Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 19 : เบต้าที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 710 ครั้ง
    30 พ.ย. 62


          ตอนเช้า เวลา 05.15 น. วันจันทร์ที่ 8 เมษายน ปี ค.ศ. 2655

          ธารากำลังอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิอยู่ พร้อมกับปล่อยไอพลังมานาออกมารอบตัวคุมตัวของเขาเอาไว้ ผู้ใช้พลังสายต่อสู้จะเรียกว่า 
"ออร่า"

          ธาราปล่อยออร่าออกมารอบตัวก่อนจะค่อยๆทำห้มันบางลงเรื่อยๆจนแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

          ถ้าตอนนี้ ผู้ใช้ออร่ามาเห็นเขาละก็ต้องบอกว่าธารานั้นเป็น "อัจฉริยะ" อย่างแน่นอน แต่ตัวของธารานั้นรู้ดีที่สุดว่ามันไม่ใช่แบบนั้น

          ทักษะที่เขาใช้อยู่ตอนนี้ คือ "การควบคุมออร่าและกดพลัง" เขาทำมันมาตลอดช่วงวันหยุด โดยปล่อยให้ทั้งสองสหายหยุดพักได้ตามใจ

          ส่วนตัวของธาราก็ได้ใช้เวลาในช่วงหยุดสองวัน ไปกับการฝึกควบคุมออร่าและกดพลัง จนตอนนี้ ทักษะทั้งสองเขานั้นอยู่ในระดับ B+

          จากเดิมที่ทักษะทั้งสองนั้นเริ่มแค่ระดับ C แต่ภายในสองวันเขากับทำให้มันกลายเป็นระดับ B+ ได้

          ต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนนั้น ธารานั้นรู้ดีที่สุด คติประจำใจของเขา "ความพยายามไม่เคยทรยศ" นั้น ใช้ได้เสมอมา

          ตัวของเขานั้นไม่เคยประมาทแม้แต่น้อย เขาทบทวนทุกเรื่องภายในสมองอย่างละเอียดรอบคอบอยู่เสมอ

          วันนี้ เขาจะต้องไปทดสอบเลื่อนระดับให้ผ่านและได้รับใบอนุญาติสำรวจดันเจี้ยนระดับเดียวกับนักเรียนคลาสอัลฟ่า

          เพื่อที่เขาจะสร้างกิลด์ของเขาเองขึ้นมาและเพื่อไม่ให้ตัวเองโดดเด่นมากเกินไปจากนักศึกษาอัลฟ่าขั้นสูงคนอื่น

          ธาราฝึกกดพลังอย่างเอาเป็นเอาตายมาตลอดสองวันจนระดับทักษะกดพลังของเขานั้นเกือบจะเลื่อนระดับเป็นระดับ A- อยู่แล้ว

          "ทักษะควบคุมมานา เลเวลอัพเป็นเลเวล 8"

          "ทักษะควบคุมออร่า เลเวลอัพเป็นเลเวล 7"

          "ทักษะกดพลัง เลเวลอัพเป็นเลเวล 9"

          ในตอนนี้ ถ้ามีผู้ใช้พลังระดับจอมเวทย์มาเห็นเขาก็คงเห็นเขาแค่ระดับนักเวทย์ฝึกหัดขั้นกลางทั้งที่ความจริงเขาอยู่ขั้นนักเวทย์ขั้นกลาง

          ออร่ามานาของเขานั้นบางชนิดที่แทบจะมองไม่เห็น ธาราที่พึงพอใจแล้วก็ได้สะบัดมือออก ออร่ามานาที่คุมรอบร่างก็อันตธานหายไป

          ธาราเดินไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินออกจากบ้านไปก่อนเวลาหกโมงเช้า

