Noxcheda อัจฉริยะกำราบเวท

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 กำเนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    27 พ.ค. 62

            ตอนที่ 1 กำเนิด

 

เหล่าเมฆสีหม่นดำกำลังลอยเคลื่อนปิดแสงของดวงจันทร์ เสียงฟ้าคำรามร้องก้องบนท้องนภาเมื่ออสุนีบาตฟาดลงมาพร้อมสายฝนสาดกระหน่ำลงบนป่าเขา ภายในกระท่อมไม้หลังเก่า ๆ มีผู้หญิงนั่งร้องไห้ดังแทรกเสียงพายุฝน ไฟสีส้มสลัวของตะเกียงเทียนส่องสว่างฉาบชโลมทั่วห้องนั้น

เบื้องหน้าผมเต็มไปด้วยคราบเลือดเจิ่งนองพื้น

“แม่คะ ฮือ ฮือ แม่” คนที่อุ้มผมอยู่ร้องไห้

ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมยังลืมตาได้ไม่เต็มที่เลยด้วยซ้ำ แต่เด็กผู้หญิงที่อุ้มกอดผมไว้เธอร้องตะโกนไปพลางเขย่าร่างของผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงไปพลาง

ผมเห็นถังน้ำอุ่น ผมเห็นกรรไกรและสายสะดือ

            นี่คือการเกิดใหม่ของผมอย่างนั้นหรือ?

            แต่ผมจำไม่ได้เลยว่าชาติก่อนผมเป็นใครรู้เพียงแต่ว่าผมได้เกิดใหม่อีกครั้งพร้อมกับอาวุธที่ไร้ใครต้านทานได้ นั่นคือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งอยู่ในหัวสมองของผม

            “น้องชายข้าดวงตาของเจ้าเป็นสีแดงราวกับปีศาจ แต่ถึงอย่างนั้นในฐานะพี่สาวข้าจะขอปกป้องเจ้าด้วยชีวิต” แล้วเธอก็กอดผมที่เป็นทารกอย่างอ่อนโยน

            .

            ..

           

            ไม่นานเวลาก็ผ่านไปถึงสี่ปีเต็ม

เซลีน น็อกซ์เชด้า พี่สาวของผมก็เลี้ยงดูผมจนเดินได้ วันนี้เธออายุสิบหกปีแล้ว เราเดินไปเก็บสมุนไพรกันบนเขาแบกสายสะพายตะกร้าพาดหลังเหมือนทุกวัน พี่สาวจูงมือผมตลอดเวลาบนทางเขาลาดชัน ระวังให้ผมอย่างถึงที่สุด ผมเงยหน้ามองเธอ มองผมยาวสีฟ้าทรงแกะสองข้างนั่นสะบัดไปมายามก้าวเดิน มองมือแข็ง ๆ ของพี่สาว เธอทำงานหนักมาตลอดสี่ปี จนผิวสีขาวผ่องสวยของพี่ตากแดดจนเสียไปหมด

“ท่านพี่ ให้ข้าช่วยแบกได้หรือไม่” ผมชี้ไปที่ตะกร้าข้างหลังของพี่สาว

“ไม่เป็นไรหรอก ริก พี่ยังไหว” เธอยิ้มบอก

วิเคราะห์ผมกล่าวในใจ แล้วหน้าต่างก็ปรากฏต่อหน้าผมคนเดียว

 

ชื่อ: เซลีน น็อกซ์เชด้า ระดับ : 1

สถานะ : เหนื่อยล้า  

ความแข็งแกร่ง : 3 ความเร็ว : 4 พลังเวท : 0

           

            ผมเห็นอย่างนั้นจึงปล่อยมือของเซลีนและเดินเข้าไปช่วยพยุงด้านหลังเธอ โดยไม่สนใจหรอกว่าพี่จะบ่นอะไรยังไง แต่ผมก็ยังจะช่วยและในที่สุดเราก็เดินลงจากเขาไปจนถึงเมือง ธูทร์

