source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 6 : 1st impression

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    10 มี.ค. 59

6

ปายๆ ของที่เราบอกอยู่ไหนแล้วอ่ะ

อ้าว ไม่ได้อยู่ในกล่องเหรอ

กล่องไหนอ่ะ

แกกกกแล้วสรุปใครไปรับอ่ะ

ก็ปี2ไปไม่ใช่เหรอ

เห็นวาป่ะ

แล้วพีทอ่ะ

ฯลฯ

ผมนั่งขมวดคิ้วใส่ความวุ่นวายตรงหน้า แน่ใจว่าได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองตลอดเวลา แต่เพราะว่าไม่แน่ใจว่ามาจากทางไหนนัก ผมเลยเลือกที่จะทำเป็นไม่ได้ยินแม่งซะเลย

วันแรกของการรับน้อง

ผมก็เข้าใจแหละว่ามันต้องวุ่นวาย แต่พอเอาเข้าจริงๆ ความวุ่นวายระดับนี้ก็ชวนปวดหัวชะมัด

ไม่ใช่แค่พวกเราปี3ทั้งรุ่นที่วิ่งไปวิ่งมา แต่ยังมีพวกปี2อีกทั้งรุ่น ภายในห้องเชียร์แห่งนี้เลยว้าวุ่นไปหมด

นี้ขนาดเราแบ่งแต่ล่ะสาขาไปรับน้องกันเองยังขนาดนี้เลย

อย่างว่าสาขาสถาปัตยกรรมหลักของเรามันคนเยอะที่สุดนี้นะ

ตอนนี้พวกปี1กำลังฟังอาจารย์พูดอยู่ในหอประชุมกันทั้งหมด และนี้เป็นเวลาเฮือกสุดท้ายที่พวกผมจะได้เตรียมการ ผมมันเท้าคางมองสงครามย่อมๆไปเรื่อยๆ ผมเองก็ควรจะวิ่งวุ่นแบบคนอื่นเขาแหละ แต่เอาเข้าจริง งานของผมมันจะเริ่มก็ต่อเมื่อน้องมาถึงแล้วไง และแต่ล่ะคนก็มีหน้าที่ที่ต้องจัดการอยู่แล้ว ผมจะขยับตัวบ้างก็ตอนเพื่อนขอให้ช่วยนี้แหละ

แดกป่ะมึงผมหันไปมองถุงลูกชิ้นปิ้งในมือไอ้พีท และไม่ปฏิเสธที่จะรับมากินด้วย

เห็นไหมว่าผมไม่ได้ชิลแค่คนเดียว

เรียกว่าพวกพี่ว้ากทั้งหมดเลยมากกว่า

มึงคิดพล็อตแล้วใช่ไหมเนี่ยไอ้เปรมหันมาถามผม สุดท้ายไอ้เปรมก็ลงพี่ว้ากด้วยเหตุผลที่เป็นพี่ว้ากมันฮอตนะ อย่างที่มันเคยบอกผมไว้

ยังอ่ะผมงับลูกชิ้นเข้าปากและตอบมันไป เรียกให้พวกเราสิบกว่าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ชะงักไปเลย

มุขไม่ใช่เนี่ยไอ้บิ๊กเพื่อนตัวโตหันมาถามผม

ไม่มุขดิ มุขไรอ่ะ

เดี๋ยวๆ คือมึงยังไม่ได้คิดว่าจะพูดอะไรกับน้องอ่ะนะไอ้เปรมขยี้ลงไปอีก

เออ

มึงบ้าเหรอวา มึงต้องคิดบทดิผมมองท่าทีกระวนกระวายใจของเปรมอย่างงงๆ

คิดทำไมวะ ปกติเจอน้องพวกมึงคิดบทด้วยเหรอเงียบ... ผมบอกแล้วว่าไม่คิด

มันไม่เหมือนกันรึเปล่า อันนั้นมันคุยกับน้องปกติ อันนี้เราว้ากน้องไงหนึ่งในพวกเราพูดขึ้นมาอีก

มันก็เหมือนกันแหละ นั้นก็น้องเราป่ะผมตอบ มือยังไม่หยุดหยิบนู้นหยิบนี้เข้าปาก

เอาน่าพวกมึง เดี๋ยวรอดูไอ้พีทเข้ามาห้ามทัพ ซึ่งทุกคนก็ยอมพยักหน้ารับกลายๆ แต่ผมพูดจริงๆนะที่ไม่ได้มีการคิดบทอะไรทั้งนั้น ผมแค่อยากทำอะไรก็ทำมากกว่า นี้เป็นfirst impressionกับน้องรุ่น100ของพวกผมนะ ไม่ต้องมาหาวิธีข่มขู่อะไรกันมากหรอกมั้ง

เฮ้ย! อีก5นาทีประจำที่เลยหลิวเปิดประตูเข้ามาพร้อมตะโกนบอก หลังจากเธอพูดจบ พวกเราก็เก็บข้าวของที่ไม่จำเป็นออก และไปยืนตามระเบียบพักกดดันน้องกัน แน่นอนว่าต้องดึงหน้าขรึมด้วย

ถึงจะบอกว่าไม่อยากข่มขู่อะไรมาก แต่ก็ขอนิดหนึ่งล่ะกัน

ไม่นานเกินรอ กลุ่มน้องปี1ก็เริ่มเดินเข้ามา ทุกคนถูกเพ้นท์หน้าด้วยสีและแป้งต่างๆที่พวกปี2คงเป็นคนจัดการกัน บางคนก็โดนจับมัดผมทรงแปลกๆ และหนึ่งในนั้นก็คือไอ้แจน น้องรหัสผมเอง มันอาสาเป็นพี่เนียน โดนมัดจุกเป็นน้ำพุและเพ้นท์หน้าซะหมดหล่อ สมน้ำหน้ามัน

