอกกลับมาอย่างเจ็บแสบว่า "ถูกของท่านประมุข แต่สำหรับผมเรื่องทรัพยากรมันก็แค่ข้ออ้างเท่านั้น เพราะปัญหาเรื่องทรัพยากรนั้นแก้ไขได้ด้วยการพิชิตดันเจี้ยนหรืออบิสก็ได้จริงไหมครับ ท่านประมุข"

     ไคเอลเข้าใจปัญหาเรื่องนี้ดีว่าปัญหาทั้งหมดแก้ไขได้ด้วยการพิชิตอบิสต่างๆแต่ทว่ามันไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่เด็กหนุ่มตรงหน้าของเขาพูดจนชายชราต้องเถียงกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "แต่ว่านะ พ่อหนุ่มธารา การพิชิตอบิส ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆก็ทำได้ง่ายๆหรอกนะ พวกเราทุกคนรวมถึงเธอก็รู้ดีไม่ใช่เหรอแถมการจะให้คนที่มีระดับพลังต่ำเข้าอบิสตามใจก็เหมือนส่งคนไปตายฟรี ซึ่งเราไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างกับการส่งคนรุ่นเยาว์หรือเด็กๆไปตายโดยไม่รับผิดชอบน่ะสิ"

     ธาราได้ยินก็เค้นหัวเราะออกมาก่อนจะพูดต่อด้วยสีหน้ารังเกียจด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า "หึ ท่านประมุข ท่านแข็งแกร่งขึ้นมาโดยไม่พยายามยังงั้นเหรอไง ท่านไม่ฝึกฝนจนแทบบ้าหรือพยายามจนกระอักเลือดบ้างเลยเหรอ ท่านคิดว่าคนเราจะแข็งแกร่งขึ้นมาได้ด้วยการปกป้องไร้สาระแบบนี้งั้นเหรอ การปกป้องที่พวกท่านกับเชื้อพระวงศ์ทำกันก็ไม่ต่างกับเรื่องตลกขบขันหรอก พวกท่านมีทรัพยากรจากสายเลือดของพวกท่าน ในขณะที่พวกเราเพียงแค่เกิดมาก็ด้อยกว่าพวกท่านทั้งเรื่องมานาแล้วก็ทรัพยากรการฝึกอยู่แล้ว ยังมาโดนพวกท่านกีดกั้นไม่ให้ล่าทรัพยากรเพื่อพัฒนาตัวเองได้ตามใจอีก ท่านคิดว่าควรแล้วยังงั้นเหรอไง"

     ไคเอลถึงกับหมดคำจะพูดได้แต่ยอมรับเกี่ยวกับความคิดนี้ว่าเป็นอย่างที่เด็กหนุ่มตรงหน้าของเขาพูดจริงๆก่อนจะเป็นภรรยาของเขา
ซาเมนธ่าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับต้องการให้บรรยากาศสงบลงว่า

     "ป้าว่าพ่อหนุ่มธาราใจเย็นๆลงก่อนดีกว่า เรื่องระบบคลาสนี้เป็นการตัดสินใจของผู้คนในอดีต ถึงพ่อหนุ่มจะพูดแสดงความเห็นออกมาก็แก้ไขอะไรไม่ได้หรอกนะจ๊ะ"

     ธาราถอนหายใจออกมาก่อนจะเงียบไปราวกับไม่ต้องการจะพูดะไรอีกพร้อมกับจ้องมองการฝึกของเฟยโดยไม่กระพริบตา

     ไคเอลได้แต่ทอดถอนใจออกมาด้วยความเข้าใจ เพราะในอดีตเขาก็มีเพื่อนสามัญชนที่เรียนอยู่คลาสเบต้าจึงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีแต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรให้เพื่อนคนนั้นได้จนสุดท้าย เพื่อนของเขาก็ตายตกในดันเจี้ยนระดับ C-

     ซาเมนธ่าลูบหลังของสามีของเธออย่างเบาแรงก่อนจะขอตัวลาพวกธาราแยกตัวไปพักผ่อนตามภาษาคนเฒ่าคนแก่ โดยมีเซบาสคอยช่วยพยุงทั้งสองอยู่เคียงข้างเสมอ

     ก่อนจะพาสามีของเธอที่มีร่างกายเหมือนคนสุขภาพแข็งแรงแต่เอาเข้าจริง ตัวไคเอลนั้นมีสุขภาพเลวร้ายจากอาการบาดเจ็บในอดีตจนเมื่อสิบปีก่อนต้องถอนตัวจากหน่วยราชสีห์เพลิงให้ไรเซลลูกชายเข้าคุมหน่วยแทน

