Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 29 : จบดันเจี้ยนในหนึ่งวันสไตล์ธารา [ตอนต้น]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 576 ครั้ง
    4 ธ.ค. 62


     วันเสาร์ที่ 14 เมษายน ปี ค.ศ. 2655 เวลา 07.47 น. ภายในดันเจี้ยนรยูของเขตกวังด๊อก

     บนยอดหุบเขาขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่สามารถมองรอบพื้นที่โดยรอบได้อย่างชัดเจน

     ธาราที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ก็เกล่าวปลุกใจสองสหายที่ตอนนี้ทำหน้าบูดอยู่ข้างๆเขาว่า

     "เจ้าที่สดใสเหมาะกับการลงดันเจี้ยนจริงๆ ว่างั้นไหม เฟย เซล"

     เฟยกล่าวอย่างเซงๆออกมาด้วยหน้าตาบูดบึงหนักกว่าเดิมว่า

     "เออ เป็นเช้าที่โคตรสดใสเลย ถ้าไม่มีแผนบ้าๆที่แกเพิ่งจะบอกพวกฉันตอนเช้าอ่ะนะ"

     "ไม่เอาน่า เฟย ถ้าเป็นไปตามที่ฉันวางแผนไว้ วันนี้เราได้อาร์ติแฟคตั้ง 2 ชิ้นเลยนะ"

     เซลอดที่จะพูดขัดขึ้นมาดูท่าทางหงุดหงิดไม่ได้ "ซึ่งคนปกติ เขาไม่ทำกัน ธาร"

     "แต่ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกนายก็ทำเรื่องที่คนปกติได้แต่ฝันกันอย่างการสั่งทำอาวุธราคาชิ้นละ 20 ล้าน เมจิคแบ็คแบบคาดเอวที่
ถ้าอิงตามค่าเงินเดือนขั้นต่ำอย่างน้อยก็ใช้เวลา 4-5 ปีในการซื้อต่อใบยังไม่นับเมจิคแบ็คขนาดกลางแบบสะพายหลังอีก ถ้าเป็นคนปกติใช้เงินแบบพวกเราช่วงนี้ได้ด้วยเหรอแถมที่สำคัญเลยระดับพลังพวกนายก็เลื่อนจากผู้ใช้เวทย์มาเป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้นต้นเกือบกลางได้ภายในเวลาแค่หนึ่งเดือน นายคิดว่าคนปกติทำได้อย่างงั้นเหรอ เซล"

     เฟยกับเซลที่ตอนแรกจะเถียงกลับมานั้นถึงกับพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่ธาราพูดนั้นเป็นความจริง

     คนปกติที่ไหนใช้เงินแบบพวกเขาช่วงนี้แล้วยังการพัฒนาระดับพลังของพวกเขาสองคนที่เดิมทีใช้เวลา 4 เดือนต่อขั้นในอดีต ยังไม่นับเลื่อนระดับอีกนะที่ใช้เวลาหลายปีในการมาถึงจุดเลื่อนระดับแต่มาตอนนี้ พวกเขาสองคน โดยเฉพาะเฟยพัฒนาจากระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นเป็นนักเวทย์ฝึกหัดขั้นต้นได้ภายในหนึ่งเดือน

     ซึ่งไม่มีทางเลยที่คนปกติจะทำได้ตามที่เพื่อนของพวกเขาพูด พวกเขาสองคนจึงมีท่าทีอ่อนลง

     ก่อนที่เฟยพนมมือก้มหัวขอโทษขอโพยเพื่อนรักของพวกเขาพร้อมพูดด้วยท่าทางสำนึกว่า

     "โทษทีวะ ธาร พอคิดตามที่แกบอกก็เป็นอย่างงั้นจริงๆนั้นละ"

     เซลก็พยักหน้าก่อนจะกล่าวเสริม "ฉันก็ขอโทษด้วยอีกคน ธาร ถูกของนาย ถ้าเป็นคนปกติคงทำแบบพวกเราตอนนี้ไม่ได้จริงๆนั้นละ"

