Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 30 : จบดันเจี้ยนในหนึ่งวันสไตล์ธารา [ตอนปลาย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 559 ครั้ง
    20 พ.ย. 62


     ทั้งสามสหายในตอนนี้กำลังยืนอยู่ในม่านหมอกของดันเจี้ยนคิริโนะโมริ ตอนเวลา 11.24 น.

     เซลมองบรรยากาศรอบตัวพลางพูดออกมาลอยๆด้วยน้ำเสียงอ่อนใจอย่างยอมแพ้ในความเหนือคาดของเพื่อนรักของเขา

     "ไม่นึกเลยนะว่าพวกเราจะมาอยู่ที่ดันเจี้ยนที่สองก่อนเที่ยงจริงๆอย่างที่นายบอกน่ะ ธาร"

     รอบตัวของพวกเขาขณะนี้เต็มไปด้วยม่านหมอกจนมองแทบไม่เห็นอะไรในระยะไม่เกิน 30 เมตรรอบตัวพวกเขา

     ธาราก็ยิ้มๆก่อนจะพูดว่า "เฮ้อ ฉันพูดตรงๆเลยนะ เซล นายจะอึ้งกว่าที่คิดอีก ถ้านายได้รู้ว่าตอนนี้ ฉันไขความลับดันเจี้ยนนี้ได้แล้ว"

     เฟยถึงกับเก็บสีหน้าไม่อยู่ก่อนที่จะได้ทำท่าทางโวยวายอะไร ธาราก็เอามือมาปิดปากของเฟยเอาไว้แล้วพูดต่อว่า

     "เจ้าดันเจี้ยนนี้ง่ายกว่าเมื่อกี้เยอะเลย ขนาดเล็กขนาดนี้ เจ้าเวทตรวจสอบและตรวจจับของฉันนี่มันดีจริงๆแหะ สมแล้วที่สืบทอดการค้นคว้าต่อจากปู่"

     ใช่แล้ว เวทตรวจสอบและตรวจจับที่ธาราใช้อยู่นั้นเป็นผลงานการค้นคว้าของปู่ของเขา "ภูมินทร์ เทพพิทักษ์"

     ซึ่งธารารับมาสานต่อจนสำเร็จกลายเป็นเวทย์ที่สมบูรณ์แบบจนธาราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าเป็นสุดยอดเวทมนตร์สารพัดประโยชน์ที่เขาเก็บไว้ใช้เองเนื่องจากความซับซ้อนในการใช้งานอันมหาศาลจนคนอื่นอาจจะใช้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทำให้ธาราต้องหาทางประยุกต์ให้มันใช้งานได้ง่ายมากกว่านี้ก่อนจะเปิดเผยมันให้สาธารณะ

     แน่นอนว่าธารากะจะยกเครดิตให้ปู่ของเขาทั้งหมดเพื่อให้ปู่ของเขาบนสวรรค์นั้นได้ไปสู่สุคติตามความเชื่อของศาสนาพุทธแต่โบราณ

     ธาราส่งสายตาเป็นเชิงดุให้เฟยก่อนจะเอามือออกจากปากเฟยแล้วพูดเตือนว่า "เฟย ฉันแนะนำนะ นายควรทำใจเรื่องประหลาดๆที่ฉันจะทำในอนาคตไว้ได้เลย ปู่ของฉันกับฉันเป็นนักวิจัยเวทมนตร์ ซึ่งยังมีอะไรให้พวกนายเซอร์ไพรส์อีกเพียบเลยละ"

     เฟยได้แต่ทำใจให้เย็นลงแล้วพูดด้วยอันเบาที่ได้ยินกันแค่สามคนว่า "ก็จริงของนาย แต่ว่ามาถึงก็ไขได้เลยก็เกินไปนะ เวทตรวจสอบกับตรวจจับของนายมันดีเกินไปแล้วนะ เท่าที่นายเคยอธิบายฉันก็รู้ว่ามันดีนะแต่ถึงกับดีขนาดนี้ก็เกินไปนะ แบบนี้เผยแพร่เวทนี้ออกไปนี่ นายรวยเละเลยนะ ธาร"

