Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 33 : คอร์สฝึกหฤโหดของธารา [ตอนต้น]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,563
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 511 ครั้ง
    26 ธ.ค. 62


     หน้าทางเข้าดันเจี้ยนมายาสงครามของเขตชัยภูมิ วันพุธที่ 16 เมษายน ค.ศ. 2655 เวลา 06.54 น.

     "ครั้งนี้ พวกนายคงไม่ได้ลืมอาหารสำรองแบบสำเร็จรูปแล้วนะ เฟย เซล"

     ธารากล่าวถามให้แน่ใจด้วยน้ำเสียงจ้องจับผิดจนสองสหายต้องค้นเอาอาหารสำเร็จรูปมาให้เขาดูอย่างร้อนรน

     เฟยพูดด้วยท่าทางสำนึกเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานที่เขากับเซลเตรียมตัวกันไม่พร้อมอย่างที่ธาราชอบเตือนอยู่บ่อยๆเรื่องอาหารสำรอง 
อุปกรณ์การรักษาพยาบาลและเชือกไต่เขา

     "โทษทีๆ ครั้งหน้าจะไม่มีอีก สัญญาเลย" พูดจบ เฟยก็ชูสามนิ้วขึ้นมาแสดงให้ธาราดู

     ธาราพยักหน้ารับแบบเซงๆนิดหน่อย เพราะ เมื่อวานตอนเข้าดันเจี้ยนมายาสงคราม พวกเขาที่ควรจะได้สำรวจภายในมิติอย่างละเอียดกับต้องล่าถอยออกมาด้วยเวลาแค่เพียงสามชั่วโมง ถึงแม้จะเยอะมากพอแล้วก็ตาม แต่สำหรับธารามันยังน้อยไปอยู่ดี

     ส่วนสาเหตุที่ต้องออกมา เพราะ สองสหายไม่ได้เตรียมอาหารสำรองมา เนื่องจากความต่างด้านเวลาของดันเจี้ยนมายาสงครามนั้นผิดปกติจากอบิสอื่นๆ

     โดยมีความต่างเวลาอยู่ที่ 1 ชั่วโมงโลกจริงเท่ากับ 12 ชั่วโมงด้านใน เท่ากับพวกเขาอยู่ในดันเจี้ยนนั้นเป็นเวลา 36 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนระหว่างนั้นพวกเขาก็ต้องกินต้องดื่ม ทำให้อาหารสำรองที่ธาราเอามาแค่พออยู่ได้ 3 วัน สำหรับคนเดียวหมดลงอย่างรวดเร็ว

     ก่อนที่จะออกจากดันเจี้ยนมาด้วยความไม่เต็มใจนัก แน่นอนว่าธาราคาดโทษเรื่องนี้ไว้ในใจ

     เซลอดก็ที่กล่าวขอโทษต่อจากเมื่อวานที่เขาก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ต้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้

     "ฉันก็ขอโทษเรื่องนี้เหมือนกัน ธาร ครั้งหน้า ฉันจะระวังเรื่องนี้ให้มากกว่านี้"

     "เฮ้อ ช่างมันเถอะ ครั้งหน้า พวกนายก็อ่านข้อมูลดันเจี้ยนบ้างนะ ว่ามันมีความต่างของเวลาหรือเปล่าน่ะ"

     ทั้งสองต่างพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงด้วยรอยยิ้มแห้งๆอย่างสำนึกผิด

     "เฟย นายตั้งเวลาเป็นของโลกนี้ให้ฉัน ส่วนเซล เมื่อเข้าไปแล้วปรับเวลาให้เท่ากับเวลาของดันเจี้ยนด้วย"

     เฟยกดเลคเตอร์เพื่อตั้งเวลาก่อนจะส่งข้อมูลให้กับธาราแบบเรียลไทม์

     ธาราพยักหน้าก่อนจะหันไปหาเซลที่ทำแบบเดียวกันพร้อมพูดว่า

     "ได้รับข้อมูลของเฟยเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่ของฉันที่ต้องไปปรับด้านในดันเจี้ยน ว่าแต่แล้วเราจะเอายังไงกับกล้องไบโรสโครปละ"

     "ก็คงต้องมายอมจ่ายค่าปรับเอานั้นแหละ เซล เอาละ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เข้าไปกันเลยเถอะ"

