Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 23 : งานประมูล [ตอนกลาง]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 651 ครั้ง
    9 ธ.ค. 62


     ครึ่งชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหก

     ธาราและพวกก็ได้กลับมาใส่หน้ากากก่อนจะเดินเข้าไปนั่งในโซนพิเศษแบบเปิดของโรงประมูล

     ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งมีชื่อเสียงและไม่มีชื่อเสียง บางคนมาในชุดราตรีดูสวยงาม

     บางคนมาในชุดแฟนซีราวกับหลุดมาจากหนังหรือการ์ตูนยุคเก่า

     บางคนนั้นมาอย่างสง่าผ่าเผยไม่ปกปิดตัวตนราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนในงานนั้นรู้ว่าตนเองเป็นใคร

     ณ ปลายสุดของห้องจัดประมูลนี้ มีเวทีขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง รอบๆเวทีนั้นเต็มประกอบด้วยบอดี้การ์ดอยู่รอบบริเวณ

     ธารากับพวกนั่งคุยสัพเพเหระตรงที่นั่งพิเศษได้ไม่นาน ไฟทั้งหมดของห้องก็ดับลงพร้อมกับเสียงหวานแสนคุ้นเคยดังขึ้นจากเวที

     ก่อนที่ผ้าม่านเวทีจะเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดราตรีสีทองเผยแผ่นหลังขาวเนียนนุ่มน่าสัมผัสรับกับผมสีเงินยาวถึงกลางหลังของเธอบนใบหน้าประดับด้วยหน้ากากหงส์ทำจากแก้วปิดครึ่งหน้าบนไว้

     "ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน เข้าสู่โรงประมูลรอยัลแกรนด์บิชด์ ดิฉัน ลิลี่ จะมาเป็นพิธีกรในวันนี้นะค่ะ"

     ธาราลอบผิวปากออกมาเบาๆในใจนั้นกล่าวชื่นชมความสามารถของผู้หญิงบนเวที "ปลอมตัวเนียนขึ้นอีกนิดนะ แม่สาวน้อยซูเหวิน"

     ใช่แล้ว หญิงสาวที่ชื่อ ลิลี่ ในขณะนี้นั้นคือ เหม่ย ซูเหวิน ที่ใช้เวทอำพรางอีกรูปแบบที่เรียกว่า "เปลี่ยนลักษณ์"

     เวทเปลี่ยนลักษณ์นั้นจะทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนสีผม สีตา สีผิวและรูปร่างได้ดั่งใจ

     ส่วนเสียงของเธอนั้นก็ใช้ลูกเล่นของไมค์ในการเปลี่ยนเสียงเท่านี้ก็จะไม่มีใครจำเธอได้ 

     ถ้าไม่มีความสามารถในการมองเวทอำพรางระดับ B หรือมากกว่านั้นก็ยากที่จะบอกได้ว่าเธอปลอมตัวมา

     ซูเหวิน หรือ ลิลี่ ยิ้มพราวเสน่ห์ก่อนจะมาหยุดชะงักเมื่อมองมาที่กลุ่มธารา

     สิ่งที่เธอได้เห็นคือ รอยยิ้มหยีหยวนกวนประสาทและตัวของธาราที่เธอรู้จักในชื่อ "อันโนว์"

     ก็ได้ขยับปากเหมือนจะพูดว่า "สวยมากครับ พี่สาวซูเหวิน" นั้นทำให้เธอถึงกับเสียเซลล์ไปพอตัว

     แต่เธอก็ปรับอารมณ์ให้ร่าเริงอย่างรวดเร็วก่อนจะกล่าวเพื่อเริ่มงานประมูลสินค้าของโรงประมูลรอยัลแกรนด์บิชด์อย่างมั่นใจ

     "วันนี้ เรามาเริ่มงานประมูลของเรากันอย่างร้อนแรงด้วยเจ้านี่กันดีกว่าค่ะ" พูดไม่ทันจบก็มีพนักงานลากสินค้าชิ้นแรกมาไว้ข้างๆของเธอ

