ตอนที่ 19 : บทที่ ๑๙ อีกา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ ๑๙ อีกา

ทุกอย่างที่เขาเห็นช่างเลือนลาง ภาพเบื้องหน้าเบลอไปหมด แม้จะกะพริบตาสองถึงสามหนทุกอย่างก็ยังคงไม่ชัดเจน เขาเซไปเซมาท่ามกลางสมรภูมิ เหมือนคนเมาจนล้มลงอีกครั้ง เสียงวี้งดังก้องกังวานในหูเสียจนน่ารำคาญ ฟอลเวลทำได้แต่กัดฟันส่ายหน้า อดกลั้นกับสิ่งเหล่านั้น ซีนหนุ่มหลับตาลงอีกครั้งพยายามตั้งสติเพื่อลดความตึงเครียดของตนเอง
เสียงวิ้งในหูค่อย ๆ เบาหายไป แทนที่ด้วยเสียงเหล็กปะทะกันที่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าทหารมากมายที่กำลังจะถูกฆ่า ภาพเบลอ ๆ เป็นจุด ๆ ด้านหน้าเริ่มชัดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ฟอลเวลพยายามยื่นมือและใช้เข่าคลานไปหาร่างหนึ่งที่นอนอยู่บนพื้นหิมะ ทั้ง ๆ ที่เขายังมองเห็นร่างนั้นไม่ชัด ฟอลเวลปัดเศษอิฐมากมายที่เกลื่อนกลาดระหว่างทางให้พ้น ก่อนจะมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่ง สายตาของฟอลเวลเริ่มคืนกลับมาเป็นปกติ ทีละเล็กทีละน้อย จนในที่สุดภาพเบื้องหน้าก็ชัดเจน หญิงสาวผมยาวสีขาวได้รับบาดเจ็บเลือดไหลออกมาจากศีรษะ
“จีน่า…”
ฟอลเวลเอ่ยชื่อหญิงสาวด้วยน้ำเสียงและแววตาเศร้าสร้อย เขาเองก็บาดเจ็บไม่แพ้กันหลังจากกำแพงสูงนั่น ยังดีที่จิตแห่งไฟเล็งไปที่ลาดอนไม่ใช่ที่พวกเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขาทั้งคู่คงไม่ได้เจอหน้ากันอีกแล้ว ฟอลเวลใช้นิ้วจับชีพจรหญิงสาวที่ต้นคอ ก็ใจชื้นเมื่อเห็นว่านางยังมีลมหายใจอยู่ แต่ทว่าตอนนี้นางกลับไม่ได้สติเลย
ฟอลเวลมองซ้ายหันขวาควานหาชายชราอีกคนหนึ่งที่ตกลงมาด้วยกัน และในที่สุดเขาก็พบว่าลาดอนนอนอยู่ใกล้ ๆ กับซากปรักหักพัง ซึ่งห่างไปไม่ไกลมากนัก แต่ทว่า ศีรษะของเขาถูกเศษกำแพงทับจนเละละเลงไปด้วยเลือด ซีนหนุ่มมองเขาอย่างปลง ๆ ก่อนทำใจและหลบสายตากลับมา
และในทันใดนั้น เงาของใครคนหนึ่งก็โจมตีเข้ามาจากทางด้านหลัง ฟอลเวลรู้สึกได้แต่ไม่ยอมหลบเพราะหากหลบไปตอนนี้จีน่าต้องรับเคราะห์แทนเขาแน่ ชายหนุ่มเลือกที่จะหันกลับไปใช้ฝ่ามือรับการโจมตีนั้นด้วยความรวดเร็ว
หมับ!
มือเปล่าของเขาจับมีดของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ฟอลเวลมองมันช้า ๆ ส่งสายตาดุร้ายไปหากูลชายหน้าตาขยะแขยงนั่น มันตื่นกลัวราวกับเห็นปีศาจ แต่ไม่ทันที่มันจะตั้งตัวฟอลเวลก็บิดข้อมือตนเองและดึงมีดออกมาจากมือมันแม้ว่าเลือดของเขาจะไหลโชกในการกระทำนั้นก็ตาม
ฟริ้งง! ฉึบ!!
