Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 34 : คอร์สฝึกหฤโหดของธารา [ตอนกลาง]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 501 ครั้ง
    6 ม.ค. 63


     ในขณะนี้ สามสหายกำลังอยู่ในสงครามโบชิน สมรภูมิฮาโกดาเตะ ณ เกาะฮอกไกโด ซึ่งเป็นยุคสงครามของระเทศญี่ปุ่นในอดีต

     ทิวทิศน์รอบๆของพวกเขาประกอบด้วยป่าไม้และต้นไม้ใหญ่มากมายรายล้อม

     ธาราใช้เวทตรวจสอบพื้นที่โดยรอบทันทีที่เข้ามา ปรากฎว่าไม่มีอะไรนอกจากป่ากับกลุ่มคนที่ห่างจากพวกเขา 500 เมตร

     โดยแบ่งเป็นสองฝ่าย น้ำเงินและแดงแบบเดิม ตามข้อมูลตั้งต้นที่พวกเขาได้มายุคที่พวกเขาอยู่คือ "ยุคปฏิวัติเมจิ"

     ซึ่งถ้าเขาใช้หลักการแบบเดียวกับมิติสงครามครูเสดก่อนหน้า ฝ่ายน้ำเงินก็คงจะเป็นฝ่ายโชกุนและฝ่ายแดงเป็นฝ่ายรัฐบาลใหม่

     ธาราเอานิ้วชี้จ่อปากให้ทั้งสองลดเสียงลงก่อนจะย่องเข้าหากลุ่มคนที่เขาตรวจเจอ สิ่งที่เห็นคือ

     กลุ่มคนจำนวน 20-30 คน กำลังรบพุ่งเข้าใส่กันด้วยดาบคาตานะอย่างอดอาจ บางตัวก็ใช้ดาบปลายปืนและปืนยิงเข้าใส่กัน

     ธาราเพ่งพินิจได้สักพักก็ค่อยๆถอยกลับมาให้พ้นระยะการต่อสู้ก่อนจะพูดว่า "ดูจากสภาพแล้ว พวกเราคงต้องเข้าข้างสีน้ำเงินเหมือนเดิม ถ้าอิงรูปแบบเดิมจากมิติที่แล้วละก็นะ"

     เซลกล่าวเสริมว่า "ก็ถ้าใช้หลักการอย่างงั้นก็ง่ายขึ้นเยอะ แถมดูจากความเลวร้ายของสภาพฝ่ายน้ำเงินในครั้งนี้ก็คงจะต้องตามนั้นละ"

     เฟยพูดสรุปให้แทนคำตอบของสหายทั้งสอง "ก็คือ พวกเราต้องช่วยฝ่ายที่แพ้ให้ชนะสินะ"

     ทั้งสองพยักหน้าให้กับเขาพูดของเฟยก่อนที่ธาราจะลากคอทั้งสองคนมาล้อมวงปรึกษาเรื่องในครั้งนี้อย่างเร่งด่วน

     "ดูจากสภาพคงต้องเข้าไปฆ่าฝ่ายแดงให้หมดทีละกลุ่มจนกว่าจะเจอตัวหัวหน้าแบบเดิมแถมครั้งนี้ต้องระวังปืนด้วยอีก คงต้องใช้ความเร็วเข้าสู้แล้วละ"

     เซลมีท่าทางกังวลออกมาก่อนจะพูดว่า "ปัญหาใหญ่คือ พวกฉันยังทำแบบนายไม่ได้เนี่ยแหละ ธาร"

     "เพราะฉะนั้น ฉันเลยจะสอนพวกนายตอนนี้ยังไงละ เราจะซ้อมกันจนกว่าจะได้ความเร็วใกล้เคียงกับฉันแล้วค่อยเริ่มการจู่โจมกัน ระหว่างที่พวกนายฝึกฉันก็จะแยกตัวไปหาข้อมูลของมิตินี้พร้อมกับมองหาตัวหัวหน้ารอบบริเวณจุดพักอาศัยของเราแล้วกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้ พวกเราหาที่ปลอดภัยตั้งเต็นท์กับฝึกเวท "พุ่งตัว" ให้พวกนายกันดีกว่า" 

