Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 3 : ย้อนชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,010 ครั้ง
    29 พ.ย. 62

          
          สิ่งที่สุดท้ายที่เขาได้เห็นคือ ใบหน้าที่แสนอ่อนโยนของชายชราตรงหน้าของเขา ก่อนที่จะมีแสงห่อหุ้มตัวของเขา พร้อมกับถ้อยคำอวยพรจากชายชราตรงหน้าว่า "ขอให้โชคดี ธารา" และทุกอย่างก็มืดดับลงพร้อมกับสติของเขาที่ดับวูบลง

          "กริ๊งงงง กริ๊งงงง กริ๊งงง กริ๊งงงง" เสียงของนาฬิกาปลุกดังขึ้นมาจากบ้านที่มีชั้นล่างเป็นร้านค้าดังขึ้นเพื่อปลุกเจ้าของให้ตื่นขึ้นมารับวัน

          เขาลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกดปิดนาฬิกาปลุกและหันซ้ายหันขวามองหาปฎิทินภายในบ้านที่แสนคุณเคย

          "วันพุธที่ 11 เดือน มีนาคม ปี ค.ศ.2655"

          หลังจากที่เห็นสิ่งที่รอบข้าง ธาราก็ทำได้เพียงหัวเราะด้วยความปิติยินดีราวกับคนบ้า

          "ฮ่าฮ่าฮ่า มันสำเร็จ ไม่สิ ต้องขอบคุณท่านที่ส่งเรามาสินะ แต่ยังไงก็สำเร็จแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า"

          แต่ก็ต้องถูกกวนด้วยเสียงเปิดประตูดังโครม พร้อมกับเสียงหวานที่เขาไม่ได้ยินมาเนิ่นนาน ซึ่งสำหรับเขาแล้วเป็นเสียงที่เขาทั้งโหยหาและคิดถึงเป็นอย่างมาก

          "พี่คะ จะหัวเราะเสียงดังไปแล้วนะ เดี่ยวน้องก็ตื่นหรอก ตอนนี้ เพิ่ง 6 โมงเองนะคะ"

          เด็กผู้หญิงอายุประมาณ 14 ปี ไว้ผมสีดำยาวถึงลำคอขาว ผิวขาวอมชมพู ดวงตาโตสีฟ้าอ่อนเหมือนแม่ของเขา ใบหน้าหวานรูปไข่ 
ปากนิดจมูกหน่อย สามารถพูดได้เลยว่าเด็กสาวตรงหน้าของเขาจัดเป็นคนสวยคนหนึ่งได้อย่างเต็มปาก รูปร่างผอมถึงจะขาดแคลนสิ่งที่
ผู้หญิงมีไปบ้าง แต่อยู่ในวัยกำลังโตอะไรก็เกิดขึ้นได้ สูงระดับเดียวกับไหล่ของเขา หรือ ประมาณ 158 ซม. ในชุดนักเรียนรูปแบบเบลเซอร์หญิงสีดำ ด้านในเป็นเสื้อกั๊กสีครีมตัดกับกระโปรงลายสก๊อตสีดำ ทำให้เธอดูน่ารักเป็นอย่างมาก

          "น้ำ หรือ พิรุณ เทพพิทักษ์" น้องสาวของธาราที่ตายไปนานมากแล้วได้มาปรากฎในครรลองสายตาของเขา

          ถ้าบอกว่าช่วงเวลานี้ ช่วงที่ครอบครัวของเขายังอยู่กันพร้อมหน้าทั้งพ่อแม่แล้วย่าของเขา น้องสาวเพียงคนเดียวและน้องชายคนเล็กของเขา คือ ช่วงเวลาที่เขามีความสุขมากที่สุดในชีวิตแล้วล่ะก็ไม่ถือว่ากล่าวเกินจริงแต่อย่างใด

          ธาราเดินเข้าไปกอดน้องสาวของเขาอย่างโหยหามานานแสนนานจนใบหน้าเรียบเฉยของเด็กสาวแดงไปถึงหูด้วยความตกใจ

          "ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอเธออีกครั้ง ดีใจจริงๆ"

          น้ำที่อยู่ๆก็โดนกอดก็กำลังตกใจปนเขินอายอยู่นั้นก็ได้แต่งุนงงพร้อมกับกอดตอบพี่ชายของเธอที่ราวกับต้องการความอบอุ่นนี้อย่างมาก