ไม่ทันที่กูลชายตนนั้นจะได้วิ่งหนี ฟอลเวลคลายมีดในมือก่อนจะเปลี่ยนด้ามจับด้วยความรวดเร็ว เขาลุกขึ้นมากระซวกใส่หัวใจของมันภายในพริบตา มันยืนค้างแน่นิ่งในความเร็วของเขา ฟอลเวลบิดมีดอีกครั้งจนเลือดกระฉูดและในที่สุดมันก็สิ้นใจ ล้มลงไปนอนพร้อมมีดที่เสียบคาอก
เขารู้ตัวว่าจะมัวนิ่งนอนใจไม่ได้ จึงรีบวิ่งไปหากระเป๋าสัมภาระของตัวเอง และหยิบฮาร์ทไลท์กับดาบสั้นของตนออกมา เสียงการต่อสู้ของเหล่ากูลกับพวกทหารก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง
ชีวิตของคนที่อยู่ที่นี่ลดลงไปเรื่อย ๆ และไม่มีท่าทีจะจบลงในตอนนี้ เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการฟอลเวลรีบสับเท้าไปหาหญิงสาวอีกครั้ง เขามองเห็นจีน่าที่นอนอยู่กลางหิมะและซากปรักหักพัง แต่ทว่ากับมีกูลจำนวนหนึ่งยืนจ้องจะทำร้ายจีน่าด้วยอาวุธที่อยู่ในมือของพวกมัน ฟอลเวลเห็นเช่นนั้น เลือดขึ้นหน้าทันที ดีดตัวเข้าหาพวกมันด้วยความเร็วที่มี
“เข็มเยื่อแข็ง!”
เขาซัดขว้างเข็มน้ำแข็งแหลมคมบนมือ เพื่อปกป้องจีน่า มันตัวหนึ่งโดนเข็มน้ำแข็งทิ่มทะลุอกหยุดชะงักไปชั่วครู่ ฟอลเวลพลาดเป้าเขาเล็งไม่โดนหัวใจ
มันยิ้มไม่สนใจ และลงมือฟาดดาบใส่ร่างจีน่าด้วยความรวดเร็ว
“ไม่!!!!!!!!” ฟอลเวลร้องคำรามลั่น ขว้างดาบสั้นในมือออกไปอย่างสุดแรงเกิด เขาไม่สนใจอะไรอีกต่อไป ขอเพียงแต่เธอเท่านั้นต้องไม่เป็นอะไร ขอเพียงแค่เธอเท่านั้น! เขาร้องตะโกน ดาบสั้นหมุนควงกลางอากาศเป็นภาพช้าอย่างสวยงาม ก่อนที่มันจะพุ่งตรงเข้าใส่ศีรษะของกูลที่กำลังจะฆ่าเธออย่างแม่นยำ แรงเขวี้ยงจากดาบทำให้ร่างของมันกระเด็นหงายหลังล้มตึง
ฟอลเวลสับเท้าวิ่งมาถึงพอดี เขาพุ่งตัวซัดหมัดขวาล้วนเข้าใส่ใบหน้ากูลเพศหญิง สุดแรงเกิด พั๊วะ! ใบหน้ามันหันไปตามแรงหมัด ฟันสองซีกหลุดออกมาจากปาก เลือดกระเซ็น กูลชายอีกตัวหนึ่งใกล้ ๆ พุ่งเข้ามาจากทางซ้าย ฟอลเวลไม่สามารถหลบได้ทันมันประชิดเกินไป
เขายกแขนขึ้นมาให้มันกัดแทนที่จะเป็นลำคอ รอดชีวิตไปได้อย่างหวุดหวิด ร่างของฟอลเวลล้มลงนอนกองกับหิมะ ถูกทำให้เสียการทรงตัว
ทั้งสองดิ้นต่อสู้กัน กูลตนนั้นกัดไม่ยอมปล่อยทั้งยังสะบัดกัดให้ฟอลเวลทรมาน เขากัดฟันสู้ เขาเหลือบไปเห็นก้อนอิฐขนาดพอดีมือด้านข้าง คว้าหมับ! หยิบมันทุบ
ปั๊ก ปั๊ก! เต็มศีรษะซ้ำ ๆ ด้วยความรวดเร็ว จนอิฐแตกละเอียด ศีรษะของมันเละดูไม่ได้ ในที่สุดมันก็ปล่อยแขนข้างซ้ายล้มลงนอนตายอย่างอนาถ