ผมละสายตาจากแจน เพื่อไม่ให้ดูจงใจจนเกินไป มากวาดสายตามองน้องๆที่มีท่าทีงงงวยกับการหาที่นั่ง การเดิน การต้องวางตัว ทุกคนดูประหม่ากันไปหมด ก็ไม่แปลกหรอกนะ เดินเข้ามาก็เจอห้องที่ค่อนข้างมืดแถมยังโดนยืนล้อมด้วยพี่หน้าขรึมอีกตั้งหาก

พวกคุณจะให้ผมรอถึงเมื่อไหร่ครับ!นั้นไม่ใช่เสียงผมหรอกครับ เป็นเสียงไอ้พีทที่ยืนอยู่ข้างๆผมนี้เอง เราตกลงกันว่าจะยกตำแหน่งไซโคน้องให้พีททำนะ

และก็ได้ผล น้องๆรีบกุลีกุจอหาที่นั่งกันยกใหญ่

สุดท้ายปีหนึ่งทุกคนก็เข้ามาในห้องเชียร์และจับจองที่นั่งกันเรียบร้อย จะว่าไปผมก็ลืมถามปายว่าปีหนึ่งปีนี้มีกี่คน แต่จากการกวาดตานับคร่าวๆแล้ว

45ไม่รวมพี่เนียน

เยอะกว่าปีผมตั้ง5คนแหะ

พวกคุณเป็นคนไทยรึเปล่าครับผมถาม ผมไม่ได้พูดเสียงตะคอกแต่ก็ไม่ได้เบาจนไม่ได้ยิน พวกปีหนึ่งมองหน้ากันอย่างงุนงงกับคำถามของผม ไม่มีใครคิดที่จะทำอะไรนอกจากมองหน้ากันไปมา ยังไม่มีใครอาสาเป็นฮีโร่สินะ...

ลุกนั่ง50 ปฏิบัติปีหนึ่งช็อคไปเลยเมื่อผมออกคำสั่งนั้น

ร้อยหนึ่ง ปฏิบัติ!คราวนี้ทุกคนถึงได้ยอมลุกขึ้นมากอดคอกันและเริ่มลุกนั่งแต่โดยดี เมื่อเห็นท่าว่าถ้ายังนั่งอยู่ก็คงจะถูกบวกเพิ่มไปเรื่อยๆอย่างแน่นอน

ไม่ได้ยิน!โอเคผมยอมใจพีทเลย

“98! 99! 100!” พวกน้องหอบกันพอประมาณหลังจากลุกนั่งจนครบที่ผมสั่ง แม้ทุกคนจะทำไม่พร้อมกันเลยและยังมีหลายๆคนที่เอาเปรียบเพื่อนก็ตาม

“...” ผมยังคงยืนเงียบแม้ปีหนึ่งจะทำตามที่สั่งครบแล้ว ผมว่าผมพูดชัดเจนแล้วนะ และเพราะปีหนึ่งไม่ทำผมถึงได้ลงโทษ

ลุกนั่งอีกร้อยครั้งครับเสียงบ่นเริ่มดังขึ้นมาเมื่อผมสั่งอีกครั้ง ผมเองก็เตรียมตัวรับมือกับการโดนน้องเกลียดมาเต็มที่ ดังนั้นแค่เสียงบ่นทำอะไรผมไม่ได้หรอกครับ

“ร้อยห้าสิบครั้ง” แถมเตรียมรับมือมาอย่างดีด้วยซ้ำ ปีหนึ่งหุบปากฉับเลิกที่จะส่งเสียงบ่นทันที ถ้าไม่อยากโดนบวกไปเรื่อยๆแค่ทำไปตามคำสั่งน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้วล่ะ

“1! 2!” ถึงจะไม่พอใจ แต่ก็คงไม่อยากเสี่ยงจะโดนลงโทษเพิ่มไปอีกนั้นแหละ

“... 10!” น้องผู้หญิงหอบกันหนักมากหลังจากโดนลุกนั่งไปสองร้อยห้าสิบครั้ง ผมก็ไม่อยากลงโทษน้องหรอกนะ และผมคงโดนปายบ่นหูชาถ้าทำให้ใครเป็นลมหรือหอบหืดกำเริบขึ้นมา

ลุกนั่...

สวัสดีครับ!ผมกำลังจะสั่งลุกนั่งอีกรอบ แต่เสียงๆหนึ่งก็ขัดขึ้นมาก่อน หลังจากเสียงนั้นแทรกขึ้นมา ปีหนึ่งก็เหลอหลาหาเจ้าของเสียง ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ และพร้อมใจพูดออกมาพร้อมกันอีกครั้ง

สวัสดีครับ/ค่ะ!ผมคงจะภูมิใจที่ปีหนึ่งรู้ตัวว่าทำอะไรผิด ถ้าคนที่เป็นต้นเสียงของการสวัสดีไม่ใช่ไอ้แจน ประชุมเชียร์คืนนี้ผมคงต้องด่ามันสักหน่อย เป็นพี่เนียนก็เป็นพี่เนียนสิว่ะ จะทำตัวเป็นฮีโร่ทำไม

นั่งลงครับแต่เพราะปีหนึ่งยอมสวัสดีอย่างที่ผมต้องการแล้ว ผมเลยยอมให้ทุกคนนั่งได้

เจ้าของเสียงยืนขึ้นครับผมออกคำสั่งอีกครั้ง จงใจจ้องหน้าไอ้แจนเป็นเชิงบอกมันว่าผมหมายถึงมันนั้นแหละ จ้องหน้ากดดันมันอยู่สักพักมันก็ยอมลุกขึ้นยืน

ลุกนั่งร้อยครั้ง ปฏิบัติ!

