Noxcheda อัจฉริยะกำราบเวท

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 จับตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    31 พ.ค. 62

ตอนที่ 6 จับตัว

 

“ขอบคุณที่ขอโทษข้านะท่านพ่อ ดวงตาข้างนี้ข้าไม่เอาเรื่องแล้วก็ได้ แต่ครั้งหน้าข้าจะไม่ให้อภัยท่านแน่ หากมาแตะต้องพี่สาวของข้าอีก” ผมยิ้มให้ตาแก่เคราทองคนนั้นอย่างอ่อนหวาน แล้วเขาก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะดื่มยาแก้พิษจนหมดขวด

แต่ทันใดนั้นเองเสียงหวีดร้องของหญิงสาวก็ดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พร้อมเสียงแก้วที่ตกกระทบพื้นแตกกระจาย ผู้คนจ้องมองเธอในทางเดียวกัน ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด เสียงดนตรีหยุดบรรเลงเพลง ในพื้นห้องโถงอันหรูหรานั่นผู้ที่อยู่บนตักของเจ้าสาวกระโปรงขาวฟูฟ่องคือพี่เขยของผม ราเกลกำลังดิ้นชักสั่นไหวเลือดไหลออกมาจากปาก

            ผมกับพ่อบุญธรรมตะโกนออกมาพร้อมกัน พร้อมกระโดดผลักโต๊ะหรู แหวกฝูงชนคนรับใช้แขกบ้านแขกเมืองออกไป ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นพุ่งเข้าไปหาราเกลผู้ซึ่งใจดีกับทุกคน เหล่าแขกก็เริ่มเข้ามามุงดูพวกเรา

            “ประคองเขาขึ้นมาครับท่านพี่!” ผมรีบร้อนสั่งให้พี่สาวประคองพี่เขยขึ้นมานั่ง ก่อนจะหยิบยาของผมออกมาจากด้านในกระเป๋าชุดสูท “ช่วยลูกข้าด้วยเถิดริก!” ตาแก่เคราทองร้องตะโกนเมื่อมองความเจ็บปวดของลูกชายที่ชักอยู่ในอ้อมแขนน้อย ๆ ของเซลีน แววตาของพ่อแสดงความเจ็บปวดแสนสาหัสไม่เหมือนกับที่เคยโหดร้ายกับพวกเราเลย มันเป็นไปได้ด้วยหรือ?

            ผมป้อนยาให้พี่เขย เขาจึงค่อย ๆ หายชัก ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมาใกล้ใบหน้าผมและยิงเวทสายฟ้าใส่ เปรี้ยง! อสุนีบาตพุ่งจากฝ่ามือเขาฟาดเข้าใส่มือสังหารที่กำลังเงื้อดาบจะประหารผมจากด้านหลัง ผมกับไอเซรอทหันไปดูร่างที่ถูกพี่ราเกลจัดการด้วยความตกตะลึง ในขณะนั้นเอง ทหารของปราสาทเขี้ยวเงินก็ถูกกำราบหมดด้วยลูกธนูไฟเจาะเกาะ ล้มลงตายกันอย่างไม่ทันจะชักดาบออกจากฝัก

กองทหารเกราะทองถีบประตูกรู่เข้ามาราวกับฝูงมดพึ่งออกจากรู ผู้คนกรีดร้องรีบวิ่งหลบเปิดทางให้พวกมันดั่งแมลงวันถูกปัดเป่า ทหารเหล่านั้นเดินเข้ามาก็ปาดฆ่าทั้งน้องชายและน้องสาวของพี่ราเกลทั้งหมด ทีละคน ทีละคนซึ่งผมไม่เคยรู้จักเลย แต่ก็รู้ว่าพี่ราเกลคงรักเด็กพวกนั้นมากไม่ต่างจากที่รักพี่สาวของผม เราผู้ฆ่าล้างพวกนั้นยืนประจันหน้ากับพวกเราที่เหลืออยู่เพียงแค่สี่คนสุดท้าย ซึ่งถูกล้อมไปด้วยความตายอันเรียงรายรอบทิศทาง ทั้งห้องโถงเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและเสียงหวีดร้องของแขกในงาน

รองเท้าโลหะสีทองก้าวเข้ามา พร้อมวาจาอันสูงส่งของเจ้าของ

“ความร่ำรวยของเจ้ามันสั่นคลอนอำนาจของข้ารู้ตัวบ้างไหม ไอเซรอทเพื่อนยาก” ผู้พูดคือชายแก่เกราะทองถือดาบเล่มยาวสวมมงกุฎของราชา ด้านหลังของเขาเต็มไปด้วยทหารเกราะทองทั้งหมด ไม่นานนักทหารเกาะแดงของท่านหญิงผมแดงแห่งแซงกิลโร่ก็เดินเข้ามาเสริมทัพจากด้านข้าง จนอำนาจยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว่าเก่า

