Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 31 : ดันเจี้ยนไซเรนบีชด์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 592 ครั้ง
    26 ธ.ค. 62


     ท้องฟ้าสีคราม หาดทรายสีขาว น้ำทะเลใสสะอาดสุดลูกหูลูกตาพร้อมกับเสียงคลื่นซัดกระทบหาดทรายสีขาวช่างไพเราะยิ่งนัก

     ถ้าไม่บอกว่าที่นี่คือ "ดันเจี้ยน" ทุกคนก็คงคิดว่าเป็นชายหาดติดทะเลที่แสนงดงามเป็นแน่

     ตอนนี้ พวกเขาทั้งสามอยู่ในดันเจี้ยนที่มีชื่อว่า "ไซเรนบีชด์" ดันเจี้ยนระดับ D- ที่แสนงดงามจนมีนักข่าวหรือนักการตลาดหัวใสเอาทิวทัศน์นี้มาใช้ประโยชน์ทางการตลาดอย่างชาญฉลาด

     ซึ่งพวกธาราที่เข้ามาก็รู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ทว่าพวกเขาไม่ได้มาเล่นๆเนี่ยสิ พวกเขากะจะมาพิชิตมันต่างหากละ

     ธารายิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาโดยมีสองสหายเพื่อนซี้ยิ้มตามเป็นลูกคู่อย่างรู้งานก่อนจะตะโกนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่า

     "เอาละ พวก วันนี้พวกเราจะมาพิชิตดันเจี้ยนนี้กันเลย เมื่อวานได้สองที่แถมได้เงินมา 50 ล้าน แค่นั้นมันยังไม่พอหรอก ใช่ไหม พวก"

     ทั้งสองกล่าวตามอย่างฮึกเหิมด้วยสายตาละโมบว่า "ใช่แล้ว 50 ล้าน มันจะไปพอยาไส้อะไร"

     "งั้นวันนี้ เรามาพิชิตดันเจี้ยนนี้กันเลยโว้ย เซล จำบทร่ายได้แล้วนะ" ธารากล่าวถามก่อนจะชักมีดออกจากฝักด้านหลังเอว

     เฟยและเซลที่เห็นก็ชักอาวุธออกมาตามก่อนที่เซลจะพยักหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กต้องการลองของใหม่ว่า

     "พร้อมนานแล้วละ ธาร รีบลองกันเลยดีกว่า ฉันตื่นเต้นเต็มแก่แล้วที่จะได้ทดสอบมันเนี่ย"

     ธารายิ้มรับคำพูดก่อนจะกล่าวให้สัญญาณทั้งสองว่า "งั้นจะนับหนึ่งถึงสาม หลังจากนั้นสังหารม๊อปทุกตัวที่ขวางให้หมดพร้อมกับเอา
แกนเวทย์ออกมาตลอดทางจนกว่าจะถึงภูเขาหินตรงหน้านั้น นับหนึ่ง"

     เฟยและเซลอดที่จะนับตามด้วยเสียงอันดังอย่างตื่นเต้นไม่ได้ว่า "สอง"

     "สาม" สิ้นเสียงทั้งสามก็พุ่งตัวออกไปราวกับเสือวิ่งเข้าขย่ำเหยื่อของมัน

     ธาราพุ่งนำไปฟันม๊อปปูขนาดใหญ่เท่าเข่าตัวขาดครึ่งอย่างง่ายดายก่อนจะพุ่งตัวอย่างรวดเร็วไปมาราวกับนักฆ่า ระหว่างทางสังหาร
ม๊อปด้านหน้าของเขาไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งระยะห่างกับพวกเฟยและเซลถึงสิบช่วงตัว

     เฟยก็ไม่ยอมน้อยหน้า ใช้ดาบสถิตเพลิงแบบเดียวกับที่ใช้ฟันใส่หมาป่าศิลาวิ่งเข้าฟันใส่ม๊อปผู้โชคร้ายจนตัวขาดครึ่งพร้อมกับกลิ่นไหม้จากการที่โดนดาบไฟของเขาฟันเข้าใส่ ม๊อปปูที่โดนฟันกระดองถึงกับหลอมละลายตามแนวการฟันราวกับโดนความร้อนสูง

