ตอนที่ 9 : บทที่ ๙ คำถาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ ๙ คำถาม

‘ข้าตายแล้วงั้นหรือ’ เสียงเขาร้องเอ่ย
ร่างเปลือยของฟอลเวลกำลังจมดิ่งสู่ก้นทะเลแห่งความมืด ร่างกายไม่ขยับตัวเคลื่อนไหว ปล่อยกายใจให้ไหลไปตามทะเลมืด ซึ่งดึงร่างสูงจมลงไปเรื่อย ๆ แสงสว่างเพียงน้อยนิดจากเบื้องบนสาดส่องลงมายังใจกลางสมุทร แสงสว่างน้อย ๆ นั่นกระทบเปลือกตาฟอลเวล มันปลุกสติให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ฟอลเวลลืมเปลือกตาขึ้นมาช้า ๆ ก่อนแหวกว่ายขึ้นไปหาแสงสว่างนั่นอย่างสุดกำลัง หลบหนีออกจากความมืดมิดที่กำลังกัดกินดึงร่างเขาให้จมลงสู่ก้นบึ้งแห่งความตาย จนท้ายที่สุดแสงสว่างเพียงเล็กน้อยก็ค่อย ๆ ฉาย มันจ้ามากขึ้น และมากขึ้น กระทั่งอาบร่างของเขาในที่สุด วูบบบบบ
ร่างของฟอลเวลสะดุ้งตื่นขึ้นมาขณะนอนบนพื้นแข็ง ๆ ซึ่งถูกปูด้วยผ้าหนาหลายชั้นแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาหลับสบายเสียเท่าไรนัก เบื้องหน้าของเขามองเห็นเพียงแค่ก็เมฆสีขาวจาง ๆ ในยามเช้า ก่อนที่ฟอลเวลจะพยายามใช้สองมือดันร่างของตนขึ้นมาให้ท่านั่งด้วยความยากลำบาก
“ท่านฝันร้ายหรือฟอลเวล” ชายสวมหมวกที่นั่งอยู่บนท่อนไม้ข้าง ๆ ทัก เขากำลังใช้ไม้เขี่ยกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่น ปีเตอร์มองฟอลเวลที่พึ่งได้สติด้วยสีหน้าสงสัย ฟอลเวลไม่เอ่ยคำใด ๆ เพียงแต่ใช้สายตาสำรวจรอบ ๆ แต่ทั่วท้องบริเวณนั้นก็ยังคงเป็นแดนหิมะเฉกเช่นเดิม ลมหายใจของทั้งสองพ่นออกมาเป็นไอเย็นดังเช่นเคย
เสียงฝีเท้าของอีกสองคนเดินเข้ามาฟอลเวลรีบหันหน้าขวับกลับไปมองยังที่มาของเสียง เขาเห็นไลเวนกำลังแบกกวางตัวเล็กกลับเข้ามายังแคมป์กองไฟแต่ทว่าคนที่เดินตามมาด้วยนั้นคือหญิงสาวผมยาวสีเงินปริศนา เธอสวมชุดคลุมสีดำดูน่าสงสัย
“เอ้าเจ้าตื่นแล้วหรือฟอลเวล” ไลเวนโบกมือหยอย ๆ เพราะไม่สามารถทิ้งกวางที่อยู่บนหลังได้ แต่ทว่าแววตาของฟอลเวลกับเมินเฉยและมองไปที่หญิงสาวปริศนาด้านหลังมาอย่างไม่วางตา
“เจ้าชื่ออะไรต้องการอะไร ช่วยข้าเอาไว้ทำไม”ฟอลเวลรัวคำถามใส่หญิงสาวไม่ยั้ง จนเธอหัวหัวเราะขำคิกคักก่อนจะเอ่ย
“ฮิฮิ ข้าจีน่า ออลเรีย เป็นชาวซีนเช่นเจ้า”เธอเดินเข้าไปหาฟอลเวลในวงล้อมกองไฟ ก่อนจะวางสัมภาระและนั่งลงข้าง ๆ เขาแบบเนียน ๆ ฟอลเวลจ้องเธอตาไม่กะพริบอีกทั้งยังพยายามควานหาอาวุธรอบกายแต่สุดท้ายปีเตอร์ที่อยู่ด้านซ้ายก็ตบบ่าให้เขาใจเย็นลง