เมื่อเทียบกับพวกเราที่มีกันเพียงแค่สี่คน เราแทบไม่มีอะไรเลย ไม่มีทหาร ไม่มีอาวุธ ไม่มียาเหลืออีกแล้ว เราจนมุมทุกสถานการณ์ พร้อมตายเพียงแค่ราชาพ่นลมปากออกคำสั่ง มีเพียงอย่างเดียวที่อาจจะช่วยทุกคนได้ก็คือความฉลาดของผม

            “แดนนี่! จีน! บัดซบพวกเจ้าหักหลังข้า!” ท่านพ่อบุญธรรมตะโกนร้องด่าชายแก่ผมขาวเกราะทองซึ่งเป็นราชาของประเทศนี้ แต่เขายิ้มเยียดยิ้มอันแสนชั่วช้าตอบ

“แม้เจ้าจะเป็นเพื่อนสนิทของข้าก็ตามไอเซรอท แต่อย่าลืมว่าข้าเป็นกษัตริย์แห่งจีเทียส อย่าห่ามกับข้าเกินไปนักเจ้าคนทราม” เสียงทุ้มเอ่ย พร้อมปักดาบลงบนพื้นด้วยท่าทางสุขุม เขาผายมือไปยังสตรีที่อันตรายที่สุดแห่งจีเทียส

“เลดี้ จีน แห่งแซงกิลโร่ ช่วยเล่าให้เจ้าลอร์ดโง่นี่ฟังทีเถอะว่ามันทำความโง่เง่าอะไรให้กับประเทศของเราบ้าง” หญิงสาวผมแดงผู้นำกองทัพเกาะแดงก็ตอบ

“เพคะฝ่าบาท” เธอโค้งรับก่อนจะเปิดปากกล่าวสาธยายยาวให้เราฟัง

“ลอร์ดไอเซรอท แห่งธูทร์ สร้างความโง่เง่าโดยการผลิต เมราทอนอนคุณภาพสูงแข่งกับอาณาจักรแห่งยา ลิฟอินดัส ส่งออกไปยังอาณาจักรเวทมนตร์ เมเดีย ทำให้กษัตริย์ โอเว่นแห่งลิฟอินดัส ตั้งใจจะประกาศสงครามกับประเทศของเรา หากยังไม่หยุดผลิตยานั่น”

ไอเซรอทหัวเราะเบา ๆ

“หึ พวกเจ้ากลัวสงครามกับไอ้ประเทศแห่งยานั่นว่างั้นเถอะ” ท่านพ่อบุญธรรมยิ้มเหยียดหยาม ลุกขึ้นมากลางวงล้อมเป็นความมั่นคงให้ครอบครัวในอนาคตของเรา

“สงครามนำมาซึ่งความตาย ข้ามิอาจให้ประชาชนในประเทศเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นได้ ข้าจำเป็นต้องสละส่วนน้อยเพื่อช่วยส่วนมาก แม้จะเป็นเพื่อนของข้าก็ตาม” ราชาผมขาวเกราะทองตอบ ส่วนไอเซรอทก็หัวเราะเสียงดังยิ่งกว่าเก่า

“หึหึ พวกเจ้าหลงลมปากมันเข้าให้แล้ว เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่ากำลังทรัพยากรของเราไม่อาจสู้ประเทศใหญ่อย่างลิฟอินดัสได้ ไม่ช้าก็เร็วพวกมันต้องยึดเราเป็นอาณานิคม โดยโจมตีทางเศรษฐกิจก่อน สิ่งที่เราจะพอเอาตัวรอดได้ คือพึ่งการคานอำนาจและเป็นมิตรกับอาณาจักรแห่งเวทมนตร์เมเดีย พวกเจ้ามันปอดแหกกลัวสงครามกันไปหมด! ไอ้เจ้าราชาหลงอำนาจขายเพื่อนให้กับประเทศศัตรู!” เขาร้องตะโกนกลางห้องโถงจนดังสะนั่นและไร้ใครตอบปฏิเสธยกเว้นราชาคนนั้น

            “เจ้าลอร์ดโง่เง่า จีเทียส แทบจะอยู่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำหากไม่พึ่งการค้ากับประเทศแห่งยา”

