Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 24 : งานประมูล [ตอนปลาย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 665 ครั้ง
    9 ธ.ค. 62


     อีเลียด สจ๊วต มือขวาคนสนิทและเสนาธิการของกษัตริย์อาเธอร์ เพนดราก้อน องค์ที่ 117 แห่งสภาโต๊ะกลม

     ต้นตระกูลของกษัตริย์แห่งสภาโต๊ะกลมนั้นมีที่มาไม่แน่ชัด

     ตอนแรกโดนกล่าวอ้างว่าเป็นผู้แอบอ้างจนกระทั่งนำดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์เข้าฟาดฟันปกป้องผู้คนจากม๊อปอย่างกล้าหาญ

     ก่อนจะก่อตั้งสภาโต๊ะกลมขึ้นมาอีกครั้งด้วยความร่วมมือจากราชวงศ์ดั้งเดิมของบริเตนและอังกฤษกลายเป็นราชวงศ์เพนดราก้อนมาจนถึงปัจจุบัน

     ส่วนชายที่ชื่อ "อีเลียด สจ๊วต" นั้นมีชื่อเสียงจากแผนการรบ 11 อัศวิน 8 ม้า 4 เรือ และ 3 กษัตริย์ แผนป้องกันกำแพงทิศใต้จากฝูงม๊อปไว้เมื่อ 10 ปีก่อนที่ทำให้เขามีชื่อเสียงชนิดที่โดนจารึกให้เป็นบุคคลทรงคุณค่าของเอเดนได้อย่างง่ายดายแค่นั้นยังไม่พอเขายังมีความเป็นผู้นำอย่างหาตัวจับได้ยากทำให้ได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนรอบข้างเป็นอย่างมาก

     ด้วยความสามารถอันมากมายของเขา ทำให้ได้รับขนานนามว่า "เมอร์ลิน" ซึ่งเป็นนามที่ราชวงศ์เพนดราก้อนจะมอบให้กับเสนาธิการมากความสามารถและนักเวทย์ที่ไว้ใจเท่านั้น

     ซึ่งทำให้ชายที่ชื่อ "อีเลียด สจ๊วต เมอร์ลิน" คนนี้กลายเป็นมือขวาที่ไม่มีใครมาทดแทนได้ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของเพนดราก้อนนั้นเอง

     ธาราที่เคยเจออีเลียดมาแล้วในชีวิตก่อน ได้มาเห็นด้านที่เขาไม่เคยได้เห็นก็อดทำสีหน้าประหลาดใจไม่ได้

     "คุณอีเลียด ตอนนี้ยังดูหนุ่มอยู่เลยแหะ สงสัย เพราะความสูญเสียเกินจินตนาการละมั้ง ทำให้เขาดูแก่ชราลงเป็นอย่างมากในตอนนั้น"

     อีเลียดนั้นจัดเป็นชายหนุ่มรูปงามในผมสีฟางข้าวเลยก็ว่าได้ด้วยใบหน้าหวานอย่างกับผู้หญิงกับรอยยิ้มละมุนละไมที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวทำให้เป็นที่พูดถึงของสาวๆรุ่นป้าเป็นอย่างมากด้วยใบหน้าละอ่อนของเขาที่ปัจจุบันมีอายุเกือบ 50 ปีแต่ก็ยังดูเด็กอยู่ของเขา

     แต่ถึงแม้หน้าตาจะเป็นอย่างงี้แต่เขาก็มีลูกแล้วถึงสองคน คนแรกผู้คนรู้จักในชื่อ "ผู้สืบทอดตำแหน่งของอีเลียด" ลูกสาวคนโตของเขาและอีกคนลูกสาวของเขาที่ปัจจุบันเรียนอยู่สถาบันเวทมนตร์เอจิสชั้นปีหนึ่งคลาสอัลฟ่าเป็นหญิงสาวที่ถูกจัดให้เป็นสาวงามลำดับสองของสถาบันและผู้แข็งแกร่งที่สุดในชั้นปีที่หนึ่งระดับเก้า