แต่ไม่ทันที่ฟอลเวลจะลุกขึ้น กูลหญิงสาวเจ้าเก่าก็ยกดาบขึ้นมาเสียบร่างเขาที่นอนอยู่ด้านล่าง
สมองฟอลเวลทำงานหนัก ตัดสินใจถีบขาอีกฝ่ายให้เสียหลักก่อนจะกลิ้งหลบดาบที่เสียบลงมา ฉึบ! ทันฉิวเฉียด และไม่ยอมเสียเวลาลุก กลิ้งจบเหวี่ยงตัวเตะในนอนเข้าที่ข้อพับหลังเข่า จนกูลตนนั้นเอนล้ม ฟอลเวลไม่ปล่อยโอกาสให้มันได้ลุก เสกเข็มน้ำแข็งทิ่มทะลุหัวจนตายคาที่ มันร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะนิ่ง
ในที่สุดการต่อสู้ก็จบ
ฟอลเวลหลับตาแหงนใบหน้าขึ้นฟ้า เขาหอบหายใจถี่ตื่นเต้นและระทึกเป็นที่สุด หากเขาไม่ดึงสมาธิออกมาในตอนสุดท้าย คงไม่สามารถช่วยจีน่าเอาไว้ได้แน่ เขายิ้มอ่อนก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ และค่อย ๆ คลานไปหาร่างของจีน่าที่นอนอยู่บนลานหิมะอย่างช้า ๆ เขาลุกขึ้นมานั่งจ้องมองดูใบหน้าสวย ๆ ของเธอยามหลับ ด้วยความสุขอิ่มเอมใจ ฟอลเวลใช้นิ้วบรรจงเกลี่ยผมสีขาวหน้าม้าของเธอออกช้า ๆ เขาหยิบถุงที่มัดอยู่ข้างตัวออกมา ด้านในนั้นบรรจุไปด้วยฮาร์ทไลท์จำนวนเล็ก ๆ สองกิ่งก้านอ่อนพอดี ฟอลเวลเคี้ยวส่วนของตนเอง และไม่นานนักเขาจึงยื่นอีกอันไปให้จีน่า
ในขณะนี้เธอไม่ได้สติ เขาจึงพยายามปลุกเธอด้วยการเขย่า แต่ไม่ทันที่จีน่าจะตื่น จู่ ๆ บอลเพลิงปริศนาก็พุ่งมาปะทะเข้าที่แผ่นหลังของฟอลเวลอย่างจัง!
แรงระเบิดทำให้ร่างของฟอลเวลกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นหิมะหลายตลบ ก่อนจะหยุดลงนอนหน้าคว้ำแน่นิ่ง เสื้อผ้าด้านหลังไหม้เป็นรูยักษ์ ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดง เลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด หากเป็นเขายามปกติคงจะตายไปแล้ว
แต่ยังโชคดีที่ฮาร์ทไลท์ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ฟอลเวลแช่แข็งแผ่นหลังตนเองด้วยเวทน้ำแข็งให้เลือดหยุด
ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังคือกูลตนหนึ่งที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟ มันจ้องมองร่างที่นอนอยู่ทุกร่างด้วยแววตาของผู้ที่ชนะ แต่ไม่นานนักร่างนั้นก็ไหม้เกรียมเป็นสีดำ ล้มลงนอนตายในที่สุด มีเพียงแค่ดวงไฟเล็ก ๆ ดวงหนึ่งที่ลอยออกมาจากร่างของมัน
ดวงจิตแห่งไฟค่อย ๆ ลอยมาหยุดตรงร่างของจีน่า มันใกล้เข้าไปในร่างเธอเรื่อย ๆ และในที่สุดก็เข้าสิงร่างของนางได้สำเร็จ!
