Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 11 : สำรวจและออกล่า [ตอนปลาย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 686 ครั้ง
    23 พ.ย. 62

          วันเดียวกัน เวลา 16.07 น.

          สองชั่วโมงหลังจากที่พวกเขาก็เก็บกวาดแกนเวทย์ของฝูงแพะเขาดาบ ด้านหน้าของพวกเขามีฝูงกวางขนเสืออยู่

          กวางขนเสือนั้นจะมีเขาคล้ายกับกวางมูสและมีขนลายเสือโคร่งแต่กับตัวจ่าฝูงกวางขนเสือนั้นขนของมันจะเป็นสีขาวและขนของมันะมีลวดลายคล้ายกับของเสือดาวแล้วยังเขาของมันที่ส่องแสงสีน้ำตาลอ่อนออกมา ซึ่งทำให้ง่ายต่อการสังเกตความแตกต่างได่อย่างเห็นชัดเจน

          โดยพื้นที่รอบข้างของฝูงกวางขนเสือนั้นเป็นที่ราบลุ่มปลายป่าติดกับแอ่งน้ำขนาดใหญ่ยากต่อการลอบโจมตี นั้นทำให้พวกเขาใช้แผนการเดียวกับตอนจัดการแพะเขาดาบไม่ได้อีก

          ธาราสังเกตพื้นที่พร้อมกับตั้งคำถามเพื่อให้สหายทั้งสองของเขาไขคำตอบออกมาให้เขา

          "เอาละ นี่ คือ คำถาม ตอนนี้ เป้าของพวกเราอาศัยพื้นที่ราบลุ่มติดแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เราจะเข้าโจมตีพวกมันยังไงให้สูญเสียทรัพยากรน้อยที่สุด"

          เฟยและเซลนั้นมีสีหน้าครุ่นคิด โดยธาราปล่อยให้เพื่อนทั้งสองของเขาคิดแผนการในส่วนนี้ เนื่องจากถ้าให้เขาคิดแผนการทั้งหมดด้วยตัวเอง เพื่อนสองคนของเขาก็จะไม่มีการพัฒนาในด้านไวพริบและการพลิกแผลงสถานการณ์เลยแม้แต่น้อย

          ตัวธารานั้นหวังแค่ให้เพื่อนของเขานั้นสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันหรือวิกฤตได้ด้วยตัวเอง จึงต้องให้สหายทั้งสองของเขาคอยช่วยเหลือและคิดค้นแผนต่างๆร่วมกับเขา

          เฟยเอามือทุบเข้าหากันก่อนจะพูดคำตอบของคำถามตามแนวคิดของเขาให้ธาราและเซลฟัง

          "เท่าที่ดูตอนนี้ พวกเราไม่สามารถลอบโจมตีได้อย่างแน่นอน อันนี้ ฉันคิดว่าพวกนายคงคิดแบบเดียวกัน" ธาราและเซลพยักรับคำพูดก่อนจะปล่อยให้เฟยพูดต่อ

          "งั้นพวกเราควรจะล้อมเป็นสามทิศ โดยฉันอยู่ทิศตะวันออก เซลทิศตะวันตก แล้วธารคอยคุมทิศใต้ที่เป็นทางหนีที่ใหญ่ที่สุด"

          เซลถามกลับไปว่า "ทำไม ฉันถึงอยู่จุดนี้ละ เฟย"

          เฟยให้คำตอบกับเซลในเรื่องนี้ว่า "เพราะทางตะวันออกเท่าที่ฉันเห็นตรงนั้นจะมีหญ้าสูงเท่าเอวของพวกเราอยู่ ซึ่งฉันสามารถใช้ไฟเผาปิดทางหนีทิศนั้นได้ยังไงละ แผนนี้ นายคิดว่าไง ธาร"

          ธาราไม่ตอบก่อนจะชี้นิ้วไปทางเซลแล้วถามว่า "แผนนายละ เซล ฉันอยากฟังของนายอีกคน ก่อนที่ฉันจะบอกแผนของฉันให้ฟัง"