          "อะไรของพี่คะเนี่ย เราก็เจอกันทุกวันอยู่แล้วนี่นา"

          เมื่อได้ยินดังนั้น เขาฝืนกลั้นน้ำตาที่กำลังไหลไว้ก่อนจะปล่อยน้องสาวของเขาออกจากอ้อมกอดพร้อมกับยิ้มตอบกลับไปอย่างทุกที

          "นั่นสินะ ถูกของเธอ แค่พี่รู้สึกอยากพูดเฉยๆน่ะ ไม่มีอะไรหรอก เธอลงไปทำข้าวต่อเถอะ พี่ขอโทษที่หัวเราะเสียงดังไปหน่อย"

          น้องสาวของเขาก็ยิ้มอ่อนๆให้กับเขาก่อนจะเดินลงไปเตรียมกับข้าวต่อ

          หลังจากมองส่งน้องสาวของเขาเสร็จ ธาราก็ปิดประตูห้องของตนพร้อมกับรวบรวมความคิดอีกครั้ง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเร่งรีบพร้อมกับหยิบสมุดขึ้นมาเขียนเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในวันนี้
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันพุธที่ 11 เดือน มีนาคม ปี ค.ศ.2655

     เป็นวันที่สามของการเปิดภาคการศึกษาของชั้นปีที่ 1 ของหลักสูตรเวทมนตร์ขั้นสูง เราเรียนอยู่ห้องเบต้ากับเพื่อนสนิทของเรา 2 คน
ช่วงเช้า จะมีห้องอัลฟ่าเข้ามาหาเรื่องนักเรียนห้องเบต้าแบบทุกทีและจบที่เจอไอ้หมาบ้า ชไนเดอร์ เดอมัวร์ เข้ามาหาเรื่อง เนื่องจากเคยเสมอกับฉันตอนอยู่ปี 3 หลักสูตรขั้นต้นแล้วเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เจ้าหมาบ้าได้ใช้กฎการประลองเวทมนตร์ของสมาคมเวทย์อัลเกรียและอำนาจของตระกูลทำให้เลี่ยงการประลองเวทมนตร์ไม่ได้เนื่องจากผิดกฎหมาย ผลคือ เขาแขนหัก ต้องรักษาตัว 1 สัปดาห์เต็ม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          เนื่องจากตัวของธารามีความสามารถในการจดจำดีเป็นอย่างมาก เขาจึงสามารถเรียนรู้แล้วจดจำวงเวทย์แถมยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตได้ทั้งหมดถึงแม้จะไม่ถูกต้องทั้งหมดแต่รายละเอียดสำคัญๆนั้น เขาสามารถจดจำได้มากกว่าแปดในสิบส่วน พร้อมด้วยตัวบุคคล รูปแบบ และ เวทย์ที่เคยเจอ เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น 

          นั่นทำให้เขาคิดเวทจิตย้อนเวลาขึ้นมาและเป็นคนเดียวที่มีความสามารถในการใช้มันได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะ เวทจิตย้อนเวลาสร้างขึ้นเพื่อทำเรื่องแบบนี้นั้นเอง

          "วันนี้ ต้องเจอไอ้หมาบ้านั้นงั้นเหรอ พอดีเลย กำลังอยากลองของอยู่พอดี ขอใช้แกเป็นเป้าซ้อมหน่อยละกัน"

          คิดได้ดังนั้นธาราก็เขียนเรื่องราวสำคัญๆลงไปพร้อมมาร์คเครื่องหมายความสำคัญและรายละเอียดปลีกย่อยเท่าที่นึกออกลงไปในสมุดหลังจากทบทวนจนพอใจแล้ว เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวลงไปกินข้าวตามปกติ ธาราไม่สามารถบอกคนอื่นได้ว่า "ฉันมาจากอนาคต" 
ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าจะมีใครยอมเชื่อคำพูดของเขาอย่างแน่นอน เขาจึงเตือนสติตัวเองไปว่าต้องทำนิสัยเหมือนเดิมทุกอย่างเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

