Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 4 : พิสูจน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 996 ครั้ง
    30 พ.ย. 62

 

     "หลายปีที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้ก็คือ เมื่อเราได้ตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่างแล้ว ความกลัวแทบจะหายไปในทันที ขอเพียงแค่หาให้เจอว่าเราต้องทำสิ่งใด" คำกล่าวของ โรซ่า ปาร์ค (Rosa Park) สตรีผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิของคนผิวสี

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     หลังจากวางแผนในหัวไว้เป็นอย่างดี ธาราก็เดินตามเพื่อนสองคนของเขาเข้าสู่สถาบันเวทมนตร์เอจิส

     สถาบันเวทมนตร์เอจิส ประกอบด้วยอาคารเรียนทั้งหมด 5 อาคาร ทุกอาคารทำขึ้นจากเวทมนตร์ธาตุดิน ทำให้มีพลังแฝงในตัวและฟื้นฟูตัวเองได้ ตัวอาคารเป็นหินอ่อนสีขาวสบายตาและสร้างโดยวิศวกรก่อสร้างที่มีหัวอนุรักษ์จึงออกมาเป็นอาคารเรียนรูปแบบกรีกและโรมันที่ดูร่วมสมัย โดยแบ่งตัวอาคารออกเป็น 5 โซน ดังนี้

     1. อาคารเรียนหลักสูตรขั้นสูง เป็นอาคารที่ใหญ่สุด มีทั้งหมด 5 ชั้นตามระดับชั้นปี ประกอบด้วยห้องพักครู ห้องเรียนของคลาสอัลฟ่า เบต้า โดยแต่ละชั้นปีจะมีห้องเรียนทั้งหมด 3 ห้อง คือ 1 ถึง 3

     2. อาคารเรียนหลักสูตรขั้นต้นและเช่ายืมทดสอบอุปกรณ์เวทมนตร์ เป็นอาคารรูปแบบคล้ายกับอาคารเรียนหลักแต่มีแค่ 3 ชั้น และมีชั้นใต้ดินที่ทำมาใช้ทดสอบการทำงานของอาวุธและเวทมนตร์ที่นักศึกษาสร้างขึ้น

     3. ห้องสมุดและห้องค้นคว้าวิจัย เป็นตึกสูง 5 ชั้น ขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยหนังสือเวทมนตร์และข้อมูลการวิจัย โดยมีห้องส่วนตัวให้ด้วย

     4. อาคารฝึกฝนและสนามประลองเวทมนตร์ มีรูปร่างคล้ายสเตเดี้ยมแบบกาดิเอเตอร์ในสมัยโรม ใช้แต้มการศึกษาและกิจกรรมในเข้าใช้ ส่วนสนามประลองนั่นเป็นสถานที่จัดงานกลางของตัวสถาบัน การแข่งขันหรืออะไรก็แล้วแต่จะจัดที่นี่ซะเป็นส่วนใหญ่

      5. อาคารพื้นที่ชมรมและกิจกรรมภายในร่ม เป็นพื้นที่อิสระใช้สำหรับทำชมรมหรือจัดแสดงต่างๆเพื่อความบันเทิง

     กลุ่มของธาราเดินเข้าอาคารเรียนเพื่อตรงไปห้องเรียนของพวกเขา คลาส เบต้า ห้อง 1 เดินผ่านกลุ่มคนไปจนถึงห้องและเลือกที่นั่งกลางห้อง ภายในห้องมีเสียงพูดคุยของทั้งผู้ชายและกลุ่มผู้หญิงบางปะปนกันไป

     ห้องเรียนเป็นรูปแบบโต๊ะเรคเชอร์แบบยาวนั่งได้ 5 คนต่อโต๊ะ โดยมีพื้นที่ขนาดสองคนเดินขั้นระหว่างโต๊ะ แต่ละห้องมี 12 โต๊ะ

     หลังจากที่นั่งลงบนโต๊ะ ธาราก็ถามเพื่อนทั้งสองเขาด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สามคน

     "ตอนนี้ เฟย นายอยู่ระดับผู้ใช้เวทขั้นกลาง และเซล นายอยู่ขั้นต้น ฉันพูดถูกไหม" 

     เฟยและเซลก็พยักหน้าเนิบๆรับคำพร้อมกับทำท่าเหมือนจะถามอะไรแต่ก็โดนคำพูดของธาราขัดไว้ซะก่อน

     "เย็นนี้ พวกนายว่างไหม ฉันอยากทดสอบการใช้เวทย์ของพวกนายหน่อย"

     ทั้งสองเมื่อได้ยินต่างทำหน้าไม่ค่อยเต็มใจกันทั้งคู่ ทางเฟยมีท่าทางลังเล ส่วนเซลก็ทำสีหน้าราวกับปวดใจออกมา

