ตอนที่ 18 : บทที่ ๑๘ จิตแห่งเพลิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ ๑๘ จิตแห่งเพลิง

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ทุกอย่างดูวุ่นวาย ในตอนนี้พวกเขาต้องแข่งกับเวลา ทหารมากมายกำลังช่วยกันวางกับดักด้านนอกนั่น พวกเขาขุดหลุมฝังระเบิดและน้ำมันทั้งหมดเพื่อใช้รับมือกับศัตรูที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งเสริมการป้องกันทางแม่น้ำอย่างแน่นหนา เพราะนั่นเป็นทางที่ง่ายที่สุดที่อีกฝ่ายจะเข้ามา
พลหน้าไม้มากมายกำลังตรวจสอบอาวุธที่อยู่ในมือของตนอย่างถี่ถ้วน พลเตรียมลูกศรที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เช่นกัน ฟอลเวล จีน่า และลาดอนกำลังเดินสำรวจความพร้อมบนกำแพงเมืองด้านบนด้วยความเร่งรีบ แต่ผู้บัญชาการกลับไม่ตื่นตระหนกสั่งการทุกคนอย่างใจเย็นและเข้มแข็ง
“หินไฟไม่พอเจ้าก็เอาเศษเหล็กมาเพิ่ม หรืออะไรก็ได้ เอาทุกอย่างที่ยิงได้ออกมา” ลาดอนคาดการณ์ไว้ว่า กระสุนเครื่องยิงหินต้องไม่พอแน่นอน เขาจึงสั่งให้ทหารเอาทุกสิ่งอย่างที่สามารถมัดใส่ถุงยิงได้มาทำเป็นกระสุนทหารมากมายทำงานอย่างสามัคคีช่วยกันยก ช่วยหามของขึ้นบันไดอย่างขะมักเขม้นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ฟอลเวลและจีน่ามองภาพเหล่านั้นอย่างประหลาดใจ คนพวกนี้แข็งแกร่งมากเมื่ออยู่รวมกัน หากเป็นเช่นนี้อาจจะสามารถรับมือกับพวกกูลทั้งกองทัพนั่นได้แน่ ตอนแรกพวกเขาประเมินพลังของทหารเหล่านี้ต่ำเกินไป “แล้วจะให้พวกข้าทำอะไร” ฟอลเวลมองตามแผ่นหลังของชายชราที่อยู่ด้านหน้า ก่อนจะถามออกไป ลาดอนหันกลับมาอย่างเร็วไว เขาให้คำตอบแก่ฟอลเวลว่า
“พวกเจ้าไม่ต้องทำอะไร เก็บแรงเอาไว้ หากพวกกูลประชิดปราการและบุกเข้ามาถึงที่นี่ได้ พวกข้าจำเป็นต้องใช้พวกเจ้า” ลาดอนตัดสินใจอย่างชาญฉลาด เขาเก็บแรงของชาวซีนทั้งสองคนเอาไว้ใช้ในยามคับขัน เพราะหากเหล่ากูลบุกเข้ามาด้านในได้จริง ๆ ต่อให้เป็นทหารที่ฝึกมาดีก็ไม่อาจต่อต้านสิ่งมีชีวิตที่มีพละกำลังและความเร็วขนาดนั้นได้ พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งฟอลเวลและจีน่าในยามนั้น
ทั้งสองพยักหน้าเข้าใจ ลาดอนจึงหันกลับไปเดินดูความพร้อมต่าง ๆ ตามเดิม “พยายามเล็งที่หัวและหัวใจของมัน หากเจ้ายิงไปโดนส่วนอื่นมันจะไม่สะทกสะท้านหรือหยุดชะงักเช่นมนุษย์” ลาดอนตะโกนแนะนำพลหน้าไม้และทั้งหมดก็ขานรับเป็นเสียงเดียวกัน
และในทันใดนั้น จู่ ๆ เสียงระฆังก็ดังขึ้น!