ครับ!แจนรับคำและเริ่มลุกนั่งอีกครั้ง มึงนี้จริงๆเลยไอ้เวร ให้มาช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ไม่ใช่ยากขึ้นนะ

ผมละสายตาจากแจนเมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองผมอย่างอาฆาตแค้นอยู่ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นน้องผู้ชายสักคนที่นั่งอยู่แถวหลังสุด สายตาที่จ้องมาที่ผมและท่าทีของน้องเขา ก็ทำให้ผมรู้ได้ทันที ว่าน้องคนนี้ต้องแอนตี้โซตัสมากๆ รวมถึงเกลียดพี่ว้ากแบบพวกเรามากๆด้วย

ผมจ้องตากับน้องคนนั้นอยู่อย่างนั้นจนเสียงนับเลขของแจนจบไป น้องก็ยังไม่ละสายตาไปจากผมสักที

ถ้าจะงานช้างเลยแหะ

สวัสดีปีหนึ่ง ผมขอแสดงความยินดีด้วยที่พวกคุณได้ผ่านมรสุมการอ่านหนังสือ ความกดดันจากรอบข้างและตัวเอง ต้องใช้การรอคอย และความอดทนอย่างถึงที่สุดกว่าจะมาถึงจุดนี้ และตอนนี้ก็ใช่... คุณเป็นนิสิตแล้ว ไม่ตบมือให้ตัวเองหน่อยเหรอครับผมจำต้องละสายตาจากน้องคนนั้นมาที่ปีหนึ่งทุกคนและเริ่มพูดกับน้อง ปีหนึ่งตบมือให้ตัวเองตามที่ผมสั่ง บ้างก็ตบอย่างดีใจจริงๆที่ตัวเองมาถึงจุดนี้ บ้างก็ตบอย่างหวาดระแวงว่าผมจะหามุขอะไรมาแกล้งพวกเขาอีก

ผมจะไม่ใช้มุขเดิมๆ ที่บอกว่า ที่นี้รับคุณเข้ามาแต่พวกผมอาจจะไม่รับคุณเป็นน้องก็ได้ หรอกนะครับ ผมไม่ใช่คนกำหนดว่าพวกคุณเหมาะหรือไม่เหมาะกับคณะนี้ แต่สิ่งที่พวกคุณจะเจอในบทเรียนต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดผมกวาดสายตามองปีหนึ่งทีล่ะคน

พวกคุณหลายๆคน คงคิดว่าการรับน้อง การทำให้พี่ยอมรับ... มันไร้สาระ และพวกคุณเองก็คงไม่ได้อยากจะได้พี่ที่ยอมรับพวกคุณสักเท่าไร

แต่คณะนี้พวกเราอยากได้สิ่งนั้น พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน และถ้าคุณไม่ต้องการ... คุณจะยอมแพ้ตอนนี้เลยก็ได้

...แม้คุณจะสู้มาแทบตายเพื่อสิ่งนี้ก็ตามทุกเสียงเงียบกริบ บวกกับห้องที่แทบปิดตายนี้ มันก็มีเพียงเสียงของผมที่ดังก้องและสะท้อนไปมาเท่านั้น

ถ้าคุณเลือกที่จะก้าวออกจากโลกของคุณและก้าวเข้ามาในโลกของที่นี้ คุณก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง โลกไม่ได้หมุนรอบตัวคุณนะปีหนึ่งผมกลายเป็นจุดโฟกัสสายตาของน้องๆทุกคนไปแล้ว

และโลกมันก็โหดร้ายมากด้วย

 

พี่วาาา โครตหล่ออ่ะผมตักข้าวเข้าปากและเบือนสายตาไปยังต้นเสียง เป็นไอ้แจนนั้นเองที่พึ่งเดินเข้ามา พอมันเข้ามาในระยะที่มือผมเอื้อมถึง ผมก็ตบหัวมันไปหนึ่งที

หูยยย ตบหัวทำไมมมมมันบ่นทันที

มึงควรทำให้เรื่องง่ายขึ้น ไม่ใช่ยากขึ้นนะแจนแจนเบ้ปาก

ผมก็ทำให้ง่ายขึ้นนะ

โดยการทำตัวเป็นฮีโร่อ่ะนะ ไม่ได้ดิว่ะ มึงต้องอยู่เฉยๆเว้ย

โหยพี่ วันแรกพี่ก็โหดเลยอ่ะ น้องมันจะไปรู้ได้ไงว่าต้องทำยังไง ผมก็ต้องช่วยมันดิ

ไม่ใช่ว่ามึงขี้เกียจลุกนั่งเหรอตามันหลุกหลิกขึ้นมาเมื่อผมพูดแบบนั้น จริงล่ะสิมึง

จะบ้าเหรอพี่ พี่เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย

มึงไม่อยากให้กูพูดหรอกแจน

เอาน่า แจนช่วยน้องก็ดีเหมือนกันนะวา ถ้าปล่อยให้น้องคิดเอง เราว่าได้ลุกนั่งถึงพันครั้งแน่ปายเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยเมื่อเห็นท่าว่าผมจะไฝว้กับไอ้แจนอีกนาน

ใช่ พี่ปายพูดถูก นางฟ้าสุดๆไม่ค่อยเลยนะมึง ผมส่ายหัวและหันมาสนใจขนมตรงหน้าต่อ โชคดีอย่างเดียวของการประชุมเชียร์หลังปล่อยน้องก็คงจะเป็นขนมที่เพื่อนซื้อมาตุนไว้นี้แหละ