     ไม่พูดเปล่า ธาราใช้เวทตรวจสอบพื้นที่โดยรอบก่อนจะชวนทั้งสองปีนขึ้นเขาเข้าไปในถ้ำใกล้ๆที่ค่อนข้างลึกประมาณนึงพอที่จะเคลื่อนที่ไปมาได้โดยไม่มีใครกวน

     พวกเขาช่วยกันตั้งเต็นท์กับหาที่จุดตะเกียงเวทให้สว่างทั้งถ้ำก่อนที่ธาราจะสอนเวทให้ทั้งสองคน

     หลังจากที่เขาช่วยอยู่เกือบชั่วโมง ธาราก็ปล่อยให้ทั้งสองลองฝึกด้วยตัวเองไปพลางระหว่างที่เขาออกไปสำรวจพื้นที่โดยรอบกับมองหาตัวหัวหน้าของกองทัพฝ่ายแดง

     ธาราใช้เวทอำพรางก่อนจะวิ่งออกมาทางทิศตะวันออกจากตัวถ้ำ วิ่งไปได้เกือบ 10 กิโลเมตร ธาราก็ได้เจอเข้ากับกลุ่มทหารเงาสีแดงที่มีจำนวนถึง 12 นาย หรือ 1 หมู่

     ธารากระโดดขึ้นไปเหยียบอยู่บนต้นไม้ใหญ่พร้อมจ้องมองลงสังเกตอาวุธและชุดเกราะของทหารเงาทั้ง 12 นาย เมื่อวิเคราะห์เสร็จ

     ธาราก็ชักมีดออกมาจากฝักพร้อมกับถีบตัวกระโดดเต็มแรงพุ่งเข้าใส่ทหารเงาตัวใหญ่ที่เขาคิดว่าเป็นตัวหัวหน้าก่อนจะฟันจากบนลงล่าง

     มนุษย์เงาตัวใหญ่ที่ถูกลอบโจมตีนั้นก็ถึงกับตัวขาดครึ่งแต่ก่อนที่พวกทหารเงาจะได้ทำอะไร ธาราถอยตัวไปด้านหลังพร้อมแทงมีดในมือซ้ายเข้าใส่ทหารเงาด้านหลังของเขาแล้วหน่วงเวทเคียววายุไว้ในมีดแบบเดียวกับที่เซลใช้ในกวาดหอกแต่ดีกว่าคนละระดับกันไว้ในมีดจากนั้นกวาดจากซ้ายไปขวาเข้าใส่ทหารสามนายด้านหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว

     ปรากฎเคียววายุบางๆที่ยากต่อการมองเห็นพุ่งไปตัดหัวทหารเงาด้านหน้าของเขา 3 นาย ทหารเงาทั้งสามต่างก็หัวหลุดออกจากร่างอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะค่อยๆสลายหายไป

     "เวทเคียววายุ เลเวลอัพเป็นเลเวล 9"

     "ก้าวย่นระยะ เลเวลอัพเป็นเลเวล 8"

     "เวทเสริมพลัง เลเวลอัพเป็นเลเวล 10 เลื่อนระดับเป็น C+"

     "เวทเสริมพลัง เลเวลอัพเป็นเลเวล 2"

     หลังจากนั้นเขาก็พุ่งตัวไปทางขวามือด้วยก้าวย่นระยะก่อนจะแทงมีดใส่ทหารเงาตรงหน้าของเขาแล้วตามด้วยหมุนตัวเตะด้วยเท้าขวาใส่ทหารเงาด้านซ้ายจนหัวทิ่มก่อนจะแทงมีดเข้าใส่ศีรษะอย่างเลือดเย็นแล้วตามด้วยเรียกแหลนสายฟ้าออกมาทั้งหมด 5 อัน พุ่งเข้าใส่เป้าหมายที่ห่างออกไปอย่างแม่นยำ

     "ทักษะควบคุมมานา เลเวลอัพเป็นเลเวล 10 เลื่อนระดับเป็น A+"

     "ทักษะร้อยเรียงมานา เลเวลอัพเป็นเลเวล 10 เลื่อนระดับเป็น B"