            “เพราะเจ้ามันเป็นราชาที่โง่เกินกว่าจะทำให้ประเทศนี้อยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตัวเองไงเล่า! แดนนี่!” ชายเคราทองชี้หน้าด่าราชาต่อหน้ากองทัพของเขาอีกครั้ง จนทุกอย่างเงียบสงัด ทั่วห้องโถงคนนับร้อยคนจ้องมองพวกเราทั้งสี่คนจนเหมือนตัวประหลาด

            “หึ ว่าไว้แล้วเชียว เจ้าต้องวางแผนก่อกบฏ เพื่อขึ้นเป็นองค์ราชาแทนข้าและคงไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความกว่านี้ ทหาร! ฆ่าพวกกบฏทั้งหมดเสีย! ยกเว้นนอกซ์เชด้าคนพี่ตามสัญญาของลิฟอินดัส!” เพียงคำสั่งเดียวนั่นก็ทำให้พวกทหารทั้งกองเคลื่อนไหว องค์ราชากุมดาบยืนดูพวกเราโดยไม่ขยับใด ๆ พวกทหารกำลังถืออาวุธเข้ามาบั่นคอคนไม่มีทางสู้และไม่มีอาวุธอะไรเลย

            ไอเซรอทรีบวิ่งไปหยิบดาบของทหารที่ราเกลพึ่งจัดการมาด้วยความเร็วสูง เขายืนข้างหน้าพวกเราปกป้องลูกชายลูกสาว แต่มันก็เหมือนกับปกป้องผมไปด้วยในตัว

            “ท่านพ่อ” พี่ราเกลถูกพี่สาวของผมพยุงขึ้นมา เขาร้องเรียกแผ่นหลังของผู้เป็นพ่อ ส่วนตาแก่นั่นเพียงแค่หันมายิ้ม แล้วกระชากสร้อยคอรูปขลุ่ยสมบัติส่วนตัวของเขาแล้วโยนให้ผม

            “เจ้าเด็กปีศาจ ฝากดูแลพวกเขาด้วย” นั่นเป็นคำพูดสุดท้าย ก่อนที่ตาแก่ซึ่งผมจงเกียจจงชังจะกระโจนเข้าไปกลางวงล้อมแล้วร้องตะโกน ใช้อำนาจของทักษะ กู่ร้อง(war cry) บังคับให้ทหารเกาะทองและเกาะแดงกว่าสี่ร้อยนายมุ่งเป้าไปที่เขาคนเดียว

            “ท่านพ่อ!” ราเกลพยายามพุ่งตัวออกไปช่วย แต่ผมกับพี่สาวกอดร่างของเขาหยุดเอาไว้ทัน แล้วตะโกนบอกว่า “พี่เขย ข้าเข้าใจท่าน! แต่เราไม่มีเวลาแล้ว อย่าทำให้การเสียสละของพ่อท่านต้องเสียเปล่า! เพราะข้าจะไม่ทนเห็นท่านตายต่อหน้าต่อตาข้าอีกคน!” คำพูดที่ผมคิดด้วยความรวดเร็วหยุดการกระทำอันสิ้นคิดของเขาได้ทั้งหมด เราสามคนรีบวิ่งจูงมือกันขึ้นบันไดปราสาทเพื่อไปยังชั้นบนสุด พวกมันยิงธนูเข้ามาใส่จากด้านหลัง

            ผมมองออกทั้งหมดและรับด้วยมือซ้ายข้างเดียวหยุดดอกสำคัญเอาไว้ได้ถึงสามดอก ปล่อยดอกสุดท้ายปักเข้าที่กระโปรงเจ้าสาวของพี่ เซลีนไม่พูดมากเธอฉีกกระโปรงตัวเองทิ้งจนเห็นขาขาวอ่อน เธอเตะส้นสูงออกแล้ววิ่งหนีไปพร้อมกับพี่ราเกล ผมซัดลูกดอกด้วยมือเปล่าเข้าลูกตาทหารสามนายจนล้มลงไปนอนกอง

            ราเกลใช้เวทสายฟ้าช็อตทหารทำลายบันไดอีกฝั่งสกัดไว้ ผมรีบวิ่งไปกระชากตัวพี่สาวที่อยู่ข้างหน้าสุดกลับมา ก่อนเธอจะโดนมือสังหารที่กระโดดพังกระจกมาจากทางหน้าต่างแทงด้วยมีด ผมกระชากเธอให้ล้มไปด้านหลัง ราเกลรับนางเอาไว้ในอ้อมแขน ผมหมอบหลบมีดราวกับเทพแห่งการเห็นอนาคต ก่อนจะซัดหมัดเสยคางอีกฝ่ายด้วยซ้ายรุ่น ๆ มีดในมือเพชณฆาตกระดอนหมุนกลับหลังขึ้นบนฟ้า หมัดที่เสยคางไปอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจับจะมีดบนนั้นตามการคำนวณ แล้วผมก็แทงเข้าไหปลาร้าเขาด้วยความแม่นยำ