          เขาเดินทางมาถึงห้องก่อนจะวางกระเป๋าไว้เพื่อบอกให้เฟยและเซลที่ตามมาได้รู้ว่าเขามาถึงโรงเรียนแล้ว ก่อนจะเดินออกจากห้องเรียนเพื่อไปยังห้องสมุดของสถาบันที่อยู่ถัดไปอีกอาคาร

          ห้องสมุดสถาบันนั้นด้านในเต็มไปด้วยหนังสือเวทมนตร์ระดับตั้งแต่ทั่วไปจนถึงระดับสูง มีทั้งแบบอ่านได้ทั่วไปและเช่าซื้อเพื่ออ่าน

          ซึ่งแน่นอน ธาราในชีวิตก่อนนั้นเป็นแฟนพันธ์แทนของห้องสมุดนี้จนเรียนจบ

          สามารถบอกได้เลยว่าความรู้ทางเวทมนตร์เกินครึ่งของธารานั้นได้มาจากหนังสือในห้องสมุดนี้เป็นส่วนมาก

          ส่วนที่เหลือนั้นได้จากประสบการณ์จากการเอาตัวรอดอันโชกโชนและเหล่าคนที่เขานับถือ

          เมื่อเดินเข้ามาในห้องสมุด ตรงเคาน์เตอร์บรรณารักษ์ตรงหน้าของเขานั้นมีอาจารย์หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่

          ธาราที่เห็นก็ได้กล่าวทักทายอย่างมีมารยาทว่า "สวัสดี ตอนเช้าครับ อาจารย์ลินดา"

          อาจารย์สาวที่ชื่อลินดาก็ได้หันมาตามเสียงเรียกก็เจอเข้ากับลูกศิษย์ดีเด่นของเธอก่อนจะกล่าวตอบ "สวัสดีจ๊ะ นักเรียนธารา วันนี้มายืมหรือเช่าซื้อหนังสืออะไรละ เราน่ะ"

          ลินดา ชื่อเต็ม ลินดา แม็คเวล เป็นหนึ่งในคนที่ธารานับถือจากใจจริง เพราะเธอคือ คนที่แนะนำเขาให้เข้าเรียนคลาสอัลฟ่าถึงแม้เขาจะปฏิเสธไปก็ตามพร้อมกับให้ความช่วยเหลือในช่วงที่เขาเรียนตลอดเวลา 7 ปี ตั้งแต่เรียนหลักสูตรขั้นต้น 3 ปีและอีก 4 ปีขั้นสูง ถึงแม้ปีที่ 4 จะยังเรียนไม่จบเทอมแรกก็เกิดเรื่องนั้นขึ้นซะก่อนก็ตาม

          โดยครอบครัวของลินดานั้นเป็นนักเวทย์มีชื่อเสียงด้วยระดับพลังอัศวินเวทย์ขั้นต้นด้วอายุเพียง 26 ปี ทำให้เธอเป็นที่หมายปองจากผู้ชายและขุนนางมีชื่อมากมาย

          เธอเรียนอยู่ในคลาสอัลฟ่าโดยไม่ได้ดูถูกคลาสเบต้าแบบคนอื่นๆแถมยังมีเพื่อนคลาสเบต้ามากมาย

          ลินดานั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในคณาจารย์ระดับสูงของสถาบันด้วยความสามารถที่สูงและยังเคยถูกชวนให้เข้าร่วมกับกองกำลังป้องกันกำแพงจากหน่วยกุหลามน้ำเงินอีกด้วย

          ลินดาจัดได้ว่าเป็นคนสวยเลยทีเดียวด้วยรูปร่างราวกับนางแบบ หุ่นทรงนาฬิกาทราย ใบหน้าเรียวเล็ก ตาคมออกทะเล้น ถ้าเธอไม่ตัดสินใจเป็นนักเวทย์ก็สามารถหากินด้วยอาชีพนางแบบได้อย่างสบายๆนั้นทำให้เธอเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนทั้งชายและหญิง

