Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 36 : บทบาทและหน้าที่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 537 ครั้ง
    29 พ.ย. 62


     เวลา 13.14 น. ในมิติสงครามโลกครั้งที่ 1 ณ แนวป้องกันฮินเดนเบิร์ก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส

     พื้นที่โดยรวมเป็นเนินเขา รอบข้างมีป่าสนขนาดเล็กอยู่ประปราย พื้นที่ในสนามรบเต็มไปด้วยรุมบ่อและสนามเพลาะสำหรับหลบระเบิด

     ด้านหลังของสามสหาย คือ ค่ายทหารเงาสีน้ำเงินที่คาดว่าเป็นทหารฝ่ายเยอรมันในยุคนี้ที่กำลังจะถูกโจมตีโดยกองทัพสัมพันธมิตรจนแตกพ่ายแต่ไม่ใช่กับครั้งนี้ที่มีพวกเขาทั้งสามอยู่

     เบื้องหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยรถถังจำนวนมากพร้อมกับป้อมปืนใหญ่และทหารอีกนับไม่ถ้วน

     แค่พวกเขาดูก็รู้เลยว่าสถานการณ์นั้นช่างสิ้นหวังเป็นอย่างมากแต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเปลี่ยนความพ่ายแพ้ของกองทัพฝั่งน้ำเงินให้กลายเป็นชัยชนะ

     ธาราสังเกตพื้นที่ด้วยกล้องไบโรสโครป โดยมองไปทางพื้นที่ฝั่งศัตรูก่อนจึงหันไปมองพื้นที่กองทัพฝั่งน้ำเงินของพวกเขา

     สังเกตพื้นที่ได้สักพักก็ได้เห็นถึงสิ่งที่เข้าตามหาก่อนจะยิ้มดำมืดออกมาแล้วพูดน้ำเสียงเนิบราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรว่า

     "เอาละ เฟย เซล เดียวพวกเราบุกเข้าไปกองทัพฝั่งน้ำเงินเอาปืนครกกันนะ"

     สองสหายที่ได้ยินถึงกับสำลักอากาศออกมาก่อนจะเป็นเฟยที่โวยวายออกมาด้วยเสียงอันดังว่า "นายจะบ้าเหรอไง นั้นค่ายทหารเลยนะเว้ย แถมในยุคนี้มันไม่มีทหารคนไหนใช้ดาบกันหรอกนะ ปืนนะเว้ย ปืน แล้วแกบอกให้ฉันพุ่งเข้าไปแย่งชิงของในค่ายทหารที่ทหารทุกนายถือปืนเนี่ยนะ เอ็งบ้าหรือกูบ้ากันแน่วะเนี่ย ธาร"

     เซลกล่าวเสริมด้วยท่าทางเคร่งเครียดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ธาร ฉันว่าอันนี้มันจะยากเกินไปแล้วละ ถ้าเป็นเกมก็ระดับ HELL MODE เลยนะ ฉันว่าแผนนี้มันยากเกินไปแล้วละอันเก่ายังเป็นไปได้ในระดับที่ฉันพอทนได้นะ แต่อันนี้ ถ้านายไม่มีแผนอะไรมารองรับก็ไม่ต้องคุยกันเลย"

     แน่นอนก่อนที่ทั้งสองจะโวยวายเสียงดังออกมาธาราก็ได้ใช้เวทกำแพงลมขึ้นมาเพื่อกันเสียงการสนทนาของพวกเขาเอาไว้อยู่แล้ว ทำให้ธาราไม่ได้ทำอะไรปล่อยให้เพื่อนทั้งสองโวยวายตามใจอยาก

     ธาราก็เอาแต่พูด "น่าๆ" พร้อมทำท่าปางห้ามญาติออกมาเพื่อให้ทั้งสองสงบสติจิตใจให้เย็นลงแต่ใบหน้าของเขากับเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีราวกับกำลังสนุกกับเหตุการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างมากก่อนจะพูดว่า

     "เอาน่า เฟย เซล พวกนายก็คิดซะว่าถูกฉันหลอกแล้วฟังแผนของฉันก่อนค่อยว่ากันแล้วกัน"

     ธาราก็ชี้นิ้วไปกลางค่ายของฝ่ายสีน้ำเงินที่พวกเขาต้องเข้าช่วยเหลือก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

