Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 2 : พบเจอและระบบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,061 ครั้ง
    14 ธ.ค. 62

 
          "ทำไม ฉันลืมตาไม่ได้ แล้วยังความรู้สึกร่างกายหนักแบบแปลกๆอีก"

          ร่างกายของเขาไม่ยอมทำตามคำสั่งเจ้าของมันแม้แต่น้อยราวกับไม่ใช่ร่างกายของเขายังไงอย่างงั้น 

          แต่ชายหนุ่มก็ไม่ลดละความพยายามที่จะลืมตาให้ได้ เขาเริ่มเดินพลังจากบริเวณท้องน้อยก่อนจะค่อยๆกระจายมันไปทั่วทั้งร่าง

          โดยเริ่มจากการรับรู้ถึงร่างกายและมานา ทำให้ร่างกายเริ่มมีความรู้สึกมากขึ้น เริ่มขยับนิ้วได้ทีละนิ้วก่อนตามด้วยมือ ข้อศอก แขน ขา คอแล้วหลังจากเริ่มขยับร่างกายได้บ้างแล้ว

          เขาก็เริ่มเดินพลังมานาไปตามเส้นมานาต่างๆทั่วร่างแล้วเดินพลังเข้าสู่ดวงตาจนเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่ออกมาจากดวงตาของเขา

          "ไม่เคยรู้สึกว่าเปลือกตามันหนักขนาดนี้มาก่อนเลย"
              
          หลังจากพยายามอยู่นานในที่สุด เขาก็สามารถลืมตาจนได้ สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือ ห้วงมิติที่เหมือนกับห้วงทะเลลึกอันมืดมิดที่มีแสงระยิบระยับออกมาพร่างพรายคล้ายหมู่ดาวอย่างสวยงาม ภายในมิตินี้นั้นให้ความรู้สึกที่ทั้งว่างเปล่าและน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
               
          "ที่นี่ มันที่ไหนกัน ฉันจำได้ว่าใช้เวทจิตย้อนเวลา หรือว่า นี่ คือ ผลลัพธ์ของมันงั้นเหรอ"

          ธารา หรือ ชายชราเจ้าของเวทจิตย้อนเวลาได้เรียบเรียงความคิดและปะติดปะต่อเรื่องราวที่กำลังเผชิญอยู่อย่างมีสติพร้อมทั้งสำรวจ
รูปร่างหน้าตาของตัวเองเท่าที่ทำได้ โดยใช้มานาเพื่อสำรวจร่างกายตัวเองจนได้ข้อสรุปว่าเป็นตัวของเขาเองในวัย 16 ปีที่มีรูปร่างผอมหุ่นดี 
ส่วนสูงประมาณ 174 ซม. ผิวขาว ใบหน้าได้รูปไม่ได้หล่อมากมายแต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร มีผมยุ่งสีดำและดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวกับทะเลลึก 
ถ้าเทียบหน้าตาของเขาเป็นคะแนนก็คงจะประมาณเจ็ดสิบกว่าๆเกือบแปดสิบคะแนน

          "เวทจิตย้อนเวลา ล้มเหลวงั้นเหรอ แต่ทำไม ฉันถึงมีรูปร่างเป็นตัวเองตอนอายุ 16 ปีล่ะ ตัวจริงฉันอายุ 73 ปี แต่ถ้าสำเร็จแล้วที่นี่คือไหนหรือว่าจะเป็นเพราะทฤษฎีเรื่อง พลังชีวิตและห้วงเวลา ไม่ก็เป็นทฤษฎีความเชื่อทางวิญญาณที่เมื่อคนเราตายจะได้พบ เห็น และสัมผัสช่วงที่ตัวเองมีความสุขมากที่สุดกันนะ"

          หลังจากคิดแล้วคิดอีกก็คิดไม่ออกสักที เขาก็เลิกที่จะคิดให้เปลืองสมองและเริ่มหาทางรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้อย่างมีสติแต่แล้วก็มีเสียงปริศนาดังเข้ามาในหัวของเขา

          "ยินดีที่ได้พบ มนุษย์คนสุดท้าย"

          "เสียงนี้มันใครกัน แล้วทำไม เหมือนเราได้ยินเสียงนี้โดยตรงจากในหัวของเราเลยล่ะ" 

          "ก็เพราะ ข้าพูดให้เจ้าได้ยินโดยตรงยังไงล่ะ มนุษย์เอ๋ย"