          ธารายิ้มก่อนจะพูดว่า "วันนี้ ผมว่าจะดูหนังสือเวทจู่โจม ธาตุสายฟ้า ระดับ C น่ะครับ อาจารย์พอจะมีเวทแนะนำบ้างไหมครับ"

          โดยในใจก็ลอบมองอาจารย์สาวคนสวยของห้องเขาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกับคนอื่นอย่างสิ้นเชิง 

          เพราะว่าความสวยของเธอนั้นทำให้เธอประสบกับโชคชะตาเลวร้ายที่สุดสำหรับผู้หญิง

          เธอโดนปิศาจจับไปข่มขืนและตายอย่างทรมานจากการให้กำเนิดปิศาจอยู่นานถึงสิบปีจนสิ้นใจไปในรังของปิศาจโดยไร้ทางสู้

          ยุคสมัยในอนาคตนั้นช่างโหดร้ายกับอิสตรีอย่างไม่น่าให้อภัย ตอนที่เขาเห็นอาจารย์ของเขาในสภาพแม่ของเหล่าปิศาจนั้น

          เขาได้แต่ทอดถอนหายใจออกมาด้วยความสงสารก่อนที่เขาจะสังหารเธอให้หลุดพ้นจากโชคชะตาอันเลวร้ายที่ได้รับมาอย่างยาวนาน

          ธาราในตอนแรกที่ได้เห็นอาจารย์สาวคนนี้ลอบสาบานในใจว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น เพราะ ถ้ามันเกิดขึ้นคนที่จะโดนไปด้วยก็คือ แม่และน้องสาวของเขา ซึ่งต่อให้เขาตายก็จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

          ลินดาเปิดหาข้อมูลเกี่ยวกับเวทสายฟ้าให้เขาก่อนจะแนะนำเวทย์ "แหลนสายฟ้า" ให้กับเขา ก่อนจะพูดแนะนำเขาด้วยความหวังดีว่า

          "ธารา ครูแนะนำให้เธอย้ายเข้าเรียนคลาสอัลฟ่านะ ถ้าเธอเปลี่ยนใจ ครูจะเป็นคนไปคุยกับพวกผู้ใหญ่ให้เอง"

          ธาราส่ายหน้าแล้วตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มอย่างขอบคุณว่า "ไม่ละครับ อาจารย์ เพื่อนของผมเฟยและเซล ผมอยากจะก้าวหน้าไปพร้อมกับพวกเขามากกว่าเข้าไปเรียนกับคนในคลาสอัลฟ่าที่ส่วนมากชอบดูถูกคนอื่นน่ะครับ"

     ในใจก็ลอบเสียใจออกมานิดหน่อยที่อาจารย์คนสวยของเขาดันแนะนำเวทบทถนัดของเขาทั้งที่ก็มีบทร่ายเวทย์ตั้งหลายพันบทแท้ๆทำไมต้องเป็นแหลนสายฟ้าที่เขาใช้บ่อยที่สุดด้วยนะ

          ลินดาได้แต่เงียบด้วยความอึดอัดอย่างช่วยไม่ได้ราวกับคำพูดของธารานั้นทำให้เธอจุกจนไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ เพราะเรื่องที่นักเรียนตรงของเธอพูดนั้นก็เป็นความจริงที่เธอไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ถึงจะมีคนที่ไม่ดูถูกนักเรียนคลาสเบต้าแต่จะกี่สักกี่คนละจากนักเรียนคลาสอัลฟ่าทั้งหมด

          ธารายิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มปลอบใจให้กับอาจารย์สาวตรงหน้าของเขาก่อนจะพูดต่อ "อาจารย์ไม่ต้องรู้สึกผิดนักหรอกครับ ระบบแบบนี้มันไม่ได้เริ่มมาจากยุคอาจารย์นะครับ แต่มีมาตั้งเกือบสามร้อยปีจนกลายเป็นธรรมเนียมแย่ๆของสังคมไปแล้วนะครับ"