     หลังจากเดินทะลุรอยแยกมิติทางเข้าของดันเจี้ยนมายาสงคราม สิ่งที่พวกเขาได้เห็นอีกครั้งก็ยังคงเป็นแบบเดิม

     สงครามครูเสดครั้งที่ 9 ช่วงก่อนสิ้นสุดสงครามศาสนาอันแสนยาวนาน

     มิตินี้จะเป็นสงครามกวาดล้างของทางฝั่งมุสลิมไม่ทราบจำนวน โดยทางฝั่งมุสลิมนั้นนำโดยไบบาร์สและมีกลุ่มทหารมัมลุกที่เป็นอดีตทาสที่ได้รับอิสระขนาดใหญ่เข้าร่วมในการขับไล่คริสเตียน

     เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งอักฤษก็เสด็จไปเมืองเอเคอร์เพื่อเข้าร่วมสงครามครูเสดครั้งที่ 9 ที่นับเป็นที่มั่นสุดท้ายของอัศวินครูเสด 

     โดยทางฝั่งคริสเตียนมีทหารทั้งสิ้นเพียงแค่ 60,000 นาย ซึ่งผู้ชนะตามประวัติศาสตร์คือ ฝั่งมุสลิม

     ที่ขับไล่ชาวคริสเตียนออกไปได้สำเร็จจนนำมาซึ่งการล่มสลายของที่มั่นต่างๆริ่มฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนด้วยเช่นกัน

     ธาราหันไปส่งสัญญาณให้เซลตั้งเวลาให้ตรงกับเวลาปัจจุบันของมิติก่อนจะเรียกหน้าต่างเควสออกมาดู

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดันเจี้ยนมายาสงคราม ระดับ C+ เงื่อนไขการพิชิต : พลิกประวัติศาสตร์ทั้ง 4 [0/4]

ภารกิจเสริม : พิชิตมิติทั้ง 4 ด้วยเวลา 1 วัน [เหลือเวลา 23 ชั่วโมง 59 นาที]

ไอเท็มพิชิต : อาร์ติแฟคระดับ B- ดาบแห่งแสง "ลูมินัส"

ไอเท็มภารกิจเสริม : อักษรรูนระดับสูง 3 ตัว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ธาราที่เห็นถึงกับตาถล่นออกมาอย่างตกใจในหัวคิดไปถึงความเป็นไปได้ด้วยท่าทางเคร่งเครียดพลางสบถออกมาในใจ

     "เฮ้ย เงื่อนไขพิชิตมันจะไม่ยากเกินไปหน่อยเหรอฟะ แล้วยังภารกิจเสริมอีก ต้องเปลี่ยนประวัติศาสตร์เนี่ยนะ ภารกิจบ้าอะไรวะเนี่ย"

     ธารารวบรวมสติก่อนจะหันไปพูดกับทั้งสองคนที่ตอนนี้กำลังตรวจเช็คของต่างๆอยู่ข้างๆเขาแล้วพูดว่า

     "เอาล่ะ เฟย เซล ฉันมีข่าวดีและข่าวร้ายจะบอกพวกนาย อยากฟังข่าวไหนก่อน"

     เฟยทำท่าทางลังเลก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ "ข่าวร้ายก่อนละกัน เผื่อข่าวดีจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้บ้าง"

     ธาราจงใจโกหกพร้อมกับพูดน้ำเสียงเคร่งเครียดราวกับว่าเขาก็ไม่คิดว่าจะเลวร้ายขนาดนี้ ซึ่งแน่นอนทั้งหมดเขาตอแหล

     "ข่าวร้าย ข้อแรกพวกเราต้องพิชิตดันเจี้ยนนี้ด้วยระยะเวลา 1 วันโลกจริงเท่านั้น และข้อสุดท้ายพวกเราต้องเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในมิตินี้วะ"

     เซลถึงกับหน้าซีดก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างว่า "แล้วข่าวดีละ ธาร"

     "คือ ไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าข่าวร้ายที่ฉันบอกพวกนายแล้วละ ไม่มีบอส ไม่มีอะไรเลย นอกจากเปลี่ยนประวัติศาสตร์ ส่วนทำไม ฉันถึงรู้ต้องขอบคุณรูปถ่ายของพวกนายที่ถ่ายกันมา ทำให้ฉันไขความลับของมันจนรู้ข่าวร้ายนี้ได้"