ฟอลเวลกัดฟันกรอด แม้เขาจะไม่เห็นภาพนั้น แต่ฟอลเวลก็รู้สึกได้ว่า นางอันเป็นที่รักของเขาถูกขโมยไปแล้ว แม้จะโกรธแค้นแต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้ นอกจากนอนฟุบอยู่ตรงนั้น หากเขาลุกขึ้น ตอนนี้มันต้องฆ่าเขาแน่ สู้ก็มีแต่ตาย แต่จะให้นอนอยู่ไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้
ออร่าเพลิงสีแดงค่อย ๆ แผ่ขยายออกมาจากร่างของหญิงสาว ไม่นานนักเธอก็ลืมตาตื่น แต่มันไม่ใช่สายตาของเธอคนเดิม รอยยิ้มที่แต่เดิมดูงดงามตอนนี้กลับดูชั่วร้ายจนหน้าสะอิดสะเอียน จีน่าดันพื้นพยุงร่างของตนขึ้นมาช้า ๆ
รอบกายร้อนระอุไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชน แต่ร่างของเธอไม่ไหม้เหมือนกับพวกกูล เป็นเพราะร่างของจีน่าซึมซับอณูเวทธาตุไฟมามากจนมันเป็นมิตรไม่ทำร้ายนางอีกแล้ว และนั่นคือสิ่งที่แม่ของเธอเฝ้ารอคอยมาโดยตลอด
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุด ในที่สุด ข้าก็ใกล้ที่ข้าจะได้ร่างเดิมกลับคืนมาแล้ว” นางกรีดร้องอย่างชั่วร้าย เปลวเพลิงร้อนระอุหลายสายพุ่งขึ้นออกมาจากร่าง เปลวไฟแต่ละเส้นที่ออกมาจากร่างเธอนั้น ตรงเข้าไประเบิดทำร้ายเหล่าคนที่กำลังต่อสู้กันโดยไม่เลือกข้าง นางถือโอกาสทดสอบพลังของตนเองอย่างยิ่งใหญ่ ทหารและเหล่ากูลถูกเผาตายไปทีละเล็กทีละน้อย แม้จะคิดจะวิ่งหนีแต่สุดท้ายก็โดนบอลไฟเผาตายทั้งหมด
แดนหิมะกลายเป็นทะเลเพลิง ทุกชีวิตดับสิ้น เสียงร้องโหยหวนกรีดร้องออกมาอย่างน่าสงสาร กำแพงยักษ์พังทลายด้วยเพลิงของนางไม่เหลือชิ้นดี ไฟที่หลั่งไหลออกมาเผาและระเบิดแทบทุกอย่าง มันช่างดูราวกับว่าที่นี่ไร้ซึ่งความหวังอีกต่อไป
ร่างของจีน่าหัวเราะด้วยความสะใจ มีเพียงแค่อีกาตนเดียว ที่เห็นภาพเหล่านั้นบนฟากฟ้า ในจังหวะที่นางกำลังหันหลัง จู่ ๆ นางก็รู้สึกได้ถึงร่างหนึ่งที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
นางหันไปมองร่างนั้นทันควัน แต่กลับแสยะยิ้มเยาะเมื่อเห็นซีนชายคนหนึ่งสภาพร่อแร่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาแถบจะทรงตัวไม่ไหว เสื้อผ้าขาดวิ่นสภาพไม่น่าดู “แกจะเอาเธอไปไม่ได้” ฟอลเวลพูดด้วยน้ำเสียงแข็ง ก่อนจะฉีกเสื้อที่เกะกะนั่นออก เผยให้เห็นรูปร่างสรีระกำยำของเขา
“ฮึฮึฮึ ทำไมข้าจะเอาไปไม่ได้ล่ะ” นางหัวเราะขำ ฟอลเวลมองด้วยใบหน้านิ่ง ๆ และตอบกลับด้วยคำพูดหนักแน่นว่า “เพราะนางเป็นของข้า!”
ว่าจบเขาก็วิ่งพุ่งเข้าไปหมายจะซัดอีกฝ่ายด้วยกำปั้น แต่ผู้ที่เป็นเป้าหมายนั้น ไม่หวั่นเกรง ฟอลเวลวิ่งรวดเดียวประชิดตัวได้สำเร็จ แต่นางกลับยิงบอลเพลิงใส่เขาอย่างจัง บึ้ม!
