ตอนที่ 14 : บทที่ ๑๔ คำปลอบโยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ ๑๔ คำปลอบโยน

เขาไม่รู้วิธีการทางศาสนา ไม่รู้ว่าต้องฝังหรือเผา ท่ามกลางทุ่งหิมะสีขาวอันเหน็บหนาวที่ค่อยๆโปรยลงมาอย่างเชื่องช้า ฟอลเวลจะปล่อยให้ศพของปีเตอร์ถูกพวกสัตว์มาคุ้ยกินไม่ได้ เขาจึงเลือกที่จะใช้การเผาร่างของเพื่อนแทนแม้จะทำได้ยากและเสียเวลาไปมากก็ตาม แต่ฟอลเวลก็ยอมทำเพื่อที่จะรักษาเกียรติของปีเตอร์เอาไว้
ตอนนี้เขากำลังยืนมองหลุมหิมะที่ถูกเพลิงลุกท่วมด้วยใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ เขาพยายามแข็งใจเอาไว้ไม่ทำเป็นเศร้า แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไรก็ยิ่งเศร้ายิ่งมากกว่าเดิม
“…”
ฟอลเวลเดินทิ้งกองไฟและก้มลงไปเก็บสัมภาระขึ้นมาสะพายไว้ที่บ่า เขาพยายามไม่เหลียวหลังกลับไปมองกองเพลิงนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง ชายผมขาวกัดฟันแน่นเดินมุ่งหน้าลงใต้เพื่อไปยังชายแดนที่อยู่ใกล้ที่สุด กองไฟจะเรียกพวกคนเถื่อนกลับมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าพวกมันต้องการจะหลั่งเลือดหรือไม่ แต่ทางที่ดีเขาไม่ควรจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป
สภาพจิตใจของฟอลเวลนั้นย่ำแย่จนถึงขีดสุด เขาไม่อาจลืมภาพการตายของเพื่อนได้ลงแม้จะพยายามทำเท่าไรก็ตาม ฟอลเวลย่ำเท้าถี่ ๆ เดินหน้าด้วยความรวดเร็วพยายามลืมเรื่องทั้งหมดความหิวเริ่มออกฤทธิ์อีกครั้ง เนื่องจากเขาไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า แม้ฮาร์ทไลท์จะเติมเต็มท้องที่ว่างไปแล้ว แต่นั่นก็ยังไม่พอ
ซีนหนุ่มจึงเดินทางต่อไปพร้อมสังเกตรอยเท้าของสัตว์ป่าและเริ่มออกล่าด้วยความเศร้าแสนเงียบงัน

***

นานเท่าไรแล้วหลังจากเผาศพของปีเตอร์ ชายหนุ่มผมสีเงินนั่งคิดอยู่ในใจ ขณะที่เขากำลังนั่งปิ้งเนื้อกระต่ายอยู่หน้ากองไฟกองน้อยด้วยใบหน้าที่ห่อเหี่ยวจนถึงขีดสุด
เขาได้แต่โทษตัวเองถึงการกระทำที่โง่เง่า ที่ทำให้เพื่อนของเขาต้องเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ‘ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ข้าไม่ควรต้องเศร้าเช่นนี้เลย’ ตั้งแต่เกิดชายหนุ่มไม่เคยได้รับความรักหรือมิตรภาพจากใคร จนกระทั่งตอนนี้ และความเสียใจจากการสูญเสียคนใกล้ตัวมันคงมากเกินไปสำหรับเขาจริง ๆ