     สองสหายทำหน้าราวกับจะพูดว่า "แล้วทำไม เอ็ง/นาย ไม่บอกเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเข้าล่ะวะครับ"

     แต่ธาราก็ชิงพูดราวกับอ่านใจพวกเขาได้ว่า "ก็เพราะบอกพวกนายไปก็ยิ่งเครียดไปกันใหญ่น่ะสิ"

     เฟยและเซลหน้าถอดสีออกมาทั้งคู่ก่อนที่เฟยจะพูดถามด้วยน้ำเสียงหมดแรงว่า "แค่นี้ก็เครียดแล้ววะ ว่าแต่นายมีแผนอะไรไหม ธาร"

     "มีอยู่ แต่สงสัยจะเล่นมากไม่ได้ละ เรามีเวลาเฉลี่ยแค่มิติละ 6 ชั่วโมงเท่านั้น ตอนแรกฉันกะจะใช้ที่นี่เป็นที่ฝึกการต่อสู้ระยะประชิดสักหน่อยแต่คงต้องเปลี่ยนแผนการฝึกเหลือแค่มิติละ 3 ชั่วโมงและอีก 3 ชั่วโมงสำหรับทำเงื่อนไขมิตินั้นๆ"

     ทั้งสองคนก็หน้าซีดหนักกว่าเดิมอีกเมื่อได้ยินแผนการฝึกบ้าๆของธารา แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดธาราก็ชิงพูดต่อซะก่อน

     "แน่นอนว่ามิตินี้ พวกเราจะฝึกไปทำเงื่อนไขไปพร้อมๆกันเลย เพราะจำนวนนักรบฝ่ายมุสลิมมันเยอะจนเราคาดเดาไม่ได้อยู่แล้ว"

     เซลเอยเสียงสั่นออกมาอย่างตื่นตระหนกว่า "ฉันว่าอันนี้มันยากเกินไปนะ ธาร"

     เฟยก็กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจว่า "ฉันเห็นด้วยกับเซลนะ ธาร ฉันว่าอันนี้มันยากเกินไปจริงๆแล้วล่ะ พวก"

     ธารายิ้มให้ทั้งสองก่อนจะพูดเป็นเชิงปลอบใจสหายทั้งสองที่ไม่ได้ช่วยอะไรพวกเขาเลยว่า "ไม่เอาน่า เฟย เซล พวกนายก็แค่คิดว่าตอนนี้ พวกนายกำลังเล่นเกมเวอร์ชวลเรียลลิตี้แนวมูโซก็ได้ จะได้รู้สึกดีมากขึ้น"

     เฟยและเซลส่ายหัวรัวๆให้เขาก่อนจะโวยวายออกมาพร้อมกันว่า "คิดแบบนั้นไม่ได้หรอกเฟ้ย ไอ้เจ้าบ้า"

     ธาราแบฝ่ามือทั้งสองข้างมาทางสองสหายเป็นเชิงให้ทั้งสองใจเย็นลงก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็นเพื่อให้ทั้งสองได้สติ

     "งั้นก็คิดว่าที่นี่เป็นสนามฝึกซ้อมต่อสู้ละกัน เฟย เซล โดยศัตรูที่พวกนายต้องฆ่าก็เป็นมนุษย์เงา"

     เฟยและเซลพยายามสงบสติอารมณ์อยู่เกือบสิบนาทีกว่าจะใจเย็นลงพอที่จะฟังแผนการของเขาได้

     "มาเข้าแผนของเรากันเลย ตอนนี้ เราอยู่บนภูเขาใกล้เมืองเอเคอร์ห่างไม่เกิน 5 ไมล์ พื้นที่โดยรวมของมิตินี้ กินพื้นที่ประมาณ 60 ไมล์หรือเท่ากับ 1/3 ของดันเจี้ยนโบรคเค่นซอร์ด ตอนนี้ พวกเราต้องทำคือ เข้าโจมตีฝ่ายเงาแดงไม่ให้เข้าโจมตีเมืองเอเคอร์ได้"