     เซลนั้นแตกต่างเนื่องจากที่พวกเขาทำไม่ใช่การแข่งขันกันแต่คือ การสังหารม๊อปที่ขวางทาง เซลจึงไม่มีท่าทางเร่งรีบอะไรแต่กลับกันเลยตอนนี้ตัวของเซลให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็นก่อนพูดออกมาด้วยเสียงราวกับกระซิบว่า "ทรอยต์"
     ก่อนที่ปลายกระบองทั้งสองด้านที่มีใบหอกจะปรากฎหมอกหมุนวนปกคลุมเอาไว้ เซลที่เห็นก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างยินดีก่อนจะเริ่มที่จะลองใช้เวทย์บทใหม่ออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น

     เซลกวาดหอกไปด้านหน้าจากซ้ายไปขวาอย่างช้าๆสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ม๊อปนกกาน้ำที่อยู่ห่างจากเขาไปประมาณสิบก้าวหัวหลุดออกจากร่างอย่างเงียบเฉียบ

     ธาราที่ลอบสังเกตยู่ก็ถึงกับยิ้มกว้างออกมาก่อนจะตะโกนกลับมาว่า "เข้าใจคิดนี่ เซล ใช้เวทใหม่ควบคู่กับเคียววายุ โดยใช้แรงเหวี่ยงที่ได้จากการฟาดและหมุนของนายเป็นแรงฐานในการสร้างลมและกำหนดทิศทางของเวทเคียววายุไปในตัวสินะ เข้าท่านี่นา"

     ใช่แล้ว เซลได้ใช้เวทใหม่ที่ธาราไขกลไกเวทพิเศษของไม้คทาหมอกซาปาย่าออกมา ทำให้เขายกระดับธาตุของเขากลายเป็นระดับ C+ อย่างงดงาม ก่อนเขามาธาราก็ได้ลงทุนซื้อหินตรวจสอบระดับธาตุมาก่อนจะมอบให้ทั้งสองทดสอบ ซึ่งเซลทดสอบก่อนจะได้รับเวทย์นี้นั้นระดับพลังธาตุของเขาอยู่ที่ D+ แต่เพราะเวทย์บทใหม่นี้ ทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ใช้เวทย์ลมระดับ C+ นั้นทำให้เขาถึงกับยิ้มแก้มปริออกมาตลอดทาง

     ส่วนเฟยนั้นเป็นผู้ใช้ธาตุไฟระดับ D โดยธาราได้สัญญาว่าจะหาทางช่วยยกระดับธาตุให้เขาทีหลัง 

     เวทที่เซลได้รับมีสองเวทด้วยกัน เวทแรกได้แก่ "หมอกพรางตา" ที่เขาพึ่งใช้ควบคู่กับเคียววายุไป ทำให้เขาสามารถซ่อนเวทเคียววายุได้แต่ก็แลกกลับมานาที่มากขึ้นนิดหน่อย ซึ่งไม่เป็นปัญหาอะไรสำหรับเซลในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
     แน่นอนว่าเซลต้องใช้สมาธิและการควบคุมเวทถึงสองอย่างในเวลาเดียวกันมากขึ้นแต่ผลลัพธ์ก็เป็นที่หน้าพอใจเป็นอย่างมาก เคียววายุที่มองเห็นได้ยากมากขึ้น ถ้าทำให้ดีเผลอๆอาจจะมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ แค่คิดเซลก็ยิ้มกว้างออกมาก่อนจะวิ่งเข้าโรมรันทดสอบกับม๊อปที่ขวางหน้าเขาอย่างสนุกสนาน

     เสียเวลาอยู่เกือบสองชั่วโมง พวกเขาทั้งสามก็มาถึงภูเขาหินที่ห่างจากที่พวกเขาอยู่เดิมถึงสิบกิโลเมตร โดยได้แกนเวทย์ถึง 271 ก้อน

