source head กว่าจะเป็นเฮดว้าก (end)

ตอนที่ 50 : specify; 1-6 always

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    5 ก.ค. 59

1-6

ขอโทษนะครับที่นัดนอกสถานที่ผมลุกขึ้นเมื่อคุณมินมาถึง

ไม่เป็นไรเลยจ๊ะ วันนี้ยังไงฉันก็ล็อคคิวไว้ให้เธออยู่แล้ว คุยที่ไหนก็เหมือนกันเธอตอบ และหันไปสั่งขนมและน้ำกับพี่พนักงาน

วันนี้ผมมีคุยงานกับคุณมินตามปกติ โดยทั่วไปแล้ว ผมจะเป็นคนไปหาคุณมินที่บริษัท แต่วันนี้ผมนัดคุณมินมาที่ร้านกาแฟที่พี่ติณห์แนะนำมา ไม่ไกลจากมหาลัยผมนัก แต่ไม่ได้มีคนเยอะจนไม่มีความเป็นส่วนตัว ติดจะเงียบๆซะอีก อย่างตอนสายๆแบบนี้ นอกจากผมกับคุณมินก็มีอีกแค่2โต๊ะที่นั่งห่างจากเราพอสมควร

ส่งแบบครั้งนี้ ผมขอส่งเป็นโมเดลล่ะกันนะครับผมพูดขึ้น เมื่อเมนูที่คุณมินสั่งมาเสิร์ฟแล้ว

เฮ้ย~” พอผมยกโมเดลที่วางไว้ข้างตัวขึ้นมา คุณมินก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันที จริงๆแล้วโมเดลมันก็มีเสน่ห์ประจำตัวของมันที่ไม่ว่าใครก็ตกหลุมรักง่ายๆ แต่เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปนั้นแหละ เขาถึงไม่นิยมเอาโมเดลมาคุยงานกันสักเท่าไหร่ คงเพราะมันไม่ได้ให้ภาพชัดเจนหรือต่อเติมอะไรได้ในทันทีแบบการทำในโปรแกรมเท่าไหร่นั้นแหละ

ชอบอ่ะ ซื้อต่อเลยนะเธอหมุนๆโมเดลตรงหน้าดูสักพักก่อนที่จะพูดขึ้น

ผมก็ตั้งใจทำมาให้อยู่แล้วครับผมตอบพร้อมรอยยิ้ม

ทำไมคุณมินถึงไม่อยากให้มีสระว่ายน้ำในบ้านเหรอครับผมถามลองเชิงออกไปเมื่อดูจากท่าทางแล้วเธอกำลังอารมณ์บวกสุดๆ

ตอนไปเรียนต่อที่อเมริกา ดันจมน้ำ เกือบตายเลยเธอเล่าสั้นๆก่อนที่จะทำท่าขนลุกขนพองตามมา

หลังจากนั้นเลยกลายเป็นคนกลัวน้ำเธอเล่าต่อจนจบ

แล้วใครมาช่วยไว้เหรอครับเธอปลายตามามองผม ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเขินอายจนปิดไม่มิด

ก็นักกีฬาว่ายน้ำของมหาลัยนั้นแหละเพราะเธอเขินใหญ่มากมันไม่น่าจะมีคำตอบแค่นี้ใช่ไหมล่ะ

แค่นั้นเหรอครับ?” ผมแกล้งถามต่อ คุณมินยกแก้วลาเต้ร้อนขึ้นจิบนิดหน่อย

หลังจากนั้นก็ได้รู้จักกันไง ก็คุยๆกันไปคุยๆกันมา รู้ตัวอีกทีก็แต่งงานกันล่ะผมอดที่จะยิ้มตามเธอไปด้วยไม่ได้จริงๆ

งั้นแสดงว่าสามีคุณมินก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำสินะครับสารภาพก็ได้ ผมรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วถึงสาเหตุที่คุณมินกลัวน้ำ รู้ถึงขนาดว่าคนที่ช่วยเธอก็คือคุณรุจนั้นเอง และเพราะความเป็นนักกีฬาว่ายน้ำนั้นแหละคุณรุจถึงอยากให้มีสระว่ายน้ำในบ้าน แต่ไม่ว่าจะพยายามพูดเกลี้ยกล่อมขนาดไหนคุณมินก็ไม่ยอมใจอ่อนเลย จนต้องยืมมือผมมาพูดเนี่ย

ผมรู้เพราะคุณรุจเล่าให้ฟังเมื่อวานนะครับ

และที่อุตสาห์เกริ่นมาตั้งนานเพื่อจะเข้าเรื่องต่อไปนี้แหละ

อย่างนี้สามีคุณมินไม่อยากให้มีสระว่ายน้ำในบ้านเหรอครับ

อยากสิ เขาเอาแต่ขออย่างเดียวเลย บอกว่าอย่างอื่นเขาตามใจฉันหมด ขอแค่สร้างสระว่ายน้ำให้เขา แต่คนมันกลัวอ่ะ..ทำไงได้คุณมินหม่นลงทันที

แต่มันก็ทำให้คุณมินกับสามีได้รู้จักกันนะครับ

มันก็ใช่ แต่ถ้าในอนาคตเรามีลูกด้วยกันและลูกจมน้ำขึ้นมาจะให้ฉันทำยังไง มันแย่มากนะ ต้องกันไว้ดีกว่าแก้รึเปล่า

แล้วทำไมเราไม่แก้ด้วยการสอนลูกคุณมินว่ายน้ำให้เป็นล่ะครับผมพูดมาถึงตรงนี้ก็หันโมเดลในส่วนของสระว่ายน้ำที่เพิ่มขึ้นมาจากแบบครั้งก่อนๆให้คุณมินดู

“...ถ้าจะแก้ปัญหามันก็ควรที่จะแก้ที่ต้นเหตุนะครับผมระบายยิ้มบางๆให้คุณมิน ก่อนที่จะหันไปเห็นคนอีกคนที่ผมนัดมา เขากำลังมองหาผมอยู่ เขาหันมาเห็นผมในเวลาต่อมา ก่อนที่จะสาวเท้าเข้ามาด้วยความรวดเร็ว

