Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 39 : ผู้ใช้อักขระและพบเจอราชสีห์เพลิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 575 ครั้ง
    29 พ.ย. 62


     ไรเซล รูค เดวาเรีย หัวหน้าหน่วยราชสีห์เพลิงและพี่ชายแท้ๆของไคเซอร์ เลโอเรียล มีสีผมและสีตาคล้ายกับไคเซอร์เป๊ะๆจะแตกต่างก็แค่ทรงผมยาวไปถึงคอและใบหน้านิ่งๆของเขา

     ถ้าถามว่าทำไมถึงใช้คนละนามสกุลต้องบอกก่อนว่านามสกุล "เดวาเรีย" เป็นนามสกุลของราชวงศ์

     ซึ่งหมายความว่า ไรเซล นั้นมีชื่อจริงว่า "ไรเซล เลโอเรียล" และแต่งงานกับคนของราชวงศ์ตระกูลเดวาเรียของสภาโต๊ะกลม ผู้สืบทอดนาม ของหนึ่งในอัศวินของสภาโต๊ะกลมในอดีต "กาเวน"

     ส่วนชื่อกลาง "รูค" นั้นมาจากตำแหน่งเรือของหมากรุกและแทนตำแหน่งหน่วยกวาดล้างของสภาโต๊ะกลม

     โดยคนที่ได้รับอนุญาติให้ใช้ชื่อกลางว่า "รูค" ได้มีอยู่สองคนและไรเซลเป็นหนึ่งในสองคนนั้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันน่าเหลือเชื่อของเขา

     ภรรยาของเขามีชื่อว่า "เซร่า เดวาเรีย" ผู้มีชื่อเสียงมากมายตั้งแต่ดีไปจนถึงไม่ดีทั้งฉายา "เจ้าหญิงเพลิงโลหิต เจ้าแม่กาลี และอื่นๆ" 
ผู้มีทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ทรงหางม้าปลายสว่านสีแดงราวกับดวงอาทิตย์ลุกไหม้และรูปร่างแบบนักกีฬาหญิงหุ่นดี มีซิกแพคและกล้ามแขนออกมานิดหน่อยๆอย่างสาวสุขภาพดี ใบหน้าสวย ดวงตาสีทองคมดั่งนางพญาสิงโต

     งานแต่งงานของทั้งสองจัดอยา่งยิ่งใหญ่ไปเมื่อปีก่อน โดยได้เป็นงานแต่งงานพระราชทานจากองค์กษัตริย์อาเธอร์ด้วยพระองค์เองเลย

     "ฉันขอถามนายก่อนได้ไหม ธาร ทำไม นายถึงจะขายให้หัวหน้าหน่วยไรเซลละ" เซลอดที่ถามด้วยความสงสัยก่อนจะได้รับคำตอบอย่างรวดเร็วราวกับรอคนถามอยู่ก่อนแล้วว่า

     "ก็ไม่ยังไงหรอก เซล ฉันกะจะใช้ดาบนี้เพื่อใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการฝึกของเจ้าเฟยสักหน่อยน่ะ"

     เฟยชี้นิ้วเข้าหาตนเองอย่างงงๆก่อนจะได้ถาม ธาราก็พูดแทรกขึ้นซะก่อนว่า "เพราะฉันจะให้หัวหน้าหน่วยไรเซลสอนเจ้าบ้านี่สามวัน โดยแลกกับดาบเล่มนี้ยังไงละแถมบอกข้อเสียและสลักอักขระเพิ่มให้ด้วย"

     เซลมีสีหน้าตกใจออกมาอย่างไม่ปกปิดก่อนจะทุบโต๊ะเสียงดังพร้อมกับพูดด้วยท่าทางตื่นตระหนกว่า

     "นี่ นาย ใช้อักขระได้งั้นเหรอ ธาร" ธาราฟังก็พยักหน้าออกมาก่อนจะส่งพลังมานาเข้าที่นิ้วชี้และเขียนอักษรรูนบนอากาศก่อเกิดเปลวเพลิงออกมาอย่างง่ายดาย โดยที่ธาราไม่ต้องร่ายเพียงแค่เขียนอักษรรูนออกมา