‘จีน่า…เจ้าเองก็คงรู้สึกไม่ต่างอะไรจากข้าสินะ ไม่สิ เจ้าคงรู้สึกเศร้ามากกว่านี้แน่’ ฟอลเวลเริ่มเข้าใจความรู้สึกเศร้าที่หญิงสาวเคยพูดกับเขา เพราะหากสูญเสียเพื่อนแล้วเขายังเศร้าถึงขนาดนี้ แต่หากถูกคนที่รักหลอกแล้วหวังสังหารเช่นเธอเล่า จะน่าเศร้าขนาดไหน…
มันคงรู้สึกเหมือนทุกอย่างในร่างกายแตกสลายกลายเป็นเสี่ยง ๆ เหมือนโลกใบนี้ทั้งใบมีแต่ความลวงหลอก ต้องใช้ชีวิตแบบไหนกันถึงจะอยู่ในสภาพเช่นนั้นได้ ฟอลเวลกำลังนั่งครุ่นคิด ในเมื่อจีน่าสามารถสู้ต่อไปและเชื่อมั่นในรักที่เธอเคยมีให้ต่อแม่ได้ เขาเองก็ย่อมผ่านมันไปได้เช่นกัน
ฟอลเวลหยิบไม้เสียบเนื้อออกมาจากกองไฟช้า ๆ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะเป่ามันเบา ๆ สองถึงสามครั้งและรับประทานมันช้า ๆ อาหารที่ร้อนอุ่นในปากของเขาแทบไม่มีรสชาติอะไรเลยทั้งสิ้น แม้จะเคี้ยวสักเท่าไรเขาก็ไม่รู้สึกถึงความเอร็ดอร่อยนั่นเลย ฟอลเวลเคี้ยวเร็วขึ้นและไม่นานนักก็สะอึก น้ำตาอุ่น ๆ เริ่มไหลออกมาจากเบ้าตาอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่มันไม่น่าจะมีเหลือแล้ว
เขาเคี้ยวทั้งน้ำตาและกลืนลงคอด้วยความยากเย็น ความรู้สึกของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว มันไม่อาจรักษาได้ง่าย ๆ โดยเพียงแค่ทำเป็นใจแข็ง ฟอลเวลร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งโยนเนื้อทิ้งไปอย่างง่ายดาย มันพุ่งใส่กองหิมะ รับประทานไม่ได้อีกต่อไป
ฟอลเวลร้องไห้ราวกับเป็นคนบ้า จิตใจที่เข้มแข็งของเขาถูกพังทลายลงภายในพริบตา
“ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม!”
เขารัวกำปั้นใส่พื้นหิมะด้วยความรุนแรง เสียสติและปล่อยให้อารมณ์ครอบงำอย่างเห็นได้ชัด เขาต่อยมันไปเรื่อย ๆ จนมือเริ่มมีเลือดไหลออกมาซิบ ๆ ช่างดูน่าสงสารเสียเหลือเกิน แต่กระนั้นฟอลเวลก็ยังไม่หยุดยั้ง ความจริงที่ว่าเขาเป็นคนฆ่าปีเตอร์ทางอ้อมก็ยังไม่หายไป เขาต่อยมัน ต่อยมันอีก และก็ต่อยมันจนสุดแรงเกิดอีกครั้ง จนมือของเขาขยับไม่ได้อีก หิมะสีขาวชโลมลงบนหัวเขาช้า ๆ
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้!!”