ไลเวนวางกวางป่าลงบนกองหิมะก่อนจะถอนหายใจเหนื่อยหอบอยู่หลายครั้งแล้วค่อยพูด
“เจ้าจะขี้ระแวงไปไหนเนี่ยฟอลเวล แม่นางจีน่าเป็นผู้มีพระคุณของเจ้านะ ถ้าไม่ได้นางช่วยพวกเราคงตายไปแล้ว อีกอย่างถ้าไม่มีนางพวกเราก็คงไม่มีอาหารมื้อนี้” ว่าจบไลเวนก็มองไปที่กวางป่าที่อยู่บนพื้น
“ทำไมถึงช่วย” ฟอลเวลไม่ยอมเลิกรา เขายังคงส่งสายตาดุดันไปถามเธอด้วยความสงสัย จีน่าไม่ได้แสดงท่าทีก้าวร้าวแต่อย่างใดเธอตอบกลับไปด้วยวาจาสุภาพขบขันว่า
“แล้วทำไมซีนอย่างเจ้าถึงช่วยคนพวกนี้ด้วยล่ะ ฮิฮิ” จีน่าหันไปหาปีเตอร์และไลเวนตามลำดับ ฟอลเวลถึงกับสะอึกเพราะเขาเองก็ตอบคำถามของเธอไม่ได้เช่นกัน
“เจ้าสงสารพวกเขาใช่หรือไม่” แววตาจริงจังของหญิงสาวนั่นจ้องเข้าไปในนัยน์ตาของฟอลเวล จนชายหนุ่มต้องหลบสายตาด้วยความรู้สึกประหลาด
“เจ้าแปลกมากฟอลเวล” จีน่าเอียงคอสงสัยจนปอยผมสีเงินตก แววตาสีม่วงนั่นสะกดเขาอย่างไม่เข้าใจ
“หึ! พูดไม่ดูตัวเอง” แต่ชายหนุ่มกลับย้อนด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ เหล่สายตาไปมองที่ปีเตอร์ บุรุษไปรษณีย์นั่งยิ้มแหย ๆ ฟอลเวลอยากจะดุเขา เพราะที่จีน่ารู้ชื่อก็คงเป็นเพราะถามมาจากทั้งสองคนนั้นแน่ ๆ
“ข้าแค่อยากลองทำตามพฤติกรรมของเจ้าดู ข้าแค่อยากรู้ว่าทำไมเจ้าถึงช่วยคนพวกนี้ขนาดเอาชีวิตไปเสี่ยง เจ้าต้องการอะไรตอบแทน นำทางรึ?” เธอถามคำถามยาวยืด ฟอลเวลก็ได้แต่คิด หายใจออกมาเป็นไอหลายคราแต่แล้วเวลาผ่าน เขาก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดี
“ข…ข้าเองก็ไม่รู้” เขาส่ายหัว ปีเตอร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็นำมือวางไว้บนบ่าของฟอลเวลช้า ๆ จนชายหนุ่มผมขาวหันกลับไปเห็นใบหน้ายิ้มหวานของบุรุษไปรษณีย์
“แต่ข้ารู้นะฟอลเวล ว่าเป็นเพราะอะไร” ซีนหนุ่มได้ยินก็ทำหน้างง ไม่นานนักไลเวนก็กล่าวเสริมขึ้นมา
“ใช่ข้าก็รู้” ฟอลเวลหันไปตามเสียงแต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่า ทำไมต้องทำเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บตัว หรือเป็นเพียงเพราะเขาแค่รู้สึกว่าพวกปีเตอร์เป็นมิตรน่ะหรือ? เขาเองก็พูดไม่ได้