     "แผนเป็นงี้ พวกเราจะสร้างกลุ่มควันขึ้นมาโดยให้นาย เฟย เราจะเข้าไปเผากองฟืนและป่าจากทุกทิศทางแล้วให้เซลพัดควันเข้าหาค่ายจนยากต่อการมองและทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นโดยรวมของทหารในค่ายต่ำลงพอทำทั้งสองอย่างเสร็จ ฉันจะใช้เวทอำพรางเพื่อพรางตัวเข้าไปในสนามเพลาะก่อนจะลัดเลาะเข้าไปจนถึงกลางฐานแล้วก็จะเป็นหน้าที่ของนาย เซล ที่จะใช้เวทหมอกลวงตาและหมอกพรางตาในการหลอกตาทหารเงาให้เห็นปืนครกปลอมๆก่อนที่พวกเราจะหลบหนีออกมา มีคำถามอะไรไหม"

     "มีเพียบเลยเฟ้ย" เฟยพูดด้วยน้ำเสียงยัวะๆก่อนจะกล่าวต่อด้วยท่าทางหงุดหงิดว่า "แผนนายมันก็ฟังดูดีอยู่หรอก ธาร พวกเราสามคนต้องฝ่าเข้าไปในดงทหารที่มีอาวุธเป็นปืนเลยนะเว้ยไม่ใช่แบบมิติก่อนหน้า ถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะทำยังไงวะ ธาร"

     เซลพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแรงๆก่อนจะก็กล่าวเสริมด้วยท่าทางเป็นกังวลว่า "ถูกของเฟย ธาร ถึงแผนการของนายมันจะฟังดูดีแถมยังดูทำได้จริงแล้วสมเหตุสมผลก็เถอะ แต่ถ้าเกิดมันผิดพลาดขึ้นมาละ พวกฉันก็ทำอะไรแทบไม่ได้เลยนะ ในมิติก่อนหน้าตอนที่สู้กับกลุ่มทหาร 50 คนโดยไม่มีนายครั้งแรก พวกฉันยังร่อแร่จนนายต้องเข้ามาช่วยเตือนสติเลยนะ แล้วครั้งนี้พวกเราต้องเข้าไปในดงกระสุนเลยนะ ฉันว่าแผนการมันเสี่ยงเกินไปจริงๆนั้นแหละ ธาร"

     ธาราพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะเดาะลิ้นและยกมือขวาขึ้นมาใช้นิ้วชี้เคาะหัวของเขาเบาๆพร้อมกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มดำมืดอย่าง
ชั่วร้ายราวกับนักวางแผนที่พร้อมจะทำแผนชั่วว่า "ฉันถึงวางแผนรับมือเอาไว้ยังไงละ"

     ก่อนที่ทั้งสองสหายจะได้พูดธาราก็ชิงพูดต่อซะก่อน "แผนรับมือของฉันคือ การสร้างกำแพงลมและโล่มานาทับกันแน่นอนกินพลังมานามากแต่ก็ปลอยภัยส่วนคนทำก็ฉันเนี่ยแหละ ส่วนเซล นายก็สร้างหมอกอำพรางปิดบังร่างพวกเราเอาไว้ก็พอ พวกนายจำหน้าที่หลักของพวกนายในแผนการนี้ไว้ก็พอว่าพวกเราจะต้องขโมยปืนครกทั้งหมด 6 กระบอก โอเคนะ"

     ทั้งสองถึงกับอึกอักออกมาจะพูดไม่พูดไม่ออก เพราะพวกเขาไม่ได้มีประสบการณ์ในการเอาตัวรอดเทียบเท่ากับคนตรงหน้าแถมแผนการโดยรวมก็รัดกุมรอบคอบจนพวกเขาเถียงไม่ออก แต่ปัญหาคือ พวกเขาทั้งสองนั้นรู้ตัวว่าพึ่งพาเพื่อนของพวกเขามากเกินไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้า ทำให้ทั้งสองเป็นกังวลในกรณีไม่คาดฝัน

     ธารานั้นพูดดักขึ้นมาราวกับรู้ความคิดของพวกเขาว่า "ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เรื่องที่พวกนายกังวลน่ะ ฉันกะว่าถ้าจบดันเจี้ยนนี้จะค่อยๆฝึกให้พวกนายรับมือเรื่องราวในรูปแบบต่างๆด้วยระบบซิมูเลเตอร์แบทเทิล ส่วนเรื่องที่พวกนายเป็นห่วงน่ะจะไม่มีทางเกิดขึ้นหรอกอย่างน้อยก็ตอนที่มีฉันอยู่กับพวกนาย"