     ก่อนที่เธอจะดึงผ้าที่ปิดบังออกเผยให้เห็นดาบที่ทำจากเหล็กสีเทาหม่นทั้งเล่มดูเก่าแก่ ใบดาบเรียวคมมีข้อต่อเชื่อมต่อกันราวกับกระดูก 
ด้ามจับมีที่กันมือและตัวกั้นดาบนั้นทำจากทองมีลวดลายคล้ายเถาวัลย์กุหลาบ 

     "เจ้านี่ คือ ดาบกุหลาบเทา ค่ะ เป็นอาร์ติแฟคระดับ B- เท่าที่มีการทดสอบใช้งานไปแล้วนั้น มันมีความสามารถในการเสริมพลังธาตุไม้และธาตุน้ำแข็งเป็นอย่างมากค่ะ ส่วนอีกความสามารถนั้นไม่สามารถบอกให้ทุกท่านทราบได้ขอบอกเพียงแค่ผู้ชนะการประมูลแล้วกันค่ะ ดาบเล่มนี้จะเริ่มประมูลที่ราคา 3 ล้านค่ะ ถ้าท่านใดสนใจก็กดปุ่มตรงหน้าของท่านเพื่อต่อราคาประมูลได้เลยค่ะ"

     "10 ล้านเดล" สุรเสียงที่ทำให้ทั้งห้องเงียบดังขึ้นมาจากสตรีในชุดราตรีสีฟ้าอ่อนเข้ากับเธอผู้มีผมสีฟ้าและดวงตาสีฟ้า

     เป็นเสียงที่ทั้งอ่อนหวานและทรงอำนาจในเวลาเดียวกัน เธอลุกขึ้นเดินขึ้นเวทีราวกับว่าชนะการประมูลไปแล้ว

     ซึ่งไม่มีใครกล้าจะประมูลแข่งกับเธอคนนี้อย่างแน่นอน เพราะเธอคือ หัวหน้าหน่วยกุหลาบน้ำเงิน "ไอรีน ฟรอส วาเลนเทียน่า"

     ผู้หญิงที่ถูกขนานนามว่า "กุหลาบน้ำแข็ง" ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าหญิงสาวมากมายในการฝึกฝนยกระดับพลังเวทมนตร์

     เธอผู้ที่ทั้งแข็งแกร่งและงดงามด้วยอายุ 37 ปี เธอกลายเป็นหัวหน้าหน่วยคุ้มกันทั้ง 12 ของเอเดนได้อย่างสมภาคภูมิ

     สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลวาเลนเทียน่าอย่างมากมายมหาศาล

     ถึงแม้รูปร่างเธอจะเทียบกับลิลี่หรือซูเหวินไม่ได้ เพราะ ไอรีนไม่ได้มีหน้าอกใหญ่ขนาดนั้น

     แต่ความสามารถของเธอบวกกับหน้าตาอันงดงามเกินวัยของเธอนั้นทำให้เธอดีเกินกว่าจะเอาเรื่องรูปร่างมาเป็นประเด็นเปรียบเทียบ

     ธาราคิดถึงเรื่องราวกับเกี่ยวกับหญิงสาวรูปงามในชุดสีฟ้าด้วยท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า

     "ถ้าจะกล่าวข้อเสียของผู้หญิงคนนี้คงจะมีแค่เรื่องเดียว คือ ความดื้อรั้นไม่ยอมฟังใครของเธอ"

     ในชีวิตก่อนของธารา หัวหน้าหน่วยไอรีนได้เข้าไปโจมตีสังหารพวกม๊อปได้อย่างมากมายแต่ก็แลกมาด้วยชีวิตของลูกหน่วยจำนวนมากเทียบเท่ากับพวกม๊อปที่สังหารไปจากความดื้อรั้นที่จะทำตามแผนของเธอ ส่งผลให้เธอนั้นโดนรุมทึ้งกัดกินร่างตายอย่างอเนจอนาถ