เป็นไงบ้างเขาถามขึ้นมาโดยที่ยังไม่ทันถึงโต๊ะด้วยซ้ำ ซึ่งผมเชื่อเลยว่าเขาไม่เห็นคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมด้วยซ้ำ

รุจ

มิน

ถ้าจะสร้างบ้านของคุณทั้งคู่ ก็ควรเป็นความเห็นและความพอใจของคุณทั้งคู่นะครับผมพูดจนจบ ให้ทายว่าทั้งคุณมินและคุณรุจคงเดาได้ในตอนนี้ว่าถูกผมนัดมาพร้อมกัน และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมเลือกที่จะนัดร้านกาแฟแทนที่จะไปหาคุณมินที่บริษัท เพราะถ้าจะนัดคุณรุจไปบริษัทคุณมินเขาคงไม่มีทางไปแน่ๆ

ร้ายนักนะวา!คุณมินต่อเรื่องติดก็หันมาบ่นผมทันที แต่ผมเพียงแค่ระบายยิ้มบางๆ

เรามาเริ่มคุยงานกันเลยไหมครับ

 

เฮ้ยวา! ทางนี้ๆผมหันไปตามเสียงเรียกก่อนที่จะเดินเข้าไปหาโต๊ะใหญ่สุดในร้านที่ถูกต่อจนเป็นสองโต๊ะ และภายในโต๊ะก็ประกอบไปด้วยคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น หัวโต๊ะที่เป็นคนทักผมคือพี่เมฆ ข้างๆคือไอ้แจน พิ้งค์ ชิน เพลง แทนไท ปาย ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง เริ่มคนแรกด้วยไอ้พีท หลิว ต่อด้วยใครสักคนที่ผมไม่คุ้นหน้าเท่าไร แต่จากฟังไอ้พีทเล่ามาน่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับพาร์ทสักอย่างนี่แหละ เห็นวนเวียนอยู่แต่รอบๆตัวพาร์ท ผมเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ถามมันจริงๆจังๆสักที ตามด้วยไอ้พาร์ท และข้างๆพาร์ทคือพี่ติณห์ (พี่ไปนั่งอะไรตรงนั้นเนี่ย) เว้นที่ว่างข้างๆพี่ติณห์ไว้ ซึ่งผมแน่ใจว่าคงเป็นที่ของผมนั้นแหละ

ต้องมาคนสุดท้ายตลอดนะมึงไอ้พีทโยนถั่วใส่ผม

นี้กูรีบสุดๆล่ะนะผมตอบแค่นั้น ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพี่ติณห์

พี่มาถึงนานยังผมกับพี่ติณห์ตกลงว่าจะแยกกันมาเพราะไม่รู้ว่าผมจะเสร็จงานกี่โมงนะครับ และผมก็ไม่อยากให้พี่ติณห์รออีก ผมเลยอาสานั่งแท็กซี่มาเอง

ไม่นานๆ งานคุณเป็นไงบ้าง

โอเคล่ะครับผมตอบพร้อมยิ้มกลับไปให้ สรุปหลังจากนั่งเถียงกันยกใหญ่ คุณมินก็ยอมให้สร้างสระว่ายน้ำแต่โดยดี แถมยังบอกอีกว่าถือเป็นของขวัญวันแต่งงานล่ะกัน และเพราะผมออกแบบบ้านที่มีสระว่ายน้ำมาแล้วเรียบร้อยจึงไม่ต้องแก้งานอะไรเพิ่ม ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ถือว่าช้ากว่าที่ผมคิดไว้นิดหน่อย เพราะพรุ่งนี้ผมก็ต้องบินกลับอังกฤษแล้ว

เฮ้ยเด็กนอกไหนมึงมานี่ดิ!!ผมจำต้องหยุดบทสนทนากับพี่ติณห์เมื่อพี่เมฆโหวกเหวกขึ้น

สรุปยังไง เรียนจบแล้วเหรอพี่เมฆถามต่อเมื่อเดินมาถึงผมและคว้าคอผมไปกอดด้วย

ยังงง ต้องกลับไปเรียนอีกปีหนึ่ง

อ้าวเหรอ มึงกลับเมื่อไหร่

พรุ่งนี้อ่ะจบประโยคของผมทั้งโต๊ะก็โห่ใส่ทันที

มาเร็วไปเร็วจริงนะมึงเนี่ย แล้วมึงจะทิ้งตินตินไว้ที่นี่คนเดียวอีกแล้วเหรอผมส่ายหัว

ทิ้งอะไรเล่า ไปเรียนไง

เดี๋ยวนะ ถ้ายังเรียนไม่จบพี่จะรีบกลับมาทำไมอ่ะไอ้แจนที่นั่งอยู่ไม่ไกลถามขึ้นบ้าง ข้างๆมันคือพิ้งค์ที่ตอนนี้คงขยับขยายเป็นแฟนกันแล้วเรียบร้อย

กลับมางานรับปริญญาพี่ติณห์ไงและเมื่อผมตอบแบบนั้น ทั้งโต๊ะก็พร้อมใจกันโห่ฮิ้วโห่ฮิ้วโห่ฮิ้ววววขึ้นมาอย่างพร้อมใจ

ไอ้วาไปครั้งนี้ไม่ใช่มึงเคว้งอีกรอบนะติณห์ให้ผมทายพี่เมฆคงเริ่มเมาแล้วแหละ

ไม่แล้วเว้ย วาไปเรียน กูเข้าใจทั้งโต๊ะยังคงฮิ้วรับเหมือนเดิม

อะไรมันจะพร้อมใจขนาดนี้

ถ้ามึงเรียนจบ มึงต้องรับปริญญาที่ไหนวะอยู่ๆพี่เมฆก็ถามขึ้นเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้