     "เอิ่ม ต้องขอโทษแทนพวกเด็กๆด้วยนะครับ ทุกท่าน" อีเลียดอดจะก้มหัวปลกๆขอโทษผู้คนรอบๆไม่ได้

     นั้นทำให้ผู้คนโดยรอบต้องรีบกล่าวห้ามและพูดกับเขาอย่างเกรงอกเกรงใจในเชิงเข้าใจเรื่องราวของไอรีนและไคเซอร์ว่า

     "ท่านอีเลียด ไม่ต้องก้มหัวหรอกครับ ผมคิดว่าทุกท่านในที่นี้ก็คงทราบเรื่องของทั้งสองท่านนั้นเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เรื่องที่สองท่านนั้นไม่ถูกกันนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ไม่มีใครไม่ทราบแน่นอนครับ เพราะฉะนั้น ท่านอีเลียดไม่ต้องขอโทษแทนทั้งสองท่านหรอกครับ"

     ซึ่งก็มีผู้คนส่วนมากในห้องจัดประมูลพยักหน้าเสริมคำพูดของชายชราที่เข้ามาพูดแทนพวกเขาอย่างเห็นด้วย

     อีเลียดยิ้มออกมาก่อนจะกลับไปนั่งที่ของเขา โดยมีภรรยาผู้แสนงดงามของเขานั่งรออยู่ 

     ท่านหญิงเอลิซ่า สจ๊วต ผู้งดงามด้วยผมสีชมพูสว่างเงางามรับกับรูปหน้าหวานปานน้ำผึ้งของเธอเสริมด้วยชุดราตรีสีดำช่วยขับสีผิวขาวดั่งหิมะของเธอให้ดูขาวเข้าไปอีก สามารถกล่าวได้ว่าเธอเป็นสตรีที่งดงามเป็นอย่างมากคนหนึ่งได้อย่างไม่อายปาก

     หลังจากอีเลียดกลับไปนั่งที่งานประมูลก็เริ่มกันต่อ โดยมีพนักงานคอยไปบริการให้เขาทั้งสองอย่างสม่ำเสมอ

     ลิลี่กล่าวเปิดตัวสินค้าชิ้นที่สองถัดจากเกราะเพลิงทองแดงพร้อมกับส่งสัญญาณให้พนักงานหญิงเข็นรถออกมาก่อนจะเปิดผ้าม่านเผยให้เห็นกำไลหยกสีขาวเงางามที่ปล่อยไอความเย็นสีขาวสว่างออกมาอย่างอ่อนโยน

     "สินค้าชิ้นที่สองนั้นได้แก่ "กำไลหิมะหยก" ค่ะ ความสามารถของมันนั้นมีคุณสมบัติของธาตุน้ำและแสง ทำให้ผู้สวมใส่นั้นรู้สึกสบายและส่งเสริมพลังธาตุทั้งสองอีกด้วยค่ะ กำไลหิมะหยกถูกจัดเป็นอาร์ติเฟคระดับ A- ถูกค้นพบโดยกิลด์สกาเวนเจอร์ ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 10 ล้านค่ะ เนื่องจากเป็นของที่ได้จากอบิสภายนอก ทำให้ราคาแพงกว่าปกติค่ะ"

     หลังจากสิ้นเสียงประกาศก็เกิดการต่อราคาอย่างยาวนานจนมาจบที่ราคา 75 ล้านเดลที่ถูกซื้อโดยอีเลียด สจ๊วตให้เป็นของขวัญลูกสาว

     ธาราที่เห็นการใช้เงินของอีเลียดก็อดจะอึ้งในความกระเป๋าหนักของคนรู้จักในอดีตคนนี้ที่ช่างแตกต่างกับตอนที่เขาได้รู้จักอย่างกับหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว

     ก่อนจะเข้าสู่ชิ้นที่สามและสี่ต่อมา ที่ผู้คนก็ต่างแย่งกันอย่างบ้าคลั่งก่อนจะมาสู่ชิ้นที่ห้า

     "เอาละค่ะ ทุกท่านมาถึงชิ้นทีเด็ดของวันนี้กันแล้วค่ะ ขอเชิญพบกับไขของสัตว์เวท "กริฟฟ่อน" ค่ะ"