     "พวกนายเงียบแล้วยังทำหน้าแบบนี้ใส่ฉัน ฉันจะถือว่าว่างนะ ฉันจะได้เอาแต้มเสมอของปีก่อนมาใช้เช่าห้องฝึก"

     เฟยถึงกับเอ็ดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักด้วยความตกใจว่า

     "ฮะ เฮ้ย 1,000 แต้มต่อชั่วโมง นั้นมันเยอะเหมือนกันนะเว้ย ถ้าเกินสิบชั่วโมง แต้มขนาดนั้นเอามาซื้อหนังสือเวทย์ระดับ D ได้เลยนะ พวก"

     เซลพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดเฟยแล้วกล่าวเสริมคำพูดของสหายสนิท

     "ถูกของเฟยนะ ธาร พวกฉันไม่ได้มีความสามารถทางเวทมนตร์มากนักหรอกนะ"

     ธาราเมื่อได้ยินก็หันไปรอบๆก่อนจะตำหนิสองสหาย

     "พวกนายจะพูดเสียงดังทำไมฟะ กลัวคนอื่นรู้เหรอไง"

     ธาราทำนิ้วเป็นสัญญาณให้ทั้งสองลดเสียงลง พร้อมล็อคคอทั้งสองเข้ามาคุยกันใกล้ๆก่อนจะกล่าวว่า

     "ไม่ใช่ว่าพวกนายไม่มีความสามารถหรอก ระบบการศึกษาเวทมนตร์มันแย่ต่างหากเล่า พวกนายวัดระดับเวทมนตร์ตอนสิบขวบ ได้ระดับผู้ฝึกเวทย์ขั้นกลาง หลังจากนั้นสองปี ตอนอายุสิบสองปีก็เข้าเรียนที่เอจิสสาขาขั้นต้น สามปีผ่านไปเนื่องจากความแตกต่างทางการเงินและฐานะ ทำให้พวกนายมาหยุดอยู่ที่ผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นและกลาง"

     "ส่วนฉันดีกว่าพวกนาย เพราะบ้านฉันเป็นร้านขายและรับทำอุปกรณ์เวทมนตร์ทำให้ตั้งแต่เด็ก ฉันเรียนรู้เวทมนตร์มาตลอดแล้วยังวัดระดับเวทมนตร์ตั้งแต่อายุแปดขวบ ฉันเรียนรู้เวทมนตร์มาตั้งแต่ตอนเด็กจนถึงปัจจุบันมากกว่าพวกนายตั้งเยอะ"

     "เพราะฉะนั้น ฉันเลยอยากให้พวกนายใช้เวทย์ให้ฉันดูหน่อย ฉันจะได้ช่วยพัฒนาพวกนายได้ ถ้าพวกนายกลัวว่าฉันจะไม่ก้าวหน้า เพราะ เห็นแก่มิตรภาพระหว่างพวกเราแล้วละก็นะ"

     เฟยและเซลที่ได้ยินก็เปลี่ยนสีหน้าและตอบรับคำขอของธาราด้วยความเต็มใจ

     "พวกนายทบทวนกันไปนะ เดี่ยว ฉันไปขออนุญาติใช้ห้องฝึกก่อน จำไว้เวทพื้นฐาน "บอลมานา" ห้ามกล่าวบทร่าย"

     ทั้งสองเมื่อได้ยินก็ต่างหน้าซีดพร้อมกับรีบหาบทร่ายของเวทย์ บอลมานา เพื่อนำมาท่องจำสูตรร่ายไว้ในหัวตามการทดสอบของเพื่อนรักของพวกเขาให้ได้ภายในวันนี้ ไม่งั้นทั้งสองคนโดนเล่นงานอย่างหนักแน่นอน

     ธารานั้นเดิมทีเป็นคนง่ายๆสบายๆ สิ่งเดียวที่เขาไม่ใจดีด้วยคือเรื่อง "เวทมนตร์" พอเป็นเรื่องนี้ เขาไม่ต่างอะไรกับยักษ์ใจโฉดที่ลากเพื่อนรักของเขาสองคนไปฝึกร่ายเวทย์ "บอลธาตุ" อย่างบ้าคลั่ง ตอนช่วงอยู่ปี 2 ของหลักสูตรขั้นต้น

     นั่นทำให้ทั้งสองคนนั้นต่างตื่นตระหนกมากกว่าปกติพร้อมกับนึกย้อนถึงความหลังที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่สำหรับพวกเขา