ไม่รู้ดิพี่ผมตอบพร้อมกับไหวไหล่

อิจฉาแม่งจริงๆ เรียน5ปีจบป.โท พวกกูเรียน5ปีจบแค่ป.ตรีไอ้พีทบ่นขึ้นมาอีก ส่งผลให้พวก98ทุกคนบ่นตามกันมายกใหญ่

แต่กูก็ไม่มีเวลาพักเลยนะเว้ย อย่าอิจฉาเลยผมตอบปัดๆและหันมาสนใจน้ำสีอำพันตรงหน้า

วันนี้ขอดื่มให้เต็มที่เลยล่ะกัน

โมเม้นต์ล้อมรอบด้วยคนที่ล้วนสำคัญต่อชีวิตของผมไม่ได้เกิดขึ้นสักพักใหญ่แล้วนะ และมันก็ควรที่จะมีระยะห่างหรือช่องว่างของเวลาอะไรบ้าง แต่ผมกลับไม่สัมผัสถึงอะไรเหล่านั้นเลย ทุกคนก็ยังคงเหมือนเดิม เป็นคนๆเดิมที่ผมรู้จัก ถึงแม้วันนี้อาจจะยังไม่ครบองค์ประชุมสักเท่าไร แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยเพิ่มพลังให้กับอีกหนึ่งปีต่อจากนี้ของผม

ถ้าเราเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่ดีได้

ผมว่ามันก็successของการใช้ชีวิตขั้นหนึ่งล่ะนะ

และผมโชคดีมากที่ได้อยู่ในสังคมนี้

มีอะไรให้ช่วยก็บอกกูได้พี่เมฆตบบ่าผมก่อนที่จะพูดส่งท้ายกลับมา

ครับพี่ผมยิ้มกลับไป

ความหวังดีไม่ว่าจะผ่านไม่นานเท่าไหร่มันก็ยังเป็นความหวังดีจริงๆ

 

อะไรอ่ะผมเลิกสะบัดหัวไล่ความมึนและเงยหน้ามองแก้วน้ำอะไรสักอย่างตรงหน้าที่พี่ติณห์วางให้

น้ำผึ้งผสมมะนาวใส่ขิงเขาตอบ แต่ถ้ามันอยู่ในรูปของการใส่น้ำแข็งจนเย็นเฉียบมันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ แต่นี้มาเพียวๆเลยครับ ผมเลยต้องถามไง เมื่อผมยังมองแก้วน้ำตรงหน้าอย่างชั่งใจ พี่ติณห์ก็หยิบแก้วน้ำนั้นไปก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม

ก็โอเคเมื่อพี่ติณห์บอกแบบนั้น ผมเลยรับเครื่องดื่มนั้นมาจิบบ้าง

เรื่องของเรื่องคือเมื่อคืนผมกับพี่ติณห์ดื่มไปหนักมากกกก มากจริงๆ นี่เราแบกร่างกลับมาบ้านได้ก็บุญโขแล้ว ดื่มเยอะขนาดไอ้คนที่คอแข็งสุดๆอย่างผมและพี่ติณห์ถึงกับงงๆไปเลย แต่สุดท้ายหลังจากหลับไปตื่นหนึ่ง เราก็ขับรถกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย และทุกอย่างก็มาตกอยู่ในเช้าวันรุ่งขึ้นนั้นแหละครับ (แม้จะตื่นบ่ายกว่าแล้ว) เหมือนเป็นaftershockจากเมื่อคืน

หรือเรียกง่ายๆว่าแฮงค์นั้นแหละครับ

แฮงค์กันหนักมาก จนนั่งเคาะหัวกันคนล่ะทีสองที พอแม่เห็นก็เสนอน้ำแก้แฮงค์ให้ ซึ่งก็คือน้ำผึ้งผสมมะนาวใส่ขิง แต่คนชงดันเป็นพี่ติณห์อ่ะดิ ผมเลยรู้สึกเหมือนกินน้ำมะนาวกับขิง ไหนน้ำผึ้งวะ

แต่ก่อนที่จะเมาจนไม่รู้เรื่องรู้ราวผมก็ได้คุยกับพาร์ทอีกรอบล่ะนะ

เวลามันช่วยอะไรได้เยอะจริงๆ

พี่ใส่น้ำผึ้งลงไปป่ะเนี่ยต้องถามครับ

ใส่ แต่มันจะหมดล่ะเลยใส่ไปนิดเดียว เก็บไว้กินกับแพนเค้กนั้นไงคนเรา

เอาน่า กินให้หายแฮงค์ จะเอาอร่อยอะไรนักหนาล่ะพูดอีกก็ถูกอีกนั้นแหละ

ถึงจะดื่มจนแฮงค์ขนาดนี้ แต่เมื่อทุกคนพร้อมใจกันดื่ม พร้อมใจกันชนแก้ว ทำให้พวกเราหาเรื่องมาคุยกันได้ไม่หยุดปาก จนถึงกับหาเกมส์มาเล่นได้อีกหลายรอบ เอาเป็นว่าเมื่อคืนโครตสนุก เป็นการทิ้งทวนก่อนไปเรียนของผมได้ดีเลย

พูดกันตามตรงแล้ว พรุ่งนี้ตอนตี2ผมต้องไปขึ้นเครื่องแล้ว

ก็เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วนั้นแหละ

แม่ คืนนี้ติณห์ไปส่งวาขึ้นเครื่องนะพี่ติณห์พูดขึ้นเมื่อแม่เดินเข้ามาในครัว

น้องวาจะกลับแล้วเหรอ แม่รู้สึกเหมือนเราพึ่งกลับมาเองเธอตอบพร้อมเข้ามากอดผม

วาก็รู้สึกแบบนั้นครับแม่เวลามันผ่านไปเร็วมากจริงๆแหะ

อีกปีหนึ่งวาจะกลับมาอยู่ด้วยยาวๆเลยนะคร้าบผมพูดต่อพร้อมรอยยิ้มเมื่อแม่ผละออก

โอเคเลย ตอนวาไม่อยู่เดี๋ยวแม่ดูแลน้องติณห์ให้อย่างดีเลยนะผมขำนิดหน่อย ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่คนในบ้านพี่ติณห์แซวเรื่องผมกับพี่ติณห์อย่างปกติสุดๆ นี่แม่ก็พูดทั้งๆที่พ่อก็นั่งอยู่ไม่ไกลและผมพนันได้เลยว่าต้องได้ยินแน่นอน