     เฟยและเซลอ้าปากค้างกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนๆก่อนจะทำท่าดีใจอย่างยินดีแทนตัวของธารา

     เฟยพูดด้วยท่าทางตื่นเต้นว่า "แล้วนายอยู่ระดับไหนของผู้ใช้อักขระละ"

     "ขั้นสีเขียว" ราวกับฟ้าผ่าออกมาทั้งสองนิ่งอึ้งไปสักพักใหญ่ แน่นอนว่าต้องตกใจเป็นธรรมดา

     วิชาอักขระในโลกใบนี้นั้นเป็นศาสตร์ระดับนักเวทย์และถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงมีเพียงอัจฉริยะเท่านั้นที่ใช้ได้

     ซึ่งนั้นเป็นความเข้าใจผิดๆศาสตร์อักขระจริงๆตามความเข้าใจของธารา คือ พลังของจิตใจ สมาธิ และวิญญาณ

     ผู้ใช้ต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่ง สมาธิที่เหนือกว่าคนธรรมดาและวิญญาณที่มั่นคง ถึงจะสามารถใช้มันได้

     ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็ไม่สามารถใช้มันได้ ซึ่งการฝึกทั้งสามนั้นยากเย็นยิ่งกว่าอะไรเสียอีกแต่บนโชคร้ายของธาราก็มีความโชคดีอยู่นั้นคือ เขามีพรสวรรค์ในฐานะผู้ใช้อักขระมากกว่าคนอื่นๆถึงสิบเท่า

     ความผิดพลาดมากมายในชีวิตก่อนของเขาทำให้เขามีจิตใจที่แข็งแกร่งจากประสบการณ์เฉียดตายมากมายและพลังสมาธิมากมายมหาศาล ส่วนวิญญาณนั้นเขาก็ไม่ทราบแต่เหมือนว่าความผิดพลาดจากการเลื่อนระดับของเขาจะส่งผลทำให้วิญญาณของเขาแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่าอย่างไม่รู้ตัว

     โดยระดับขั้นของผู้ใช้อักขระนั้นมีด้วยกัน 7 ระดับ เริ่มจากสีฟ้า เขียว ม่วง แดง ดำ เทา และขาวแล้วการที่ธาราอยู่ในขั้นสีเขียวนั้นนับเป็นตัวตนขั้นไหนน่ะเหรอก็ถูกนับเป็นมหาอัจฉริยะยังไงละ

     การเป็นผู้ใช้อักขระนั้นว่ายากมากแล้ว การเลื่อนขั้นนั้นยากยิ่งกว่า เพราะในชีวิตก่อนธารานั้นเป็นได้แค่ผู้ใช้อักขระขั้นสีแดงเท่านั้น

     แต่ครั้งนี้ เขากะจะก้าวข้ามตัวเขาในอดีตไปถึงขั้นสีขาวให้ได้ เขาเริ่มฝึกอักขระตั้งแต่เมื่อวาน

     แน่นอนว่าประสบการณ์เก่าช่วยให้เขาสามารถเลื่อนระดับได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ต้องมาค้างเติ่งอยู่ที่ขั้นสีเขียวด้วยระดับพลังเวทในตอนนี้ของเขาที่ต่ำเกินกว่าจะเลื่อนขั้นเป็นสีม่วง

     ธาราเขียนอักขระรูนขึ้นบนอากาศมากมาย ก่อนจะค่อยๆร้อยเรียงตัวอักษรทั้งหมดเข้าสู่ผ้าพันดาบจนส่องแสงสีเขียวออกมาก่อนจะดับลง

     ธาราใช้เวทตรวจสอบดูว่าได้ผลตามที่เขาต้องการไหม

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผ้าพันดาบ : อักษรรูนขั้นสีเขียว เพิ่มคุณสมบัติธาตุไฟและแสง 5%,รักษาตัวเองและป้องกันการจารกรรมด้วยการประทับตราโลหิต
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ธารายิ้มออกมาก่อนจะหันไปหาสองสหายที่ตอนนี้ทำท่าทางอึ้งยิ่งกว่าเดิมซะอีก