     ธารายิ้มอ่อนออกมาอย่างเข้าใจก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า "พวกนายไม่ต้องขอโทษหรอก เฟย เซล แผนการของฉันมันก็บ้าๆจริงอย่างที่พวกนายบอก"

     เซลมีท่าทางสงสัยก่อนจะกล่าวถามออกมาด้วยท่าทางเคลือบแคลง "ฉันสงสัยมาสักพักแล้ว ทำไมดูนายรีบๆที่จะเก่งขึ้ยยังไงไม่รู้"

     "ก็ไม่มีอะไรหรอก เซล ก็แค่ถ้าอ่อนแอก็จะโดนกดขี่แบบปู่ของฉัน พอดีวันก่อนที่ฉันจะประลองกับเจ้าชไนเดอร์ ฉันหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีตของปู่ของฉันขึ้นมาได้น่ะ มันทำให้ฉันคิดได้ว่าถ้าฉันกับพวกนายต้องเจอชะตากรรมเดียวกับปู่ของฉันละก็ฉันขอแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครดูถูกฉันได้ดีกว่ายอมที่จะถูกกดขี่ให้ยอมแพ้ในสิ่งที่ตัวเองรักแบบปู่ของฉัน"

     เซลได้ฟังถึงกับกระจ่างชัดในข้อสงสัยของเขาก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง

     เพราะเรื่องราวในอดีตของปู่ภูมิของเพื่อนรักของพวกเขาทั้งสองนั้นเป็นเรื่องราวของคนที่จำต้องยอมแพ้ในสิ่งที่เขารักอย่างแท้จริงจาก
นักล่าระดับ C ที่ควรจะได้เลื่อนระดับกับไม่ได้ขึ้นเพียงเพราะว่าอ่อนแอเกินไป

     จะบอกว่าปู่ของธารา ภูมินทร์ไม่ผิดก็ไม่ได้แต่ว่าในยุคของปู่ของเขา การเลื่อนระดับจากนักเวทย์เป็นนักรบเวทย์นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ซึ่งปัจจุบันปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

     จึงไม่สามารถบอกได้ว่าปู่ของธารานั้นผิดอย่างแท้จริง เขาก็แค่ผู้เคราะห์ร้ายของโชคชะตาที่ไม่อาจเลื่อนระดับได้ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ตามจนในที่สุด เขาก็ต้องยอมแพ้ให้กับมันพร้อมกับเสียใจจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

     ธารายังคงจำคำพูดก่อนจากของปู่ของเขาได้ขึ้นใจว่า "ธาราหลานรัก ถ้าหลานต้องการจะทำอะไร จงทำมันให้ได้ อย่ายอมแพ้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทำผิดพลาดแบบปู่ จำคำปู่ไว้ให้ดีนะ หลานปู่"

     ธาราหวนรำลึกปู่ของเขาในใจอย่างเคารพรัก "ปู่ ผมไม่ยอมแพ้ตามคำสอนของปู่แล้วนะ ผมพยายามจนย้อนเวลากลับมาแก้ไขเรื่องราวในช่วงเวลานี้ได้เลยนะ เพราะฉะนั้นโปรดเฝ้ามองผมให้ดีละครับ ปู่ ผมจะปกป้องครอบครัวของพวกเรากับเฟยและเซลให้ได้ ผมสัญญา"

     เฟยคิดตามก่อนจะเอามือตบหน้าเรียกสติของตนเองเสียงดัง "เพียะ!" จนหน้าของเขามีรอยแดงของฝ่ามือทั้งสองข้างออกมาลางๆพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงฮึกเหิมเรียกขวัญกำลังใจให้ตนเองว่า

     "พอฟังเรื่องของนาย ฉันก็เข้าใจแล้วละ ว่าทำไมนายถึงดูรีบร้อนที่จะแข็งแกร่งขึ้นขนาดนั้น"