     แน่นอนคนที่มาถึงคนแรกก็ไม่ใช่ใคร ธารา เขานั้นนั่งพักรอทั้งสองคนอยู่เกือบชั่วโมงก็เป็นเฟยที่โผล่มาแล้วตามด้วยเซลที่มาถึงช้าที่สุด

     ธารากล่าวยิ้มก่อนจะสังเกตสีหน้าท่าทางของเพื่อนทั้งสองแล้วพูดว่า

     "เป็นไง พวกนาย สู้มาตลอดสองชั่วโมง เหนื่อยไหม"

     เฟยที่นอนอยู่บนพื้นทรายก็ตะโกนตอบกลับมาอย่างร่าเริงว่า "เหนื่อยก็เหนื่อยแหละ แต่แมร่งสนุกเป็นบ้าเลยวะ ธาร"

     เซลที่ตอนนี้นั่งพิงโขลดหินอยู่ข้างๆธาราก็กล่าวเสริมไปด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี "ถูกของเฟย นี่มันสนุกสุดๆไปเลยละ ธาร"

     "งั้นพวกนายก็ควรจะดีใจนะ ความสนุกมันต่อจากนี้ต่างหาก วันนี้ ฉันอยากจะเข้าดันเจี้ยนมายาสงครามสักหน่อย เพราะฉะนั้นจึงได้เร่งพวกนายให้ตื่นเช้าเป็นพิเศษละนะ"

     ธาราหยุดพูดสักพักก่อนจะกล่าวต่อโดยมีทั้งสองคนคอยฟัง โดยเฟยถึงกับเด้งตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิฟังอย่างตั้งใจ

     "เอาละ ตามที่ข้อมูลที่ฉันสรุปก่อนจะนอน ตำแหน่งที่พวกเราอยู่ตอนนี้เป็นจุดที่น่าสงสัยที่สุดในดันเจี้ยนนี้ เพราะภูเขาหินเนี่ยมันมีรูปร่างราวกับกระดองหอยสังฆ์จนฉันคิดว่ามันต้องมีความลับอะไรเป็นพิเศษแน่ ซึ่งพอมาหยุดอยู่หน้ามันฉันก็ได้คำตอบแล้วละ"

     เซลมีท่าทางสนใจก่อนจะกล่าวถามว่า "แล้วคำตอบของนายมันคืออะไรละ ธาร เท่าที่อ่านข้อมูลมามันก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยนะ รอบๆบริเวณก็ไม่มีซากวิหารแบบของดันเจี้ยนรยูกับโบรคเค่นซอร์ดเลยนะ"

     ธาราชี้นิ้วไปทางปลายสุดของภูเขาหินตรงแถวปลายกระดองหอยสังฆ์พร้อมกับพูดยิ้มๆว่า

     "ก็ถ้ามีคนเคยพุ่งขึ้นไปสำรวจมันอย่างจริงจังละก็นะ เซล เท่าที่ฟังมา มีคนแค่บินเข้าไปใกล้ๆกับสังเกตด้วยสายตาเท่านั้นเองนะ ไม่ได้พุ่งเข้าชนมันสักหน่อย"

     เฟยร้อง "อ่อ" ออกมาก่อนทุบกำปั้นลงฝ่ามือแล้วพูดต่อแทนธารา "มันมีเวทซ่อนทางลับไว้อยู่สินะ"

     "ถูกต้อง เฟย และอันนี้ มันยุ่งยากกว่าของดันเจี้ยนรยูตรงที่แทนที่เราจะต้องกระโดดลงแล้วพุ่งเข้าไป อันนี้ดันเป็นกระโดดขึ้น โจมตีเต็มแรงเข้าใส่ ซึ่งเรื่องยุ่งยากของมันก็คือ ฉันต้องพุ่งตัวขึ้นไปโจมตีใส่ตัวภูเขาเนี่ยสิ"

     เฟยและเซลมีท่าทางเข้าใจแต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้พูดนั้น ธาราก็พูดต่อราวกับรู้ใจว่า