          "แกเป็นใคร ต้องการอะไรจากฉัน ออกมาซะ"

          หลังจากที่ธาราพูดจบก็มีแสงเข้าโอบล้อมมิติที่เหมือนทะเลนี้ก่อนที่ชายหนุ่มจะรู้สึกเหมือนร่วงลงมาจากที่สูงและกระแทกเข้ากับพื้นในมิติที่เหมือนห้องสีขาวขนาดสุดลูกหูลูกตาและได้เห็นชายแก่รูปร่างสูงใหญ่ ดูแข็งแรง น่าเกรงขาม มีสายตาแข็งกร้าว หน้าตาองค์อาจสมชายชาตรี ผมขาวแสดงถึงภูมิปัญญา นวดเครายาวถึงคอ ใส่ชุดราวกับหลุดมาจากยุคกรีก

          "ทีนี้ เจ้าคงคุยกับเราดีๆได้แล้วสินะ มนุษย์คนสุดท้ายเอ๋ย" 

          ธาราที่กำลังจะลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของชายชราตรงหน้าก็ถึงกับเข่าทรุดลงพื้นราวกับขาไม่มีเรี่ยวแรงจะยืนอย่างไม่ทราบสาเหตุ

          "เสียงนี่มันอะไรกัน รู้สึกเหมือนโดนกดทับด้วยภูเขาเลย"

          เขาต้องกัดฟันข่มความเจ็บปวดและรวบรวมสติตอบกลับไปอย่างนอบน้อมและมีมารยาทเท่าที่เป็นไปได้

          "ท่าน คือใครกัน แล้วต้องการอะไรจากผมกันแน่"

          ชายชราที่ได้ยินก็มีสีหน้าพึงพอใจและปลดพลังที่กดทับออกจากตัวของคู่สนทนาพร้อมกับพูดต่อราวกับไม่มีอะไรว่า

          "ข้าแค่อยากจะคุยกับเจ้าในฐานะของเทพเจ้าเท่านั้น ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น"

          ธาราเมื่อได้ฟังก็ถึงกับตัวแข็งค้างไป พร้อมกับทำสีหน้าปั้นยากที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ งุนงงและไม่พอใจ เพราะถ้าชายชราตรงหน้าเป็นตัวตนตามที่กล่าวอ้างจริงแล้วล่ะก็สาเหตุของเรื่องราวทั้งหมดก็มาจากคนตรงหน้าเขาไม่ใช่เหรอ แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดมากไปกว่านั้นก็ได้หยุดความคิดลง เพราะฉุกคิดเกี่ยวกับคำพูดหนึ่งเข้า

          "เหมือนเจ้าจะคิดได้นะ ว่าข้าต้องการพูดอะไรกับเจ้าน่ะ" หลังจากพูดจบ ชายชราที่เรียกตัวเองว่า "พระเจ้า" ก็สร้างชุดโต๊ะเก้าอี้พร้อมกับเชิญชวนให้ธารานั่งลงคุยกับเขา ซึ่งตัวของธารานั้นไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธอะไรได้อยู่แล้ว

          "ท่านต้องการจะพูดกับผมเรื่องอะไรล่ะครับ แล้วยังเรื่องมนุษย์คนสุดท้ายอีก ท่านหมายความว่ายังไงกันแน่"

          พระเจ้าเมื่อได้ยินคำถามก็ยิ้มมุมปากพร้อมพูดว่า 

     "ก็ตามที่ข้าพูดแล้วก็ตามที่เจ้าคิดด้วย มนุษย์คนสุดท้ายบนโลกยุคที่เจ้าอยู่นั้น คือ เจ้า ยังไงล่ะ"
               
          ราวกับโดนค้อนเหล็กทุบเข้าที่ศีรษะอย่างแรงนั้นคือ ความรู้สึกของธาราในตอนนี้ ทั้งรุนแรงและโหดร้ายอย่างที่สุด

          "เอาล่ะ มาย้อนความเรื่องโลกของเจ้าตามความรู้และความเข้าใจของเจ้ากันก่อนดีกว่า ก่อนที่ข้าจะพูดเรื่องที่ต้องการจะพูดต่อ"

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          โลกใบนี้หรืออีกชื่อ "เอเทอนัล" นั้นจะว่างดงามก็งดงามจะว่าโหดร้ายก็โหดร้าย ผู้คนในยุคสมัยนี้นั้นต้องจับมือร่วมกันอย่างช่วยไม่ได้ เพราะไม่งั้นจะถูกล่าสังหารและจับไปเป็นอาหารให้กับพวกปิศาจ
 
