Noxcheda อัจฉริยะกำราบเวท

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 ประเทศแห่งเวทมนตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62

ตอนที่ 8 ประเทศแห่งเวทมนตร์

 

            ภายในเมือง ซิลเวอร์สตาร์

ว่ากันว่าเมเดียเป็นดินแดนของเหล่าจอมเวทและมนุษย์ผู้มีความรู้วิทยาการเวทมนตร์สูงที่สุดในโลกของเรา ผมยังจำได้ว่า พี่สาวของผมเคยเล่าเรื่องตลกให้ฟังว่า ศาสตราจารย์เวทมนตร์ อะแมนดา วานอสกี้ เคยเลียนแบบเวทมนตร์สร้างมนุษย์ของสตอร์ม วอน สก๊อต จอมเวทผู้สร้างโลก แล้วเธอดันสร้างมนุษย์ขึ้นมาจากเวทมนตร์ได้จริง ๆ แต่ทว่า พี่สาวของผมก็ดันจบแบบหักมุมว่า มนุษย์เวทมนตร์ที่ ศ.. อะแมนดาสร้างขึ้นมาก็คือ ตัวของเซลีนเอง ซึ่งแน่นอนว่าพี่สาวของผมก็ติดฮาและโม้ชัวมั่วนิ่วมาก

            พอผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็ทำเอาต้องอมยิ้มที่มุมปาก แต่ก็แอบคิดถึงเรื่องตลกของพี่อยู่ตลอดแม้ว่าเธอจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาทางไปช่วยเธอให้ได้ โดยผมบอกพี่ราเกลว่า หากเราอยากจะช่วยเซลีน ตอนนี้ก็จำเป็นต้องมีอำนาจและต้องมีพลังพอที่จะต่อรองต่อกรกับจีเทียสทั้งประเทศ ว่าง่าย ๆ ก็คือ เราต้องเริ่มสร้างสะสมกำลังแล้วปฏิวัติประเทศของตัวเอง ซึ่งมันก็ดันโชคดีที่เราอยู่ในประเทศแห่งเวทมนตร์พอดี แต่โชคร้ายก็คือ เราสองคนกลายเป็นอาชญากรของประเทศเมเดียไปเรียบร้อยแล้ว

            หลังจากเดินข้ามภูเขากันมา ขณะนี้ผมอยู่ในเมืองใหญ่ซิลเวอร์สตาร์ เมืองที่มีคนใช้เครื่องร่อนบินร่อนไปมาผ่านหัวเราตลอดเวลา บ้านเรือนมีทั้งตั้งอยู่บนพื้นดินและก็มีทั้งลอยได้อยู่บนฟ้า ปราสาทของเจ้าเมืองก็อยู่เหนือพื้นยี่สิบเมตรใหญ่โตโออา ผมเองไม่เคยรู้จักโลกภายนอกมาก่อนและไม่รู้ว่าทำไมประเทศนี้มันถึงได้เจริญมากขนาดนี้ เมืองใหญ่ของที่นี่เทียบกับบ้านเราไม่ได้เลย

            เราสองคน ชายเตี้ยและสูงในชุดฮูดสีน้ำตาล กำลังยืนกลางเมืองที่คนพลุกพล่านและมองกระดานข่าวที่กำลังติดใบล่าค่าหัวซึ่งมีหน้าเราอยู่ในนั้น ‘2 เหรียญทอง

ผมกับพี่ราเกลมองมันด้วยสายตาไร้อารมณ์ เรารู้อยู่แล้ว ก่อนจะละสายตาจากมันและเดินหันปะปนไปกับผู้คนบนท้องถนนในเมืองใหญ่อย่างไม่มีพิรุจอะไร

การค้าขายในเมืองยังคึกคักเสียงดังตลอดทางเดิน ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนแปลกประหลาด เราเดินผ่านตลาดผลไม้ ตลาดมานา ตลาดอาวุธ พร้อมคุยกันระหว่างทางเดิน

            “ดีที่เจ้าบอกให้เราเปลี่ยนชุดเสียใหม่”

            “เราไม่ได้ต้องการแค่ชุดหรอกท่านพี่ เราต้องการที่มากกว่านั้น”

            “อะไรหรือ?