            “ริก! ระวัง!” เซลีนฉุดร่างน้อยของผม ส่วนราเกลดึงเซลีนอีกทีด้วยแรงทั้งหมดที่มี ร่างเล็กของผมและพี่สาวถูกดึงลอยล้มลงไปกระแทกเขาเพื่อหลบบางอย่างที่ร้อนละอุ

            ตูมมมม! หน้าต่างเก่าที่ผมยืนอยู่ แหลกสลายไปด้วยเวทมนตร์เพลิงของตระกูลแซงกิลโร่ที่เป่าทุกอย่างให้หายไปในพริบตาด้วยความร้อนของเปลวไฟ “ไปกันเถอะ” พี่สาวและผมช่วยกันดึงราเกลขึ้นมาจากพื้นก่อนจะพากันวิ่งขึ้นบันได จนไปถึงระเบียงชมวิวของปราสาทเขี้ยวเงิน ราเกลวิ่งไปถีบประตูออก

            ผมหยิบขลุ่ยไอเซรอทที่อยู่บนคอตัวเองขึ้นมาเป่าลากยาวและร้องตะโกน

            “เร็วซี่!” ผมบอกกับท้องฟ้า ก่อนจะหันไปด้านหลัง เสียงของพวกทหารนับร้อยกำลังวิ่งตามขึ้นมาทางบันได ราเกลตั้งท่าพร้อมปกป้องเซลีนเอาไว้ ผมยืนบังให้เตรียมพร้อมรับมืออันตราย

ใน

สาม สอง หนึ่ง

“ยิงเพดานเลย!” ผมชี้สั่งราเกลให้ยิงเพดานในจังหวะที่ทหารพุ่งออกมาจากประตู ชายรูปงามทำตามสั่ง เขายิงสายฟ้าพังสิ่งปลูกสร้างแตกหักลงมาทับทหารที่วิ่งเข้ามา ผมคำนวณจากเสียงเพื่อสกัดให้ได้มากที่สุด โดยต้องยอมให้พวกทหารผ่านเข้ามาสองคน แต่เมื่อพุ่งหลุดซากมา มีดในมือซ้ายผมก็สะบัดปาดจุดอ่อนไร้เกราะอย่างรวดเร็วสังหารอีกฝ่ายจนล้มลงในทันที

            ผมโยนดาบให้ราเกล เขารับไว้ได้และทันใดนั้นเสียงที่เราต้องการก็กรีดร้องมาจากท้องฟ้า กริฟฟินบินฝ่าเมฆหนากระพือปีกลงมากระแทกตัวปราสาทจนดังสนั่น ราเกลกอดร่างพี่สาวของผมเอาไว้ต้านรับแรงลม ก่อนจะพยายามไต่ขึ้นหลังสิงโตที่มีหัวและปีกเป็นอินทรีย์ขึ้นไปด้านบนนั้นและในขณะนั้นเอง

            ตูมมมมมม!

          ระเบิดเพลิงก็ทำลายซากประตูที่เราปิดกั้น ทหารเกราะแดงและจีน แซงกิลโร่ เดินเข้ามาพร้อมกับเปลวเพลิงในมือและความเย้ายวนของเธอ ผมร้องตะโกน “พี่ราเกล ท่านรีบพาพี่สาวข้าหนีขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลย!

            “อย่าราเกล! ข้าจะไม่ทิ้งเขา” เธอร้อง พร้อมดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของพี่เขย ซึ่งเขารู้ดีกว่าต้องทำอะไร ราเกลกัดฟันน้ำตาซึม เขาไม่สนคำพูดของเซลีนพร้อมสะบัดสายบังคับส่งปีกของ-กริฟฟินพัดแรงลมจนพวกทหารต้องหยุดเคลื่อนไหว ร่างมันค่อย ๆ บินขึ้นจากพื้น