          ปี ค.ศ.2064 ก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่สามขึ้นได้มีรอยแยกมิติออกมาจากความว่างเปล่าพร้อมกับเสียงที่ได้ยินไปทั้งโลกพูดว่า

          "พวกเจ้ามนุษย์ได้ทำลายโลกที่เรารังสรรค์ไว้มากเกินไป เราจึงขอมอบการลงทัณฑ์ให้พวกเจ้า มนุษย์เอย จงเอาชีวิตรอด เรียนรู้และปรองดองกันให้ได้เสีย มิเช่นนั้นก็จงสูญพันธ์ุไปพร้อมกับทิฐิไร้สาระและเห็นแก่ตัวของพวกเจ้าเสียเถอะ ก่อนจากไปข้าขอมอบพลังเพื่อใช้เอาชีวิตรอดให้เป็นของขวัญสุดท้ายแล้วจงจำไว้ว่าข้าเฝ้ามองพวกเจ้าอยู่"

          หลังจากเสียงนั้นสิ้นสุดลงก็เกิดโศกนาฎกรรมลุกลามไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เพื่อความอยู่รอดทุกประเทศทั่วโลกได้จับมือร่วมกันสร้างกำแพงขนาดยักษ์ที่มีชื่อว่า "เดอะเกรทวอลล์" มันสร้างขึ้นมาจากศิลามานาและองค์ความรู้วิทยาการทางเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจากชิ้นส่วนของปิศาจและการศึกษาเกี่ยวกับรอยแยกมิติ ส่วนพื้นที่อยู่อาศัยนั้นต่างค่อยๆถูกปิศาจจู่โจม ไม่ก็ประสบเคราะห์กรรมทั้งจากมนุษย์ฆ่าฟันกันเองและจากภัยธรรมชาติ
               
          จนในที่สุดทุกประเทศทั่วโลกต้องสร้างพื้นแผ่นดินเพื่อเอาตัวรอดจากวิกฤตในครั้งนี้ โดยใช้ส่วนหนึ่งของพื้นที่ทวีปในส่วนที่ติดทะเลและส่วนที่พื้นดินอุดมสบบูรณ์ทั้งหมดเท่าที่เป็นไปได้ประกอบเข้าด้วยกันจนกลายเป็นแผ่นดินเดียวขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีพื้นที่หลายล้านตารางกิโลเมตรที่ในตอนหลังได้ถูกเรียกว่า "เอเดน" ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่มีชื่อว่า "ประวัติศาสตร์และความเสียใจของมนุษยชาติ" เขียนโดย เฟเดอริค สปริงค์

          รอยแยกมิติ หรืออีกชื่อ อบิส คือ มิติปริศนาที่มีความเป็นเอกเทศน์ในตัวมันเอง ทุกมิตินั้นมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน อบิสที่เกิดขึ้นในเขต
ตัวเมืองนั้นจะถูกเรียกว่า "ดันเจี้ยน" มีตั้งแต่ระดับ F จนถึง A โดยอบิสนั้นก็คือทางที่พวกปิศาจใช้เข้ามายังโลกใบนี้
          วิธีทำลายอบิสหรือดันเจี้ยนนั้นคือ การทำตามเงื่อนไขของอบิสนั้นๆ เช่น “อบิสระดับ A อันหนึ่ง เงื่อนไขในการทำลายตัวอบิส คือ 
ให้กวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งหมด ก็ต้องทำตามนั้น” ไม่งั้นอบิสนี้ ก็จะไม่หายไปเป็นต้น 

          ซึ่งทุกอบิสนั้นจะมีเงื่อนไขการผ่านไม่เหมือนกันแต่โดยส่วนมากแล้ว คือ การสังหารมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอบิสนั้นๆ หรือที่เรียกตามศัพท์เกมส์ว่า "บอส" ลงก็จะเป็นการพิชิตอบิสและสูญสลายไปในที่สุด
               
          ส่วนปิศาจนั้น มีหลายสายพันธ์มีตั้งแต่สัตว์ประหลาดตามเทพนิยายและวรรณกรรมชนิดต่างๆทั้งออร์ค ก๊อปลิน สไลม์ และอื่นๆอีกมากมาย เรียกโดยรวมว่า "มอนสเตอร์" หรือ "ม็อป" และมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากที่ไหนเป็นสิ่งมีชีวิตปริศนาที่ไม่มีตามหนังสือหรือตำนานอะไรเลย พวกมันถูกตั้งชื่อให้ว่า "วอยด์"