ท่ามกลางพื้นที่หิมะสีขาวโพลนนั่นมีเพียงแค่พวกเขาที่นั่งล้อมกันเป็นวงกลมรอบกองไฟ บรรยากาศเงียบเชียบไม่มีใครพูดจาอันใด จนกระทั่งไลเวนกล่าวออกมา
“มิตรภาพยังไงล่ะ”
“มิตรภาพ? เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” จีน่าสงสัย ฟอลเวลก็ไม่รู้จะตอบกลับไปว่าอะไร เขาเลือกที่จะปิดปากเงียบเอาไว้ปล่อยให้คนอื่นสานต่อความสงสัยนั่น ไลเวนที่พยายามหั่นเนื้อกวางออกเป็นชิ้น ๆ หยุดมือ และหันกลับมาเฉลย
“แม่นางจีน่าเจ้าเป็นชาวซีน ก็คงไม่รู้จักคำนี้หรอกแต่มิตรภาพของข้าน่ะคือ การที่เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเชื่อใจกัน และบางที่มันก็ไม่จำเป็นต้องมีบางอย่างตอบแทน”
“ไลเวนครั้งนี้เจ้าพูดดีนะ” ปีเตอร์หัวเราะขำ
“ก็…นิดหน่อย”ว่าจบเขาก็เขินหันกลับไปทำภารกิจตนเองต่อ
“ถ้างั้นมิตรภาพในแดนนี้มันก็แค่มิตรภาพจอมปลอมเท่านั้นแหละ ที่ฟอลเวลช่วยพวกเจ้าก็อาจจะเพราะเขาไม่รู้ทางไปอีเดนอย่างที่พวกเจ้าบอก และที่พวกเจ้าช่วยเหลือฟอลเวลในป่าก็แค่กลัวว่าชีวิตของพวกเจ้าจะหาไม่ หากไม่มีนักรบในการเดินทาง ดูก็รู้แล้วว่าพวกเจ้ากำลังหลอกใช้ฟอลเวลอยู่จริงไหม” พูดจบจีน่าก็หันไปหาฟอลเวลด้วยรอยยิ้มหวังคำตอบ
แต่ชายหนุ่มผมสีเงินยังคงทำหน้านิ่ง เนื้อตัวของเขามีผ้าสีขาวพันบาดแผลเต็มไปหมด ไม่นานนักเขาก็ก้มหน้าลงกับพื้น แล้วคิด
‘นี่ข้าเป็นอะไรไป ทำไมข้าถึงช่วยพวกเขา…’ ทั้งชีวิตของชาวซีนไม่เคยช่วยเหลือใครโดยชีวิตเข้าไปเสี่ยงเลย แต่เพียงเพราะฟอลเวลได้เริ่มอ่านหนังสือ และได้เจอคนที่ไว้ใจได้ ชีวิตของเขาก็เริ่มที่จะเปิดใจรับบางสิ่งบางอย่างและโหยหาในบางสิ่งบางอย่าง โดยที่เขาก็ไม่รู้ ฟอลเวลไม่ตอบ ปีเตอร์จึงพูดแทน
“ข้าไม่ได้หลอกใช้เขาหรอกท่านจีน่า แล้วท่านล่ะ…ฟอลเวล ท่านรู้สึกว่า…กำลังถูกพวกเราหลอกใช้อยู่หรือไม่?” บุรุษไปรษณีย์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่” เขาตอบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองจีน่าช้า ๆฟอลเวลพึ่งเห็นใบหน้าของเธอชัด ๆ ผิวขาวของเธอดูงดงามไม่ต่างจากนางฟ้า ดวงตาสีม่วงจ้องมองมาที่เขาด้วยความสงสัยปานจะกลืนกิน ฟอลเวลไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ เขาตอบกลับไปโดยไม่กะพริบตา
