ตอนที่ 4 : บทที่ ๔ โดยบังเอิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ ๔ โดยบังเอิญ

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย หัวใจเต้นตึกตักสับสนกับสิ่งที่ได้ฟังเมื่อครู่ เม็ดเหงื่อบนฝ่ามือไหลหยดแม้ในอากาศเย็นจัด บรรยากาศเริ่มเงียบสงัด ทั่วห้องสี่เหลี่ยมปกคลุมไปด้วยความอึดอัด มิอาจจะเอ่ยคำใดได้
‘น…นี่มันอะไรกัน?’ ชายหนุ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ก้มหน้ามองพื้นไม่สบตาผู้คุมสอบสาว ฟอลเวลหวาดกลัวกับปริศนาที่ยากเกินจะแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทรงจำ เรื่องอายุ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองเลย
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทำใจกล้าและย้ำกับผู้คุมอีกครั้ง “เมื่อกี้ว่าอย่างไรนะ?”
แต่เธอกลับถอนหายใจหน่ายเหนื่อยก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงเข้ม
“คุณฟอลเวลคะ...คุณอายุเท่าไรกันแน่” แรงกดดันส่งมาจนถึงตัวเขาจนไม่กล้าขยับ ฟอลเวลไม่คิดจะบอกเรื่องความจำเสื่อม เพราะคิดว่าอาจจะมีผลต่อการสอบ
“ข…ข้า…สิบหก”
ตึง!
กำบั้นลินเซ่กระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น จิตใจฟอลเวลก็สะเทือนไปพร้อมกับแรงสั่นนั่น บัดนี้เขาได้แต่มองไปยังหญิงสาวคนเดิม แต่ทว่าเธอกลับเปลี่ยนไป หูของเธอตั้งขึ้นมาบนหัวยามเมื่อโกรธจัด ผมฟูฟ่องน่ารัก บ่งบอกได้ชัดว่าเธอเป็นชาวเผ่าครึ่งแมว และความสามารถพิเศษของเผ่านี้คือการจับโกหกด้วยการฟังน้ำเสียง
“ฉันไม่ตลกด้วยกับคุณหรอกนะคะ! กรุณาบอกความจริง! ไม่อย่างนั้นฉันจะปรับคุณตกในทันที” คำขู่ของลินเซ่เป็นผล ฟอลเวลนั่งนิ่งก้มมองพื้นอีกครั้ง สองมือถูไปมาอยู่ใต้โต๊ะ เขาคิดไตร่ตรองอยู่นานก่อนจะเงยใบหน้าจ้องเข้าไปในนัยน์ตาหญิงสาว
“ความจริง? หึ ถ้ารู้ก็ดีน่ะสิไม่อย่างนั้นข้าคงไม่เดินทางมาถึงที่นี่หรอก ข้าสูญเสียความทรงจำทั้งหมด จำอะไรไม่ได้เลย ข้าไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตนเป็นใคร เมื่อก่อนทำอะไร มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่ ก็คือกระดาษแผ่นนี้...มันพาข้ามาที่นี่ แม้ไม่รู้ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ แต่นี่คือความจริงที่ข้าสามารถบอกได้” น้ำเสียงที่ฟอลเวลพูดมาทำเอาลินเซ่คิดหนัก
‘เขาไม่ได้พูดโกหก นี่มันอะไรกัน? หรือว่า…เขาอาจเป็นผู้ใช้คาถาต้องห้าม? แต่…ถ้าเขาถูกพาไปจำคุกที่นอกซ์ไซด์ตอนนี้ เราก็คงโหดร้ายเกินไป เขายังไม่รู้อะไรเลยแท้ ๆ ยังต้องมารับอะไรที่หนักหนาแบบนี้ บางทีตัวตนคนก่อนของเขา คงคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยการลบความทรงจำและมามอบตัวที่นี่รึเปล่านะ’ ลินเซ่จับคางใคร่ครวญคิดอย่างถี่ถ้วน
“ข...เข้าใจแล้วละค่ะคุณแอ็คลาส เรื่องความจำเสื่อมนั้นดิฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่อย่างไรก็ตามข้อสอบฉบับนี้หมดอายุแล้ว คุณไม่สามารถใช้เพื่อสมัครได้ค่ะ หากยังต้องการศึกษาที่อีเดน คำแนะนำของฉันก็คือ กรุณาทำแบบทดสอบใหม่ โดยสามารถซื้อแบบทดสอบได้ที่ร้านค้าของทางการค่ะ” แมวสาวถอนหายใจก่อนจะชี้นิ้วช่วยอธิบาย
“เข้าใจแล้ว ข้าไปได้แล้วสินะ?” ฟอลเวลถาม
“ค่ะ ฉันหวังจะได้พบกับคุณใหม่ในเร็ว ๆ นะคะ”
ฟอลเวลยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะตอบกลับไปว่า “ข้าก็หวังว่าตอนนั้นความทรงจำของข้าจะกลับมาแล้วเหมือน” ว่าจบเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ และเดินไปที่ประตู “แล้วเจอกัน”
ปัง!