          "ถ้าจะเปลี่ยนแปลงระบบนี้ ก็ต้องมีคนสร้างคำตอบที่เด็ดขาดขึ้นมาจนเถียงไม่ออกเท่านั้นแหละครับ ถึงจะเปลี่ยนได้"

          ลินดาไม่พูดอะไร ก่อนจะยื่นหน้าจอซื้อขายของเวทย์แหลนสายฟ้าให้กับธารา ปรากฎเป็นแต้ม 15,000 แต้ม

     ธาราอดน้ำตาร่วงในใจไม่ได้ก่อนจะกัดฟันจ่ายแต้ม 15,000 แต้มเพื่อซื้อแหลนสายฟ้ามาพร้อมคิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยเขาก็ใช้มันปกปิดเรื่องเวทแหลนสายฟ้าที่ปกติเขาไม่ควรจะใช้ได้

          ธารารับมันมาจ่ายแต้มเพื่อซื้อบทร่ายก่อนจะเดินออกไปจากห้องสมุด ทิ้งให้ลินดาทบทวนเรื่องที่ได้ยินอยู่เงียบๆในห้องสมุด

          เมื่อแยกตัวจากลินดามาได้ ธาราก็ได้เดินกลับไปอาคารเรียนหลักก่อนจะเดินไปยังห้องปกครองเพื่อยื่นเรื่องสอบเลื่อนระดับนักเวทย์

          หลังจากยื่นเรื่องเสร็จ เขาก็เดินไปกินข้าวที่โรงอาหารสถาบันก่อนจะเดินกลับเข้าห้องเรียนของเขาที่ตอนนี้ พวกเฟยและเซลนั่งรออยู่

          ก่อนที่จะทักทายกันและกันแล้วคุยสัพเพเหระรอเวลาเริ่มเรียนอย่างสนุกสนาน

          หลังช่วงเที่ยงก็ได้มีเสียงประกาศดังขึ้นไปทั่วสถาบันระหว่างที่พวกเขาทั้งสามกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด

          "ขอให้นักศึกษา ธารา เทพพิทักษ์ มาที่สนามประลองเวทมนตร์เพื่อเข้าทดสอบเลื่อนระดับนักเวทย์ด้วยครับ ขอย้ำ"

          เฟยและเซลเมื่อได้ยินถึงกับพูดไม่ออก จะด่าก็ด่าไม่ได้ ก่อนที่เฟยจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆว่า

          "นี่ แกไปยื่นเรื่องขอสอบเลื่อนระดับแล้วเก็บเงียบยังงี้อ่ะนะ ธาร ไอ้เพื่อนเวร"

          "น่าๆ ไม่เห็นไปอะไรเลย เซอร์ไพรส์ไง พวก เซอร์ไพรส์"

          เซลก็ทำหน้าเหนื่อยใจพร้อมเอามือก่ายหน้าผากแล้วพูดว่า "มากไปวะ ธาร มากไปจริงๆ"

          เฟยทำหน้าราวกับเพิ่งคิดเรื่องที่ต้องการจะถามมาทั้งวันได้ก่อนจะถามเขาว่า "เออ ว่าจะถามตั้งแต่วันนั้นละ สรุป ตอนนี้ แกระดับพลังเท่าไหร่แล้ววะ"

          ธารายิ้มอย่างช่วยร้ายก่อนที่บอกให้ทั้งสองยื่นหูมาใกล้ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สามคนว่า "นักเวทย์ขั้นต้นไง"

     แน่นอนว่าเขาตอแหลเพื่อปกปิดระดับพลังที่แท้จริงของเขา

          สองสหายถึงกับสำลักอากาศก่อนจะได้ตะโกนโวยวายออกมาก็โดนไอ้ตัวดีตรงหน้าพวกเขาเอามือมาปิดปากเอาไว้พร้อมพูดเสียงเบา

