Noxcheda อัจฉริยะกำราบเวท

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 ทางออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 พ.ค. 62

บทที่ 5 ทางออก

 

            เสียงน้ำหยดร่วงจากเพดานตกลงมาบนโต๊ะ ผมไม่ได้สนใจหยดน้ำนั่นหรอกยังคงตั้งหน้าตั้งตาไถบดยาอย่างขมักเขม่นจนเหงื่อซึมหน้าผาก รอบห้องนี้มืดไปหมดมีเพียงแค่แสงสีเหลืองจากตะเกียงน้อยที่อยู่บนโต๊ะตัวนี้ มองไปข้างนอกซี้กรงที่ขังผมอยู่ ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดและเงาของตัวเอง

2 ปีผ่านมาแล้ว ที่ผมติดอยู่ในคุกชั้นใต้ดินของปราสาทเขี้ยวเงิน หลังจากฆ่าทหารจำนวนสามสิบคนในห้องโถงในวันนั้น ผมสู้เขาไม่ได้ ผมสู้ราเกลที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ วันนั้นสายฟ้ามันมาจากทั่วทิศช็อตผมจนตัวชาไปหมดและดาบเรเปียของเขาก็พุ่งเข้ามาเพราะลอร์ดเมเด็นรูทสั่งให้เขาเอาดาบทิ่มเข้าลูกตาผม

จนสุดท้ายดวงตาข้างซ้ายของผมก็บอดสนิท เป็นการชดเชยกับสามสิบชีวิตที่ต้องตายไปเพราะผม วันนั้นผมจำได้ว่าผมล้มลงบนอ้อมแขนของเซลีน และไม่อาจจะสู้พลังที่เรียกว่าเวทมนตร์ได้เลย เราสองคนพี่น้องจึงถูกสั่งให้ทำยาให้พวกเขา

            วันนั้นผมถูกทรมานให้บอกความลับพวกมันใช้พี่สาวของผมเป็นตัวประกันเพื่อให้ผมเปิดปากพูด ผมจำได้ว่าผมอยากเป็นสายลับตัวจริงเหลือเกินในตอนนั้น แล้วบอกความลับที่ผมไม่รู้กับพวกมันไป เรื่องจะได้จบ ๆ เพราะพวกเขาทุบตีเธอต่อหน้าผม แต่ยังดีที่ราเกลเป็นสุภาพบุรุษพอจึงคอยห้ามไม่ให้พ่อของเขาเฆี่ยนตีพี่สาวผมจนรุนแรงเกินไป ต้องขอบคุณเขา

            สองปีที่ผ่านมาผมถูกขังอยู่ในกรงชั้นใต้ดินนี้อับชื้นนี้ มีแค่พนังขึ้นรา เตียงแข็ง ๆ และพื้นอิฐเย็น ๆ ไร้แสงเดือนและตะวัน ถูกเลี้ยงเหมือนหมาเหมือนแมว ทำหน้าที่ผลิตยาเมราทอนอนให้พวกเขามีกำไร โดยมีพี่สาวของผมเป็นตัวประกัน ให้เธอเป็นคนรับใช้และผลิตยาอยู่ในปราสาท พวกมันให้ผมเจอพี่สาวได้อาทิตย์ละครั้ง ซึ่งเราก็คุยกันได้แค่ไม่ถึงสิบนาที แต่มันเป็นสิบนาทีที่คุ้มที่สุดในหนึ่งสัปดาห์

            ภายในกรงมืดมีแค่โต๊ะทำยากับโถส้วมและเตียงนอน เมื่อทำเสร็จขวดที่สี่สิบของวัน ผมก็หันไปมองชายที่ทำให้ดวงตาซ้ายของผมเป็นรูซึ่งกำลังเดินลงมาจากบันได

“ข้าขอโทษด้วยที่ทำกับดวงตาของเจ้าเช่นนั้นนะริก” สุภาพบุรุษราเกลค่อย ๆ เดินจับราวบันไดลงมา เขาถือจานเอาอาหารมาให้ผม ผมยิ้มบาง ๆ