ฟอลเวลร้องโฮแหงนหน้ามองท้องฟ้า ก่อนจะหลับตาและเอนจนสุดแผ่นหลัง เขาล้มลงนอนบนกองหิมะอย่างแน่นิ่งราวกับว่าโลกใบนี้ช่างว่างเปล่า เขาสะอื้นเบา ๆ
“มันเป็นเพราะข้า…เป็นเพราะข้าคนเดียว…”
มือข้างซ้ายที่เหลืออยู่ทำได้แค่ก่ายหน้าผากและปาดน้ำตา ในหัวของเขาคิดอะไรไม่ออกสักอย่าง เขาแก้ไขอะไรมันไม่ได้ ฟอลเวลไม่เคยคิดว่าเขาจำเป็นต้องเสียใจถึงเพียงนี้ หากเขายังเป็นซีนที่เห็นแก่ตัวคนเก่าก็คงไม่ต้องมาใส่ใจกับการตายของมนุษย์แค่หนึ่งคน
ทักษะรับรู้อันเฉียดคมของฟอลเวลลดลงอย่างมหาศาล เขาไม่รู้สึกตัวเลยว่าใกล้ ๆ นั่นมีใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้า เมื่อเข้ามาใกล้ ร่างนั่นก็ค่อย ๆ นั่งลงข้าง ๆ เขาอย่างบรรจง ฟอลเวลไม่ลุกขึ้นไปมองคน ๆ นั้น เพียงแต่นอนและปิดตาไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น
“มันเจ็บใช่ไหม เจ็บเสียยิ่งกว่าถูกมีดแทงเข้าไปในกายเจ้าเลยสินะ” หญิงสาวผมยาวสีเงินเอ่ยเรียบ ๆ เธอนั่งกอดเข่าข้างฟอลเวลและมองไปยังกองไฟที่ใกล้มอดด้านหน้า ชายที่นอนร้องไห้อยู่ก็เอ่ยขึ้นมาเบา ๆ ว่า
“เจ้าทนมันได้ยังไงจีน่า”
เธอไม่ตอบเพียงแต่รอให้เวลาไหลผ่านจนฟอลเวลหยุดร้องแล้วจึงค่อย ๆ พูดปลอบไปว่า “ข้าเองก็ทนไม่ได้หรอกนะ เพียงแต่กาลเวลาจะช่วยเยียวยาจิตใจเจ้าเอง” พูดจบเธอก็ใช้มือลูบหัวของฟอลเวลเบา ๆ ด้วยความปลอบโยน ยิ่งเธอมองไปยังมือขวาที่เปื้อนเลือดของเขา เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเห็นฟอลเวลสะท้อนกับตัวเองในอดีตแม้ฟอลเวลจะไม่ได้บอก แม้จีน่าจะไม่ได้ถาม แต่เธอก็รู้ถึงสถานการณ์ดี จึงเอ่ยว่า
“ปีเตอร์…เขาไปแล้วสินะ”
ฟอลเวลชั่งใจอยู่นานก่อนจะตอบออกมาช้า ๆ ว่า“ใช่เขาตายแล้ว…มันเป็นเพราะข้าเอง”
“เจ้าอย่าโทษตัวเองเลยฟอลเวล เจ้าต่างหากที่ช่วยพวกเขาไว้เกือบทุกครั้ง”
“แต่ข้า…แต่ครั้งนี้ข้าช่วยเขาเอาไว้ไม่ได้” ฟอลเวลยกมือซ้ายขึ้นมาปัดมือของจีน่าที่อยู่บนหัว เธอมองการกระทำนั้นด้วยแววตาเศร้าสร้อย “ข้าไม่เข้าใจ” เขาเอ่ยเสียงอ่อย
“เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอก แม้มันจะโหดร้ายแต่เจ้าอย่ายอมให้มันทำร้ายเจ้าไปมากกว่านี้เลย ไม่เช่นนั้น…ข้าก็จะพลอยเศร้าไปกับเจ้าด้วยนะ” เมื่อฟอลเวลได้ยินเสียงของเธอ เขาก็รู้สึกตัวว่าตนกำลังทำให้เธอหดหู่ใจ และจะเศร้าต่อไปอย่างนี้ไม่ได้ แต่จะให้หายขาดทันทีก็คงไม่ได้เช่นกัน
“ขอบคุณที่เจ้าคอยปลอบโยนข้าเช่นนี้…”
“ไม่เป็นอะไรหรอก”
