ตอนที่ 15 : บทที่ ๑๕ ค่ำคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ ๑๕ ค่ำคืน

เมื่อแสงตะวันลับลา รอบกายมืดสนิท ท่ามกลางทุ่งหิมะสีขาว ทั้งสองเลือกพักแรมในถ้ำหินแห่งหนึ่งที่มองหาได้ในบริเวณแถวนั้น มันเป็นถ้ำไม่ใหญ่มากนัก ทั้งคู่ตรวจสอบจนแน่ชัดว่าไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอันตรายใด ๆ และด้วยความโชคดีใกล้ ๆ นั้นถ้ำนั้นมีบ่อน้ำพุร้อนบริสุทธิ์พุดขึ้นมากลางหิมะอีกด้วย
แสงสว่างมืดลง ไม่สามารถประมาณได้ว่าเป็นเวลาเท่าใด แต่ทั้งคู่ก็ยังคงนั่งพักอยู่ในถ้ำแห่งนั้นท่ามกลางกองไฟกองน้อย และซากอาหารที่อยู่ในมุมหนึ่ง บ่งบอกได้ชัดเจนว่า ทั้งคู่พึ่งรับประทานอาหารไปเมื่อไม่นาน
“แผลของเจ้าหายดีรึยัง” หญิงสาวผมยาวสีเงินซึ่งกำลังจัดสัมภาระด้านหลังเอ่ยถามกับชายหนุ่มด้านหน้าด้วยความห่วงใย “อืม” เขาตอบกลับมาทื่อ ๆ นั่งนิ่งอยู่หน้ากองไฟที่ใกล้มอด พลางกำลังก้มหน้ามองพื้นใช้มือซ้ายกุมมือขวาที่ถูกพันไปด้วยผ้าสีน้ำตาลเปื้อนเลือด มันไม่ไหลหยดอีกแล้ว
เห็นดังนั้นจีน่าจึงค่อย ๆ เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ จนเขาจับความรู้สึกไม่ได้ เธอสอดแขนทั้งสองข้างเข้ามาจากด้านหลัง ร่างเขากระตุกตกใจเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับโวยวายหันใบหน้ากลับไปมองช้า ๆ
ใบหน้าของจีน่าอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ หัวใจเริ่มเต้นแรง เธอเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ว่า
“นี่เจ้ายังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่อีกหรือฟอลเวล ข้ารู้มันทำใจลำบาก แต่ข้าอยู่ข้าง ๆ เจ้าแล้วนะ คิดถึงเพียงแต่ข้าก็พอ เจ้าก็บอกกับข้าแล้วนี่…ว่าเราสองคนจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กันด้านนอกนั่นน่ะ” ใบหน้าเริ่มขึ้นสี อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จีน่ากอดเขาแรงมาก จนฟอลเวลรู้สึกถึงอะไรบางอย่างนุ่ม ๆ ของสตรีที่เข้าปะทะกับแผ่นหลังหนาของเขา
“ข…ข้าจะไปอาบน้ำ!” เขารู้สึกไม่เป็นตัวเอง จึงตัดสินใจลุกพรวดขึ้นทันที หญิงสาวเกือบหน้าคะมำเธอหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น ฟอลเวลรู้สึกไม่ชอบเลยที่ถูกปั่นหัวเล่นเช่นนี้ ความเด็ดเดี่ยวและนิสัยขี้ระแวงของเขาหายไปทุกทีที่อยู่ต่อหน้าเธอ ทำไมเขาถึงดูอ่อนแอลงกันนะ
ฟอลเวลเดินออกจากถ้ำตรงไปยังบ่อน้ำพุร้อนที่อยู่กลางลานหิมะ เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้ามืด
จึงเห็นดวงดาวกำลังแพรวพราวระยิบระยับนับล้านดวงบนนั้น ช่างเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจ ดาวหางก็คล้อยผ่านไป ฟอลเวลพยายามมองมันและลืมเรื่องที่จีน่ากระทำเมื่อครู่ เพราะสิ่งที่เธอทำ มันทำให้เขาสติหลุด หากควบคุมมันไม่ได้ เขาคงจำต้องทำร้ายเธอแน่ เพราะบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่าสัญชาตญาณบอกกับเขาแบบนั้น
ฟอลเวลถอดเสื้อผ้าออกช้า ๆ เผยให้เห็นกล้ามแขนและกล้ามหน้าท้องเป็นมัด ๆ กล้ามทุกส่วนมีสัดส่วนพอดีกับร่างกายของหนุ่มวัยสิบหก ส่วนแผลเป็นทั่วทั้งร่างนั้นก็บ่งบอกได้แน่ชัดว่า เขาเผชิญสิ่งเลวร้ายมามากขนาดไหน ชายหนุ่มผมขาววางเสื้อผ้าและกางเกงไว้ใกล้ ๆ กับบ่อน้ำพุร้อน ก่อนจะค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในบ่อนั่น
อุ่นมาก ฟอลเวลหลับตาหายใจใจเป็นไอผ่อนคลาย ความลึกของมันถึงแค่ช่วงหน้าอก อากาศที่เหน็บหนาวไม่มีผลอะไรอีกแล้ว ความอบอุ่นและความสบายนี้ทำให้ฟอลเวลแทบไม่อยากจะลุกขึ้นจากบ่ออีกเลย เขาปล่อยร่างกายและจิตให้ล่องลอยไปตามอารมณ์
จุ๋ม!