     เฟยทำหน้าสงสัยแล้วถามออกมาอย่างร้อนลนว่า  "ทำไม นายถึงบอกให้โจมตีฝ่ายเงาแดงละ ว่าแต่นายรู้ได้ไงว่าเราต้องโจมตีฝ่ายนี้น่ะ"

     "นายใช้กล้องมองไปเมืองเอเคอร์นะ นายจะเห็นแค่ธงสีน้ำเงินอยู่ นั้นทำให้ฉันแยกออกว่าต้องโจมตีธงแดงเท่านั้นแล้วที่สำคัญทหารในเมืองเอเคอร์ก็มีออร่าสีฟ้าออกมาจากตัวด้วย ถ้านายสังเกตดีๆ"

     เฟยและเซลเมื่อได้ยินก็หยิบกล้องไบโรสโครปขึ้นมาส่องไปทางเมืองเอเคอร์ก็เข้าใจคำพูดของธาราในทันทีก่อนจะพับเก็บใส่เมจิคแบ็ค

     เซลถามด้วยท่าทางเป็นกังวลว่า "แล้วแผนการต่อสู้ละ ธาร จะใช้รูปแบบไหน"

     ธารายิ้มนิดๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆสไตล์เจ้าตัวว่า "เราจะรบแบบกองโจร เผาคลังเสบียง สังหารตัวที่ดูสำคัญๆแล้วก็ถอยในทันที เราจะทำซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะผ่านเลย"

     ทั้งสองมีสีหน้ากังวล แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ธาราก็ชักมีดออกมาจากฝักหลังเอวก่อนจะพูดต่อว่า

     "เอาละ ด้านหน้าของพวกเราไม่ไกลมีกองทหารเล็กๆอยู่ เข้าโจมตีกันเลย" พูดจบก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วเข้าหากองทหารผู้โชคร้าย

     เฟยและเซลที่เห็นเพื่อนรักของพวกเขาพุ่งเข้าโรมรันกับพวกเงาสีแดงของฝั่งมุสลิมก็ได้แต่นำอาวุธออกมาแล้ววิ่งตามเพื่อนของพวกเขาเข้าโจมตีกลุ่มเงาสีแดงอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก

     พวกเขาเข้าโจมตีเงาสีแดงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วันแล้ว ถ้าให้นับทหารเงาแดงที่สังหารไปคงมีจำนวนเกินหมื่นเข้าไปแล้ว

     โดยพวกเขาได้ทำลายค่าย ทำลายเสบียงของฝ่ายแดงไปจำนวนมากจนตอนนี้ ฝ่ายแดงทำท่าจะเพรี่ยงพล้ำอยู่รอมร่อก็เรียกทหารทุกกองเข้ามารวมกันเป็นทัพใหญ่มุ่งหน้าไปเมืองเอเคอร์

     ตลอดสองวันที่ผ่านมา พวกเขาทั้งสามต่างสู้ในระยะประชิดจนเชี่ยวชาญมากขึ้น โดยเฟยและเซลต่างก็ควบคุมมานาได้ดีมากขึ้นจนพวกเขายังตกใจ

     ในขณะที่ธาราถึงกับได้รับทักษะ "ชำนาญอาวุธมีด ขั้นต้น" และสกิล "ก้าวย่นระยะ" ระดับ B- มาครอบครอง

     ตอนนี้ พวกเขากำลังหลบอยู่โขดหินตรงทางราบเหนือกองทัพของฝั่งแดง

     "ฉันว่าเจ้าตัวที่ใส่หมวกทรงสูงนั้น ต้องสำคัญแน่ๆเลย ธาร" 

     "มีอัศวินเงาอยู่ข้างๆด้วย คงสำคัญจริงๆแหละ" ธารากล่าวสนับสนุนคำพูดของเฟยแล้วพูดต่อว่า

     "งั้นก็มาร์คไว้ ว่าแต่เซล นายมีข้อสังเกตอื่นๆอีกไหม"

     เซลมีท่าทีครุ่นคิดก่อนจะพูดข้อสงสัยของเขาออกมา "ฉันสงสัยเกี่ยวกับอัศวินรอบๆของเจ้าหมวกทรงสูงนั้นนะ ธาร แต่แค่ดูก็รู้เลยว่าเจ้าเงาหมวกทรงสูงนั้นสำคัญกว่าคนอื่นๆแน่นอนเลย"

     ธาราพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะอธิบายแผนให้ทั้งสองคนฟัง

     "ตอนนี้พวกเราอยู่แนวเดียวกับตรงกลางของกองทัพฝั่งแดงที่เจ้าหมวกทรงสูงอยู่ สิ่งที่พวกเราต้องทำคือ ฆ่าเจ้าหมวกทรงสูงที่ดูเหมือนราชา งั้นเราจะเรียกมันว่า "คิง "ละกัน ถ้าไม่ผิดแผนอะไร ฉันคิดว่ามันน่าจะทำให้เราจบมิตินี้เพื่อไปอันต่อไปได้เลย"

     ทั้งสองพยักหน้ารับก่อนธาราจะพูดต่อว่า "เอาละ นี่คือ แผนจู่โจมของเรา เฟย นายกันซ้าย เซล กันขวา ฉันจะทะลวงกลาง แน่นอนครั้งนี้ โจมตีแบบเต็มแรงไปเลย โดยที่ฉันจะเน้นจัดการคิง ส่วนพวกนายก็คุ้มกันฉันจากอัศวินตัวอื่นๆที่จะขวางฉันฆ่าคิงก็พอละ มีคำถามไหม"

     ทั้งสองส่ายหน้าเบาๆแทนคำตอบ ก่อนจะเตรียมความพร้อมด้วยการอัดมานาเข้าอาวุธในมืออย่างรวดเร็ว

     ตลอดสองวันมานี้ พวกเขาหมดอารมณ์ที่จะบ่นเจ้าตัวดีแล้วเอาเวลามาเตรียมตัวสำหรับแผนการบ้าๆของเพื่อนตัวแสบของพวกเขาดีกว่า

     ทั้งสองชูนิ้วโป้งเป็นสัญญาณว่าพร้อมให้กับเขา ธาราก็กระโดดพุ่งตัวลงจากทางราบเหนือกองทัพก่อนจะเข้าครรลองสายตาของทหารเงา

     ธาราเสริมพลังใส่ขาทั้งสองจนเป็นสีแดงเข้มพร้อมกับใช้สกิล "ก้าวย่นระยะ" ที่เป็นการดัดแปลงจากเวท "พุ่งตัว" ของธาตุลม

     ก่อนจะถีบตัวพุ่งกระโจนเข้าใส่ทหารเงาที่ใกล้ที่สุดราวกับลูกศรที่หลุดจากสายรั้ง

     เฟยและเซลอดจะชื่นชมกับความรวดเร็วของธาราไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่พวกเขาเห็นนั้นราวกับว่าเพื่อนของพวกเขากลายเป็นเส้นแสงสีดำพุ่งเข้าสังหารศัตรูของเขาด้วยมีดในมืออย่างรวดเร็ว

     แน่นอนว่าความเร็วน่ะปัจจุบันของธารานั้นยังไม่ใช่ความเร็วสูงสุดของเขาเนื่องจากเขายังไม่มีอุปกรณ์และยังขาดเหตุผลในการใช้มันต่อหน้าสองสหายไม่ได้ เขาจึงต้องเก็บงำมันเอาไว้ก่อนพลางคิดเกี่ยวกับรองเท้าเวทมนตร์ไปพลางระหว่างเข้าสังหารทหารเงา

     "อยากได้รองเท้าเวทดีๆสักคู่แหะ ไม่ก็เอาเจ้าคู่ที่ใช้ในชีวิตที่แล้วก็ได้ "รองเท้าแห่งสายลม" อาร์ติแฟคที่บังเอิญได้มาตอนนั้น"

     ธาราและพวกเข้าโรมรันกับกองทัพเงาสีแดงอย่างอุกอาจและรุนแรงจนตอนนี้ พวกเขาสังหารทหารเงาไปเกือบสามร้อยนายเข้าไปแล้ว โดยตอนนี้พวกเขาก็เข้าสู่ระยะของกลุ่มอัศวินเรียบร้อยแล้ว

     ธาราก็ใช้เวทแหลนสายฟ้าโจมตีเข้าใส่คิงในทันที แต่ปรากฎว่ามีทหารทั้งหมด 5 นาย เอาโล่มารับจนใต้แทนนายของพวกมันไปแต่แทนที่จะจบ ธาราก็ได้ใช้แหลนสายฟ้าซ้ำไปอีกถึง 5 ครั้งจนคิงต้องกระโดดหลบไปด้านหลัง 