แต่แค่ขนมไม่สามารถสู้น้ำย่อยในกระเพาะผมได้จริงๆ

งั้นเรามาประชุมกันเลยไหม จะได้ไม่เสียเวลาปายเสนอขึ้นมา ส่งผลให้เพื่อนๆที่แยกกันไปนั่งพักผ่อนขยับมานั่งล้อมรอบโต๊ะที่ผมนั่งอยู่อีกครั้ง ส่วนผมก็ยังคงหยิบขนมเข้าปากอยู่

วันนี้ทุกคนทำได้ดีมากเลยนะ โดยเฉพาะ... วาปายเริ่มและหันมายิ้มให้ผม ผมพยักหน้ารับและกินขนมต่อไป

เราว่าพวกเราเริ่มได้ดีเลยแหละ วันนี้ใครมีปัญหาอะไรไหมทุกคนนิ่งเงียบเป็นเชิงว่าไม่มีปัญหาอะไร

งั้นเรามาพูดเรื่องที่จะพูดกับน้องพรุ่งนี้เลยล่ะกันเนอะ พรุ่งนี้เราจะพูดเรื่องจัดแถว เพลงคณะ เพลงสาขา เพลงรุ่น และก็เรื่องล่ารายชื่อนะ รายละเอียดก็อยู่ในนี้เลยปายพูดจบก็แจกกระดาษให้กับเพื่อนๆทุกคน ในกระดาษเป็นแถวของปีหนึ่งที่พวกเราต้องทำให้น้องจัดให้ได้ในวันพรุ่งนี้ และก็เนื้อเพลงต่างๆที่พวกผมจำได้ขึ้นใจตั้งแต่ปีหนึ่ง

พรุ่งนี้เราจะลงสนามกันนะ ทาครีมกันแดดกันมาดีๆล่ะปายพูดขึ้นมา เมื่อทุกคนกวาดสายตาดูรายละเอียดในกระดาษจนจบ

จะให้พวกเราทำอะไรบ้างผมหันไปถามปายและหยิบขนมชิ้นสุดท้ายเข้าปาก

แล้วแต่เลย ขอแค่ให้น้องร้องเพลงให้ได้ จัดแถวให้ได้ แล้วสุดท้ายก็แจ้งเรื่องล่ารายชื่อก็พอผมพยักหน้ารับ ในหัวเริ่มคิดว่าจะใช้วิธีไหนกับน้องดี

ใครมีอะไรจะเสนอเพิ่มไหมหนึ่งในพวกเราพูดเรื่องรายละเอียดเรื่องล่ารายชื่อ หลังจากจบเรื่องนั้น ปายก็หันมาถามทุกคน

ล่ารายชื่อก็ไม่มีไรมากครับ แค่ล่าลายเซ้นต์ของพี่ปี2 3 4 ให้ได้ครบกับที่กำหนดก็เท่านั้นเอง

ถ้าไม่มีใครเสนอ...ผมยกมือขัดก่อนที่ปายจะพูดสรุปประชุม

วามีอะไรรึเปล่า

น้องผู้ชายที่นั่งแถวหลังสุด คือใครวะแจนผมชี้เป้าคนที่อยากถามทันที

คนไหนวะพี่

คนที่หล่อๆ หน้าดุๆ ตาเฉียวๆ นั่งแถวหลังสุดเลยอ่ะ

อืมมมม ผมจำไม่ได้อ่ะ ทำไมเหรอ

มันดูไม่ค่อยโอเคกับรับน้องเลยว่ะ น่าจะแอนตี้น่าดูเลย

จริง! ไอ้เด็กนั้นมองหน้าวาเหมือนจะแดกเข้าไปอ่ะ กูมองมันตั้งนาน มันก็ไม่สะทบสะท้านเลยสรหนึ่งในพี่ว้ากพูดขึ้นมา

เดี๋ยวผมลองคุยกับมันดูล่ะกันพี่ วันนี้ได้คุยไม่กี่คนเองไอ้แจนหันมาบอกผม

โอเค เราอยากให้เน้นเรื่องทำอะไรมีเหตุมีผลนะ ปกติถ้ารู้เหตุผลเราจะอยากทำมากขึ้นอ่ะ จะได้ไม่ต้องมีน้องเกลียดเราด้วย ถ้าปรับเปลี่ยนอะไรให้เข้ากับน้องได้ เราว่าก็ควรทำผมเสนอออกไป ซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับ

อันนี้เห็นด้วย เก๊กหน้านิ่งโครตจะไม่ใช่สไตล์เลยอ่ะหลิวพูดสนับสนุนอีกแรง

เออ ดูอย่างตอนเราปี1ดิ ตอนพี่ดินรับ พวกเราก็ไม่โอเคอ่ะเนอะอย่างที่เคยบอกว่าพี่ดินโครตจะกวนตีนและไร้เหตุผล พวกผมแบนพี่เขามากตอนนั้น

เทียบกับปีพี่เตชินท์ยิ่งเห็นชัดเจนเลยเปรมพูดปิดท้าย อาจจะดูแปลกๆไปหน่อยที่คนพูดดันเป็นน้องรหัสของพี่เขา เหมือนอวยกันกลายๆ แต่ก็ไม่มีใครขัด เพราะตอนปีพี่เตชินท์พี่เขาใช้เหตุผลในการพูดกับน้อง แม้บทลงโทษจะโหดสุดๆ แต่น้องก็ยอมรับบทลงโทษกันมากกว่าปกติอยู่ดี

ฝากพี่เนียนดูพวกน้องที่แอนตี้ด้วยล่ะกัน ดูว่าทำไมน้องเขาถึงแอนตี้ เพราะถ้าให้มาพูดใส่คนที่มีอคติ เราจะพูดดีขนาดไหนมันก็ไม่เป็นผลผมบอกกลุ่มพี่เนียนที่มีกัน3คน รวมทั้งแจนด้วย ซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับ

มีใครเสนอเรื่องอะไรอีกไหมเราปล่อยให้ทุกคนปรึกษากันสักพัก ก่อนที่ปายจะพูดขึ้น

ถ้าไม่มีก็เลิกประชุมจ๊ะทุกคนหันกลับไปเก็บข้าวของของตัวเองเมื่อปายพูดปิดประชุม ผมเองก็หันไปหยิบกระเป๋าสะพายที่วางอยู่แถวนั้นมาสำรวจข้าวของด้วย

วาไปไหนต่อเหรอเสียงปายเรียกให้ผมหันไปมองเธอ

กลับหออ่ะเพลียจะแย่แล้ว

ไปหาอะไรกินหน้ามอด้วยกันป่ะวันนี้วันพุธหน้ามอจะมีถนนคนเดินสินะ ผมหยุดคิดสักพัก เพราะหอผมมันอยู่หลังมอเลยอ่ะดิ แถมตอนนี้ผมก็โครตเพลีย

ไม่อ่ะ ปายไปเหอะความขี้เกียจชนะทุกสิ่งเหมือนเดิมครับ

เค งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะปายพยักหน้ารัวๆเมื่อผมปฏิเสธ เป็นเชิงว่าเธอไม่ได้ว่าอะไรก่อนที่จะหันกลับและเดินออกไปพร้อมหลิว

บายเฮดว้ากเกลียดตรงหลิวหันมาแซวผมนี้แหละ

กลับเลยป่ะมึงอ่ะทุกคนทยอยออกจากห้องประชุมไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่ผมกับพีทเท่านั้น

คงงั้น แต่ไอ้เชี่ยพาร์ทโทรไม่ติดเนี่ยพีทกลับบ้านพร้อมพาร์ทแทบจะทุกวัน เพราะพีทมันมีรถนะครับ จะเรียกว่ารถพีทไม่ได้สิ รถพวกมันสองคนนั้นแหละ แม่คงเห็นว่าอยู่มหาลัยเดียวกัน ตึกก็ไม่ไกลกันมาก ออกรถคันเดียวให้ลูกชายแฝด2คนก็น่าจะพอ

ให้มันกลับแท็กซี่ไปดิแต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกมันจะเลิกพร้อมกันทุกวันสักหน่อย บางวันพีทก็ต้องกลับเองบ้างหรือพาร์ทกลับเองบ้าง ซึ่งส่วนมากจะเป็นอย่างหลังเพราะไอ้พีทเป็นพี่เวรนั้นเอง

คงงั้น กูโทรหามันแล้วนะเว้ย กูไม่ผิดพีทคว้ากระเป๋าและออกเดินตามผมมา ผมก้าวออกมาจากห้องโดยไม่ลืมหันไปสั่งให้พีทปิดไฟด้วย

อ้าว ไอ้พีทกำลังจะทิ้งมึงอ่ะผมชะงักขาเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งรออยู่ข้างนอก

ทิ้งกูอีกแล้วเหรอพีททททพาร์ทบ่นพี่ชายมันที่พึ่งเดินออกมา ผมนี้รู้สึกเหมือนเห็นไอ้พีทส่องกระจกเลยล่ะตอนนี้

ก็กูโทรหามึงไม่ติดไอ้พีทสวนกลับไปทันที

แบตมันหมดอ่ะ มึงเอาสายชาร์ตกูไปแล้วทำไมไม่ยอมคืนวะปัญหาครอบครัวมาอีกแล้วครับ เรื่องปกติของไอ้สองคนนี้แหละ

มึงก็ไปเอาดิ กูต้องถ่อเอาไปคืนมึงเหรอครับพาร์ทตามปกติแล้ว มึงหยิบไป มึงก็ควรที่จะเอาไปคืนเขานะพีท แต่สำหรับไอ้พีทที่ไม่เคยผิดต่อหน้าน้อง ผมก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งหรอกนะ

เออ กูขอโทษล่ะกันสุดท้ายไอ้พาร์ทก็พูดขอโทษพีทอยู่ดี ผมส่ายหัวใส่ความบ้าบอของมันสองพี่น้อง และออกเดินก่อน

กลับหอไงวะวาพาร์ทเดินเข้ามาถามผม

เดิน

ให้ไปส่งเปล่าถึงไอ้สองพี่น้องนี้มันจะมีรถ แต่ถ้าจะขับไปส่งผมเนี่ย มันต้องไปยูเทิร์นไกลมากนะครับ

หยุดเลย ให้แม่งเดินกลับอ่ะดีล่ะทุกครั้งที่เจอพาร์ท มันจะอาสาไปส่งผมตลอด และแน่นอนว่าไอ้พีทก็ขัดตลอดครับ

วนรถแปบเดียวเอง เดี๋ยวกูขับก็ได้

ไม่เกี่ยวกับใครขับไม่ขับ กูเหนื่อยมากและกูอยากกลับบ้านเร็วๆฟีลเหมือนผมไม่ใช่เพื่อนพีทอ่ะ

พอๆ กูเดินกลับได้ ขอบใจนะพาร์ทผมยุติสงครามของมันสองคนและหันไปบอกพาร์ท

แน่ใจ?”