          วอยด์ คือ สิ่งมีชีวิตรูปแบบพิเศษ มีพลังมากกว่าปิศาจทั่วไปหลายเท่า โดยในประวัติศาสตร์นั้นมีการปรากฎออกมาทั้งสิ้น 5 ครั้ง 

          1. ปี ค.ศ. 2064 วันแห่งการพิพากษา (Judgment day) วอยด์ตัวนี้ ถูกตั้งชื่อว่า "อโพคาลิปส์" มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์หมาป่า 
มีเกล็ดอยู่ตามตัวสีดำและยังมีเปลือกสีขาวปกคลุมรอบตัวคล้ายเกราะของอัศวินและมีหางคล้ายดาบขนาดใหญ่มีขนาดตัวประมาณ 15 เมตร 
น้ำหนัก 50 ตัน รอบตัวปล่อยพลังมานาออกมาตลอดเวลา ทำลายประเทศไปทั้งหมด 11 ประเทศ และยังสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศทางธรณีวิทยาของประเทศยูเครนอย่างที่ยากต่อการแก้ไข ถูกสังหารในปี ค.ศ. 2078 ด้วยความร่วมมือของสหภาพ โดยสหภาพเกิดขึ้นมาจากความร่วมมือของทุกประเทศทั่วโลก

          2. ปี ค.ศ. 2147 เดียโบลเป็นปิศาจขนาดยักษ์ สูง 50 เมตร น้ำหนัก 500 ตัน รูปร่างคล้ายกระทิงรอบตัวเต็มไปด้วยเกราะที่แข็งแกร่ง 
มีผิวทั้งร่างเป็นสีน้ำตาลกลืนไปกับพื้นดิน สามารถว่ายน้ำได้ สถานที่แรกที่ปรากฎตัวคือ เกาะสมุยและได้สังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยมจนหมดหลังจากนั้นได้จมเกาะสมุยทิ้งพร้อมว่ายมาเกาะภูเก็ตและทำแบบเดียวกันกับเกาะสมุย ถูกสังหารโดยหน่วยอัศวินโต๊ะกลม ตัวแทนประเทศอังกฤษ หลังจากเดียโบลโดนสังหารได้มีการลงมติสร้าง "เดอะเกรทวอลล์" อย่างเป็นทางการ 

          3. ปี ค.ศ. 2288 คัสเตอร์เป็นปิศาจขนาดกลาง สูง 30 เมตร น้ำหนัก 5 ตัน มีรูปร่างคล้ายมดรูปร่างมนุษย์ขนาดยักษ์ มีปีกคล้ายด้วงขนาดยักษ์ ทำลายกำแพงทางตอนเหนือของเดอะเกรทวอลล์ได้ถึงระดับภัยขั้น 4 ก่อนถูกสังหารลงโดยพันเอกออก้า ไมเยอร์จากประเทศรัสเซีย เหตุการณ์นี้ ทำให้มีประเทศที่เคยหลบซ่อนเข้าร่วมกับทางสหภาพเป็นจำนวนมาก

          4. ปี ค.ศ. 2413 ดีซาสเตอร์เป็นปิศาจรูปแบบสร้างมลภาวะ สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศ มีขนาดตัว 20 เมตร 
น้ำหนัก 30 ตัน มีรูปร่างเป็นก้อนหินขนาดยักษ์ ทั้งตัวเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบ ทำลายพื้นที่แถบขั้วโลกเหนือทั้งหมดรวมถึงสร้างมลภาวะชนิดไร้ทางแก้ไข ผู้สังหารได้แก่ กองพันที่ 17 ของประเทศไทย พวกเขาได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษเนื่องจากความเสียสละเข้าไปสังหารมันอย่างกล้าหาญ

          5. ปี ค.ศ. 2515 เทอร์ทีนเป็นปิศาจรูปแบบนางพญาขนาดยักษ์ด้วยขนาดตัว 50 เมตรและน้ำหนัก 300 ตัน มีรูปร่างคล้ายนางพญาปลวก มันสามารถผลิตลูกออกมาโจมตีและเรียนรู้ ลูกของมันมีหน้าตาเป็นปลวกแต่ยืนสองขาแบบมนุษย์ เทอร์ทีนได้นำลูกของมันบุกเข้าโจมตีเดอะเกรทวอลล์เป็นเวลาเกือบ 20 ปีถึงจะสามารถสังหารมันลงได้ด้วยแผนการของนายพลจางเว่ย โดยได้รับความเสียหายถึงระดับภัยขั้น 9 ซึ่งอยู่ในจุดวิกฤตสูงสุดเท่าที่เคยก่อสร้างเดอะเกรทวอลล์ขึ้นมา