เปลวไฟเผาวอดวาย ร่างของฟอลเวลถูกระเบิดกระเด็นกลิ้งกลับที่เดิม เขากรีดร้องก่อนใช้ขาหยุดการกลิ้งและนั่งคุกเข่านิ่ง เหมือนไม่ได้รับผลอะไรจากการโจมตีเมื่อครู่นี้เลย อีกทั้งในมือของเขากลับมีฮาร์ทไลท์อยู่อีกก้านหนึ่ง ฟอลเวลไม่รอช้ากัดกลืนมันลงไปในร่างทันที
จิตแห่งไฟยิ้ม เนื่องจากเมื่อครู่ชายหนุ่มชาวซีนบุกเข้ามาโดยเตรียมจะใช้โล่น้ำแข็งป้องกันการโจมตีของเธอไว้ทั้งแต่แรกอยู่แล้ว จุดประสงค์ของฟอลเวลก็คือฮาร์ทไลท์ที่อยู่บนพื้นต่างหาก
“เจ้าเป็นคนรักของลูกข้าหรือ” จิตแห่งไฟถามด้วยใบหน้าตกใจ พลางใช้นิ้วชี้ไปที่ใบหน้าของตัวเอง
“คืนเธอมาซะ! ไม่อย่างนั้นฆ่าจะข้าเจ้า” ฟอลเวลตะคอกใส่ เธอได้แต่ยิ้มหวาน
“จะฆ่าข้าหรือ ถ้าเจ้าข้าฆ่าตอนนี้ก็เท่ากับเจ้าฆ่าคนรักของเจ้า เจ้าทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก อย่างไรเจ้าก็ไม่ได้อะไรหากสู้กับข้าตอนนี้ เหตุใดจึงลุกขึ้นมาอีกเล่า หยุดเสียเถิด” เธอเสนอ เพราะถ้าหากฟอลเวลนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนเดิม เธอเองก็คิดว่าเขาตายไปแล้ว แต่ทำไมเขาถึงลุกขึ้นมาให้เธอสังหารเล่นกันละ ข้าเองก็สงสัย
“ข้าไม่สนแม้จะตาย รู้แต่เพียงอย่างเดียวว่าข้าไม่ปล่อยให้นางตกเป็นของเจ้าแน่”
“ข้าดีใจนะที่มีคนรักนางเช่นนี้ แต่อย่างไรเสีย ชีวิตของนางก็เป็นของข้า หากไม่มีข้า นางก็ไม่มีทางรอดมาถึงตอนนี้ได้ หึหึ และข้าจำเป็นต้องใช้นาง” เธอพูดถูก
“เจ้าไม่ใช่แม่ของนาง!” เขาตะคอก
“ไม่ใช่แต่ก็คล้าย” เธอไม่ยีระแบสองมือออกด้านข้าง
ฟอลเวลไม่อยากต่อร้องต่อเถียงกับจิตแห่งไฟอีกต่อไป เขาท่องคำพึมพำก่อนจะร่ายเวทเสกหมอกหนาขึ้นมาบดบังทุกอย่าง แม้จะมองอะไรไม่เห็น แต่จิตแห่งไฟก็ไม่มีท่าทีตื่นวิตกอะไรเลย นางปล่อยตัวตามสบายจนกระทั่งจับถึงจิตของฟอลเวลที่โจมตีมาจากด้านหลังได้
ตึง!!
ควันฟุ้งกระจาย สายหมอกสลายหายไปในพริบตา จิตแห่งไฟเสกดาบเพลิงขึ้นมาถือ ฟาดรับการโจมตีจากดาบน้ำแข็งจากด้านหลังได้ทันท่วงที
ฟอลเวลตกตะลึงเนื่องจากดาบสั้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งคมกริบไม่สามารถตัดผ่านดาบไฟนั้นได้!?