     ธาราก็ได้แต่ยิ้มอ่อนๆออกมาให้สองสหายด้วยท่าทางอ่อนใจก่อนจะหันไปอ่านหนังสือ โดยปล่อยสองสหายที่ยืนตัวแข็งด้วยความตกใจ

     ก่อนที่ลินดาจะเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบว่า "ครูมาแล้วจ้า ทั้งสามคน" ก่อนจะหันไปเห็นเฟยและเซลที่ยืนตัวแข็งอยู่ด้านข้างๆก็เลยถามด้วยท่าทางสงสัย "อ้าว ทำไม สองคนนี้ยืนตัวแข็งแบบนั้นละ ธารา"

     "อ่อ ผมบอกทั้งสองคนว่าเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวน่ะครับ" พูดจบ ลินดาก็ตัวแข็งค้างไปด้วยอีกคนจนธาราได้แต่ส่ายหน้าให้กับทั้งสามคนด้วยความเพลียจิตก่อนจะนั่งอ่านหนังสือต่ออย่างไม่ใส่ใจ

     ผ่านไปประมาณเกือบห้านาที ทั้งสามก็โวยวายออกมาด้วยท่าทางตื่นตระหนกอย่างไม่ปกปิด

     ลินดาถึงกับยิ้มกว้างออกมาอย่างยินดีเป็นอย่างมาก รอยยิ้มของเธองดงามและอ่อนโยน หางตาของเธอมีน้ำตาซึมออกมาอย่างตื้นตันใจกับความสำเร็จของนักศึกษาของเธอ

     เฟยโห่ร้องเสียงดังโดยไม่เกรงใจสถานที่อย่างยินดี โดยมีเซลเข้าร่วมด้วยก่อนจะหันไปล็อคคอเพื่อนรักของพวกเขาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่

     ทั้งสามดีใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะสงบสติอารมณ์ได้ โดยมีธารามองทั้งสามด้วยสายตาดุๆ

     ก่อนที่ลินดาจะกระแอมไอออกมาด้วยใบหน้าแดงนิดๆแก้เขินว่า "อะแฮ่ม เอาละ ครูมาถามเรื่องราวเกี่ยวกับการพิชิตดันเจี้ยนมายาสงครามกับอันอื่นๆด้วย"

     ธาราที่ได้ยินก็แหลออกไปอย่างเป็นธรรมชาติว่า "พวกผมพิชิตแค่มายาสงครามนะครับ อาจารย์ลินดา"

     "คิดว่าครูเดาไม่ออกเหรอว่าพวกเธอไม่ได้พิชิตแค่มายาสงครามน่ะ เพราะดันเจี้ยนที่พวกเธอลงชื่อเข้าร่วมทั้งหมดมันถูกพิชิตได้ทั้งหมดเลยด้วย คนที่ครูสงสัยก่อนใครก็คือ พวกเธอสามคนเนี่ยแหละ ไม่สิต้องเธอสินะ คนวางแผน หือ นักศึกษาธารา เทพพิทักษ์"

     ลินดาพูดออกมาราวกับคาดเดาได้อยู่แล้ว ซึ่งทำให้ธาราถึงกับเดาะลิ้นดัง "ชิ" อย่างขัดใจที่โดนรู้ทันแต่ก็ยังไม่ยอมพูดความจริงออกมาก่อนจะพูดต่อว่า "แต่ก็มีคนอื่นอีกเยอะแยะนะครับ ที่เข้าดันเจี้ยนก่อนหน้าพวกผม ผมพูดได้เลยว่าดันเจี้ยนเดี่ยวที่พวกผมพิชิต คือ มายาสงคราม"

     ธารากล่าวโกหกได้อย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติจนสองสหายยังรู้สึกว่า "ไอ้นี่มันนักตอแหลระดับพระเจ้าชัดๆ"

     ลินดามีท่าทางไม่ค่อยเชื่อออกมาแต่มันก็ฟังดูเหตุผลก่อนที่เธอจะพยักหน้าราวกับยอมรับแต่ในใจของเธอก็คิดว่า 