     สองสหายมีสีหน้าเบาใจลงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าออกมาด้วยท่าทางอ่อนใจก่อนจะยอมรับแผนการของเพื่อนรักของพวกเขาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะดูเพื่อนของพวกเขาจะเป็นกังวลเกี่ยวกับการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้เป็นอย่างมาก

     แน่นอน ธาราต้องกังวลอยู่แล้ว ตัวอักษรรูนระดับสูง 3 ตัว ถ้าได้พวกมันมา เขาสามารถบอกได้เลยว่าเรื่องสนุกเกิดขึ้นเพียบแน่นอน

     เมื่อฟังแผนการอย่างละเอียดจนเข้าใจ พวกเขาก็เริ่มแผนการในทันที

     ทั้งสามเดินทางไปป่าสนทางทิศตะวันตกห่างจากค่ายไม่ไกลมากนักก่อนจะรวบรวมฟืนขึ้นมาหลายๆกองแล้วกระจายกันไปวางไว้รอบๆป่าตามแผนการก่อนจะให้เฟยกระจายบอลไฟไปจุดไฟกองไฟทั้งหมดและจุดไฟเผาป่าด้านหลังป่าเพื่อสร้างกลุ่มควันขนาดใหญ่และเรียกร้องความสนใจจากทหารภายในค่ายทางทิศตะวันออกให้มาคุ้มไฟเป็นการลดจำนวนทหารในค่ายไปในตัว

     ธาราก็พยักหน้าให้เซลเพื่อให้เซลพัดกลุ่มควันไปทางค่ายทหารก่อนจะถอยหนีไปป่าสนทิศทางอื่นและทำกระบวนการเดิมซ้ำจนพื้นที่ค่ายทหารเป้าหมายเต็มไปด้วยกลุ่มควันปกคลุมพื้นที่จนมองแทบไม่จะไม่เห็น ถ้าไม่ตัวติดกันแถมยังทำให้ทหารของฝ่ายน้ำเงินเคลื่อนไหวมั่วสั่วไม่ได้ เพราะ มีข้าศึกอยู่ทิศทางทิศใต้ที่รอจะเข้าโจมตีอยู่ ซึ่งธาราก็คาดการณ์ในเรื่องนี้ไว้แล้วจึงได้วางแผนลอบเร้นนี้ขึ้นมา

     ธาราเมื่อเห็นทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็ใช้เวทอำพรางตัวให้สองสหายก่อนแล้วตามด้วยกำแพงลมบางๆที่หมุนวนอย่างรวดเร็วขึ้นมาครอบคลุมรอบพื้นที่ที่พวกเขาทั้งสามยืนอยู่เป็นทรงกลมแล้วตามด้วยโล่มานาที่บางเป็นอย่างมากแต่กับแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ

     เฟยและเซลถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคออย่างฝืดคอกับทักษะในการควบคุมมานาที่น่าทึ้งเป็นอย่างมากของธารา

     ธาราหันหน้าไปมองเซลพร้อมกับส่งสัญญาณให้เซลว่ารอนายร่ายหมอกพรางตาอยู่นะ ซึ่งเซลก็รู้ตัวจึงได้ร่ายหมอกพรางตาออกมาอย่างปราณีตที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

     ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะพากันลอบเร้นเข้าไปในสนามเพลาะเดินลัดเลาะอยู่ในเส้นทางสนามเพลาะที่เชื่อมกันไปมาจนถึงกลางค่าย

     เมื่อมาถึงธาราก็ส่งสัญญาณมือให้หยุดกับทั้งสองก่อนจะหันมาส่งสัญญาณให้เซลเริ่มร่ายหมอกลวงตาได้เลยพร้อมกับชี้มือไปทางตำแหน่งที่มีปืนครกวางไว้อยู่ก่อนจะบอกระยะห่างให้เซลฟัง

     เซลร่ายหมอกลวงตาขึ้นมาในตำแหน่งที่มีปืนครกอยู่ก่อนจะส่งชูนิ้วโป้งให้เป็นสัญญาณสำเร็จลุล่วง

     เมื่อได้รับสัญญาณ ธาราและพวกก็ค่อยย่องเข้าไปหยิบปืนครกออกมาทั้งหมด 6 กระบอกก่อนจะถอยกลับไปตามเส้นทางเดิม