          "แผนของฉันคือ ให้พวกนายใช้ไฟเผารอบบริเวณเพื่อให้ไฟคลอกพวกกวางจนตาย แต่แผนนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่ตรงที่พวกเราไม่รู้ว่าแอ่งน้ำขนาดใหญ่ตรงนั้น มันลึกหรือไม่ลึกแล้วกวางพวกนี้นั้นว่ายน้ำได้หรือไม่ได้กันแน่ ทำให้แผนนี้มีแต่จุดบอดเต็มไปหมดเลย แต่ก็แลกกับความปลอดภัยและไม่เสียทรัพยากรเลยละนะ นายคิดว่ายังไงกับแผนนี้ละ ธาร"

          ธาราเมื่อได้ฟังแผนการของทั้งสองคนก็กล่าวตอบไปว่า

          "แผนของเฟยนั้น มีความเสี่ยงน้อยสุด แต่ก็น่าจะสูญเสียทรัพยากรไประดับหนึ่ง ส่วนของนายเซล แผนของนายนั้นเป็นแผนที่ดีนะ แต่มีปัจจัยล้มเหลวเยอะเกินไป ถ้านายมีปัจจัยในการแก้แผนการมันก็นับเป็นแผนที่สมบูรณ์แบบเลยละนะ"

          เฟยกล่าวเสริมธาราในเรื่องแผนของเซลไปอีก "แต่ปัญหาคือ พวกเราไม่มีวิธีแก้ปัจจัยล้มเหลวสินะ"

          ธาราและเซลก็พยักหน้ารับคำ ก่อนธาราจะเริ่มพูดแผนการของเขาให้ทั้งสองคนฟัง

          "แผนของฉันนั้น คือ การลอบโจมตีด้วยเวทมนตร์ พวกนายจำวิธีควบคุมมานาระยะไกลที่ฉันสอนได้ใช่ไหม"

          เฟยและเซลก็ได้สร้างบอลมานาขึ้นมาก่อนจะส่งไปให้ห่างจากตัวแล้วหยุดไว้กลางอากาศห่างไปประมาณ 10 เมตรแทนคำตอบ

          "ถ้าจำได้ ฉันอยากให้พวกนายใช้มันกับลูกศรที่จะยิงแล้ว ควบคุมให้มันเลี้ยวตามทิศทางที่ต้องการ"

          เมื่อได้ยินทั้งสองก็มีสีหน้าตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ขณะกำลังทำท่าจะโวยวายออกมานั้น ธาราก็ได้ห้ามไว้พร้อมกล่าวเสริมว่า

          "พวกนายจำหลักการของเวทเสริมพลังได้ใช่ไหมละ ฉันอยากให้พวกนายใช้เวทเสริมพลังใส่ลูกศรแล้วยิงออกพร้อมควบคุมให้มันเลี้ยวเข้าหาเป้าหมาย ซึ่งมันไม่ได้ยากอะไรอย่างที่คิดหรอกนะ เพราะ พวกนายมีความสามารถในการควบคุมมานาที่ดีมากแล้ว ฉันกล้าพูดเลยว่า พวกนายสามารถทำได้อย่างแน่นอน" 

          ไม่พูดเปล่า ธารายังได้หยิบลูกศรออกมาพร้อมกับใช้เวทเสริมพลังใส่ลูกศรจนสามารถเห็นชีพจรมานาของธาราได้อย่างชัดเจน

          สิ่งที่เฟยและเซลได้เห็นคือ ตัวของลูกศรที่อยู่ในมือของธารานั้นส่องแสงเป็นสีฟ้าน้ำทะเล ส่วนหัวลูกศรที่เป็นหัวเหล็กนั้นปล่อยออร่าที่คล้ายกับควันสีเดียวกันออกมา