พี่ติณห์บอกว่าผมเป็นลูกคนที่สามของบ้านไปแล้ว

เตรียมตัวเหงาอีกรอบเลยดิมึงเฮียที่พึ่งลงมาจากชั้นบนเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย

ไม่เหงาหรอกพี่ติณห์ตอบ

ไม่เหงาเลยจริงดิ แต่ผมคงเหงาแย่เลยนะพี่ติณห์ถึงกับเตะขาผมทันทีเมื่อผมจีบเขาต่อหน้าทุกคน แต่นอกจากจะไม่มีใครท้วงออกมายังมีเสียงขำดังขึ้นมาอีกด้วย

วันนี้แม่คุณจะขึ้นมาใช่ป่ะพี่ติณห์เปิดบทสนทนาขึ้นมาใหม่

ครับ น่าจะใกล้ถึงแล้วแหละผมตอบกลับและยกแก้วตรงหน้าขึ้นมาจิบอีก มันอาจจะไม่อร่อยเท่าไรแต่ช่วยไล่ความวิงเวียนได้ดีเหมือนกันนะ

อ้าว! แม่น้องวาจะมาเหรอแม่ถามขึ้นมา

ครับ เขาจะมาส่งขึ้นเครื่องนะ

แล้วทำไมไม่บอกแม่ล่ะเลยไม่ได้เตรียมของอะไรไว้เลย

เตรียมอะไรล่ะครับ ไม่เป็นไรหรอก แม่แค่มารับผมไปกินข้าวเท่านั้นเองแม่พี่ติณห์ส่ายหัวรัวๆทันที

ทำไมไม่ชวนมากินข้าวที่นี่เลยล่ะจ๊ะคราวนี้ทั้งผม พี่ติณห์ และเฮียที่ยืนอยู่ในบริเวณนั้นถึงกับเงียบทันที

จะดีเหรอครับแม่..ผมหาเสียงตัวเองเจอเป็นคนแรกและถามกลับไป

ดีสิจ๊ะ! แม่ก็ยังไม่เคยเจอแม่น้องวาเลยนี่นะเธอตอบพร้อมลูบหัวผมเบาๆ

แม่ครับ ติณห์ว่าไว้คราวหน้าดีกว่าผมเห็นด้วยกับพี่ติณห์นะ อยู่ๆมานัดเจอกันเฉยๆแบบนี้ผมตั้งตัวไม่ทันนะเนี่ยยย

คราวหน้ามันเมื่อไรล่ะติณห์ แม่น้องวาเขาอุตสาห์ขึ้นมาหาถึงกรุงเทพ และยังมารับถึงบ้านเรา จะให้ไม่ชวนเข้าบ้าน มันน่าเกลียดนะผมส่ายหัวทันที

ไม่หรอกครับ ผมก็ตกลงกับแม่ไว้ว่าจะออกไปหาข้าวเย็นกินข้างนอกอยู่แล้ว ไม่เป็นไรจริงๆครับแม่

วารังเกียจบ้านเราเหรอจ๊ะเงียบเลยครับ..

ไม่ใช่แบบนั้นนะครับแม่!ผมรีบแย้งออกไปทันที แต่แม่เพียงแค่บุ้ยปากและคอตก ผมจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ติณห์ที่ดูช็อคไม่ต่างกัน

ติณห์ว่..

คุณคะ ให้บ้านน้องวามากินข้าวเย็นกับเราดีไหมยังไม่ทันที่พี่ติณห์จะได้พูดอะไร แม่ก็หันไปถามพ่อซะก่อน พ่อลดหนังสือพิมพ์ที่อ่านลง ปลายตามามองแม่และก้มลงไปอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

ก็ดีนะ

เดี๋ยวๆ...

งั้นก็ตามนี้นะลูก ติณห์ส่งแม่ไปซื้อของหน่อยสิในขณะที่ทุกคนยังคงมึนอยู่ แม่ก็สรุปขึ้นมาเสร็จสรรพ

เดี๋ยวนะแม่พี่ติณห์พูดขึ้น

RRRrrr

บทสนทนาที่กำลังดำเนินไปหยุดลงทันทีเมื่อโทรศัพท์พี่ติณห์ส่งเสียงขึ้นมา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หัวคิ้วม่นลงนิดหน่อย ก่อนที่จะสไลด์รับสายในที่สุด

ฮัลโหลครับพี่ติณห์ก็ไม่คิดจะออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกเลยแหะ อาจจะเพราะมีแต่คนในบ้านเขาล่ะมั้ง เขาจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องปกปิดอะไร

ครับ..เตชินท์พูดอยู่ครับตอนนี้แม่ผละออกไปเตรียมกระเป๋าไปซื้อของล่ะครับ ส่วนเฮียก็เดินขึ้นไปชั้นบนแล้ว ผมว่าเราคงปฏิเสธอะไรไม่ได้แล้วแหละ

อะไรนะครับ!เสียงพี่ติณห์ดังขึ้นมา ผมที่มองตามแม่อยู่ถึงได้หันกลับมาที่พี่ติณห์ ซึ่งพี่ติณห์ก็กำลังเบิกตากว้างและมองตรงมาที่ผมเหมือนกัน

ได้ครับๆ สะดวกครับ..ครับ..วันจันทร์นะครับพี่ติณห์เอื้อมมือมาจับไหล่ผมและเขย่าๆล่ะครับ