“เฮ้อ ชาวซีนนี่แปลกอย่างที่ท่านพี่ว่าไว้จริง ๆ” เธอยิ้ม “ว่าแล้วก็ติดต่อไปหน่อยดีกว่า”

***

ชายหนุ่มเดินออกมาจากอาคารด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นัก เขาก้าวขาฉับ ๆ บนถนนปูนหินด้วยอารมณ์ร้อน แม้สภาพอากาศเย็นสบาย แดดอ่อน มีต้นไม้สีเขียวล้อมรอบ ผู้คนเดินขวักไขว่ แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้ใจเขาสงบลงไปได้ ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
ฟอลเวลชูกระดาษข้อสอบแผ่นเดิมขึ้นมามองด้วยความสงสัย
‘1760 หรือ สิบเจ็ดปีที่แล้วข้าทำแบบทดสอบนี่? แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่ออายุของข้าก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ใบหน้าของข้าเองก็ไม่ได้ดูแก่เหมือนคนสามสิบ… สิบเจ็ดปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้นกับความทรงจำของข้ากันแน่? เกิดอะไรขึ้นกันแน่!?’
ระหว่างที่คิดอยู่นั้นเอง
“ฟอลเวลลลล! ทางนี้” เสียงหวานใสของหญิงสาวก็ดังมาจากถนน ฟอลเวลมองไปที่เจ้าของเสียงนั้นด้วยความหงุดหงิด หญิงสาวผมบลอนด์สั้นกำลังโบกมือเรียกเขาด้วยความร่าเริง เธอร้องตะโกนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่เขตขายของ โดยไม่สนใจเลยว่าผู้สมัครหรือคนอื่นจะหันมามองเธอด้วยแววตาแบบไหน
“เฮ้อ...ทำไมเจ้าถึงอ่อนต่อโลกอย่างนี้นะ” ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินเข้าไปใช้ฝ่ามือสับหัวของหญิงสาวผมสั้นเบา ๆ
“โอ๊ย! อะไรเล่า!” นานิตัวเล็กชี้นิ้วโวยวาย ทั้งที่มันไม่เจ็บสักนิด
“เจ้าโตแล้วนะนานิ หัดทำตัวให้เหมือนผู้ใหญ่หน่อยสิ เห็นไหมว่าชาวบ้านเขามองอยู่” เขาหันไปรอบ ๆให้เธอสังเกตบ้าง หญิงสาวมองตามแต่ก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องแปลกอะไร
“แล้วนายเป็นพี่ชายเรารึไง แถมยังพูดเหมือนคุณแม่อีก โถ่! ไม่ต้องมาสอนเลยเป็นชาวซีนซะเปล่าทำเป็นเขินคนหมู่มากไปได้! จริง ๆ ต้องไม่แคร์ไม่ใช่เหรอ!” นานิชี้นิ้วว่า
“ข้าเนี้ยนะเขิน?” ฟอลเวลใช้นิ้วชี้หน้าของตัวเองด้วยความมึน
“ก็ใช่น่ะสิ”
คนตัวโตกว่าถอนหายใจ ก่อนจะใช้ฝ่ามือสับหัวสาวน้อยกลับไปเบา ๆ
“โอ๊ย! เอาอีกแล้ว เราทันไม่ไหวแล้วนะเว้ยยย!!” เธอร้องโวยวาย ก่อนพุ่งกำปั้นน้อยต่อยไปที่หน้าอกของฟอลเวล แต่ทว่าแรงของสาวน้อยกลับไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอะไรได้เลย “นี่เจ้าเอาคืนแล้วเหรอ?”