     "ทักษะหน่วงเวท เลเวลอัพเป็นเลเวล 10 เลื่อนระดับเป็น B+"

     "ทักษะร่ายฉับพลัน เลเวลอัพเป็นเลเวล 7"

     "เวทแหลนสายฟ้า เลเวลอัพเป็นเลเวล 10 เลื่อนระดับเป็น C+"

     "เวทแหลนสายฟ้า เลเวลอัพเป็นเลเวล 3"

     เมื่อเห็นเพื่อนร่วมรบตายไปพวกมันก็ต่างตื่นตระหนกตกใจแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ยมทูตก็พุ่งเข้ามาล่าสังหารกองทหารหมู่นี้จนหมดด้วยเวลาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ

     ธาราผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะซูดอากาศเข้าปอดเพื่อให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยมากขึ้นพลางคิดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเขาว่า

     "ระหว่างนี้ คงต้องรื้อฟื้นการวิธีต่อสู้ในสมัยอดีตของเราที่ห่างหายไปนานแล้วแหะ เหมือนฝีมือเราจะฝืดลงเยอะเลย"

     พูดจบก็ยิ้มก่อนจะใช้เวทตรวจสอบพื้นที่เพื่อสังหารทหารเงาต่อเพื่อเคาะสนิมเป็นจำนวนถึง 10 หมู่อย่างต่อเนื่อง

     โดยตลอดสามชั่วโมงที่เขาออกล่านั้นก้าวย่นระยะก็พัฒนาจนกลายเป็น "เท้าภูติพราย" ระดับ B ที่เขาดัดแปลงเวทเพิ่มเข้าไปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

     เขาลองใช้เวทต้นตำรับของเขา "ย่างก้าวเทพนิรนาม" ผลที่ปรากฎคือ เขาสามารถใช้มันได้เพียงครั้งเดียว โดยแลกกับปวดกล้ามเนื้อขาที่ส่งเสียงร่ำร้องออกมาจนเขาถึงกับน้ำตาเล็ดออกมาด้วยความเจ็บกล้ามเนื้อเลย

     "ได้รับสกิล ย่างก้าวเทพนิรนาม ระดับ S+ เวทต้นตำรับ"

     นั้นทำให้เขารู้ว่าเขาในตอนนี้นั้นห่างไกลกับตัวเขาในอดีตเป็นอย่างมาก ก่อนจะนั่งพักให้ขาหายดีและออกล่าต่อจนถึงสุดขอบมิติทางทิศตะวันออก

     ระหว่างออกล่าธาราก็ไม่ลืมที่จะหาที่สูงๆเพื่อใช้กล้องไบโรสโครปตรวจหาสิ่งที่น่าสนใจไปตลอดทาง แต่ก็ไม่พบเงื่อนงำอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษจึงได้เดินทางกลับถ้ำที่พักก่อนฟ้าจะมีดมากกว่านี้

     หลังกลับมาถึงถ้ำก็เห็นสองสหายกำลังกินข้าวกันอยู่ก็เดินเข้าไปแล้วพูดถามด้วยท่าทางปกติ

     "เป็นยังไง ฝึกเวทพุ่งตัว เป็นยังไงบ้าง เฟย เซล"

     เฟยกลืนอาหารลงคอก่อนจะตอบด้วยท่าทางไม่มั่นใจว่า "ฉันก็ไม่รู้ว่า ดีหรือไม่ดีเนี่ยแหละ ธาร พอนายไม่อยู่ก็เลยช่วยๆกันดูน่ะ แต่คิดว่าใช้ให้นายดูน่าจะดีกว่า"

     ธาราทำหน้าราวกับกลืนยาขมอย่างไงยังงั้นก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเซงๆว่า "งั้นก็รีบกินแล้ว โชว์ให้ฉันดูหน่อย"

     เฟยตะเบ๊ะมือก่อนจะก้มหน้ากินข้าวอย่างรวดเร็ว โดยมีเซลคอยเตือนให้กินช้าๆอยู่ข้างๆ

     ธาราเดินไปนั่งก่อนจะหยิบเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาต้มกิน ระหว่างรอเวลา 3 นาที เฟยและเซลที่กินเสร็จก่อนก็ได้บอกให้ธาราช่วยดูการฝึกให้พวกเขาทั้งสอง