จีน่าสะบัดดาบไฟลุกโชติช่วงออกไป ฟอลเวลดีดตัวหลบออกไปตั้งหลัก เพลิงนั้นทำร้ายบ้านไปหลายสิบหลัง เธอหันมองเห็นศพของกูลตัวหนึ่งที่มีมีดปักอยู่บนหัวแต่ทว่าตอนนี้มีดนั่นไปอยู่ในมือของฟอลเวลแล้ว
เพราะหมอกเมื่อครู่นั่นแหละ เธอยิ้มมองเขาราวกับมองลูกไก่ที่อยู่ในกำมือ ความจริงเธอสามารถกำจัดเขาได้ในทันที แต่เนื่องจากเธอไม่ได้ใช้พลังมาเนิ่นนาน เธอจึงอยากจะสนุกกับการต่อสู้ครั้งแรกให้นาน ๆ หน่อย
เลือดกำเดาไหลออกมาจากทางจมูกของฟอลเวลเนื่องจากใช้เวทมนตร์มากเกินไป ฟอลเวลใช้แขนเช็ดมันเร็วไว ก่อนจะกระแทกเท้าพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายตรง ๆ พร้อมดาบน้ำแข็งในมือ
จีน่ายิ้มรับก่อนจะควงดาบไฟฟันใส่ฟอลเวล ตูม! คมดาบของทั้งสองปะทะกัน เกล็ดน้ำแข็งและสะเก็ดไฟแตกกระจายออกมาจากปลายดาบ สว่างไสวสวยงาม
ทั้งสองยกดาบออกก่อนจะฟาดฟันใส่ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่หยุดยั้ง เสียงระเบิดจากแรงปะทะดังสนั่น แสงสว่างจากทั้งน้ำแข็งและเปลวไฟ สวยสดงดงามราวกับพลุ ทั้งสองรุกรับอย่างรวดเร็วราวกับเป็นการแสดง แต่ทว่าหากพลาดแม้แต่นิดเดียวก็ถึงกับตาย
พื้นที่ฝั่งของฟอลเวลนั้นหนาวเหน็บมีหิมะตกไม่หยุด เข็มน้ำแข็งพุดขึ้นมาโจมตีอีกฝ่ายทุกครั้ง แต่กลับกันพื้นที่ฝั่งจีน่า หิมะนั้นถูกละลายมีเพียงพื้นดินสีดำ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทุกครั้งที่เธอฟาดดาบ หากเป็นคนปกติคงจะไหม้ไปแล้วทันทีที่ปะดาบกับเธอ
ฟอลเวลโจมตีซ้ายขวา เตะกวาดปล่อยหมัด ทำทุกอย่างทันทีที่เห็นช่องว่าง เขาจู่โจมโดยไม่ปราณี เร็วและดุเดือด หากเป็นคนอื่นคงต้านรับการโจมตีที่ดุดันและรุนแรงรวดเร็วนี้ไม่ไหวแน่ แต่เธอกลับป้องกันมันไว้ได้หมดจดอย่างง่ายดาย
ฟอลเวลโจมตีเข้าไป โจมตีเข้าไปอีก เสียงปะทะดังราวกับเป็นระเบิด ราวกับเกิดหายนะ การโจมตีของเขาเหมือนพายุหิมะที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง แต่นั่นไม่มีผลเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าดาบไฟอันไร้เทียมทานของเธอ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด และคาดว่าผู้ชนะคือจิตแห่งไฟ ปล่อยไว้เช่นนี้เขาต้องตายแน่ ๆ
เลือดกำเดาไหลออกมาเป็นทาง ฟอลเวลกัดฟันกรอดใช้เวทฝืนตัวเองจนเส้นเลือดบูดขึ้นมาเป็นเส้น ๆ ตามผิวหนัง น้ำตาของเขารินไหลกลายเป็นเลือด แต่ต้องทำเพื่อจีน่า ขณะที่มือยังฟันอย่างไม่หยุดยั้ง ฟอลเวลรู้ตัวดีว่าอีกฝ่ายออมมือให้เขามาก และเขาไม่มีทางชนะเลย
เขาร้องไห้แต่อย่างไรก็จะปล่อยเธอไปไม่ได้
มีทางเดียวคือเร่งขีดจำกัดทั้งหมดรวดเดียวในตอนนี้ ใช้ชีวิตตนปลดชีวิตเธอ นั่นก็มีสิทธิ์ที่จะชนะ ขณะที่เธอกำลังประมาท แม้ผลสำเร็จจะมีแค่ครึ่งต่อครึ่ง แต่หากสำเร็จจีน่าก็จะตายไปด้วย ข้าเข้าไปดูภายในใจของเขา จึงรู้ว่าเขาคิดเช่นนั้น