เสียงน้ำกระเซ็นดังจากด้านหลัง ฟอลเวลรีบหันขวับกลับไปมองทันที เขาพบเรือนร่างของหญิงสาวผมสีเงินที่เปลือยผ้า เธอค่อย ๆ หย่อนเท้าลงบ่อตามเขามา ฟอลเวลตกใจอ้าปากค้าง อารมณ์ของเขาพุ่งขึ้นจนเกือบจะถึงขีดสุด
“จีน่า!…เจ้า…เจ้า!”
เธอเคียงคอสงสัย “มีอะไรหรือ?” เธอทำเป็นหน้านิ่งแอบยิ้มที่มุมปาก ค่อย ๆ เขยิบร่างบางอ้อนแอ่นเข้ามาใกล้ ฟอลเวลมองตั้งแต่บนลงล่าง สำรวจเรือนร่างของนางอย่างถี่ถ้วน สัดส่วนโค้งเว้าของนางไร้ที่ติ ทั้งผิวพรรณสีขาวราวเกล็ดหิมะ เอวบางคอด หน้าอกสวยไม่ย้วยได้ขนาดและเข้ารูป จนไปจนถึงส่วนล่างและบั้นท้ายที่ฟอลเวลไม่กล้าจะมอง ร่างอรชรของนางดูงดงามหยดย้อยในสายตาของฟอลเวล เขาแทบจะห้ามใจเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นเรือนร่างของนางชัดเต็มตาเช่นนี้ เขาพยายามหลบหน้ากลัวว่าเรื่องไม่ดีจะเกิดขึ้น นางคงกลัวแน่ นางรังเกียจการร่วมเพศการข่มขืนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
“เจ้าลงมาทำไม!” เขาตะโกน
“ก็ข้าอยากอาบน้ำ”
“ทำไมไม่รอให้ข้าอาบเสร็จก่อน!”
“แล้วทำไมข้าต้องรอให้เจ้าอาบเสร็จก่อนด้วยล่ะ?” เอียงคอสงสัย
“…”
“…”
ฟอลเวลอึ้งไม่อาจให้คำตอบแก่หญิงสาวผู้เอาแต่ใจคนนี้ได้ ไม่นานนักร่างสวยอันไร้ซึ่งสิ่งใดปกปิดก็เดินเข้ามาใกล้เขาได้สำเร็จ ฟอลเวลสังเกตเห็นว่าใบหน้าเธอแดงขึ้นและก็พึ่งรู้ตัวใบหน้าของเขาก็แดงก่ำเช่นกัน บ่อน้ำพุร้อนอาจทำให้ร่างกายผ่อนคลายก็จริง แต่อารมณ์ของเขากลับขัดแย้งอย่างสุดขั้ว ยังดีที่เธอไม่ได้สังเกตเห็นอะไรน่าเกลียดที่อยู่ใต้น้ำนั่น เขาไม่อยากทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง
หารู้ไม่จีน่านางรู้อยู่แล้วและตั้งใจ เธอยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนกระซิบเข้าไปที่ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงหวานแสนยวนเย้าว่า
“ข้าเป็นของเจ้าไม่ใช่หรือ… ฟอลเวล ทำไมจะอาบน้ำพร้อมกันกับเจ้าไม่ได้ล่ะ… ไหนบอกจะอยู่ด้วยกัน”
ชายหนุ่มผมขาวทำอะไรไม่ถูก เอาแต่มองตามหญิงสาวที่ค่อย ๆ ใช้ปากของเธอจูบไล่บริเวณใบหูของเขาและดื่มด่ำจับกดต่ำมาจนถึงลำคอ เขาเผลอร้องเสียงแปลกในยามที่ถูกจู่โจม ดวงใจฟอลเวลแทบร่วงหล่นจะทนไม่ไหว ตอนนี้เขาตื่นเต้นเหลือเกิน หากมากกว่านี้ละก็ หากมากกว่านี้ เขาคงควบคุมสติไม่อยู่แน่ ๆ เขากระซิบกับเธอเบา ๆ
“จีน่า ถ…ถ้าเจ้าไม่หยุด…” ฟอลเวลไม่รู้ว่ากำลังถูกนางปั่นหัวอยู่หรืออะไร แต่แผนการของจีน่าได้ผล ฟอลเวลลืมเรื่องเศร้าทั้งหมดนั่นไปแล้ว เธอทำให้เขาหยุดคิดโทษตัวเองได้เสียที เขาจะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับการตายของปีเตอร์อีก ฟอลเวลไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ถูกเธอช่วยรักษาแผลในใจให้เป็นที่เรียบร้อย ด้วยความรักที่เธอมี
ฟอลเวลกระชากไหล่ของหญิงสาวให้หยุดการกระทำอันเย้ายวนหยอกอารมณ์นั้น เขาดึงเธอออกมาจ้องหน้ามองตาชัด ๆ เธอยังคงหัวเราะคิกคักติดตลกอยู่เช่นเคย ฟอลเวลจึงร้องตะโกนออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
“ข้าจะไม่ทนแล้ว จีน่า!” แต่เธอไม่ได้กลัวคำขู่นั่น ทั้งยังมีหน้ายิ้มหวานอีกต่างหาก
“แล้วเจ้าจะทนทำไมล…ละ อุ๊ป!