     ธารายิ้มอ่อนก่อนจะพูดด้วยท่าทางเซงว่าๆ "ก็ถ้ามันง่ายแบบนั้นก็คงดีแหละ เฟย ปัญหาใหญ่ของสองเวทนี้ คือ มันใช้ยากมากๆจนฉัน
ไม่สามารถสอนให้พวกนายได้ ฉันคิดว่าถ้าจบจากเรื่องช่วงนี้ก็คงจะหลอมยาเอาไปประมูลเพื่อเอาเงินมาหมุนใช้กับฝึกช่วงเช้าแล้วเอาเวลาที่เหลือมาดัดแปลงเวทตรวจสอบกับตรวจจับให้พวกนายใช้เนี่ยแหละ"

     ทั้งสองถึงกับพยักหน้าอย่างเห็นด้วยออกมาก่อนที่เซลจะกล่าวว่า "แล้วนายได้ไขความลับของมันได้ ดันเจี้ยนนี้มันให้ทำอะไรละ ธาร"

     ธาราทำท่าจุ๊ปากก่อนจะพูดด้วยท่าทางสบายๆตามสไตล์ของเขาว่า "อันเมื่อกี้ฆ่าบอส อันนี้ตามหาและหยิบอาร์ติแฟคที่ซ่อนอยู่ในม่านหมอกนี้ออกไปก็จบแล้วละ"

     เฟยถึงกับทำหน้าเข้าใจก่อนจะพูดต่อราวกับรู้ใจว่า "แล้วตอนนี้ นายก็รู้ตำแหน่งของอาร์ติแฟคแล้วสินะ"

     ธาราพยักหน้าก่อนจะเดินนำหน้าทั้งสองพร้อมพูดว่า "พวกนายเดินตามฉันมาติดๆละ แล้วก็เดินตามที่ฉันเดินทั้งหมดด้วยละ 
ห้ามเดินไม่เหมือนฉันละ ไม่งั้นหลงแน่จำไว้"

     ยังไม่ทันจะพูดจบ ธาราก็ใช้อำพรางให้พวกเขาก่อนจะเดินไปด้านหน้าสิบก้าว ขวาห้าก้าว ถอยหลังสี่ก้าว ซ้ายสามก้าว เฉียงไปด้านหน้าทางซ้ายอีกสิบห้าก้าว หันหลังเดินตรงไปด้านหลังอีกหกก้าว หมุนตัวเดินไปถอยหลังเฉียงไปด้านหลังอีกเจ็ดก้าว หมุนตัวหันหน้าตรงเดินไปด้านหน้าอีกห้าก้าวแล้วหยุดลงก่อนจะก้มลงหยิบของชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากพื้นหมอก

     ในมือของธาราเป็นไม้คทารูปร่างคล้ายกิ่งไม้ทำจากไม้สีขาวที่ปล่อยหมอกออกมาจางๆ ธาราก็ใช้เวทตรวจสอบใส่มันทันที

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาร์ติแฟคระดับ D+ คทาแห่งหมอกซาปาย่า
ความสามารถ : มอบคุณสมบัติธาตุลมพิเศษ "หมอก" ให้กับผู้ใช้

ได้รับสกิล : เวทหมอกอำพราง ระดับ D
ผลสกิล :  สร้างหมอกที่เอาไว้อำพรางเป้าหมาย

เวทหมอกลวงตา ระดับ D+
ผลสกิล : สร้างหมอกที่เอาไว้หลอกตาศัตรู

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     หลังจากหยิบไม้คทาจากพื้นข้างๆของพวกเขาก็มีรอยแยกมิติออกมา ทำให้สองสหายได้รู้ว่าเพื่อนของพวกเขาเคลียร์ดันเจี้ยนได้แล้วอย่างที่บอกจริงๆทั้งสามก็ไม่รอช้าเดินออกจากดันเจี้ยนอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะชวนกันไปกินข้าวที่ร้าน PISTOL

