ตอนที่ 6 : บทที่ ๖ หิมะสีเลือด…

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ ๖ หิมะสีเลือด…

ภายในบ้านไม้หลังเล็ก ชั้นวางหนังสือเรียงรายตามกำแพง เตาผิงไฟในห้องรับแขกตั้งอยู่ตรงกลางบ้าน โต๊ะอาหารและเก้าอี้ก็เช่นกัน ซีนหนุ่มผมขาวเปิดบานประตูเข้ามาอย่างบรรจงสองเท้าย้ำลงบนพื้นไม้
“เชิญเลยท่าน อย่างได้เกรงใจ”
ฟอลเวลเปิดประตูแล้วหันกลับไปบอก ด้านหลังคือบุรุษไปรษณีย์หนุ่ม เขาก้าวเข้ามาในบ้านด้วยความสุภาพ ก่อนจะถอดหมวกสีดำลงจากศีรษะ
“ว้าว…ฟอลเวลบ้านของท่านสะอาดน่าดูเลย” ปีเตอร์ยิ้มและมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยแววตาตื่นเต้น เขาไม่คิดว่าชาวซีนอย่างฟอลเวลจะสะสมหนังสือมากมายถึงขนาดนี้ มันช่างแปลกประหลาดเสียเหลือเกิน
“หึ ๆ ได้ยินคนกล่าวชมก็ครั้งแรกนี่แหละ” ฟอลเวลหัวเราะในลำคอ เขาเดินนำหน้าไปยังโต๊ะอาหารด้วยท่าทางสบาย ๆ และจัดที่นั่งตรงหน้าเตาผิงให้
“เอ้าเชิญนั่งก่อนสิ เดี๋ยวข้าจะไปหาเก้าอี้มาอีกตัว” ฟอลเวลหันมาบอก บุรุษไปรษณีย์ยิ้มรับก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่ฟอลเวลจัดให้ เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ
“ท่านมีแขกบ่อยรึเปล่า?” ปีเตอร์เอ่ย
“คิดว่าชาวซีนอย่างข้าจะมีใครกล้าเข้าใกล้หรือท่าน แต่…จะว่าไม่มี ก็ไม่เชิงนะ” ซีนหนุ่มตอบพร้อมยกเก้าอี้ออกมาจากด้านใน เขาวางมันลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับปีเตอร์
“ฟอลเวล ท่านเป็นซีนที่แปลกจริง ๆ นะ” บุรุษไปรษณีย์กล่าว แต่คนตรงข้ามไม่ตอบอะไรกลับมาเพียงแต่ย้อนคำไปว่า “หึหึ หรือว่าท่านชอบชาวซีนปกติมากกว่าล่ะ?” ปีเตอร์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะขำเป็นการส่งคำตอบ
“จริงสิต้อนรับแขกมันต้อง! นี่ท่านชอบกาแฟหรือชา?”