            “ได้ยินคำนั้นมา 538 ครั้ง แล้วล่ะ” ผมตอบด้วยความแม่นยำ ก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะและค่อย ๆ เดินออกมานั่งกับพื้นเพื่อรอรับจานอาหารที่ราเกลสอดเข้ามาให้จากใต้กรง เขานั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างติดดินเช่นผม แล้วมองผมด้วยแววตาสงสาร

“ข้าดูแลนางอย่างดีริก นางปลอดภัย ตอนนี้นางให้อภัยข้าที่ทำกับดวงตาของเจ้าได้แล้วล่ะ”

            “อืม ดีแล้วครับ” ผมทานข้าวไปโดยไม่ได้มองตาเขา หลังจากอยู่ในคุกนี้มานานมีเขาคนเดียวนี่แหละที่เป็นเพื่อนผม อะไรหลาย ๆ อย่างทำให้ผมเริ่มคิดมากขึ้นว่าไม่ควรที่จะใช้ถือดีในพลังของตัวเองมากเกินไป น้ำเสียงสงสารนั่นกล่าวอีกครั้ง

            “แต่เซลีนก็ทรมานอยู่ดีเมื่อนึกถึงเรื่องของเจ้า” ชายผมทองก้มหน้าเศร้า

            “เช่นนั้นทำไมท่านไม่ช่วยข้าล่ะ พี่ราเกล” ผมเงยหน้ามองตาเขา ด้วยดวงตาสีแดงและหลุมลูกตาที่ไม่มีดวงตาอีกข้างอันแสนอัปลักษณ์

“เจ้าพูดอย่างว่ามันง่ายนะ ริก” เขาทำหน้าเครียด ผมก็ส่ายหัวเบา ๆ  

            “ฮึฮึ สิ่งที่ท่านต้องการ คือหัวใจของพี่สาวข้ามิใช่หรือ? ท่านก็รู้ว่าควรทำเช่นไรให้ท่านพี่ของข้ารักท่าน” เขารู้ว่าหากช่วยผมออกจากที่นี่ได้ ตนจะสามารถเอาชนะใจพี่สาวของผมได้ไม่ยาก ผมเคยถามเขาแล้วว่าทำไมเขาถึงชอบพี่สาวผม แล้วคำตอบของราเกลผู้เป็นสุภาพบุรุษมากก็คือ เขาชอบพี่สาวผมตรงที่เธอรักครอบครัว ตรงที่เธออ่อนหวานอ่อนโยน ตรงที่เธอไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ แต่ผมว่าเขาลืมพูดไปข้อหนึ่งก็คือ พี่สาวของผมเธอสวยกว่าผู้หญิงคนไหนในโลก ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไม่หลงความงามนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอก

            “ข้าแลกด้วยชีวิตของตัวเองไม่ได้หรอกนะริก ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากจะช่วยเจ้าหรอก ข้าอยากจะช่วย อยากจะช่วยเจ้ามาก ๆ ตั้งแต่ที่พวกเรารู้ว่าเจ้าไม่ใช่สายลับ” เขาบอกผมซ้ำ ๆ มาร้อยกว่ารอบแล้ว ใช่มันเป็นแบบนั้นราเกลไม่ใช่คนแล้วร้ายกลับกันเป็นชายที่นิสัยดียิ่งกว่าผมเสียอีก เขาเคยเล่าให้ผมฟังว่าตั้งแต่แม่ของเขาเสียไปตอนถูกลอบสังหาร พ่อของเขาก็กลายเป็นคนไม่สนโลกแถมยังโหดร้ายขี้ระแวงมากขึ้น เขาบอกว่าบางทีถ้าแม่อยู่ พ่อของเขาคงใจดีแบบเขานั่นแหละ แต่ผมไม่เชื่อหรอกที่ตาแก่เคราทองนั่นจะเป็นอย่างที่เขาว่า