แต่มันไม่มีทางเลือก อย่างไรชีวิตก็จบสิ้นแล้ว เขาไม่มีทางชนะนางได้หากไม่ใช้วิธีนั้น หากไม่ชนะนางเขาก็ต้องตายอยู่ดี เขาจะไม่มีวันได้พบกับจีน่าอีกเป็นครั้งที่สอง อย่างไรเสีย เขาจะยอมตายไปพร้อมกับเธอเสียยังดีกว่าให้เธอโดนควบคุมอยู่แบบนี้
คิดได้เช่นนั้น ฟอลเวลก็ตัดสินใจรวมพลังเวททั้งหมดอัดแน่นไปในการโจมตีครั้งเดียว จิตแห่งไฟที่มัวสนุกกับการต่อสู้ก็ตกใจ เมื่อพลังเวทของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน เธอประมาทเกินไปไม่คิดว่าลูกไก่ในกำมือจะทุ่มจนหมดหน้าตัก จึงไม่ได้เสริมพลังให้กับดาบไฟของตน
พริบตาเดียว ดาบไฟก็แตกสลาย มองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น เส้นเลือดทั่วตัวของฟอลเวลฉีกขาดไหลพุ่งออกมาเป็นทาง ดาบน้ำแข็งทลายทุกอย่างพุ่งตรงเข้าใส่ลำคออีกฝ่าย เป็นภาพช้า จิตแห่งไฟได้แต่อ้าปากค้างตื่นตระหนก มันใกล้ลำคอนางเข้าไปเรื่อยๆ ใกล้เข้าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง….
หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ร่างของฟอลเวลสั่นกริก ๆ จิตแห่งไฟจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่แปลกไป เธอเห็นฟอลเวลร้องไห้น้ำตาหยดลงบนพื้น ทั้งมือและทั่วร่างชโลมไปด้วยเลือดแดง หากเขาจะฆ่าเธอเมื่อครู่เขาก็สามารถทำได้แต่เขาก็ไม่ชิงลงมือทำ ทำไมเขาถึงไม่ทำ?
มันแปลก แปลกที่สุดในชีวิตเขา เป็นเช่นนี้ทุกทีเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ เหมือนจะไม่ใช่เขาอีกต่อไป ใจอ่อน ไม่เด็ดขาด อ่อนแอ เขาไม่อาจสะบั้นคอนางอันเป็นที่รักได้ จึงได้แต่สลายเวทของตัวให้หายไป ฟอลเวลหมดกำลังใช้แรงเฮือกสุดท้ายโน้มตัวลงสู่ไหล่ของหญิงสาว ก่อนจะโอบกอดเธอเอาไว้ให้ได้รับความอบอุ่น
จิตแห่งไฟได้แต่อึ้งกับการกระทำนั้น เธอทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด
“จ…จีน่า เจ้าได้ยินข้าไหม…” เสียงอ่อน ๆ ของเขาเอ่ย จิตแห่งไฟเริ่มไม่สามารถควบคุมพลังของเธอได้ ออร่าเพลิงทั่วร่างติด ๆ ดับ ๆ เป็นระยะ “อะ…อะไรกัน!?” เธอร้อง ฟอลเวลที่ซบอยู่บนไหล่โอบกอดเธออย่างอ่อนแรง
“จีน่า ถ…ถ้าเจ้าได้ยินเสียงข้า ข้าอยากบอกว่า...ข้าขอโทษที่พาเจ้าหนีไปไม่ได้…” จิตแห่งไฟกัดฟันกรอดเมื่อเธอทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ เธอขยับร่างกายไปไหนไม่ได้ ราวกับจิตของจีน่าที่อยู่ในร่างตนกำลังต่อต้าน จิตแห่งไฟไม่คิดมาก่อนว่าจีน่าจะมีจิตใจที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับเธอได้ หรืออาจจะเป็นเพราะชายที่กำลังโอบกอดเธออยู่ตรงนี้ หรืออาจะเป็นเพราะความรัก ความอบอุ่นและพลังใจที่ส่งไปถึงจีน่าที่อยู่ด้านในได้เพียงแค่สัมพัสจากอ้อมกอด