     เซลพยักหน้าก่อนจะกล่าวเสริมด้วยท่าทีขึงขังว่า "พอคิดตามที่นายบอกเรื่องราวของปู่ภูมิก็จบได้เลวร้ายจริงๆนั้นแหละ แถมปัจจุบันก็ยังมีคนอีกมากมายที่เลื่อนระดับจากนักเวทย์เป็นนักรบเวทย์ไม่ได้อีกนับไม่ถ้วน ส่วนพวกที่เลื่อนได้ก็น้อยลงทุกปีแถมส่วนมากที่เลื่อนได้ก็เพราะเป็นพวกเชื้อพระวงศ์หรือข้ารับใช้ของขุนนางระดับสูงทั้งนั้น ไม่มีนักล่าหรือคนธรรมดาแบบพวกเราที่เลื่อนระดับได้เลย ฉันว่าฉันเข้าใจละว่าทำไม นายถึงดูรีบๆขนาดนั้น เพราะถ้าเป็นฉันก็คงเป็นแบบนายเหมือนกัน"

     ธาราทำเสียงหึในลำคอก่อนจะยิ้มกว้างออกมาแล้วกล่าวติดตลกว่า "เพราะฉะนั้น วันนี้พวกเราจะจบสองดันเจี้ยนในวันเดียวกันเลย"

     เฟยและเซลมีสีหน้าไม่มั่นใจออกมาแต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร ธาราก็กล่าวขัดขึ้นมาก่อน

     "ฉันรู้ว่าพวกนายไม่มั่นใจแต่ว่าฉันมีแผนถึงได้ลำบากเสียเวลาเดินขึ้นเขามายังไงละ เพราะฉันจะให้พวกนายช่วยฉันมองหาของในข้อมูลก่อนจะถ่ายให้ภาพมันไว้ด้วยกล้องที่ถ่ายภาพจากระยะห่างได้สูงสุด 10 กิโลได้ราวกับอยู่ตรงหน้า ด้วยเจ้านี้ยังไงละ"

     พูดจบก็ทำท่าทางแบบหุ่นยนต์แมวอ้วนสีน้ำเงินในการ์ตูนสมัยก่อนพร้อมกับดัดเสียงให้ดูน่ารักว่า "กล้องซูมเวท "ไบโรสโครป" ยังไงละ"

     เฟยและเซลถึงกับเงียบกริบออกมาอย่างอึ้งๆจะว่าช็อคกับการเปลี่ยนอารมณ์ดราม่าเมื่อกี้ให้ดูปัญญาอ่อนในพริบตาได้ก็ไม่เชิง

     ทั้งสองถึงกับยืนเอ๋ออยู่สักพักก็กลับมาได้สติก่อนที่เฟยจะโวยวายออกมาด้วยท่าทางขัดใจด้วยความจักกระจี้หัวใจในวัยเด็กของเขา

     "อย่ามาทำตัวแบบหุ่นยนต์แมวอ้วนสีน้ำเงินกลัวหนูนะเฟ้ย นายทำซะคิดถึงสมัยเด็กเลย ไอ้บ้าเอ๋ย"

     เซลอดจะยิ้มแห้งๆออกอย่างเหนื่อยใจกับความขี้เล่นของเพื่อนรักของเขาไม่ได้ก่อนจะกล่าวถามกลับมาว่า

     "แล้วไอ้กล้องซูมเวทไบโรสโครปเนี่ย นายไปได้มายังไงละนั้น ธาร"

     "ก็เช่าในราคารวม 3 อัน ในราคา 650,000 เดล ใช้ได้ 3 วัน"

     เซลถึงกับหน้าซีดพร้อมกับมือที่กำลังถือกล้องซูมสั่นเป็นเจ้าเข้าอย่างช่วยไม่ได้พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า

     "เช่า 3 วันราคา 650,000 เดล ไอ้กล้องบ้านี่ ราคาเท่าไหร่กันแน่ ธาร"

     ธาราทำท่าครุ่นคิดก่อนจะบอกราคาให้ทั้งสองฟัง "กล้องละ 5 ล้าน"

     เฟยเมื่อได้ยินถึงกับจับมันอย่างทะนุถนอมทันที ส่วนเซลนั้นมีท่าทีระมัดระวังในการใช้งานเป็นอย่างมาก

