Noxcheda อัจฉริยะกำราบเวท

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 ความรู้สึกของสายฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62

ตอนที่ ความรู้สึกของสายฟ้า

 

            แรงลมปะทะใบหน้าผม พร้อมกับเม็ดฝนที่เริ่มพรำ ก้อนเมฆคล้ำ ๆ อุ้มน้ำปอยฝนลงมาก่อนจะสาดใส่ร่างของเราที่กำลังล่อนอยู่บนหลังของกริฟฟอนสีน้ำตาล พี่ราเกลสะอึกสะอื้นอยู่ด้านหน้า แม้ผมจะเห็นเพียงแค่แผ่นหลังของชายผมทอง แต่คราบน้ำตาของเขานั้นคงจะปะปนไปกับสายฝนที่ถาโถมเข้ามาอย่างเหน็บหนาวแล้ว

            ผมเข้าใจทำไมเขาถึงเศร้าเพียงนั้น เพราะผมเองก็เจ็บปวดในอกไม่ต่างกัน แต่ความรู้สึกของเราก็ไม่เหมือนกันหรอก ผมยังไม่มากเท่าเขา ที่ต้องมาเสียครอบครัว เสียบ้านเกิด เสียพ่อ และคนรักของตัวเองไป ทั้งที่วันนี้เขาควรจะมีความสุขที่สุดกับครอบครัวของเขา

ขณะที่พี่ราเกลบังคับกริฟฟินอยู่ ผมก็คิดว่าเขามีสติมากเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปแล้ว

            ฟ้าผ่าลงมากลางห่าฝน แต่ไร้คนตกใจ เราไม่รู้หรอกว่ากำลังบินไปที่ใด จะทำอะไร หรือไปที่ไหน มีเพียงอย่างเดียวที่ผมทำได้ก็คือ รอให้ทุกอย่างสงบลงมากกว่านี้ก่อน ผมปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเท่าที่จะนานได้ ให้พอที่จะคุยกับเขาได้อีกครั้ง จนในที่สุดเราก็พาร่างอันเปียกปอนผ่านฝนกระหน่ำพ้นออกมา

            ผมหวังว่าเมฆฟ้าใหม่อันสดใสที่อยู่ตรงหน้าและแสงอาทิตย์อันอบอุ่นพร้อมกับลมอ่อน ๆ นั้นจะสามารถช่วยบรรเทาความเศร้าโศกของเขาได้ กลิ่นอากาศเริ่มสดชื่น แต่จมูกของเขาจะสูดกลิ่นหอมนี้ได้เต็มที่ไหมนะ ดวงตาอันสง่างามนั่นจะหายจากคราบน้ำตานองหรือยัง นั่นเป็นสิ่งที่ผมสงสัย หลังจากเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยสดราวกับภาพวาดของศิลปินนี่

            ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่ามีคนกำลังใกล้เข้ามา

            “สั่งกริฟฟินลงจอดเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นเราจะยิง” เสียงดังมาจากกลีปเมฆ คนที่สวมอุปกรณ์ปีกเครื่องร่อนบินด้วยเวทมนตร์ลมพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง พวกเขาสี่ห้าคนประกบเรากลางฟากฟ้า พี่ราเกลไร้ท่าทางการตอบโต้ ยังคงบินไปอย่างไม่สนใจอะไร

            “นี่คือคำสั่งของหน่วยลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าเมเดีย ขอสั่งเป็นครั้งสุดท้าย กรุณาลงจอดเดี๋ยวนี้!” พวกเขาบอก และในที่สุดราเกลก็ค่อย ๆ บังคับให้กริฟฟินโน้มตัวต่ำลงไป เขาค่อย ๆ ลงจอดตรงกลางภูเขาแห่งหนึ่ง กริฟฟอนเหยียบแผ่นดินกลางดงป่าเขา ไม้เขียวรายล้อมสูงรอบพวกตัวเรา กลิ่นที่นี่แปลก ๆ ผมไม่คุ้นสถานที่เลย หญ้าที่นี่ก็บางกว่าภูเขาวิโอเล็ตเพราะต้นไม้สูงกว่าสองเมตรครึ่ง หลายอย่างก็ไม่คุ้นทั้งการแต่งตัวและอุปกรณ์ของคนพวกนั้น รวมถึงวิธีการใช้เวทมนตร์พายุใต้ปีกเครื่องร่อนเพื่อลงจอด พร้อม ๆ กันทั้งห้าคนด้วย