     "ยังไง เจ้าลูกศิษย์ทั้งสามคนนี้ก็น่าสงสัยมากที่สุดอยู่ดีนั้นละ พวกเขาจะต้องมีความลับแน่นอน พิชิตอันเดียวงั้นเหรอ อย่ามาโกหกซะให้ยากเลย"

     ธาราก็คิดในใจด้วยท่าทางสบายๆว่า "ถึงรู้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ อาจารย์ ใครมันจะไปเชื่อว่ามีนักศึกษาคลาสเบต้าพิชิตดันเจี้ยน 4 อันติดกันในเวลาแค่ไม่กี่วันละ พูดไปใครจะเชื่อ หึหึ"

     ธารายิ้มหวานให้อาจารย์ราวกับล้อเลียนจนลินดายัวะจนเอามือมาหยิกแก้มของธาราจนเข้าร้องโอดโอยออกมาอย่างช่วยไม่ได้

     "โอย อาจารย์มาหยิกแก้มผมทำไมละเนี่ย เถียงไม่ได้ก็ใช้กำลังงั้นเหรอครับ โอ๊ยยย"

     ลินดาบิดแก้มของเขาก่อนจะปล่อยออกมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจพร้อมชี้นิ้วใส่ธาราว่า "ยังไง ครูก็เชื่อว่าเป็นฝีมือพวกเธอแน่นอน ถึงพวกเธอจะปฏิเสธก็เถอะ แต่สักวันครูจะจับให้ได้คาหนังคาเขาเลย คอยดูละกัน"

     ก่อนจะเดินออกไปยังไม่แคล้วจะหันมามองธาราด้วยสายตาราวกับแมวมองหนูด้วยท่าทางมันเขี้ยวลูกศิษย์ตัวดีของเธอไม่หาย

     ธารามีท่าทางสับสนออกมาพลางลูบแก้มอย่างเจ็บปวด โดยมีน้ำตาเล็ดออกมานิดหน่อย

     เฟยและเซลได้แต่ยิ้มแห้งๆให้กับเขาพร้อมชักชวนธาราไปกินข้าวเย็นก่อนจะเดินไปทางโรงประมูลรอยัลแกรนด์บิชด์

     โดยการมาในครั้งนี้ของเขาเป็นการมาแบบไม่ปกปิดตัวตนแต่มาในนามกิลด์คลาสเบต้าไม่ใช่อันโนว์

     ธาราเดินเข้าไปที่โต๊ะรับรองก่อนจะกดกริ่งเรียกพนักงานออกมาพร้อมนำดาบลูมินัสมาวางไว้บนโต๊ะอย่างเปิดเผย

     พนักงานชายที่เห็นรีบชวนทั้งสามเข้ามาในห้องรับรองก่อนจะขอตัวไปเรียกหัวหน้าของเขามาเพื่อคุยธุระกับพวกเขาทั้งสามอย่างรวดเร็ว

     นั่งรอได้ไม่นาน ซูเหวินก็เดินเข้ามาโดยในครั้งนี้ เธอมาในชุดเดรสรัดรูปสีน้ำเงินผ่าเปิดขาอ่อนเข้าคู่กับผมยาวสีเงินถึงกลางหลัง

     ก่อนจะมานั่งลงตรงข้ามของพวกเขาแล้วแนะนำตัวว่า "สวัสดีค่ะ น้องๆนักศึกษาสถาบันเอจิส พี่มีชื่อว่า ลิลี่ ค่ะ"

     ธาราต้องแกล้งตีหน้าเซ่อออกมาราวกับไม่รู้ตัวจริงของเธอว่า "สวัสดีครับ พี่ลิลี่ ผมชื่อว่า"

     "น้องชายมีชื่อว่า "ธารา เทพพิทักษ์" เพื่อนน้องข้างขวาชื่อ เซล วากัสและน้องคนด้านซ้ายชื่อ อนุรักษ์ เกียรติรักษา ถูกต้องไหมจ๊ะ"