          เมื่อแสดงให้เพื่อนทั้งสองดูแล้ว ธาราก็ได้หันหน้าไปทางเป้าหมายของพวกเขาพร้อมกับเล็งไปทางกวางตัวที่หลงฝูงออกมา ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากพวกเขามากนักกะตามสายตาแล้วไม่เกิน 30 เมตรด้วยซ้ำ ก่อนจะยิงไปทางขวามือเพียงนิดหน่อยจากกวางผู้โชคร้าย

          พวกเขาได้เห็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างการที่ลูกศรที่ควรจะพุ่งตรงไปทางขวานั้นกลับเลี้ยวซ้ายพุ่งเข้ากลางศีรษะของกวางโชคร้ายตรงหน้าของพวกเขา 

          ธาราก็หันกลับมากล่าวเสริมว่า "ก็อย่างที่พวกนายเห็น ลองทำดู จำไว้ช้าๆซ้อมยิงเฉพาะตัวที่หลงฝูง อย่ากะระยะเดียวกับฉัน พวกนายยังชำนาญไม่พอ เพราะฉะนั้น พวกนายยิงขึ้นเหนือศีรษะของพวกมันนิดหน่อยแล้วใช้การควบคุมทิศทางซ้าย-ขวาเอาก็พอ"

          เฟยและเซลก็พยักหน้ารับคำพร้อมกับหยิบหน้าไม้ขึ้นมาเล็งไปทางกวางที่หลงฝูงออกมา ตัวหนึ่งนั้นอยู่ห่างไปทางซ้าย ส่วนอีกตัวนั้นเดินเข้าไปมาหาตัวที่ธารายิงล้มไปเมื่อกี้ราวกับมาต้องการมาดูสภาพของเพื่อนของมัน

          ลูกศรของพวกเขาก็ส่องแสงสีฟ้าออกมาแสดงถึงผลลัพธ์ของเวทเสริมพลัง โดยยิงลูกศรให้เยื้องไปทางด้านบนเหนือหัวของเป้าหมายทั้งสองของพวกเขา ก่อนจะนัดแนะกันยิงพร้อมกันหลังจากนับเสร็จ 

          สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ลูกศรนั้นเลี้ยวไปตามทิศทางที่พวกเขาต้องการเพียงนิดหน่อยก่อนจะโดนเป้าหมาย ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามจนเฟยและเซลนั้นอดที่จะยิ้มด้วยความดีใจไม่ได้

          ซึ่งนั้นทำให้ธาราอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างมีความสุขตามไปด้วยไม่ได้พร้อมกับกล่าวชมเพื่อนสนิทของเขา

          "เป็นไง อย่างที่ฉันบอกไหมละ พวกนายทำได้อยู่แล้ว"

          ด้วยคำชมนี้ของธารา ทำให้ความมั่นใจของทั้งสองคนนั้นพุ่งทะยานทะลุเพดานก่อนจะนัดแนะแผนการล่าฝูงกวางตรงหน้ากันต่อ

          ได้ข้อสรุปว่าจะใช้แผนการล้อมกรอบของเฟยในการจัดรูปแบบป้องกันความผิดและใช้แผนการลอบโจมตีด้วยธนูเลี้ยวได้ของธารา

          หลังจากได้ข้อสรุป พวกเขาก็แยกกันไปตามทิศทางต่างๆก่อนจะส่งสัญญาณห้กันผ่านทางเวทแสงหิ่งห้อย โดยใช้รหัสที่พวกเขาตั้งกันแบบง่ายๆ เช่น กระพริบ 1 ครั้ง คือ จัดการตัวใกล้ๆกับตัวเอง กระพริบ 2 ครั้ง คือ หยุดยิง กระพริบ 3 ครั้ง คือ ฉุกเฉิน และแสงวาบ คือ 
แผนแตก

          เมื่อนัดแนะกันเสร็จสรรพ ก็ได้เริ่มแผนการกันในทันที ซึ่งหลังจากจัดการไปได้ประมาณเกือบสิบห้าตัว แผนของพวกเขาก็แตกเนื่องจากตัวจ่าฝูงของพวกมันรู้ตัวขึ้นมา ก่อนที่มันจะได้เริ่มวิ่งหนีนั้นเอง