     "แน่นอนว่าฉันวางแผนเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นฉันเลยยากให้พวกนายผูกเงื่อนเชือกให้ฉันหน่อย เอาทั้งหมดมาผูกเลย เท่าที่กะโดยสายตาแล้วเชือกทั้งหมดน่าจะพอให้พวกนายกระโดดจากโขดหินก้อนใหญ่สุดทางขวามือของพวกเราไปคว้าเชือกได้ มีคำถามอะไรไหม"

     ทั้งสองส่ายหน้าก่อนจะหยิบเชือกออกมาจากเมจิคแบ็คแล้วผูกมันเข้าด้วยกันทั้งหมดก่อนจะทวงเชือกจากธารา ซึ่งธาราก็โยนให้สหายทั้งสองก่อนจะนั่งคำนวณการกระโดดขึ้นไปด้านบนภูเขา โดยระหว่างที่คำนวณก็ไม่ลืมเปิดหน้าต่างเควสขึ้นมาดู

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดันเจี้ยนไซเรนบีชด์ ระดับ D- เงื่อนไขการพิชิต : สังหารมอนสเตอร์ในทางลับหุบเขา "ไซกีส" ทั้งหมด 0/100

ภารกิจเสริม : สังหารมอนสเตอร์ทุกเผ่าพันธ์ในดันเจี้ยน 100% [สำเร็จ]

ไอเท็มพิชิต : อาร์ติแฟคระดับ D- ฟลูตมหาสมุทร "เมลิด้า"

ไอเท็มภารกิจเสริม : ไพลินแห่งเสียงนที ระดับ C-

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ธาราอ่านรายละเอียดก็อดคิดไม่ได้ว่า "เป็นครั้งแรกเลยแหะ ที่ข้อมูลของกิลด์นักล่าจะตรงกับของระบบ สองอันก่อนหน้าระดับไม่ตรงทั้งคู่เลย ดันเจี้ยนรยูก็ระดับ D- ส่วนป่าหมอกเป็นระดับ E เฉยๆต่ำกว่าของนักล่าเสียอีก มีอันนี้ที่ตรงอยู่อันเดียว หวังว่ามายาสงครามจะตรงนะ 
ไม่งั้นก็คงแย่อยู่เหมือนกัน"

     คิดอยู่สักพัก เฟยและเซลก็หอบเชือกมาให้ธาราก่อนจะช่วยกันยัดลงเมจิคแบ็คของธาราอย่างยากเย็น

     หลังจากใส่เชือกเขาเมจิคแบ็คเรียบร้อยธาราก็ขอให้ทั้งสองไปรออยู่ที่โขลดหินสูงด้านขวาได้เลย โดยเขาจะเริ่มกระโดดแล้ว

     เมื่อเห็นทั้งสองเข้าประจำที่ ธาราก็ใส่แหวนสายฟ้าที่ได้มาก่อนจะใช้เวทเสริมพลังใส่ขาทั้งสองข้างเต็มกำลังจนขาของเขาส่องแสงสีส้มแดงก่อนจะถีบเท้ากระโดดขึ้นสู่อากาศ การกระโดดครั้งแรกของเขาสร้างรอยยุบที่พื้นเป็นรอยเท้าของเขาลึกถึงสองนิ้ว
     เขาลอยตัวสูงขึ้นจากพื้นถึง 50 เมตรในครั้งเดียวก่อนจะใช้ย่ำเวหาเพื่อทำแบบเดิมซ้ำกันซ้ายทีขวาทีจนมาถึงเลยยอดเขาก่อนจะพุ่งตัวถอยหลังไปพร้อมกับร่ายเวทแหลนสายฟ้าแบบพิเศษออกมาเป็นจำนวนมาก

     สิ่งที่ปรากฎด้านหลังของธารา คือ แหลนสายฟ้าขนาดใหญ่ความยาวเกือบ 3 เมตรที่หนาพอๆกับแขนของเขาถึง 10 อัน