     แผนการทั้งหมดสำเร็จลุล่วงไปอย่างสวยงาม เมื่อออกมาจากค่ายทหารไกลได้ประมาณหนึ่ง

     เฟยและเซลก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะยิ้มแห้งๆให้กันก่อนที่เฟยจะหันไปพูดกับธาราว่า

     "ครั้งหน้า ขอแผนที่มันดูไม่น่ากลัวขนาดนี้แล้วนะเว้ย ธาร ตอนของมิติก่อนมันไม่มีปืนเยอะเลยไม่น่ากลัวเท่าอันนี้ อันนี้ ปืนทุกนายแค่คิดก็สยองแล้ว ถือว่าฉันขอละกันวะ ธาร ไม่เอาแล้วนะเว้ย แผนบ้าๆแบบนี้น่ะ"

     เซลพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเต็มที่แล้วกล่าวเสริมเฟยว่า "ฉันก็ขอเหมือนกัน ธาร แผนแบบนี้ ไม่เอาแล้วนะ"

     ธาราก็พยักหน้าแบบส่งๆไปให้สหายทั้งสองที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกันเหลือเกิน

     เมื่อมาถึงพื้นที่เป้าหมายธาราก็ยิ้มกว้างก่อนจะวางปืนครกทั้งหกลงโดยหันไปทางฝ่ายแดงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

     "เอาละ มาเริ่มงานจริงๆในสงครามครั้งนี้ของพวกเรากันเลยดีกว่า"

     เฟยวางปืนลงก่อนถามออกด้วยความสงสัยว่า "เออ ฉันว่าจะถามนายนานละ ว่าเอาปืนครกมาทำอะไรกันแน่วะ ธาร"

     ธาราพูดออกแบบด้วยท่าทางเอ๋อๆราวกับเป็นเรื่องปกติที่คนเขาทำกันง่ายๆว่า "เอามายิงเวทใส่ทหารไง ถามแปลกๆนะ เฟย"

     เฟยถึงกับหน้าไม่ถูกจะว่ายัวะก็ยัวะอยู่ได้แต่กำหมัดแน่นอย่างอดทนอดกลั้นกับนิสัยขี้เล่นไม่รู้เวล่ำเวลาของสหายรัก

     เซลเมื่อเห็นก็ถามเสริมให้เฟยแทนเจ้าตัว "ยิงเวทอะไรใส่ทหารละ อย่าลืมว่ามีรถถังนะ เวทที่แรงขนาดนั้น พวกฉันไม่มีนะ"

     ธาราทำหน้าราวกับพึ่งคิดออกก่อนจะพูดด้วยท่าทางเก้อเขินว่า "อ่อ ลืมไป ฉันกะจะใช้เจ้านี่น่ะ" พูดจบก็หยิบขวดยาออกมาหนึ่งขวด ขนาดใหญ่เท่ากับขวดน้ำ 6 ลิตรก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงน่ารักที่ไม่เข้ากับคำพูดที่หลุดออกมาว่า "น้ำมันระเบิดน่ะ"

     ทั้งสองถึงกับทำหน้าเหวอออกมาอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่เซลจะพูดด้วยน้ำเสียงกระตุกกระตักว่า "นะนะ นายไปเอาน้ำมันระเบิดมาจากไหนเยอะแยะกัน ธาร นี่มันระดับเดียวกับกองทัพเลยนะเว้ย"

     ธารากล่าวยิ้มด้วยท่าทางเป็นสุข "แปรธาตุสร้างมาจากของใช้ในบ้าน ตอนแรกกะจะเอามาใช้ในมิติทับซ้อนที่สองด้วยแต่คิดอีกทีไม่ค่อยคุ้ม เพราะกะจะฝึกในมิติที่ใช้การรบประชิดเป็นหลัก ก็เลยเอามาใช้ในมิตินี้แทนแต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ใช้มันจริงๆ น่าดีใจ น่าดีใจจริงๆ"

     สองสหายถึงใบ้รับประทานได้แต่ทำปากพะงาบๆออกมาด้วยท่าทางเอ๋อๆ

     ธาราที่เห็นท่าทางของสองสหายเพื่อนซี้ก็หัวเราะออกมาเสียงดังจนสองสหายต้องเข้าไปรุมกันห้ามไม่ให้หัวเราะพวกเขามากไปกว่านี้

     ก่อนที่ธาราจะใช้บอลน้ำใส่ในปืนครกทั้งหกกระบอกแล้วขอให้สองสหายช่วยกันกรอกน้ำมันเข้าไปจนเต็มแต่ก็ยังเหลืออยู่ครึ่งขวด

