Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 40 : เจรจาและข้อตกลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 602 ครั้ง
    26 พ.ย. 62


     ธารารับฟังด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองราวกับมาคุยกับคนรู้จัก ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับไรเซลเป็นอย่างมาก เข้าไม่เคยเจอเด็กที่มีสายตาเฉียบคมและลึกซึ้งขนาดนี้มาก่อน

     ธาราพูดออกมาด้วยท่าทางเป็นกันเองโดยไม่ลืมรักษามารยาทในการพูดคุยกับผู้ใหญ่ "ผมขอเข้าเรื่องที่จะคุยในครั้งนี้ โดยไม่แนะนำตัวเลยละกันครับ เพราะผมคิดว่าพวกคุณคงทราบกันอยู่ ขอไม่ใช่คำว่า "ท่าน" นะครับ พอดีผมรู้สึกกระดากปากที่จะต้องพูดคำนี้น่ะครับ ขอโทษด้วยจริงๆครับ"

     ไรเซลพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะ เขาก็ไม่ค่อยชอบพูด "ท่าน" เช่นเดียวกัน เขารู้สึกว่ามันดูมากเกินไปหน่อย ถึงจะมีมารยาทก็ตามแต่ยังไงไม่ชอบก็คือไม่ชอบแถมเด็กตรงหน้าก็พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่ากระดากปากจนคำยังลอบยิ้มขบขันอยู่ในใจแต่เหมือนลูกน้องของเขาจะไม่เข้าใจเท่าไหร่จึงได้มีท่าทีฮึดฮัดตะโกนต่อว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าของเขาอย่างร้ายกาจว่า

     "ไอ้หนู รักษามารยาทหน่อย ถึงจะกระดากปากยังไงก็ต้องพูดเว้ย ไม่งั้น" แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ไรเซลถลึงตาพร้อมปล่อยจิตสังหารเข้าใส่ลูกน้องของเขาด้วยสายตาดุดันอย่างโกรธเกรี้ยวแล้วพูดเสียงต่ำอย่างควบคุมอารมณ์ว่า

     "เขาพูดกับฉันหรือพูดกับนายอยู่ คาร์ค ถึงนายจะเป็นมือดีของหน่วยฉัน แต่ให้มันรู้มารยาทซะบ้าง เขาพูดอย่างตรงไปตรงมาพร้อมกล่าวขอโทษแล้วด้วย เพราะฉะนั้นหุบปากของนายไปซะ คาร์ค ไม่งั้นกลับไปแกโดนทำโทษสถานหนักแน่"

     คาร์คเมื่อได้ยินก็หุบปากก่อนจะไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย ธาราก็ยิ้มมุมปากแล้วพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณให้ไรเซลก่อนจะพูดต่อว่า

     "ตามที่คุณไรเซลได้ยินข่าวมานั้นละครับ ดาบนี้มีคุณสมบัติธาตุไฟและแสง แต่มีข้อเสียคือ คำสาปที่ทำให้ใช้เวทธาตุอื่นไม่ได้ แน่นอนผมไม่ได้ต้องการจะขายให้กับคุณไรเซลหรอกนะครับ แต่ต้องการให้คุณไรเซลมอบอะไรให้ผมสักอย่างแลกกับเจ้านี่น่ะครับ"

     ไรเซลได้ยินก็เอามือมาลูบคางก่อนจะถามกลับมาว่า "ไม่ได้ขาย แต่จะให้ฉันทำอะไรแลกมันงั้นเหรอแล้วเธอต้องการให้ฉันทำอะไรละ ธารา เทพพิทักษ์"

     "เรียกผมว่า ธารา ไม่ก็ธารแบบที่เพื่อนผมเรียกก็ได้ ว่าแต่เฟยแล้วก็เซลด้วยพวกนายก็เข้ามานั่งสักทีเถอะ ยืนอยู่อย่างงั้นมันเสียมารยาทนะ"

     เฟยและเซลที่โดนสายตาของไรเซลจ้องมองนั้นก็ตัวแข็งค้างอยู่สักพักก่อนจะเดินอย่างเก้ๆกังๆมานั่งข้างธาราอย่างยากลำบาก

     ธาราก็พูดต่ออย่างไม่สนใจท่าทีสหายทั้งสองว่า "ผมต้องการให้คุณไรเซลสอนทักษะการควบคุมไฟแบบพิเศษให้กับเพื่อนผมสีน้ำตาลแดงชื่อ"เฟย" ของผมคนนี้หน่อยน่ะครับ" พูดไปพลางชี้ไปทางเฟยที่อยู่ทางซ้ายของเขา