          "ฉันรู้ว่าพวกแกตกใจนะ แต่ถือว่าฉันขอร้องละกัน เก็บเรื่องนี้เป็นความลับให้รู้กันแค่พวกเราพอ"

          เฟยและเซลก็พยักหน้าตอบรับ ก่อนที่ธาราจะค่อยๆปล่อยมือออกจากปากพวกเขาทั้งสองคน

          พวกเขาทั้งคู่ตอนนี้ ไม่รู้เลยว่าจะทำหน้ายังไงเลยตอนนี้ ตั้งแต่แรกพวกเขาคิดว่าคอยถ่วงความเจริญคนตรงหน้าแต่กลายเป็นว่าตอนนี้ พวกเขากลายเป็นระดับนักเวทย์ฝึกหัดขั้นกลาง ส่วนเพื่อนคนเก่งของพวกเขากลายเป็นนักเวทย์ขั้นกลางแถมเลื่อนระดับทั้งหมดในเวลาแค่เกือบเดือนทั้งที่ปกติ นักเวทย์ฝึกหัดไปนักเวทย์นั้นใช้เวลาอย่างต่ำเกือบหนึ่งปี

          แต่ตอนนี้ พวกเขาใช้เวลาน้อยจนน่าเหลือเชื่อ โดยพวกเขาเลื่อนจากระดับผู้ใช้เวทย์เป็นนักเวทย์ฝึกหัดภายใน 10 วัน ถ้าใครรู้คงบอกว่าพวกเขาฟันเฟือนเป็นแน่แท้

          ส่วนธารานั้นแล้วใหญ่เลยจากระดับนักเวทย์ฝึกหัดกลายเป็นนักเวทย์เลยนะ แถมขั้นกลางซะด้วย จะให้พวกเขาพูดอะไรได้ละนอกจากคำว่า "ร้ายกาจ"

          แต่ด้วยแผนการและการวางแผนของเพื่อนสุดเทพของพวกเขาจึงทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

          ธาราก็ชวนทั้งสองคนไปสนามประลองเพื่อทดสอบเลื่อนระดับ ก่อนที่จะแยกตัวกับพวกเฟยเพื่อเข้าไปทดสอบเลื่อนระดับ

          เมื่อมาถึงสนามประลอง ด้านในสนามประลองเต็มไปด้วยผู้คนเหมือนวันที่เขาประลองกับชไนเดอร์ในวันนั้น

          ฝูงคนที่รออยู่เมื่อเห็นเจ้าของชื่อเดินเข้ามานั้นก็ต่างจับจ้องมาที่เขาเป็นสายตาเดียว

          คณาจารย์ที่ยืนรออยู่ก็ประกาศหัวข้อการทดสอบให้เขาฟัง

          "เอาละ นักศึกษา ธารา เทพพิทักษ์ การทดสอบเลื่อนระดับนั้นจะให้เธอทำการร่ายเวทย์ระดับ C ทั้งหมดสิบครั้ง ทำได้หรือป่าว"

          ยังไม่ทันพูดจบ ธาราก็ได้เรียกแหลนสายฟ้าออกมาทั้งหมดสิบอันอยู่ด้านหลังเขา

          สร้างสายตาตื่นตระหนกตกใจให้กับผู้คนทั้งสนามประลองไม่เว้นแม้แต่คณาจารย์ที่มาดูการสอบ

          ลินดานั้นเมื่อเห็นก็ถึงกับอึ้งในความสามารถของลูกศิษย์ของเธอก่อนจะอดยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นไม่ได้และคิดในใจว่า

          "เธอซ่อนความสามารถไว้ขนาดไหนกันแน่นะ ธารา เทพพิทักษ์"

          ธาราที่เห็นสายตาเชิงดูถูกของอาจารย์ตรงหน้าก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดูแคลนกลับไปว่า

          "เมื่อกี้ อาจารย์พูดว่าอะไรนะครับ ทำได้หรือป่าวเหรอครับ ช่วยนับที่อยู่ด้านหลังของผมให้หน่อยสิครับ"