“อืม…ขอเป็นชาดีกว่า”
เวลาล่วงเลยผ่านไปท่ามกลางหิมะนอกหน้าต่างที่โปรยปรายช้า ๆ ทั้งสองฝ่ายต่างนั่งทานอาหารและดื่มชาอย่างสงบ บทสนทนาราบเรียบแทบจะไม่มีอะไรทำให้หัวใจเต้นตึกตัก บรรยากาศรอบ ๆ ดูผ่อนคลายยิ่งนักเมื่อไม่มีพายุหิมะ เตาผิงไฟดวงน้อยก็ยังคงมอบความสว่างและความอุ่นอย่างเหมาะสม
“ท่านไปได้ข้อสอบของอีเดนมาได้ยังไงหรือ ฟอลเวล” ปีเตอร์เอ่ยก่อนจะหายใจเป็นไอ
“อีกาตัวหนึ่งมันคาบมาให้ข้า และข้าก็นึกสนุกทำเล่นไปเรื่อย แล้วก็ส่งให้เจ้าอีกาบ้านั่น ไม่รู้ทำไมข้าถึงคิดว่ามันจะไปส่งให้ แต่ก็น่าตกใจจริง ๆ ที่ท่านมาส่งจดหมายแจ้งผลถึงที่นี่ ฮ่าฮ่าฮ่า” ซีนหนุ่มหัวเราะ แต่คนตรงข้ามถึงกับอึ้ง เขาไม่คิดว่าทุกอย่างนี้เป็นเรื่องบังเอิญหรอก มันต้องมีอะไรบ้างอย่างที่ทำให้ฟอลเวลได้เจอกับเขาแน่ สิ่งนั้นอาจจะเป็นโชคชะตา
“เป็นไปไม่ได้หรอกเรื่องแบบนั้น”
“แต่มันเป็นไปแล้วเชื่อข้าเถอะ เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเจ้าอีกานั่นตัวเดียว” เมื่อเห็นว่าฟอลเวลยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ปีเตอร์ก็เถียงไม่ออก “ว่าแต่ ท่านมาส่งจดหมายที่ไอซ์เฟลวไปกี่ฉบับแล้วล่ะ?” คนหัวขาววางแก้วชาไอร้อนลงบนจานรองแก้ว
“ข้าพึ่งมาถึงและส่งให้ท่านฉบับแรกนี่แหละ และมีฉบับเดียวด้วย” ปีเตอร์ยิ้ม แต่ทว่าฟอลเวลกลับถลึงตาใส่เขาอย่างดุร้าย
“อาวุธติดตัว เอามารึเปล่า?” ฟอลเวลถามอีกครั้งแต่ปีเตอร์กลับส่ายหัว
“แล้วท่าน…คิดยังไงถึงมาส่งจดหมายที่นี่? ไม่รู้หรือว่าที่นี่มันอันตราย?”
“ข้ารู้ แต่ข้าก็จำเป็นต้องมา เพราะมันไม่มีทางเลือก ข้าจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อเลี้ยงดูลูก ๆและภรรยา” เขาก้มหน้าแอบยิ้มเล็กน้อย “โอ้! งั้นก็แสดงว่าท่านแต่งงานแล้ว ยอดเลย! พอจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ คือข้าไม่เคยเข้าใจมาก่อนถึงจะเคยอ่านมาจากในหนังสือมากมายก็ตามทีเถอะ” ความกระตือรือร้นนั้น ส่งผลให้ปีเตอร์หัวเราะขำก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ และกล่าว
“เฮ้อ…ฟอลเวลจะอธิบายให้ชาวซีนอย่างท่านเข้าใจก็เห็นจะเป็นเรื่องยากนะ แต่ข้าจะพยายามก็แล้วกันความรัก…ถ้าจะให้ข้าพูดง่าย ๆ มันก็คือความหลงใหลในสิ่ง ๆ หนึ่งและอยากใช้เวลาอยู่กับสิ่ง ๆ นั้นกระมังนะ” ปีเตอร์พูดก่อนจะหยิบชาร้อน ๆ ขึ้นมาจิบ แต่ฟอลเวลก็แย้งขึ้นมาทันที
“อืม…แล้วมันต่างจากความชอบตรงไหนละ”
“แตกต่างกันสิฟอลเวล ก็นะ…สมมุติว่าท่านชอบดอกไม้ริมทางท่านก็แค่เด็ดมันกลับบ้านเพื่อให้ได้มันมา แต่ถ้าหากท่านรักดอกไม้ริมทางนั้น ท่านจะรดน้ำมันทุกวันคอยดูแลมันไม่ให้มีวันเหี่ยวเฉาเพราะท่านอยากจะเฝ้ามองมันไปนาน ๆ อยากเห็นมันงอกงามเติบโต” ปีเตอร์อมยิ้มอบอุ่น ว่าจบเขาก็จิบชาต่อ
ฟอลเวลรับฟังคำกล่าวทั้งหมดก็พอใจ
“ข้าว่าข้าคงไม่มีความรักหรอก ก็ใคร ๆ ต่างเกลียดชาวซีนเช่นข้าเหมือนกันหมด ท่านว่าไหมล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วจะมีสาวไหนมาหลงรักคนอย่างข้ากัน” ฟอลเวลหัวเราะฝืน ๆ ก่อนจะจิบชาตามไปบ้าง ปีเตอร์วางแก้วลงช้า ๆ
“มันไม่แน่หรอกฟอลเวล อายุท่านยังน้อย ยังต้องเจอเรื่องอะไรอีกมากมาย”
“เห็นท่านพูดอย่างนี้ข้าชักอยากจะไปที่อีเดนเสียแล้วสิ”
“หวังว่าท่านคงจะโชคดีที่…”
ชู่!