เออ กลับเองมาตั้งกี่ครั้งล่ะพาร์ทยอมพยักหน้ารับ เมื่อเห็นท่าทางแน่ใจของผม เป็นจังหวะที่เราเดินมาถึงรถของพวกมันพอดี

กลับดีๆนะ ไว้เจอกันพาร์ทหันมาบอกผมอีกครั้ง ผมโบกมือลาพาร์ทปัดๆและออกเดินไปอีกทาง ในขณะที่ไอ้พาร์ทลาผมอย่างดี ไอ้พีทก็กระโดดขึ้นรถเรียบร้อยแล้วครับ

ใครเพื่อนผมกันแน่วะเนี่ย

 

ผมเดินกลับหอและเลือกที่จะแวะร้านกาแฟก่อนที่จะขึ้นห้อง รู้สึกว่าร่างกายต้องการน้ำตาลมากตอนนี้

น้ำแดงครับผมสั่งพี่พนักงานและยืนรออยู่ที่เคาน์เตอร์เลย สายตาเลื่อนไปมองทีวีที่เปิดย้อนละครหลังข่าวสักเรื่องอยู่ด้วยความที่ไม่ได้ดูละครเลยช่วงนี้ ผมเลยไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่มองเพลินๆตอนรอน้ำก็ไม่แย่นะครับ จนมีมือร้อนๆมาจับไหล่ผมไว้ ผมถึงได้หันกลับไปมอง

พี่ติณห์ผมยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นเจ้าของมือนั้น พี่ติณห์ยิ้มให้ผมนิดหน่อยและหันไปสั่งน้ำ

ชาเขียวครับพี่ติณห์นี้ทาสชาเขียวจริงๆแหะ

วันแรกเป็นไงบ้างคุณพี่ติณห์หันมาคุยกับผมหลังจากสั่งน้ำเสร็จ

โหยยยยยยพี่ มันแบบ... ผมจะบรรยายยังไงให้พี่เข้าใจดีผมใส่อรรถรสในการเล่าให้พี่ติณห์ฟังเต็มที่

มันยังไงล่ะพี่ติณห์ถามติดหัวเราะกับท่าทางอธิบายไม่ได้ของผม

ตอนแรกเลยนะที่น้องเดินเข้ามา ผมก็เริ่มคิดล่ะว่าจะเอายังไงดีจ...ผมกลืนคำพูดทุกคำลงคอไปทันทีเมื่อหางตาหันไปเห็นคนที่กำลังจะเปิดประตูเข้ามาในร้าน ผมอาจจะจำไม่ได้ว่าน้องชื่ออะไร แต่ก็แน่ใจแน่ๆว่าเจอในห้องเชียร์วันนี้แบบชัวร์ๆ พี่ติณห์เลิกคิ้วใส่ผมเมื่อผมเงียบไป แต่พี่เขาก็มีไหวพริบมากพอที่จะหันไปมองน้องที่พึ่งเดินเข้ามาและทำท่าทีเฉยๆ

พี่เขาคงเดาได้แหละว่าปีหนึ่ง

ผมกับพี่ติณห์เปลี่ยนมาคุยเรื่องเรียนกันซะอย่างนั้น ทำเป็นถามว่าเรียนเป็นไง อืม วิชานี้ก็แบบนี้แหละ เนื้อหามีแค่นี้เองครับ คือเราแค่หาเรื่องมาคุยคั่นเวลาระหว่างรอน้ำล้วนๆ รอไม่นานน้ำที่เราสั่งก็พร้อมเสิร์ฟ ผมกับพี่ติณห์หันไปจ่ายตังและหันกลับทันที เมื่อหันกลับมาก็เจอน้องผู้หญิงคนนั้นยืนรอน้ำอยู่ เธอเงอะงะนิดหน่อยก่อนที่จะยกมือไหว้ผม ผมพยักหน้ารับไหว้จากน้องก่อนที่จะแยกออกมา

ไอ้พีทสั่งไอ้ว่าห้ามรับไหว้น้องด้วยครับ แต่ผมทำไม่ได้อ่ะ แค่รับไหว้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

ผมกับพี่ติณห์เดินคีพลุคมาเรื่อยๆจนเข้าไปในลิฟต์

เหนื่อยสุดก็ต้องคีพนิ่งต่อหน้าปีหนึ่งนี้แหละผมถอนหายใจเฮือกออกมาทันทีที่เราอยู่ในลิฟต์กันสองคน

ฮ่าๆ ก็แบบนี้แหละคุณ ทนหน่อย เดี๋ยวก็ชินผมเบ้ปาก

ต้องทนอีกตั้งกี่เดือนเนี่ย

มันก็มีข้อดีเหมือนกันนะ เรียนเสร็จกลับหอเลย ไม่มีเวลาไปใช้ตังที่อื่นไงเออก็จริงแหละ

ถ้าสมมติผมหลุดต่อหน้าปีหนึ่งจะเป็นยังไงเหรอครับ

ก็คงคีพลุคยากแล้วแหละ ถ้าน้องคนหนึ่งเห็นเขาก็จะเอาไปบอกต่อๆจนทุกคนในรุ่นรู้ ก็จะไม่มีน้องกลัวคุณแล้วไง คุมไม่อยู่ล่ะทีนี้ผมถอนหายใจออกมาอีกเฮือกหนึ่ง มันเหนื่อยจริงๆโว้ย

เงยหน้ามาอีกทีลิฟต์ก็เคลื่อนตัวจะถึงชั้น6แล้ว เดี๋ยวดิผมยังไม่ได้เล่าเรื่องรับน้องวันนี้ให้พี่ติณห์ฟังเลยนะ

พี่ไปซื้อข้าวแล้วเหรอครับพี่ติณห์เลิกคิ้วนิดหน่อยกับคำถามนั้นของผม

ยังเลย วันนี้ว่าจะต้มมาม่ากินเอาอ่ะ

จริงเหรอออออผมตาลุกวาวขึ้นมาทันที มาม่านี้เหมือนอาหารคู่บุญของผมเลยนะ ทำงานดึกๆหิวก็กิน ขี้เกียจไปซื้อข้าวก็กิน แถมยังเป็นอาหารอย่างเดียวที่ผมทำกินอีก

แล้วคุณกินข้าวรึยัง

ยังครับ ยังไม่ได้ซื้อข้าวด้วยพี่ติณห์มองท่าทางกระตือรือร้นของผมนิ่งๆ ผมแสดงชัดเจนเลยนะ พี่ทักหน่อยเหอะ นะนะนะ

ไปกินด้วยกันไหมเยส!