            “หึ พ่อของท่านช่างเลวร้ายยิ่งนัก” ผมก้มหน้าบอก ก่อนจะตักข้าวรับประทานต่อไป

            “เจ้าพูดแรงเกินไป ข้าเป็นลูกของเขา แม้เจ้าจะพูดเรื่องจริงของเจ้ามากี่ครั้งก็ตาม เราสองคนต่างก็มีครอบครัวของตัวเองนะริกและข้าก็มองว่าสิ่งนั้นสำคัญที่สุดเหมือนกันกับเจ้า” เขาก้มหน้าบอก ใช่เราเหมือนกันและเป็นอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ ว่าครอบครัวสำคัญที่สุด ปัจจุบันเซลีนยังคงมองว่าผมเป็นมนุษย์ไม่ใช่ปีศาจอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าเด็กคนนี้จะฆ่าคนต่อหน้าเธอไปถึงสามสิบคนในคราวเดียวกันก็ตาม เธอรู้ว่าผมทำเพื่อปกป้องเธอและเธอก็ยังนับผมเป็นน้องชาย ผมค่อย ๆ เงยหน้ามองเขาและตัดสินใจพูดออกไป

            “นั่นสินะ นี่พี่ราเกล ท่านรู้ไหมว่านางชอบทานไอศกรีมรสวานิลา ชอบเรื่องเล่าตลก ชอบทานสเต๊กกับซุปข้าวโพด และชอบให้เปียผมให้นาง นางมีความเจ้าระเบียบ นางไม่ชอบให้ห้องรก และไม่ชอบคนตื่นสาย”

            “ข้าไม่รู้หรอก” เขาขมวดคิ้วเอียงคอสงสัย

            “แล้วรู้ไหมข้าบอกท่านทำไม? ที่ข้าบอกน่ะ เพราะว่าข้าอยากเป็นครอบครัวเดียวกันกับท่าน” ผมมองตาเขาตรง ๆ

            “หมายความว่าเจ้าจะยอมให้นางเป็นของข้าหรอกหรือ?

            “อืม ข้ารู้ว่าท่านรักครอบครัวของท่านจริง คงเป็นทางที่ดีที่สุดที่ข้าจะได้ออกจากที่นี่ มากกว่าการแหกกรงนี้ด้วยตัวเอง เพื่อที่ข้าจะได้เจอพี่สาวอีกครั้ง ข้าอยากเป็นครอบครัวเดียวกันกับท่าน ข้าไว้ใจท่าน ให้ดูแลท่านพี่ เพราะฉะนั้นข้าจะช่วยท่านคว้าใจของนางเอง” คนเราดูกันที่ภายนอกไม่ได้หรอก ในตอนที่เจอกันครั้งแรกสมองของผมประมวลออกมาว่าเขาต้องเป็นพวกเจ้าชู้ แต่ทว่าผ่านมาสองปีแล้ว สิ่งที่ประมวลแต่แรกกลับเปลี่ยนจากหน้ามือกลายเป็นหลังเท้า แน่ล่ะประมวลผลโดยมีข้อมูลน้อยก็ย่อมผิดพลาดได้เป็นธรรมดา ราเกลช่วยเราสองพี่น้องไว้มากจากพ่อของเขาที่โหดร้ายเกินกว่าใครที่เราเคยรู้จัก นั่นทำให้ผมกับพี่สาวเริ่มเทใจให้ความเมตตาของเขามากขึ้นจนถึงปัจจุบัน

            “ริก ข้านึกว่าเจ้ารักนางในแบบที่มากกว่า…?” ดูสิเขาเป็นห่วงความรู้สึกผมด้วย

            “ข้าเป็นแค่น้องชาย” ผมตอบ

            “แล้วความเคียดแค้นของเจ้าต่อพ่อข้าเล่า ริก ข้าไม่อาจเชื่อใจได้ว่าเจ้าจะไม่ฆ่าพ่อข้า หากข้าทำทุกอย่างเพื่อช่วยเจ้าออกไป ถึงพ่อข้าจะร้ายแต่ข้าก็รักเขา

            “ข้าจะไม่ฆ่าเขาหรอก พี่ราเกล”

            “แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าจะไม่ทำ?

            “พี่เคยเห็นข้าพูดไม่จริงซักครั้งหรือยังครับ?” ผมถามกลับ

           

            ..