     ธาราเฝ้ามองการฝึกพลางตะโกนบอกความผิดพลาดแล้วกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปด้วยจนดึกดื่นก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน

     เช้าวันต่อมาก็เป็นแบบเดิม เฟยและเซลฝึกเวทพุ่งตัวต่อจากเมื่อวานโดยธาราช่วยจนถึง 10 โมง

     ก่อนที่ธาราจะขอตัวไปสำรวจพื้นที่โดยรอบต่อโดยเขามีแผนจะทำแบบเดิมกับเมื่อวานคือ "ออกล่าทหารเงา" เพื่อฝึกฝนและรื้อฟื้นความสามารถในอดีตของเขาแต่ครั้งนี้เปลี่ยนทิศไปทางทิศตะวันตก

     ได้รับสกิลใหม่มาทั้งหมด 4 สกิล ได้แก่ 1. ดาบสายฟ้า ระดับ B 2. เงาลวงตา ระดับ C+ 3. โล่มานา ระดับ D+ และ 4. ตัดเงา ระดับ B+ 

     ส่วนทักษะมาอีก 2 ทักษะ ได้แก่ ทักษะจิตสังหาร ระดับ A- และทักษะลางสังหรณ์ ระดับ B+ 

     โดยทักษะลางสังหรณ์นั้นได้จากการแผ่พลังเวทออกมารอบตัวราวกับกำแพงล่องหนไว้หลายๆชั้นเพื่อเตือนภัยรอบทิศทาง

     ซึ่งธารากะจะใช้มันไว้ตลอดเวลาแต่ไม่มีโอกาสจึงได้ใช้เวลาทั้งวันตั้งแต่แยกตัวมาจนถึง 1 ทุ่ม โดยวันนี้ทั้งวันเขาสังหารทหารไปทั้งหมด 27 หมู่ ระดับทักษะและสกิลก็เลื่อนระดับบ้าง เลเวลอัพบ้างอย่างไม่หยุดยั้งจนธารานั้นถึงกับยิ้มแก้มปริเดินทางกลับถ้ำอย่างสบายใจ

     ก่อนจะกลับมาดูผลการฝึกของสองสหายก่อนจะบอกทั้งสองว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมตัวสำหรับลงสนามจริงได้เลย

     ทั้งสองที่ได้ยินก็ต่างรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำทิ้งธาราให้นั่งกินข้าวกล่องอย่างเหงาหงอยอยู่หน้ากองไฟ

     เช้าวันที่สามของมิติญี่ปุ่นและเป็นวันที่หกของการตะลุยดันเจี้ยน ธารามองหน้าต่างเควสที่เหลือเวลาอีกแค่ 11 ชั่วโมง 15 นาที

     ธาราพูดออกมาว่า "เฟย เซล พวกนายยังจำเวทโล่มานาได้ใช่ไหม"

     ทั้งสองพยักอย่างงุนงงก่อนจะเป็นเฟยที่ถามธารากลับ "จำได้สิ ทำไมเหรอ ธาร"

     "ฉันแนะนำให้พวกนายใช้เวทโล่มานาไว้แบบเดียวกับที่ใช้เวทเสริมพลังเลยเผื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น"

     "เมื่อวาน นายโดนอะไรมาละ ธาร" เซลมีท่าทางสงสัยก่อนจะถามออกมาด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจ

     "โดนยิง ดีว่าฉันแผ่มานาเอาไว้เตือนภัยตัวเองอยู่ตลอด ทำให้ร่ายโล่มานาทัน ซึ่งตอนนี้ พวกนายยังทำไม่ไหวหรอก เปลืองสมาธิเกิน"

     เฟยและเซลเมื่อได้ยินก็ถึงกับกลืนน้ำลายอึ้กใหญ่ก่อนจะขอให้ธาราช่วยสอนโล่มานาให้พวกเขาอีกครั้ง เสียเวลาไม่นานก็ออกเดินทาง

