Noxcheda อัจฉริยะกำราบเวท

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 ร้อยเปอร์เซ็นต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    30 พ.ค. 62

ตอนที่ 3 ร้อยเปอร์เซ็นต์

 

            ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องนอนและเตียงใบเดิม เพิ่มเติมคือผมเห็นเธอกำลังนั่งหลับฟุบเตียงอยู่ด้านล่างจับมือซ้ายข้างเดียวที่เหลืออยู่ของผมอย่างแน่นหนา ผมหันมองไปด้านขวาจึงเห็นว่าแขนของตัวเองหลุดออกไปแล้ว

            ประเมินผมพูดกับตัวเองแล้วข้อมูลความเสียหายทั้งหมดของผมก็ปรากฏ แล้วจึงคำนวณได้ว่าผมหลับไปเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ ผมเสียเลือดมาก แต่ว่าได้ยาดีช่วยไว้จึงยังรอดชีวิตมาได้จนถึงปัจจุบัน ส่วนผู้ที่ช่วยชีวิตของผมเอาไว้ก็คือ

            ผมหันไปมองเธอ เจ้าของผมฟ้าแสนสวยที่วันนี้ผมไม่ได้เปียให้ เซลีน นอกซ์เชด้า

            พี่สาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาเธอคล้ำไปหมด เหมือนกับว่าร้องไห้มาเป็นเวลานานตลอดที่ผมนอนอยู่ ดูสิอุปกรณ์ทั้งผ้าชุบน้ำร้อน ผ้าพันแผล เครื่องบดยายังวางเละเทะอยู่บนโต๊ะอยู่เลย มีไม่กี่ครั้งหรอกที่ผมจะเห็นพี่ทำตัวไม่มีระเบียบแบบนี้ คงเป็นเพราะเทความสนใจมาให้ผมทั้งหมดกระมัง เมื่อเธอเห็นผมรู้สึกตัว น้ำตาเธอก็ซึมอีกแล้ว

            “ไอ้เจ้าน้องบ้า ทำข้าเป็นห่วงนึกว่าจะไม่ฟื้นเสียแล้ว!” เธอร้องไห้ โผเข้ามากอดแน่น

            “ผมหิวข้าว”

            “ยังจะมาทำเป็นตลกอีก!

            “ผมพูดจริง หิวข้าว”

            “ก็ได้ กินอะไร”

            “ของอร่อย”

            “แล้วของอร่อยคืออะไร?

            “ก็ของที่ท่านพี่ทำให้ไง” ว่าจบผมก็โดนโบกหัวเบา ๆ เล่นเสียสักที

            “หายดีแล้วก็ไม่บอก! เอาความจริงจังของข้ากลับมาเลยนะเจ้าน้องบ้า!

            “แต่ผมพูดจริงนะ”

            “จริงเรื่องอะไรของเจ้า?

            “ก็ท่านพี่ทำอะไรก็อร่อยจริง ๆ นะ มันเป็นข้อเท็จจริง”

            “ชิ ไม่พูดด้วยแล้ว เจ้าเด็กแก่แดด” ว่าแล้วเธอก็สะบัดหน้าแดง ๆ นั่นกลับไป จากการคำนวณของผม หัวใจของเธอเต้นแรงตื่นเต้นตั้งแต่ผมฟื้น นั่นหมายความว่าเธออาจจะไม่ได้เขินก็ได้ เธอจะมาเขินอะไรกับน้องชายที่เลี้ยงมากับมือตัวเองล่ะ แต่เซอร์วิสแบบนี้ก็ทำเอาหัวใจอบอุ่นได้ล่ะนะ ผมยิ้ม

            เฮ้อแต่มันกลับเป็นผมเองที่ต้องมาประมวลผลอย่างเร่งด่วน เพื่อหาอะไรมาอธิบายเรื่องที่หัวใจของผมเต้นแรงบ้าง แล้วก็ได้ผลออกมาเป็น 50% ว่ามันคือความรัก

            แต่ผมไม่เชื่อว่าความรักน่ะมันสามารถนำมาคำนวณประมวลผลหาคำตอบได้หรอก

            นั่นก็เพราะ ผมรักเธอ100%อยู่แล้วในฐานะน้องชาย

ซึ่งไม่จำเป็นต้องคำนวณเลยด้วยซ้ำ

           

            ..

            .