“เดี๋ยว! เงียบก่อน!” ซีนหนุ่มเป่าลมก่อนตวาดเสียงแหบออกมาอย่างดุร้าย นิ้วของปีเตอร์ที่กำลังสอดหูแก้วนิ่งไปในทันที สายตาซีนหนุ่มจริงจังราวกับคนละคน ปีเตอร์เสียวสันหลังวาบ ความหนาวเหน็บแผ่ซ่าน ฟอลเวลขู่เขาทำไม เพื่ออะไร หรือนี่เป็นกับดัก!?
“หนึ่ง…สี่…หก…ยี่สิบ”
“เกิดอะไรขึ้นฟอลเวล!” บุรุษไปรษณีย์ถามด้วยความร้อนรน
“ข้าบอกให้เงียบไงวะ! ไม่ได้ยินรึไง!” ฟอลเวลตะคอกอีกครั้งจนปีเตอร์สะดุ้ง ก่อนที่คนหัวขาวจะรีบวิ่งไปที่มุมห้องและหยิบดาบสั้นคู่กายขึ้นมา ฟอลเวลยืนนิ่งเงียบอยู่มุมห้องอย่างเนิ่นนาน จนปีเตอร์รู้สึกกลัวชายผู้นี้ออกทางสีหน้า
“มีคนลากมันมา ไดร์วูฟยี่สิบตัวข้างนอกนั่น! ถ้ารักชีวิต! เจ้าก็อย่าคิดก้าวเท้าออกไปจากที่นี่เด็ดขาด!” ซีน-หนุ่มหันมาตวาดอีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งพุ่งเปิดประตูออกไปด้วยความรวดเร็ว

***
ตึก ๆ ๆ แฮะ ๆ
เสียงหอบอ่อนแรงของชายหนุ่มผู้หนึ่งดังกลางทุ่งหิมะ เขาสวมชุดหนาคลุมด้วยเสื้อกาวน์สีขาว กำลังวิ่งสับเท้าด้วยความรวดเร็วไม่คิดชีวิต ผมสั้นสีน้ำตาลกระเซิงของเขาพัดโบกสะบัดพลิ้วไปตามลมหนาว เสียงหายใจจากทางจมูกและปากพ่นออกมาเป็นไอเย็นไม่ขาดสาย
แต่ทว่าตอนนี้เขาไม่มีเวลามาสนใจอะไรทั้งสิ้น เมื่อมองไปยังด้านหลังแล้วเห็นหมาป่ายักษ์ไดร์วูฟหิวโซจำนวนหนึ่งกำลังวิ่งไล่กวดเข้ามาหวังปลิดชีวิตขย้ำคอของเขาให้ขาดสะบั้น น้ำลายพวกมันไหลย้อยตามทางที่วิ่งไล่
“ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!” เขาร้องลั่นกลางทุ่งหิมะ มองทอดยาวไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางพื้นที่เบื้องหน้าราวกับสวรรค์เมตตา บานประตูเปิดออกมาต้อนรับราวกับได้ยินเสียงร้องเรียก
พลั๊ก!
ฟู่!