     ธาราสั่งให้แหลนอันหนึ่งพุ่งเข้าใส่ภูเขาตรงหน้าของเขาอย่างจังแต่ปรากฎว่ามีวงเวทย์ปริศนาขึ้นมาคุ้มกันอยู่ราวกับบาเรีย

     แต่ราวกับรู้อยู่ก่อนแล้วธาราก็ได้สั่งให้แหลนทั้ง 9 พุ่งเข้าไปจุดเดียวกับที่อันแรกพุ่งไปเข้าปะทะบาเรียคุ้มกันอย่างพร้อมเพรียงกัน 
ทำให้บาเรียที่คุ้มกันภูเขาอยู่นั้นแตกออกอย่างง่ายดาย

     ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนั้นกินเวลาไม่ถึงยี่สิบวิด้วยซ้ำ โดยเฟยและเซลที่เห็นนั้นก็ถึงกับทำหน้าไม่ถูกจะว่าตกใจก็ตกใจแต่เพราะตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกเขาเจอแต่เรื่องเซอร์ไพรส์ชวนปวดหัวและตกตะลึงมาตลอด เรื่องตรงหน้าในตอนนี้จึงไม่นับเป็นอะไรกับพวกเขาอีกแล้ว

     ก่อนที่ธาราจะกระโดดพุ่งตัวเข้าไปในตัวล่องภูเขาที่เปิดออกเผยให้เห็นทางเดินลงไปด้านล่างก่อนจะผูกเชือกโรยให้สองสหายปีนขึ้นมา

     เฟยและเซลก็ได้ใช้ห้าก้าวเวหากระโดดไปคว้าเชือกได้อย่างแม่นยำ ต้องขอบคุณการฝึกในห้องพิเศษตอนนั้นทำให้พวกเขาสามารถทำมันได้ในครั้งเดียวโดยไม่ผิดพลาด

     หลังจากปีนขึ้นมาพวกเขาก็ช่วยกันคลายเชือกและเก็บเข้าเมจิคแบ็คก่อนจะเดินลงไปตามทางจนมาพบกับมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายทากทะเลแต่มีกระดองแข็ง ตัวของมันส่องแสงสีสันหลากหลายไม่ซ้ำกัน

     ธาราใช้เวทตรวจสอบพวกมันก่อนจะยิ้มกว้างอย่างยินดีก่อนจะพูดว่า "ฆ่าพวกมันให้หมดกันเลย"

     พูดจบก็ชักมีดออกมาวิ่งนำคนทั้งสองเข้าไปสังหารทากทะเลตรงหน้าพวกเขาอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน

     พวกเขาได้แต่ยิ้มให้กันก่อนจะวิ่งตามธาราไปด้วยรอยยิ้มอย่างตื่นเต้น

     พวกเขาเสียเวลาอยู่เกือบสามชั่วโมงก็มาถึงด้านล่างสุดภายในภูเขาหอยสังฆ์ ตรงหน้าของพวกเขามีประตูห้องบอสอยู่

     ก่อนที่จะเข้าไปธาราได้บอกว่า "พวกนายเตรียมเวทโจมตีเต็มแรงเลย ฉันขี้เกียจเสียเวลาไปมากกว่านี้ละ"

     ทั้งสองสหายต่างพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเตรียมเวทโจมตีเต็มแรงตามคำพูดของธาราอย่างตั้งใจ

     ร่ายเสร็จทั้งสองก็พยักหน้าให้เป็นสัญญาณ ธาราก็เปิดประตูเข้าไป สิ่งที่เห็น คือ กบตัวสีฟ้าขนาดยักษ์กำลังนั่งอยู่

     เจ้ากบมีท่าทางตกใจที่มีผู้บุกรุกเข้ามาในรังของมันได้แต่ทว่ามันยังไม่ได้แม้แต่ขยับตัวก็พบว่าตัวของมันได้ตายไปแล้วเนื่องจากการโจมตีแสนโหดร้ายของมนุษย์ทั้งสามคนแรกที่มันได้พบนั้นทั้งแหลนสายฟ้าทั้งสี่ที่เร็วขนาดว่าแค่ประตูเปิดออกมาเผยร่างของมันได้นิดหน่อยก็พุ่งเข้าใส่ขาหน้าทั้งสอง ตา และแก้มของมันอย่างโหดเหี้ยมอย่างไม่นับเคียววายุที่ทำให้เข้มข้นเป็นพิเศษจนมองเห็นได้ชัดแจ๋วและเวทปืนไฟที่เฟยยิงออกมาจากปลายดาบเต็มแรงราวกับเสาเพลิง