     สิ่งที่เห็นตรงหน้าของทุกคนในห้องจัดประมูล คือ ไข่สีครีมขนาดยักษ์สูงเกือบ 1 เมตร น้ำหนักรวมเท่าที่เห็นบนตราชั่ง คือ 30 กิโลกรัม

     ธาราเมื่อได้เห็นไข่ของกริฟฟ่อนก็ถึงกับขนลุกขนพองออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะ เขารู้จักเจ้าของสัตว์เวทตัวนี้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวในชีวิตก่อนหน้าของเขา คนที่เขาสาบานเลยว่า "เกลียดขี้หน้าอย่างที่สุดยิ่งกว่าเจ้าหมาบ้าชไนเดอร์" เสียอีก

     "ไข่ของไอ้นกเวรซิลิชของไอ้เวรตะไลเซสงั้นเหรอ"

     ธาราอดที่จะมีความคิดแย่งชิงไม่ได้ เพราะ ความเลวร้ายในการเลี้ยงดูของเดคเตอร์นั้น ทำให้มันกลายเป็นกริฟฟ่อนหัวสูงที่แสนไร้สามัญสำนึกสิ้นดี ซึ่งสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับเขาอย่างมากตอนสมัยปี 3 เทอม 2 ที่เขาต้องไปฝึกงาน

     แน่นอนว่าตัวของธารานั้นสาบานไว้ว่าจะไม่สมัครเข้าไปฝึกในที่ทำงานนี้อีก

     "อยากซื้อแย่งมันโว้ย แต่ตังค์ไม่พอซื้อ แมร่งเอย ทำไมเ เราถึงจนอย่างงี้วะ"  

     "ทำไมฉันไม่หาเงินให้มากกว่านี้ฟะ เจ้านกนี่แมร่งช่วยเราได้เยอะเลยนะ ถ้าเลี้ยงดีๆน่ะ เวรเอ๋ย" ธาราอดจะสบถด่าตัวเองในใจไม่ได้

     ลิลี่ที่สังเกตท่าทางของผู้คนโดยรอบก่อนกล่าวให้แขกทุกท่านใจเย็นลงก่อนจะพูดต่อว่า

     "ทุกท่านค่ะ ไข่กริฟฟ่อนใบนี้นั้นได้รับจากกิลด์เหยี่ยวเงิน ซึ่งได้จากอบิสนอกเช่นกันค่ะ ทำให้มีราคาแพง เท่าที่ให้นักฝึกสัตว์เวทมาพิจารณาความสามารถของมันจัดอยู่ระดับ A ค่ะ นั้นทำให้ทางเราขอตั้งราคาเริ่มต้นที่ 30 ล้านเดลเทียบเท่ากับราชสีห์ทองของหัวหน้าหน่วยราชสีห์ทองคำที่เป็นสัตว์เวทระดับ A เช่นเดียวกันค่ะ"

     หลังจากสิ้นเสียงของลิลี่ก็มีเสียงแหลมพูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดังอันเป็นเอกลักษณ์ว่า

     "500 ล้านเดล" ชายเจ้าของเสียงลุกขึ้นด้วยใบหน้าเรียวแหลม ตาตี๋ ใส่แว่นตาข้างเดียวเข้าคู่กับทรงผมชี้ตั้งสีเขียวเข้มเรียบแปล้เข้าคู่กับชุดสูทสีเขียวเหลือบทองทั้งตัว

     ธาราอดจะทำสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

     "พ่อของไอ้เจ้าเวรเซส

     "ลูคัส เดคเตอร์" คือชื่อพ่อของชายเจ้าของกริฟฟ่อนคู่อาฆาตของธาราที่ตัวของเขาแสนจะเกลียดชังพ่อลูกคู่นี้เนื่องจากนิสัยเกินเยียวยาของทั้งสองที่ชอบดูถูกเบต้าและผู้คนชนชั้นล่างอย่างมาก

     แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าสู้ราคากับเจ้าของเสียงอย่างแน่นอนเนื่องจากลูคัสนั้นเป็นเจ้ากรมการคลังของสมาพันธ์การค้าใหญ่และหัวหน้าสมาคมนักฝึกสัตว์เวทมนตร์อีกด้วย เพียงแค่เขาต้องการใครจะไปกล้าแย่งเขายิ่งสัตว์เวทระดับสูงยิ่งแล้วใหญ่

     ตามข่าวลือเห็นบอกว่าราชสีห์ทองนั้นตอนแรกเกือบจะถูกซื้อโดยชายที่ชื่อ "ลูคัส" แต่ทว่าราชาของสองประเทศต้องเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ตัวของลูคัสยกมันให้กับหัวหน้าหน่วยราชสีห์ทองคำ ซึ่งเท่าที่ดูจากเหตุการณ์ตรงหน้า

     ธาราก็สามารถสรุปได้ว่าความนี้เป็นข้อมูลจริงอย่างแน่นอน

     ตอนแรกธาราเห็นอีเลียดทำท่าจะซื้อแล้ว แต่พอเห็นลูคัสพูดต่อราคาก็ถึงกับเงียบไปเลย

     ซูเหวินถึงกับพูดไม่ออกไปสักพักก่อนจะปรับท่าทางให้เป็นปกติแล้วพูดว่า "500  ล้านเดล ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ค่ะ

     "ไข่ของกริฟฟ่อน ตกเป็นของท่านลูคัส เดคเตอร์ ในราคา 500 ล้านเดลค่ะ"

     ลูคัสพยักหน้าด้วยความพึ่งพอใจก่อนจะสั่งให้ลูกน้องคนสนิทไปรับสินค้าและตรวจเช็คความเรียบร้อยพลางจิบไวน์เล่นๆระหว่างนั่งรอสินค้าชิ้นสุดท้ายของวันนี้

     ลิลี่หรือซูเหวิน เดินลากรถเข็นที่คลุมด้วยผ้าออกมาไว้ตรงกลางเวทีก่อนจะกล่าวบิ้วอารมณ์ในห้องจัดประมูลว่า

     "เอาละค่ะ แล้วก็มาถึงสินค้าสุดท้ายของวันนี้ ดิฉันขอนำเสนอน้ำยาเลื่อนระดับนักเวทย์ขั้นสมบูรณ์ "น้ำตานางฟ้า" ค่ะ"

     พร้อมกับผ้าคลุมที่เปิดออกเผยให้เห็นขวดแก้วรูปหยดน้ำตาสลักลวดลายสวยงาม จุกเปิดนั้นทำเป็นรูปนางฟ้ากางปีกก้มลงมาร้องไห้ 
ด้านในของขวดมีของเหลวสีฟ้าสว่างสดใสออกมาอย่างงดงาม

     เรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนในห้องจัดประมูลได้เป็นอย่างดี

     ลิลี่ยิ้มหวานก่อนจะพูดต่อว่า "สินค้าชิ้นนี้นั้นยินดีให้มีผู้ทดสอบหนึ่งท่านที่ยินดีซื้อมันในราคาเต็มค่ะ เนื่องจากว่าตัวสินค้านั้นยังไม่ได้รับการรับรองจากทางสมาคมยาแต่มีตัวผู้ขายบอกว่าได้ทดสอบกับนักศึกษาชายไม่ขอระบุนามของคลาสเบต้าจนกลายเป็นนักเวทย์ได้สำเร็จค่ะ"

     ผู้คนในห้องจัดประมูลยิ่งฮือฮากันเข้าไปอีกเนื่องจากคนที่มีระดับนักเวทย์นั้นจัดว่าเทียบเท่ากับคลาสอัลฟ่าระดับกลุ่มหัวกะทิเลยด้วยซ้ำแล้วเจ้าของยาดันไปทดสอบกับนักศึกษาคลาสเบต้าด้วยเรียกได้ว่าใจกล้าเป็นอย่างมาก