บรรยากาศทุกอย่างเริ่มดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่อารมณ์เก่าก็ยังหายไปไม่หมด ฟอลเวลสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวดันร่างขึ้นมา แต่เมื่อเห็นท่าว่าลำบาก จีน่าจึงโอบร่างและช่วยพยุงตัวเขาขึ้นมาจนสำเร็จ สีหน้าของฟอลเวลดูดีขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บแปลบจากแขนขวาไหลเข้าสู่ส่วนกลางของสมอง เขากลับมารู้สึกถึงอาการเจ็บปวดอีกครั้ง
“ข้าแบ่งคืนไลเวนจนเหลือเพียงแค่นี้ มันคงช่วยเจ้าได้นะ” จีน่าล้วงกระเป๋าสัมภาระและหยิบถุงฮาร์ทไลท์ขึ้นมาให้ฟอลเวล ฟอลเวลจ้องมองมันด้วยแววตาพินิจสงสัย ถ้าปีเตอร์เอามันตามมาด้วยเขาคงรอดตายไปแล้ว เป็นอย่างที่ฟอลเวลคิด เมื่อส่งทุกคนเสร็จปีเตอร์ก็รีบกลับมารับเขาทันที เจ้านั่นไม่สนอะไรเลยเพียงแต่คิดจะมาช่วยเขาอยู่ท่าเดียว
เขารับฮาร์ทไลท์จำนวนน้อยนิดจากมือของจีน่า ก่อนจะค่อย ๆ ทานมันอย่างเชื่องช้า โดยไม่รีบร้อนอะไรมากแต่เมื่อเขาก้มหน้าลงคิดถึงเรื่องปีเตอร์ ฟอลเวลก็จะเริ่มทำสีหน้าเศร้าอีกครั้ง จีน่ารับรู้ได้จึงจับใบหน้าของฟอลเวลดึงขึ้นมาสบตากับเธอ
“ฟอลเวลเจ้าไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างผ่านไปแล้ว อยู่กับคนที่เจ้าต้องอยู่สิ”
มีเพียงแต่ความเงียบงัน ฟอลเวลค่อย ๆ คลายสีหน้าเศร้าหมองกลับมาเป็นปกติ เขามองเข้าไปในแววตาของเธอ เพียงเท่านั้นร่างกายอันเหน็บหนาวก็อบอุ่นขึ้นมา “ขอบคุณนะ” แต่ฟอลเวลกลับค่อย ๆ แกะมือของเธอออกอย่างบรรจง เขายิ้มบาง ๆ ให้เธอก่อนจะเอ่ยว่า
“ข้าเข้าใจแล้วจีน่า แต่มันคงไม่ง่ายหรอก”
เธอไม่ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มคืนกลับไปให้ชายหนุ่ม “อืม…”
“แล้วไลเวนล่ะ เจ้านั่นไปไหน ไม่ได้อยู่กับเจ้าหรือจีน่า” ฟอลเวลพยายามเปลี่ยนเรื่องถาม จิตใจตอนนี้แม้ยังไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ดีขึ้นมากหลังจากที่หญิงสาวเข้ามาช่วยเหลือ
“ข้าให้เขาเดินทางไปรอที่เขตชายแดนแล้ว เพราะถ้าให้มาช่วยออกตามหาเจ้า เขาจะเป็นตัวถ่วงเปล่า ๆ อีกอย่างมันไม่ปลอดภัยด้วย” จีน่าเอ่ยอย่างมีเหตุผล ในเมื่อเธอไม่เห็นว่าปีเตอร์จะกลับมา จึงจำเป็นต้องออกตามหาเพื่อที่จะได้รู้ให้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น และก็เป็นไปอย่างที่จีน่าคิด เธอคิดว่าทั้งคู่ตายไปแล้ว…
ถึงแม้ตอนแรกเธอจะดีใจที่เห็นฟอลเวลรอดกลับมาได้ แต่เธอก็ไม่ได้แสดงมันออกมา เมื่อเห็นสภาพของฟอลเวลที่นอนหดหู่เหมือนคนกำลังจะตายแบบนั้น ไม่เช่นนั้นเธอคงกระโดดกอดเขาไปเสียแล้ว