     หลังจากที่เห็นสหายสองคนเริ่มทบทวนบทเวทย์ ธาราเดินแยกตัวออกมาจากห้องเรียน ตรงไปยังอาคารฝึกฝนพร้อมใช้แต้มจากบัตร นักศึกษาของเขาจ่ายค่าเช่าห้องฝึกฝนเป็นเวลาสามชั่วโมง ข้อดีเพียงอย่างเดียวของห้องฝึกฝนคือ ระบบฟื้นฟูมานาให้กับผู้ใช้ ไม่เช่นนั้นธาราไม่ยอมเสียแต้ม 3,000 แต้มเป็นค่าเช่าห้องอย่างแน่นอน นั่นทำให้ตอนนี้เขามีแต้มเหลืออยู่ 1,550 แต้มจากเดิมมีอยู่ 4,550 แต้ม


     ซึ่งสำหรับนักเรียนคลาสเบต้าแล้วถือเป็นแต้มที่เยอะระดับหนึ่ง เพราะแต้มส่วนนี้นั้นได้จากการลงอบิสระดับ E ที่มีการรับรองผลการฝึกฝนแล้ว โดยส่วนมากแล้วคลาสเบต้านั้นแทบจะไม่มีสิทธิในส่วนนี้มากเท่าที่ควรจะเป็น จึงทำให้หาแต้มมาใช้ได้ค่อนข้างยาก แตกต่างกับคลาสอัลฟ่าที่ได้เข้าร่วมอยู่ตลอด

     แล้วทำไม ธาราถึงมีแต้มมากขนาดนี้ นั่นก็เพราะผลสอบวัดระดับเลื่อนชั้นปีตั้งแต่ขั้นต้นปี 1 ถึง 3 ของเขาเป็นระดับสูงสุดของคลาสเบต้า ซึ่งเทียบเท่ากับนักเรียนคลาสอัลฟ่าระดับกลางค่อนไปทางกลุ่มหัวกะทิ จึงเป็นผลให้ได้แต้มเทียบเท่ากับคลาสอัลฟ่าเพื่อความเป็นธรรมของระบบการศึกษาของสถาบัน

     เมื่อเสร็จธุระ ธาราก็เดินกลับไปยังห้องเรียนของเขา ซึ่งตอนนี้มีนักเรียนมุงอยู่เต็มไปหมด

     ธาราที่เห็นดังนั้นก็ใช้เวทอำพรางพร้อมกับเดินเข้าไปดูภายในกลุ่มนักเรียนมุงอย่างหน้าตาเฉย


     "เวทอำพราง เลเวลอัพเป็นเลเวล 5 ..... 10 เลื่อนขึ้นจากระดับ D เป็น C"


     หน้าห้องเรียนคลาสเบต้า ชั้นปี 1 ห้อง 1 มีกลุ่มคนที่บนอกเสื้อมีตรารูปห้าเหลี่ยมสีทองด้านในมีตัวอักษร A สีแดง ตรงแขนเสื้อมีตราอักษรตัว A แสดงความเป็นห้องเรียนคลาสอัลฟ่า โดยในกลุ่มนั้นมีผู้ชายหลายสิบคนและผู้หญิงอีกประมาณเจ็ดถึงแปดคน

     ภายในกลุ่มผู้ชายนั้นมีคนที่เหมือนหัวโจกของกลุ่มยืนอยู่โดยมีเพื่อนร่วมชั้นของเขารายล้อมเอาไว้

     นั่นคือ ชไนเดอร์ เดอมัวร์ ชายหนุ่มผมแดงผู้มีใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแต่ใบหน้ากับบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา สูงยาวเข่าดี จัดเป็นหนุ่มหล่อระดับเจ็ดของชั้นปีที่ 1 ขั้นสูง ถ้าไม่ติดเรื่องนิสัยแย่ๆที่ชอบดูถูกคนอื่นและใช้กำลังเกินกว่าเหตุก็นับว่าเป็นหนุ่มสมบูรณ์แบบคนหนึ่งที่รูปหล่อ บ้านรวยแถมยังเรียนเก่งอีกต่างหาก

     ชไนเดอร์กระชากคอเสื้อของนักเรียนชายตัวเตี้ยที่ยืนขวางทางเดินเข้ามาแล้วตะโกนใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจว่า

     "ไอ้เจ้ากระจอกธารานั้น มันอยู่ไหนวะ ไปพามันออกมาดิ"

     ชายที่ถูกกระชากคอเสื้อได้แต่ตัวสั่นไปด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย

     "ขะ เขาไม่อยู่หรอก พึ่งเดินออกไปไหนก็ไม่รู้"

     นักเรียนชายผู้โชคร้ายคิดในใจว่า "ก็ไปหาเองดิวะ ทำไมต้องมาลงกับกูด้วยวะ" ซึ่งเหมือนคนที่คว้าคอเสื้อของเขาไว้จะอ่านความคิดของเขาออก เขาจึงถูกชกใส่หน้าไปหลายหมัด