“จีน่า… เจ้าเคยรู้สึกแบบนี้ไหม… ข้าว่าชีวิตนี้มันว่างเปล่า… ข้าใช้ชีวิตอยู่ไปวัน ๆ โดยไร้ซึ่งจุดหมายไร้ความฝัน มีเพียงการเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ ในแดนหิมะนี่ พ่อแม่ของเราคือใคร… เราเกิดมาทำไม… ถ้าชาวซีนทุกคนเห็นแก่ตัวจริง ๆ แล้วทำไมถึงยังไม่หายไปจากโลกใบนี้เสียที ข้าสงสัยในสิ่งนั้น ข้าอยากรู้ ข้าตามหาคำตอบมาตลอด ข้าศึกษาวิธีการอ่านหนังสือจากข่มขู่คนที่ผ่านทางมา และอ่านมันเป็นร้อยเล่ม และข้าก็ได้รู้ว่าข้าเกิดขึ้นมาด้วยความรัก ความรักคือปาฏิหาริย์ปาฏิหาริย์ที่ทำให้ชาวซีนเห็นแก่ตัวอย่างเราดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้”
ฟอลเวลพูดออกมาจากใจจริง แต่ซีนสาวที่จ้องใบหน้าเขานั้น กลับไม่มีความประทับใจอะไรกับคำกล่าวเมื่อครู่เลย
“เจ้าโกหกฟอลเวล ความรักไม่ใช่ปาฏิหาริย์ ก็หากเจ้าเกิดขึ้นมาด้วยความรักจริง แล้วเหตุใดเล่าความรักจึงพรากพวกเราเผ่าซีนไว้กลางป่าที่หนาวเหน็บ สิ่งที่ให้กำเนิดเจ้านั้นไม่ใช่ความรักหรอกฟอลเวล ชาวซีนไม่เคยมีความรักต่อกัน หากแต่หญิงสาวชาวซีนทั้งหลายถูกข่มขืนและคลอดบุตรไร้บิดาออกมา ข้าเห็นมามากมายเหลือเกิน เมื่อพวกนางเลี้ยงชีวิตน้อย ๆ ไม่ไหวจึงปล่อยไว้กลางป่าเจ้ากำลังโดนหลอกฟอลเวล ที่เจ้าอ่านนั่นมันก็แค่เรื่องโกหกทั้งเพ ความรักมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเท่านั้นนะข้าว่า”
ฟอลเวลได้แต่อึ้งเมื่อเขาคิดตามคำพูดของจีน่า สิ่งที่เขาคิดมาตลอดมันกลับไม่ใช่เรื่องจริง เขากัดฟันกรอดและหันไปมองหนังสือเล่มโปรดที่อยู่ในกระเป๋าสัมภาระ
“ข้า…ข้าถูกหลอก!”
“ใช่ เจ้าอาจจะถูกหลอก แต่ข้าคิดว่า หากเป็นแบบที่เจ้าว่ามาก็คงจะดีมิใช่น้อย นี่หันมานี่สิ จ้องดวงตาข้า” จีน่าใช้สองมือหมุนใบหน้า ให้เขากลับมามอง ฟอลเวลร้อนอกผ่าว ได้แต่ทำตามคำขอ
หัวใจทั้งสองเต้นแรงอยู่ในอก มันเป็นความรู้สึกที่พึ่งได้สัมผัสมันเป็นครั้งแรก
ปีเตอร์อมยิ้มยกใหญ่ เขากวักมือเรียกไลเวนที่กำลังปิ้งเนื้อให้หันกลับมามองเหตุการณ์
นักวิทฯถอนหายใจเบื่อ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากตรงนั้น พร้อมบุรุษไปรษณีย์
“ข้าเป็นหวัดไม่สิ…ข้ากำลังประหม่าเจ้าหรือ”
“เจ้ากำลังประหม่าข้ารึ…แล้วประหม่าคืออะไร?” จีน่าเอียงคอถามด้วยใบหน้าแดง ๆ ของเธอ