“นี่แนะ ๆ นี่แนะ ๆ ” นานิเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีสะทกสะท้านจึงรัวหมัดใส่ท้องเป็นชุดจนพอใจ แต่ชายตรงหน้ากลับนิ่ง
“เอ่อนี่…เจ้าจะหยุดได้รึยังเนี่ย ข้าเจ็บแล้ว” ฟอลเวลทำเป็นแกล้งเจ็บ ไม่นานหญิงตัวเล็กก็หยุดมือ ยืนเท้าสะเอวฉีกยิ้มร่ากล่าวออกมา
“ถ้างั้น ก็อย่าทำเหมือนเราเป็นเด็กอีกเข้าใจไหม!”
“ได้ ๆ ” ซีนหนุ่มกล่าวเอือม ๆ
“แล้วนายเป็นไงบ้าง เรื่องการสอบสัมภาษณ์น่ะ เราผ่านแล้วนะดูนี่สิ” นานิยิ้มก่อนจะหยิบกระดาษข้อสอบที่ประทับตราว่าผ่านให้ดู ฟอลเวลก้มหน้าลงมองกระดาษสอบแผ่นเดิมของตน “คือ...เกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อย ทำให้ข้าต้องสอบใหม่น่ะ”
“อ้าว...ทำไมล่ะ?”
“ข้อสอบฉบับนี้...มันเป็นของเมื่อสิบเจ็ดปีที่แล้ว...” ฟอลเวลชี้ให้นานิดูที่เลขปี1760 หญิงสาวถึงกลับอึ้งอ้าปากค้างพร้อมชี้มาที่หน้าฟอลเวลแล้วตะโกนออกมาว่า
“แสดงว่านายก็อายุสามสิบกว่าแล้วอะดิ! ขอโทษนะคะคุณลุง!” เธอก้มหัว
“เฮ้อ...บ้ารึไงเนี่ยนานิ”
“อึ๋ย เราชักจะปวดหัวแทนนายแล้วนะ นี่ตัวนายเมื่อก่อนไปทำอะไรไว้เนี่ย”
“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ คือ...ข้าต้องไปซื้อข้อสอบใหม่ก่อน ไม่งั้นก็ไขปริศนานี่ไม่ได้สักที” เขาว่า
“ต…แต่เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วนะ!”
“ยังไงก็เถอะ ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าข้ามาที่นี่เพื่ออะไร ข้าเดินทางเพื่ออะไร ข้าไม่ยอมหรอก” ว่าจบฟอลเวลก็เดินสาวเท้าตรงไปยังร้านค้าของทางการ

***

กริ้ง!
“ยินดีต้อนรับค่า” เสียงพนักงานสาวหน้าเคาน์เตอร์กล่าวดังฟังชัด เมื่อฟอลเวลผลักบานประตูก้าวเข้าไปในร้านค้าขาย เขาบรรจงเดินช้า ๆ ดูทุกอย่างในร้านซึ่งถูกจัดวางเป็นระเบียบ เขามองไปยังหนังสือที่เรียงรายอยู่บนชั้น เดินผ่านไปยังโซนอุปกรณ์เวทมนตร์นา ๆ ชนิด ลูกตาที่อยู่ในโถกำลังจ้องมองเขา กระรอกไฟในกรงเหล็ก ทุกอย่างดูแปลกในสายตา แต่กระนั้นฟอลเวลก็ไม่สนใจอะไร เขาเดินเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์
ชายหนุ่มโยกหัวหลบเหยี่ยวที่พุ่งเข้ามาด้วยความชำนาญ เขาถอนหายใจก่อนจะกล่าวถามพนักงานสาว “ข้อสอบฉบับหนึ่ง” เขาว่าด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ พนักงานตกใจเล็กน้อยไม่เคยเจอสีผมแบบนี้มาก่อน
“ส…สองร้อยเดนนีค่ะ!”