     ธาราก็กล่าวติดตลกบอกทั้งสองต่อว่า "เอาละ เลิกพูดเรื่องราคากล้องนี่เหอะ เรามาเข้าเรื่องของเรากันเลย"

     "ที่ฉันลงทุนเช่ามันมาใช้ก็เพราะจะรีบจบดันเจี้ยนนี้ ถ้าทำได้ตามแผนเผลอๆอาจจะได้ใช้ดันเจี้ยนไซเรนบีชต์ในระดับนึงเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นพวกนายต้องช่วยฉันให้ใช้มันให้คุ้มถึงระดับนั้นด้วยละ"

     สองสหายพยักหน้าอย่างแข็งขัน ธาราที่เห็นก็หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีก่อนจะพูดต่ออย่างสบายๆว่า

     "เอาละ ฉันจะส่งข้อมูลแถบที่พวกนายต้องสำรวจให้พวกนาย พวกนายก็คอยหาจุดน่าสงสัยแล้วถ่ายภาพไว้ ส่วนฉันจะมองหาตัวอักษรแปลกๆพวกนี้ทั้งหมด เอาละงั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปหามุมถ่ายรูปกันเลย อีกสองชั่วโมงมาเจอกัน"

     พูดจบ ธาราก็เดินแยกออกไปทางขอบผาทางทิศเหนือก่อนจะหยิบก่อนมาถ่ายภาพ

     เฟยและเซลที่เห็นก็รีบแยกย้ายกันไปคนละทางเพื่อถ่ายรูปตามข้อมูลที่ได้รับมา

     ธารายิ้มในใจอย่างยินดีก่อนจะเรียกหน้าต่างเควสขึ้นมาดูอย่างสบายใจ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดันเจี้ยนรยู ระดับ D- เงื่อนไขการพิชิต : สังหารบอสมอนสเตอร์ "ไดโรล"

ภารกิจเสริม : -

ไอเท็มพิชิต : อาร์ติแฟคระดับ D ผลแห่งการเติบโต

ไอเท็มภารกิจเสริม : -

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     ธาราอ่านข้อมูลของระบบพร้อมคิดในใจอย่างชั่วร้ายว่า "แหมๆ ฆ่าบอสอย่างเดียวงั้นเหรอ ง่ายจังฟะ ตั้งแต่เข้ามาก็เจอแล้วเนี่ย"

     ใช่แล้ว ธารานั้นตั้งแต่เข้ามาก็เจอตำแหน่งบอสแล้วแถมยังรู้ด้วยว่าจะเข้าไปหามันยังไง แต่อุตสาห์เข้ามาดันเจี้ยนนี้ทั้งทีแถมเข้าเสียค่าข้อมูลไปตั้ง 20,000 เดล ยังไง เขาก็ขอเก็บเกี่ยวให้มันคุ้มค่าสักหน่อย

     เขาจึงจงใจถ่วงเวลาให้ดูสมเหตุสมผมพร้อมกับให้เพื่อนทั้งสองช่วยมองหาอักษรรูนต่างๆให้เขา

     ส่วนเขานั้นก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจอย่างชั่วร้ายพร้อมกับคอยมองหาอักษรรูนที่เขายังไม่เคยพบ

     ตลอดเวลาสองชั่วโมงที่แสนสบายนั้น ธาราก็คิดอะไรเล่นๆไปพลางๆระหว่างถ่ายภาพเพื่อเอาไว้หลอกเฟยกับเซลให้คล้อยตามเรื่องทางลับที่เขาเจอ ทั้งที่ความจริงแล้วตั้งแต่เดินขึ้นเขามา

     เขาก็เจอทางลับนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สำหรับธาราสองชั่วโมงที่กำหนดนั้นผ่านไปไวราวกับเรื่องโกหก

     ธาราเดินกลับมารวมกลุ่มกับเฟยและเซลด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีในขณะที่ทั้งสองนั้นดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดแถมดวงตายังแอบมีเส้นเลือดแดงๆขึ้นมานิดหน่อยราวกับใช้สายตาอย่างหนัก