     พวกเขาเดินทางไปทิศใต้ระหว่างทางธาราก็อธิบายเกี่ยวกับทิศตะวันออกและตะวันตกให้ทั้งสองฟังก่อนจะพบกับกลุ่มทหาร 50 นาย

     ธาราทำมือเป็นสัญญาณให้ทั้งสองลดเสียงก่อนจะพูดเสียงเบาว่า "เอาละ ฉันจะเข้าไปจัดการตัวหัวหน้ากับดึงความสนใจให้พวกนายสองคนเมื่อเห็นว่าศัตรูทั้งหมดหันมาสนใจฉันก็เข้าโจมตีได้เลย โดยฉันจะขึ้นไปตรงตำแหน่งก่อนจะส่งแสงเป็นรหัสมอร์สกลับมาให้พวกนายนะ กระพริบหนึ่งครั้งหมายถึงประจำตำแหน่งแล้ว ส่วนสองครั้งหมายถึงเริ่มนับหนึ่งถึงสาม ส่วนสัญญาณฉุกเฉินให้ถอยฉันจะยิงเวทบอลไฟขึ้นฟ้า โอเคนะ"

     ทั้งสองสหายพยักเป็นเชิงเข้าใจด้วยร่างที่สั่นเทาพร้อมกับกำอาวุธในมือแน่นขึ้นอย่างตื่นๆ

     ธาราที่เห็นก็บอกว่า "พวกนายไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอก ตอนนี้พวกนายเก่งขึ้นเยอะแล้ว เชื่อมั่นในตัวเองหน่อย เข้าใจนะ"

     ก่อนจะยิ้มกว้างก่อนจะเดินไปตบไหล่สองสหายเบาๆให้กำลังใจจนเฟยและเซลนั้นมีสีหน้าดีขึ้นและร่างกายหยุดสั่นราวกับความกังวลใจของพวกเขาปลิวหายไปเสียดื้อๆ

     ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะชกหมัดเข้าอกของเพื่อนรักตัวแสบของพวกเขาเบาๆด้วยรอยยิ้มกว้าง

     ธาราเห็นก็สบายใจก่อนจะพุ่งตัวไปหยุดอยู่บนต้นไม้เหนือหัวทหารเงาตัวใหญ่ก่อนจะหันมาใช้เวทแสงหิ่งห้อยส่งรหัสมอร์สใส่เซลว่าให้เตรียมประจำที่ก่อนจะส่งต่อว่าให้นับถอยหลังได้

     ทั้งสองสหายนับถอยหลังในใจ "สาม สอง หนึ่ง" พอนับ "ศูนย์" เพื่อนของพวกเขาก็โดนเข้าสังหารตัวหัวหน้าในทันที

     สิ่งที่ทั้งสองได้เห็น คือ ธาราที่ราวกับมือสังหารชั้นหนึ่ง ฟันมีดจากบนลงล่างด้วยเวทดาบสายฟ้าจนตัวหัวหน้าคอขาดออกจากร่างก่อนจะหันไปฟันทหารข้างซ้ายมือพร้อมกับควงมีดแทงสามครั้งเข้าใส่ทหารด้านหน้าของเขาแล้วตามด้วยพุ่งตัวหายไปปรากฎอยู่ด้านหลังของพลปืนที่อยู่ห่างไป 10 ก้าวอย่างรวดเร็วพร้อมกับแทงมีดเข้าคอหอยอย่างโหดเหี้ยมก่อนจะตวัดมีดสะบั้นคอพลปืนจนร่างสลายไป

     แน่นอนว่าทหารเงาทั้งหมดต่างก็ขยับเข้าโอบล้อมหมายจะสังหารศัตรูของพวกมันเพื่อล้างแค้นให้กับสหายที่เสียไป แต่ทว่าก่อนที่จะได้ทำอย่างงั้น ธาราก็ใช้เวทตัดเงาเข้าใส่โดยธาราหมุนตัวฟันไปด้านหลังของเขาก่อเกิดเป็นเงาสีดำรูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยวขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ทหารที่ขวางทางเขาอยู่จนสามารถสังหารเพิ่มไปได้อีกถึง 15 ตัวในครั้งเดียว โดยตลอดระยะทางของตัดเงามีต้นไม้โดนตัดไปจำนวนถึง 5 ต้นด้วยกัน