พริบตานั้นร่างของหนุ่มผมสีเงินก็ทะยานพุ่งตรงไปยังใจกลางฝูงหมาป่าจนแทบมองตามไม่ทัน ฟอลเวลพุ่งผลักร่างของชายชุดกาวน์ล้มหงายหลังตึงมองท้องฟ้า เส้นยาแดงผ่าแปด ทำให้เขาหลบเขี้ยวหมาป่าที่กระโดดเข้ามาขย้ำคอได้ทันเพราะฟอลเวล
ไม่เพียงเท่านั้น ดาบสั้นสีเงินขาวสะท้อนแสงอาทิตย์ถูกชักออกจากฝัก ฟอลเวลแทงสวนแหวกอากาศกลับเข้าใส่เบ้าตาเจ้าหมาป่าที่พุ่งเข้ามากระแทก ลมพัดกระหน่ำ เส้นผมปลิวสยาย สายเลือดหลั่ง เหล็กคมทะลุเข้ากลางเป้าเจาะเหยื่อหนัง แรงปะทะทำให้มันตายสนิทในดาบเดียว ฟอลเวลนิ่งสงบดึงดาบกระชากออกสะบัดคราบเลือดลงพื้นหิมะอย่างโหดเหี้ยม พร้อมเลือดที่ไหลสาดจากศพเป็นน้ำพุ
เหล่าหมาป่าฝูงใหญ่หยุดนิ่ง ส่งเสียงขู่ไม่กล้าที่จะจู่โจมเข้าไป ฟอลเวลสอดส่องมองหาจ่าฝูงด้วยแววตาเย็นชาแข็งกร้าว ราวกับมือสังหาร จิตของเขาทำให้พวกมันกลัวแข็งทื่อ
ไม่นานนัก เมื่อจ่าฝูงหมาป่าขนสีดำทมิฬปรากฏ มันเห่าหอนร้องสั่งให้ฝูงลูกน้องนับสิบกระโดดกระโจนเข้าใส่ชายหนุ่ม ฟอลเวลหลับตาลงท่องมนต์พึมพำฟังไม่เป็นภาษา ก่อนจะเสกเข็มน้ำแข็งทิ่มแทงเข้าที่จุดตายสังหารไปกว่าห้าตัว
แต่ไม่พอแค่นั้น ชายหนุ่มดีดเท้าเร่งความเร็วพุ่งเข้าหา ฟันหมาป่าตัวหนึ่งขาดเพียงหนึ่งฉับ ก่อนยึดข้อเท้าเอี้ยวเอวหมุนตัวสะบัดกลับมาฟาดใส่กลางลำตัวที่เข้ามาจากด้านหลัง เลือดอุ่น ๆ ของมันสาดอาบร่างของเขา ก่อนที่สองตัวนั้นจะล้มตึง!
หลายสิบตัวพุ่งเข้ามาราวกับพายุ
ฟอลเวลถูกข่วนที่แขนขวา ดาบสั้นหลุดจากมือ เขาไร้ซึ่งการป้องกัน สมาธิทั้งหมดถูกเปิดออก เท้าข้างเดียวเหยียบพื้นแรงทรงตัวด้วยความเร็วจนเกือบล้ม ก่อนจะใช้แขนซ้ายพุ่งคว้าดาบเอาไว้ เขาตวัดเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวฆ่าสองตัวทั้งหน้าและหลังในคราวเดียว
ยิ่งเลือดของหมาป่าอาบร่าง สายตาดุร้ายก็ยิ่งดุดันจนน่าหวาดกลัว ซีนหนุ่มเสกเข็มน้ำแข็งแหลมพุ่งเสียบหมาป่าที่กระโจนเข้ามาสี่ตัวได้อย่างหมดจด พวกมันร้องน่าสงสารกระเด็นกลิ้งล้มกลางอากาศ
จนกระทั่งตอนสุดท้ายจึงเหลือแค่เขากับจ่าฝูงตัวสีดำเพียงเท่านั้น ทั้งสองยืนประจันหน้ากัน ท่ามกลางทุ่งหิมะที่แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด
ไม่มีบทสนทนาสำหรับทั้งสองฝ่าย แม้ไดร์วูฟขนทมิฬจะตัวใหญ่กว่าฟอลเวลเกือบเท่าตัว แต่ทว่าชายหนุ่มก็ยังมีแววตาเช่นเดิม ทั้งสองยืนจ้องตากันจนสายลมที่พัดโหมกระหน่ำหยุดนิ่ง และในที่สุด…
บู๋วววววววววววววว!!!