คร้าบบ ไว้เจอกันครับพี่ติณห์ยังคงเขย่าไหล่ผมและยิ้มกว้างก่อนที่จะกดวางสาย

คุณไปทำอะไรมาวา!พี่ติณห์เหมือนควบคุมเสียงตัวเองไม่ได้

ทำอะไรท่าทางของพี่ติณห์ทำให้ผมขำ เขาดูดีใจมากจนล้นไปหมด

เมื่อกี้ๆ เลขาบริษัทmerlyโทรหาผม คุณรู้จักmerlyไหมผมยิ้ม พอจะต่อเรื่องได้แล้ว และแน่นอนว่าผมรู้จักmerlyดีเลยล่ะ

เขาบอกว่า บอสเขาจะจ้างผมควบคุมการสร้างเรือนหอเขาต่อจากสถาปนิกคนที่แล้ว ส่วนเงินค่าจ้าง..วงเงินไม่จำกัดพี่ติณห์กระโดดไปมา

แบบนี้ผมก็ล้อพี่ว่าคนว่างงานไม่ได้แล้วดิผมยังคงยิ้มและพูดออกไป

ไม่ต้องเลยวา! ผมรู้ว่าเรือนหอที่คุณทำไปก็คือของคนนี้นี่แหละ แล้วคุณไปทำอีท่าไหน เขาถึงมาจ้างผมต่อ

คุณมินเขาอยากได้สถาปนิกคอยดูแลตอนสร้างบ้านนะครับ แต่ผมคงดูต่อไม่ได้ เขาเลยให้ช่วยแนะนำสถาปนิกที่ผมไว้ใจ และผมจะแนะนำใครได้ล่ะครับ นอกจากคนที่คอยช่วยผมทำงานนี้พี่ติณห์ช่วยผมไว้มากจริงๆนะ ถึงกับช่วยเสนอแบบเลยด้วยซ้ำ

ขอบคุณนะพี่ติณห์เดินเข้ามาหาผมก่อนที่จะดึงผมไปกอด ส่งผลให้ผมหัวเราะร่วนออกมาเลย บัณฑิตจบใหม่ที่ร้อนวิชาและอยากทำงานมากๆ พอได้ทำแล้วมันแฮปปี้ขนาดนี้นี่เอง

พี่จะได้มีเวลาคิดเรื่องไปพัทยามากกว่านี้อีกหน่อยไงผมกอดตอบพี่ติณห์ ลูบหัวเขาเบาๆและโยกตัวไปมาเหมือนกำลังกล่อมเด็กเล็กๆนั้นแหละ

เป็นเด็กดีมากเลยวาพี่ติณห์ผละออกจากผม ลูบผมข้างหน้าผมเบาๆ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าโดยไม่หายไปไหน เราสบตากันอยู่แบบนั้นสักพักก่อนที่พี่ติณห์จะขยับมาใกล้

และหอมแก้มผมไปฟอดใหญ่

ผมชะงักไปเลย รับประกันได้ว่าเขาไม่เคยดีใจมาดหลุดจนหอมแก้มผมแบบนี้มาก่อนเลย ผมลูบแก้มบริเวณที่พี่ติณห์หอม ไออุ่นๆจากริมฝีปากของพี่ติณห์ยังคงติดตรึงอยู่ตรงนั้นอยู่เลยเหอะ

หอมอีกข้างหนึ่งด้วยดิ เดี๋ยวมันน้อยใจผมหันแก้มอีกข้างให้พี่ติณห์

เดี๋ยวเหอะพี่ติณห์แยกเขี้ยวใส่ผม แต่ดูไม่น่ากลัวเลยสักนิดอ่ะ ใครบอกให้แยกเขี้ยวทั้งๆที่ยิ้มอยู่แบบนั้นนะ

เหมือนลูกแมวที่ขู่เพราะอยากให้กอดนั้นแหละ

พอใจยังในขณะที่ผมยังคงหลงใหลรอยยิ้มของพี่ติณห์อยู่ เจ้าตัวก็ชิงหอมแก้มอีกข้างหนึ่งของผมเร็วๆและกลับไปยืนที่เดิม แต่ท่าทางโครตน่ารักนั้นทำให้ผมชาร์ตตัวพี่ติณห์มาไว้ในอ้อมแขนทันที

อะแฮ่ม!แต่ทุกอย่างจำต้องหยุดลงตรงนั้น เมื่อพ่อพี่ติณห์ที่ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์กระแอมไอขัดขึ้นมา

โหยพ่อ นิดเดียวไม่ได้เหรอผมแกล้งพูดออกไป แต่พี่ติณห์ดีดเหม่งผมเลยครับ

อยากตายรึไงเขาพูดแค่นั้น ตอนนี้เขาผละออกจากอ้อมแขนผมได้แล้ว เขาขำขึ้นมานิดหน่อยเมื่อเห็นหน้าบูดๆของผม

แม่!! ติณห์มีเรื่องจะบอกให้ทายว่าพี่ติณห์คงวิ่งไปอวดเรื่องงานล่าสุดที่พึ่งได้มาสดๆร้อนๆ

หวงลูกเหมือนกันนะครับเมื่อพี่ติณห์ออกไป ผมก็อดจะหันไปบ่นพ่อไม่ได้ ซึ่งฝ่ายนั้นแค่ไหวไหล่คืนกลับมาโดยไม่ได้หันกลับมามองหน้าผมด้วยซ้ำ

ดูท่าผมจะลำบากแล้วสิ

 

พันธุ์นี้เป็นสมุนไพรด้วยนะคะ

ผมช่วยนะครับเสียงของแม่ผมดังแว่วมาจากห้องนั่งเล่น ในขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไปช่วยพี่ติณห์ล้างจาน

ถ้าได้มาปลูกต้องดีมากแน่ๆเลย..

ที่บ้านฉันมีนะคะ เดี๋ยวไว้เอากิ่งมาฝาก

จะดีเหรอคะ!”