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 
          
          "นั้นคือ เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับปิศาจที่เจ้ารู้ยามเมื่อยังเยาว์สินะ มนุษย์คนสุดท้ายเอ๋ย" เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจสุดหยั่งราวกับตัวตนที่ไม่สามารถเทียบเคียงได้พูดกับเขา

          "ก็ตามที่ท่านพูดนั้นล่ะครับ พระเจ้า" เขาเรียบเรียงความคิดอยู่นานในขณะที่ฟังพระเจ้าตรงหน้าพูดเรื่องที่อยู่ในความทรงจำและความเข้าใจของเขาออกมาก็ได้พูดในสิ่งที่สงสัย

          "ท่านต้องการอะไรจากผมกันแน่ ถึงได้พูดเรื่องนี้ให้ผมฟังกัน หรือ ท่านจะบอกว่าที่ผมมาอยู่ต่อหน้าท่านได้คือ ผลลัพธ์ของ
เวทจิตย้อนเวลาที่ทำให้ผมมาเจอท่านได้กันแน่ล่ะครับ ท่านพระเจ้า"

          พระเจ้าพยักหน้าตอบรับคำพูดของธาราพร้อมกับพูดต่อว่า "ถูกของเจ้าแล้วด้วยความพยายามของเจ้าตลอดมาข้าจึงตัดสินใจว่าจะมอบโอกาสให้มนุษยชาติอีกครั้ง โดยมีเจ้าเป็นตัวแทนยังไงล่ะ"
                    
          "มีผมเป็นตัวแทน ท่านจะบอกว่าจะส่งผมไปตามกลไกเวทมนตร์ที่ผมสร้างโดยมีเงื่อนไขตามที่ผมต้องการสินะครับ"

          "เข้าใจอะไรได้เร็วดี งั้นมาเข้าเรื่องกันเลย ข้าจะส่งเจ้าไปตามเงื่อนไขเวทย์ที่เจ้าเขียนขึ้น วันที่ 11 เดือน มีนาคม ปี ค.ศ. 2655 และแถมพลังให้เจ้าไปหนึ่งอย่าง ตามความเข้าใจของเจ้าก็คงจะคล้ายระบบของเกม โดยมีเจ้าแค่คนเดียวเท่านั้นที่สามารถเห็นมันได้ เจ้าสิ่งนี้จะทำให้เจ้าสามารถดูได้ว่าตัวเองพัฒนาไปถึงระดับไหนได้อย่างง่ายดายและยังทำให้เจ้าพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย แต่นั้นก็ทำให้เจ้ามีโอกาสแค่ครั้งเดียว ถ้าผิดพลาด เจ้าจะไม่สามารถใช้เวทย์ที่เจ้าเรียกว่า "เวทจิตย้อนเวลา" ได้อีกต่อไป เจ้าจะตกลงรับคำข้าไหมล่ะ มนุษย์"

          ธาราที่ได้ยินนั้น ยิ้มออกมาอย่างไม่ปกปิด พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวว่า "แน่นอนครับ ผมจะทำ
ถ้ามันทำให้ผมแก้ไขความผิดพลาดในตอนนั้นได้ละก็ให้ทำอะไรผมยอมทำทั้งนั้นต่อให้ท่านส่งไปตายก็ไม่เกี่ยงเลย โอกาสครั้งเดียวก็เหมือนเดิมไม่ใช่เหรอครับ พวกเรามนุษย์ก็มีชีวิตเดียวอยู่แล้ว เงื่อนไขเหมือนเดิมแบบนี้ ผมไม่ตอบรับก็แย่แล้วล่ะครับ"

          "ดีมาก งั้นก็จงรับไป"

          เขารู้สึกได้ถึงพลังปริศนาบางอย่างปะทุออกมาจากร่างพร้อมกับความรู้ความเข้าใจในการใช้งานราวกับว่าเขารู้อยู่ก่อนนานมากแล้ว