          ธาราตรวจเช็คความเรียบร้อยตัวเองในกระจก โดยชุดที่เขาใส่อยู่เป็นชุดนักศึกษาชายหลักสูตรเวทมนตร์ขั้นสูง เสื้อสูทสีดำติดตราสถาบันตรงอกเสื้อด้านซ้ายเหนือกระเป๋าเสื้อมีสัญลักษณ์รูปห้าเหลี่ยมสีเงินอยู่บนเสื้อและตรงแขนเสื้อด้านขวาก็มีตราแบบเดียวกันแต่เพิ่มตัวอักษร B สีน้ำเงินที่แขนเสื้อเป็นสัญลักษณ์ห้องเบต้าเข้าไป บนคอเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในติดเข็มกลัดตัว B ทำจากเงิน ผูกเน็คไทสีดำตบท้ายด้วยกางเกงสแล็คสีดำเข้าคู่กับเสื้อสูท ส่วนรองเท้าสามารถใส่อะไรก็ได้ตามความพอใจของนักศึกษา

          หลังจากลงมาสิ่งที่ได้เห็นคือ ชายวัยกลางคน อายุ 45 ปี กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ หน้าตาคมเข้ม ดวงตาคมสีน้ำเงินเข้ม ผิวเหลือง 
จมูกโด่งเป็นสัน รูปร่างสูงใหญ่ มีพุงนิดหน่อยแต่เป็นคนที่ดูอบอุ่น อยู่ในชุดสบายๆบนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง คือ 
พ่อของเขา "ภูมินทร์ เทพพิทักษ์"

          "ลูก หัวเราะอะไรของลูกน่ะ ทำเอาน้องชายของลูกตื่นเลยนะ" เสียงเอ็ดของผู้หญิงที่แสนคุ้นเคย เสียงที่เขาได้ยินตั้งแต่ยังเด็กและเป็น
ผู้หญิงที่เขาสามารถรักได้โดยไม่มีข้อแม้ ผู้ให้กำเนิดเขาขึ้นมาดูโลก แม่ของเขา "ดาริณี เทพพิทักษ์" 

          เธอเป็นคุณแม่ลูกสาม อายุ 41 ปี แม้จะอายุเยอะแล้วแต่กลับมีรูปร่างอ้อนแอ้นดูน่าทะนุถนอมดั่งเด็กน้อยด้วยส่วนสูงเพียงแค่ 155 ซม. พร้อมด้วยผิวขาวอมชมพู ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวถึงกลางหลังทรงหางม้าพร้อมดวงตาโตสีฟ้าอ่อนและใบหน้าอันแสนอ่อนเยาว์ข้างๆกับเธอนั้น 
มีเด็กทารกชายอายุประมาณ 1 ขวบกับอีก 4 เดือน หันมาตามเสียงเดินลงบันไดของเขา เป็นเด็กทารกผิวขาวรูปร่างจ้ำหม่ำ หน้าตาน่ารักน่าชัง เป็นน้องชายหัวแก้วหัวแหวนของธารา มีชื่อว่า "เมฆ หรือ เมฆา เทพพิทักษ์"

          "พี่ฮับ มีเยื่องอะใยดีๆเหยอฮับ" 

          ธารายิ้มพร้อมกล่าวตอบกลับผู้เป็นแม่และเดินไปลูบหัวน้องชายคนเล็กของเขาอย่างรักใคร่ไปพลาง

          "ผมคิดเวทมนตร์บทใหม่ได้เลยดีใจมากเกินไปหน่อยน่ะครับ แม่ แล้วก็พี่ขอโทษที่ทำให้ตื่นนะ เมฆ"

          พร้อมกันนั้นมีเสียงของหญิงชราพูดแทรกขึ้นมา

          "หลานนี่ ไปติดนิสัยเสียเดียวกับปู่ของหลานมาซะได้ ย่าล่ะเหนื่อยใจกับหลานจริงๆ"

          ใช่แล้ว นี่ คือ ย่าของเขา "ไพลิน เทพพิทักษ์" เป็นหญิงชรา อายุ 74 ปี โครงหน้าสวยได้รูป ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน แม้ตอนนี้จะเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาแต่สามารถบอกได้เลยว่าเป็นคนสวยคนหนึ่ง บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