“เจ้าคงทะเลาะกับมันด้วยใช่ไหม” ฟอลเวลเอ่ยอย่างรู้นิสัยของอีกฝ่าย
“ฮิฮิ ใช่เขาค้านข้า อยากจะมาตามหาเจ้าให้ได้ แต่สุดท้ายข้าก็ขู่ด้วยเวทไฟจนเขาต้องยอมไปรอที่ปราการชายแดนไอซ์เฟลวน่ะ ที่นั่นมีทหารของนอเทอร์อยู่น่าจะดูแลเขาได้” จีน่าเอ่ยพลางหัวเราะคิกคัก
“ค่อยโล่งอกขึ้นหน่อยเอ่อนี่…จีน่า” ฟอลเวลเอ่ยถามแต่ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่สมเป็นเขาเลย
“หืม?” เธอเอียงคอสงสัย
“พ…พวกเราจะข้ามชายแดนไปได้ยังไง เราอาจจะถูกทหารจับตัวและฆ่าตายที่นั่นก็ได้” ฟอลเวลบอก
“ไม่ต้องห่วงหรอก ที่ข้าให้ไลเวนไปก็เพื่อการนั้นนั่นแหละ และอีกอย่างข้อสอบของเจ้าน่ะก็ใช้เป็นใบผ่านทางให้พวกเราได้ไม่ใช่รึไง” จีน่ายิ้ม
“เรื่องข้อสอบน่ะข้ารู้อยู่ แต่เจ้าล่ะ? ข้ากลัวว่าเจ้าจะผ่านไม่ได้เสียมากกว่า” ฟอลเวลชักสีหน้าเป็นกังวล เขากำลังคิดหนัก แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกตรงกันข้าม
“ถ้าข้าผ่านไปไม่ได้ ข้าก็จะผ่านไปให้ได้” เธอตอบพร้อมกับยิ้มหัวเราะ รอยยิ้มนั้นทำให้ฟอลเวลหัวเราะตาม นั่นเป็นรอยยิ้มแรกหลังจากที่เรื่องเศร้าเพิ่งผ่านพ้น ฟอลเวลแทบจะลืมเรื่องทั้งหมดเมื่อเห็นรอยยิ้มสวย ๆ นั่นของเธอ
“จีน่า ข้าตัดสินใจแล้ว เข้าจะไม่เข้าอีเดนแล้วล่ะ”
“ทำไม?”
“เพราะข้าเจอสิ่งที่ต้องการแล้วยังไงล่ะ” เขาตอบด้วยแววตาจริงจัง แต่ไม่ได้ดุดันเหมือนฟอลเวลคนก่อน นั่นคือสิ่งที่ปีเตอร์หลงเหลือทิ้งไว้ในตัวของฟอลเวล ตอนนี้เขายิ้มอย่างอ่อนโยนมาก
“อะไรหรือ?” เธอเคียงคอสงสัย
“ที่ข้าต้องการไปที่อีเดนก็เพื่อค้นหาคำตอบ แต่ข้าพบมันแล้วเมื่อได้เจอกับทุกคน โดยเฉพาะเจ้าจีน่า เอ่อเจ้า…เจ้าอยากใช้ชีวิตอยู่กับข้าไหม” เขาถามด้วยอาการเขินอายไม่ได้ทำเป็นปากแข็งเหมือนแต่ก่อน หญิงสาวหัวเราะคิกคัก
“ฮิฮิ อืมยังไงดีนะ”เธอแกล้งทำเป็นติดตลก
“ไม่รู้ล่ะ ถึงเจ้าไม่อยากยังไงข้าก็จะเอาเจ้ามาอยู่ด้วย เพราะข้าจะใช้ชีวิตใหม่ที่หมู่บ้านของปีเตอร์ สอนการต่อสู้หรืออะไรก็ได้ให้เด็ก ๆ เจ้าต้องเป็นของข้า ข้าจะสร้างบ้านเล็ก ๆ อยู่ที่นั่น!”
“แล้วถ้าข้าตอบว่าไม่ล่ะ” เธอยิ้มแกล้ง
“เจ้าห้ามตอบเช่นนั้น!”
“ฮิฮิ เอาแต่ใจเสียจริงนะ”
“เจ้าก็เช่นกันนั่นแหละ” ทั้งสองจ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดจีน่าก็ตอบคำถามกลับมาตรง ๆ ด้วยใบหน้าที่เขินอายว่า
“งั้นข้า…”

4 ความคิดเห็น