ไม่ทันที่จะพูดจบ ชายหนุ่มก็ดึงแก้มเธอเข้ามา หา พร้อมกระทำทุกอย่างไปตามอารมณ์ เขาทนมองริมฝีปากบางนั่นของเธอไม่ไหวอีกแล้ว มันสวยงดงามเกินไป จึงรุกเข้าใส่และดื่มความหวานของหญิงสาวให้สมใจอยาก จีน่าทำได้แค่คล้อยไปตามจังหวะรักนั่นของชายหนุ่ม เขาต้องการเช่นไรเธอก็เคลื่อนไหลดื่มกลับไปตามจังหวะ พวกเขากลืนกินกันนานเป็นนาที ราวกับอยากทำเช่นนี้มานาน เอาความรู้สึกที่มีปะทะใส่กัน จีน่าค่อย ๆ โอบกอดร่างของอีกฝ่ายแน่น จนค่อย ๆ อ่อนแรงจูบลงในที่สุด
ทั้งคู่ถอยใบหน้าออกมาพร้อมกับหอบหายใจถี่เป็นไอร้อน ใบหน้าของทั้งสองแดงก่ำ หน้าผากชนกันแล้วยิ้ม แม้จีน่าจะเหนื่อยและตื่นเต้นกับการกระทำเมื่อครู่ แต่เธอก็ยังไม่หยุดที่จะแหย่เจ้าเสือที่ดุร้าย
“เจ้าทำได้แค่นี้เองน่ะหรือ…” ฟอลเวลทนไม่ไหวกับรอยยิ้มและน้ำเสียงหวาน ๆ นั่นอีกต่อไป เขาพุ่งเข้ากอดเธออีกครั้งจนล้มลง น้ำถูกกระแทกแตกกระจายออกเป็นสายคลื่น จีน่ากรีดร้องอย่างเป็นสุข เธอหัวเราะดิ้นจนหลุดออกมาจากอ้อมแขนของเขาได้ ก่อนจะรักษาร่างกายวิ่งวนหนีเจ้าเสือร้ายที่กำลังหิวกระหายไปรอบ ๆ สระเล่น
“เจ้าจะหนีไปไหนจีน่า!” เขาวิ่งตามเธอไปด้วยความรวดเร็ว เธอตีน้ำร้อนใส่ตาจนเขาต้องร้องโอดโอย แต่ทว่าฟอลเวลก็ยังไม่ยอมแพ้ ทั้งสองคนวิ่งไล่จับกันภายในบ่อเล็ก ๆ นั่นอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งร่างของจีน่าถูกฟอลเวลผลักติดกับขอบบ่อจนหนีไปไหนไม่ได้อีกต่อไป
ฟอลเวลจ้องมองใบหน้าเธอด้วยแววตาที่ดุดันน่ากลัวก่อนจะพูดขึ้นมาพร้อมไอเย็นว่า “เจ้าเป็นคนเริ่มก่อนนะ…”
“ฮิฮิ คิดว่าข้าจะกลัวรึไง” เธอยังคงหัวเราะแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่หนีไปไหนไม่ได้ก็ตามที ถูกแขนหนานั่นล็อกทางหนีเอาไว้หมด
“หึ…ทำเป็นพูดดีไป เตรียมใจไว้เถอะ ข้าจะลงโทษให้สมกับสิ่งที่เจ้าทำกับความรู้สึกของข้า” แต่ทันทีที่พูดจบ จีน่าก็ยิ้มหัวเราะเอื้อมใบหน้าเข้ามาจูบริมฝีปากเขาอย่างน่ารัก
“ฮิฮิ” เธอเผยยิ้มของนางฟ้า
“เจ้า!” ชายหนุ่มหน้าแดงเถือก
“ข้ารักเจ้านะฟอลเวล รักจริง ๆ ”
***

ความอบอุ่นจากผิวกายที่แนบชิดทำให้ทั้งสองไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนจากเปลวไฟ เพียงแค่ใช้เสื้อผ้าห่มร่างเอาไว้นั่นก็ทำให้กายอุ่น ฟอลเวลนอนหลับตาโอบกอดหญิงสาวใต้ผ้าเอาไว้แน่น ทุกอย่างช่างเงียบสงบ แสงสว่างน้อย ๆ จากดวงจันทร์ส่องเข้ามาสะท้อนกับดวงตาของหญิงสาว