          ธาราก็ได้วิ่งเข้าไปหามันและใช้เวทเงาตรึงร่างใส่มันก่อนจะตะโกนให้เพื่อนทั้งสองของเขาออกมารุมยิงใส่ตัวจ่าฝูงจนตายลง

          "เวทเงาตรึงร่าง เลเวลอัพเป็น 4"

          ฝูงกวางที่เห็นตัวผู้บุกรุกนั้นก็ต่างแยกกันวิ่งหนีตายอย่างอลหม่าน

          ตอนแรกเฟยและเซลทำท่าจะตามไป แต่ธาราก็ทำมือห้ามเอาไว้ก่อน พร้อมกับเริ่มชำแหละกวางตัวที่โดนพวกเขาฆ่าทั้งหมด

          ในครั้งนี้ พวกเขาใช้เวลาในการล่าอยู่เกือบ 30 นาที ผลลัพธ์ได้เป็นที่น่าพอใจ โดยพวกเขาได้เขา ขนและแกนเวทย์ของจ่าฝูงกวางขนเสือแล้วยังมีเขาและขนของกวางขนเสือสภาพดี โดยใช้จากรูปภาพจากข้อมูลการค้าขายที่ซื้อมาเอาเปรียบเทียบคุณภาพพร้อมกับแกนเวทย์ 11 ตัว โดยพวกเขาเสียลูกศรไปเพียงแค่ 17 ดอก 

          ซึ่งนับได้ว่าเสียน้อยมาก เพราะ ธารานั้นลงทุนวิ่งออกมาใช้เงาตรึงร่างใส่ ทำให้พวกเขาไม่ต้องฝืนยิงทั้งที่ตัวของมันเคลื่อนไหวจึงทำให้เฟยและเซลยิงเข้าใส่ตัวจ่าฝูงได้อย่างแม่นยำทั้งหมด 6 ดอก ได้แก่ แถวคอ 3 หัว 1 และท้องอีก 2 ดอก

          เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงหลังจากจัดการฝูงกวางเสร็จ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว ธาราจึงตัดสินใจตั้งแคมป์ตรงนี้เสียเลย เนื่องจากใกล้กับแหล่งน้ำและง่ายต่อการเฝ้าระวังอีกด้วย

          พวกเขาก็ช่วยกันตั้งเต็นท์สำหรับพักเสร็จ พวกเขาก็ได้กินข้าวพร้อมกับจัดเวรยามเพื่อสลับกันพักผ่อน โดยธารานั้นขดอยู่เฝ้าเป็นคนสุดท้ายเอง ซึ่งเฟยและเซลก็ไม่มีใครคิดจะคัดค้าน หลังจากนั้นธาราก็ได้เดินเข้าไปนอนในเต็นท์โดยทิ้งให้เฟยและเซลที่กำลังเถียงกันว่าใครจะอยู่เฝ้ายามเป็นคนแรกนั้นก่อนจะปิดตาแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว

          เข้าสู่วันที่สองของการตะลุยดันเจี้ยนโบรคเค่นซอร์ด เวลาประมาณตีสามกว่า เซลก็ได้เดินมาปลุกธาราให้มาเฝ้ายามแทนตนเองก่อนจะย้ายร่างไปนอนพักผ่อน

          ธาราได้ตื่นมาคิดทบทวนเรื่องต่างๆพร้อมกับเปิดอ่านข้อมูลพร้อมกับเปรียบเทียบกับสิ่งที่เจอมาตลอดจนถึงเช้าของวันใหม่

          รุ่งเช้าของวันที่สอง หลังจากที่พักผ่อนจนเพียงพอ กินข้าวและเก็บข้าวของเข้ากระเป๋า พวกเขาก็ได้เดินทางต่อมาประมาณหนึ่งชั่วโมง