          "อย่าพูดอย่างงั้นสิครับ ย่า ผมว่าผมได้ส่วนดีๆจากปู่มาเยอะนะ มาๆ เดียวผมเลื่อนเก้าอี้ให้" 

          ย่าของเขาได้แต่ส่ายหัวให้กับนิสัยติดทะเล้นของหลานชายแสนรักที่มีนิสัยเหมือนสามีของเธอตอนหนุ่มเป็นอย่างมากก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ที่หลานชายเลื่อนให้ด้วยรอยยิ้มบาง

          หลังจากทุกคนพร้อมหน้าก็ลงมือกินอาหารกันอย่างพร้อมเพรียง เป็นเมนูเด็ดของน้องสาวและแม่ของเขา "ข้าวผัดห่อไข่" แสนอร่อย
โดยไข่ที่ห่อข้าวยังมีความเป็นครีมของไข่ที่ผ่านการผัดด้วยไฟอ่อนแล้วยังมีหอมกลิ่นของเนย ด้านในไข่เป็นข้าวผัดซอสมะเขือเทศแบบง่ายๆมีแฮม แครอท หัวหอมใหญ่สับเป็นลูกเต๋าขนาดเล็กผัดเข้าด้วยกันแล้วโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยเป็นรสชาติที่ชวนคิดถึง อาจจะเพราะเขาไม่ได้กินอาหารดีๆมานานกว่า 50 ปีแล้ว จึงรู้สึกว่ามันอร่อยที่สุดในชีวิตตั้งแต่ที่เคยกินมา จึงกินหมดอย่างรวดเร็วจนทุกคนในบ้านทำหน้าตกใจที่เห็นเขาเจริญอาหารขนาดนี้ทั้งที่ปกติตอนเช้าจะกินข้าวน้อยมากแท้ๆ

          "วันนี้ กินข้าวเร็วจังนะ ลูก มีอะไรงั้นเหรอ" พ่อของเขาถามหลังจากปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

          "ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ได้กินของอร่อยแต่เช้าแค่นั้นเอง พ่อก็รู้นี่นา ผมชอบเมนูนี้สุดในบ้านเราแล้วนะ" พูดเสร็จก็ลุกขึ้นเอาจานไป
ใส่เครื่องล้างจานอัตโนมัติพร้อมกับหยิบกระเป๋าเดินออกจากบ้านไป

          "วันนี้ มาแปลกดีแหะ ลูกคนนี้เนอะ เมฆของแม่"

          เมื่อออกมาจากบ้าน ระหว่างทางก็โดนเพื่อนบ้านแถวนั้นทักตามปกติ ซึ่งตัวของเขาก็ต้องตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติเท่าที่จะทำได้ 

          หลังจากเดินไปได้สักพักธาราก็มาถึงสถานีรถไฟใกล้บ้านของเขาเพื่อขึ้นรถไฟไปยังสถาบันเวทมนตร์ รอไม่นานก็รถไฟก็เทียบ
ชานชาลา ประตูรถไฟเปิดออก เขาก็เดินเข้าไปนั่งที่นั่งสำหรับนักศึกษาพร้อมกับมองวิวเมืองที่ไม่ได้เห็นมากว่า 50 ปีตรงหน้าอย่างชื่นชม