     เกิดเป็นเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณแต่ธาราก็หาได้สนใจไม่กลับกัน เขากลับใช้เวทอำพรางตัวหายไปกับฝุ่นดินทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่า

     เฟยและเซลเมื่อเห็นโอกาสก็ได้พุ่งตัวออกมาด้วยเวทพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มทหารที่กำลังสับสนอยู่ในม่านฝุ่นดิน

     เฟยพุ่งเข้าไปฟันทหารด้านซ้าย โดยมีเซลคอยประกบทางด้านขวาแทนเขา ทำให้ทั้งสองระวังแค่ด้านใดด้านหนึ่งของตนเท่านั้น

     ธาราที่อำพรางตัวอยู่ถึงกับเป่าปากชื่นชมในแผนการของทั้งสองสหายก่อนจะปล่อยให้ทั้งสองสู้กันเอาเอง โดยมีเขาคอยระวังภัยให้

     ซึ่งทั้งสองสหายนั้นก็ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนของพวกเขาต้องคอยคุ้มกันอันตรายที่ไม่คาดคิดให้จึงได้สู้อย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

     เพราะด้านหลังของพวกเขานั้นมีธาราคอยคุ้มกันให้อยู่  ทำให้ทั้งสองสมาธิเพ่งสมาธิทั้งหมดจัดการศัตรูตรงหน้าได้อย่างสะดวกสบายแถมแผนการที่พวกเขาประชุมกันเมื่อคืนในการเข้าตะลุมบอนในวันนี้ คือ พวกเขาจะระวังให้กันคนละด้าน โดยเฟยกันซ้ายและเซลกันขวา

     ทำให้พวกเขาสามารถสู้กับทหารเงาทั้งหมด 20 กว่าตัวได้อย่างราบลื่นไม่ติดขัดอะไรราวกับเป็นเรื่องง่ายๆจนพวกเขาทั้งสองยังรู้สึกแปลกใจในเรื่องนี้อยู่แต่พวกเขาก็ไม่มีเวลาให้คิดมากขนาดนั้นเนื่องจากอยู่ในการต่อสู้อยู่

     เซลเปลี่ยนไปใช้รูปแบบกระบองของเขาเป็นกระบองสามท่อนก่อนจะเหวี่ยงเข้าใส่ทหารด้านขวาก่อนเหวี่ยงลงพื้นแล้วใช้เท้าขวาเหยียบเพื่อสะสมแรงก่อนจะปล่อยเท้าให้ปลายกระบองที่เหยียบดีดเข้าใส่ท้องของทหารด้านหน้าอย่างคล่องแคล่วก่อนจะจับกระบองท่อนกลางตวัดขึ้นเสยคางซ้ำไปอีกทีพร้อมกับหมุนเปลี่ยนกลไกกระบองสามท่อนเป็นหอกตามเดิมแล้วแทงเข้าใส่ทหารด้านหลังของตัวที่เขาโจมตีไป

     เฟยก็ไม่ยอมน้อยหน้า ฟันทหารตัวแรกเสร็จก็คืบเท้าด้วยหลักการของเคนโด้พุ่งเข้าใส่ทหารตรงหน้าก่อนจะฟันดาบเสยขวาก่อนจะหมุนตัวฟันทหารด้านซ้ายพร้อมกับยกดาบมากันทหารที่พุ่งเข้าใส่จากด้านหน้าของเขาได้ทันท่วงทีราวกับรู้อยู่ก่อนแล้ว

     เซลจับหอกมั่นก่อนจะถีบทหารเงาที่โดนเขาแทงอยู่ให้ปลายหอกหลุดออกจากร่าง ก่อนจะตะโกนบอกเฟยว่า