แม่ถูกใจเลยอ่ะพี่ติณห์พูดขึ้นมา ส่วนผมก็ขำเบาๆ หลังจากรู้ว่าแม่ผมเปิดร้านขายดอกไม้และแม่พี่ติณห์ก็ชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้มาก คราวนี้ก็เลยจับจุดได้ เอาแต่คุยเรื่องพันธุ์นู้นพันธุ์นี้ พันธุ์ไหนควรเอามาปลูก ดอกมันหอมไหม บลาๆๆ

แม่ผมก็ไม่มีคนชวนคุยเรื่องดอกไม้มานานแล้วครับแม่ชอบชวนผมคุยบ่อยๆ แต่ผมไม่อินอ่ะครับเลยฟังๆไปเท่านั้น จนแม่เก็บไปคุยกับลูกค้าแทน และนี่ก็ได้มาคุยกับแม่พี่ติณห์อีก คงชอบใจเลยล่ะ

บริษัทของผมนะครั..อีกเสียงที่ดังแว่วเข้ามาคือเสียงของลุงดนัย ซึ่งเจ้าตัวกำลังคุยเรื่องธุรกิจกับพ่อพี่ติณห์ ลุงดนัยก็รับราชการ พ่อพี่ติณห์ก็เป็นผู้พิพากษานี่นะ คงถูกคอกันเหมือนกัน

เอาจริงผมโครตโล่งอกพี่ติณห์พูดขึ้นมา ทำให้ผมหันไปมองเขาที่ยืนอยู่ข้างๆ

ผมก็เหมือนกันผมรู้อยู่แล้วแหละว่าถ้ามันไม่ถึงที่สุดจริงๆ ผู้ใหญ่เขาก็คงไม่มีท่าทีไม่ชอบหน้าอะไรกันขนาดนั้น แต่การที่ทั้งแม่ผมและแม่พี่ติณห์เข้ากันได้ดีมาก ไหนจะยังพ่อเลี้ยงผมกับพ่อพี่ติณห์ที่คุยกันยกใหญ่ มันก็ทำให้ใจชื้นขึ้นเยอะเลยจริงๆ รวมถึงวีที่กลายเป็นลูกสาวเฮียไปแล้ว คิดมาถึงตรงนี้ผมก็อดที่จะหันไปมองวีที่นั่งอยู่บนตักเฮีย กำลังพูดคุยอะไรกระหนุงกระหนิงกันอยู่สักอย่าง

วีต้องติดเฮียอีกคนแน่ๆ

ไอ้เต็นท์นะสิที่จะติดวีผมเลิกคิ้ว

เต็นท์มันอยากได้น้องสาวมาก ตอนผมคลอดออกมาแล้วมันรู้ว่าเป็นเด็กผู้ชายนี่มันเกือบบีบคอผมตายแล้วผมขำ

วีคงลืมผมไปแล้วมั้ง มีพี่ชายเพิ่มมาตั้งสองคนพี่ติณห์ขำขึ้นมาบ้าง ก่อนที่จะวางจานสุดท้ายที่เช็ดจนแห้งแล้วเข้าที่

คุณจะนอนก่อนไหมเขาหันมาถามผมหลังจากยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาแล้ว

ไม่อ่ะ เดี๋ยวไปนอนบนเครื่องดีกว่าผมค้นพบแล้วว่าการนอน3-4ชั่วโมงและตื่นขึ้นมา กับการไม่นอนเลยแล้วไปนอนทีหลังเนี่ย แบบหลังโอเคกว่า

ช่วยผมเก็บกระเป๋าหน่อยดิผมนึกขึ้นมาได้ คว้ามือพี่ติณห์มาจับก่อนจะจูงขึ้นมาชั้นบน จะกลับในอีกไม่กี่ชั่วโมงล่ะครับยังไม่ได้จัดกระเป๋าเลย ใจเย็นสุดๆ

คุณมีของอะไรบ้างนะพี่ติณห์ถามขึ้นเมื่อเราเข้ามาในห้องและผมกดล็อคประตูเรียบร้อย

มีกระเป๋าเป้ใบหนึ่งแล้วก็กระเป๋าสะพายอีกใบหนึ่งจริงๆมันก็ไม่มีของอะไรมากด้วยแหละครับ ผมถึงได้มาเก็บเอาตอนนี้

ภายในห้องไม่ได้มีเสียงอะไรมาก มีเพียงเสียงเบาๆของแอร์ และเสียงหยิบของต่างๆ ถ้าจะมีประโยคใดที่คุยกันก็มีเพียงประโยคคำถามว่า เอาอันนี้ไปป่ะ เอาอันนี้ไปไหม และทั้งๆที่มันควรจะส่งผลให้เกิดความอึดอัดขึ้นมา แต่กลับไม่มีเลย

ความเงียบเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของผมกับพี่ติณห์

แม้ช่วงหลังๆจะไม่ค่อยได้สัมผัสเท่าไหร่แล้วก็ตาม

ผมหยิบกระเป๋าสะพายที่ผมใช้แทบทุกวันขึ้นมา นี้เป็นกระเป๋าใบเก่งของผมเลยอ่ะ ทั้งแบกไปทำงาน ไปเที่ยว หรือกลับไทยผมก็แบกมาด้วย เป็นกระเป๋าใบแรกที่ผมซื้อเองด้วยเงินจากการทำงานพิเศษ ผมเลยรักมันเป็นพิเศษ ผมเปิดดูข้างในเพื่อสำรวจว่าลืมอะไรไว้รึเปล่า และในขณะที่ผมกำลังหยิบเอกสารทั้งหมดออกมาดู ผมก็ต้องชะงักกับซองกระดาษสีน้ำตาลที่อยู่ด้านในสุด

ผมเกือบลืมได้ไงเนี่ยยยยยย

พี่ติณห์ผมเรียกหาพี่ติณห์ทันที ซึ่งเขากำลังหยิบเสื้อกันหนาวที่ผมแขวนไว้ขึ้นมา

ว่าไงเขาตอบผมโดยที่ยังง่วนกับการพับเสื้อผมอยู่ ผมเดินเข้าไปหาเขา ถือซองกระดาษนั้นไว้ด้วยมือข้างขวาและซ่อนไว้ด้านหลัง ก่อนที่จะใช้มืออีกข้างกอดพี่ติณห์และขยับเข้าไปซ้อนหลังเขาไว้