          ตรงหน้าของพวกเขาก็ได้เจอเข้ากับจ่าฝูงหมูป่าโลหิตที่ตัวของมันนั้นมีขนสีแดงดั่งเลือด ตัวใหญ่เท่ากับพวกเขาวิ่งพุ่งเข้ามาหมายจะฆ่าพวกเขา ตอนแรกพวกเขาก็กังวลว่าจะมีตัวอื่นๆอยู่ใกล้ๆไหม แต่ก็ไม่มีนั้นทำให้พวกเขาสามารถล่าจ่าฝูงหมูป่าโลหิตได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ รุมยิงมันจนตาย โดยพวกเขาเสียลูกศรไปทั้งหมดเกือบสามสิบดอก แต่ก็ทำให้ได้แกนเวทย์พร้อมกับเขี้ยวและขนของจ่าฝูงหมูป่าโลหิต โดยพวกเขาไม่ลืมที่จะตัดแบ่งเนื้อหมูป่าโลหิตมาเผื่อเอาไว้ทำอาหารกิน

          หลังจากนั้นประมาณห้าชั่วโมงแถวเขตทะเลทรายฝั่งตะวันตกมีถ้ำขนาดใหญ่ โดยสิ่งที่อยู่ภายในถ้ำนั้นคือ "งูเห่าทะเลทราย" 

          งูเห่าทะเลทรายนั้นมีรูปร่างตรงตามชื่อทุกประการต่างกันแค่เกล็ดเป็นสีเดียวกับทราย ส่วนตัวจ่าฝูงนั้นจะยาวเกือบสองเมตร โดยมีดวงตาสีส้มและเกล็ดสีขาวครีม ใช้ชีวิตอยู่กันเป็นฝูง ซึ่งผิดวิสัยของเผ่าพันธ์ แล้วตัวมันยังมีพิษอัมพาตของที่ทำให้พวกเขาต้องวางแผนอย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยใช้ไฟเผาตัวถ้ำให้พวกงูโดนไฟคลอกตายอยู่ภายในตัวถ้ำ โดยพวกเขายิงลูกศรพร้อมกับคอยโยนเชื้อเพลิงเข้าไปจนพวกมันทั้งหมดค่อยๆตายจนหมด พวกเขาเสียลูกดอกไปทั้งหมด 227 ดอก

          พวกเขาาเสียเวลาล่าจ่าฝูงงูเห่าทะเลทรายอยู่เกือบสิบชั่วโมงกว่าจะล่าเสร็จก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว

          พวกเขาก็ตั้งเต็นท์หน้าทางเข้าถ้ำที่ตอนนี้ ภายในถ้ำกำลังลุกเป็นไฟจากแผนของพวกเขา ก่อนจะล้มตัวลงนอนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

          วันต่อมาเข้าสู่วันที่สามของการตะลุยดันเจี้ยนของสามสหาย เนื่องจากแผนการไฟคลอกถ้ำนั้นทำให้พวกเขาไม่สามารถเก็บชิ้นส่วน
ของมอนสเตอร์ได้จึงเก็บได้แค่แกนเวทย์ของจ่าฝูงงูและลูกฝูงอีก 91 ก้อน

          พวกเขาออกเดินทางจากถ้ำงูเห่าโดยใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงจนมาถึงทางตอนเหนือของหอคอย  ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง

          ซึ่งตามข้อมูลที่ซื้อมาจะมีมอนสเตอร์อยู่ทางตอนเหนืออยู่ชนิดหนึ่งนั้นคือ "อีแร้งปากเหล็ก" 

          ตามข้อมูลที่รวบรวมมา "อีแร้งปากเหล็ก" นั้นมีความยุ่งยากในการล่ามากกว่าตัวอื่นๆตั้งแต่เวลาและรูปแบบการล่าที่พิเศษกว่าตัวอื่นๆ
เพราะ พวกอีแร้งปากเหล็กนั้นจะออกล่าอาหารตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเย็น ทำให้พวกเขาต้องเผื่อเวลาในการเดินทาง จนมาเจอกับฝูงของอีแร้งปากเหล็กตอนบ่ายแก่ๆ โดยพวกเขาได้เอาเนื้อหมูที่เก็บมาครึ่งนึงมาใช้ล่ออีแร้งก่อนจะค่อยๆยิงลูกศรจากระยะไกลใส่ทีละตัวไปจนหมด