            “ยา ยาสูตรพิเศษสำหรับท่าน”

            แม้จะได้ดาบที่ขโมยมาจากหน่วยลาดตระเวนมาสองเล่ม จึงไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธในขณะนี้ แต่ทว่าหากจะสู้กับประเทศทั้งประเทศ ผมกับพี่ราเกลต้องมีระดับและทักษะมากกว่านี้ รวมทั้งยังจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ระดับสูงถึงขั้นตำนานและถ้าเป็นไปได้มีกองทัพด้วยก็ยิ่งดี

            โดยส่วนตัวผมบอกกับพี่ราเกลว่า สิ่งที่พวกเราต้องทำอันดับแรกคือการเก็บระดับและทักษะ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและติดตัวเรามากที่สุด ส่วนเรื่องอุปกรณ์หรือเวทมนตร์และกองทัพนั้น ผมมีความคิดว่าเราควรหาเงินและจ้างพวกทหารรับจ้างดีกว่า เพราะตอนนี้มันยากจะใช้ทางอื่น เนื่องจากเราเป็นอาชญากรไปแล้ว

            ผมกับพี่ราเกลเดินเท้ากันมาจนถึงร้านยา เงินติดตัวเราทั้งหมดเลือกใช้ลงทุนไปกับการซื้อเสื้อผ้าใหม่กระเป๋าพกพาและอุปกรณ์ทำยาพร้อมทั้งสมุนไพรที่ผมต้องการ นั่นคือ

           

          ดอกอีฟเวียน

          อธิบาย ดอกไม้กลีปงามสีชมพูมีกลิ่นหอมหวนอันเป็นเอกลักษณเฉพาะตัว เติบโตได้ดีในเขตอบอุ่นชื้น

          คุณสมบัติ เพิ่มความชุ่มชื่นทางร่างกายและการไหลเวียนมานาในร่าง

 

          ดอกไอริโอ้

          อธิบาย ดอกไม้ในเขตร้อนสีเหลืองอร่าม ดูดซับมานาธาตุไฟและลมเอาไว้

          คุณสมบัติ เพิ่มมานาธาตุไฟและลมกับร่างกาย

 

          หญ้านีแกรน

          อธิบาย หญ้าที่ดูดซับมานาได้มากกว่าธรรมดา อาหารโปรดของม้า

          คุณสมบัติ ใช้ทำยามานาขั้นพื้นฐาน

          แน่นอนว่าผมไม่ได้ซื้อดอกไอดิเลียเพื่อมาผลิต เมราทอนอน ที่มีราคาสูงที่สุด เพราะอะไร? ก็เพราะว่า มันเกิดเรื่องมากเกินไปแล้วกับเจ้ายานั่น หากผมใช้ความสามารถของตัวเองจนถึงจุดสูงสุดแล้วขายมันเพื่อเงิน เรื่องต่าง ๆ ก็จะตามมาอีก เพราะฉะนั้นผมจึงจะเลือกผลิตยาเอาไว้ใช้เอง ก็เหมือนดั่งคำพูดที่พี่สาวของผมเคยพูดเอาไว้ว่า เธอไม่อยากให้ผมพูดเรื่องจริงจนตัวเองต้องเป็นอันตราย ผมเรียนรู้กับตัวเองแล้วล่ะว่า ถ้าผมแสดงความเก่งกาจโดยที่ผมยังไม่พร้อม ผู้อื่นก็พร้อมจะรุมรังแกเราตลอดเวลา ฉะนั้นผมต้องพร้อมเสียก่อน

            เราสองคนในชุดฮูดต้องรีบซื้อและรีบไป เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรแม่เฒ่าเจ้าของร้านจะเห็นใบหน้าเราและรู้ว่าเราเป็นอาชญากรที่อยู่ในใบประกาศจับ

            ผมกับพี่ชายจ่ายเงินรับของและเปิดประตูออกไปสู่นอกเมืองอีกครั้ง เราเดินไปดูตลาดรับซื้อของขยะมอนสเตอร์ของพวกนักผจญภัย ซึ่งแน่นอนว่าพยายามจะไม่ทำตัวให้เด่นมากและไม่เข้าในอาคารของพวกนักผจญภัย