     ภายในห้องอาหารส่วนตัวของร้าน PISTOL

     เฟยและเซลมีเรื่องจะถามเขามากมายตลอดการเดินทางมาร้านแต่ธาราก็ไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไรออกมาเอาแต่ทำท่าทางครุ่นคิดมาตลอดทาง

     เฟยที่ทนไม่ไหวก็ถามด้วยท่าทางลุกลี้ลุกรนว่า "ทำไม อยู่ดีๆแกก็เงียบตลอดทางเลยวะ ธาร เจ้าไม้คทาที่ได้จากดันเจี้ยนคิริโนะโมริมันมีอะไร ทำไมนายถึงดูคิดมากจังวะ"

     ธาราก็พูดด้วยท่าทางจริงจังว่า "ก็เพราะได้ของดีมาน่ะสิ เจ้าไม้คทานี่มอบความสามารถในการใช้เวทลมพิเศษให้กับเจ้าของ แค่นี้ก็ไม่ต้องพูดต่อแล้วมั้งว่า มันจะขายได้เท่าไหร่ยังไม่รวมว่าจะเอามาใช้ยังไง"

     เฟยและเซลถึงกับยิ้มกว้างออกมาก่อนที่เซลจะพูดต่ออย่างสนใจว่า "เวทลมพิเศษ มันยังไง ธาร บอกมาเร็วๆเลย"

     "มันจะมอบคุณสมบัติ "หมอก" ให้กับผู้ใช้ ซึ่งเท่าที่ฉันตรวจสอบ ฉันบอกได้เลยว่าแจ็คพ็อตแตกเลยละ วันนี้"

     เฟยทำท่าจะพูดแต่ก็โดนธาราพูดแทรกขึ้นมา "แถมคุณสมบัตินี้ ถ้าเอามาใช้ดีๆอาจจะยกระดับเวทลมของกลุ่มเราได้เลย ใครจะไปนึกละว่าคุณสมบัติหมอกที่ใครก็คิดว่าเป็นของธาตุน้ำจะมีในธาตุลมน่ะ แค่คิดก็ยิ้มแล้ว จำนี่ บอกเลย ขายได้เกิน 20 ล้านแน่ๆ"

     พวกเขาทั้งสองที่ได้ยินตอนแรกก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจอยู่แล้วถึงกับยิ้มกว้างเข้าไปอีกจนตอนนี้รอยยิ้มแทบจะฉีกถึงใบหูอยู่แล้ว

     เฟยกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นร่วมไปด้วยไม่ได้ว่า "แล้วเจ้านี่ นายมีแผนยังไงกับมันละ ธาร คงไม่ใช่จะขายแค่อย่างเดียวหรอกนะ"

     ธารายิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างไม่ปกปิดก่อนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นให้ทั้งสองฟัง "แน่นอนว่าจะไขเอาความลับของคุณสมบัติหมอกนี่ก่อนถึงจะขายไม่ได้ไม่ขายแน่นอน วางใจได้เลย"

     เซลมีท่าทางดีใจยิ่งกว่าทุกคนในที่นี้ซะอีก เพราะ ธาตุหลักของเขาคือ ธาตุลม จะไม่ให้ดีใจคงเป็นไปไม่ได้

     ยิ่งการได้รับรู้คุณสมบัติพิเศษแถมยังเป็นของกลไกเวทย์โบราณด้วยแล้ว นอกจากดีใจพวกเขาก็ทำอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ

     เซลกล่าวด้วยท่าทางตื่นเต้นว่า "แล้วนายคิดว่าจะไขความลับของมันได้ไหม ธาร"

     ธารากล่าวตอบแบบยิ้มๆว่า "งั้นวันนี้ พวกนายเตรียมเงินจ่ายค่าข้าวได้เลย วันนี้จนกว่าจะไขได้ฉันขออยู่ร้านเนี่ยแหละ"

     เฟยและเซลกล่าวตอบรับด้วยเสียงอันดังด้วยท่าทางยินดี "จัดไปดิวะ วันนี้ พวกฉันเลี้ยงเอง"