            .

            ผมรู้ว่าพี่ราเกลรักพี่สาวของผมมากแบบหลงเธอสุด ๆ ถึงขนาดที่ว่าเขาปฏิเสธคู่หมั่นจากอีกเมืองที่พ่อของเขาหามาให้เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทางตระกูลและไม่นานนักหรอก ด้วยความร่วมมือจากผม ด้วยการพูดคุยกันก็ดูเหมือนเราสองพี่น้องจะเห็นดีเห็นงามในตัวผู้ชายที่ชื่อว่าราเกลเหมือนกัน จนท้ายที่สุดงานแต่งของพี่สาวผมกับราเกลก็ได้ถูกจัดขึ้นตอนปลายปีนั้น

            วิวาร์สีขาวของปราสาทเขี้ยวเงินจัดขึ้นที่ห้องโถงเดิม ที่ผมฆ่าทหารไปกว่าสามสิบคนตรงนี้มันผ่านไปไวจนดูเหมือนเมื่อวาน แต่ภายในงานแต่งยังดูรื่นเริงเกินกว่าคุกใต้ดินที่ผมอยู่ลิบลับ แสงสีเสียงเต็มไปหมด ทั้งไวโอลิน เชลโล่ บรรเลงให้พวกเขาหลายสิบคู่เต้นรำอยู่บนฟอล มีอาหารอยู่เต็มทุกโต๊ะ ทหารอยู่ในชุดสุภาพสวมเกราะเบา คนรับใช้พลัดกันเสริฟอาหารให้แขกอย่างวุ่นวาย ส่วนผมที่อยู่ในชุดสูทซึ่งมีแขนเพียงแค่ข้างเดียวก็เลือกหลบอยู่มุมอับของงานเลี้ยงสุดอลังการนี่ แอบถือแก้วไวน์จิบเบา ๆ คือถ้าพี่ผมเห็นคงตีผมตาย ดุผมยับ ผมแอบมองดูพี่สาวในชุดขาวที่สวยที่สุดเต้นรำกับราเกลในชุดสูทที่โอบเอวเธออย่างอบอุ่น ผมอมยิ้ม เพราะผมรู้ว่าผมเลือกไม่ผิด

            “ผ้าปิดตาอย่างกับโจรสลัด มีแขนข้างเดียว นายน่ะเหรอ คู่หมั่นคนใหม่ของฉัน!” ระหว่างที่ผมมองพี่สาวซึ่งเต้นรำอยู่นั้นเอง เสียงแหลม ๆ ของเด็กสาวที่อายุราว ๆ สิบขวบเท่าผมก็เดินเข้ามาเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า “ห่วยแตก!” เธอตะโกนจนเกินงามกลางงานเลี้ยง ยังดีที่เสียงเพลงและคนในงานคุยกันวุ่นวายดังกลบเสียงเธอไปได้บ้าง

            อืมทางพี่ราเกลคงบอกตระกูลนั้นว่าจะยกหมอยาที่ดีที่สุดในเมืองธูทร์มาแต่งงานแทนนั่นแหละนะ ซึ่งก็คือผมเองล่ะสิ มันก็ไม่แปลกหรอก แน่นอนว่าด้วยชื่อเสียง น็อกเชด้าของผมและพี่สาว เป็นใครก็ต้องการมีความสัมพันธ์และอยากหาผลประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น

            ผมตอบแม่เด็กสาวผมแดงชุดราตรีไปว่า “อืม” แล้วก็จิบไวน์ไปเบา ๆ

            “หนอย! อย่ามาทำเป็นเมินกันนะยะ!” เธอกระทืบเท้าตึง ๆ

            “เต้นไหม?” ผมวางแก้วลงบนโต๊ะ ก่อนจะผายมือไปให้เธอ

            “ใครจะอยากไปเต้นกับไอ้ด้วนอย่างแกกัน! น่าโมโหชะมัดที่ท่านพี่ราเกลต้องไปแต่งงานกับนังผู้หญิงไม่มีสกุลนั่น!” เธอดูโมโหและหันหน้าที่คิ้วใกล้จะติดกันนั่นไปทางพี่สาวผม ผมคิ้วกะตุกนิด ๆ ที่เธอเรียกพี่สาวผมว่า นังผู้หญิง แต่ดีนะที่ผมไม่ใจร้อนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