     ไรเซลมองไปที่เฟยอย่างพิจารณาก่อนจะได้พูดอะไรออกมานั้น ธาราก็ชิงพูดแทรกซะก่อน "แค่สามวันเท่านั้นครับ แน่นอนผมจะเข้ารับชมการฝึกของคุณไรเซลด้วยครับ"

     ไรเซลเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเป็นไคเซอร์พูดขึ้นมาอย่างรู้ใจว่า "ฉันเรียกเธอว่า ธารา คงได้สินะ งั้นเจ้าหนูธารา ฉันขอถามเธอหน่อย ดาบนี้มีคุณสมบัติอะไรบ้างจากข้อมูลที่ทางโรงประมูลบอกฉันมา ดาบเล่มนี้มีคุณสมบัติสองอย่างแต่เธอไม่ยอมบอกทางโรงประมูลแต่ต้องการจะคุยกับพี่ชายของฉันเป็นการส่วนตัว เพราะฉะนั้นฉันหวังว่าข้อมูลที่เธออุตสาห์ปิดเงียบนี้จะมีประโยชน์ถึงขนาดที่เธอขอคุยกับหัวหน้าหน่วยราชสีห์เพลิงของ 12 หน่วยพิทักษ์จริงอย่างที่เธอกล่าวอ้างนะ"

     ธารายิ้มอย่างอารมณ์ดีจนเหมือนเสียมารยาทแต่ไรเซล ไคเซอร์และเซร่ากับไม่คิดอย่างงั้น พวกเขาทั้งสามรู้สึกเหมือนพูดคุยกับชายสูงอายุที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวแถมยังขี้เล่นเป็นอย่างมากอีกต่างหาก

     ธาราก็กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆด้วยท่าทางมั่นใจว่า "แน่นอนครับ คุณไคเซอร์ เพราะดาบเล่มนี้มีมอบคุณสมบัติธาตุพิเศษให้กับเจ้าของแบบติดตัวและเวทมนตร์โจมตีวงกว้างระดับ B+ แต่ถ้าเป็นตระกูลผู้ใช้ไฟระดับเลโอเรียลคงเป็นระดับ A- ได้เลยละครับ คิดว่าดาบเล่มนี้มีคุณค่าพอจะให้หัวหน้าหน่วยราชสีห์เพลิงมาพบกับเจ้าของที่แท้จริงอย่างพวกผมไหมละครับ คุณไคเซอร์ คุณไรเซล คุณเซร่า และสมาชิกหน่วยราชสีห์เพลิงทุกคน"

     ทุกคนในห้องนอกจากพวกธาราถึงกับหน้าเปลี่ยนกันหมดอย่างตื่นตระหนก โดยเฉพาะไรเซล ไคเซอร์และเซร่า ก่อนจะเป็นไรเซลที่กล่าวถามด้วยท่าทางตื่นเต้นด้วยดวงตาพราวระยับว่า

     "ดาบเล่มนี้ มีคุณสมบัติอะไร ช่วยบอกให้ฟังได้ไหม ธารา"

     "แน่นอนครับ มันมีคุณสมบัติธาตุพิเศษ มอบ "เพลิงสุริยะ" ให้กับผู้ใช้ ถ้าให้อธิบายก็คือ ธาตุไฟที่มีคุณสมบัติธาตุแสงอย่างเข้มข้นนั้นละครับ ส่วนเวทโจมตีของมันมีชื่อว่า "แสงสุริยะ" ระดับ B+ สร้างลำแสงทำลายล้างตามรูปร่างที่เจ้าของกำหนดใช้ได้ทั้งแบบธาตุแสงและธาตุไฟ อยากลองทดสอบดูไหมละครับว่าเป็นจริงอย่างที่ผมบอกไหม แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะครับ ดาบลูมินัสเป็นดาบต้องสาปที่แก้ไม่ได้นะครับ ถ้าถามว่าทำไมผมถึงบอกแก้ไม่ได้ เพราะผมเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวน่ะครับ"