          เพียงแค่เขาคิดว่า "สเตตัส" ตรงหน้าของเขาก็ปรากฎเห็นหน้าจอข้อมูลที่คล้ายหน้าจอโฮโลแกรมที่บอกความสามารถของเขา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ชื่อ : ธารา เทพพิทักษ์     อายุ 16 ปี   ระดับเวทมนตร์ : นักเวทย์ฝึกหัดขั้นกลาง     
ระดับธาตุ : มืด C ไฟ E สายฟ้า D
สถานะพิเศษ : ไม่มี
สกิล
     ธาตุมืด
-     อำพราง [Stealth] lv. 4 เวทย์ระดับ D
-     บอลเงา [Shadow Ball] lv. 1 เวทย์ระดับ F
-     เขี้ยวเงา [Shadow Fang] lv. 1 เวทย์ระดับ E
-     เงาตรึงร่าง [Shadow Blind] lv. 1 เวทย์ระดับ D
     ธาตุไฟ
-     บอลไฟ [Fire Ball] lv. 1 เวทย์ระดับ F
-     แสงหิ่งห้อย [Firefly] lv. 8 เวทย์ระดับ F : เวทแสงไฟ เอาไว้นำทางและสามารถควบคุมได้ดั่งใจ
     ธาตุสายฟ้า
-     บอลสายฟ้า [Lightning Ball] lv. 1 เวทย์ระดับ F
-     คลื่นสายฟ้า [Lightning Wave] lv. 1 เวทย์ระดับ E
     ทั่วไป
-     เสริมพลัง [Enchant] lv. 1 เวทย์ระดับ F : เสริมพลังตามที่ต้องการ ใช้ได้ทั้งร่างกายและสิ่งของที่สัมผัส เป็นเวทย์อเนกประสงค์

ทักษะ
แปรธาตุ [Alchemy] lv. 1 ระดับ E : ทักษะในการสร้างสิ่งของต่างๆ โดยใช้วงเวทแปรธาตุตามสูตรข้อมูลและสิ่งของตามที่สูตรแปรธาตุกำหนด
ระบบ [SYSTEM] : พรจากพระเจ้าที่ธาราได้พบด้วยความบังเอิญจึงได้รับพรมาเพื่อช่วยเหลือในการพัฒนาตัวเองของธารา

     - หน้าต่างสเตตัส (STATUS) เอาไว้ดูเข้อมูลกี่ยวกับสกิล (บทร่ายเวทมนตร์) ทักษะ และการพัฒนาในด้านเวทมนตร์ต่างๆ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          หลังจากสังเกตจนพอใจ ธาราก็ได้คิดให้หน้าต่างตรงหน้าหายไป ซึ่งมันก็หายไปตามที่เขาคิดนั้นทำให้เขารู้ว่าเขาสามารถใช้งานทักษะที่ชื่อว่า “ระบบ” ได้ดั่งใจนึกแล้วยังไม่มีใครสามารถเห็นมันได้แบบที่เขาเห็นอีกด้วย 

          พร้อมกับกล่าวขอบคุณพระเจ้าอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

          "ขอบคุณมากครับ ที่ให้โอกาสผมอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมากจริงๆครับ" ในขณะที่พูดนั้น ธาราก้มหัวเพื่อแสดงถึงความขอบคุณก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาที่เขาคิดว่าเหือดแห้งไปหมดแล้วเมื่อวันนั้น บัดนี้ หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายราวกับว่าความรู้สึกผิดทั้งหมดของเขาได้รับการให้อภัย

          พระเจ้านั้นทำเพียงแค่ยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับสร้างวงเวทย์ขึ้นมาเพื่อที่ส่งคนตรงหน้าของเขาไปในช่วงเวลาที่เขาปรารถนา 
ก่อนที่ชายหนุ่มตรงหน้าของเขาจะหายไปนั้นก็ได้กล่าวอวยพรให้กับการเดินทางอีกครั้งของชายหนุ่ม

          "ขอให้เจ้าโชคดี ธารา"

          แล้วชายหนุ่มที่มีชื่อว่า "ธารา" ได้ถูกกลืนหายไปในแสงของเวทมนตร์มากมายนับไม่ถ้วน

               
               
               
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.061K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #639 Pisit Yuragate (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 08:44
    สมุยบ้านผมโดนถล่มแล้ว
    #639
    0
  2. #563 Zerojager (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 11:51
    ขนาดตัวกับน้ำหนักนี่ไม่สมกันมาก สูง50เมตรแต่น้ำหนักแค่500ตัน ยิ่งกว่าไม้เสียบผีอีก