     เมื่อเห็นพ่อของตนออกไปแล้ว วาเนียร์ ไดอาร์ นาเนียและไซเอลก็ขอตัวไปทำธุระส่วนตัวก่อน โดยวาเนียร์ชวนลูกชายของตนไปด้วย 
แต่ตัวลีออนได้ปฏิเสธพร้อมขออยู่ดูการฝึกของลุงไรเซลต่อกับพวกไคเซอร์ เซร่าและเซเรส

     บรรยากาศในห้องกลายเป็นอึดอัด เพราะข้อเท็จจริงที่ธาราพูดเถียงกับไคเอลนั้นล้วนเป็นความจริงที่ยากจะปฏิเสธจนคนทั้งห้องนอกจากไคเอล ซาเมนธ่าและธาราเท่านั้นที่พูดออก ก่อนจะเป็นซาเมนธ่าทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดที่เกิดขึ้นไปบ้างจนทุกคนหายใจหายคอได้บ้าง

     ไคเซอร์พูดออกมาด้วยท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดว่า "ยังไงก็ตาม ฉันต้องขอบคุณเธออีกครั้งนะ ธารา เรื่องดาบลูมินัสนั้นแล้วต้องขอโทษแทนลูกหน่วยทุกคนที่เสียมารยาทกับเธอในวันนั้นด้วย แน่นอนว่าฉันลงโทษพวกเขาอย่างหนักแทนเธอไปแล้ว เพราะฉะนั้นครั้งหน้าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมาอีกแน่นอน"

     ธาราพยักหน้าด้วยท่าทางเข้าใจก่อนจะหันมามองไคเซอร์ด้วยสายตาจริงจังว่า "ไม่มีปัญหาหรอกครับ ก็อย่างที่ผมบอกไปว่าผมไม่ถือ เพราะฉะนั้นก็ลืมๆไปมันเถอะครับ คุณไคเซอร์ แล้วปล่อยให้ผมจับตาดูการฝึกของเพื่อนสนิทของผมจนจบเถอะครับ เพราะที่ผมมาอยู่ที่นี่ก็เรื่องข้อตกลงการฝึกกับส่งมอบดาบลูมินัสให้คนที่สมควรจะได้ใช้มันก็เท่านั้นแหละครับ"

     ไคเซอร์เมื่อได้ยินก็ไม่รบกวนพวกเขาอีกก่อนจะขอตัวไปทำงานของเขาก่อน เซร่าที่ได้ขอโทษธาราแล้วก็รู้สึกดีขึ้นก่อนจะเดินตามน้องเขยของเธอไปด้วยสีหน้าโล่งอกก่อนจะขอตัวออกไปช๊อปปิ้งกับเพื่อนๆของเธอทิ้งให้สามีของเธอรักษาสัญญากับเด็กหนุ่มตรงหน้า

     ภายในห้องที่เคยมีผู้คนมากมายก็เหลือเพียงแค่คนสี่คน สามชายหนึ่งหญิง สองอัลฟ่าและสองเบต้า ทั้งสามคนนอกจากธารามีท่าทางอึดอัดเต็มที่จนธาราต้องถอนหายใจเสียงดังราวกับเหนื่อยอ่อนพร้อมพูดว่า

     "นายชื่อ ลีออน ใช่ไหม ฉันคิดว่าฉันคงไม่ต้องแนะนำตัวให้นายเป็นพิเศษหรอกนะ เพราะยังไงพวกเราก็เรียนอยู่ชั้นปีเดียวกันในสถาบันเดียวกันอยู่แล้ว"

     ลีออนกลืนน้ำลายอึ้กใหญ่ก่อนจะพูดตอบกลับด้วยท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากบรรยากาศก่อนหน้า

     "แน่นอนว่าฉันรู้จักนายดีเลยละ ธารา เทพพิทักษ์ เบต้าที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์"

     ธารามีสีหน้าพอใจก่อนจะพูดต่อ "งั้นก็ดีว่าแต่ทำไม นายถึงยังอยู่ในห้องอีกละ"

     เซลทำหน้าเหวอออกมาก่อนจะหันไปกระซิบกับธาราด้วยเสียงเบาว่า "เขาอยู่ดูลุงของเขาฝึกให้เจ้าเฟยไง"