     เฟยและเซลที่เห็นเพื่อนของพวกเขาเดินกับมาพร้อมรอยยิ้มกว้างก็รู้คำตอบในใจได้ว่า "เจ้าบ้านี่/หมอนี่ มันได้อะไรมาชัวส์ๆ"

     ไม่ต้องให้พวกเขาถาม ธาราก็ชิงพูดซะก่อนว่า "ฉันเจอทางลับละ ตามมา" ก่อนจะชักชวนให้ทั้งสองวิ่งตามเขาไป

     เฟยและเซลวิ่งไปทางหุบเหวทิศเหนือ ธาราก็กระโดดลงจากหุบเหวก่อนจะพุ่งตัวย้อนหลังเข้าใส่หุบเขา

     ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าเพื่อนของเขาบ้าไปแล้ว แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ธาราทะลุเข้าไปในภูเขา

     ธาราเข้าไปหยุดในช่องด้านล่างผาหินที่โดนปิดบังด้วยเวทลวงตาเอาไว้ก่อนจะโยนเชือกออกมาแล้วใช้เวทเสริมพลังทำให้เชือกแข็งตัวเพื่อบอกตำแหน่งของเขา

     พวกเขากระโดดตามไปด้วยเวทห้าก้าวเวหาก่อนจะคว้าเชือกเอาไว้ได้อย่างทุลักทุเล

     สิ่งพวกเขาได้เห็นคือ ทางเข้าลับที่ดูก็รู้เลยว่า "ห้องบอส" อย่างแน่นอน

     ธาราก็หันมาพูดยิ้มๆว่า "เอาละ มาจบดันเจี้ยนแรกกันเลยดีกว่า พวก"

     เฟยและเซลถึงกับทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้ในหัวพวกเขาได้แต่คิดถึงคำพูดของธารา

     "จะว่าแมร่งง่ายก็ง่ายแหละ แต่ใครจะไปคิดวะ ว่าแมร่งจะดูง่ายตามที่มันพูดขนาดนี้จริงๆน่ะ"

     ธาราทำท่าจะเปิดประตูแต่ก่อนที่จะเปิดก็ยังไม่แคล้วจะกล่าวถามแบบติดตลกว่า

     "ว่าแต่พวกนายถ่ายภาพมาได้ครบแล้วก็ชัดหรือเปล่าเนี่ย"

     ทั้งสองที่ตอนแรกลุ้นจนตัวโกร่งนั้นถึงกับหายเครียดไปเลยพร้อมโวยวายออกมาพร้อมกันว่า

     "แก/นาย ไม่ต้องติดตลกตอนนี้ก็ได้โว้ย ธาร"

     ธารายิ้มกว้างก่อนจะผลักประตูห้องบอสเข้าไปก็พบเข้ากับแมลงเต๋าทองที่ยืนสองขาขนาดใหญ่ประมาณเอวอยู่กลางห้อง

     ก่อนที่มันจะได้ขยับสิ่งที่พวกเขาทั้งสองได้เห็นคือ เวทแหลนสายฟ้าทั้งหมดสิบอันพุ่งเข้าทิ่มแทงแมลงเต๋าทองยักษ์อย่างโหดร้ายทารุณ

     เจ้าแมลงเต๋าทองที่มีท่าทางตกใจกับผู้บุกรุกก็ได้ตายลงอย่างง่ายดายแถมยังไม่ทันได้หันหน้ามามองศัตรูของมันด้วยซ้ำ ไม่สิยังไม่ทันได้หันหน้ากลับมามันก็ได้ตายลงขณะกินอาหารอยู่ โดยทิ้งแกนเวทย์สีแดงขนาดเท่ากำปั้นที่หลุดออกมาจากอกของมันเอาไว้เป็นของต่างหน้า

     เฟยและเซลถึงกับพูดไม่ออก ภายในใจของทั้งสองตอนนี้ก็ได้สลักความคิดหนึ่งไว้อย่างลึกซึ้งและแน่นหนาว่า 

     "กู/ฉันจะไม่เป็นศัตรูกับเจ้าธารเด็ดขาด ใครจะว่ายังไงก็ไม่ขอเป็นศัตรูกับมันแน่"