            “มีสิ วันนี้พี่สาวข้าคือเมเด็นรูทแล้ว” ผมมองพี่สาวแสนสวยด้วยแววตาภาคภูมิใจ คนในงานโดยเฉพาะผู้ชายก็มองเธอราวกับเหมือนจะไม่ได้เห็นความงามนั่นอีกแล้ว ผมเองก็เหมือนกัน ราเกลดูแลพี่อย่างดีจนผิวที่เสียกลับมาดีและโปรยเสน่ห์ชาวบ้านได้มากขนาดเช่นดอกไม้ในตำนานเวรอนซ่า ซึ่งพี่สาวผมเคยเล่าเรื่องตลกให้ฟังว่า ผู้คนต่างหลงใหลกลิ่นของดอกไม้หายากเวรอนซ่าจนต้องยอมขายบ้านซึ่งบ้ายิ่งกว่าการไปเล่นการพนันเสียอีก

            “ก็แค่ชาวบ้านโชคดีเท่านั้นแหละน่า!” สาวผมแดงเท้าสะเอวบอก ผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีให้เธอหุบปาก แต่ก็เข้าใจนั่นแหละ ราเกลหล่อลากเสียยิ่งกว่าเทพบุตรส่งมาเกิดทั้งหน้าตาและจิตใจ ไม่แปลกที่เด็กสาวอย่างแม่หนูผมแดงคนนี้จะหลงใหล

            “งั้นข้าก็คงโชคดีที่ได้หมั่นกับเจ้าสินะ? เจ้าอยู่ในตระกูลสูงศักดิ์นี่?

            ” เธอนิ่งก่อนจะตะกุกตะกักบอก “ก็แหงล่ะเจ้าบื้อ!

            “ริก นอกซ์เชด้า” ผมว่าเบา ๆ ตัดบท ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม “แล้วเธอล่ะ”

            “เมโลดี้ แซงกิลโร่” เพียงได้ยินชื่อเธอผมก็ต้องรีบกุบปากกลั้นขำ “ขำอะไรของเจ้า!

            “เปล่าแค่ชื่อเจ้ามันดูไพเราะไม่เหมาะกับนิสัยเลย เมล”

            อย่ามาทำตีสนิทกับข้า! คุกเข่าขอโทษข้าเดี๋ยวนี้!

            “เจ้าอยากแอบดื่มเจ้านี่บ้างหรือไม่?” ผมเปลี่ยนประเด็นไปเป็นไวน์ที่อยู่ในมือล่อเธอแทน เท่านั้นแหละเธอก็ดูสนใจขึ้นมาทันที “ทท่านแม่กล่าวว่า! มีเพียงแต่เด็กแก่แดดเท่านั้นแหละที่ดื่มมัน หากยังอายุไม่ถึงสิบแปด!

            “ฮ่า ๆ นั่นสินะ งั้นก็ขอโทษด้วย” และแล้วผมก็คุกเข่าขอโทษเธอช้า ๆ เพราะว่าก็เบื่อนั่นแหละที่จะต้องมากลายเป็นจุดสนใจของคนอื่นที่เริ่มมองมาทางเราแล้ว อีกอย่างถ้าผมทำตัวดี ๆ มันก็จะดีต่อท่านพี่ของผมด้วย ซึ่งทุกคนดูอยู่ โดยเฉพาะท่านพ่อคนใหม่ของพวกเรา ไอเซรอท เมเด็นรูท ชายวัยกลางคนเคราทองซึ่งนั่งเท้าคางจิบไวน์อย่างละเมียดละไมอยู่อีกโต๊ะ