เสียงคำรามก้องจนฟ้าแทบสะเทือน ทำให้ปีเตอร์ในบ้านและชายชุดกาวน์ที่นอนอยู่หวาดกลัวจนยกมือขึ้นมาปิดหู แต่ฟอลเวลไม่สน เขาเงียบเชียบ สงบนิ่ง เย็นเฉียบ แข็งแกร่งเย็นชาราวฤดูหนาว
ไดร์วูฟสีดำคำรามเห่าหอนอยู่เช่นนั้น ฟอลเวลไม่รีรอ ดีดตัวทะยานร่างพุ่งเข้าไป หวังสังหารมันด้วยปลายดาบอันแหลมคม
ฟู่!!
ฟาววว!!
ฉัวะ!
วืด!!
ดวงตาไม่อาจแสดงภาพให้เห็นได้ทัน แต่หากมองช้า ๆ ฟอลเวลฟาดดาบใส่มันเข้าที่ก้านขา แต่มันไม่รู้สึกบาดเจ็บอะไรจึงตะปบสวนกลับมา เขาใช้ไหวพริบหลบการโจมตีนั้นได้อย่างหวุดหวิด แทงใส่มันซ้ำในทันที ดาบของเขาจมปักอยู่ที่ร่างของมัน ดึงออกมาไม่ได้
ง่ำแก๊ะ!
ไดร์วูฟอาศัยโอกาสนั้นง้างปากขย่ำแขนซ้ายและบิดจนได้ยินเสียงกระดูกหัก ฟอลเวลใช้พลังเวทที่เหลืออยู่น้อยนิดเสกเข็มน้ำแข็งที่มือข้างขวาและปักมันลงไปที่ศีรษะของอีกฝ่าย ไดร์วูฟกรีดร้องเจ็บปวดก่อนจะปล่อยแขนซ้ายของฟอลเวล
เขาเลิกจะดึงดาบสั้นออก เลือกใช้มือนั้นยกขึ้นมา ง้างกรงเล็บและพุ่งกะซวกควักลูกตาของไดร์วูฟออกมาด้วยความโหดเหี้ยม หมาป่ายักษ์กรีดร้องเสียงดังลั่นดิ้นทุรนทุรายบนพื้นแสนน่าสังเวช แต่ทว่ามันยังไม่สิ้นลมแต่โดยง่าย
ฟอลเวลกัดฟันแน่นด้วยความโมโห ก่อนใช้มือควักลูกตาอีกข้างของมันออกมาด้วยโทสะ ไม่นานก็รัวหมัดล้วน ๆ ใส่ใบหน้าของมันอย่างไม่ยั้ง จนมือของเขาแตกและเห็นเป็นรอยห้อเลือดอาบไปทั่วแขน
บั๊ก! บั๊ก! บั๊ก! บั๊ก!
บั๊ก! บั๊ก! บั๊ก! บั๊ก!
บั๊ก! บั๊ก! บั๊ก! … บั๊ก!