     ร่างของเจ้ากบผู้โชคร้ายก็สลายไปเหลือไว้แค่แกนเวทย์สีฟ้าพร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้ รอยตัดของเคียววายุและหลุมบ่อจากแหลนสายฟ้าที่โจมตีเข้าใส่โดยไม่ถามไถ่อะไรสักคำ

     ธารายืนมองผลงานด้วยรอยยิ้มก่อนจะแท็กมือกับสองสหายเพื่อนซี้แล้วเดินเข้าไปหยิบของด้านหลังตำแหน่งเดิมของเจ้ากบที่ร่างสลายหายไปด้วยท่าทางลัลลา

     ช่างน่าสงสารเจ้ากบที่ต้องมาพบเจอกับมนุษย์ใจบาปทั้งสามนี้ โดยเฉพาะจอมโฉดเจ้าของเวทแหลนสายฟ้าที่โจมตีมันอย่างโหดเหี้ยมที่สุดในทั้งสามคน

     รอบข้างของพวกเขานั้นราวกับอยู่ในอควาเรียมยังไงอย่างงั้นแต่ธาราก็หาได้สนใจกับเดินตรงเข้าไปหาแท่นหินด้านหลังของเจ้ากบก่อนจะหยิบฟลูตและเพชรสีฟ้าที่ส่องแสงอยู่ข้างๆกันบนแท่นมาตรวจสอบอย่างละเอียด

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาร์ติแฟคระดับ D- ฟลูตมหาสมุนทร "เมลิด้า"

ความสามารถ : ฟลูตที่เอาไว้ขับกล่อมบทเพลงแห่งท้องมหาสมุนทรเสริมพลังให้กับสัตว์เวทธาตุน้ำ

ได้รับทักษะ : บทเพลงแห่งการเยี่ยวยาและบทเพลงแห่งพลังและการปกป้อง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ฟลูตบนมือซ้ายของธารานั้นราวกับทำมาจากเปลือกหอยส่องประกายดั่งไข่มุกสีขาวทั้งอัน ตัวฟลูตนั้นมีกลไกกดปุ่มราวกับฟลูตสมัยใหม่แต่ตัวมันกับให้บรรยากาศราวกับเป็นวัตถุโบราณ ข้างๆตัวฟลูตมีสลักชื่อของมันเอาไว้ว่า "เมลิด้า" พร้อมกับกลไกลับ ซึ่งธาราก็ลองเปิดมาสำรวจดูก็ได้รู้ว่ามีโน๊ตเพลงอยู่ด้านในตัวของมัน ก่อนจะเก็บกลับเข้าไปในช่องลับเหมือนเดินและหันไปสำรวจเพชรในมือขวาของเขาต่อ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาร์ติแฟคระดับ C- ไพลินแห่งเสียงนที

ความสามารถ : อัญมณีเสริมพลังธาตุน้ำระดับ C- สามารถเจียระไนเพื่อเพิ่มระดับได้

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ตรงตามตัวของมัน ไพลินทรงกลมขนาด 4 นิ้วที่ส่องสว่างด้วยแสงสีฟ้าออกมาอย่างอ่อนโยน ด้านในของมันราวเป็นมีท้องฟ้าช่วงฝนตกขนาดเล็กอยู่ด้านใน โดยเม็ดฝนนั้นส่องประกายสีเงินออกมาอย่างงดงาม ถ้าเขย่าจะมีเสียงราวกระดิ่งยามสายฝนตกลงมาให้ได้ยินเบาๆ