     "เธอได้ดาบกุหลาบเทาจากโรงประมูลนี้ นั้นทำให้ความเก่งกาจเธอพุ่งทะยานราวกับเสือติดปีกพร้อมกับอีโก้ของเธอด้วยเช่นกัน"

     คิดแล้ว ธาราก็อดถอนหายใจออกมาด้วยอ่อนเพลียไม่ได้ งานนี้ในอนาคต เขาคงต้องเตรียมแผนสำหรับรับมือกับความอีโก้สูงของเธอคนนี้อย่างแน่นอนแค่คิดเขาก็เครียดแล้ว

     "ฉันขอดาบด้วยค่ะ คุณลิลี่" ไอรีนเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะวางดาบอย่างสง่างาม

     ทุกกริยาบทของเธอสะกดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องมองอย่างหลงไหล แต่ไม่ได้ผลกับธาราที่ผ่านเรื่องราวกับไอรีนมาระดับหนึ่ง

     สิ่งที่เขามีให้กับไอรีน คือ ความเครียดและเบื่อหน่ายเท่านั้น ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร

     ซูเหวินเก็บท่าทีก่อนจะกล่าวปิดการประมูลพร้อมกับหยิบดาบส่งมอบให้ไอรีนโดยไม่มีใครคัดค้านแม้แต่คนเดียว

     "ถ้าอย่างงั้นดาบกุหลาบเทาจะตกเป็นของท่านไอรีน วอนด์ วาเลนเทียน่า ด้วยราคา 10 ล้านเดลค่ะ ขอเสียงตบมือให้ด้วยค่ะ"

     พูดจบก็มีเสียงตบมือดังไปทั่วอย่างยินดีให้กับอาวุธใหม่ของหัวหน้าหน่วยกุหลาบน้ำเงินอันเลื่องลือ

     ลิลี่เดินไปกระซิบอะไรกับไอรีนกันสองคน หลังจากนั้น ไอรีนก็ยิ้มอย่างมีความสุข 

     ก่อนที่ไอรีนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิมพร้อมกับเอามือลูบคล้ำดาบกุหลาบเทาอย่างชื่นชม

     ลิลี่นำเสนอสินค้าต่อไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งธาราก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจอะไรเป็นพิเศษ

     หลังจากนั่งฟังกึ่งหลับอยู่ประมาณสองชั่วโมง ธาราก็ได้เห็นสินค้าที่น่าสนใจเข้านั้นคือ "บันทึกของอิคารัส"

     บนโต๊ะกลางเวทีนั้นมีแผ่นหินอยู่โดยตรงขอบของแผ่นหินนั้นทำจากแร่ทอง ตัวของมันถูกแกะสลักด้วยอักษรโบราณ

     เจ้านี่เป็นของที่เขาเคยค้นพบมันหลังจากเมืองล้มสลายไปประมาณ 10 ปี เขาได้รับไอเท็มพิเศษที่มอบให้กับผู้ไขความลับของมันได้

     พลังที่เขาได้รับคือ "ย่ำเวหา" เวทที่มอบความสามารถให้ผู้ใช้เปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้อย่างอิสระ โดยที่ไม่ต้องเสียมานาแม้แต่น้อย เนื่องจากตัวมันเปลี่ยนพลังมานาจากรอบๆสร้างเป็นพื้นลมที่มองไม่เห็นจากความสามารถของมัน แต่มีข้อเสีย คือ เวลาในการใช้งานของมันที่ต่ำเป็นอย่างมาก เพียงแค่ 1-2 วิ ก่อนจะหายไปและใช้ได้มากสุดพร้อมกันแค่ 10 อัน โดยต้องรออันเก่าหายไปจึงจะใช้ใหม่ได้

     "นี่ คือ บันทึกของอิคารัสค่ะ ความสามารถของมันทางเราก็ไม่ทราบ จึงขอตั้งราคา 500,000 เดลค่ะ"

     "500,001 เดลครับ"