ไปครับพี่ติณห์ขำกับการดีใจเป็นเด็กๆของผม ก่อนที่ผมจะชิ่งกดลิฟต์ขึ้นเลย เดี๋ยวพี่ติณห์เปลี่ยนใจ

ไม่นานลิฟต์ก็มาถึงชั้น8 ผมกับพี่ติณห์เดินออกจากลิฟต์ ก่อนที่พี่ติณห์จะเดินนำไปยังห้องเบอร์04 ผมเคยขึ้นมาหาพี่ติณห์ที่ชั้น8บ้าง (มีของบางอย่างที่เราต้องยืมพี่ปี4ใช้นะครับ) แต่ก็ไม่เคยเข้าไปในห้องของพี่ติณห์เลยสักที (ขนาดตอนโดนลงโทษครั้งนั้นผมยังไม่ได้เข้าห้องพี่ติณห์เลย) ดังนั้นนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้เข้าห้องนี้

ภายในห้องไม่แตกต่างจากห้องผมมาก ค่อนข้างจะเหมือนเลยด้วย ก็แน่ล่ะ หอเดียวกันนี้ จะมีก็แต่พวกเฟอร์นิเจอร์แปลกๆที่พี่ติณห์ซื้อมาเติมเอง รวมถึงพวกfunko popที่วางประดับอยู่มากกว่า (funko popคือโมเดลนะครับ ส่วนมากจะมาจากหนัง, อนิเมชั่น, การ์ตูน สากลเป็นส่วนใหญ่ ลักษณะเด่นคือหัวมันจะเหลี่ยมๆโตๆและก็ตากลมโต)

ห้องผมมีแต่มาม่ารสสุกี้นะ กินได้ไหมผมพยักหน้ารับ กินได้หมดแหละครับ ผมละสายตาจากของตบแต่งภายในห้องและเดินเข้าไปในครัว พี่ติณห์กำลังหยิบจานสองใบออกมาวางพอดี

กินในหม้อก็ได้นะครับพี่ติณห์ชะงักมือ

ต้มในหม้อ แล้วก็กินในหม้อเลย จะได้ไม่ต้องล้างหลายใบผมทำบ่อยมากครับ เรียกได้ว่าตลอดเลยแหละ

อ้อ โอเคพี่ติณห์ตกลงและหันไปเทน้ำใส่หม้อ ส่วนผมก็เดินมาเปิดตู้เย็น

ไม่ค่อยมีอะไรหรอกนะ

แต่ก็มีของที่ใส่ในมาม่าได้นะครับแม้ตู้เย็นในห้องพี่ติณห์จะโล่งโครตๆเมื่อเทียบกับห้องผม เพราะมันมีแค่น้ำเปล่ากับปูอัด ไส้กรอก หมูสับ และก็ลูกชิ้นเท่านั้นเอง ถ้าเป็นห้องผมนะ นอกจากของพวกนี้ก็มีแต่ขนมเต็มไปหมดเลยครับ

น่าแปลกที่พี่ติณห์เป็นคนชอบกินขนมที่ไม่ค่อยมีขนมตุนไว้เท่าไรเลย

ผมก็ซื้อมาใส่มาม่านี้แหละพี่ติณห์ตอบ

ผมนึกว่าห้องพี่จะมีขนมเยอะๆซะอีกผมวางของที่หยิบมาไว้ข้างๆเตา และกระโดดขึ้นไปนั่งไม่ห่างจากตรงนั้นนัก

มันเคยมีนะ แต่ผมกินหมดแล้วนี้สิคนชอบขนมของจริง ผมขำนิดหน่อยกับคำตอบนั้น

สรุปวันนี้เป็นไงบ้างพี่ติณห์ใส่หมูสับลงไปเป็นอย่างแรกและหันมาถามผม

โดยรวมก็ดีนะครับพี่ติณห์พยักหน้ารับ

...พี่มีวิธีจัดการกับน้องที่แอนตี้โซตัสมากๆยังไงเหรอครับเรื่องนี้นี่แหละที่คาใจผม สาบานได้ว่าภาพน้องที่จ้องผมยังติดตาอยู่เลย ยิ่งไอ้เปรมบอกว่าน้องเขามองผมแทบตลอดเวลา ผมก็ยิ่งไม่รู้จะทำยังไงเข้าไปใหญ่

อืม... ถ้าผมก็คงทำเป็นเมินๆไปมั้งผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ผมรู้ว่าพี่ติณห์รู้ว่าผมรอฟังอยู่แม้พี่เขาจะง่วนกับการต้มมาม่าอยู่ก็ตาม

ถ้าน้องเขาไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้เรา เราก็แค่ทำตามหน้าที่ของเราไปผมเบ้ปาก

ผมรู้สึกว่าน้องเขาน่าจะก่อกวนเร็วๆนี้นะสิครับดูจากท่าทางแล้วไม่น่าจะอยู่เฉยๆแหะ

น้องบางคน ถ้าเขาไม่ชอบมากๆเขาก็แค่ไม่มาเข้าห้องเชียร์ ไม่มีใครอยากมีปัญหาหรอกผมยังคงเงียบ

โดยเฉพาะมีปัญหากับเฮดว้ากพี่ติณห์หันมามองผม

คุณอย่าพึ่งกังวลไปก่อนเลย บางทีครั้งต่อไปน้องเขาอาจจะไม่มาเข้าเชียร์แล้วก็ได้ผมพยักหน้ารับ หวังว่าพี่ติณห์พูดจะจริงแหละนะ