     ธาราเห็นก็รู้สึกถูกชะตากับมันก่อนจะชูอัญมณีสีฟ้าให้สหายทั้งสองคนดู ซึ่งทั้งสองก็เดินเข้าชื่นชมความงดงามของมัน ก่อนที่ธาราจะพูดขอสหายทั้งสองว่า "เฟย เซล ฉันขอเจ้านี่นะ อยากเอาไปทำเครื่องประดับให้พวกแม่น่ะ"

     เฟยและเซลต่างพยักหน้ารับอย่างเข้าใจดี เพราะ เพื่อนตัวดีของพวกเขานั้นเป็นคนรักครอบครัวอย่างมากและเจ้าไพลินก้อนนี้ก็ดันมีคุณสมบัติตรงกับธาตุหลักของน้องสาวสุดรักของเจ้าซิสค่อนตรงหน้าเสียอีกแล้วก้อนใหญ่ขนาดนี้ยังไงก็แบ่งมาทำเครื่องประดับได้อย่างน้อยสามชิ้นด้วยซ้ำแล้วจะให้พวกเขาปฎิเสธความต้องการของเพื่อนรักของพวกได้ยังไงละ

     ธาราหยิบของทั้งสองชิ้นก่อนจะใช้เวทดึงเอาแกนเวทย์ของบอสกบเก็บเข้าใส่เมจิคแบ็คคาดเอวก่อนจะชักชวนทั้งสองออกจากดันเจี้ยนไปกินข้าวกันเพื่อไปดันเจี้ยนสุดท้ายของพวกเขา "ดันเจี้ยนมายาสงคราม"

     พวกเขากินข้าวกันก่อนจะเดินทางเข้าดันเจี้ยนมายาสงครามตอนเกือบหกโมงเย็นเพื่อมาสำรวจพอเป็นวิธี ซึ่งธาราก็ได้สังเกตอยู่เป็นเวลาประมาณเกือบสามชั่วโมง โดยที่เฟยและเซลได้ใช้กล้องไบโรสโครปอย่างคุ้มค่า ช่วยกันถ่ายภาพก่อนจะกลับออกมา โดยไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษในวันนี้

     ก่อนจะกลับมาประชุมเรื่องราวต่างๆกันพร้อมกับเดินทางไปหามาร์ตินเพื่อขอข้อมูลในยุคตามข้อมูลข้างต้นอย่างละเอียด

     ธาราเสียเงินค่าข้อมูลอีกเกือบแสนพร้อมกับสั่งซื้อวัตถุดิบสำหรับทำน้ำตานางฟ้าเป็นเงินถึง 371,482 เดลเนื่องจากราคาวัตถุดิบบางชิ้นแพงขึ้น ซึ่งธาราก็ไม่ได้เก็บมาคิดอะไรก่อนจะขอให้มาร์ตินส่งไปให้เขาที่บ้านตามเดิม

     ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไปพักผ่อนเพื่อเตรียมแผนการ โดยที่สองสหายไม่รู้เลยว่าตั้งแต่พรุ่งนี้จะเป็นนรกสำหรับพวกเขาสองคนอย่างร้ายกาจเลยทีเดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 592 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #651 Pisit Yuragate (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 16:00
    บอสกบตายได้อนาจสุด
    #651
    0
  2. #436 Fikusa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 11:37
    สงสารกบ ฮ่าๆๆๆ
    #436
    0
  3. #162 ThaipaKing (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 23:48
    อะไรคือ **ฟลูต**มหาสมุทร??
    #162
    2
    • #162-1 ThaipaKing(จากตอนที่ 31)
      7 ธันวาคม 2562 / 23:53
      เข้าใจเครื่องดนตรี ทำไมไม่ใส่คำว่าของเมลิด่าด้วยฟร่ะ
      #162-1
    • #162-2 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 31)
      8 ธันวาคม 2562 / 00:12
      ฟลูตชื่อว่า เมลิด้า ครับ ไม่ใช่ของใครนะครับ
      #162-2
  4. #20 mixlove0055 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 12:11
    ซิสค่อน จงเจริญ
    #20
    0