    ส่วนสูงขนาดนี้มวลน้ำหนักอย่างต่ำต้อง50, 000ตันขึ้นแล้วนะครับ/อันนี้ชี้แจงเฉยๆนะ
    #563
    1
    • #563-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      22 ธันวาคม 2562 / 11:53
      ขอไปดูข้อมูลสัตว์ประหลาดยักษ์มาอ้างอิงก่อนนะ เดียวไรท์แก้ให้
      #563-1
  3. #548 Maolhao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 00:46
    รู้สึกงง​ ๆ​ กับแนวนิยายหน่อย​ ๆ​ เป็นสไตล์​ไหน​ ดูจากการเขียนมันปนเปเหลือเกินที่ส่งออกผ่านมาจากตัวหนังสือ​ บางอย่างที่น่าจะอธิบายให้รายละเอียดหน่อยกลับข้าม​ อันไหนลงดีเทลน้อย​ ๆ​ ได้กลับมาซะเยอะ​ มันทำให้เรื่องดูเบา​ ๆ​ ไม่มีปมอะไรมากมาย​ ให้ดูน่าลุ้นว่าจะมีอะไรต่อไป​
    #548
    0
  4. #326 3sidtha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 08:22
    เทพพระเจ้าไม่มีนะ​

    มีแต่​ เทพเจ้า​ ....
    #326
    0
  5. #299 มิเอกิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 16:47

    ขอให้แทนตัวเองว่าผมดีกว่าใช้คำว่าฉันจะดูดีกว่าเพราะคำว่าฉันมันแปลกๆถ้าเป็นผู้ชายส่วนเนื้อเรื่องดีมากคะ ขอให้พยายามต่อไปคะ
    #299
    1
    • #299-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      13 ธันวาคม 2562 / 16:51
      ผมมันดูสุภาพเกินไปน่ะครับ
      #299-1
  6. #240 Fikusa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 07:40
    ทำไมไม่ย้อนไปเป็นทารกเลยล่ะนั่น เวลาเตรียมการจะได้เพิ่มขึ้น 16 ปี
    #240
    0
  7. #199 lukung2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 01:20
    ถ้าไม่รับข้อเสนอ​ของพระเจ้าก็ไม่มีระบบใช้แต่จะย้อนมากี่รอบก็ได้บางทีไม่รับอาจจะคุ้มกว่า
    #199
    2
    • #199-1 azxcv98765(จากตอนที่ 2)
      10 ธันวาคม 2562 / 09:11
      โอ้....
      #199-1
    • #199-2 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      10 ธันวาคม 2562 / 10:44
      ไม่รับไม่ได้หรอกครับ ธาราก้ำกึ่งจะใช้เวทย้อนจิตผิดพลาดแล้วครับ

      แต่พระเจ้าเข้ามาช่วยทำให้สำเร็จแล้วถ้าเจ้าตัวไม่รับก็ตายฟรีสิครับ

      แถมพลังจากพระเจ้าโดยตรง ผมว่า "ไม่รับสิ" แปลกครับ เพราะพระเจ้ามอบพลังให้ด้วยองค์เองเลยนะครับ

      แถมไม่มีอะไรการันตีนะครับ ว่าพระเอกจะใช้ย้อนจิตเวลาสำเร็จอีกหรือป่าวด้วยนะครับ
      #199-2
  8. #197 Samart Thongsawang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 21:22
    ว่ายจากสมุยไปภูเก็ต​มันไกลนะต้องอ้อมไปแหลมมาลายูนุ่นเดินบนฝั่งข้ามจากฝั่งอ่าวไทยมาอันดามันน่าจะไปกว่าว่ายน้ำนะ
    #197
    0
  9. #141 Zanzar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 14:17
    ยมเหตุผลดีที่พระเจ้าจะช้วยบางเรื่องนีพระเจ้าทำตัวไม่สมเป็นพระเจ้าเลย
    #141
    0
  10. #110 tanntd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 01:39
    ตรงประมาณบนๆหน่อย ล่วง—>ร่วง
    เเล้วก็ตรงย้อนอดีต รุกราม—>ลุกลามนะครับ ขอบคุณครับ
    #110
    3
    • #110-2 tanntd(จากตอนที่ 2)
      5 ธันวาคม 2562 / 01:42
      เพิ่งได้เข้ามาอ่าน ภาษาสวยมาก เป็นกำลังใจให้ไรต์นะครับ
      #110-2
    • #110-3 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      5 ธันวาคม 2562 / 01:53
      ขอบคุณครับ
      #110-3
  11. #103 Reader (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 20:09