เป็นไรเปล่าพี่ติณห์เอี้ยวตัวมาถามผม เมื่อผมซบหน้าลงกับไหล่เขา

เปล่าผมเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาก่อนที่จะระบายยิ้มให้เขา

อ้อนเอาอะไรเนี่ยพี่ติณห์ถามขึ้น ท่าทางดูระแวงผมมาก

เห็นผมเป็นคนยังไงผมขำ แต่ก็รู้แหละว่าตัวเองเจ้าเล่ห์กับพี่ติณห์ไว้มากจริงๆ

เป็นจิ้งจอกนะสิพี่ติณห์ตอบและบีบจมูกผมเบาๆ

พี่ไม่รั้งผมเอาไว้หน่อยเหรอผมปล่อยให้พี่ติณห์บีบจมูกผมแบบนั้น

จะให้รั้งทำไมล่ะ ทำให้คุณลำบากใจเปล่าๆพี่ติณห์ยิ้มบางๆให้ผม

ปีเดียวเอง ผมรอได้เขาพูดต่อจนจบ ผมโน้มตัวไปหอมแก้มพี่ติณห์ ก่อนที่จะยื่นซองกระดาษที่ซ่อนไว้ให้เขา

ผมให้พี่ติณห์เลิกคิ้ว

อะไรอ่ะเขารับไปอย่างงงๆ

เปิดดูสิครับผมปล่อยพี่ติณห์ออกจากอ้อมแขน เพราะอยากเห็นรีแอคชั่นของเขาชัดๆตอนเห็นของที่ผมให้ พี่ติณห์พลิกซองดูก่อนที่จะเงยหน้ามามองผม แต่ผมเพียงแค่พยักหน้าเป็นการยืนยันให้เขาเปิดนั้นแหละ เขาถึงได้เปิดซองออก

ของจริงมหาลัยเก็บไปอ่ะ ผมเลยต้องให้ต้นฉบับแทนพี่ติณห์มองกระดาษใบนั้นอยู่นิ่งๆ

เป็นคุณจริงๆด้วย ผมคิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นคุณ!พี่ติณห์มองภาพสักพักก่อนที่จะพูดออกมา

ครับ ผมเป็นคนวาดเองแหละ

กระดาษที่ผมให้พี่ติณห์ เป็นกระดาษขนาดA3ที่ผมใช้ในการวาดร่างก่อนที่จะวาดจริงใส่บอร์ดขนาดใหญ่ เป็นรูปวันเข้าเชียร์ของปี97 พี่ติณห์ยืนท่าตามระเบียงพักอยู่แถวหน้าสุดและตรงกลางของพี่ว้ากทุกคน ติดจะยืนล้ำหน้าพี่ว้ากคนอื่นขึ้นมานิดหน่อยด้วย ถ้าใครได้มาเห็นก็คงรู้ทันทีว่าคนๆนี้รับหน้าที่เป็นเฮดว้าก หน้าตาในตอนนั้นไม่ได้ต่างจากตอนนี้มากนัก และผมไม่อยากจะเชื่อที่ตัวเองจำได้ทุกอย่างภายในวันนั้น จำได้ว่าใครยืนอยู่ตรงไหน อะไรวางอยู่ตรงไหน น้องคนไหนนั่งอยู่ตรงไหน จำที่นั่งของตัวเองได้ จำได้แม้กระทั่งว่าตอนนั้นพี่ติณห์ไว้ผมทรงไหน ผมจำได้ทั้งหมดเลยจริงๆ รู้ตัวอีกทีผมก็วาดทุกอย่างออกมาเพียงแค่คิดถึงช่วงเวลานั้น

มันเป็นเวลาที่ดีมากครั้งหนึ่งในชีวิตของผมเลย

ทำไมคุณถึงได้ทำCongrats Projectอีกพี่ติณห์ยังคงถามต่อ ผมไม่รู้ว่าพี่ติณห์จะสื่อว่าผมได้ทำไปครั้งหนึ่งแล้วไม่ควรได้ทำอีก หรือจะสื่อว่าผมไม่ได้อยู่ไทยทำไมถึงทำได้ หรืออะไรก็ตามแต่

จริงๆ มหาลัยแค่อยากให้มีผลงานของผมที่เป็นเด็กที่ได้ทุนมาตั้งโชว์เฉยๆนะครับ ตอนแรกเขาเพียงแค่เอางานที่ผมทำที่นู้นมาจัดแสดง แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะดีตรงไหนเลย ยังไงงานที่ผมทำก็ไม่ได้เกี่ยวกับงานรับปริญญาซะหน่อย ผมจึงขอเขาทำงานชิ้นใหม่ เพื่อตั้งโชว์ในงานรับปริญญาวันนั้นเป็นพิเศษเลย

“..ก็คืองานชิ้นนี้แหละครับพี่ติณห์ยังคงมองกระดาษตรงหน้าด้วยดวงตาพราวระยับเหมือนเดิม

แค่ตั้งใจว่าจะทำให้พี่ มันก็สำเร็จลุล่วงไปโดยที่ผมไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด แต่ผมคงลืมไปว่างานที่เสร็จแล้ว ทางมหาลัยก็ต้องเก็บไว้ จึงเหลือเพียงแค่ต้นฉบับใบนี้เท่านั้นพี่ติณห์ส่ายหัวทันที

แค่นี้ก็พอแล้ว ผมว่าไอ้ใบต้นฉบับนี้เจ๋งกว่าอีกเขาพูดจบก็เงยหน้ามามองผม

คุณรู้ไหม แค่เห็นลายเส้น..ผมก็รู้แล้วว่าคุณเป็นคนทำพี่ติณห์ลูบกระดาษตรงหน้าอย่างทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะยิ้มให้ผม