            ตรงกำแพงใหญ่มีทหารยามสองนายเฝ้าอยู่เป็นประจำ พี่สาวของผมเข้าไปทักทายพวกเขาอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะจ่ายเงินค่าผ่านทางในราคาหนึ่งเหรียญทองแดง

            เราสองคนเดินเข้าไปในเมืองใหญ่นั่น ที่นี่กว้างพอจะเป็นที่อยู่อาศัยของคนหลายหมื่น ทั้งบ้านเรือนทรงสวย พื้นถนนก็เรียบเนียนไปด้วยอิฐ มีอาคารสามชั้นประปราย สองข้างทางเราเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างตามสถาปัตยกรรมในประเทศจีเทียส ซึ่งมันก็ดูเรียบง่ายดี แต่ความโดดเด่นของเมืองธูทร์คือปราสาททรงเขี้ยวเงินของลอร์ดไอเซรอท เมเด็นรูท ซึ่งเราไม่สนใจมากนัก

            พี่สาวกับผมต้องเดินริมทางเท้าเพื่อหลบรถม้าและคนสัญจรไปมา ไม่นานนัก เราก็เห็นพวกเด็กลูกคุณหนูกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ตรงหน้า พวกเขาหัวเราะหยอกล้อกันสนุกสนานเฮฮา ใส่ชุดสวยเต็มไปด้วยสร้อยเพชร ก่อนจะหันกลับมาเห็นพวกเรา แล้วแหกปากร้องโวยวาย

            “ยี๋ไอ้ตาแดง ออกไปเลย! ไอ้เจ้าปีศาจ!” เด็กชายผอมผู้ดีคนนั้นหยิบก้อนหินมาปาใส่ผมอย่างแรง วิเคราะห์โพรเจกไทล์ สร้างโปรแกรมการหลบหลีกผมพูดในใจแค่นั้นทุกอย่างก็หยุดนิ่ง ตัวเลขหนึ่งและศูนย์มากมายขึ้นเต็มจอไปหมดและลงท้ายด้วยคำว่า เสร็จสิ้นการสร้างโปรแกรมการหลบหลีก

            เพียงแค่มองการโจมตีเท่านั้น ระดับทักษะของผมก็เลื่อนขึ้นเพราะซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในสมอง แล้วหน้าต่างก็ปรากฏ คุณได้รับทักษะ หลบหลีก ระดับ 30         

            และผมก็โยกหัวหลบก้อนหินไปได้อย่างง่ายดาย ไม่นานเจ้าเด็กพวกนั้นก็โมโห ขว้างปาใส่เข้ามาไม่หยุดหวังไล่ผมออกจากเมือง แต่พี่สาวก็พุ่งเข้ามาเอาหลังปกป้องผมเอาไว้ เธอยิ้มบาง ๆ พร้อมกับเลือดที่ชโลมลงมาจากหัว

            “เจ้าไม่เป็นอะไรนะริก” พี่สาวผมบอก

            “ครับท่านพี่” ใจจริงผมอยากจะหยิบก้อนหินปาใส่หัวพวกมันคืนบ้าง แต่พี่สาวผมก็ห้ามเอาไว้ทุกครั้ง เพราะพวกนั้นมีเงินและอำนาจซึ่งเราอาจลำบากหากไปทำร้ายคนพวกนั้น ในตอนนี้ผมจึงได้แต่ยอมไปก่อน เพราะว่าผมยังเด็กอยู่

ในเมื่อพวกมันวิ่งหนีไปแล้ว ผมจึงหันไปดูบาดแผลของพี่สาว

            ผมวิเคราะห์บาดแผลและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เธอ พันผ้าสีขาวเต็มหัวเธอ

            “ท่านพี่ไม่ต้องออกมาปกป้องข้าก็ได้ ก้อนหินแค่นั้นข้าหลบได้สบาย”

            “ฮ่าฮ่า พูดเวอร์ไปแล้วเจ้าน่ะ” เซลีนย่อลงมาลูบหัวผมอย่างเอ็นดู

            “ข้าพูดจริงนะ ไม่เชื่อท่านพี่ลองปาใส่ข้าดูสิ” ผมยื่นก้อนหินให้

            “ข้าไม่ทำหรอก”