     แน่นอนว่ามีคนยินดีจะเข้าร่วมเป็นจำนวนมากจนทางโรงประมูลต้องเข้าห้ามความวุ่นวายก่อนจะให้ผู้สนใจเข้าร่วมทดลองแข่งขันกันจนได้ผู้ชนะในที่สุด

     เด็กหนุ่มผมเทาหม่นได้เดินขึ้นมารับน้ำตานางฟ้าไปดื่ม โดยมีทีมแพทย์ยืนรายล้อมรอบเขาอย่างใกล้ชิด

     หลังจากนั้นประมาณสิบนาที เด็กหนุ่มผมเทาก็เลื่อนระดับสำเร็จอย่างง่ายดายจนทุกคนในห้องต่างเฮฮาเกี่ยวกับความสามารถอันน่าทึ้งของน้ำตานางฟ้าอย่างล้นหลาม

     เด็กหนุ่มผมเทาได้รับการตรวจสอบได้แพทย์โดยรอบ ทางแพทย์กล่าวว่าเด็กหนุ่มนั้นปลอดภัยดีแถมยังมีมานาเหลือเฟือพอจะยกระดับอีกขั้นเสียด้วยซ้ำก่อนจะถามเด็กหนุ่มว่ารู้สึกผิดปกติไหม

     เด็กหนุ่มผมเทากับตอบว่า "ผมรู้สึกสบายดีมากเลยครับ สดชื่นสุดๆราวกับดื่มน้ำยาแก้เหนื่อยไปด้วยเลยครับแถมยังรู้สึกมีพลังอีกด้วยครับ"

     ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาเกี่ยวกับความสามารถของน้ำยาขวดนี้ได้เป็นอย่างดี

     ผู้คนโดยรอบต่างกล่าวแสดงความยินดีให้กับครอบครัวของเด็กหนุ่มผมเทาก่อนจะเริ่มการประมูลต่อไปอย่างราบลื่น

     ซูเหวินถึงกับโล่งใจพร้อมกับคิดเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่ชื่อ "อันโนว์" แล้วอดที่จะยินดีจนเนื้อเต้นไม่ได้

     "คิดถูกจริงๆที่เราตัดสินใจซื้อมันมาด้วยราคาและข้อตกลงแบบที่เขาต้องการ แค่ผลทดสอบตรงหน้าที่ทำให้นักเวทย์ฝึกหัดขั้นปลายกลายเป็นนักเวทย์ขั้นต้นได้ภายในสิบนาทีก็ถือได้ว่าน่าทึ้งแล้ว ถ้าในอนาคตเขาเอามันมาขายแต่เป็นระดับนักรบเวทย์ เธอก็ไม่อยากจะคิดแล้ว ว่าจะราคาขนาดไหนกันแน่"

     ลิลี่กล่าวต่อด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีว่า

     "เอาละค่ะ ทุกท่านก็ได้เห็นความสามารถของมันไปแล้ว น้ำตานางฟ้าขวดแรกนั้นเราจะคิดราคาอยู่ที่ 3 ล้านค่ะ ถือว่าครอบครัวของน้องผู้ชายคนเมื่อกี้ โชคดีมากค่ะ"

     อีเลียดมีท่าทางแปลกใจก่อนจะพูดออกมาเบาว่าๆ

     "ขวดแรกงั้นเหรอครับ คุณลิลี่"

     "ใช่แล้วค่ะ ท่านอีเลียด ขวดแรกค่ะ ผู้เสนอขายนั้นได้นำน้ำตานางฟ้ามาเสนอขายให้กับทางโรงประมูลของเราทั้งหมด 5 ขวด ซึ่งตอนนี้เหลืออีก 4 ขวดถ้วนค่ะ จึงจะขอเริ่มประมูลกันในตอนนี้ในราคาเริ่มต้นที่ขวดละ 4 ล้านค่ะ โดยจะขอเริ่มการประมูล ณ บัดนี้ค่ะ"

     "5 ล้านเดล"

     "6 ล้าน"

     "7.5 ล้าน"

     "10 ล้านเดล"

     "12 ล้านเดลค่ะ"

     อีเลียดตบโต๊ะดังปังก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดังกังวานว่า