          ที่นี่คือ เอเดน เมืองของสหภาพที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อกู้วิกฤตรอยแยกมิติ โดยได้รับความร่วมมือจากทั่วโลก ผู้คนที่นี่ใช้ภาษาเดียวกันทั้งหมด
ไม่มีแบ่งแยกสีผิว ชาติพันธ์อีกต่อไป ผู้คนในยุคนี้เรียกตัวเองว่า "ชาวเอเดีย"
          มีระบบการปกครองรูปแบบกษัตริย์เป็นประมุขผสมกับประชาธิปไตย นั่นคือ กษัตริย์นั้นเป็นสัญลักษณ์เพื่อรวบรวมผู้คนและขอความร่วมมือต่างๆ ส่วนนายกนั้นทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง โดยแบ่งตามรูปแบบหน้าที่ของงานอย่างชัดเจน เช่น นายก หัวหน้าสมาคมการค้า และอื่นๆตามแต่จะเรียก
          กฎหมายปัจจุบันนี้ ใช้กฎหมายสากลเพื่อลงโทษผู้กระทำผิด ซึ่งแน่นอนว่ายุคสมัยแบบนี้นั้นกฎหมายต้องเข้มงวดกว่าปกติเป็นธรรมดา
การฆ่าคนหรือทำร้ายร่างกายเกินกว่าเหตุถือเป็นโทษสถานหนัก  
          ส่วนเขตที่อยู่อาศัยแบ่งออกเป็น 5 เขต ดังต่อไปนี้ 
          1. เขตที่ 1 ชั้นนอก เป็นส่วนที่ติดเดอะเกรทวอลล์ทำให้เป็นพื้นที่ราคาถูกแต่ก็เสี่ยงต่อความสูญเสียมากที่สุด อยู่ติดกับค่ายทหาร
          2. เขตที่ 2 พื้นที่อุตสาหกรรม เป็นส่วนที่มีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก มีร้านค้ามากมายอาศัยอยู่ในเขตนี้ซะเป็นส่วนมาก
          3. เขตที่ 3 ส่วนกลาง เป็นพื้นที่อาศัยหลักของนักศึกษา ผู้ที่อยู่อาศัยในเขตนี้ได้จะต้องมีพลังเวทย์เพื่อใช้ช่วยเหลือกองทัพยามฉุกเฉินแต่ก็
ปลอยภัยกว่าเขตที่ 1 และ 2 มาก โดยเขตที่เขาอาศัยอยู่คือ เขตที่ 3 นั่นเอง
          4. เขตที่ 4 ชั้นใน เป็นส่วนที่มีกำแพงคั้นจากเขตที่ 3 อย่างชัดเจน เพื่อแสดงถึงความสำคัญที่แตกต่างกับเขตอื่นๆ พวกที่อาศัยอยู่ในนี้นั้น 
ส่วนมากจะเป็นนักศึกษาเวทย์ห้อง อัลฟ่า และตระกูลมีชื่อเสียงเท่านั้น แน่นอนว่าภายในเขตก็จะมีร้านค้าที่แสดงถึงชนชั้นทางสังคมอย่างชัดเจนอีกด้วย
          5. เขตที่ 5 ราชวงศ์ พื้นที่ส่วนบุคคลของราชวงศ์ต่างๆทั่วโลกด้านในเต็มไปด้วยตระกูลเก่าแก่และผู้มีความสามารถที่จำเป็นต่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ ระดับพลังเวทย์ของคนในเขตนี้นั้นอย่างต่ำก็เริ่มต้นที่ระดับนักเวทย์ฝึกหัดตั้งแต่ยังเด็ก

          ส่วนที่ธารากำลังเดินทางไปอยู่ที่เขตกึ่งกลางระหว่างเขตที่ 3 และ 4 นั้นคือ "สถาบันเวทมนตร์เอจิส"

          สถาบันเวทมนตร์เอจิสถูกสร้างขึ้นเพื่อค้นคว้าวิจัยเวทมนตร์ทางการรบและพัฒนาความสามารถทางการทหาร โดยหลักแล้วมันเหมือนโรงเรียนมัธยมที่หัวข้อการเรียนเป็นเวทมนตร์และกฎของโรงเรียนนี้ ส่งเสริมเด็กมีพรสวรรค์หรืออัลฟ่าเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าแค่คุณอเรียนอยู่คลาสเบต้าก็เท่ากับไร้อนาคตในฐานะทหารเวทมนตร์แล้ว แน่นอนว่าส่วนมาก เบต้าจะทำงานเป็นเบี้ยล่างให้กับพวกห้องอัลฟ่าและคอยโดนจิกหัวใช้อย่างกับขี้ข้าอยู่เสมอ
          
          แต่ตัวธารานั้นแตกต่างกับเบต้าคนอื่นๆตรงที่เขามีความสามารถทางเวทมนตร์เทียบเท่าห้องอัลฟ่าแต่ไม่ยอมย้ายไป เพราะ เพื่อนสนิทของเขาอยู่ห้องเบต้า เขาจึงเลือกอยู่กับเพื่อนของเขามากกว่าย้ายไปเรียนคลาสอัลฟ่า
     