            น้องชายของข้าเขาพึ่งอายุเจ็ดขวบเท่านั้นเอง ตัวกระเปี๊ยก ไม่มีทางที่เขาจะคิดอะไรหรือไปรู้จักเรื่องแบบนั้นได้ ข้าคิดขณะกำลังทำข้าวต้มให้เขาพร้อมคนให้เข้าที่

            “อืม ได้ที่ละ เอาล่ะ”

            เมื่อข้าวางหม้อ ก็ดันมานึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นอัจฉริยะ ไม่อย่างนั้นเขาจะเล่นเปลี่ยนเรื่องพูดให้ข้าหายเศร้าภายในช่วงวินาทีได้อย่างไร เขายังเป็นเด็กก็ย่อมที่จะต้องการความรักการเรียกร้องความสนใจอยู่แล้ว เพียงแต่เราคงอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเกินไป จนข้าก็ลืมว่าเขาต้องโตขึ้นไปเจอกับโลกของเขาเอง ข้าคงทำเหมือนว่าเขาเป็นเด็กมากไม่ได้แล้วสินะ ใกล้ชิดเกินไปคงไม่ดี ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกกับเพศตรงข้ามตอนอายุเท่าไรด้วย ข้าว่าข้ารักษาระยะไว้ดีกว่า

           

            ..

            .

            “อร่อย” ผมพูดเบา ๆ ขณะกลืนข้าวต้มในช้อนเข้าปาก รู้สึกดีสดชื่นขึ้นมาทันทีที่ได้รับสารอาหาร พี่สาวของผมทำหน้าตานิ่งแปลก ๆ  “ท่านพี่เป็นอะไรไปหรือ?

            “อ่อ เปล่า แค่ไม่คิดว่าเจ้าจะหายไวขนาดนี้”

            “เพราะได้ยาดีน่ะครับ”

            “อืม” เธอตอบสั้นพร้อมเบือนหน้าหนี อืมแปลก ๆ นะ ผมค่อย ๆ เป่าและทานเองไปเรื่อย รอดูสถานการณ์ไปก่อน แต่ก็ไม่มีอะไรตอบกลับมา เซลีนยังไม่เป็นปกติจนผมทานหมด

            ผมรู้สึกงง ทำไมเธอไม่มองหน้าผมเลยผมเอียงคอขมวดคิ้วเข้ม พยายามไม่คิดไปเอง

            “มาเก็บให้” เธอพูดห้วน ๆ ก่อนจะดึงถ้วยผมไปล้างที่ซิงค์ โดยไม่หันกลับมามองอึก ผมอยากจะร้องไห้ ทำไมไม่สนใจผมเลย ผมไม่รู้เพราะอะไรทำให้ผมเศร้าคงเป็นเพราะโฮโมนร่างกายเด็กรึเปล่าที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ แต่ผมก็เก็บอาการเอาไว้ได้ทั้งหมด

            “นี่ เดี๋ยววันนี้เราจะเข้าไปขายโพชั่นชุดสุดท้ายด้วยกันนะริก” เธอหันหลังล้างจานอยู่ที่ซิงค์

            “ท่านพี่อย่าเย็นชา”

            “ขข้าเปล่านะ!” เธอตกใจหันมามอง ปล่อยถ้วยหลุดจากมือ แต่ผมก้มหน้าไม่มองเธอหรอก “ข้าเศร้าที่สุด ท่านพี่เย็นชาใส่ข้า”

            “ข้าไม่ได้เย็นชาใส่เจ้าเสียหน่อย!” เธอรีบเดินกลับมาหาตะโกนบอกผม

            “แขนข้าก็ขาด ท่านพี่ยังว่าข้าอีก ท่านพี่ไม่รักข้าแล้ว ฮือ” ผมก้มหน้าเช็ดน้ำตาตก

            “ข้ารักเจ้าสิไอ้เจ้าน้องบ้า!

            “จริงเหรอ!” ผมเงยหน้าทำตาสดใส แล้วเธอก็โบกผมจนล้มลงบนที่นอน ผมขำ

            “โอ้ย ข้าเจ็บ ท่านพี่ตบจนเลือดในสมองข้าไหลแล้ว อ๊ากกกก ข้าจะตายแล้ว!

            “หนอย! คนเจ็บบ้าที่ไหนเขามายิ้มมาขำแบบเจ้ากันหา!” เธอว่า แล้วก็กระโดดขึ้นมาบนเตียงจี้เอวผมถี่ยิบ เพราะผมบ้าจี้ก็เลยดิ้นเป็นปลาขาดน้ำ โดนแกล้งอยู่อย่างนั้น ผมมีมืออยู่ข้างเดียวก็เลยจี้สู้เธอไม่ได้ นี่ผมคิดผิดเสียแล้วสิ ไอ้ด้วนอย่างผมขำจนเกือบกรามค้างตายเพราะพี่สาว

           

            ..