ไดร์วูฟสีดำจึงแน่นิ่ง
ฟอลเวลล้มทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เอนกายพิงร่างหมาป่ายักษ์แทบจะสลบ รอบบริเวณ พื้นสีขาวโพลนที่ใสสะอาดตอนนี้ถูกละเลงไปด้วยโลหิตสีแดงชวนสยอง ทั้งสองผู้รับชมจ้องมองไปยังชาวซีนที่เลือดท่วมร่าง ใช้เวลาไม่นานในการพักก็เขาลุกขึ้นมาอย่างโซซัดโซเซ ก่อนจะดึงดาบสั้นออกมาจากร่างไดร์วูฟด้วยความยากลำบาก ถีบร่างมันออกจนเลือดพุ่ง และจึงเดินกะเผลกคล้ายคนป่วยไปหาชายชุดกาวน์ที่อายุพอ ๆ กับเขา
“เจ้า…ขอบคุณมากนะที่ช่วยชีวิตข้า เอ่อเจ้าชื่อ…” ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะได้ถาม ดาบสั้นพุ่งก็เข้ามาจ่ออยู่ปลายคอคนหัวกระเซิงเสียแล้ว
“แกเป็นใคร มาจากไหน ชื่ออะไร ต้องการอะไร!! ตอบมาเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่ยังไม่อยากหัวหลุดออกจากบ่า!” ฟอลเวลตะคอกเสียงดุร้ายไม่ไว้วางใจชายแปลกหน้าคนนี้
“อ่อ…ลดดาบลงก่อนเถอะพี่ชาย” เขาเหงื่อตกมองไปยังดาบเงินใกล้คอหอย
“แกไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น! ตอบมาเดี๋ยวนี้!”
“โอเค โอเคคร้าบ อ่อคือ…ข้าเป็นนักวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ เดินทางมาจากนอเทอร์ ข้ามาที่นี่เพื่อตามหาชิ้นส่วนจากต้นฮาร์ทไลท์เพื่อไปทำการวิจัยเวทมนตร์ ไม่เชื่อดูนามบัตร…” เขาพยายามหยิบนามบัตรที่อยู่ใต้เสื้อมาให้ดู แต่ทว่าฟอลเวลก็จี้ดาบเข้าไปใกล้ขึ้นและขู่อีก
“อย่าบังอาจขยับแม้แต่ปลายก้อย! ทิ้งอาวุธด้านในเสื้อนั้นซะ! คนที่ใช้ชีวิตสุขสบายจากนอเทอร์นอกจากบุรุษไปรษณีย์แล้ว มันไม่บ้าขนาดท่อมาตายถึงที่นี่หรอก!” ฟอลเวลร้องจากนั้นจึงทำการค้นเสื้อของชายคนนั้นด้วยตัวเอง รวมทั้งกระเป๋าถือของชายคนนั้นด้วย แต่ก็ไม่พบอาวุธน่าสงสัยทุกอย่างที่พบเป็นเครื่องมือแพทย์ ฟอลเวลจึงดูนามบัตรที่เขาตั้งใจจะให้
พออ่านไปได้สักพัก ใบหน้าที่ดูจริงจังก็เปลี่ยนกลับไปเป็นคนละคนทันที “จริงรึเนี่ย” เขาลดดาบลงช้า ๆ เอามือแตะบ่าชายคนนั้น ก่อนจะหัวเราะและพูดออกไปว่า
“หึหึ…ไลเวน โซ สมาร์ท เจ้าไม่ได้มีอาวุธติดตัวเลย ที่ข้าทำไปเมื่อครู่ก็แค่ไม่อยากไว้ใจคนแปลกหน้าง่ายเกินไปก็เท่านั้นเอง หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ” ฟอลเวลยิ้มบาง ทั้งที่ใบหน้าเปื้อนเลือด ปรับอารมณ์เร็วจนคนตรงหน้าตามไม่ทัน
“อ๊ะ เอ่อ ๆ เข้าใจ ๆ แต่ขอบใจจริง ๆ นะที่ช่วยข้าไว้เนี่ย ถ้าไม่ได้เจ้า เอ่อ…เจ้าชื่ออะไรนะ”
“ข้าฟอลเวล แอ็กลาส ยินดีที่ได้รู้จัก” ฟอลเวลยื่นมือทักทาย ไลเวนจับมือเขาพร้อมยิ้มแหย ๆ ก่อนจะพูดว่า
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันฟอลเวล ข้าไลเวนเจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ชีวิตนี้ข้าจะไม่ลืมบุญคุณนี้เลย แต่ว่าเอ๊ะ!?…เจ้าเป็นชาวซีน แล้วคิดยังไงถึงช่วยข้าไว้เนี่ย!?”

4 ความคิดเห็น