          อาจารย์ชายตรงหน้านั้นถึงกับมีสีหน้าโมโหออกมา แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ เพราะตัวเองก็หลุดเสียมารยาทออกไปเช่นกัน

          "ครบตามจำนวน" เมื่อได้ยินธาราก็สลายแหลนสายฟ้าทั้งหมดก่อนที่อาจารย์ตรงหน้าจะพูดต่อว่า

          "งั้นมาทดสอบต่อสู้เวทมนตร์ ขอความร่วมมือนักศึกษาระดับนักเวทย์คนใดคนหนึ่งมาทดสอบความสามารถให้เพื่อนหน่อยครับ"

          พูดจบ ก็มีนักศึกษาชั้นปี 2 คลาสอัลฟ่าคนหนึ่งยกมือขึ้นก่อนจะกระโดดลงมาบนลานประลองก่อนจะพูดว่า

          "งั้นผมขอเป็นคนทดสอบให้รุ่นน้องคนนี้เองครับ อาจารย์"

          "เจ้านี่ ถ้าจำไม่ผิดมันชื่อว่า "เมอร์ฟีย์ ไฮเซน" เป็นไอ้ขี้หลีที่พอเรียนจบก็คอยตามจีบอาจารย์ลินดานี่หว่า"

          เมอร์ฟีย์นั้นมองมาที่ธาราอย่างถือดีด้วยระดับพลังที่เหนือกว่าของเขาที่ตอนนี้อยู่ระดับนักรบเวทย์ขั้นกลาง

          เขามองธาราราวกับเหยื่อ โดยมีตัวเขาออกล่าเป็นอาหาร สำหรับเมอร์ฟีย์นั้นรุ่นน้องที่ชื่อ "ธารา" ก็ไม่ต่างกับลูกแกะให้เขารังแกเท่านั้น

          โดยไม่ได้รู้เลยว่ากำลังจะเจอหมาป่าหุ้มหนังแกะยืนอยู่ตรงหน้า แถมเป็นหมาป่าปิศาจเสียด้วย

          เมอร์ฟีย์พูดทักทายธาราด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองแต่ก็จิกกัดคนอวดดีตรงหน้าไปโดยที่สายตาของเขายังไม่เปลี่ยนไปว่า

          "ยินดีที่ได้รู้จักครับ น้องธารา คลาสเบต้า" สร้างเสียงกรี้ดจากสาวๆคลาสอัลฟ่าที่เป็นแฟนคลับของเขาได้เป็นอย่างดี

          ธาราก็ยิ้มตอบก่อนจะหันหลังเดินไปเข้าที่รอเริ่มการประลอง สร้างความหงุดหงิดให้เมอร์ฟีย์เป็นอย่างมาก

          แต่เขาก็เก็บสีหน้าได้เป็นอย่างดีก่อนจะถอยไปเข้าที่อย่างช้าๆโดยพูดว่า

          "เดี่ยวพี่อ่อนให้ละกันนะ จะได้ผ่านได้ง่ายๆ" แน่นอนว่าเขาโกหก ทุกคนที่รู้จักเขานั้นเรียกเขาว่า "โฉดหน้ายิ้ม"

          เพราะความซาดิสต์ของเขาบวกกับหน้าตาดูดีทำให้มีแฟนคลับสาวสายมาโซอยู่พอสมควร

          อาจารย์ได้นำกำไลคุ้มกันมาใส่ให้กับพวกเขาก่อนจะเดินถอยไปด้านหลัง

          ก่อนจะกล่าวกำหนดสัญญาณเริ่มการแข่งขันก่อนจะพูดว่า "การประลองจะเริ่มในสาม สอง หนึ่ง เริ่ม"