          ส่วนตัวจ่าฝูงที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นๆนั้นก็โดนพวกเขารุมยิงจนตายแบบเดียวกันกับจ่าฝูงหมูป่าโลหิตเลย พวกเขาเสียเวลาส่วนมากในการนั่งรอให้พวกมันมากินซากศพของพวกมันและเนื้อหมูที่วางไว้

          ผลที่ได้จากการเสียเวลาเกือบทั้งวันในการเฝ้ารออย่างใจเย็น พวกเขาก็ได้แกนเวทย์ของตัวจ่าฝูงและแกนเวทย์ของลูกฝูงอีก 30 ก้อน โดยเสียลูกศรเพียงแค่ 34 ดอก

          หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้เดินทางตามเข็มทิศตะวันออกจนมาเจอเข้ากับปราการธรรมชาติ ภูเขาหินที่มีตัว "ไก่ลมกรด"

          ความสามารถของมันก็ตรงตามชื่อ "ลมกรด" ของมันเลย มันนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก แล้วยังมีปราการธรรมชาติอีก ทำให้การล่ามันนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก

          โดยพวกมันจะมีขนบนตัวของพวกมันนั้นจะมีสีน้ำตาลไหม้แซมขาวตัวประมาณเข่าของพวกเขา ส่วนตัวจ่าฝูงนั้นจะมีขนบางส่วนมีสีเขียวที่แสดงถึงคุณสมบัติธาตุลมของมันและขนาดตัวที่ใหญ่เท่าเอวของพวกเขาเท่านั้น

          พวกเขาใช้แผนการในการดักสุ่มโจมตี โดยให้เฟยเป็นคนหลอกล่อมันมาติดเวทเงาตรึงร่างของธาราก่อนจะให้เซลยิงจนตาย ซึ่งกว่าพวกเขาจะล่ามันเสร็จก็เป็นเวลาเกือบตีสี่เนื่องจากเจ้าตัวจ่าฝูงนั้นรวดเร็วกว่าพวกเขาระดับหนึ่งบวกกับความซับซ้อนของภูเขา ทำให้พวกเขาเสียเวลาเกือบสิบชั่วโมงในการล่ามันจนสำเร็จ

          สิ่งที่ได้คือ แกนเวทย์และขนพร้อมจงอยปากของตัวจ่าฝูงกับขนและแกนเวทย์ของลูกฝูง 42 ตัว โดยเสียลูกศรไปทั้งหมด 291 ดอก ซึ่งถือว่าขาดทุนพอใช้ได้ แต่ธาราก็ไม่เก็บมาคิดมาก ก่อนจะกางเต็นท์แล้วนอนยาวจนถึงเย็นของวันเดียวกัน

          ก่อนจะเดินทางเข้าเขตป่าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นที่พำนักของ "เสือเขี้ยวดาบ"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 686 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #712 Kanokratphuk_42 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 00:29
    รู้สึกว่า...มันจำเป็นต้องมีรายละเอียดขนาดนี้เลยเหรอ...รู้สึกว่าอารมณ์มันสะดุดมาใน2ตอนก่อนหน้า...ทำให้รู้สึกว่าน่าเบื่อ...กับบทที่ไม่จำเป็นต้องลงเนื้อหาขนาดนี้
    #712
    0
  2. #300 Fikusa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 17:09
    รวยเละงานนี้
    #300
    0
  3. #169 yukiow45 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 13:43

    ฉันรักมิตรภาพลูกผู้ชายมาก อยากเห็นนางเอกจังเป็นคนแบบไหนนะ อย่างแรกนิสัยต้องผ่านเพื่อนๆของพระเอกก่อนเพื่อนรักกันตายแทนกันได้ขนาดนั้น

    #169
    0
  4. #83 ADSAASA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:20
    ขอบคุนคับ
    #83
    0