     ซึ่งธาราก็ราวกับต้องการอย่างงั้นอยู่แล้วจึงหันไปตะโกนบอกเฟยและเซลให้โจมตีเสยเกวียนใหญ่ทับคิงไปเลยว่า

     "เฟย เซล พวกนายโจมตีเสยให้เกวียนมันพลิกคว่ำไปทับเจ้าคิงนั้นที เดียวฉันคอยโจมตีเสริมปิดฉากให้พวกนายเอง"

     ราวกับรู้ใจเขา เฟยพุ่งตัวต่ำเข้าไปหมายจะเสยดาบใส่เกวียน โดยมีเซลคอยคุ้มกันด้วยการหมุนหอกกวาดเหนือระดับหัวของสหายทั้งสองที่พุ่งตัวต่ำเป็นวงกลมจนเกิดเป็นเคียววายุอันเฉียบคมเข้าใส่ทหารเงาที่ล้อมพวกอยู่รอบทิศทางอย่างร้ายกาจ

     ส่วนเฟยนั้นก็ใช้เวทเสริมพลังและควบแน่นเวทปืนไฟฟันเสยเข้าใส่รถจนเกิดเสียงราวกับระเบิดออกมาก่อนที่เกวียนจะพลิกคว่ำเข้าใส่คิง

     ธาราที่รออยู่แล้วก็ใช้ร่ายเวทแหลนสายฟ้าแบบควบแน่นพิเศษที่ได้จากการรวมแหลนสายห้าอันเข้าด้วยกันเป็นอันเดียวไว้บนมือขวา

     ก่อนจะขว้างเข้าใส่ตัวเกวียนตำแหน่งเดียวกับคิงจนทะลุไปด้านหลังโดนตัวคิงจนร่างระเบิดไปเลยพร้อมกับทุกอย่างในมิติที่หยุดลง

     หน้าต่างเควสก็เด้งข้อความแจ้งความคืบหน้าของเควสหลักว่า "พลิกประวัติศาสตร์ทั้ง 4 [1/4]"

     ธาราก็พูดออกมายิ้มๆว่า "ดูเหมือนพวกเราจะจบมิติแรกได้แล้วละ พวก"

     เฟยและเซลล้มลงนอนแผ่หลาอย่างไม่เกรงใจก่อนที่เฟยจะพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆว่า "งั้นขอพักสักชั่วโมงเถอะ ธาร"

     เซลพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนที่ธาราจะพูดต่อด้วยท่าทางเห็นใจ "ตามใจพวกนาย แต่เท่าที่ฝึกกันมา ฉันว่ายกเลิกเรื่องการฝึกของมิติที่สามและสี่เลยล่ะกัน ฉันว่าพวกเราตอนนี้คงหลบกระสุนไม่ไหว เพราะฉะนั้นคงต้องลอบโจมตีระยะไกลเอา เพราะฉะนั้นยุคสงครามปฏิวัติญี่ปุ่นเนี่ยแหละที่จะเป็นที่ฝึกสุดท้ายของพวกเราก่อนจะพิชิตดันเจี้ยน"

     ทั้งสองผงกหัวรัวๆอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่งก่อนโห่ร้องออกมาอย่างดีใจ โดยมีธารายิ้มสบายๆมองสหายทั้งสองคนอย่างเอ็นดู

     ก่อนจะชวนทั้งสองคนกินข้าวแล้วนอนพักผ่อนเอาแรงสำหรับมิติต่อไปที่จะเป็นการฝึกที่แท้จริงของพวกเขาทั้งสามในดันเจี้ยนนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 511 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

718 ความคิดเห็น

  1. #446 Fikusa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 13:46
    เพื่อของล้วนๆ ฮ่าๆๆๆ
    #446
    0
  2. #164 ThaipaKing (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 00:21
    เงื่อนไขนี้เพื่อผลประโยชส่วนตัวแกล้วนๆเลยเว้ยธารา!!
    #164
    0
  3. #45 mirror image (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 06:37
    หน้าต่างเควส ชื่อดันเจี้ยนผิด
    โขดหินไม่มีลอลิง
    #45
    0