            “มีกริฟฟินขี่คงไม่ใช่พวกสลัดอากาศ พวกเจ้าเป็นใคร? มาจากไหน? จะไปที่ใด?” ชายติดปีกร่อนลงมาไถลจอดเสร็จก็ถอดแว่นตากันลมถามพวกเรา

            แต่ชายผมทองซึมเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว คงเป็นผมคนเดียวที่ต้องแก้สถานการณ์ที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของหน่วยลาดตระเวนทางอากาศของประเทศแห่งเวทมนตร์เมเดีย ซึ่งอาจจะมีการปะทะได้หากรู้ว่าพวกเราหนีมาจากจีเทียสและข้ามพรมแดนมาโดยไม่ได้รับอนุญาต

            “พวกข้าคือ

            เปรี้ยง!

          ไม่ทันที่ผมจะตอบคำถาม พี่ราเกลก็ฟาดสายฟ้าในมือใส่นายทหารผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ตรงหน้า จนร่างเขาไหม้หายไปต่อหน้าต่อตาผม ผมยืนนิ่งและทหารทั้งหมดก็ร้องตะโกนโวยวายก่อนชักดาบเข้ามาจู่โจมวาดเวทพายุโจมตีใส่พวกเรา ผมหลบดาบจับหักแขนพวกเขาที่พุ่งเข้ามาคนหนึ่ง ศอกกลับใส่ท้องจนสลบไปคนหนึ่ง และหมุนหลบตะปบคอเสยจนสลบไปอีกคน

            ส่วนผู้ใช้เวทก็ถูกราเกลใช้อัจฉริยภาพในการเขียนเวทที่เร็วกว่าของเขา ฟาดสายฟ้าช็อตร่างจนคนนั้นตายคาที่อย่างโหดร้าย เท่านั้นยังไม่พอพี่ราเกลระบายอารมณ์ช็อตสายฟ้าใส่อีกสามคนที่ผมทำไว้ให้แค่บาดเจ็บ พวกเขาร้องโอดโอยอย่างน่าสงสารชักดิ้นเหมือนปลาถูกไม้ทุบ อีกคนทำท่าจะลุกขึ้นหนี ราเกลจึงยิงเวทใส่

            “ท่านพี่ราเกลพอได้แล้ว!” ผมรีบไปกอดคว้ามือข้างที่จะฆ่าคนของเขาไว้ จนสุดท้ายยิงสายฟ้าพลาดเข้ากลางต้นไม้จนไฟไหม้และชายหน่วยลาดตระเวนผู้บริสุทธิ์คนนั่นจึงบินหนีรอดไปได้เพียงแค่คนเดียว

            เขาสะบัดแขนแรง ทิ้งให้ผมล้มลงกับกองหญ้า ผมเงยใบหน้ามองเขาซึ่งเศร้าหมองร้องไห้จนขอบดวงตาคล้ำเป็นสีดำ แววตานั่นเย็นชาเหลือเกิน นี่ไม่ใช่คนที่ผมเคยรู้จักเลย เขาหันใบหน้ามาทางผมก่อนจะเผยมือออกและยิงสายฟ้าเข้าใส่ เปรี้ยง!

            ยังดีที่ผมกลิ้งหลบได้และไม่พลาดซ้ำสอง

            “ข้ารู้ว่าท่านเสียใจ หากท่านอยากระบายพูดกับข้าเถิด อย่าทำร้ายใครเลยพี่ชาย” ผมลุกขึ้นยืนด้วยแววตาเหนื่อยทางอารมณ์ไม่ต่างจากเขา และราเกลก็นิ่งไป ก่อนจะก้มหน้าร้องไห้เสียยกใหญ่

            “ข้าไม่น่าเลย! ข้าไม่น่าช่วยเจ้าเลยริก! มันเป็นเพราะเจ้า! มันเพราะเจ้าคนเดียวที่ทำให้ครอบครัวข้าและบ้านเมืองของข้าต้องพังพินาศ หากไม่มีเจ้าอยู่ทุกอย่างคงเป็นไปได้ด้วยดี คงไม่เกิดเรื่องเลวร้ายอะไรเช่นนี้ขึ้น แต่เรื่องทั้งหมดมาจากเจ้าริก! เจ้านำพามันมา เจ้ามันเป็นเด็กปีศาจ!” เขาตะโกนดังลั่นและผมก็ปวดหน้าอกทุกครั้งที่ได้ยินคำว่าปีศาจจากคนที่ตัวเองรัก