     ลีออนเมื่อได้ยินถึงกับหลุดหัวเราะออกมาก่อนจะพูดแนะนำตัวเองอีกครั้งว่า "ฮ่าๆ นายนี่เป็นคนตลกกว่าที่ฉันคิดเยอะเลยแหะ ธารา 
ฉันขอแนะนำตัวเองอีกครั้ง ฉันมีชื่อว่า ลีออน เลโอเรียล ส่วนข้างๆของฉันเป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็กและหลานสาวของลุงเซบาส ชื่อ เซเรส เคติส"

     ธาราพยักหน้ารับก่อนกล่าวถามอย่างสงสัยว่า "เออ ฉันสงสัยมานานละ ลีออน ฉันว่าฉันไม่เคยได้ยินชื่อนายในสถาบันเลยนะ นายอยู่อันดับเท่าไหร่ในสถาบันเอจิสงั้นเหรอ"

     เซเรสกับเซลถึงกับหน้าถอดสีออกมาราวกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อ ลีออนตัวแข็งค้างไปด้วยความช็อคที่คนตรงหน้าไม่รู้จักเขาทั้งที่เขาเป็นถึงอันดับเจ็ดของชั้นปีที่หนึ่ง

     เซลดึงธารามากระซิบกันสองคนด้วยความร้อนรนว่า "นี่ นายไม่รู้เหรอว่า ลีออน เลโอเรียลเป็นอันดับเจ็ดของชั้นปีหนึ่งขั้นสูงน่ะ 
นายต้องล้อเล่นแน่ๆใช่ไหม ธาร"

     ธาราทำหน้าเอ๋อออกมาก่อนเกาหัวพยายามนึกอยู่นานแต่ก็นึกไม่ออก เอาจริงๆคนที่เขาจำได้ของคลาสอัลฟ่ากลุ่มหัวกะทิชั้นปีหนึ่งนั้นมีแค่เพียงสี่คนนั้นคือ อันดับหนึ่ง อันดับสอง อันดับสามและเจ้าชไนเดอร์เท่านั้นที่เหลือเขาไม่เก็บมาจำด้วยซ้ำ

     ธาราสังเกตทั้งสองอย่างละเอียดอีกครั้ง ลีออนนั้นราวกับเป็นร่างย่อส่วนของไรเซลและไคเซอร์ต่างก็แค่สีตาที่แตกต่างกับลุงทั้งสองและพ่อของเขาที่มีตาสีฟ้าน้ำทะเล เขากับมีดวงตาสีเหลืองทองอำพันเหมือนแม่ ใบหน้าอ่อนเยาว์คมคาย ทรงผมยุ่งๆราวกับแผงคอราชสีห์ไม่สั้นไม่ยาวเกินระดับคอ เสยผมด้านหน้าไปด้านหลังเผยดวงตาคมโตสีทองอำพันเข้าคู่กับผมสีทองแซมแดงประจำตระกูลเป็นอย่างดีก่อนจะหันไปมองเซเรสที่อยู่ข้างๆอย่างพินิจ

     เซเรสนั้นถูกจัดเป็นหนึ่งในสิบสาวงามประจำชั้นปีของเขาด้วยผมสีดำยาวไปถึงกลางเรียบเนียน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลไหม้ ใบหน้าหวานกับผิวขาวอย่างสาวสุขภาพดีและทรวดทรงองค์เอวที่ไม่มากไม่น้อยเกินไปกับกริยามารยาทอันแสนงดงามก็คงไม่แปลกท่าเธอจะถูกจัดให้เป็นสาวงามประจำชั้นปี

     ธาราก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงสำนึกว่า "โทษทีนะ พอดี ฉันไม่ถนัดจำชื่อคนคลาสอัลฟ่าเท่าไหร่น่ะ พอดี มีเรื่องกับคนคลาสนี้เยอะแถมนายกับเธอเอาจริงๆฉันก็ไม่เคยเห็นพวกนายเข้ามาหาเรื่องหรือรับรางวัลจนฉันต้องจดจำอย่างช่วยไม่ได้อีกด้วยน่ะสิ ขอโทษที"

     ลีออนกระอักเลือดในใจอยู่ไม่น้อยก่อนจะกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บใจว่า "โทษทีนะ ที่ไม่มีอะไรให้จำน่ะ ไอ้บ้าเอย"

     ธาราทำท่าทีสบายๆก่อนจะกล่าวติดตลกว่า "น่าๆ งั้นก็ถือโอกาสมาสนิทสนมกันไว้ดีกว่า ฉันชื่อ ธารา เทพพิทักษ์ เรียกฉันว่า ธาร ก็ได้"

     ลีออนถอนหายใจออกมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพร้อมยื่นมือให้ธาราก่อนจะกล่าวตอบอย่างเป็นมิตร "งั้นก็ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ธาร เรียกฉันว่า ลีออน ก็ได้"

     ธาราจับมือตอบก่อนจะหันไปทางเซเรส ซึ่งเธอก็รู้ตัวก่อนจะแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ฉันเซเรสคะ ยินได้ที่ได้รู้จักคะ คุณธาร"

     ธาราพยักหน้ารับก่อนจะพูดคุยสัพเพเหระกับทั้งสองคนพลางดูเฟยฝึกไปพลาง

     ระหว่างที่ภายในห้องรับชมกำลังอยู่ในบรรยากาศอึดอัดอยู่นั้นอีกด้านหนึ่ง

     เฟยกำลังอยู่กับไอดอลประจำตระกูลของเขา ไรเซล รูค เดวาเรีย หัวหน้าหน่วยราชสีห์เพลิง

     เขาอดจะตื่นเต้นออกมาไม่ได้ มือไม้สั่นเทา เดินเก้ๆกังราวกับหุ่นยนต์ตัวแข็งไปทั้งตัวจนไรเซลหัวเราะอุบออกมา

     เฟยถึงกับหน้าแดงด้วยความอับอายออกมาก่อนจะเป็นไรเซลที่พูดด้วยท่าทีเป็นกันเองกับเขาว่า

     "ไม่ต้องเกร็งไปหรอก เฟย ตลอดสามวันนี้ ฉันกับเธอ เราจะฝึกกันอย่างจริงจังแบบกำลังภายในเลย"

     เฟยได้ยินก็ทำหน้าเหลอหลาออกมาก่อนจะถามไรเซลด้วยท่าทางสงสัยอย่างยากรู้ยากเห็น

     "เอ่อ ดูหนังกำลังภายในบ่อยเหรอครับ ท่านไรเซล"

     ไรเซลยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวว่า "ก็บ่อยอยู่นะ เป็นกิจวัตรยามว่างที่ปู่ พ่อและฉันชอบทำร่วมกันตั้งแต่สมัยเด็กแล้วละ
เรื่องโปรดของฉันก็ดาบมังกรหยก ภาคกระบี่อิงฟ้ากับดาบฆ่ามังกรละนะ"

     "อ่ะ ภาคนั้นผมก็ชอบครับ แต่ถ้าชอบที่สุดของผมก็คงจะเป็นแปดเทพอสูรมังกรฟ้านะครับ ผมชอบนิสัยพระเอกมากเลย"

     ไรเซลเมื่อได้ยินก็ทำหน้าราวกับเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เพราะเพื่อนสนิทส่วนมากของเขาไม่ดูหนังกำลังภายในเท่าไหร่

     "เรื่องนั้น ฉันก็ชอบพระเอกมากที่สุดเหมือนกัน สงสัยฉันกับเธอจะมีอะไรคล้ายกันมากกว่าที่คิดนะ เฟย"

     ทั้งสองคุยกันอย่างออกรส พลางแนะนำหนังที่ตัวเองชอบให้กันและกัน

     เฟยหายเกร็งเป็นปลิดทิ้ง เพราะไรเซลนั้นเป็นคนสบายๆและเป็นกันเองเป็นอย่างมากจนทำให้เขารู้สึกสบายใจออกมาได้

     เมื่อเห็นท่าทีของเฟยดูดีขึ้นก็ชักชวนให้เฟยฝึกอย่างเคร่งครัด โดยใช้ถ้อยคำแนวจอมยุทธ์ในหนังกำลังภายในที่เขาชอบ

     วันแรกเฟยได้ฝึกการควบคุมไฟอย่างละเอียด ตั้งแต่ลูกเล็กไปใหญ่ ใหญ่ไปเล็ก เปลี่ยนรูปร่างจากสัตว์เล็กๆอย่างมดไปจนถึงใหญ่สุดเท่าที่ตัวเฟยจะทำได้อย่างช้าง โดยไรเซลขอให้เฟยนึกภาพและรายละเอียดให้สมจริงที่สุดพร้อมเปิดภาพตัวอย่างให้ดูประกอบไปด้วย