     ทั้งหมดในห้องถึงกับมีท่าทีตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิมกับข้อมูลที่ได้ยินตรงหน้า คาร์คที่เคยหลุดปากออกไปอย่างอวดดีก็ลอบรู้สึกเสียใจกับความปากไวของตนไม่ได้ ใครจะไปนึกว่านักศึกษาคลาสเบต้าที่เป็นได้แค่ทัพเสริมตรงหน้าพวกเขาจะมีมหาอัจฉริยะอยู่ตรงหน้าพวกเขา แค่เป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าตระกูลก็เลื่อนระดับได้แล้ว แล้วเจ้าเด็กตรงหน้านี่ขั้นสีเขียวนับเป็นตัวตนขั้นไหนก็แน่

     เซร่ารวบรวมสติกำลังจะพูดออกมา ธาราก็ได้เขียนอักขระรูนโชว์พลังขั้นสีเขียวของเขาราวกับเป็นเรื่องง่ายดายพร้อมกับพูดว่า

     "ผมเขียนอักขระรูนเข้าไปในผ้าพันดาบของมันไว้ให้เพิ่มคุณสมบัติธาตุอย่างละ 5% รักษาตัวเองและพันธเจ้าของด้วยตราโลหิตเอาไว้แล้ว จะลองให้นักประเมินแถวๆนี้มาตรวจสอบดูก็ได้นะครับ"

     ไรเซลทำมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องไปเรียกนักประเมินมาก่อนจะพูดด้วยท่าทางจริงจังว่า "ของดีขนาดนี้ แต่เธอแลกแค่ให้ฉันฝึกให้เพื่อนของเธอเพียงแค่นั้นอย่างงั้นเหรอ ธารา เทพพิทักษ์ ฟังดูน่าเหลือเชื่อเกินจนฉันยังรู้ว่าไม่จริงเท่าไหร่เลยนะ"

     "งั้นคุณก็ควรคิดว่าการฝึกให้เพื่อนของผมคุณควรฝึกให้จริงจังขนาดไหนแล้วละครับ แน่นอนผมไม่ได้จะให้คุณไรเซลแบบฟรีๆหรอกนะครับ คุณไรเซลต้องเป็นคนฝึกให้เพื่อนผมด้วยตัวเองแต่จะให้คุณไรเซลได้ดาบไปด้วยการฝึกให้เพื่อนผมแค่สามวัน ผมก็ขาดทุนย่อยยับสิครับ ผมต้องการให้คุณฝึกให้เพื่อนผม "เฟย" เพียงแค่สามวันพร้อมจ่ายเงินค่าดาบให้ผมจำนวน 50 ล้านเดลแลกกับการที่ผมจะมอบความลับของดาบนี้ให้อีกสองข้อ ว่ายังไงละครับ"

     เซร่าที่เป็นทั้งเลขาและรองหัวหน้าหน่วยทุบโต๊ะออกมาด้วยท่าทางโกรธเคืองก่อนจะตะคอกเข้าใส่พร้อมปล่อยจิตสังหารใส่ธาราอย่าง
เกรี้ยวกราดว่า "พ่อหนุ่มธารา ดูเธอจะเห็นแก่เงินมากไปหรือเปล่า หือ"

     ธารายิ้มกว้างออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับคนทั้งหน่วยโดยเฉพาะเซร่า เพราะ เฟยและเซลยังถึงกับตัวสั่นอย่างหวาดกลัวกับจิตสังหารของเธอเลยแต่เด็กหนุ่มที่ชื่อ "ธารา" ตรงหน้ากับไม่เป็นอะไรเลย

     ก่อนที่ธาราจะหันไปดีดนิ้วร่ายเวทมายานิทราเข้าใส่สองสหายโดยไม่พูดอะไรก่อนจะปล่อยจิตสังหารกลับคืนใส่พวกไรเซลจนทั้งหมดถึงกับชักอาวุธเข้าหาเขาอย่างหวาดกลัวออกมา

     จิตสังหารที่รุนแรงเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร มุ่งร้ายและอำมหิตจนทุกคนนอกจากสองสหายที่หลับอยู่ข้างๆเขายังรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสัน

     รอยยิ้มกว้างที่พวกเขาทั้งหมดเห็นจากรอยยิ้มเป็นกันเองแสนอ่อนโยนก็เปลี่ยนกลายเป็นรอยยิ้มดำมืดราวกับฆาตกรจ้องมองเหยื่อของมัน ร่างของธาราในสายตาพวกเขาดูสูงใหญ่ขึ้นและดำมืดราวกับเงาของยักษา