     ธาราพยักหน้าด้วยใบหน้าอึ้งๆแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นการแสดง ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า "ฉันในตอนนี้ควรได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมไม่ก็นักตอแหลยอดเยี่ยมแล้วละ" ก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทางอ้ำอึ้งอย่างเก้ๆกังว่า

     "ครับ ถูกต้องตามที่พูดเลยครับ คือ ผมมาในนามของเจ้าของบัตรนี้น่ะครับ" ก่อนจะหยิบบัตรสีทองของอันโนว์ออกมายื่นให้ลิลี่

     ซูเหวินหรือลิลี่ถึงกับเปลี่ยนสีหน้าในใจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะพูดเสียงหวานราวกับน้ำผึ้งว่า

     "ไม่ทราบว่าน้องชายธารา เป็นอะไรกับคุณอันโนว์เหรอจ๊ะ" แน่นอนซูเหวินพยายามจ้องจับผิดสามสหายมากยิ่งกว่าเดิม

     แต่ทั้งสามสหายไม่แสดงท่าทางมีพิรุธออกมานอกจากเดินทางกันสามคน ซึ่งก็เอาส่วนนี้มาเป็นข้อสงสัยไม่ได้ เพราะในเมืองที่มีประชากรอยู่มากมายก็มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่มีเดินทางด้วยกันสามคนแบบนี้อยู่เยอะแยะจนนับไม่ถ้วน

     ทำให้ปัดตกข้อนี้ไปได้เลย ส่วนสีผมหรือน้ำเสียงนั้นยิ่งแล้วใหญ่ สองสหายของอันโนว์ไม่ได้พูดอะไรนอกจากเดินมายืนข้างหลังราวกับบอดี้การ์ดและอันโนว์นั้นมีน้ำเสียงนุ่มลึกและแข็งกระด้างราวกับชายชรา ในขณะที่ธาราในตอนนี้มีน้ำเสียงนุ่มนวล สบายหูและดูมีมารยาท แตกต่างกับอันโนว์คนละเรื่องเลย เธอจึงปัดตกข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของอันโนว์จากสามสหายไปอย่างหมดจด

     โดยไม่ได้รู้เลยว่าสามสหายและอันโนว์ที่เธอหมั้นไส้อยู่ในใจนั้นกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของเธอแถมยังแสดงท่าทางแอ๊บแบ๊วไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ตรงหน้าของเธออย่างร้ายกาจอีกต่างหาก

     "ผมเป็นเหมือนหนูลองยาให้กับอาจารย์ของพวกเขานะครับ ส่วนเรื่องตัวตนหรืออาจารย์ของพวกเขา เป็นข้อตกลงระหว่างพวกเขากับผม ว่าห้ามถามเกี่ยวกับตัวตนของพวกเขา โดยแลกกับการที่จะช่วยเหลือผมเรื่องการฝึกกับยกระดับพลังเวทให้ผมกับเพื่อนน่ะครับ"

     ทั้งสองสหายต้องพยายามกลั้นขำอย่างยากลำบาก เฟยถึงกับต้องพยายามหยิกขาตัวเองเพื่อไม่ให้หลุดขำออกมา ส่วนทางเซลนั้นเป็นพวกตีหน้านิ่งเก่งอยู่แล้วจึงไม่หลุดง่ายๆแน่นอน แต่ในใจของเซลน่ะเหรอ กำลังหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ในใจราวกับคนบ้าก็ไม่ปาน

     ลิลี่มีสีหน้าเข้าใจก่อนจะพูดถามธารากลับมาว่า "งั้นน้องชายต้องการให้พี่สาวทำอะไรกับดาบใบนี้เหรอจ๊ะ"

     "ผมต้องการให้พี่สาวประกาศข่าวให้ผมเกี่ยวกับดาบเล่มนี้ โดยเน้นไปที่หัวหน้าหน่วยราชสีห์เพลิง ไรเซล รูค เดวาเรียน่ะครับ"

     "พี่ขอถามได้ไหมว่าทำไม ถึงต้องเน้นไปที่ท่านไรเซลขนาดนั้นกัน"