            เราแอบฟังผู้คนมากมายจับจ่ายซื้อขายตามร้านแบกะดิน จนรับรู้มาว่า บนภูเขามีเจ้าวานรยักษ์ตั้งถิ่นอาศัยอยู่และเขี้ยวของมันก็สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างอาวุธมนตราได้อีกด้วย นั่นคือเป้าหมายแรกของเราในการสร้างอาวุธให้ผม ส่วนเป้าหมายที่สองก็คือ การสำรวจหาพืชท้องถิ่นที่อยู่บนเขาเพื่อมาทำยามาขาย เพราะดูท่าเราคงจะไม่สามารถไปสมัครเป็นนักผจญภัยเพื่อรับภารกิจเงินรางวัลได้

            เมื่อสืบได้ข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการแล้ว เราจึงผละตัวปะปนแล้วเนียนออกจากเมืองใหญ่ในทันที ดีที่ขากลับไม่ต้องจ่ายเงินจึงง่ายกว่าตอนเข้า เราเดินอย่างไม่มีผิดสังเกตทหารยามที่หน้าประตู แต่ผมว่าคราวหน้ามันคงไม่น่าจะง่ายอย่างนี้ เพราะคนในเมืองคงเห็นใบประกาศจับกันหมดและคงจำพวกเราได้ เราคงต้องย้ายไปขายของกันที่อื่น

            ผมกับพี่ราเกลกำลังเดินขึ้นภูเขา แต่ทว่าท้องของเราก็เรียกร้องอาหารเย็นเสียก่อน จึงหยุดอยู่เพียงที่ริมแม่น้ำ ผมให้เขาไปหาฝืนมาจุดไฟ ส่วนผมน่ะหรือก็ลงไปเอาสองเท้าจุ่มแม่น้ำ แล้วใช้ทักษะมีดระดับห้าหมื่นปีของผมจัดการปลาที่แหวกว่ายมาทีละตัว เสียบไม้ขึ้นมาย่างไฟ

            “โชคดีนะที่เจ้าจับปลาเป็น” ชายผมทองยิ้มให้ผมขณะที่เรากำลังนั่งแทะปลาย่างเสียบไม้อยู่ริมแม่น้ำทางขึ้นเขา ส่วนผมก็กัดกินไปทั้ง ๆ อย่างนั้น แล้วค่อย ๆ บอกชายที่นั่งรอบกองไฟกับผมไปว่า

            “ท่านพี่ ท่านคงเคยทานอาหารฝีมือพี่สาวข้าแล้วสินะ”

            “อืม ทำไมหรือ” เขาทำตาโตถาม

            “ฮ่าฮ่า งั้นท่านก็คงรู้ว่าแค่นี้มันไม่ได้ครึ่งรสชาติที่พี่สาวข้าทำเลย ข้าหวังว่าคนในวังอย่างท่านจะกินอาหารติดดินแบบนี้ได้นะ” ผมว่าอย่างเป็นธรรมชาติ ถึงจะรู้แล้วก็เถอะว่าเขาทานได้เพราะกำลังนั่งแทะจนจะหมดไม้อยู่แล้วนั่น

            “อืม แค่เจ้าหาให้กินก็ดีเท่าไรแล้วริก” เขาบอก

            “จริงสิท่านพอมีเส้นสายอะไรเหลืออยู่หรือไม่ ในประเทศนี้น่ะ?

            “ก็มีอยู่นั่นแหละ ข้าเคยเรียนอยู่ที่โรงเรียนจอมเวทในเมืองหลวงอาคาเดีย แต่ว่าตอนนี้น่ะคงไม่เหมาะที่จะติดต่อไปหรอก เพราะที่นั่นก็มีเส้นสายของราชาแดนนี่เช่นกัน” เขาชี้ไม้ว่า

            “โรงเรียน? เขาสอนอะไรบ้างหรือท่านพี่?

            “ที่นั่นสอนข้าทุกอย่างเกี่ยวกับเวทมนตร์” เมื่อฟังจบผมก็กุมคางคิด

            “ข้าเองก็อยากใช้เวทได้บ้าง แต่ร่างกายข้าไม่รู้สึกถึงพลังเวทเลยเพราะมันดูดซับมานาได้น้อยเสียเหลือเกิน” ผมกลางมือบอกเขา ความจริงพี่สาวก็บอกผมตั้งแต่เด็กแล้วว่า มนุษย์ทุกคนมีความสามารถที่จะรับไอมานาจากธรรมชาติมาใช้ได้แตกต่างกัน บางคนใช้ได้มากมายเช่นราเกลและบางคนก็แทบจะไม่สามารถใช้ได้เลยแบบผมก็มี