     ธารานั่งไขความลับตั้งแต่ออกมาจนถึงเวลาสองทุ่มก่อนจะลุกขึ้นตะโกนด้วยน้ำเสียงราวกับได้รับชัยชนะว่า

     "เสร็จแล้วโว้ย เฮ้ย เฟย เซล ไปหาที่เปลี่ยนชุดเอาคทาไม้นี่ไปขายกัน"

     เฟยและเซลที่หลับรออยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าตื่นตกใจก่อนจะเปลี่ยนมาโห่ร้องดีใจร่วมกับเพื่อนของพวกเขาอย่างยินดี

     หลังจากโห่ร้องดีใจอยู่ในห้องได้สักพัก พวกเขาก็วิ่งลงมาจ่ายค่าข้าวก่อนจะไปหาที่เปลี่ยนเสื้อเพื่อมุ่งหน้าไปโรงประมูลกันอย่างรวดเร็ว
โดยระหว่างทางพวกเขาก็อดจะฮัมเพลงอย่างกระดี็กระด๊าสุดๆไปตลอดทางไม่ได้

     พอมาถึงธาราก็ยื่นบัตรให้พนักงานก่อนจะโดนเชิญเข้าห้องตรวจสอบสินค้าอย่างรวดเร็ว

     ทั้งสามถูกขอให้นั่งรอสักสิบนาที ซึ่งก็ไม่เป็นอะไรมากเนื่องจากพวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างดี

     หลังจากนั่งรอได้ไม่นานก็มีพนักงานชายท่าทางมีระดับแตกต่างกับพนักงานคนอื่นเดินเข้ามาหาพวกเขาก่อนจะก้มหัวอย่างนอบน้อมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพอย่างมีมารยาทว่า

     "ท่านคงจะเป็นท่าน "อันโนว์" ที่นายหญิงของพวกเราให้การรับรองสินะครับ กระผมมีชื่อว่า "อัลเบิร์ต" จะมาคอยรับใช้ตอนนายหญิงไม่อยู่ครับ ท่านอันโนว์"

     ธาราพยักหน้ารับก่อนจะพูดเข้าเรื่องว่า "วันนี้ พวกเราไม่ได้มาขายยาหรอกนะ แต่เอาเจ้าอาร์ติแฟคมาขายให้สองชิ้น"

     พูดจบก็หยิบผลแห่งวิวัฒนาการและไม้คทาแห่งหมอกซาปาย่าออกมายื่นให้พนักงานชายพร้อมพูดเสริมว่า

     "อยากให้ช่วยตีราคาทั้งสองอันให้หน่อย โดยเฉพาะไม้คทาที่มีคุณสมบัติพิเศษเสริมธาตุ ผมว่าผมคงไม่ต้องบอกต่อนะ"

     อัลเบิร์ตมีท่าทางเข้าใจก่อนจะตรวจสินค้าทั้งสองตามคำสั่งของธาราในทันที

     เมื่อตรวจสอบได้สักพักดวงตาของเขาก็ถึงกับเบิกกว้างด้วยความตกใจออกมาอย่างปกปิดไม่มิด

     ตัวผลไม้นั้นเขาสามารถตีราคาได้อย่างต่ำถึงห้าล้านเนื่องจากคุณสมบัติเกี่ยวกับการวิวัฒนาการสัตว์เวทที่ระดับ C ถ้าเอาไปขายให้นักฝึกสัตว์รับรองว่าแพงยิ่งกว่านี้เสียอีกแล้วยังไม้คทาข้างๆกันนี้อีกที่มีคุณสมบัติหมอกของธาตุลม

     อัลเบิร์ตถึงกับต้องปาดเหงื่อบนหน้าผากออกมาก่อนจะขออนุญาติโทรเรียกนายหญิงของเขาเพื่อมาคุยเรื่องด่วนในตอนนี้

     นั่งรอไม่ถึงห้านาที ซูเหวินก็เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเร่งรีบในชุดราตรีแบบสุภาพก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหอบๆว่า