            “ใช่ข้ามันปีศาจ ถ้าการฆ่าข้าจะช่วยทำให้ท่านสงบลงได้ก็ช่วยทำเสียเถิดพี่ชาย ข้ายอมทุกอย่างเพื่อทำให้ท่านกลับมาเป็นคนเดิม เป็นคนที่ข้าและพี่สาวของข้ารัก” ผมบอก และเขาก็ร้องไห้หนักกว่าเก่า มันไม่แปลกเพราะเขาต้องการที่จะระบาย เนื่องจากการสูญเสียทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตต่อหน้าต่อตา มันเป็นภาพที่โหดร้ายเกินกว่าจะลบออกไปจากดวงตาได้ทั้งคราบเลือด ทั้งพ่อของเขาที่กระโจนเข้าไปในดงหอก ทั้งบ้านเมืองพี่น้องเขาที่ถูกปาดจนนองเลือด ใครเล่าจะทนรับสิ่งเหล่านั้นได้

            “ขข้าไม่อยากให้ท่านพ่อต้องตาย ข้าไม่อยากให้ทุกคนต้องมาตายเพราะความรักของข้าเลย ฮือ มันเป็นความผิดใครกัน? เจ้าหรือว่าข้า? ฮือ ฮือ ข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้วครอบครัวข้าหายไปหมดแล้ว!” เขากุมศีรษะราวกับกำลังจะบ้าคลั่ง ผมเองก็เจ็บปวดที่เห็นพี่ราเกลเป็นเช่นนั้น แต่สิ่งเดียวสุดท้ายที่ผมจะทำได้ก็คือเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วกอดเขาแน่น ๆ ด้วยมือซ้าย

“ท่านยังเหลือข้านะพี่ชายและยังเหลือพี่สาวข้าอีกคนด้วย ท่านไม่ได้ตัวคนเดียว ท่านยังมีความหมายต่อข้าและท่านพี่นะ” ผมบอกเขาที่อยู่ในอ้อมกอด

            แล้วน้ำตาของเทพบุตรก็หยดลงมากระทบแผ่นหลังของเด็กชายเช่นผม มันซึมผ่านเสื้อช้า ๆ เขาสะอื้นหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทิ้งภาพลักษณ์สุภาพบุรุษเก่าที่ผมเคยเห็นจนหมดสิ้น พอถึงเวลาอ่อนแอจะมีใครบ้างนะที่อดกั้นกับความอ่อนแอของตัวเองได้ ผมไม่รู้หรอกว่าคนทุกคนเป็นเหมือนกันไหม แต่ทว่าผมเองถึงจะนิ่งขนาดไหนก็ขาดคนรับฟังไม่ได้เช่นกัน ยังดีที่ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมคงทุกข์ใจจนเป็นบ้าแน่ เมื่อรู้ว่าพี่สาวต้องอยู่ในเงื้อมมือของผู้อื่นที่ผมไม่ไว้ใจ

            “ข้าขอโทษนะริก” เขาบอกก่อนจะกอดผมแล้วร้องไห้โดยไม่อายใคร แต่ไม่นานนักหรอกก็เช็ดน้ำตาออกและจับไหล่ผมออกก่อนจะยิ้มให้

            “ข้าไม่แปลกใจเลยที่พี่สาวเจ้าจะรักเจ้ามากขนาดนั้น ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าข้าก็รักเจ้าเช่นกัน” เขาว่าจากดวงตาที่เริ่มสว่างสดใสขึ้น ผมยิ้มตอบ

            “ครับพี่ราเกล ข้าต้องการเช่นนั้นแหละ ชีวิตข้าน่ะมีความหมายแค่ได้อยู่กับคนที่ข้ารักและรักข้า ข้ามีแค่นั้น” ผมบอกอย่างเชื่องช้า เขารับฟังด้วยความใจเย็นขึ้นแถมยังดูหนักแน่นแน่วแน่มากอีกด้วย

            “ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อไปช่วยเซลีนพี่สาวของเจ้า” ดวงตานั่นเอาจริง

            “ครับผมก็ด้วย ผมทำแบบนั้นมาตั้งแต่เกิดแล้ว”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

4 ความคิดเห็น