     ชไนเดอร์ชกจนมือชุ่มไปด้วยเลือดติดอยู่เต็มมือจากการชกหน้าของนักเรียนชายผู้โชคร้าย หลังจากชกจนพอใจแล้วก็ปล่อยทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจแล้วตามด้วยพูดจาดูถูกผู้คนคลาสเบต้าแบบที่ทำเป็นประจำตั้งแต่ปีหนึ่งขั้นต้นกับคนที่มีพลังเวทย์ต่ำกว่าตนเองหลายระดับมาจนถึงปัจจุบัน

     โดยไม่มีใครมาห้ามแม้แต่คนเดียว เพราะตัวของเขา ชไนเดอร์ เป็นลูกของหัวหน้าแห่งสมาคมเวทย์อัลเกรีย ทำให้ตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีใครมาสั่งสอนมารยาทให้เขายังจริงจัง เนื่องจากเขา สูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังเล็กและพ่อของเขานั้นก็ไม่มีเวลาว่างให้กับเขาเท่าที่ควรบวกกับคบเพื่อนนิสัยไม่ดีตั้งแต่เด็กจึงได้มีนิสัยอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

     "มีใครไม่พอใจอะไรอีกไหมวะ ที่ห้องนี้ มีแต่พวกขี้ขลาดหรือไงวะ เฮ้ย!!"

     เหล่าเพื่อนของชไนเดอร์นั้นต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดังแบบไม่เกรงใจใคร น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน

     ธาราที่ยืนดูอยู่นั้นก็แทรกกลางกลุ่มคนเข้าไปโดยไม่ปลดเวทอำพรางพร้อมกับเทียบความแตกต่างของเหตุการณ์ในตอนนี้และอดีต

     "ต่างกันนิดหน่อยแหะ ครั้งก่อนเราอยู่ในห้อง หมอนั้นก็เดินเข้าไปท้าประลองพร้อมตราสมาคมเวทย์อัลเกรียที่มีกฎห้ามปฏิเสธการประลองทางการศึกษา แน่นอนว่ามีคนโดนอัดไปบ้างเหมือนเดิม เพราะครั้งก่อนเขาไปอ่านหนังสืออยู่ห้องสมุด"

     แต่ครั้งนี้เป็นเด็กนักศึกษาชายผู้โชคร้ายโดนต่อยจนเลือดอาบแล้วตามด้วยเห่าข่มขวัญงั้นเหรอ

     อย่างที่รู้ว่าตัวของธารานั้นตามจริงมีอายุถึง 74 ปี การที่ผู้ใหญ่อย่างเข้าต้องมาเห็นเหตุการณ์ที่เหมือนกับหมาบ้าหลุดออกมาจากโซ่ล่ามของเจ้าของแบบนี้ ทำให้เขามองกลุ่มของชไนเดอร์เลวร้ายลงไปอีก

     สำหรับตัวธารานั้นความรู้สึกเกี่ยวกับชไนเดอร์ตอนนี้ คือ "ไอ้เด็กปัญญาอ่อน ไร้หัวคิด แถมยังโง่บัดซบอีกต่างหาก"

     ต่อยคนอื่นเพื่อตามหาคนที่ตัวเองตามหาเนี่ยนะ แถมยังทำตัวเหมือนหมาบ้าแบบนี้ มันมีเพื่อนได้ยังไงฟะ แล้วไหนจะเพื่อนมันอีกหัวเราะทำไมวะนั้น มันไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำตัวทุเรศที่มาดูถูกคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบานแล้วยังมีท่าทางภูมิใจอีกต่างหาก

     ธาราที่เห็นก็อดทำหน้าเอือมระอาไม่ได้พร้อมกันนั้นก็จงใจทำในสิ่งที่ผู้ใช้เวทอำพรางไม่ทำกันคือ การสัมผัสหรือแตะต้องกับสิ่งมีชีวิตอื่น

     ถ้าเป็นตัวเขาในอดีตตอนนี้คงลำบากใจอยู่หรอกในสถานการณ์นี้ แต่ไม่ใช่กับเขาในตอนนี้ที่ผ่านความเป็นความตายมายังโชกโชน ถ้าเรื่องแค่นี้ก็กลัว เขาคงไม่สามารถมีชีวิตรอดมาได้จนอายุ 74 ปีหรอก

     ก่อนที่จะจงใจเดินชนไหล่ของเจ้าหมาบ้าตรงหน้าโดยใช้เวทอำพรางอยู่เพื่อพิสูจน์เรื่องหนึ่งส่งผลให้เวทอำพรางถูกยกเลิกพร้อมกันนั้นก็ควบคุมมานาที่ปกคลุมร่างของเขาจากผลของเวทอำพรางแล้วนำมานาส่วนนั้นมาเปลี่ยนเป็นเวทเสริมพลังแบบหน่วงเวลาการร่ายอย่างเป็นธรรมชาติ