ในภูมิประเทศอันไร้ซึ่งความอบอุ่นทางใจใด ๆ ในตอนนี้มันเป็นครั้งแรก ที่พวกเขารู้สึกว่ามันอบอุ่นกรุ่นไปถึงขั้วหัวใจ และยังไม่รู้ด้วยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือ ต…แต่เจ้าน่ะ! ปล่อยมือ! และเลิกจ้องหน้าข้าเสียที!” ฟอลเวลร้อง ตะโกนเขาไม่ชอบเลยที่ร่างกายเป็นแบบนี้ ทั้งสองเขินอายและไม่รู้ว่ามันคืออะไร ชาวซีนผู้แข็งแกร่งดูอ่อนแอลงภายในชั่วพริบตา
“ไม่! เจ้าตอบข้ามาก่อน ข้าสงสัย? ข้าอยากรู้ความประหม่าคืออะไรกันแน่!? ทำไมตัวของข้าและเจ้าถึงร้อนขึ้นมากถึงขนาดนี้ล่ะ? ข้ารู้สึกแปลก ๆ นี่คือคำถาม” หญิงสาวไม่ยอมปล่อยมือ ทั้ง ๆ ที่มือของเธอยังสั่นไม่หยุด
“ถ้ารู้สึกแปลก ๆ แล้วทำไมเจ้าไม่ยอมปล่อยมือออกไปเล่า!”
“แล้วทำไมเจ้าไม่ยอมสะบัดหน้าหลบเองล่ะ?” เธอเคียงคอถาม
สายลมหยุดพัด เสียงหัวใจเต้นตึกตัก หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่ม ชายหนุ่มก็จ้องมองหญิงสาว ทุกอย่างเป็นไปตามความรู้สึก จู่ ๆ ริมฝีปากของเธอค่อย ๆ แตะที่ริมฝีปากของเขา ก่อนกายจะเคลื่อนออกมา ใบหน้าทั้งสองแดงก่ำ จ้องกันก่อนจะหลบ และหายใจ
“จ…เจ้าไปจำมันมาจากไหน” เขาร้องเสียงสั่นมองพื้น และเธอก็ตอบ
“ข้าทำตามหญิงชายคู่หนึ่งจากนอร์เทอร์ ที่หลงเข้ามาตายในป่าจันทรา แต่ข้าคิดว่ามันน่ารังเกียจมาตลอดการที่แบบนั้น แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ข้าถึงไม่รังเกียจที่จะทำแบบนั้นกับเจ้า ไม่รู้สิ ร่างกายมันขยับไปเอง แต่ในตอนนี้ข้าก็พึ่งรู้ว่า สองคนนั้นไม่ได้จิตวิปริตเหมือนเหมือนพวกที่ข่มขืนเช่นที่ข้าเคยเห็น ข้าว่าคู่ชายหญิงคู่นั้นพวกเขาคงรู้สึกเหมือนข้า”
“เจ้า? เจ้าแค่สงสัยใช่ไหม ที่เจ้าจ้องตาข้าก็คงเหมือนกัน” ฟอลเวลถาม
“ใช่ ข้าก็แค่สงสัยทุกอย่างมาตลอด และพยายามหาคำตอบ โดยการถาม และกระทำ ซีนส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่เพื่อการฆ่าฟัน และเรื่องเพศ เป้าหมายมีเพียงเพื่อสนุกเท่านั้น ข้าไม่ค่อยสนุกกับมันเสียเท่าไรหรอก และข้าก็เจอซีนคนแรกที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าใคร นั่นก็คือเจ้า ข้าสนใจในตัวเจ้า ข้าจึงสะกดรอยตามเจ้ามา ใช่…
ข้ารู้สึกเช่นเจ้า ข้ารู้สึกอ้างว้าง ข้าอยากหาคำตอบของมันและข้าคิดว่า อาจจะเจอแล้วล่ะ คำตอบของคำถาม ปาฏิหาริย์ที่เจ้าพูดนั้นก็อาจจะมีอยู่จริงก็ได้…เพราะข้าเองก็เคยได้รับมันมาก่อน”

4 ความคิดเห็น