     ดวงตาของธาราส่องแสงสีน้ำเงินราวกับจะกลืนกินพวกเขาเข้าไป นัตน์ตาของเขาราวกับเปลวเพลิงสีน้ำเงินลุกไหม้อยู่ด้านในจนพวกเขาทั้งหมดรู้สึกเหมือนได้จ้องมองกับยมทูตยังไงอย่างงั้น

     ไรเซลยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทั้งหมดเก็บอาวุธไม่ให้เสียท่าทีมากไปกว่านี้ ทุกคนในหน่วยต่างก็เก็บอาวุธด้วยท่าทางระแวดระวัง

     เซร่าที่โดนหนักกว่าคนอื่นก็ได้สติจากการที่ไรเซลแตะตัวของเธอก่อนจะลูบหลังปลอบใจเธอ โดยเธอถึงกับตัวสั่นเทาอย่างรุนแรงจนทุกคนในหน่วยยังอดเป็นห่วงไม่ได้

     ก่อนจะหันหน้ามามองธาราแล้วก้มหัวลงพร้อมกล่าวขอโทษธาราอย่างตรงไปตรงมาว่า

     "ตรงขอโทษแทนสมาชิกในหน่วยและภรรยาของฉันด้วยที่ส่งจิตสังหารเข้าใส่พวกเธอ"

     "ช่างมันเถอะครับ เพราะผมก็ส่งคืนจนพวกคุณทุกคนชักอาวุธเข้าหาผมกันหมด ผมก็นึกว่าพวกคุณจะเคยเจอจิตสังหารเข้มข้นมาจนชินแล้วซะอีก จะว่ายังไงดี พอดีผมมีเรื่องกับคนคลาสอัลฟ่าแบบพวกคุณในอดีตเพียบจนผมไม่ชอบขี้หน้าพวกขุนนางกับพวกที่มีตราจันทร์เสี้ยวสีแดงเท่าไหร่นะครับ ต้องขอโทษด้วยอีกทีนะครับ ส่วนสองคนนี้ ปล่อยไว้งี้แหละครับ พอดีผมไม่อยากให้พวกคุณมารังแกเพื่อนสนิทของผมที่ยังไม่ชินกับการต่อสู้และรับรู้จิตสังหารเท่าไหร่มากนักน่ะครับ หวังว่าคงจะเข้าใจนะครับ คุณไรเซลและสมาชิกหน่วยราชสีห์เพลิงทุกคน โดยเฉพาะคุณนะครับ คุณเซร่า เดวาเรีย ผมหวังว่าผมคงไม่ต้องปล่อยจิตสังหารราวกับว่าจะฆ่าพวกคุณทั้งหมดหรอกนะครับ"

     ทั้งหมดลอบกลืนน้ำลายอึ้กใหญ่อย่างยากลำบาก ใครจะไปนึกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะมีจิตสังหารรุนแรงถึงขนาดที่พวกเขายังต้อง
หวาดกลัวให้กับความมุ่งร้ายและเจตนาสังหารอย่างรุนแรงจากเด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มสบายๆตรงหน้า

     ก่อนที่สมาชิกในหน่วยที่เดินไปเรียกนักประเมินก็เดินกลับมาพร้อมกับนักประเมินที่ธาราจำได้ว่าชื่อ "อัลเบิร์ต"

     อัลเบิร์ตตรวจสอบผ้าพันดาบโดยรับฟังข้อมูลจากไรเซลเกี่ยวกับผ้าพันดาบที่เขียนอักขระเอาไว้ก่อนจะพยักหน้าให้กับไรเซลว่าข้อมูลที่ธารากล่าวมานั้นเป็นจริงตามที่เขาบอก

     ไรเซลมีสีหน้าพิจารณาก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลงว่า "ฉันยินดีจ่ายให้เธอราคาเต็มเลย ธารา แต่ขอฉันฟังข้อมูลอีกสองอย่างก่อน 
ส่วนเจ้าออกไปได้แล้วละ ขอบใจมาก"

     อัลเบิร์ตก้มหัวลงก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูให้ เมื่อเห็นอัลเบิร์ตเดินออกไปธาราก็พูดต่อว่า

     "งั้นก็ข้อมูลสองอย่างสุดท้าย คือ ผมสามารถมอบกลไกเวทแบบแยกคุณสมบัติจากดาบได้ทั้งสองบท แต่คุณสมบัติจะตกลงหนึ่งขั้นจาก B+ เป็น B แต่ไม่มีข้อเสียอย่างคำสาปนะครับและอีกข้อ ดาบนี้มีความสามารถพิเศษลับอีกอย่าง คือ ช่วยยกระดับพลังธาตุให้เจ้าของทุกครั้งที่ใช้พลังธาตุทั้งสองธาตุผ่านมัน"