     ส่งผลให้เวทเสริมพลังที่เขาร่ายนั้นทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ยากต่อการสังเกตและง่ายต่อการยกระดับเวทย์ด้วยมานา ซึ่งถือเป็นทักษะชั้นนักรบเวทย์ ส่วนข้อเสียคือ ใช้สมาธิในการใช้เป็นอย่างมาก แต่สำหรับเขานั้นง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ


     "เวทอำพราง เลเวลอัพเป็นเลเวล 2 ....4"


     ผลที่ได้เป็นไปตามที่ธาราคิดไว้ยิ่งมีความเสี่ยงและความท้าทายในการใช้เท่าไหร่จะยิ่งอัพเลเวลสกิลหรือทักษะต่างๆได้เร็วขึ้นเท่านั้น ซึ่งเท่าที่เขาคิดน่าจะรวมถึงความยาวนานในการใช้และทักษะในการควบคุมมานาให้ใช้เวทย์แต่ละบทได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน


     "ได้รับทักษะควบคุมมานา เลเวล 1 ระดับ A และทักษะหน่วงเวท เลเวล 1 ระดับ B"


     ชไนเดอร์ที่โดนชนไหล่เดิมก็มีเรื่องบาดหมางกันอยู่แล้วก็ระเบิดความเดือดดาลพุ่งเข้าหมายจะต่อยหน้าคู่อริอย่างไม่ลังเล

     มุมมองของชไนเดอร์เห็นเพียงหมัดขวาของเขาที่กำลังจะได้สัมผัสกับใบหน้าของคู่อริก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างสะใจ

     แต่ในมุมมองของคนที่เขาต่อยนั้นช่างแตกต่าง ธารามองเห็นหมัดตรงหน้าช้าเหมือนกับภาพนิ่ง ช้าจนเขาสามารถร่ายเวทย์สร้างภาพติดตาได้แต่ก็ไม่ทำ เพราะไม่อยากเปิดเผยความสามารถมากเกินความจำเป็น

     ตัวเขาประสงค์จะสั่งสมพลังโดยเริ่มจากเพิ่มความสามารถให้กับเพื่อนสนิททั้งสองคนก่อนแล้วค่อยหาคนที่ถูกชะตาหรือเขายอมรับความสามารถเข้าร่วมจึงไม่สามารถเปิดเผยพลังมั่วสั่วได้

     ธาราจึงใช้หลักการต่อสู้ของไอคิโด คือ "การยืมแรงศัตรูทำร้ายตัวศัตรูเอง"

     เขาแบมือซ้ายรับหมัดแล้วตามด้วยใช้ขาขวาที่เสริมพลังอยู่ก่อนแล้วด้วยเวทเสริมพลังเตะตัดขาซ้ายของคู่อริพร้อมกับเอามือขวาไปจับบริเวณแขนข้างที่ปล่อยหมัดมาเพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยงในการทุ่มลงพื้นแน่นอนว่า ธาราใช้เวทเสริมพลังแขนทั้งสองข้างก่อนจะตามด้วยเสียงกระแทกพื้นดังสนั่นไปทั่ว


     "เวทเสริมพลัง เลเวลอัพเป็นเลเวล 2 ..... 10 เลื่อนระดับเป็นจาก F เป็น E"


     "เวทควบคุมมานา เลเวลอัพเป็นเลเวล 2"


     "ตึงงง"


     หลังจากทุ่มเสร็จ ธาราก็ปล่อยมือออกจากแขนของชไนเดอร์พร้อมกับเดินเข้าห้องต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     ทิ้งไว้แต่ร่างไร้สติของชไนเดอร์ที่ถูกจับทุ่มจนนอนสิ้นสภาพอยู่บนพื้น ก่อนที่ธาราจะกล่าวทักสองสหายราวกับไม่มีเรื่องอะไรว่า

     "กลับมาแล้ว"

     เฟยและเซลที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ต่างก็อ้าปากค้างกันทั้งคู่ก่อนจะรวบรวมสติได้แล้วตอบกลับอย่างอ้ำอึ้ง

     "โอะ โอ้/ อือ อือ"

     เขายังไม่ทันจะได้นั่ง ร่างสูงที่นอนอยู่กับพื้นก็รู้สึกตัวพร้อมกับหันซ้ายหันขวาจนเห็นคนที่ทำให้เขาขายขี้หน้าแล้วมองคู่อริของเขาด้วยสายตาเกลียดชังและมาดร้ายมากกว่าเดิม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแบบไม่ปกปิด ผมที่แดงของเขาบวกกับเวลาโกรธผิวของเขาจะเป็นสีแดงนั้นทำให้เขาได้รับฉายาว่า "หมาป่าเพลิง"