     "20 ล้านเดล ผมขอซื้อทั้งหมดเลย"

     ราวกับถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ผู้คนในโรงประมูลไม่มีใครพูดอะไรออกมา

     ลูคัสที่ตอนแรกจะแข่งราคากับคนอื่นๆก็ต้องถอยให้กับเขาด้วยความเกรงใจ

     ขนาดคนอย่างลูคัสที่ไม่เคยเกรงใจใครยังยอมถอยให้แล้วใครจะกล้าต่อราคาสู้อีกละ

     ลิลี่ในใจลอบยิ้มด้วยความยินดีก่อนจะกล่าวปิดการประมูลว่า "ไม่มีใครจะประมูลแล้วสินะค่ะ งั้นขอปิดการประมูลน้ำตานางฟ้าทั้ง 4 ขวด ในราคาขวดละ 20 ล้านเดลให้กับท่านอีเลียด สจ๊วตและท่านหญิงเอลิซ่า สจ๊วตค่ะ"

     ถ้าถามว่าทำไม น้ำตานางฟ้าของธาราถึงมีคนสนใจเป็นจำนวนมากอย่างง่ายดายนั้นก็เป็นเพราะว่า การยกระดับนั้นทำได้ยากเป็นอย่างมากยังไงละ น้ำยาระดับ 1/2 ที่มีราคาเกือบล้านนั้น เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จอยู่ที่ 30%  ซึ่งมีโอกาสล้มเหลวมากกว่าครึ่ง

     แล้วในอดีตอีเลียดก็เคยให้ลูกสาวของเขาดื่มมันจนได้รับบาดเจ็บจากความล้มเหลวในกาลก่อนแต่น้ำตานางฟ้านี้ไม่มีท่าทางแบบนั้นออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยแถมเด็กหนุ่มที่ได้ดื่มนั้นอย่างมีท่าทางสดชื่นเป็นอย่างมาก 

     ซึ่งอีเลียดก็เคยผ่านประสบการณ์เดียวกันมาแล้วจึงสนใจมันเป็นอย่างมากพร้อมกับกล่าวถามลิลี่ว่า

     "เจ้าของสูตรน้ำตานางฟ้าอันนี้อยู่ไหนอย่างงั้นเหรอครับ คุณลิลี่ พอดีผมมีเรื่องอยากสอบถามเขาหน่อย"

ลิลี่เมื่อได้ยินก็ทำหน้าลำบากใจก่อนจะก้มหัวกล่าวขอโทษว่า

     "ต้องขอโทษด้วยค่ะ ท่านอีเลียดแต่เหมือนกับว่าทางเจ้าของสูตรยาต้องการจะปกปิดตัวตนของเขาเอาไว้ก่อนน่ะค่ะ ทำให้ทางเราไม่สามารถบอกข้อมูลส่วนนี้ได้ค่ะ ต้องขอโทษอีกครั้งนะค่ะ"

     อีเลียดพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะกล่าวกำชับกับลิลี่ไปว่า "งั้นถ้ามีน้ำตานางฟ้านี้มาขายอีก ผมแนะนำให้คุณลิลี่ประกาศให้ชัดเจนทั่วงานก็ดีนะครับ ผมคิดว่าพ่อแม่ทุกท่านในที่นี้ต้องการจะซื้อมันให้ลูกหลานของพวกเขาอย่างแน่นอนครับ"

     พูดจบ อีเลียดก็ควงแขนภรรยาของเขาเดินออกไปพร้อมกับพ่อบ้านชราที่เดินไปรับน้ำตานางฟ้าก่อนจะเดิมตามนายของตนไป

     เมื่อสิ้นสุดการประมูล ธาราและพวกที่นั่งอยู่ในห้องก็ต่างยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว 

     เฟยยิ่งแล้วใหญ่ถึงกับกระโดดโลดเต้นดีใจอยู่ในห้องส่วนตัวอย่างบ้าคลั่ง

     ทางเซลก็ไม่ต่างกันมาก ตาของเขากลายเป็นรูปค่าเงินเดลเลยทีเดียว

     ดีใจกันได้สักพักใหญ่ ลิลี่หรือซูเหวินก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องก่อนจะกล่าวว่า