“ข้าศึกบุกกกก! ข้าศึกบุกกกก!” เสียงของนายทหารที่ตีระฆังอยู่บนยอดสูงสุดร้องตะโกนบอก พร้อมเสียงแตร่ที่ดังเตือนภัย สีหน้าของทุกคนที่อยู่ด้านล่างตกตะลึงไปตาม ๆ กันพวกเขาไม่คิดว่าพวกมันจะมาเร็วเสียขนาดนี้ ทุกอย่างรวดเร็วเกินไป พวกเขายังไม่พร้อม ฟอลเวล จีน่า และลาดอนวิ่งชะเง้อออกไปดูข้างกำแพง
กูลร่างกายเละเทะจำนวนมากมายกำลังย่างกายออกมาจากด้านในป่าทึบ ตรงข้ามกับปราการวายุราว ๆ ห้าร้อยเมตรด้านบนนี้พวกเขาเห็นพวกมันราวกับฝูงมดที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุด บนพื้นหิมะสีขาวเต็มไปด้วยพวกมันสีดำยั้วเยี้ย แม้ไม่เร็วเท่าม้า แต่ความเร็วนั้นก็ไม่เคยตก พวกมันไม่เคยเหนื่อย และไม่เคยหวาดกลัวที่จะเผชิญหน้า
“ทุกคนกลับเข้ามาด้านใน!” ลาดอนสั่งให้เปิดประตูบานยักษ์ออก จากนั้นเหล่าทหารที่วางกับดักอยู่ด้านนอกก็รีบวิ่งเข้ามาด้านในด้วยความรวดเร็ว “ยิงเลยไหมครับท่าน” นายทหารหน้าไม้คนหนึ่งเสนอ “อย่าพึ่ง” ลาดอนพยายามสังเกตดูว่าทหารของตนกลับเข้ามาหมดหรือยัง เมื่อเห็นว่าทั้งหมดอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้วจึงสั่งให้ทุกคนขึ้นคันศรและลั่นไกหน้าไม้ “ยิง!”
ศรนับร้อยพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ขึ้นสูงสู่ฟากฟ้า
เฟี้ยว ๆ ๆ ๆ
“ปิดประตู!” ลาดอนสั่งปิดประตูในทันทีที่ทหารทั้งหมดเข้าสู่ที่ปลอดภัย จากนั้นเขาจึงกลับไปว่าต่อด้วยความรวดเร็ว “เติมศรให้ไว! บรรจุกระสุนใส่เครื่องยิงหินยิงอีก! ยิงมันเข้าไปจนกว่ากระสุนพวกเจ้าจะหมด! ยิง!”
ทุกอย่างดูเป็นไปอย่างรวดเร็วและวุ่นวาย เสียงร้องตะโกนปลุกใจของเหล่าทหารดังก้อง พลหน้าไม้นับร้อยยิงดอกธนูขึ้นฟ้าเมื่อยิงเสร็จจึงวางหน้าไม้ของตนลงกับพื้น แล้วหันกลับไปหยิบหน้าไม้อันใหม่จากพลเตรียมศร เป็นจังหวะพร้อมกันโดยมิต้องมีคนสั่ง พวกเขาทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ดอกธนูถูกยิงอย่างรวดเร็วไม่เสียเวลาในการเติมศรแต่อย่างใด เครื่องยิงหินถูกสั่งยิงโดยหัวหน้าหน่วยในแต่ละเครื่อง บนกำแพงนี้มีเครื่องยิงหินอยู่สี่เครื่องด้วยกัน พวกมันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เสียงของคนสั่งร้องดังขึ้น จากนั้นทหารสามสี่คนด้านข้างก็ดึงคานเหวี่ยงลงมา เมื่อลูกไฟยิงพุ่งทะยานออกไป พวกเขาก็ถูกสั่งให้ยกกระสุนออกมาบรรจุยิงใหม่ในทันที ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วและวุ่นวายที่สุด