          เมื่อสิ้นเสียง แหลนสายฟ้าก็ได้พุ่งเข้าใส่เมอร์ฟีย์ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ก่อนที่เขาจะถูกส่งออกนอกสนามไปอย่างรวดเร็ว

          ทั้งสนามประลองไม่มีใครพูดอะไรออกมาราวกับทุกคนเป็นใบ้พูดไม่ได้ยังไงอย่างนั้น

          เหตุการณ์ตรงหน้านั้นรวดเร็วจดพวกเขานั้นมองไม่ทัน เฟยและเซลที่เคยเห็นแล้วนั้นถึงกับหันไปมองรอบด้วยรอยยิ้มกว้าง

          โดยในตอนนี้ เมอร์ฟีย์ ไฮเซน ตัวเขากำลังยืนหน้าซีดเผือดอยู่นอกลานประลองพร้อมกับหลั่งเหงื่อออกมาอย่างหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ

          ธาราก็เดินไปปลายสนามที่เมอร์ฟีย์ยืนอยู่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า "ขอบคุณนะครับ รุ่นพี่ที่อ่อนให้ถึงขนาดแพ้ในพริบตาเลย"

          "ถ้ารุ่นพี่ไม่อ่อนให้ผมขนาดนี้ คงทำไม่ได้หรอกครับ จะมีใครในคลาสอัลฟ่าทำได้ขนาดนี้กัน ว่างั้นไหมครับ รุ่นพี่เมอร์ฟีย์ คลาสอัลฟ่า"

          พร้อมกับส่งสายตาเย็นเหยียบราวกับน้ำแข็งมองลงไปที่เมอร์ฟีย์อย่างดูถูกดูแคลน

          เมอร์ฟีย์ที่เห็นสายตาของธาราก็พลันหน้าซีดหนักกว่าเดิมก่อนจะตัวสั่นออกมาราวกับเห็นภูติผีปิศาจ

          ก่อนที่คนทั้งหมดในสนามจะได้พูดอะไร ธาราก็ได้ตะโกนเข้าใส่เมอร์ฟีย์ด้วยเสียงอันดังราวกับคำรามว่า

          "ไปให้พ้นหน้าฉันซะ อย่ามาโผล่หน้าให้ฉันเห็นอีกละ ไอ้กระจอกอัลฟ่าเอ๋ย"

          คำพูดของเขานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายต่อคลาสอัลฟ่าจนทุกคนในที่นั้นรู้สึกได้ นับภาษาอะไรกับเมอร์ฟีย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดละ

          เมอร์ฟีย์นั้นหน้าซีดตัวสั่นวิ่งออกจากสนามประลองไปอย่างทุลักทุเลหมดรูปจนน่าสมเพช ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำมูกน้ำตาจนดูทุเรศ

          อาจารย์ที่คุมสอบเลื่อนระดับนั้นถึงกับหมดคำจะพูด ก่อนจะได้ประกาศอะไรนั้น

          ธาราก็เดินออกจากสนามไปราวกับว่าไม่สนใจเรื่องตรงหน้าอย่างสง่าผ่าเผย

          โดยที่พวกของชไนเดอร์ที่เคยมาหาเรื่องเขานั้น ตอนนี้มีสีหน้าแทบจะไม่ต่างกับเมอร์ฟีย์เมื่อกี้ก็ไม่ปานตัวสั่น หน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด

          เฟยยิ้มกว้างด้วยความสะใจก่อนจะโห่ร้องด้วยความยินดีโดยไม่สนใจคนรอบข้างว่า "ไอ้ธาร แมร่งเอาวะ"

          เซลร้องเสริมว่า "เจ๋งเป็นบ้าเลยวะ เพื่อนพวกเราเนี่ย" พูดจบพวกเขาก็แท็กมือกันก่อนจะเดินออกจากสนามไปอย่างมีความสุข