ฟอลเวลอึ้งไปพักหนึ่ง หัวใจเต้นตึกตักพึ่งรู้ว่าตนนั้นไม่มีเงินแม้แต่เดนนีเดียว ชายหนุ่มจ้องหน้าพนักงานนานจนเธอเริ่มกลัว แต่ทันใดนั้นชายอีกคนก็พุ่งเข้าตรงหน้าเคาน์เตอร์เช่นกัน
“ข้อสอบฉบับหนึ่ง”
ฟอลเวลหันไปมองตาชายหนุ่มอายุเท่ากัน คำพูดสั้น ๆ และน้ำเสียงห้วน ๆ นั่นช่างคล้ายกันเสียจนแยกไม่ออก หนุ่มผมดำยื่นธนบัตรหนึ่งพันเดนนีให้พนักงาน ก่อนจะหันมาหาฟอลเวล...
ไม่นานใบหน้าเขาก็เต็มไปด้วยความตะลึง
“ร…รึว่า…เจ้าคือ!” เขาตกใจ
“ข้า...ฟอลเวล หรือว่า...เจ้ารู้จักข้าหรือ! บอกทีข้าเป็นใคร” ซีนหัวขาวชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ เศิร์สถอยหลังตั้งหลัก “ร…รึว่าจะความจำเสื่อม…เหมือนกัน”
เดาได้ถูกต้อง ฟอลเวลยิ้มออกเมื่อชายตรงหน้ารู้ว่าเขาไม่มีความทรงจำอยู่ เช่นนั้น แสดงว่าชายคนนี้จะต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับเขาแน่
“ใช่! บอกข้าทีว่าข้าเป็นใคร ได้โปรด!” เขาเข้ามาใกล้ “ฮึฮึ เจ้าอยากรู้จริงหรือ” ชายปริศนาหัวเราะในลำคอ ฟอลเวลไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้า
“เจ้าไม่สงสัยเลยหรือว่าข้าเป็นใคร...ถามเสียหน่อยสิ” เคิร์สเอ่ย
“เช่นนั้น...เจ้าเป็นใคร...”
“ข้าก็ ฟอลเวล แอ๊กลาส เช่นเดียวกับเจ้านั่นแหละ” เพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็อึ้ง
“ม...ไม่จริง!?” เขาอ้าปากค้าง เห็นเช่นนั้น ชายผมดำก็ยิ่งหัวเราะขำก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าล้อเล่นน่ะ ฟอลเวล ข้าชื่อเศิร์ส เวโรนิก้า อ้อ เรียกเศิร์สก็พอ” เศิร์สหัวเราะขำอีกรอบ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ยื่นมือไปรับข้อสอบมาจากพนักงานพอดี
“เศิร์ส เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับข้าใช่ไหม”
“ข้ารู้ แต่ไม่อยากบอก เจ้าตอนนี้ยังไม่พร้อม เออนี่ ข้าขออีกชุดหนึ่งให้เพื่อนข้าด้วย” เศิร์สหันไปบอกพนักงาน ก่อนที่จะหันมามองใบหน้าอึ้ง ๆ ของฟอลเวลอีกหน
“เพื่อน?”
“อะ ใช่! แต่เดี๋ยวค่อยไปคุยกันข้างนอก ที่นี่มันไม่เหมาะ” พูดจบเศิร์สก็หันกลับไปรับข้อสอบมาก่อนจะส่งมันยัดใส่มือของฟอลเวลและเดินจากไป โดยที่ฟอลเวลก็เดินตามหลังเคิร์สไปติด ๆ
เบาะแสอีกอย่างหนึ่งอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว

4 ความคิดเห็น