แล้วถ้าน้องเขาก่อกวนจริงๆ ผมทำอะไรได้บ้าง

จริงๆคุณก็ทำได้ทุกอย่างแหละวา มันอยู่ที่คุณคิดว่ามันควรรึเปล่ามากกว่ามาม่าของพี่ติณห์เสร็จแล้ว ผมกระโดดลงจากที่นั่งและอาสายกหม้อไปวางไว้บนโต๊ะเอง สุดท้ายผมกับพี่ติณห์ก็ทิ้งตัวลงนั่งคนล่ะฝั่งโต๊ะอาหารขนาดสองคนนั่งพร้อมกับตะเกียบเป็นอาวุธในมือคนล่ะคู่

น้องเขาดูไม่โอเคมากเลยเหรอพี่ติณห์ถาม คาดว่าหน้าผมคงยังมีความกังวลอยู่แน่ๆ

สุดๆเลยครับ

เยอะเลยเหรอผมส่ายหัว

ยังไม่แน่ใจเลยครับ แต่มีคนหนึ่งดูท่าจะแบนมากๆ เขามองผมเหมือนจะฆ่าผมเลยพี่ติณห์ขำ

คุณกลัวน้องเหรอ

ผมไม่เข้าใจมากกว่า พี่ก็รู้ว่าสอนคนที่อคติมันไม่ได้อะไร

คุณก็พูดถูก แต่นี้มันพึ่งวันแรกเองนะคุณ ลองดูๆไปก่อนก็ได้ผมพยักหน้ารับ ปล่อยเรื่องรับน้องเอาไว้ก่อนและหันมาจัดการมาม่าตรงหน้า

ผมกับพี่ติณห์นั่งกินมาม่ากันไปเรื่อยๆโดยแทบไม่ยกเรื่องอะไรมาพูดอีก หลังจากเราตั้งใจกินกันสักพัก มาม่าสองซองก็หมดด้วยความรวดเร็ว

มาม่ารสสุกี้ก็อร่อยดีแหะ

เดี๋ยวผมล้างเองครับ ตอบแทนที่พี่ยอมให้ผมมาฝากท้องห้องพี่จะปล่อยให้พี่ติณห์ทำให้กินแล้วยังจะปล่อยให้พี่เขาล้างข้าวของเองด้วยมันก็จะยังไงอยู่

แค่มาม่าเองคุณ คุณจะมากินทุกวันผมก็ไม่อดตายหรอก

พี่แน่ใจเหรอครับเมื่อผมถามซ้ำ พี่ติณห์ก็ชะงักไปเลย

ถ้ากินทุกวันแล้วพี่ไม่อดตายจริงๆ ผมก็จะทำนะพี่ติณห์ส่ายหัวหน่ายใส่ผม

คุณจะกินมาม่าทุกวันเลยรึไง

พี่กินเป็นเพื่อนผมสิครับ

คุณหาเพื่อนเป็นมะเร็งล่ะสิรู้ทันแหะ ผมขำและแย่งหม้อจากมือพี่ติณห์มาถือ ขนาดผมพูดแล้วพี่เขาก็ยังจะล้างเองอีก ผมเลยชิ่งล้างก่อนซะเลย

ผมเป็นแผนกล้าง ส่วนพี่ติณห์เป็นแผนกเช็ดไปแล้วตอนนี้

ผมส่งทัพพีซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่ต้องเช็ดให้พี่ติณห์ก่อนที่สายตาจะหันไปเห็นอะไรสักอย่าง

ไปโดนอะไรมาเหรอครับผมเลื่อนมือไปพลิกข้อมือพี่ติณห์ทันทีที่เห็นพลาสเตอร์ยาแปะอยู่ที่ข้อมือพี่เขา แต่เพราะถ้าหันปกติมันจะคนล่ะด้านกับผม ผมจึงพึ่งเห็น

คัตเตอร์บาดอ่ะจริงๆคัตเตอร์บาดค่อนข้างจะเบสิกมากสำหรับพวกผมนะ

นี้พี่แค่แปะพลาสเตอร์เฉยๆใช่ไหม แกะออกมาทายาก่อนน่าจะดีกว่านะครับผมตั้งท่าจะแกะพลาสเตอร์ออกตามที่พูด แต่พี่ติณห์ยื้อแขนไว้

ไม่เป็นไรหรอก แผลนิดเดียวเอง

นิดเดียวก็ดีสิครับ ใส่ยาแปบเดียวเองพี่ติณห์ยังคงยื้อแขนเอาไว้อยู่

คุณเป็นอาจารย์ด้านการทำแผลรึไงวาถ้าคนโดนบาดเป็นผมละก็ผมคงแปะพลาสเตอร์และปล่อยมันเอาไว้แบบนั้นแหละ แต่นี้คนเจ็บคือพี่ติณห์ไง

ถ้าเป็นพี่ติณห์ล่ะก็... ผมเป็นศาสตราจารย์ด้านการทำแผลยังได้เลยครับ

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตกลงว่าเราอัพเป็นวันเว้นวันล่ะกันเนอะ (ถ้าอัพไหว) ติดตามด้วยนะคะ

เจอกันคร้าบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #633 hanari00123 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 16:33
    หยอดอีกเอาอีก!! ล้อเล่น!เเค่นี้เเหละอย่าหวานมากกว่านี้เลย
    #633
    0
  2. #552 หมูจีน้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 17:23
    หยอดกันเข้าไปค่ะ หยอดไปเล้ยยยย
    #552
    0
  3. #130 Thedrm. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 01:18
    โหยยยย วาเหมือนหยอดดด *-*
    #130
    0
  4. #90 Helena Kadian (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 17:49
    หยอดอีกกกก
    #90
    0
  5. #11 noon_panchanok (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 09:59
    สนุกมากกกกก มาอัพบ่อยๆนะ รอออออออออ
    #11
    0