     ธาราใช้เวทดึงแกนเวทย์เข้ามือก่อนจะโยนให้เฟยแล้วพูดต่อว่า "เฟย เอากลับไปดูดซับซะ เจ้านี่ ธาตุตรงกับนายพอดีเลย โชคดีๆ"

     พูดจบก็เดินต่อไปหยิบของด้านหลังซากบอสแมลงเต๋าทองอย่างสบายใจเฉิบก่อนจะไปหยุดอยู่หน้าต้นไม้ด้านหลังของบอส

     ต้นไม้นั้นราวกับรู้ตัวถึงจุดจบของมิตินี้ มันค่อยๆสลายไปจนเหลือเพียงแค่ผลของมันที่เหมือนลูกแอปเปิ้ลดูน่ากิน

     ธาราเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาพลางใช้เวทตรวจสอบมัน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อาร์ติแฟคระดับ D+ ผลแห่งการเติบโต
ความสามารถ : ใช้ในการวิวัฒนาการร่างของสัตว์เวทมนตร์ระดับ C

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     "เอาละ งั้นเราก็ออกจากดันเจี้ยนนี้แล้วเดินทางไปดันเจี้ยนคิริโนะโมริกันเลยดีกว่า" พูดจบก็เดินนำคนทั้งสองสหายเข้าไปในช่องมิติทางด้านขวามือของพวกเขาด้วยท่าทางสบายๆทิ้งให้สองสหายมีท่าทางสับสนอยู่สักพักก่อนจะเดินติดตามเขาเพื่อออกไปจากดันเจี้ยนรยู

     เมื่อออกมาได้ทั้งสามก็เดินทางไปสถานีเพื่อมุ่งหน้าสู่เขตนิวโอซาก้าที่ต้องใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟ 1 ชั่วโมง 

     ภายในห้องส่วนตัวบนรถไฟด่วน เฟยและเซลก็ได้ส่งภาพที่พวกเขาถ่ายให้ธาราดูพร้อมกับกล่าวถามไปมากมาย

     ธารากล่าวตอบไปอย่างยิ้มๆไปตลอดทาง สิ่งที่ธาราได้จากดันเจี้ยนนี้ ถ้าไม่นับอาร์ติแฟคก็มีตัวอักษรรูนระดับล่าง 14 ตัวและระดับกลางอีก 7 ตัว ที่เหลือนั้นไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น เรื่องราวในดันเจี้ยนนี้ ธาราก็กล่าวบอกว่าเป็นเรื่องไม่น่าสนใจอะไรไม่จำเป็นต้องเล่าให้ฟัง

     ทั้งสองก็ไม่อยากซ้ำซี้มากจึงได้ถามถึงเรื่องทางลับและอื่นๆ ซึ่งธาราก็ตอบคำถามทั้งหมดให้ทั้งสองเข้าใจจนทั้งสองไม่มีเรื่องจะถามเขาอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 576 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #414 Fikusa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 23:25
    งืมๆๆๆ ว่าแต่มาคิดดูแล้วอักษรรูนของธารที่มีในอนาคตมันดูน้อยๆนะจากอัตราเร็วในการเก็บเกี่ยวแบบนี้ หรือว่าช่วงนั้นไม่ค่อยยมีเวลาลงดัน
    #414
    2
    • #414-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 29)
      16 ธันวาคม 2562 / 00:04
      ป่าวครับ เพราะดันเจี้ยนในยุคนี้ สำรวจได้ง่ายต่างกับอนาคตน่ะครับ
      #414-1
    • #414-2 นักอ่านสายขาว(จากตอนที่ 29)
      3 สิงหาคม 2563 / 13:33
      ถ้ามีปีศาจละดับทำให้มนุษย์ล้มสลายค่อยตามล่า แค่หนีรอดก็เก่งแล้ว
      อย่าลืมตอนแรกธารามันก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น+ไม่ได้รับการสนับสนุนเพราะเป็นเบต้า
      #414-2
  2. #99 ADSAASA (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 01:32
    ขอบคุนคับ
    #99
    0