    วรรคที่3 ตอนพยายามลืมตา อายุพระเอก 74 ปีแล้ว น่าจะแทนตัวว่าชายชรามากกว่า

    #103
    1
    • #103-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      3 ธันวาคม 2562 / 20:12
      ขอบคุณครับ ลืมไปว่าตอนนั้น เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าตัวเองกลับเป็นหนุ่มอีกครั้งแล้ว
      #103-1
  12. #75 ADSAASA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:13
    ขอบคุนคับ
    #75
    0
  13. #71 Good One D@y (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 15:47

    เราคิดว่าตัวเอกอยู่มานานจนชอบพูดกับตัวเองแฮะ แต่อ่านแล้วไม่งงนะ อธิบายดี แค่ขำ ปกติคนเขียนมักเลี่ยงวลีแทนตัวของตัวเอกชาย โดยตัดคำว่าฉันออก ทั้งๆที่ใช้ได้ทั้งชายหญิง มันเลยไม่ค่อยชินแต่นานๆทีจะได้อ่านนิยายแบบนี้ ที่ไม่ฮาเร็ม ขอบคุณที่เขียนบอกไว้นะคะ

    #71
    1
    • #71-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      2 ธันวาคม 2562 / 16:03
      ตามนั้นแหละครับ
      #71-1
  14. #64 ppp011 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 12:27
    เเค่มีคำว่าไม่ฮาเร็มผมก็พร้อมที่จะกดเข้ามาดูเเล้ว
    #64
    1
    • #64-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      2 ธันวาคม 2562 / 12:06
      ยินดีครับ
      #64-1
  15. #38 mirror image (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:18
    นั่น(ไม้เอก)/นั้น(ไม้โท) ผิดหลายจุดอยู่นะ
    แล้วก็ทั้งตอนเลย คำว่า ละ ต้องเป็น ล่ะ
    #38
    4
    • #38-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      26 พฤศจิกายน 2562 / 22:25
      ขอบคุณมากครับ จะเอาไปแก้ให้ถูกต้องอีกทีนะครับ

      แต่ขอถามไว้เป็นวิทยาทานหน่อยนะครับ ว่า นั่น(ไม้เอก)/นั้น(ไม้โท) มันใช้ตอนไหนบ้างเหรอครับ
      #38-1
    • #38-4 แมวง๊าว >////<(จากตอนที่ 2)
      2 ธันวาคม 2562 / 09:32
      พอเราคิดตามแล้วมันใช้ยากจริงๆด้วยอ่ะ อันนี้ลองหาในเน็ตมา
      นี่-นั่น มักตามด้วยกริยา หรือบุพบท เช่น
      อยู่นี่ มานี่ กินนี่ อยู่นั่น ไปนั่น กินนั่นกินนี่
      อยู่ที่นี่ มาที่นี่ กินที่นี่ อยู่ที่นั่น ไปที่นั่น กินที่นั่น


      นี้-นั้น มักตามด้วยคำนาม, ลักษณนาม เช่น

      ถนนนี้ บ้านนี้ คนนี้ ณ ที่นี้ ถนนนั้น บ้านนั้น คนนั้น
      ถนนสายนี้ บ้านหลังนี้ คนคนนี้ ถนนสายนั้น บ้านหลังนั้น คนคนนั้น
      #38-4
  16. #24 Parichat1009 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 14:04
    ชอบมากภาษาสวยมากกกกกแต่ที่ชอบที่สุดก็ไม่ฮาเร็มค่ะ
    #24
    1
    • #24-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 14:20
      ขอบคุณครับ
      #24-1
  17. #12 quinn_811 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 22:54
    ภาษาดีมาก ;-;
    #12
    1
    • #12-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 2)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 01:13
      ยังมี พิมพ์ผิดๆถูกๆอยู่เลยครับ ทุกวันก็จะมาย้อนดูคำผิดคำถูกของตอนเก่าๆอยู่เสมอน่ะครับ
      ตอนนี้ยังตอนไม่เยอะ ยังเช็คได้น่ะครับ
      #12-1
  18. #7 Ragnarzero (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 19:03
    ขอบคุณครับ สนุกมาก
    #7
    0