     "เฟย ฉันจะใช้เคียววายุก้มหลบให้ดีละ" ยังไม่ทันที่เฟยจะกล่าวตอบรับ เซลก็เปิดกลไกเรียกใบหอกออกจากปลายกระบองอีกด้านก่อนจะค่อยๆควงหอกเป็นวงกลมพร้อมกับใบหอกทั้งสองด้านที่ส่องแสงสีเขียวออกมาอย่างร้ายกาจรอบตัวของเขาปรากฎสายลมหมุนวนโดยมีเขาเป็นตาพายุ

     เฟยปัดดาบออกไปก่อนจะถีบทหารตรงหน้าแล้วก้มตัวลงต่ำตามคำเตือนของเซลในทันที

     เซลที่รออยู่แล้วก็ได้วาดกระบองปลายหอกเป็นรูปวงกลมก่อเกิดเคียววายุทรงกลมขนาดใหญ่พุ่งเข้าสังหารทหารเงาที่เหลือทั้งหมดในทันที

     ธารากระโดดลงมาจากต้นไม้ก่อนจะบ่นเซลไปเบาๆว่า "เซล จะใช้เวทย์นี้มันก็ดีอยู่หรอกนะ เพราะนายใช้มันได้ดี แต่ว่าระวังเรื่องพื้นที่โดยรอบด้วยก็ดีนะ ในอนาคตฉันกะจะสอนพวกนายเคลื่อนไหวบนต้นไม้ไปมานะแล้วนายเล่นตัดต้นไม้รอบบริเวณขนาดนี้ ฉันจะสอนพวกนายยังไงละเนี่ย"

     เฟยก้มหน้าขึ้นมาก่อนจะเก็บดาบเข้าฝักแล้วพูดน้ำเสียงอารมณ์ดี "เอาน่า ธาร พวกฉันสองคนก็พึ่งได้ลงสนามจริงเอง ขอเวลาพวกฉันปรับตัวหน่อยน่า แถมที่สำคัญเซลก็ทำได้ดีจะตายนะ หรือว่านายไม่คิดแบบนั้น"

     "เออๆ งั้นก็เก็บแรงไว้ซะ วันนี้เราต้องสำรวจทิศใต้ให้จบ เราจะได้พุ่งขึ้นทิศเหนือได้ ถ้าไม่ผิดแผนอะไร ไม่ทิศใต้ก็ทิศเหนือเนี่ยแหละ เป้าหมายของเรา" พูดจบธาราก็ออกวิ่งนำหน้าทั้งสองไป ทิ้งให้สองสหายได้แต่ยิ้มอ่อนๆให้กันก่อนจะออกวิ่งตามเขาไปอย่างรวดเร็ว

     พวกเขามาถึงปลายสุดของมิติทางทิศใต้ตอนสี่โมงเย็น โดยระหว่างทางก็เจอกลุ่มทหารอีกทั้งหมด 17 หมู่ และกลุ่มใหญ่ 50 นายอีก 3 กลุ่มแน่นอนว่าธาราไม่ปล่อยให้ทั้งสองได้ฝึกกันแบบสบายๆทุกครั้ง 17 หมู่นั้นช่วง 10 กลุ่มแรกเข้าจะเป็นคนเปิดแต่ช่วงหลังๆเขาจะปล่อยให้ทั้งสองช่วยกันจัดการกันเอาเอง โดยมีเขาคอยคุ้มกันจากระยะไกลก่อน

     เฟยและเซลพลัดกันโชคเวทเด็ดของตนไปมาอย่างสนุกสนาน โดยมีธาราคอยคุ้มกันอยู่ตลอด

     ธาราไม่พอใจพฤติกรรมเด็กๆของสหายทั้งสองอย่างมากที่ดูไม่จริงจังเท่าที่ควรแถมยังประมาทและทำเป็นเล่นกับการต่อสู้เสี่ยงชีวิต ทั้งที่ถ้าไม่มีเขาอยู่ทั้งสองน่าจะบาดเจ็บหนักไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สึกตัวจนเขาเหลืออดกับความประมาทของสองเพื่อนซี้

     ซึ่งระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางกลับก็พบเข้ากับทหารเงากลุ่มใหญ่อีกกลุ่ม 