            “น่าเสียดายที่เจ้าเกิดมาแล้วธรรมชาติไม่รักเจ้านะน้องชาย”

            “พูดเจ็บนะท่านพี่” ผมใช้ไม้เสียบปลาชี้ตำหนิเขา

            “ฮ่าฮ่า ขอโทษด้วย แต่ว่าทำไมมานาถึงไม่เข้าหาเจ้าเลยบ้างเลยนะ น่าสงสัย?” เขาหัวเราะก่อนจะกัดไปหนึ่งคำ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมเกิดมาเราต่างก็ถูกธรรมชาติตัดสินแล้วว่าจะถูกรักหรือไม่รัก เกิดในตระกูลที่ดีหรือว่าจะเกิดมาเป็นปีศาจ คนที่มานารายล้อมพร้อมจะซึมเข้าสู่ตัวนี่ก็สามารถใช้กันได้ตลอด ฝึกกันไปไวกว่า ส่วนผมเปิดหน้าต่างสถานะของพี่ราเกลดู ตอนนี้เขามีระดับที่ 32 ความแข็งแกร่ง : 10 ความเร็ว : 6 พลังเวท : 40

            เมื่อเอามาเทียบกับผม ซึ่งมีระดับที่ 9 ความแข็งแกร่ง : 4 ความเร็ว : 10 พลังเวท : 2

          จึงรู้เลยว่า ทักษะและความรู้ของเราไม่ได้ถูกบวกเข้าไปในระบบและระดับ เพราะมันบ่งบอกถึงศักยภาพในการต่อสู้ของคน ๆ นั้นเท่านั้น หากวัดกันด้วยหมัดรุ่น ๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมไม่มีการโจมตีจุดอ่อนไม่มีการวิเคราะห์ไม่มีการคาดเดาอนาคต ผมก็คงสู้ไม่ได้แม้แต่หมาป่าสักตัวหนึ่ง การที่ผมอยู่ตรงนี้ได้ก็นับว่าเป็นหนึ่งในพันล้านแล้วสำหรับเด็กโชคร้ายบนโลก

            “จริงสิท่านพี่ ข้าว่าจะทำยาสูตรใหม่ที่คิดขึ้นมาเพื่อท่านโดยเฉพาะด้วยล่ะ ข้าขอยืมฟักหน่อยสิ” ผมหยิบหม้อต้มน้ำและเครื่องบดยาเครื่องปรุงยาขึ้นมา พร้อมสมุนไพรที่บดใส่ลงไปอย่างมีลำดับและรอคนผสมใช้ไฟให้พอดี ราเกลกำลังอึ้งเมื่อมองการทำยาอย่างละเอียดและเนี้ยบที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ภายในเวลาไม่นานผมก็รินยาใส่หลอดปิดจุกได้ถึงสามหลอด มันเป็นหลอดยาที่มีสีเหลืองทองงามอร่ามเป็นที่สุดและผมก็ยื่นมันให้ราเกล

            “เอาสิท่านพี่ดื่มได้เลย ยาหลังอาหารจะออกฤทธิ์ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด” ผมบอกเขา ก่อนที่เทพบุตรผมทองจะรับมันไว้และดื่มรวดเดียวจนหมดหลอดแทนน้ำ

            ไม่นานนักร่างของเขาก็เรืองแสงเป็นออร่า เขายิ้มดวงตาเบิกกว้าง ตกตะลึงใจอย่างเป็นที่สุด “นี่มันอะไรกัน... ข้ารู้สึก ข้ารู้สึกถึงพลังมานาไหลอยู่ทั่วร่างข้าไปหมด ริกเจ้าเอาอะไรให้ข้าดื่มกันแน่!” แน่นอนว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

            แต่ทว่าเพื่อความชัว ผมจึงเปิดหน้าต่างระบบของพี่ราเกลขึ้นมาอีกครั้งและพบว่า

            ระดับ 50 ความแข็งแกร่ง : 10 ความเร็ว : 6 พลังเวท : 80

          เลยรู้ว่ายาของผมทำให้พลังเวทเขาเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว ผมอมยิ้มละไมและคิดว่าถึงผมจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้ ก็คงไม่เป็นไรหรอกเพราะสมองและการคำนวณของผมมันได้ทลายขีดจำกัดของเวทมนตร์และสามัญสำนึกของคนบนโลกนี้ไปแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

4 ความคิดเห็น