เฟี้ยว…
ดอกธนูนับไม่ถ้วนตกลงมาจากฟากฟ้า แต่เหล่ากูลกว่าห้าร้อยร่างไม่หวั่นเกรงแต่อย่างใด พวกมันวิ่งเข้ามาอย่างไม่ลดละ และในที่สุดพวกมันก็ก้มหัวลงต่ำชักโล่ไม้ดาด ๆ ยกขึ้นมากันบริเวณหัวและหัวใจของตนเอง โล่เล็ก ๆ ป้องกันได้อย่างหมดจด ไม่มีกูลตนใดล้มลงเลยแม้แต่ตัวเดียว แม้จะถูกยิงจนร่างพรุนมันไม่ตายหากไม่โดนโจมตีเข้าที่หัวและหัวใจ เหล่าอสูรในร่างคนยังคงวิ่งตรงมาเรื่อย ๆ ภาพนั้นช่างหน้าหวาดกลัวยิ่งนักต่อเหล่ามนุษย์ผู้เฝ้ามองอยู่บนกำแพง
ดอกธนูนับร้อย ๆ ดอกทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย แต่ก้อนหินไฟก็ยังคงแสดงประสิทธิภาพของมันออกมาได้อย่างน่าประทับใจ จุดกระทบของก้อนหินที่ยิงออกมาทำร้ายพวกมันได้ดีเยี่ยม โล่ไม้แตกเป็นเสี่ยง ๆ กูลจำนวนไม่น้อยถูกทับด้วยก้อนหินใหญ่ไหม้ร่างกายฉีกขาด บางตัวตายในทันทีแต่บางตัวก็แค่เคลื่อนไหวไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่นานพวกมันก็ถูกธนูจำนวนมหาศาลเสียบเข้าจนพรุนนอนแน่นิ่ง
“เวรเอ๊ย!” ลาดอนสบถ ฟอลเวลกับจีน่าที่อยู่ข้าง ๆ ได้แต่มองดูภาพด้านล่างโดยไม่มีสีหน้าอันใด เหล่ากูลวิ่งเข้ามาใกล้ปราการมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มผ่านกับดักเข้ามาแล้วทันใดนั้นเอง ลาดอนก็สั่งให้ทหารยิงลูกดอกไฟใส่กับดักเพื่อให้มันระเบิด แต่ทว่ากับดักนั้นถูกพวกกูลป้องกันด้วยการตั้งโล่และใช้ร่างป้องกันเอาไว้
พวกเขาทำอะไรไม่ได้เลย และในที่สุดจีน่าก็ทนไม่ไหว เธอร่ายมนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ลาดอนก็ไม่มีท่าทีจะห้ามนาง เขาดีใจด้วยซ้ำที่ไม่จำเป็นต้องสั่งนาง จีน่ายกคฑาไม้เสกลูกบอลเพลิงออกมาตรงหน้าถึงสี่ลูก ก่อนจะยิงบอลแต่ละลูกไปยังตำแหน่งที่ทหารวางกับดักไว้ เริ่มต้นที่ลูกแรก
ตูมมม!!
ทุกชีวิตตกตะลึง เมื่อระเบิดไฟกระจายออกมาอย่างมากมายมหาศาล สังหารเหล่ากูลไปยี่สิบกว่าชีวิตด้วยกัน ไฟสีแดงฉานลุกโชติช่วงแผดพุ่งขึ้นไปบนฝากฟ้า และไม่นานนักจีน่าก็ยิงใส่อีกสามตำแหน่งพร้อมกันด้วยความรวดเร็ว
บึ้ม!บึ้ม!! บึ้มมมม!!!