     ธาราที่เห็นสองสหายประมาทก็จงใจปล่อยให้ทั้งสองจัดการกลุ่ม 50 นายด้วยกันสองคนจนทั้งสองคนหัวหมุนจนเกือบเสียท่า ลำบากธาราต้องเข้าช่วยเหลือพร้อมกล่าวตักเตือนทั้งสองด้วยเสียงเข้มอย่างเยือกเย็นพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาเบาๆว่า

     "เฟย เซล พวกนายต้องระวังให้มากกว่านี้นะ ฉันเห็นพวกนายประมาทเลยจงใจปล่อยให้พวกนายสู้โดยไม่มีฉันดู แล้วเป็นไง ลำบากไหม การต่อสู้ที่ไม่มีฉันช่วยน่ะ พวกนายต้องจำไว้เสมอว่าต้องจัดการตัวหัวหน้ากับพลปืนให้เร็วที่สุด ถึงตอนนี้ ฉันจะยังไม่รู้ความสามารถของมันก็เถอะ เพราะฉันฆ่ามันตัวแรกตลอด แต่พวกนายทำแบบฉันไม่ได้ เพราะฉะนั้นฉันขอเตือนพวกนายไว้เลย อย่าเคยชินที่มีฉันคอยเปิดฉากกับจัดรูปแบบการต่อสู้ให้ แนะนำว่าให้พวกนายคิดเผื่อกรณีไม่มีฉันไว้ด้วยก็ดี เพราะ ถ้ามันเกิดขึ้นจริง พวกนายจะได้เอาตัวรอดกันเองได้ ไม่งั้นฉันจะต้องมาคอยพะวงเรื่องพวกนายตลอดตอนฉันไม่อยู่"

     ทั้งสองคนราวกับโดนตบหน้าจนได้สติก่อนจะหยุดทำเป็นเล่นพร้อมคิดเกี่ยวกับคำพูดของธารา ซึ่งมันก็จริงทั้งหมดในการต่อสู้ล่าสุด พวกเขาได้รู้ว่าพวกเขาสบายขนาดไหนที่มีธาราคอยจัดการตัวหัวหน้ากับระวังหลังให้พวกเขา

     พวกเขาไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าธาราไม่พุ่งเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาเมื่อกี้

     คิดได้ดังนั้นทั้งสองก็ก้มหน้าขอโทษด้วยท่าทางจริงจังก่อนจะเป็นเฟยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มแข็งจริงจังว่า "ขอโทษ ธาร พวกฉันจะจริงจังให้มากกว่านี้ พอไม่มีนายอยู่พวกฉันสู้ลำบากขึ้นจนใจหายเลย จริงอย่างที่นายพูด พวกฉันไม่ควรเคยชินกับมันจริงๆนั้นละ"

     ส่วนเซลก็พูดด้วยน้ำเสียงเชิงขอโทษอย่างสำนึกด้วยน้ำเสียงใจเย็นมากขึ้น "ฉันก็ขอโทษเช่นกัน ธาร ถูกอย่างที่นายบอก พวกเราควรจะคิดเผื่อกรณีแบบนั้นขึ้นมาจริงๆอย่างที่นายบอก เพราะฉะนั้นครั้งหน้า พวกฉันจะระวังกันให้มากกว่านี้"

     ธาราถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงพร้อมกับกล่าวอย่างจริงจังว่า "เฮ้อ ฉันดีใจนะที่พวกนายเข้าใจ เอาละ เราเหลือกลุ่มทหารระหว่างทางกลุ่มใหญ่อีกกลุ่ม ฉันขอดูหน่อยว่าครั้งนี้พวกนายจะจัดการกับพวกมันยังไง" 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 501 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

718 ความคิดเห็น

  1. #476 Fikusa (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 19:39
    สอนไปดีกว่าเจอความโหดจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #476
    0
  2. #165 ThaipaKing (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 00:29
    เห้ย!!สกิลแกเผลี่ยนชื่อได้ด้วยหรอ
    #165
    0
  3. #27 first2247 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:14
    ขอบคุณครับ
    #27
    1
    • #27-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 34)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 01:46
      ขอบคุณเช่นกันครับที่เข้ามาอ่าน
      #27-1