     ธาราเดินถอยออกไปพร้อมบอกให้ทั้งสองมาหลบอยู่ข้างเขาแล้วตามด้วยสั่งให้เซลใช้เวทลมกดปุ่มปืนทั้งหกกระบอกให้ยิงกระสุนน้ำที่ด้านในบรรจุน้ำมันระเบิดไว้จนเต็ม

     เสียงปืนครกดังตู้มไปทั่วแน่นอนว่าไม่มีใครได้ยินนอกจากพวกเขา เพราะ ธาราสร้างกำแพงขึ้นมากันเสียงไว้

     บอลน้ำลอยถูกยิงลอยขึ้นไปเหนือเมฆก่อนที่ธาราจะค่อยๆควบคุมบอลน้ำทั้งหกให้กระจายเป็นฝนไปทั่วบริเวณจนปกคลุมผืนฟ้าด้านหน้าในระยะ 100 เมตร ก่อนจะปล่อยมันลงแล้วตามด้วยดีดนิ้วส่งสัญญาณให้เวทกับดักไฟที่เขาวางไว้กับบอลน้ำเริ่มทำงาน

     ทหารที่คิดว่าโดนฝนตกใส่ก็ไม่รู้สึกอะไรพากันเดินเข้ามาโดยไม่ได้รู้เลยว่าพื้นที่ที่กำลังจะเดินเข้าไปจะนำพาความตายมาสู่ตนเอง

     ราวกับการพิพากษาจากฟ้าจากเม็ดฝนแสนอ่อนโยนก็กลายเป็นทะเลเพลิงแสนโหดร้ายที่ก่อเกิดเสียงระเบิดไปทั่วบริเวณ รถถังที่ควรจะไม่เป็นอะไรกับระเบิดจากภายในถังบ้าง บางครั้งโชคร้ายหน่อย พลสังเกตการณ์เปิดประตูรถมาก็โดนระเบิดตายในรถถัง

     ทหารที่โดนฝนก็ต่างตัวระเบิดออกมาเบาๆ ถ้าโชคร้ายไม่ตายในครั้งเดียวก็จะโดนแปลวไฟแผดเผาร่างตายอย่างทุกข์ทรมาน

     ธาราไม่รอดูผลแม้แต่น้อยกับบอกให้สองสหายใส่น้ำมันเข้าไปในปืนครกเหมือนเดิมก่อนจะกระจายบอลน้ำมันระเบิดไปไกลกว่าเดิม

     ครั้งนี้เมื่อยิงออกไปแล้วสิ่งเสียงดีดนิ้วของธารา มิติทั้งหมดก็หยุดลง ซึ่งธาราก็รอให้ผลมันเป็นอย่างงี้ตั้งแต่แรกแล้ว

     ธาราก็ชวนทั้งสองสหายเข้าไปในมิติทับซ้อนสุดท้าย มิติสงครามโลกครั้งที่ 2

     ในมิตินี้ ง่ายมากๆแค่หยุดยั้งการฆ่าตัวตายของฮิตเลอร์ ซึ่งพอเข้ามาพวกเขาก็อยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกใกล้ๆกองทัพเยอรมัน

     ซึ่งธาราขอให้ทั้งสองคนรออยู่ด้านบนก่อนจะใช้เวทอำพรางพุ่งตัวหายไปอย่างรวดเร็ว

     ผ่านตึกรามบ้านช่องในมากมายจนมาหยุดอยู่หน้าฐานทัพใหญ่ของกองทัพเยอรมัน

     รอบนอกเต็มไปด้วยทหารฝ่ายสีน้ำเงิน ธาราใช้เวทตรวจจับหาการเคลื่อนไหวรอบพื้นที่จนพบเป้าหมาย

     ก็พุ่งตัวไปจนพบเข้ากับเงาหัวหน้าที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ธาราไม่รอช้าใช้เวทเงาตรึงร่างพร้อมกับมายานิทรา

     "ได้รับสกิลธาตุมืด มายานิทรา [Dream Illusion] เลเวล 1 ระดับ D+ ขั้นสูงสุด"

     ก่อนจะใช้เวทแยกเงา สร้างเงาสีแดงรูปร่างคนขึ้นมาก่อนจะจงใจทำเหมือนกับว่าหลบหนีพร้อมกับก่อความวุ่นวายต่อชาวเมืองจนสร้างความเกลียดชังให้กับกองทัพ