     ธาราที่เห็นสายตาของชไนเดอร์ก็มองกลับไปด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกับพูดตอกหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างร้ายกาจ

     "มองอะไรไม่เคยเห็นคนเหรอไง ไอ้หมาบ้า คิดว่าต่อยชาวบ้านไปเรื่อยจะทำให้ทุกคนคิดว่าแกเก่งเหรอไง ทำตัวอย่างกับกุ๊ยไปได้ พ่อแกคงภูมิใจล่ะสิ มีลูกเป็นกุ๊ยที่หาเรื่องคนอ่อนแอกว่าตัวเองอย่างภาคภูมิใจเนี่ย ว่างั้นไหม ชไนเดอร์ เดอมัวร์คุง"

     ชไนเดอร์เมื่อได้ฟังถึงกับโกรธจนควันออกหูแต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์ เพราะเขามาด้วยเรื่องอื่นต่างหาก ขณะที่เขากำลังรวบรวมสติให้เย็นลงนั้น ธาราก็ชี้หน้ากลุ่มเพื่อนของชไนเดอร์ก่อนจะกล่าวด่าพวกเขาอย่างไม่เกรงใจว่า

     "พวกแกก็เหมือนกันเป็นเพื่อนกับกุ๊ยแบบนี้ ถึงได้มีสันดานแบบเดียวกัน มาหัวเราะใส่คนที่ตัวเองรู้ว่าอ่อนแอกว่าเนี่ย เก่งเหลือเกินนะ นักศึกษาห้องอัลฟ่าผู้น่าเกรงขาม"

     ไม่พูดเปล่า ธารายังทำท่าทางล้อเลียนพร้อมกับประกาศระดับความสามารถเพื่อนร่วมชั้นบางคน โดยเฉพาะคนที่โดนทำร้ายร่างกาย

     เพื่อนของชไนเดอร์ที่ได้ฟังต่างทำท่าจะพุ่งเข้ามาต่อยธารากันหมด ในขณะที่นักศึกษาชั้นเบต้าทุกคนต่างหัวเราะตอบรับคำพูดของเขา

     ไอ้หมาบ้าตรงหน้าหลังจากสงบสติอารมณ์ได้ก็ยื่นเอกสารสัญญาเวทมนตร์สีฟ้าที่มีตราสัญลักษณ์ของสมาคมเวทย์อัลเกรียและตราของอาจารย์สาขาต่อสู้ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนของฝั่ง ผู้ท้าชิงไว้แล้วมาให้ธารา

     "มาประลองกับฉันซะ ไอ้เวรตะไลเอ้ย"

     กลุ่มเพื่อนของชไนเดอร์ต่างทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องกันทุกคนหลังจากเห็นสัญญาเวทย์ ส่วนนักเรียนชั้นเบต้าทุกคนเมื่อเห็นเอกสารก็ถึงกับหยุดหัวเราะแล้วต่างก็พากันหน้าซีดกันเป็นแถบๆเนื่องจากเป็นเอกสารบังคับใช้ ทำให้ไม่สามารถปฏิเสธได้โดยมีเงื่อนไขที่เสมอภาคและได้รับการอนุมัติจากทั้งสองฝ่ายพร้อมกับข้อกำหนดต่างๆของสมาคมเวทย์อัลเกรียด้วยตราชั่งเวทมนตร์

     ธาราเมื่อได้เห็นสัญญาก็ก้มหน้าลงต่ำ ทำให้นักศึกษาคลาสเบต้าคนอื่นๆต่างคิดแบบนี้ "กลัวสินะ/ไม่แปลกหรอก/ซวยเป็นบ้าเลยวะ"

     ส่วนเจ้าตัวนั้น ตอนนี้กำลังปิดบังรอยยิ้มดีใจอย่างยากลำบาก เพราะ เจ้าโง่ตรงหน้ามาหาเรื่องเขาเองเลยนะ แถมยังเป็นสัญญาแบบห้ามปฏิเสธอีกนั้นหมายความว่า "เรียกร้องได้ตามความเท่าเทียมของคู่สัญญา" แค่ความต่างของระดับชั้น ก็เรียกร้องขั้นต่ำได้ถึง 20,000 แต้มแล้ว ยังไม่นับเรื่องทำร้ายร่างกายและค่าสัญญาที่สมเหตุสมผลกับความแตกต่างด้านระดับพลังอีก

     "แกไม่มีสิทธิปฏิเสธหรอกนะ ว่าด้วยมาตราที่ ..." ชไนเดอร์ยิ้มกว้างออกมาแล้วกำลังจะพูดต่อนั้นเองก็ถูกพูดแทรกจนเขาถึงกับหุบยิ้มลง