     ไรเซลยิ้มอย่างผ่อนคลายออกมาอย่างเบาใจเมื่อได้ยินข้อมูลทั้งหมดก่อนจะกล่าวถามเพิ่มเติมด้วยความสงสัยว่า

     "กลไกเวทที่เธอพูดถึงหมายถึงความสามารถของดาบทั้งสอง คือ เพลิงสุริยะและแสงสุริยะสินะ แถมไม่มีคำสาปทำให้ใช้ธาตุอื่นได้อีก แบบนั้นราคาของก็จะลดลง ฉันขอถามเธอหน่อยว่าทำไมถึงบอกข้อมูลสำคัญแบบนี้ให้กับพวกฉันละ ธารา"

     "พูดตามตรงนะครับ ผมยกย่องพวกคุณถึงบางคนจะดูเหมือนกุ๊ยที่ไม่รู้มารยาทไปบ้าง" คาร์คสะดุ้งที่โดนกล่าวพาดพิงตนเอง

     "แล้วบางคนก็นึกว่าชีวิตคนอื่นเหมือนตนเองที่เกิดมาร่ำรวยและแข็งแกร่ง" เซร่าถึงกับก้มหน้างุดราวกับโดนจี้ใจดำจนเธอจ๋อยไปเลย

     "ผมอยากร่ำรวยและแข็งแกร่ง ผมก็ต้องเห็นแก่ตัวสิจริงไหม ผมไม่ได้เหมือนพวกคุณที่เกิดมาด้วยพลังเวทมนตร์มหาศาลใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แข็งแกร่งขึ้นมาอย่างไม่ยากลำบากอะไรมากมายเทียบกับพวกผมคลาสเบต้า พวกผมก็คงดูเหมือนคนเห็นแก่ตัว ถ้าพวกคุณบอกว่าไม่เคยมองคลาสเบต้าอย่างดูถูกแม้แต่นิดเดียวก็ก้าวออกมาสาบานด้วยเวทสัจโลหิตได้เลย ผมยินดีจะให้ทุกอย่างฟรีๆเลยก็ยังได้ ถ้ามีละก็นะ"

     ไรเซลและทุกคนในห้องถึงกับจุกกับคำพูดแสนรุนแรง แต่ทั้งหมดก็เป็นความจริงที่พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลยจนพวกเขารู้สึกราวกับโดนตบจนหน้าชา พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

     ธาราก็พูดต่อโดยไม่สนใจน้ำเสียงเย็นยะเยือกอย่างหงุดหงิดว่า "ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องพูดต่อแล้วละ มาตกลงกันให้จบเถอะ ผมจะได้ปลุกสองคนนี้แล้วจะได้เดินออกจากห้องนี้ไปสักที"

     ไรเซลเมินท่าทีเสียมารยาทของธาราเนื่องจากคนของเขาเสียมารยาทก่อน ทำให้เขาไม่มีสิทธิ์ไปว่าเรื่องมารยาทของธาราก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ฉันยินดีจ่ายให้เธอ 100 ล้านกับสอนเพื่อนเธอหนึ่งอาทิตย์เลย ว่ายังไงละ"

     "ไม่ละครับ ผมขอแค่ 50 ล้านกับให้คุณไรเซลสอนเพื่อนผมสามวันก็พอแล้วครับ คุณไรเซลเป็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์จะให้มาสอนเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านานๆจะเป็นขี้ปากของนักข่าวเอาได้น่ะครับ ที่สำคัญเลยพวกผมจะโดนคนอื่นมองอย่างอิจฉาไม่ก็เกลียดชังซะเปล่าๆ"

     พูดจบ ธาราสะกิดสองสหายจากเวทมายานิทราก่อนจะนำม้วนกระดาษเวทมนตร์สีขาวม่นออกมาวางไว้พร้อมคลี่มันออก ด้านในม้วนกระดาษเต็มไปด้วยอักษรรูนสีเขียวเพียงธาราขยับมือม้วนกระดาษก็ส่องแสงขึ้นมาแสดงพลังสีเขียวออกมา