     "ได้รับสกิลธาตุมืด แยกเงา [Shadow Clone] เลเวล 1 ระดับ B+"

แน่นอนว่าเงาหัวหน้านั้นนั่งหลับอยู่ก่อนจะใช้เวทแยกเงาอีกครั้งสร้างร่างเงาสีแดงขึ้นมาทำท่าราวกับจะมาลอบฆ่าเงาหัวหน้าพร้อมกับใช้เวทปลุกเงาหัวหน้าพร้อมกับรอให้มีทหารตะโกนราวกับจะแจ้งเตือนให้เงาหัวหน้ารู้

     ซึ่งธาราก็ทำได้สำเร็จอย่างง่ายดาย โดยเขายืนอยู่ข้างๆเงาหัวหน้าด้วยรอยยิ้มสบายๆก่อนที่มิติทจะหยุดลงพร้อมกับเวลานับถอยหลังของเควสเสริมที่หยุดพร้อมเด้งหน้าต่างเควสขึ้นมา

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดันเจี้ยนมายาสงคราม ระดับ C+ เงื่อนไขการพิชิต : พลิกประวัติศาสตร์ทั้ง 4 [4/4] [สำเร็จ]

ภารกิจเสริม : พิชิตมิติทั้ง 4 ด้วยเวลา 1 วัน [เหลือเวลา 8 ชั่วโมง 11 นาที] [สำเร็จ]

ไอเท็มพิชิต : อาร์ติแฟคระดับ B- ดาบแห่งแสง "ลูมินัส" 

ไอเท็มภารกิจเสริม : อักษรรูนระดับสูง 3 ตัว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     เมื่อหน้าต่างระบบเด้งขึ้นมา ตรงหน้าของเขาก็มีดวงแสงเกิดขึ้นก่อนที่จะกลายเป็นดาบแสงขนาดเท่ากับลองซอร์ดทั่วไป รูปร่างคล้ายกับปะการัง ตัวใบดาบเป็นสีเขียวสลักลวดลายอักษรเกี่ยวกับบทเวทย์แห่งแสง ซึ่งธาราไม่ได้ให้ความสนใจมันเท่าไหร่แต่กับสนก้อนหินเล็กๆทั้งสามก้อนด้านหน้าของเขามากกว่า

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หินสลักอักษรรูนระดับสูง 

เรซ (Rez) มีความหมายว่า กลับคืน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     หินอักษรรูนสีน้ำเงินบนหินสลักตัวอักษรคล้ายตัว R สลับด้าน 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หินสลักอักษรรูนระดับสูง 

รีโคฟ (Recove) มีความหมายว่า ฟื้นฟู

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     หินอักษรรูนสีเขียวบนหินสลักตัวอักษรคล้ายตัว L สลับด้านสลับทิศทางพร้อมกับมีขีดค่าคล้ายใบไม้ตัวตรงด้านบน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หินสลักอักษรรูนระดับสูง 

อาทู่ต (Athru) มีความหมายว่า เปลี่ยน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     หินอักษรรูนสีเทาบนหินสลักตัวอักษรคล้ายตัว A กลับด้านสีทอง

     ธาราเก็บก้อนหินสลักอักษรรูนด้วยยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจก่อนจะโทรหาสองสหายพร้อมกับบอกให้เดินออกจากดันเจี้ยนได้เลย

     ในมือของเขาถือดาบลูมินัสเดินออกจาดันเจี้ยนไปด้วยความมั่นใจ 

     โดยเมื่อทางออกจากดันเจี้ยนไปพวกเขาทั้งจะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของเย็นวันนี้เนื่องจากพิชิตดันเจี้ยนมายาสงครามที่แม้แต่นักล่า
มืออาชีพระดับสูงๆยังไม่สามารถมันพิชิตได้สำเร็จด้วยคนเพียงแค่สามคนแถมยังเป็นคลาสเบต้าทั้งหมดอีกด้วย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 537 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #497 Fikusa (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 18:17
    สุมไฟก่อปฏิวัติวงการการแบ่งชนชั้นทางการศึกษา ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #497
    0
  2. #46 mirror image (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 07:48
    ชื่อดันเจี้ยนผิดอีกแล้ว
    #46
    0
  3. #34 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 09:53
    สนุกมากค่ะ
    #34
    1
    • #34-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 36)
      25 พฤศจิกายน 2562 / 12:44
      ขอบคุณครับ
      #34-1