     ทั้งโรงประมูลถึงกับเงียบกริบโดยไม่ได้นัดหมายราวกับอึ้งในความหน้าด้านของเจ้าของเสียงหรืออะไรก็แล้วแต่

     ในตอนนี้ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คนเดียว ขนาดเฟยและเซลยังถึงกับอ้าปากค้างกับพฤติกรรมของเพื่อนสนิทพวกเขา

     ซูเหวินถึงกับกำหมัดแน่นในใจพร้อมกับปั้นสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุดเพื่อไม่ให้หลุดมาดอย่างยากลำบาก

     "500,001 เดล ครั้งที่ 1 ค่ะ"

     "ครั้งที่ 2 ค่ะ"

     "ครั้งที่ 3 บันทึกของอิคารัสตกเป็นของคุณ "อันโนว์" ในราคา 500,001 เดลค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ"

     เสียงตบมือในครั้งนี้เป็นเสียงที่แผ่วเบาที่สุดเท่าที่เคยมีการประมูลมาอย่างช่วยไม่ได้

     ใครจะไปคิดว่าจะมีคนหน้าด้านขนาดนี้มาประมูลเพิ่มจากราคาเดิมแค่ 1 เดลในโรงประมูลนี้แล้วยังไม่มีใครคิดต่อราคากับธาราเสียด้วยเนื่องจากบันทึกของอิคารัสนั้นเป็นไอเท็มที่นักวิจัยยังไขมันไม่ได้ ทุกทีจะโดนปล่อยผ่านไม่มีใครซื้อแต่มาครั้งนี้กับมีคนซื้อ

     ถึงแม้คนซื้อจะเป็นคนหน้าด้านหน้าทนถึงขนาดนี้ แต่โรงประมูลก็ยังเป็นโรงประมูล เธอก็ต้องทำงานอย่างมืออาชีพต่อไป

     หลังจากนั้นงานประมูลก็กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยอาร์ติแฟคอาวุธต่างๆมากมายที่ขายต่อจากบันทึกของอิคารัสที่ธาราซื้อมาด้วยราคาเพียง 500,001 เดลอย่างหน้าด้านหน้าทน

     เวลาก็ผ่านไปสิบนาที ไฟของห้องก็ปิดลงพร้อมกับเสียงประกาศที่กระตุ้นให้ตื่นเต้นของลิลี่ดังขึ้น

     "เอาละค่ะ ทุกท่าน ตอนนี้ก็มาถึงสินค้าไฮไลท์ประจำค่ำคืนนี้กันแล้วค่ะ โดยวันนี้มีทั้งหมด 6 อย่างด้วยกันค่ะ"

     ลูกค้าที่นั่งแถวหน้าเปิดใบสินค้าขึ้นดูก่อนจะถามแทรกลิลี่ขึ้นไปว่า

     "ไม่ใช่ว่ามี 5 สินค้าอย่างงั้นเหรอครับ คุณลิลี่"

     "ตอนแรกก็จะมี 5 อย่างนั้นแหละค่ะ คุณลูกค้า แต่พอดีว่าช่วงดึกก่อนเริ่มการประมูลนั้นมีลูกค้าไม่ประสงค์ออกนามนำสินค้าอีก 1 อย่างเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ ทำให้กลายเป็น 6 อย่างค่ะ"

     หลังจากได้ฟัง แขกคนนั้นก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะนั่งลง

     เมื่อเห็นแขกนั่งลง ลิลี่ก็กล่าวต่อ "งั้นขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประมูลที่จะถึงให้ดีค่ะ"

     ลิลี่ส่งสัญญาณให้พนักงานลากสินค้าออกมาทั้งหมด 6 ขันรถ ก่อนจะพูดต่อ

     "งั้นเรามาเริ่มกันที่ทางซ้ายมือของทุกท่าน ได้แก่" พนักงานเจ้าของรถก็ดึงผ้าออกเผยให้เห็นเกราะส่วนบนพร้อมปลอกแขนสีทองแดงส่งพลังออร่าสีแดงออกมาอย่างร้ายกาจ รอบตัวของมันปล่อยไอความร้อนออกมาจางๆ