     "น้องอันโนว์ ทางเรามีข้อเสนอให้กับทางคุณเกี่ยวกับน้ำตานางฟ้าน่ะค่ะ"

     ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ธาราก็พูดขัดขึ้นมาราวกับอ่านใจเธอได้อีกครั้งว่า

     "ข้อเสนอผูกขาดการขายให้กับทางโรงประมูลรอยัลแกรนด์บิชด์สินะ"

     ซูเหวินยิ้มออกมาอย่างยินดีก่อนจะกล่าวเสริมต่อ "ตามที่ น้องอันโนว์ พูดนั้นละค่ะ โดยเราขอเสนอราคาขวดละ 5 ล้าน และหักค่าประมูลตามเดิม คือ 7 ส่วนของน้องอันโนว์และทางเรา 3 ส่วน ว่ายังไงค่ะ น้องอันโนว์"

     ธาราไม่ลืมที่จะกล่าวโกหกเพื่อให้ดูสมจริงขึ้น

     "แน่นอนครับ พี่ซู อาจารย์ของผมคงยินดีกับข้อเสนออย่างแน่นอนครับ"

     ซูเหวินกำหมัดชกลมด้วยความดีใจอยู่ในใจก่อนจะยิ้มนัยน์ตาพราวระยับออกมาด้วยความยินดีว่า

     "งั้นก็ตกลงตามนี้ค่ะ ทางเราจะเพิ่มระดับบัตร VIP ให้กับน้องอันโนว์เป็นขั้นสูงสุดแล้วโอนเงินค่าประมูลในวันนี้อีก 51.1 ล้านเดลให้กับน้องเลยนะค่ะ"

     พูดจบ เธอก็ยื่นมือมาเพื่อจับมือกับธารา ซึ่งธาราก็จับตอบด้วยความยินดีพร้อมพูดตอบกลับว่า

     "ตกลงครับ พี่ซู ถ้างั้นช่วยโอนเงินเข้าบัตรของผมให้ด้วยนะครับ"

     "แน่นอนค่ะ น้องอันโนว์ ว่าแต่ทุกครั้งจะมาชุดนี้เสมอไหมค่ะ จะได้ให้พนักงานบางคนจดจำน้องๆไว้"

     "คงอย่างงั้นครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว ขอตัวครับ"

     เมื่อธาราพูดจบก็ชักชวนให้พวกเฟยและเซลเดินทางกลับบ้านก่อนจะออกจากห้องไป

     ทิ้งให้ซูเหวินต้องมาจดจำรายละเอียดเสื้อผ้าของพวกเขาก่อนจะไปกล่าวเสริมพนักงานทุกคนให้ทำตัวดีๆกับเด็กผู้ชายทั้งสามที่ใส่ชุดนี้พร้อมกับกำชับให้ลูกน้องจำบัตร VIP พิเศษที่เธอมอบให้กับพวกธาราในฐานะผู้เสนอขายสินค้าระดับสูงอีกด้วย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 665 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #459 kinomotody (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 19:01
    ตรวจเช็คการใช้ ค่ะ คะ ให้ดีหน่อยก็ดีนะคะ
    #459
    0
  2. #403 Fikusa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 13:09
    คู่อาฆาตกำลังจะมาสินะ
    #403
    0
  3. #159 ThaipaKing (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 22:51
    ล่อลวงด้วยความใจดีเลยสิ ล่อลวงสัตว์เลี้ยงมันเลย!!
    #159
    0
  4. #94 ADSAASA (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 00:52
    ขอบคุนคับ
    #94
    0
  5. #32 Griginal (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 22:39
    ภาษาสวยมากครับ
    #32
    1
    • #32-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 24)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 23:00
      ขอบคุณครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับเขาผิดด้วยครับ
      #32-1
  6. #13 quinn_811 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:52
    สนุกมากค่า
    #13
    1
    • #13-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 24)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 01:12
      ขอบคุณครับ
      #13-1