            ดูเหมือนว่าผมจะเจอเรื่อง เมื่อท่านพ่อสุดโหดคนนั้นยิ้มให้แขกก่อนจะผละตัวเข้ามาหาผมกับเมลอย่างเชื่องช้า เขาเดินผ่านแขกในงานมาทีละโต๊ะยกมือทักทายพูดคุยอย่างเนียนที่สุดและในท้ายสุดก็มาหยุดอยู่ต่อหน้าผม

            “เป็นอย่างไรบ้างคุณหนูเมโลดี้ ถูกใจคู่มั่นคนใหม่ของเจ้าหรือไม่?” ตาแก่ถาม

            “ไม่เลยท่านลุง” เธอกอดอกบ่นทำคิ้วขมวดเหมือนอยากจะให้เป็นเส้นเดียวกัน จ้องมองผมด้วยความโมโห ซึ่งผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้หรอกและไม่สนใจมากด้วย

“หึ แล้วเจ้าล่ะริก” ท่านพ่อแค่ในนามมองต่ำลงมาทางผม แน่นอนว่าหากไม่ได้ให้สัญญากับราเกลไว้หัวของเขาคงหลุดออกจากบ่าเพียงเสี้ยววินาที เพราะเขาเป็นคนที่สั่งให้แทงตาผมบอดและเป็นคนที่เคยเฆี่ยนตีพี่สาวผมจนร้องไห้เลือดตกยางออกมาแล้ว เขาเป็นต้นเหตุความทุกข์ทั้งหมดของเราในสองปีนี้และผมไม่ลืมหรอกว่าเขาควรถูกลงโทษบ้าง ใช่ผมยอมรับผิดว่าผมฆ่าคนตาย ผมสมควรโดนแล้ว แต่เขาล่ะ ตัดสินโทษผมกับพี่สาวผิดพลาดแต่กลับไม่โดนลงโทษอะไรเลย มันก็ดูไม่ยุติธรรมสำหรับผมเท่าไรถ้าใช้หลักการเดียวกัน

“ข้ายังไม่รู้จักเธอดีพอ” ผมตอบเป็นกลางเอาไว้ก่อน เนื่องจากถ้าพูดจริงเกินไป เดี๋ยวเมลก็โมโหกระทืบเท้าใส่ผมอีก ไอเซรอทหัวเราะ

            “ฮ่าฮ่า เออนี่ ข้าขอเวลากับเขาสักครู่ได้ไหมหนูเมโลดี้” เขาหัวเราะก่อนหันหน้าไปบอกเด็กสาวผมแดง ส่วนเธอพยักหน้าตอบ “ได้ค่ะท่านลุง ข้าเองก็อยู่ทนดูความอัปลักษณ์ของเจ้านี่ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” ว่าจบเธอก็เดินก้าว ฉับ ๆ กลับไปยังโต๊ะของครอบครัวผมแดงของเธอที่กินเลี้ยงกันอยู่อีกฟากหนึ่ง

            “ผู้หญิงนี่ร้ายนะ” ชายวัยห้าสิบยิ้มให้แผ่นหลังของเด็กสาวก่อนจะหันกลับมาหาผม “แต่ก็ไม่เท่าเจ้าหรอก เจ้าเด็กปีศาจ”

            “ฮึก็ท่านร้ายกับข้าก่อนนี่” ผมบอกเขาก่อนจะจิบไวน์พร้อม ๆ กัน

            “เจ้าทำได้อย่างไร?

            “ข้าไม่ได้ทำอะไรหรอก พวกเขาต่างหาก” ผมยกแก้วไวน์ชี้ให้สายตาของท่านลอร์ดมองไปยังพี่สาวแสนสวยกับท่านพี่เขยสุดหล่อของผมที่เต้นรำกันอยู่ตรงกลาง

“เจ้ารู้ว่าข้าไม่ยอมเสียลูกชายคนโตไป เจ้ารู้ว่าข้าตามใจเขาและเจ้าก็รู้ว่าเขาแอบมีใจให้คนใช้อย่างพี่สาวเจ้า เจ้าคำนวณทุกอย่างมาแล้ว หึ สมกับเป็นเด็กปีศาจ” เขายิ้มเยาะ แต่ผมน่ะไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ

“แล้วท่านจะทำอย่างไรกับเด็กปีศาจคนนี้ที่ชิงชังท่านเล่า?” ผมถาม

“หึ ข้าแค่อยากให้รู้ไว้ว่ายาของเจ้าทำให้เมืองข้าเป็นที่เพ่งเล็งและข้ายอมรับความเสี่ยงนั้น ยิ่งเจ้าทำให้สองคนนั้นลงเอยกัน เหล่าตระกูลที่อยู่ในงานวิวาร์นี้ก็ล้วนแต่ชิงชังความร่ำรวยของตระกูลข้าทั้งนั้น ตอนนี้ข้ายังไม่ได้คิดจะทำอย่างไรกับเจ้าหรอกนะเจ้าเด็กปีศาจ มีเพียงอย่างเดียวที่ข้าอยากจะบอกเจ้ามานานแล้วก็คือ ข้าอยากขอโทษเจ้า” เขายกจอกไวน์ขึ้นมารินให้เด็กสิบขวบอย่างผม

นั่นทำเอาผมอึ้งไปเหมือนกัน แล้วเขาก็รินให้ตัวเอง

“หากข้าปล่อยตัวอันตรายอย่างเจ้าเป็นอิสระ เมืองข้าคงเละเทะ ไม่สิโลกนี้คงวุ่นวายแน่ ตอนนั้นเจ้าอายุแค่แปดขวบแต่สังหารทหารดีของข้าไปถึงสามสิบคน มันเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ แต่ช่างเถอะ ราเกลบอกข้าแล้วว่าเจ้าสัญญาว่าจะไม่คิดฆ่าข้า ฮ่าฮ่าฮ่า จะว่าไปทำไมคนอย่างข้าต้องมาระแวงกับเด็กกะเปี๊ยกอย่างเจ้าด้วยนะ” เขาว่าจบ พร้อมรินไวน์ให้ตัวเองเสร็จก็ชนแก้วของผมเอง ก่อนจะดื่มรวดเดียวหมด ส่วนผมก็ได้แต่นิ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกับจ้องตาเขาและกระซิบเบา ๆ

“ข้าเองก็จะบอกท่านมานานแล้วเหมือนกัน

ผมพูดจบก็ยื่นขวดยาสีม่วงจากด้านในเสื้อให้เขา “หือ?” คนแก่ทำหน้างง ก่อนจะรับขวดยานั่นไป ผมจึงพูดเบา ๆ พร้อมมองไปที่จอกไวน์

“ระหว่างที่ท่านเดินเข้ามา ข้าก็แอบวางยาพิษเอาไว้ในจอกไวน์โดยที่ใครไม่ทันเห็นแล้ว และนั่นคือยาถอนพิษท่านรีบดื่มเสียก่อนที่พิษจะออกฤทธิ์”

“เจ้าผิดสัญญากับราเกล?” เขาพูดเสียงเบา

“มันก็แค่ทำให้เป็นอัมพาตไปตลอดชีวิตเองไม่ถึงกับตาย และไม่มีใครรู้ว่าข้าทำท่านเมื่อข้าเองก็รู้ว่าท่านเป็นที่จงเกลียดจงชังของหลายตระกูล เช่นคนข้างหลังตรงนั้นที่พยายามหาทางสืบข้อมูลของท่านตลอดเวลาก่อนมาหาข้า หากท่านไม่รีบดื่มยาแก้พิษของข้าตอนนี้ พรุ่งนี้ท่านคงคุยกับลูกชายอีกไม่ได้แน่ ท่านไอเซรอท”

“จเจ้ามันเด็กปีศาจ” เขาทำหน้าตาหวาดกลัว แต่ผมกับยิ้มหวานให้พร้อมบอกว่า

“ขอบคุณที่ขอโทษข้านะท่านพ่อ ดวงตาข้างนี้ข้าไม่เอาเรื่องแล้วก็ได้ แต่ครั้งหน้าข้าจะไม่ให้อภัยท่านแน่ หากมาแตะต้องพี่สาวของข้าอีก”

..

.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #2 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 08:44
    ปีศาจจะอาละวาดแล้ว5555
    #2
    0