            “ถ้าอย่างนั้นท่านพี่ก็ห้ามเอาตัวเองมารับแทนข้าอีกนะ”

            “นี่ใครเป็นน้องใครกันแน่เนี่ย เจ้าสั่งข้าใหญ่เลยนะริก” เธอหัวเราะพร้อมขยี้ผมบนหัวผม

            “ก็ข้าไม่อยากให้ท่านพี่ต้องมาเจ็บตัวเพราะข้านี่” ผมมองตาเธอ พูดจริง เพราะเซลีนก็ลำบากมามากพอแล้วกว่าจะทำงานซื้อนมเลี้ยงดูผมมาด้วยอายุเพียงแค่นี้ เธอช่วยชีวิตของผมไว้ ผมจึงไม่อยากให้เธอต้องมาเจ็บตัวเพราะผมอีก

            “แต่พี่เป็นพี่ พี่มีหน้าที่ต้องปกป้องเจ้านะ” เธอแตะบ่าบอก

“แต่ข้าอยากให้ท่านพี่ปกป้องตัวเองด้วย” พูดคำนั้นจบ เซลีนก็มองตาผมปริบ ๆ คงไม่คิดว่าน้องชายอย่างผมจะมีความคิดเกินตัวแบบนี้ เธอร้องไห้ก่อนจะเข้ามาสวมกอดผมอย่างอบอุ่น พร้อมพูดขึ้นมาว่า

“เข้าใจแล้ว ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเป็นห่วงแล้ว”

“ครับท่านพี่” ครั้งนี้เป็นผมที่ลูบหัวปลอบเธอแทน

..

.

เราเอาสมุนไพรไปขายที่ร้านขายยาด้วยความร่าเริง เนื่องจากวันนี้ได้เงินมามากมายตั้งสองเหรียญเงิน ซึ่งสามารถซื้ออาหารต่อชีวิตได้ถึงแปดมื้อ เราจึงเลือกไปนั่งร้านที่ถูกที่สุดแล้วจ่ายกันคนละยี่สิบเหรียญทองแดง เพื่อทานอาหารเย็นกันก่อนจะกลับบ้าน เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสายตลอดทางเดิน เพราะพี่สาวเล่าเรื่องตลกให้ผมฟัง

ผมบอกเธอว่า หากผมโตขึ้น เธอจะได้อยู่อย่างสุขสบายแน่นอน จะให้เธอนอนที่นอนนุ่ม ๆ กินอาหารอร่อย ๆ แล้วก็ไม่ต้องทำงานหนักแบบนี้ เพราะผมจะเป็นคนดูแลเธอบ้าง เนื่องจากเธอเลี้ยงดูผมดีมากเกินไปตั้งแต่เป็นทารกแล้ว

เซลีนได้แต่ขำ ไม่นึกว่านั่นจะเป็นเรื่องจริงหรอก

แต่ผมพูดจริง ๆ นะ แล้วผมก็คิดจะทำจริงด้วย

พอถึงบ้านเราก็อาบน้ำล้างเหงื่อกัน ซึ่งผมจะบอกเธอตลอดว่าผมสามารถอาบคนเดียวได้อายุตั้งสี่ขวบแล้ว แต่เซลีนไม่เคยฟังแม้จะโดนผมไล่ออกไปก็ตาม คงเพราะเธออาบน้ำให้ผมมาตั้งแต่ยังเป็นทารกจนชินไปแล้วล่ะ “ท่านพี่ออกไปเถอะ ข้าอาบเองได้”

แต่ไม่ได้ผลหรอก ผมรู้ว่าเธอกับผมสีฟ้าและร่างบางอรชรนั่นสวยขนาดไหน แม้จะมีไอน้ำมากมายทำให้มองเห็นไม่ชัดก็เถอะ แต่อย่างไรเธอก็เป็นพี่สาวที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่ยังเป็นทารกและความคิดเชิงชู้สาวน่ะมันไม่เคยมีอยู่ในหัวผมเลย

“เจ้าล่ะชอบทำตัวแก่แดดอยู่เรื่อย” เธอขยี้หัวเด็กสี่ขวบอย่างผมเล่น

“โอเคท่านพี่จะทำอะไรก็ทำเลย” ผมถอนหายใจเหนื่อย เธอดูแลดีเสียอย่างกับว่าผมเป็นลูกของเธอเองอย่างนั้นแหละ เซลีนหัวเราะก่อนสระศีรษะให้ผมเหมือนทุกวัน แล้วก็สาดน้ำเล่นกันในอ่างเหมือนอย่างเคย

..