          ทิ้งให้ทั้งคนทั้งหมดในสนามนั้น ทำหน้าไม่ถูก คลาสเบต้านั้นส่วนมากต่างยิ้มกว้างออกมาอย่างปิดไม่มิด ส่วนทางด้านคลาสอัลฟ่านั้นมีตั้งแต่รอยยิ้มไปจนถึงใบหน้าโกรธจัด

          อาจารย์คอปเปอร์นั้นตอนแรกก็ไม่ชอบขี้หน้าธาราอยู่แล้วนั้นก็เกลียดหนักกว่าเดิมซะอีกพร้อมหันไปมองด้วยความมุ่งร้าย

          ส่วนชไนเดอร์ที่เกลียดและชิงชังธาราเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้นก็เกลียดชังมากขึ้นไปอีก สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังราวกับว่าธารานั้นเคยไปทำร้ายพ่อแม่ของเขามา

          อาจารย์ลินดายิ้มกว้างด้วยความยินดีราวกับได้รับรู้คำตอบของคำถามที่เธอตามหามาเนิ่นนานพร้อมพูดด้วยเสียงอันเบาราวกับกระซิบว่า 
"ต้องมีคนสร้างคำตอบที่เด็ดขาดนะ เจ้าลูกศิษย์ตัวแสบ ธารา เทพพิทักษ์ สงสัยครูต้องไปคุยเธอเป็นการส่วนตัวสักหน่อยแล้วละนะ"

          โดยเรื่องราวในวันนี้นั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และธรรมเนียมทางการศึกษาอันไร้ความยุติธรรมที่มีชื่อว่า "คลาสอัลฟ่าและคลาสเบต้า"

          ซึ่งมีธาราเป็นจุดศูนย์กลางในฐานะ "เบต้าที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 710 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #396 Fikusa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 12:01
    จุดเปลี่ยนความเทพของคนในนอนาคตคืออะไรล่ะนั่น
    #396
    0
  2. #177 อ่านหนังสือ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 15:26
    คล้ายๆมังงะที่เคยอ่านเลยของจีนไม่ก็เกาหลีเนี่ยแหละ
    #177
    2
    • #177-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 19)
      8 ธันวาคม 2562 / 15:44
      ของญี่ปุ่นครับ ชื่อ "จิมมี่หมัดเหล็ก" ของวิบูลกิจย์ ครับ
      #177-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #89 ADSAASA (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 00:16
    ขอบคุนคับ
    #89
    0
  4. #59 MR.Mastergod (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 13:18
    อายุ75แต่การกระทำดูเด็กอะ
    #59
    2
    • #59-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 19)
      30 พฤศจิกายน 2562 / 13:44
      ดีมาดีกลับ ร้ายมาร้ายยิ่งกว่าไงครับ
      เป็นใครก็ไม่อยากโดนหาเรื่องทุกวันหรอกครับ
      #59-1
    • #59-2 YorchKunG(จากตอนที่ 19)
      2 ธันวาคม 2562 / 10:13
      ผมว่าไม่เด็กนะครับ มันไม่เชิงดีมาดีกลับ แต่เหมือนสร้างจุดร่วมมากกว่าครับ
      #59-2
  5. #43 mirror image (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 18:34
    เหลนสายฟ้าธาราใช้ได้อยู่แล้วนี่ ถ้าซื้อหนังสือเวทย์มาเพื่อให้คนอื่นไม่สงสัยว่าใช้ได้ยังไงก็น่าจะอธิบายเพิ่มไว้ด้วยนะ
    แล้วก็บทพูดของลินดาก่อนจบตอนมันแปลกๆ มีคำไหนตกหล่นหรือเปล่าอะ
    #43
    0
  6. #19 Chick_FTG (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 09:37
    ตัวแซบ นี่ไรท์หมายถึง ตัวแสบ รึเปล่า
    #19
    1
    • #19-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 19)
      20 พฤศจิกายน 2562 / 11:59
      ครับ เหมือนจะพิมพ์คำนี้ ผิดประจำเลยครับ
      #19-1