     "แค่เห็นก็รู้แล้ว ไอ้ปัญญาอ่อน "สัญญาเวทย์ของอัลเกรีย รูปแบบสัญญาเสมอภาค" แถมยังเป็นตราลงนามโดยพ่อผู้แสนใหญ่โตของแก ศึกษาข้อมูลมาดีนะ คงจ่ายไปเยอะเลยสิ ถึงรู้ระดับพลังของฉันด้วยเนี่ย คงเป็นเจ้าอาจารย์อ้วนคอปเปอร์ที่เป็นคนวัดระดับพลังฉันล่าสุดละสิ ที่บอกข้อมูลฉันให้แก เพราะตามที่ข้อมูลของสถาบันจะประกาศระดับพลังของนักศึกษาแค่ช่วงสอบกลางภาคและปลายภาคเรียนกับวัดระดับส่วนบุคคลก่อนเปิดเทอมที่จะบอกแค่ตัวผู้วัด ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันที่สามของการเปิดเทอม แกก็มาท้าประลองฉันพร้อมเอกสารประกอบขนาดนี้"

     "เตรียมตัวมาดีนะเนี่ย กะจะรังแกคนอ่อนแออย่างฉันยังไงดีละ" ระหว่างที่พูดนั้นธาราก็ทำท่ายกนิ้วโป้งสองข้างให้กับชไนเดอร์อย่างล้อเลียนแบบเห็นได้ชัด ซึ่งก็มีนักศึกษาคลาสเบต้าบางคนถึงกับหลุดหัวเราะออกมา บางคนก็พยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเฟยและเซลนั้นถึงกับตัวสั่นพร้อมกับเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะเสียงดังออกมา

     ราวกับเป็นราดน้ำมันลงบนกองเพลิง ชไนเดอร์โกรธจนแทบจะขาดสติ แต่ก็ต้องควบคุมตัวเองเนื่องจากมีชื่อพ่อของเขาประกอบเอกสารท้าประลองอยู่ ก่อนจะสงบสติอารมณ์โกรธแล้วพูดออกด้วยท่าทางกระโชกโฮกฮากอย่างถือดีว่า

     "มีข้อเรียกร้องอะไรก็ว่ามา ยังไงแกก็ไม่มีทางชนะอยู่แล้ว"

     ธาราแกล้งตีหน้าราวกับหนักอกหนักใจพร้อมกับทำท่าครุ่นคิดอยู่นานก็กล่าวถามว่า

     "แกเขียนเริ่มว่า ถ้าคู่ประลองรับคำท้าจะได้ 10,000 แต้มใช่ไหม ไม่มีข้อเรียกร้องเรื่องตัวเองชนะ ขอแค่รับคำท้าพอ ถูกต้องใช่ไหม"

     ชไนเดอร์ที่ได้ยินก็ตอบรับแบบส่งๆ "เออสิวะ"

     "งั้นฉันตอบรับก็จะได้ 10,000 แต้ม โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องแพ้/ชนะของฝั่งฉันพร้อมกับเรียกร้องอะไรก็ได้ตามความแตกต่างของพลังสินะ แล้วยังเรียกร้องอะไรก็ได้ในกรณีที่ชนะ ถูกต้องใช่ไหม"

     "เออโว้ย รีบๆเรียกร้องสักที แล้วมาประลองกับฉันตอนบ่ายของวันนี้เลย"

     เมื่อได้ยินดังนั้น ธาราก็ได้เรียกร้องสิ่งที่ทำให้ทุกคนในที่นี้ถึงกับอึ้งไปเลยนั้นคือ

     "งั้นถ้าฉันชนะขอแต้มทั้งหมดของนายและเพื่อนกลุ่มนี้ของแกด้วยนะ แน่นอนว่าต้องเป็นแต้มตอนนี้เท่านั้นนะ"

     ชไนเดอร์ถึงกับกัดฟันด้วยความโกรธ จะตะโกนด่าก็ไม่ได้ เพราะความต่างของพลังทำให้เรียกร้องได้มากกว่าปกติอยู่แล้ว

     "ทำไม ทำหน้างั้นละ หรือว่ากลัวแพ้ หรือคิดว่าไม่ยุติธรรม ยังไงนายก็มั่นใจอยู่แล้วว่าจะชนะนี่นา หรือไม่ใช่กัน" ธาราพูดกวนประสาทพร้อมกับทำสีหน้าล้อเลียนใส่คู่อริอย่างออกนอกหน้าราวกับต้องการยั่วยุให้ชไนเดอร์โกรธมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็สำเร็จอย่างง่ายดาย