     "น้องชายอันโนว์ พี่ได้ฟังเรื่องของอาร์ติแฟคทั้งสองอย่างจากคนสนิทแล้ว พี่ขอพูดตามตรงว่าคงต้องจัดงานประมูลภายหลังแล้วละค่ะ เพราะถ้าจะขายวันนี้ พวกน้องคงได้ราคาน้อยกว่าที่พวกน้องควรได้ไปเยอะเลย"

     ธารายิ้มรับก่อนจะพูดต่อราวกับคาดเดาไว้แล้วว่า "เพราะฉะนั้นก็เลยจะฝากพี่สาวขายยังไงละ แต่ขอค่าอาร์ติแฟคสองชิ้นก่อน พอดี ช่วงนี้ พวกผมมีเรื่องที่ต้องทำแบบเร่งด่วนน่ะเลยต้องการเงินบางส่วนก่อนแล้วส่วนที่เหลือ เดี่ยวพวกผมค่อยมาเอาตอนส่งมอบยาชุดต่อไปให้พี่สาวทีหลังก็ได้ ว่ายังไงละครับ พี่ซู"

     ซูเหวินถึงกับหายเหนื่อยเป็นปิดทิ้งก่อนจะยิ้มกว้างอย่างยินดีออกมาพร้อมพูดด้วยท่าทางดีใจอย่างไม่ปกปิดว่า

     "ค่าของทั้งสองพี่ให้ 50 ล้านเดลเลย ส่วนต่างค่าประมูลทางพวกพี่จะเก็บไว้ก่อนตามที่น้องต้องการเลยค่ะ"

     ธาราเมื่อได้ยินก็ยิ้มกว้างอย่างยินดีก่อนจะยื่นมือไปจับกับซูเหวินที่เหมือนกับรออยู่แล้วอย่างยินดีก่อนกล่าวถามซูเหวินว่า

     "พี่ซู พอจะมีเครื่องประดับเสริมพลังธาตุไฟ สายฟ้าและลม ระดับ C+ ขายให้พวกเราไหมครับ พอดีว่าพวกผมก็ไม่ได้เก่งขนาดจะใช้ของระดับเกิน C น่ะครับ เพราะฉะนั้นขอไม่แพงมากนะครับ"

     ซูเหวินมีท่าทางครุ่นคิดก่อนจะตบมือเข้าหากันแล้วหันไปกระซิบบอกอัลเบิร์ตให้ไปเอาของมาตามที่เธอสั่งก่อนที่จะชวนพวกธาราให้นั่งลงเพื่อรอรับของที่ขอ

     นั่งรอได้ไม่นาน อัลเบิร์ตก็เดินกลับมาพร้อมกับของในถาดเหล็กทั้งสามชิ้น

     ชิ้นด้านซ้ายสุดเป็นกำไลทำจากโซ่เหล็กสีดำสลักลวดลายเพลิงสีเทาราวกับควันตรงตัวล็อคของกำไลประดับด้วยอัญมณีสีแดงที่ดูก็รู้เลยว่าเสริมคุณสมบัติธาตุไฟอย่างแน่นอน จะไม่รู้ก็แปลกแล้วทั้งตัวโซ่ที่สลักลวดลายไฟทั้งอัญมณีธาตุไฟที่สลักตราสัญลักษณ์เพลิงไว้ตรงกลาง

     ชิ้นที่สองตรงกลางเป็นแหวนที่ทำจากแร่พิเศษที่กันไฟฟ้าโดยทำลวดลายด้วยอัญมณีธาตุสายฟ้าที่ผ่านการเจียระไนแล้วหลอมละลายให้กลายเป็นลวดลายหกเหลี่ยมที่งดงามรอบตัวแหวน

     ส่วนชิ้นสุดท้ายเป็นสร้อยที่มีอัญมณีธาตุลมที่แกะเป็นรูปคล้ายเสาหินประกบด้วยกระดิ่งเงินอยู่ทั้งสองข้าง สายสร้อยทำจากเชือกถักพิเศษสีดำที่เหนียวมากกว่าเชือกปกติ