            .

            เรากำลังถือเป้บรรจุโพชั่นสีม่วง เมราทอนอน จำนวนสิบห้าขวดไปขายที่ร้านขายยา มันอาจจะดูแปลกไปที่ผมมีแขนแค่ข้างเดียว แต่ก็ดีแล้วที่ผมทำให้เซลีนไม่ต้องคิดมากได้ก่อนออกมาขายของ เนื่องจากผมไม่เศร้าอยู่แล้วกับแขนข้างถนัดที่แลกกับชีวิตของเธอ

            ตั้งแต่เกิดก็มีแค่เราสองคนพี่น้อง ถ้าไม่ดูแลปกป้องกัน ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตนี้ไปทำอะไรอื่นอีก ก็ตัวผมมันก็มีแค่นี้นี่แหละชีวิตน่ะ

            ระหว่างทางริมถนนในเมืองธูทร์ ราวกับภาพเก่าวนฉายซ้ำ เจ้าพวกเด็กชาวเมืองเห็นดวงตาสีแดงของผมก็เปิดปากร้องตะโกนไล่ “ไอ้ปีศาจ ไอ้ปีศาจ! ออกไปจากเมืองเราไป!

            พวกเด็ก ๆ ขว้างปาก้อนหินใส่ทั้งผมและพี่สาว แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนหรอก ผมเดินมาข้างหน้า ใช้มือซ้ายเบี่ยงปัดก้อนหินพวกนั้นให้ร่วงลงพื้นทั้งหมดด้วยความรวดเร็วไม่เจ็บสักนิด ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย พี่สาวเห็นจนชินตาแล้วที่ผมปกป้องเธอแบบนี้ แต่ครั้งนี้เจ้าเด็กพวกนั้นมันดันซ่าปามีดเข้ามาใส่ ยังดีที่ผมใช้สองนิ้วรับเอาไว้ได้อย่างง่าย ๆ ก่อนจะส่งสายตาวายร้ายขู่พวกมัน

            “อยากตายหรือไง?” พูดเบา ๆ

            เท่านั้นแหละ เจ้าเด็กสี่ห้าคนนั่นก็วิ่งเตลิดหนีไปทันที

            “เฮ้อ ไปกันเถอะครับท่านพี่” ผมกลับไปยิ้มหวานให้เธอ พร้อม ๆ กับเก็บมีดหรูนั่นติดไว้ข้างเอว “ออืม ปะไปกันเถอะริก” เซลีนประหม่าพยักหน้ารับเหมือนหวาดกลัวผมจะบาดเจ็บ จากนั้นเราก็เดินไปขายของกัน

            ยาที่ผลิตจากสมุนไพรที่ดีที่สุดและใช้สูตรที่ดีที่สุดของพวกเรา มันมีชื่อเสียงมากในเมืองนี้ ไม่สิอาจจะติดหนึ่งในสิบของระดับโลกเลยล่ะ มันมีค่ามากมายมหาศาล แต่พวกเราก็ได้จากมันแค่ขวดละยี่สิบเหรียญเงิน ซึ่งพ่อค้าร้านขายยาก็คงเอาไปขายต่อในราคาขวดละหนึ่งเหรียญทอง แต่ผมไม่คิดมากหรอก ขอแค่ขายได้ไวที่สุด ใช้หนี้เจ้าพวกนักเลงนั่นให้ไวที่สุดก็พอแล้ว

            เราเดินเข้าไปขายโพชั่นกับคุณลุง บ็อบ ให้เขาใช้แว่นขยายตรวจคุณภาพ พอเขาเห็นก็ดีใจตาโตเชียวล่ะ ที่วันนี้ผลผลิตดีเกินคาด ไม่นานเขาก็รีบควักเงินซื้อสินค้าของเราสองพี่น้องทันที เราได้เงินมาสามเหรียญทอง ลุงแกแถมมาให้ยี่สิบเหรียญเงินไปใช้หนี้อีกด้วย ซึ่งสามเหรียญทองสำหรับตั้งตัวครอบครัวเรานี่ก็มากที่สุดแล้วล่ะเท่าที่เราเคยมีเงินเก็บ เพราะมีเยอะเท่าไรก็เอาไปใช้หนี้ทั้งต้นทั้งดอกจนหมด