     ยิ่งได้ฟังชไนเดอร์ยิ่งโกรธหนักกว่าเดิมเข้าไปอีกแถมไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แม้แต่เพื่อนร่วมห้องที่มาด้วยกันบางส่วนก็โมโหกับคำพูดของเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า "ธารา" ตรงหน้า บางคนถึงกับบอกว่าจะลงขันให้กระทืบชายตรงหน้าเลยทีเดียว

     "รับคำมันไปเลย ชไนเดอร์"

     "ใช่ๆ กระทืบแมร่งเลย"

     "ปากดีชิบหายเลยวะ เป็นแค่เบต้าแท้ๆ"

     "เป็นผู้ชายที่ทุเรศเป็นบ้าเลยแหะ อัดมันเลยค่ะ คุณชไนเดอร์"

     ชไนเดอร์ที่ได้รับเสียงตอบรับของเพื่อนร่วมชั้นก็ตอบรับคำท้าพร้อมกับลงตรารับรองสัญญา

     "เออ ฉันยอมรับข้อสัญญานั้น ถ้าแกชนะเอาแต้มทั้งหมดของฉันและเพื่อนของฉันไป แกก็เอย ยอมรับซะสิ"

     ตัวเลขที่แสดงในสัญญาเวทมนตร์นั้น แสดงแต้มที่ใช้แทนเงินในสถาบันนี้ เป็นแต้มทั้งสิ้น 395,178 แต้ม

     ในใจของธารานั้น ดีใจจนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆแบบไม่สนใจใครอยู่แล้ว แต่กลัวคนอื่นจะคิดว่าเขาเป็นบ้าจึงได้สงวนท่าทีเอาไว้

     ธาราเอยรับด้วยเสียงสบายๆ "ฉันขอยอมรับข้อสัญญานั้น"

     ชไนเดอร์นั้นเก็บเอกสารสัญญาก่อนจะเดินจากห้องไปกับเพื่อนร่วมชั้นของเขาพร้อมกับป่าวประกาศการประลองของเขาไปทั่วอย่างหน้าชื่นตาบาน

     หลังจากนั้น เฟยและเซลวิ่งเข้ามากอดคอธาราพร้อมกับล้อมวงคุยกันด้วยเสียงอันเบาว่า

     "เฮ้ย จะไหวเหรอวะ ธาร หมอนั้นครั้งล่าสุดมันระดับ นักเวทย์ขั้นกลางแล้วนะ"

     "ตามที่เฟยมันพูดเลย ธาร หมอนั้น นักเวทย์ขั้นกลางนะเว้ย จะไหวเหรอวะ ไปรับคำท้าแบบนั้น แถมยังกวนตรีนเพื่อนมันอีก"

     เขาก็ยิ้มสบายๆอย่างทุกทีพร้อมกับพูดเพิ่มกำลังใจให้เพื่อนของเขาว่า

     "เดี่ยวพวกนายดูก็รู้ แต่ถ้าฉันชนะ บอกเลย ฉันจะทำให้พวกแกระดับเท่ากับไอ้เวรนั้นได้แน่นอน"

     เฟยก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับเพื่อนของเขา "ถ้าแกชนะ พวกฉันยอมฝึกตามที่แกบอกเลย เอา"

     เซลพยักหน้าเห็นด้วยกับเฟยในเรื่องนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์

     ธาราเมื่อได้ฟังก็ยิ้มกว้างพร้อมกับทวงคำพูดของเพื่อนสนิททั้งสองตามคำพูดเมื่อกี้ "ถ้าฉันชนะจะฝึกตามที่ฉันบอกแน่นอนสินะ"

     "เออ" ทั้งสองคนตอบรับคำพูดของขา ซึ่งภายหลังทั้งสองก็ต้องเสียใจกับคำพูดเล่นๆนี้ของตนเองเป็นอย่างมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 996 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #442 ฉันกลับมาแล้ว! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 12:57
    เย้ๆ ความคิดกับทัศนคติเหมือนกับ ตาแก่อายุ 70 กว่าจริงๆ เลยคร่าาา (ประชด) หยอกๆ นะไรท์
    #442
    1
    • #442-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 4)
      16 ธันวาคม 2562 / 12:59
      ไม่เป็นไรครับ ไรท์ไม่ถือ
      ไรท์คิดว่าคนเราก็มีด้านที่เป็นเด็กกันหมดแหละครับ
      #442-1
  2. #242 Fikusa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 11:56
    เจ้าหมาแดงจะโดนตบยังไงนะ
    #242
    0
  3. #77 ADSAASA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:13
    ขอบคุนคับ
    #77
    0
  4. #9 Ragnarzero (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 19:25
    เข้าทาง เก็บเรียบ
    #9
    0