     ธาราก็กดเสียงพูดด้วยท่าทางจริงจังว่า "เรามาทำสัญญาเวทมนตร์กันดีกว่าครับ คุณไรเซล เพื่อความสบายใจของฝั่งผมละกัน สัญญาในม้วนนี้เขียนเกี่ยวกับข้อตกลงของพวกเราในวันนี้ โดยทางฝั่งของผมจะได้เงินจากคุณไรเซล 50 ล้านเดลและเวลาสามวันให้กับเพื่อนของผมเฟย
ส่วนทางฝั่งคุณไรเซลก็ได้ดาบลูมินัสและกลไกเวทมนตร์ของดาบนี้ไปครอบครอง ผมคิดว่าคุณไรเซลคงไม่ปฏิเสธสัญญาที่มีแต่ได้กับได้อย่างงี้หรอกนะครับ เป็นฝ่ายผมเสียอีกที่ขาดทุนแทนพวกคุณ"

     ทุกคนนอกจากธารานั้นทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันหมด จะว่ากวนประสาทก็คงไม่ผิด ธาราในตอนนี้มีท่าทางกวนประสาทเป็นอย่างมากจนพวกไรเซลทำตัวไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้ก็ปล่อยจิตสังหารใส่พวกเขาจนพวกเขาเสียวสันหลังวาบกันหมด

     แต่ในตอนนี้กำลังพูดวกวนราวกับต้องการให้รีบๆตอบรับคำขอของเขาสักทีจนไรเซลนึกขำอยู่ในใจก่อนจะยิ้มบางๆออกมาพร้อมกับกล่าวรับคำของธารา "ฉันตกลงรับคำของเธอ ธารา แล้วก็เธอ เฟย สินะ"

     เฟยที่ได้ยินก็สะดุ้งตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะก้มหัวทำความเคารพอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางแข็งๆ "คะ ครับ"

     ไรเซลที่เห็นก็อดเอ็นดูนิดๆไม่ได้ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มอย่างอ่อนโยน "เธอมีเพื่อนที่ดีมากเลยนะ เฟย เขายอมเสียประโยชน์เพื่อให้เธอได้ฝึกกับฉันเป็นการส่วนตัว รักษามิตรภาพนี้ไว้ให้ดีละ"

     เฟยหันไปมองธาราอย่างขอบคุณก่อนจะหันกลับมาตอบกลับคำพูดของไรเซลด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นสั่นๆว่า "ครับ"

     ธารากล่าวออกมาด้วยท่าทางเป็นมิตรดั่งตอนที่เพิ่งเจอหน้ากันว่า "งั้นก็วางมือบนม้วนกระดาษด้วยครับ คุณไรเซล จะได้เสร็จสิ้นข้อตกลงของพวกเราสักทีน่ะครับ"

     ไรเซลวางมือไว้บนม้วนกระดาษก่อนที่ม้วนกระดาษจะส่องแสงสีเขียวออกมาอย่างเจิดจ้าไม่นานนัก ม้วนกระดาษก็ค่อยๆดับแสงลงจนกลับมาเป็นปกติ

     ม้วนกระดาษก็ได้ลอยเข้ามือของธาราอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ธาราจะเก็บมันเข้าเมจิคแบ็คแล้วกล่าวต่อว่า

     "งั้นผมขอตารางเวลาช่วงที่คุณว่างด้วยครับ คุณไรเซล ผมจะได้นัดหมายคุณให้มาฝึกเพื่อนผมได้ถูก"

     ไรเซลก็พูดคุยกับธาราโดยมีทุกคนในห้องเฝ้ามองดูโดยไม่พูดอะไรออกมา

     เมื่อได้ตารางเวลาแน่นอน ธาราก็นัดหมายไว้อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา ช่วงวันหยุดยาวประจำปีของหน่วยราชสีห์เพลิง

     ก่อนจะกล่าวลาคนทั้งหมดแล้วเดินออกจากห้องรับรองไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างยินดี ส่วนเฟยและเซลที่เห็นก็ก้มหัวให้คนทั้งหมดก่อนจะเดินตามออกมาอย่างรีบร้อน

     ทิ้งให้สมาชิกหน่วยราชสีห์เพลิงบางส่วนถึงกับล้มตัวลงไปนั่งกับพื้น บางคนก็หอบหายใจตัวโยนราวกับเจอเรื่องน่ากลัวเป็นอย่างมาก