“ข้าไม่เคยคิดว่ามันช่างสุขและสวยงามขนาดนี้เลย ทั้งที่เมื่อก่อนข้ามองว่ามันน่ารังเกียจมาโดยตลอด” เธอกล่าวออกมาเบา ๆ เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นจึงลืมตาขึ้นแล้วจ้องมองใบหน้าของเธอ “อืม”จากนั้นเขาก็ปล่อยกอดช้า ๆ แล้วค่อย ๆ หยิบปอยผมเธอขึ้นมาจ้องพินิจบรรจง “ขอบคุณนะที่ช่วยข้า”
หากไม่มีเธอป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าฟอลเวลต้องเป็นทุกข์กับการตายของเพื่อนอยู่หรือไม่ เขาขอบคุณเธอจากใจจริง จีน่าไม่เอ่ยคำใดเพียงแต่จ้องดวงตาเขาแล้วยิ้มอ่อนก่อนจะนำมือลูบหัวคนที่สูงกว่าเบา ๆ
“มันเป็นสิ่งที่ข้าต้องการ ฟอลเวล” เธอเอ่ย
เขาจ้องใบหน้าเธอ ตรง ๆ ก่อนจะถามออกมาทื่อ ๆ “หมายความว่าข้าจะได้ทำมันอีกสินะ” ใบหน้าของเขาดูมีความสุขมาก
“ฮิฮิ แต่ไม่ใช่ตอนนี้นะ” เธอลูบหัวของชายหนุ่มอีกหน “ฮิฮิ นี่เราจะมีเจ้าตัวน้อยหรือเปล่า” เขาม้วนผมเธอเล่นพลางยิ้ม
“อืมข้าไม่รู้หรอก แต่ถ้าเรามีเขา เขาจะไม่ถูกทิ้งเช่นพวกเราฟอลเวล” ทั้งคู่รู้ดีว่าการต้องเกิดมาโดยสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายนั้นมันทรมานมากแค่ไหน พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ความผิดพลาดที่เกิดกับตัวเองต้องเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ของพวกเขาแน่ ฟอลเวลพยักหน้าเห็นด้วย
“แค่คิด ข้าก็มีความสุขแล้วล่ะจีน่า ลองคิดเล่น ๆ ถ้ามีเจ้าตัวน้อยกันเราจะตั้งชื่อเขาว่าอะไรดีล่ะเจ้าว่า”
“อืม…ไนท์…ดูเข้าท่าดีไหม”
“แต่ข้าคิดว่ามันออกจะ…”
“ถ้าเป็นผู้ชายก็ใช้ชื่อนี้แหละ” เธอพูดตัดบท ฟอลเวลจึงไม่พูดต่อ ด้วยความที่ทั้งสองต่างมีนิสัยไม่ยอมใครมาก่อนทั้งคู่ทั้งคู่เลยรู้ดีว่าหากอีกฝ่ายต้องการอะไรจริง ๆ ก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของอีกฝ่ายได้
“เจ้าเอาแต่ใจชะมัด” ฟอลเวลบ่น
เธอไม่เถียงตอบเพียงแต่ส่งยิ้มคืนให้แก่เขา “อืม เจ้าเองก็นอนได้แล้วนะ วันนี้เจ้าเจออะไรมามากคงจะเหนื่อยล้า คืนนี้ข้าจะเฝ้ากะแรกให้ก่อน เจ้านอนเถอะ” เธอทำท่าจะลุกขึ้นไปเฝ้ายาม แต่ทันใดนั้นฟอลเวลก็ดึงกายของเธอเข้ามากอดแน่นจนดิ้นไม่หลุด ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากกระซิบข้างหูเธอไปเบา ๆ ว่า
“ไม่ได้ คืนนี้ข้าจะนอนกอดเจ้าทั้งคืน เจ้าต้องเฝ้าอยู่ตรงนี้เท่านั้น เจ้าเองก็เหนื่อยไม่ใช่รึไง”
“จ…เจ้าเอาแต่ใจชะมัด ฟอลเวล”

4 ความคิดเห็น