     ตลอดเวลาการฝึกวันแรก ไรเซลนั้นไม่มีอ่อนข้อให้ทั้งจับเวลาแล้วสอนควบคุมมานาให้เรียกธาตุไฟออกมาให้เร็วและคุ้มค่าที่สุด ส่วนการควบคุมมานานั้นไรเซลสอนแบบเดียวกับที่ธาราสอนมาแต่เฉพาะทางมากกว่าเนื่องจากไรเซลเป็นผู้ใช้ไฟแบบเดียวกับเฟย ทำให้สอนการควบคุมไฟได้ดีกว่าธารา ซึ่งธาราก็รู้ข้อจำกัดในเรื่องนี้อยู่แล้วจึงได้ทำข้อตกลงแบบนี้ขึ้นมา

     ทางด้านไรเซลที่ได้ฝึกให้เฟยก็อดรู้สึกแปลกใจและประทับใจไม่ได้ เพราะ ลูกน้องเขาบางคนยังมีทักษะการควบคุมมานาที่แย่กว่าเฟยเลยแต่เด็กตรงหน้าของเขานั้นกลับมีทักษะการควบคุมมานาระดับใกล้เคียงกับเขาถึงแม้การควบคุมไฟจะไม่ได้ดีเด่อะไรแต่เขาสามารถพูดได้เลยว่าแค่ทักษะการควบคุมมานาของเฟยในตอนนี้ก็ทำใหเขาอยู่ระดับเดียวกับหลานชายของเขาตอนนี้เลย

     ไรเซลจึงอดสอนเฟยด้วยหลักสูตรของตระกูลของเขาไม่ได้ตลอดสองวันที่เหลือ เขาทุ่มเทสอนเฟยอย่างขะมักเขม้น

     วันที่สอง ไรเซลสอนการควบคุมอุณหภูมิแบบละเอียดยิบพร้อมกับคุณสมบัติแฝงของไฟต่างๆ

     วันที่สามวันสุดท้ายของการฝึก เขาสอนเวทมนตร์โจมตีให้เฟยถึงสิบบทอย่างไม่หวงวิชาพร้อมบอกเคล็ดลับและวิธีใช้ในแบบของเขา

     ซึ่งเฟยก็ตั้งใจฟังด้วยท่าทีกระตือรือร้นพร้อมกับจดบันทึกเอาไว้เป็นแนวทางในการดัดแปลงสำหรับใช้งานในอนาคต

     ก่อนที่จะแยกกันนั้นก็ไม่ลืมที่จะให้เบอร์ติดต่อกับทั้งสามพร้อมบอกว่า "ถ้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อหาเขาได้ไม่ต้องเกรงใจ"

     แล้วเดินไปกระซิบกับเฟยสองคนว่า "ไว้ว่างๆมาเจอกันอีกนะ ศิษย์สามวันของฉัน เฟย"

     เฟยก็ตอบรับด้วยรอยยิ้มพร้อมกับทำท่าคำนับแบบจอมยุทธ์ในหนังกำลังภายในว่า "ศิษย์เฟย ขอตัวลาท่านอาจารย์"

     ซึ่งก็สร้างรอยยิ้มให้คนทั้งสอง โดยมีสีหน้าท่าทางแบบงงๆจากคนรอบข้าง 

     ส่วนธารานั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจที่ได้รู้เรื่องที่คาดไม่ถึงของไรเซลว่าเป็นคนชื่นชอบหนังแนวกำลังภายในกับคำพูดแนวจอมยุทธ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 580 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #511 kinomotody (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 04:23
    ใช้คะค่ะให้ถูกด้วยนะคะ อย่าง “ฉันเซเรสค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณธารา” แบบนี้ เป็นต้นค่ะ กำลังสนุกเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์
    #511
    2
    • #511-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 42)
      19 ธันวาคม 2562 / 06:25
      จะพยายามครับ
      #511-1
    • #511-2 นักอ่านสายขาว(จากตอนที่ 42)
      5 สิงหาคม 2563 / 12:12
      แนะนำลองอ่านออกเสียงดูก็จะรู้ว่าผิดไม่ผิด
      #511-2
  2. #502 Fikusa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 20:11
    เหลือเซลที่ต้องหาคนสอนให้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #502
    0
  3. #181 yukiow45 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 16:47

    555 ชอบใจมาก นิยายแฟนตาซี เน้น กับผู้หญิงแล้วก็ความแข็งแกร่งในเรื่อง ส่วนเรื่องมิตรภาพเนี่ยหายากมาก เรื่องนี้ เต็มพันคะแนน ปัจจุบันนี้ให้แค่ 6 ไลค์คะแนนเต็มพัน

    #181
    0
  4. #50 mixlove0055 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 10:44
    แล้ว3หน่อจะกลายเป็นตำนาน 555
    #50
    0
  5. #49 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 10:01
    รอๆๆๆๆๆๆ
    #49
    0