     ธาราที่เห็นมันถึงกับกระพริบตาถี่ๆออกมาด้วยความตกใจไม่ได้

     "เกราะเพลิงทองแดง มันขายอยู่ที่นี่เหรอ เฮ้ย ไอ้เกราะมหาวิปโยคที่ทำเราซวยจนเกือบตายตั้งหลายครั้งก่อนจะโดนวาฬเพลิงกินไป"

     เกราะเพลิงทองแดงเป็นอาร์ติแฟคระดับ B+ ที่เสริมพลังธาตุไฟและพลังออร่าให้กับผู้สวมใส่จัดเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับนักเวทสายต่อสู้ระยะประชิดเป็นอย่างมาก ทำให้มันเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากจากเจ้าของคนแรกของมันที่มีชื่อว่า

     ลิลี่กล่าวแนะนำเกราะตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นว่า "นี่ คือ เกราะเพลิงทองแดง ที่มีความสามารถในการเสริมพลังธาตุไฟและออร่าเวทมนตร์ค่ะ เจ้าเกราะนี้จัดเป็นอาร์ติแฟคระดับ B+ ที่เพิ่งได้รับการค้นพบจากกิลด์วารีไพรค่ะ ราคาเริ่มต้นที่ 7.5 ล้านเดลค่ะ"

     หลังจากลิลี่พูดจบไม่ทันไรก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับชายผมทองสลับแดงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเดินเข้ามาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงราวกับคำรามว่า

     "25 ล้านเดล"

     ธาราที่เห็นเจ้าของเสียงก็ยิ้มอย่างยินดีออกมาพร้อมกับคิดด้วยความตื่นเต้นว่า

     "สมกับเป็นคนของตระกูลเลโอเรียล นิสัยราวกับราชสีห์แบบนี้เป็นทุกรุ่นจริงๆแหะ โดยเฉพาะคนนี้"

     เจ้าของเสียงนั้นมีชื่อว่า "ไคเซอร์ เลโอเรียล" เจ้าของเกราะเพลิงทองแดงคนแรกที่ทำให้ไม่กี่ปีหลังจากนี้ เกราะนี้จะมีราคามหาศาลมากกว่าที่เขาซื้อไปหลายเท่า

     ลิลี่มีท่าทางทำอะไรไม่ถูกก็พูดเสียงสั่นๆอย่างตื่นตกใจว่า "เออ 25 ล้านเดลนะค่ะ มีใครจะประมูลอีกไหมค่ะ"

     ทั้งโรงประมูลไม่มีใครขยับราวกับรู้ผลการประมูลในครั้งนี้ไปแล้ว ซึ่งก็เป็นอย่างงั้น

     "ถ้าอย่างงั้นเกราะเพลิงทองแดงจะตกเป็นของท่านไคเซอร์ เลโอเรียล ในราคา 25 ล้านเดลค่ะ ขอเสียงตบมือด้วยค่ะ"

     ไคเซอร์เดินไปหยิบเกราะเพลิงทองแดงมาใส่เสียดื้อๆพร้อมกับเดินลงมาด้วยรอยยิ้มกว้างที่ไม่เข้ากับบุคลิกของเขาอย่างแรง

     ก่อนจะถูกหยุดด้วยเสียงแค่นหัวเราะในลำคอของสาวงามผมฟ้าด้วยคำพูดเหน็บแหนมไม่เข้ากับรูปลักษณ์ของเธอว่า

     "ไม่นึกว่า คุณไคเซอร์จะมาโรงประมูลรอยัลแกรนด์บิชด์ด้วยนะค่ะเนี่ย เห็นปกติเขาร่วมกับนักล่าท่านอื่นๆซะส่วนใหญ่"