ผมกับพี่สาวยิ้มแย้มกันใหญ่ เราเดินไปที่บ้านของเจ้าหนี้และเป็นผมเองที่เดินเข้าไปเคาะประตูจ่ายเงินที่เหลือให้พวกเขาตามกฎระเบียบ แม้ว่าตอนนี้ผมจะสามารถฆ่าพวกเขาให้ตายสาสมกับความแค้นและสิ่งที่พวกเขาทำไว้ได้ก็ตาม แต่ผมก็ไม่ต้องการหนีพวกล่าฆ่าหัวและพวกทหาร เพราะนั่นจะทำให้ชีวิตพวกเราไม่สงบสุข พี่สาวผมก็คงลำบากหากผมฆ่าคนพวกนี้ตาย เจ้าพวกนั้นทำหน้างงกันหมด ที่พวกเราจ่ายเงินได้ครบในเวลาเพียงแค่สามปี

            ใช่ ผมซื้ออิสระให้เธอได้แล้ว

           

            ..

            .

            “ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะมีวันนี้” เธอยิ้มขณะที่เรานั่งรับประทานอาหารทานข้าวที่ร้านในจานที่ราคาถูกที่สุดคือ 20 เหรียญทองแดงเหมือนเดิมทั้งสองคน แม้เราจะมีเงินมากถึงสามเหรียญทองแล้วก็ตาม “เป็นอย่างที่ผมพูดใช่ไหมล่ะ”

            “อะไรหรือริก?

            “ก็ผมจะทำให้ท่านพี่มีความสุขไง ผมพูดจริง”

            “อ่อ ฮ่าฮ่า โอเคเจ้าพูดจริง แต่ก่อนหน้าที่จะให้ข้ามีความสุข เจ้าไปทำอะไรกับแขนอีกข้างของเจ้าก่อนไหม? พี่เป็นห่วงเจ้านะ” เธอชี้ช้อนไม้มาทางแขนที่ด้วนข้างหนึ่งของผม

            “ข้าไม่อยากใช้เงินที่พึ่งหามาได”

            “หยุดเลย! พี่จะใช้เงินนั้นสร้างแขนกลให้เจ้า เราควรจะเดินทางไปประเทศโอโตมาต้า”

            อยู่ ๆ ขณะที่ผมกำลังจะตักช้อนเข้าปาก น้ำตาผมก็ไหล ซึ้งในหัวใจของพี่สาวที่ทั้งรักเอ็นดูและเป็นห่วงผมตลอดมาตั้งแต่ยังเป็นทารก พูดไปมันก็ยากมากที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะต้องเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงผม แล้วก็ต้องใช้หนี้ของพ่อแม่อีก แต่เธอก็ยังไม่ยอมทิ้งผมหรือโยนผมลงแม่น้ำไป เธอใจดีกับผมมากมาตลอด ให้ทั้งความรักและเสียงหัวเราะ มากมายจนนับไม่ได้

            “ท่านพี่ ข้าโคตรรักท่านพี่เลยว่ะ”

            “โคตรเหรอ? ไปจำคำหยาบมาจากไหน!” เธอตกใจ เพราะไม่เคยเห็นผมพูด

            “ขข้าพูดจริง!

            “พูดจริงได้ แต่ว่าห้ามพูดคำไม่สุภาพนะริก!

            “คร้าบ ท่านพี่!” เรายังคงมีวันที่แสนสุขต่อไป แต่หารู้ไม่ยาที่ผมผลิตนั้นจะทำให้อนาคตของสองเราถึงจุดพลิกผัน

           

            ..

            .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Aikiro (@Aikiro) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 02:14
    ท่านพี่เลียงต้อย
    #4
    0
  2. วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 06:25
    ไม่รู้ว่าทำไม...ผมเกลียดคำว่าตุดพลิกผันตอนที่มันสงบสุข......ผมเข้าใจนะว่าเรื่องแบบนี้มันต้องมาแน่ๆแต่ช่วงที่ผมอารมณ์ไม่ค่อยคงที่แบบนี้ก็คงต้องละไว้ก่อน.....สนุกนะครับแต่คงไม่ได้เปิดเข้ามาดูอีกจนกว่าอารมณ์จะคงที่
    #1
    2
    • 29 พฤษภาคม 2562 / 06:25
      "จุดพลิกผัน"
      #1-1
    • #1-2 (@lml18) (จากตอนที่ 3)
      29 พฤษภาคม 2562 / 06:57
      ไม่เป็นไรครับ Dมากๆที่หยุดไว้ก่อน เพราะผมตั้งใจให้อารมณ์หลายอย่างพอสมควรเลยทั้งทุกข์และสุข ถึงผมจะเป็นใครไม่รู้ แต่ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านช่วงอารมณ์ไม่คงที่นี้ไปได้ด้วยดีนะครับ ^^
      #1-2