.

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เราก็อยู่ในชุดนอนก่อนจะกระโดดขึ้นเตียง ผมชวนพี่สาวนอนเล่นทำมือเป็นเงาสัตว์ต่าง ๆ กับตะเกียงไฟ แทนที่จะให้เธออ่านนิทานให้ฟัง จากนั้นเราก็ช่วยกันแต่งนิทานแล้วสร้างตัวละครขึ้นมาเอง

เนื้อเรื่องมันก็จะกาว ๆ หน่อย เราทำเงาสัตว์ร้ายมาสู้กันไปมา เกทับว่าใครเหนือกว่า เธอสนุกที่ได้เล่นกับผม เราพร้อมใจหัวเราะเสียงดังกันลั่นบ้านเมื่อถึงฉากช่วยเจ้าหญิงแต่เจ้าหญิงดันกระโดดลงมาจากปราสาทหาเจ้าชาย แต่พี่บอกว่าเจ้าชายไปรับไม่ทัน เจ้าหญิงจึงคอหักตาย แถมเจ้าชายยังติดคุกอีกต่างหาก

“โอเค ได้เวลาแล้วล่ะ ข้าดับไฟแล้วนะริก” พี่สาวบอก

ผมพยักหน้า แต่ไม่ทันที่เธอจะเป่าเทียน เสียงหน้าบานประตูก็ดังเหมือนมีคนกำลังจะพังเข้ามา พวกเราตกใจสะดุ้ง เซลีนลูบหัวผม “ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวพี่ไปดูเอง”

เธอในชุดนอนบาง ๆ ว่าก่อนจะถือตะเกียงตามไปด้วย

ผมได้ยินเสียงดังตะโกนออกมา

“เซลีนเปิดนะโว้ย! แล้วก็รีบ ๆ ใช้เงินคืนมาเสียที ไม่อย่างนั้นข้าพังเข้าไปแน่”

ผมเดินเกาะประตูแอบดูพี่ที่อยู่หน้าบ้าน เธอตะโกนรับก่อนจะเปิดบานประตูออก ทันทีที่พวกมันเข้ามาก็ตบฟาดพี่สาวของผมด้วยหลังมือ จนเธอล้มลงไปนอนกองจับแก้มตัวเองกับพื้น

“อีนี่ เอ็งคิดจะเบี้ยวเงินอีกแล้วใช่ไหม ถ้าไม่มีจ่ายก็บอกมา ข้าจะได้ให้เอ็งจ่ายด้วยอย่างอื่นเสียเลย” เหล่าชายวัยกลางคนหนวดเคราเฟิ้มรุงรังสามคนเดินเข้ามาในบ้าน แล้วจับพยุงพี่สาว พวกเขาล็อกแขนเธอ ตอนนี้ดวงตาของผมร้อนผ่าวไปหมด มือสั่น กำหมัดแน่น หัวใจเต้นรัว เมื่อชายชั่วมันให้ลูกน้องล็อกร่างบางแล้วบีบแก้มเธอแรงข่มขู่ ผมหันไปในห้องครัวแล้วเดินไปหยิบมีด พร้อมพูดขึ้นมาในใจ

สร้างโปรแกรมวิเคราะห์การจู่โจม

พร้อมสะบัดมีดในมือสองสามที แล้วผมก็ประมวลวิธีการใช้มีดที่ดีที่สุดได้

ท่านได้รับทักษะ ชำนาญมีดระดับ 40

หน้าจอสถานะปรากฏ ก่อนที่ผมจะมองไปที่พวกมันด้วยแววตาอาฆาตแค้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

4 ความคิดเห็น