     ต้องบอกกันก่อนว่าทุกคนในเอเดนต่างทราบกันดีว่าไคเซอร์และไอรีนทั้งสองคนนั้นไม่ถูกกันมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน ทั้งสองถูกเปรียบเทียบเป็นไฟกับน้ำที่ไม่มีทางเข้ากันได้เลย

     ไคเซอร์ที่ได้ยินก็ถึงกับกัดฟันกรอดก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแล้วพูดตรอกกลับคู่รักคู่แค้นของตนว่า

     "นึกว่าใครที่ไหนทำเสียงแค่นหัวเราะน่าเกลียดแบบนั้นออกมาที่แท้ก็เป็นเธอเองเหรอ ไอรีน วอนด์ วาเลนเทียน่า"

     ไอรีนถึงกับคิ้วกระตุกก่อนจะพูดยิ้มๆด้วยเสียงสูงกลับว่า

     "ฉันก็คิดว่าใครเดินหัวทองแดงยังกับเอาไฟมาจุดใส่หัวกะจะดับไฟให้แล้วเนี่ย"

     ไคเซอร์กระตุกยิ้มออกมาก่อนจะพูดกดเสียงลงว่า

     "หล่อนจะหาเรื่องสีผมประจำตระกูลฉันให้ได้ใช่ไหม ยัยลานน้ำแข็งไอรีน"

     ไอรีนเมื่อได้ยินฉายานี้ถึงกับวีนแตกออกมาด้วยความหงุดหงิด เพราะมันดันไปแทงใจดำของเธอเรื่องหน้าอกอันราบเรียบของเธอ

     "ก็มาสิยะ ไอ้ไคเซ่อ"

     ไคเซอร์ที่ได้ยินฉายาที่ไอรีนเรียกเขาก็ถึงปรอทแตกพร้อมกับปล่อยพลังมานาออกมา

     ก่อนที่ทั้งสองจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทรุนแรงกันก็ได้ถูกเสียงหนึ่งพูดขึ้นว่า

     "ทั้งสองคน ใจเย็นลงหน่อยไหมครับ หนูไอรีนแล้วก็เจ้าหนุ่มไคเซอร์ด้วย"

     ผู้ที่พูดนั้นอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มรับกับผมสีฟางข้าวและใบหน้าหวานให้บรรยากาศสุภาพและอ่อนโยน

     "เห็นแก่ท่านลุงอีเลียดจะยอมให้แกสักครั้งละกัน ไคเซ่อ"

     "เหอะ ฉันต่างหากที่ต้องพูดแบบนั้นน่ะ ยัยลานน้ำแข็งไอรีน" 

     พูดจบ ไอรีนและไคเซอร์ก็สะบัดชายเสื้อของตนเดินออกจากโรงประมูลไป

     ทิ้งชายที่มีชื่อ "อีเลียด" ที่ได้แต่ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกไว้กลางห้องจัดประมูลสินค้า

     โดยที่รอบๆบริเวณนั้นมีบรรยากาศชวนกระอักกระอ่วนที่ทั้งสองคนทิ้งไว้อย่างหน้าตาเฉย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 651 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

718 ความคิดเห็น

  1. #698 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 04:02
    มันน่าจะมีเรทในการบิทนิ อย่าทีละ100 1000 1/10ของราคาไรงี้ เป็นของแพงทั้งที
    #698
    0
  2. #402 Fikusa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 12:50
    ออร่าตัวปัญหาจัดเต็มเลย
    #402
    0
  3. #93 ADSAASA (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 00:43
    ขอบคุนคับ
    #93
    0
  4. #5 ErizMaster (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 23:01
    ทำไมมีนิดเดียวตอนนี้
    #5
    1
    • #5-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 23)
      13 พฤศจิกายน 2562 / 23:03
      10 หน้า A4 เลยนะครับนั้น

      อาจจะเพราะ ประโยคคำพูดมันเยอะก็ได้ครับ เลยทำให้บรรทัดโดยรวมมันดูน้อยน่ะครับ
      #5-1