     ธาราพิจารณาของทั้งสามก่อนจะได้กล่าวอะไร ซูเหวินก็ชิงพูดซะก่อนว่า

     "ของทั้งสามถือเป็นสินน้ำใจกับน้องทั้งสามคนจากโรงประมูลของเราค่ะ เชิญเอาไปได้เลยค่ะ"

     ธารายิ้มอย่างยินดีก่อนจะหยิบแหวนมาใส่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวเสริมว่า "งั้นผมก็ขอรับมันด้วยความขอบคุณ ถ้ามีของใหม่ๆอะไร พวกผมจะนึกถึงโรงประมูลของพี่สาวเป็นที่แรกเสมอครับ งั้นพวกผมขอตัว"

     พูดจบก็เดินออกจากโรงประมูลไปในทันที ทิ้งซูเหวินให้นั่งถอนหายใจออกอย่างเหน็ดเหนื่อยในห้องตรวจสอบสินค้า

     ระหว่างทางกลับ เซลก็อดจะถามในห้องส่วนตัวภายในรถไฟไม่ได้ว่า

     "แล้วสรุปคุณสมบัติเสริมหมอกของธาตุลม นายไขมันได้ผลยังไงละ ธาร"

     ธารายิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า "ไว้รอดูผลพรุ่งนี้ละกันนะ วันนี้ก็แยกย้ายกันก่อน อ่อ แล้วก็ห้ามใส่เครื่องประดับพวกนี้จนกว่าจะเข้าดันเจี้ยนนะ ฉันไม่อยากให้ใครมาสงสัยตัวตนจริงๆของพวกเรา"

     เซลได้แต่พยักหน้าออกมาอย่างจนใจแต่เขาก็อดคิดอย่างยินดีไม่ได้ที่พรุ่งนี้จะได้ทดสอบคุณสมบัติใหม่ของธาตุหลักของเขา

     ส่วนเฟยนั้นหลังจากออกมาจากโรงประมูลก็เอาแต่ลูบกำไลในมืออย่างหวงแหนราวกับของรักของเจ้าตัว

     จนทั้งธาราและเซลได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจให้กับความเห่อของใหม่ของเพื่อนรักของพวกเขาไม่ได้

     ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนเตรียมลงดันเจี้ยนไซเรนบีชด์ในวันพรุ่งนี้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กำไลเสริมธาตุไฟของเฟย



โซ่จะเป็นสีดำทั้งอันสลักลวดลายเปลวไฟสีเทาอ่อนและมีตัวล็อคเป็นอัญมณีสลักตราเพลิงเอาไว้ตรงกลาง

แหวนเสริมธาตุสายฟ้าของธารา



ตรงลวดลายของแหวนทั้งหมดจะอัญมณีสีเหลืองหลอมเหลวเข้าไปตลอดทั้งวง

สร้อยเสริมธาตุลมของเซล


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 559 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

718 ความคิดเห็น

  1. #435 Fikusa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 11:16
    อัพพลังไปอีก
    #435
    0
  2. #118 พษ์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 13:19

    พระเอกคงเป็นเหลนโหลนของ​ ศรราม​ เทพพิทักษ์​ แหงๆๆ

    #118
    1
    • #118-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 30)
      5 ธันวาคม 2562 / 13:27
      ไม่เกี่ยวกันเลยครับ ตามที่ผมบอกไว้ข้างต้นว่าไม่มีการกล่าวอ้างบุคคลจริงๆ

      ส่วนเรื่องนามสกุลของพระเอก ผมตั้งงี้ เพราะ เป็นนามสกุลที่มีความหมายเท่ดีน่ะครับ

      ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับศรราม หรือ คนตระกูลเทพพิทักษ์ในความเป็นจริงแม้แต่น้อยครับ
      #118-1
  3. #18 So' smile (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 04:08
    สนุกมากๆ มาต่อไวๆนะ
    #18
    0