          ซึ่งแน่นอน เพื่อนสองคนของเขาบอกให้เขาย้ายไปแล้วแต่ธาราก็ปฏิเสธท่าเดียว พร้อมให้เหตุผลว่า "อยู่กับพวกแกฉันสบายใจกว่า"
นั่นทำให้เพื่อนสองคนเขาถึงกับพูดไม่ออกได้แต่ยอมรับการตัดสินใจของเพื่อนสนิทตนอย่างช่วยไม่ได้

          "ไม่นึกว่าจะได้เห็นเมืองในช่วงเวลาแบบนี้อีกครั้งเลยแหะ"

          ขณะที่นั่งชมเมืองพลางคิดอะไรในหัวไปพลางนั้นก็มีเสียงผู้ชายสองคนทักเขาจากด้านหลัง ก่อนจะเดินเข้ามาหาธาราอย่างเป็นกันเอง
เสียงแรกเป็นของเด็กหนุ่มร่างสูง ผิวขาวปนเหลือง หน้าตาออกตี๋ๆ จมูกเป็นสัน ดวงตาชั้นเดียวสีน้ำตาลไหม้และผมสีน้ำตาลแดงเข้มทรงรังนก จัดว่าเป็นหนุ่มหล่อประมาณหนึ่ง คนนี้มีชื่อว่า "อนุรักษ์ เกียรติรักษา" เนื่องจากฝั่งพ่อของเจ้าหมอนี่ สืบทอดเชื้อสายจากชาวจีนและยังคงรักษาธรรมเนียมจีนมาจนถึงปัจจุบันจึงได้ตั้งชื่อเล่นเป็นภาษาจีนว่า "เฟย ที่แปลว่า บิน" และอีกเสียงเป็นของหนุ่มแว่นร่างสูงที่มาพร้อมกับแว่นทรงเหลี่ยมไร้กรอบ ผิวขาวหน้าตาคมคาย ตาโตสีเขียว ผมเรียบสีทอง หมอนี่มีชื่อว่า "เซล วากัส" พวกเราเรียกเขาว่า "เซล" ในกลุ่มของพวกเขานั้นธารานับว่าเตี้ยที่สุดในกลุ่ม

          "เฮ้ ธาร สรุปเรื่องนั้น นายจะไม่เปลี่ยนใจจริงๆสินะ"

          "สวัสดี ธาร นายจะเอายังงี้จริงๆงั้นเหรอ นายอุตสาห์ได้สิทธิ์ย้ายไปเรียนคลาสอัลฟ่าเลยนะ ธาร"

          เพื่อนทั้งสองชอบเรียกเขาแบบย่อๆว่า "ธาร" ซึ่งตัวธาราก็ค่อนข้างชอบมันเสียด้วยซ้ำไป 

          ธาราที่ได้ยินก็หันไปยิ้มให้กับเพื่อนของเขาก่อนจะตอบกลับไปอย่างสบายๆราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรว่า

          "ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ก็แค่คลาสอัลฟ่าเอง ฉันเรียนจนระดับเดียวกับกลุ่มขั้นกลางของพวกมันได้ ทำไม ฉันจะเก่งกว่าไม่ได้ล่ะ"

          เมื่อสหายทั้งสองของเขาได้ยินก็ทำได้แค่ยิ้มอ่อนๆตอบรับคำพูดของเพื่อนของเขาที่ไม่ยอมถอดทิ้งพวกเขาไปหาความก้าวหน้า

          ทั้งสามคุยสัพเพเหระไปจนถึงจุดหมายของพวกเขา ณ สถาบันเวทมนตร์เอจิส

          หน้าประตูทางเข้าสถาบันเวทมนตร์เอจิส ประตูที่ทำจากแร่ผสมสีทองดัดให้เป็นรูปร่างสวยงาม กำแพงสถาบันที่สูงประมาณ 60 เมตรเป็นอย่างต่ำ สร้างขึ้นจากเวทมนตร์ดิน โดยทำให้เป็นหินอ่อนที่มีพลังแฝงสั่งสมและต่อเติมพลังเข้าไปเพื่อให้คงทนกว่าที่ปกติเนื่องจากเป็นสถานที่ทดลองเวทมนตร์ทางการรบและพัฒนาฝีมือต่อสู้ 
          ตรงประตูทางเข้าสถาบันเวทมนตร์เอจิสได้มีสามสหายเพื่อนซี้ยืนอยู่ โดยหนึ่งในสามคนนี้โดนมองจากคลาสอัลฟ่าว่าเป็นเสี้ยนหนามที่จะทำให้ความน่าเชื่อถือของระบบคลาสสั่นคลอนได้ก็คือ เขา "ธารา" เด็กหนุ่มได้แต่ยิ้มพร้อมกับเดินเข้าประตูไปด้วยแผนการมากมายในหัว