     ธารายิ้มสบายๆอย่างอารมณ์ดีให้กับลิลี่แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มว่า "เพื่อเจรจาธุรกิจกับเขาโดยตรงนิดหน่อยน่ะครับ พอดี เป็นคำสั่งของพวกคุณอันโนว์ที่เป็นเหมือนอาจารย์ของพวกผมน่ะครับ"

     ซูเหวินมีท่าทางเข้าใจก่อนจะทำตามคำขอของธาราโดยดีพร้อมขอเบอร์ติดต่อของพวกเขาเอาไว้

     หนึ่งอาทิตย์ต่อมา พวกเขาได้รับโทรศัพท์จากซูเหวินว่าไรเซลต้องการจะคุยกับพวกเขาในวันนี้

     พวกเขาทั้งสามเร่งรีบเดินทางจนมาหยุดอยู่หน้าโรงประมูลรอยัลแกรนด์บิชด์ก่อนจะเดินทางเข้าไปโดยมีพนักงานต้อนรับนำทางไปห้องรับรองพิเศษก่อนจะเปิดประตูเผยให้เห็นสมาชิกหน่วยราชสีห์เพลิงสิบกว่าคนพร้อมด้วยไคเซอร์ เลโอเรียลและเซร่า เดวาเรีย นั่งอยู่ข้างๆกับชายที่พวกเขาต้องการจะคุยด้วยเป็นพิเศษในวันนี้

     ไรเซล รูค เดวาเรีย หันมามองพวกเขาราวกับราชสีห์เจ้าป่ามองมาที่พวกเขาก็ไม่ปาน

     ธารายิ้มกว้างให้กับภาพที่เห็นตรงพร้อมกับร่างกายที่สั่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้ธาราดีใจเป็นอย่างมากจนเนื้อเต้นไปทั้งร่างก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าโซฟาตรงข้ามกับไรเซลด้วยท่าทางมั่นใจพร้อมพูดแนะนำตัวอย่างมีมารยาทว่า

     "สวัสดีครับ ท่านหัวหน้าหน่วยราชสีห์เพลิง ไรเซล รูค เดวาเรีย และขอบคุณที่ยอมรับคำขอร้องเห็นแก่ตัวที่ต้องการจะเจราเป็นการส่วนตัวในครั้งนี้ด้วยครับ"

     พูดจบก็ก้มหัวไหว้แบบไทยให้กับสมาชิกหน่วยทุกคนรวมถึงตัวไรเซลอีกด้วย

     ก่อนจะนั่งลงพร้อมกับหยิบดาบลูมินัสขึ้นมาโชว์ให้ไรเซลดูด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไรเซลราวกับผู้ใหญ่จ้องมองเด็ก ราวกับอินทรีเฒ่าที่ออกล่าเหยื่อ เขาจ้องราวกับต้องการจะรับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคนตรงหน้าของเขาอย่างละเอียดจนไรเซลยังรู้สึกได้

     ไรเซลที่เห็นสายตาและท่าทางของเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ทำตัวไม่ถูกจะว่ายังไงดี เขารู้สึกเหมือนถูกมองทะลุเข้าไปภายใจตัวตนของเขาแต่ก็พูดไม่ออกก่อนจะตีสีหน้านิ่งแล้วพูดเข้าประเด็นของวันนี้ในทันที

     "งั้นเรามาเข้าเรื่องที่พวกเธอทั้งสามต้องการจะคุยในวันนี้กันเลยดีกว่านะ นักศึกษาธารา เทพพิทักษ์และเพื่อนๆทั้งสอง"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 575 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #499 Fikusa (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 18:49
    ครูลินดาน่ารักน่าแกล้ง ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #499
    0
  2. #47 mirror image (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 08:04
    เรือของหมากรุกต้องเป็น รูค ใช้รอเรือนะ
    #47
    0
  3. #36 miss Iu (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 19:52
    หนุกอ่ะแต่บางข่วงยืดไปบ้างแต่รวมๆแล้วอร่อยมาก5ุุ
    #36
    1
    • #36-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 39)
      26 พฤศจิกายน 2562 / 21:35
      ขอบคุณมากครับครับ
      #36-1
  4. #35 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 12:42
    สนุกมากค่ะ
    #35
    0