     เซร่าที่สงบใจได้แล้วก็ถามไรเซลอย่างเป็นห่วงว่า "นี่ ไร จะไม่เป็นอะไรเหรอ สัญญาแบบนั้นน่ะ"

     ไรเซลยิ้มให้ภรรยาของเขาก่อนจะเอามือมาลูบหัวเธออย่างอ่อนโยนแล้วพูดด้วยรอยยิ้มบางๆว่า "ไม่เป็นอะไรหรอก เซร่า เด็กที่ชื่อ "ธารา" คนนั้นน่ะไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลย เขาก็แค่ต้องการแข็งแกร่งเท่านั้น คิดดูสิ เซร่า เด็กแบบเขาที่ยอมเสียประโยชน์เพียงให้เพื่อนของเขาได้ฝึกกับผมน่ะจะเป็นไม่ดีจริงเหรอครับ หือ เซร่าของผม"

     เซร่ายิ้มรับก่อนจะกอดไรเซลพร้อมขอให้ไรเซลโอ๋เธอเยอะในวันนี้ที่เจอเรื่องน่ากลัวแบบไม่ทันตั้งตัวจากธารา

     ไคเซอร์ที่เห็นคู่สามีภรรยาฟอดรักกันต่อหน้าลูกน้องก็กระแอ่มไอเตือนสติคู่รักทั้งสองก่อนจะพูดกับพี่ชายของเขาว่า

     "พี่ไรเซล แล้วพี่จะฝึกให้เด็กที่ชื่อ "เฟย" คนนั้นจริงๆน่ะเหรอ พี่ยังมีวางแผนทางยุทธวิธีอีกเพียบเลยนะ"

     ไรเซลพยักหน้าก่อนจะชี้ไปทางคาร์คพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า "แน่นอน พี่จะฝึกให้ ส่วนเรื่องวางแผนก็ให้เจ้าคาร์คมันเข้าไปฟังแทนเป็นการลงโทษเรื่องมารยาทแย่ๆของมันที่ถึงขนาดโดนเด็กด่า ฉันว่านายคงไม่ขัดค้านหรอกนะ น้องรัก"

     ไคเซอร์คิ้วกระตุกก่อนจะหันไปทางคาร์คที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไข่ต้มไปแล้วก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มที่ดูยังไงก็ไม่ยิ้มชัดๆว่า

     "นั้นสินะ พี่ไรเซล ลูกน้องในหน่วยของพวกเรา ทำตัวไร้มารยาทจนต้องให้เด็กมาว่าเนี่ย ยังไงก็ต้องทำโทษให้หนักสักหน่อยแล้ว แน่นอนว่าจะสอนมารยาทให้ทุกนายอย่างละเอียดเลยทีเดียว ผมขอสั่งสอนมารยาทลูกน้องหน่อยพี่ชายกับพี่สะใภ้คงไม่ว่าอะไรนะครับ

     ทั้งสองพยักหน้ายิ้มๆให้กับไคเซอร์ ส่วนลูกน้องของพวกเขาทั้งหมดถึงกับเด้งตัวขึ้นมาราวกับรับรู้ชะตากรรมหลังจากนี้ของพวกเขาแล้วก่อนจะหันไปมองคาร์คอย่างเคืองด้วยความโกรธแค้น ทุกคนในหน่วยสาบานในใจเลยว่าจะต้องเล่นงานเจ้าปากหมานี่ให้จั๋งหนับอย่างแน่นอน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 602 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #500 Fikusa (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 19:01
    ระดับมหาจอมเวทย์จะแกร่งขนาดไหนนะ
    #500
    0
  2. #180 yukiow45 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 16:35

    รู้สึกถูกชะตากันไรเซล +70%

    #180
    0
  3. #128 Parichat1009 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 09:57
    สนุกมากค่ะชอบมากกกด
    #128
    0
  4. #44 miss Iu (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 22:27
    ต้องอย่างงี้แง้มบ้างปิดบ้างอีกหน่อยคงเริ่มฝึกคนเพิ่มสินะอิอิ​ สามคนหรือจะสู้คนทั้งหมู่ไหนสงครามในอนาคตอีก.... น่านิดตามจริงๆขอบคุณไรท์มากเน้อออ
    #44
    2
    • #44-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 40)
      28 พฤศจิกายน 2562 / 00:30
      ขอบคุณเช่นกันครับ ที่เข้ามาอ่าน
      #44-1
  5. #40 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 23:56
    หาเรื่องพระเอก จบไม่สวยนะ
    #40
    0