            “อย่าทำแบบนี้กับน้องชายข้า!” เจ้าสาวร้อง

            แต่ไม่ทันเสียแล้ว พี่ราเกลสั่งกริฟฟินบินทันทีตามผมสั่ง ปล่อยผมไว้เบื้องล่างเผชิญหน้ากับกองทัพซึ่งผมเป็นคนตัดสินใจเอง แต่ทันใดนั้นพระราชาที่เดินตามเข้ามาจากด้านหลังก็ร่ายดาบแสงยาวเหยียด ฟันใส่ปีกของกริฟฟินด้วยความรวดเร็ว ราเกลหักสายบังคับให้กริฟฟินหลบอย่างกะทันหันจึงโดนปีกมันเพียงเสี้ยวขนนกและรอดตาย แต่สิ่งที่ราชาแดนนี่ต้องการคือ

            การทำให้ร่างของเซลีนหลุดจากอ้อมแขนของราเกล พี่สาวของผมพลัดตกลงมาด้วยความเร็ว ร่างของผมขยับไปเองทิ้งมีดลงพื้น สองเท้าก้าววิ่งด้วยพละกำลังที่เร่งจนถึงขีดสุด โดยผมรู้อยู่แล้วว่าจีนกำลังร่ายเวทเพลิงจะเผาผมอยู่ด้านหลัง แต่ผมก็กระโดดลงจากระเบียงโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น ระเบิดเพลิงพุ่งเข้ามาเผาหลังผมจนเกือบชุดสูทไหม้ แต่ผมเลือกจะโดดหลบมันและลงไปตายข้างล่าง

            ไม่สิ ผมหวังเพียงอย่างเดียวคือคว้ามือของพี่เอาไว้ให้ได้

            เส้นผมสีฟ้าของนางสะบัดขึ้นต้านแรงลมยามตกลงไป ผมมองตาคู่นั้นของพี่สาวแล้วเอื้อมมือน้อยของผมจนสุดแรงคว้า “ริก!” เธอกรีดร้อง

            “ท่านพี่!

            หมับ!

          พึ่บ!

          ทันทีที่คว้ามือนางได้ กริฟฟินที่ราเกลบังคับก็ตะครุบร่างผมลอยขึ้นไปบนฟ้าโดยทันที เราช่วยเธอเอาไว้ได้ก่อนที่เจ้าสาวชุดขาวจะกระแทกพื้น

เสียงปีกกระพือ ลมพัดสะบัด เธอและผมถอนหายใจโล่งอกมองตากัน เมื่อรอดพ้นอันตรายอันร้ายแรง แต่ทว่าไม่เป็นเช่นนั้นหรอก เพราะดอกธนูมหาศาลยิงเสริมเข้ามาทันที ดอกหนึ่งพุ่งปักเข้าใส่มือพี่สาวผม เธอกรีดร้องเลือดไหลหยดจากฝ่ามือ ผมกุมมือเธอแน่นจนเลือดขึ้นหน้า แต่เลือดทำให้มือเราลื่นไปหมด ความเจ็บทำให้เธอหมดแรงจับและพลัดตกลงไปยังพื้นเบื้องล่างซึ่งสูงกว่ายี่สิบเมตร เจ้าหญิงของพวกเรากรีดร้อง

ผมและราเกลแหกปากมองร่างของเธอที่ร่วงลงไป ก่อนจะถูกรับไว้ได้ด้วยตาข่ายเวทมนตร์ของพวกกองทัพ แต่ยามที่จะบินไปช่วยกลับต้องเจอลูกไฟของจีน แซงกิลโร่และลูกธนูคอยขัดขวาง มันหวังจะฆ่าพวกเรา พี่ราเกลบังคับโยกหลบได้แต่เราไม่สามารถเข้าใกล้เซลีนได้มากกว่านี้แล้ว เหล่าทหารเข้ามาเสริมทัพมากขึ้นเรื่อย ๆ หากบุกเข้าไปช่วยเธอเราคงตายกันเอง

“โถ่เว้ย!” ชายผมทองสบถและเราต้องจำใจบินหนีขึ้นฟ้าไป

ผมไม่โทษเขาเลยแต่ผมโกรธตัวเองมากกว่าที่ปกป้องเธอเอาไว้ไม่ได้ อยากจะช่วยแต่ก็ช่วยไม่ได้ ถึงอย่างนั้น อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าเธอยังไม่ตาย และนั่นก็หมายความว่า สักวันเราจะต้องกลับมาทวงเธอคืนอีกครั้ง และอย่าหวังว่าผมจะอภัยให้กับการฆ่าล้างคนไม่มีทางสู้ครั้งนี้ได้ง่าย ๆ

 




-----------------------------------------------------


เจอกันอีกทีวันจันทร์ดึกๆครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

4 ความคิดเห็น