“ข้ารักเจ้านะจีน่า…ได้โปรดอย่างน้อย ขอให้ข้าได้ยินคำว่ารักจากเจ้าก่อนที่ข้าจะตาย” ฟอลเวลเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อย แม้จะรู้ว่าเป็นคำขอที่ดูโง่
แต่ฟอลเวลก็ต้องการเพียงแค่นั้นจริง ๆ เขายังต้องการรู้เพียงแค่ว่า เธอยังรักเขาอยู่ สิ่งที่เขาทำ สิ่งที่เขาปกป้องเธอมาทั้งหมดนั้นยังคงมีความหมายสำหรับเธอ
ฟอลเวลไม่เสียดายชีวิตเลยหากได้ยินคำนั้นจากปากคนที่เขารักอีกครั้ง
สัมผัสนุ่มอยู่บนหัวของเขา เพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็ยิ้มอ่อน มือของเธอที่ลูบช่างนุ่มละไม และอ่อนโยนหัวใจของเขาถูกเติมเต็มอีกครั้งด้วยความอบอุ่นนี้ ฟอลเวลได้ยินเสียงหัวใจของเธอ เธอเองก็ได้ยินเสียงหัวใจของเขา หัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน น้ำอุ่น ๆ ไหลออกมาจากเบ้าตา ร่วงหล่นหยดซึมบนหลังฟอลเวลทีละหยด ทีละหยด
เธอรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเห็นทุกอย่างผ่านสายตาของจิตแห่งไฟ เธอเห็นสีหน้าของฟอลเวลที่เป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลาในตอนที่กำลังฟาดฟันใส่ร่างเธอ เขาไม่อยากจะทำมันเลยสักนิด แต่แล้วอารมณ์ก็ชนะเหตุผล เขาทำมันไม่ลงจริง ๆ เธอเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น
“ข้ารักเจ้านะฟอลเวล รักมาก ๆ รักจนข้าไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เป็นเพราะเจ้าที่ทำให้ข้ารู้สึกแบบนี้ เพราะเจ้าคนเดียว ฉะนั้นเจ้าอย่าตายนะฟอลเวล! อย่าไปเลยนะนี่เป็นคำสั่ง!” เธอกอดเขาแน่น ร้องไห้โวยวาย แต่อีกฝ่ายกับนิ่งเฉย น้ำตาไหล ก่อนจะยิ้ม
“เอาแต่ใจเสียจริงนะ” สิ่งที่อยากได้ยินเมื่อได้ยินแล้วก็ไม่มีอะไรค้างคาใจอีก ฟอลเวลโล่งอกปล่อยใจให้ไหลไปตามความว่างเปล่า จนในที่สุด ความรู้สึกทั้งหมดก็หายไปพร้อมทั้งลมหายใจสุดท้ายของเขา
จีน่าร้องไห้โฮ โอบกอดร่างของชายที่เธอรักเอาไว้ แน่น แน่นเสียจนไม่รู้ยังไง แต่เขาไม่มีทางได้กลับมาอีกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลาย ทั้งคำสัญญาและเป้าหมายชีวิต จิตใจของเธอแทบแตกสลาย
แต่หากไม่อดกลั้นเอาไว้ เธอจะถูกครอบงำอีกครั้ง จีน่าคร่ำครวญราวกับคนบ้าก่อนจะสงบสติอารมณ์และกระซิบลูบหัวเจ้าร่างไร้วิญญาณเบา ๆ ว่า
“เจ้าต่างหากล่ะที่เอาแต่ใจ…ฟอลเวลของข้า…”
เธอกรีดร้องลั่นท่ามกลางสิ่งที่พังพินาศ ในสงครามนี้ไม่มีอะไรเหลือแล้ว
แม้แต่ข้าเองก็เศร้าเหลือเกิน ชายคนที่เธอโอบกอดคนนั้น... ผู้ที่ข้าเฝ้ามองมาตลอด ฟอลเวล…
เขาตายเสียแล้ว…

4 ความคิดเห็น