ระเบิดเสียงดังสนั่น เหล่ากูลที่บุกประชิดเข้ามาถูกย่างตายเป็นเบือ ด้วยระเบิดเพลิงนั่นพวกมันที่เหลือกว่าสามร้อยหยุดชะงักในทันใด ไฟอันร้อนแรงพุ่งขึ้นมาอย่างมากมายมหาศาล และทันใดนั้นเองจู่ ๆ เพลิงทั้งหมดที่ปิดกั้นทางเดินของเหล่ากูลก็สลายหายไปในพริบตาโดยที่ไม่มีใครทราบสาเหตุ
“เกิดอะไรขึ้น!” ลาดอนเอ่ยหันกลับมาถามจีน่า ฟอลเวลก็อึ้งที่จู่ ๆ เปลวเพลิงมหึมาหายไปอย่างง่ายดาย จีน่าเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เธอชักสีหน้าราวกับได้เห็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ใบหน้าของเธอซีดเผือด อ้าปากค้างก่อนจะกรีดร้องออกมาดังลั่น ทุกคนสนใจมาที่เธอ แต่ลาดอนสั่งทหารเหล่านั้นกลับไปทำหน้าที่ของตน ลาดอนและฟอลเวลมองเธออีกครั้ง
จีน่ากระวนกระวายทรุดตัวลงกับพื้นใช้สองมือขยี้ศีรษะราวกับกำลังจะเป็นบ้า
“จีน่า! จีน่า! เจ้าเป็นอะไรไป!!” ฟอลเวลก้มลงเขย่าร่างของเธอ เขาพยายามเรียกสติของนางอันเป็นที่รักคืนมา แต่เธอกลับไม่ได้สติคืนมาเลย เธอร้องเพียงแต่คำว่า “ท่านแม่! ท่านแม่! อย่าฆ่าข้าเลยได้โปรด! ไม่ไม่ไม่ไม่!” ฟอลเวลสนใจแต่จีน่า โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น
บึ้ม!
จู่ ๆ บอลเพลิงขนาดยักษ์ก็พุ่งขึ้นมาโจมตีใส่เครื่องยิงหินที่อยู่ถัดไปไม่ไกลจากพวกเขามากนัก เพลิงสีแดงส่องสว่างโชติช่วง ฟอลเวลและลาดอนหันไปมองด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง ทหารมากมายถูกเผาตายกลายเป็นจุณหลายสิบคน กำแพงปราการพังทลายไปส่วนหนึ่งเศษอิฐและศพของทหารร่วงหล่นสู่พื้น
“อะไรวะ!” ลาดอนหันกลับไปมองยังลานต่อสู้ เขาจ้องมองไปยังร่างของกูลตัวหนึ่งที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ มันไม่ร้อนรนหรืออะไร ทำเพียงแค่ยกมือแบออกมาที่พวกเขา อุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนมองเห็นมือนั้นบิดเบี้ยวคล้ายกับภาพลวงตา แสงสีแดงหลอมรวมกันกลายเป็นก้อนเพลิงขนาดมหึมาเหนือฝ่ามือ ตามธรรมชาติกูลไม่สามารถจะใช้เวทมนตร์ได้ แต่นี่มันอะไรกัน!? ในขณะที่ลาดอนคิดสงสัยฟอลเวลก็ร้องตะโกนบอกเขา ขณะที่ยังโอบกอดจีน่าที่กำลังร้องไห้เอาไว้แน่น
“จิตแห่งไฟ กูลนั่นมันถูกสิงอยู่!”
“ท่านแม่! ท่านแม่! ฮือฮือฮือ…” จีน่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรอีกแล้ว เธอเอาแต่ร่ำร้อง ห่างไกลออกไปที่ลานหิมะ กูลที่ถูกสิงด้วยจิตวิญญาณแห่งไฟเล็งฝ่ามือไปยังตำแหน่งของพวกฟอลเวล มันกระซิบกลับสายลมเบา ๆ ว่า “จีน่าแม่มารับเจ้าแล้วนะ…ลูกรัก” ว่าจบบอลไฟอันใหญ่ยักษ์ก็พุ่งตรงไปยังเป้าหมายด้วยความเร็วสูง จากนั้นร่างของกูลที่ถูกสิงก็ล้มลงในทันทีที่มันพุ่งออกไป
ฟูมมมมมมมมมมมมมมม!

4 ความคิดเห็น