          ใช่แล้ว ตอนนี้ ธารากำลังตื่นเต้นกับเหตุการณ์นับจากนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลางแล้วแน่นอนว่าเขาจะลากสหายสองคนนี้ไปยังจุดสูงสุดด้วยกันเพื่อการนั้นวันนี้เขาต้องทำทุกอย่างให้ได้ตามที่วางแผนเอาไว้

          "ในที่สุดก็มาถึงแล้ว นับจากนี้ การย้อนชะตาที่แท้จริงก็เริ่มขึ้นแล้ว"




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.01K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #322 Tatar8047 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 07:25
    แล้วศรรามละหายไปไหน😆
    #322
    0
  2. #274 meballoon17 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 12:24
    อ่านตั้งแต่บทนำมายันถึงตอนนี้ สนุกมากก
    #274
    0
  3. #261 The M-man (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 01:28
    มีปรานป่ะ จะได้ไม่แก่ จิตด้วยๆ
    #261
    0
  4. #241 Fikusa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 10:43
    จะดันเพื่อนให้เทพสินะ
    #241
    0
  5. #236 Tewarit Wongsing (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 00:34
    พี่ชื่อธารา เป็นตัวผู้ ส่วนน้องชื่อพิรุณ เป็นตัวเมีย เอ้อเอ้ย
    #236
    0
  6. #183 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 21:06
    ตัดตอนการเล่าเรื่องได้ดีค่ะ ไม่สับสน แถมยังตื่นเต้นด้วย มีการย้อนความให้ เล่าเรื่องเข้าใจง่าย น่าสนใจมากๆ
    #183
    1
    • #183-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 3)
      8 ธันวาคม 2562 / 21:46
      ขอบคุณครับ
      #183-1
  7. #146 ThaipaKing (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:11
    แกยังมีความรู้เรื่อง อักษรเวทโบราณอยู่นิใช้สร้างของสิ*-*
    #146
    0
  8. #143 Minaon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 16:16
    ย้อนเวลาเพื่อโลกต้องมา ย้อนเวลาเพื่อแก้แค้นก็ต้องมี

    มิน่าทำไมระบุวันเน้ 555+
    #143
    0
  9. #76 ADSAASA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:13
    ขอบคุนคับ
    #76
    0
  10. #41 wittayakeen2524 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 16:49
    ,,ชื่อพี่น้องคู่นี้น่าจะสลับกันนะ ธาราน่าจะชื่อผู้หญิง พิรุณน่าจะชื่อผู้ชาย
    #41
    1
    • #41-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 3)
      27 พฤศจิกายน 2562 / 17:02
      ชื่อ "ธารา" ผมคิดให้เป็นพี่ชายก็เพราะ มีความหมายเป็นเหมือนลำธารให้น้ำ (พิรุณ) สายฝนไหลผ่านน่ะครับ
      เลยตั้งแบบนี้น่ะครับ
      #41-1
  11. #39 mirror image (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:29
    คิดอยู่จากตอนที่แล้วที่ใช้ละ/ล่ะผิดว่าเดี๋ยวต้องมีคะ/ค่ะผิดอีกแน่ ก็ผิดจริงๆด้วยอะ 55555555 ถ้าว่างก็กลับมารีไรท์นะครับ นิยายสนุกแต่เจอคำผิดแล้วมันเสียอรรถรส
    #39
    1
    • #39-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 3)
      26 พฤศจิกายน 2562 / 22:47
      ครับ ผมคงต้องศึกษาการใช้ศัพท์ให้ถูกจริงๆนั้นแหละครับ
      #39-1
  12. #8 Ragnarzero (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 19:12
    ชอบคุณครับ
    #8
    1
    • #8-1 Ragnarzero(จากตอนที่ 3)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 19:13
      ขอบคุณครับ
      #8-1