แต่ให้ผมมันจะดีเหรอวา มันน่าจะเหลือแผ่นเดียวแล้วไม่ใช่เหรอ

ดีสิครับ ผมตั้งใจทำให้พี่อยู่แล้ว ถ้าตอนผมไปเรียนแล้วพี่คิดถึงผมขึ้นมา ก็มองงานชิ้นนี้แทนล่ะกันพี่ติณห์พยักหน้ารับ

ขอบคุณนะ

ขอบคุณอีกแล้วอ่ะ ไม่เห็นอยากได้คำขอบคุณเลยพี่ติณห์เก็บกระดาษใส่ซองตามเดิม ผมจึงเข้ากระชิดตัวเขาและกอดเอวเขาไว้

แล้วอยากได้อะไรพี่ติณห์ปล่อยให้ผมกอดเขาแบบนั้นโดยไม่ได้ขืนตัวเลยแม้แต่น้อย

จูบหวานๆสั่งลาล่ะกันจบประโยคของผม พี่ติณห์ก็เลื่อนมือมากอดคอผม และโน้มตัวเข้ามากดจูบโดยไม่คิดจะปฏิเสธคำขอนั้นของผมเลย

มันก็จริงที่ผมต้องเคลียร์งานทุกอย่างภายในอาทิตย์เดียวเพื่อที่จะให้มีที่ว่างพอในการรับงานมาไทย และการทำแบบนั้นมันก็หนักกับผมมากจนเป็นอาทิตย์หายนะที่ผมแทบจะไม่ได้นอน แทบจะไม่ได้กิน (ตอนนี้ผมอดนอนเกินสถิติ79ชั่วโมงไปล่ะนะ) บวกกับการที่ผมต้องวาดงานชิ้นนี้ที่ขนาดใหญ่มากๆอีก มีหลายครั้งที่ผมเกิดท้อขึ้นมาและคิดจะล้มเลิกความตั้งใจ

ไอ้ภาพๆนี้กว่าจะเสร็จได้ คิดไม่อยากทำต่อตั้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายผมก็ทำจนเสร็จ และเพียงพี่ติณห์บอกว่าแค่เห็นก็รู้แล้วว่าผมเป็นคนวาด ทั้งยังท่าทางชอบรูปนี้มากๆ แค่นั้นก็เหมือนช่วยลบความเหนื่อยของผมไปจนหมด

ตอนที่ผมไปตอนนั้น มันยังคงค้างคาอยู่ไม่น้อยในความรู้สึก เราอาจจะตกลงกันได้ด้วยดีว่าจะเลิกกันไปก่อน ถ้าต่างคนไม่มีใครจะกลับมาคบกันอีก แต่มันก็ยากจริงๆที่จะให้ผมพอใจกับข้อตกลงนั้น ดังนั้นมันเลยค้างคาอยู่ในใจผมมาโดยตลอด และผมอยากสะสางมันให้ได้

การกลับมาครั้งนี้ก็เหมือนการกลับมาสะสางเรื่องที่ยังไม่ชอบใจอยู่ ได้กลับมาคบกัน ได้เป็นคนรักของกันและกันอีกครั้ง และถึงแม้เราจะไม่ใช่คู่รักที่อยู่ด้วยกันตลอด อีกทั้งยังเป็นคู่รักที่คบกันได้3วันก็ต้องห่างกันไปไกลหลายไมล์ แต่อย่างน้อยๆใจเราก็ยังส่งถึงกันเสมอ

เราต่างรอคอยวันที่เราจะได้กลับมาคบกัน มาอยู่ด้วยกัน ไหนจะเทคโนโลยี สมัยนี้ที่พัฒนาไปแบบก้าวไกลอีก ถ้าผมคิดถึงพี่ติณห์ขึ้นมา ผมจะโทรมาหา จะสไกป์มา จะเมลล์ไป หรือคอลไลน์อะไรก็ได้ตลอดเวลา เพียงแค่ช่วงปีที่ผ่านมาผมไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะเราจบกันไม่ได้ด้วยดีเท่าไหร่

แต่ครั้งนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เมื่อผมเหนื่อยผมจะโทรมาบ่นให้พี่ติณห์ฟัง เมื่อผมล้าผมจะงอแงกับเขามากเท่าที่ผมอยากทำ เพราะผมรู้ดีว่าพี่ติณห์พร้อมจะปลอบและให้คำแนะนำดีๆกับผมเสมอ

ผมจึงไม่เคยรู้สึกพลาดเลยที่ทำงานหนักเพียงให้ได้กลับมาหาเขา แม้จะเพียงแค่แปบเดียว

การกลับไปเรียนครั้งนี้มันคงจะหนักเหมือนที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้กลับไปสู้คนเดียว ผมยังคงมีพี่ติณห์ที่คอยเติมพลังให้ผมเสมอ

ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเข้ามาก็เข้ามาเถอะ

ผมพร้อมสู้ทุกอย่าง

รีบกลับมานะวาพี่ติณห์มอบจูบที่แสนหวานให้ผมอย่างที่ผมร้องขอ เมื่อเราผละออกจากกันเขาก็กระซิบชิดริมฝีปากผมแบบนั้น

ผมจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเลยครับผมกดจูบที่ริมฝีปากนั้นอีกครั้งก่อนที่จะผละออก

ผมจะรอนะผมยิ้ม ขยับไปกดจูบที่หน้าผากมนนั้นก่อนที่จะจรดจมูกของเราเข้าด้วยกัน ซึมซับความอบอุ่นและสัมผัสจากพี่ติณห์กักตุนไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผมรักคุณนะ

ผมรักพี่นะ

คำบอกรักที่ถูกพร่ำบอกขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เรียกรอยยิ้มจากหัวใจให้ระบายออกมาได้ทันที

ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน หรือต้องประสบพบเจอปัญหาอีกมากมายขนาดไหน เราต่างรู้ว่าเราจะยังอยู่ตรงนี้ ยังคงอยู่ข้างๆกัน และไม่มีทางจากไปไหน เราจะจับมือกันไว้ จับให้แน่นที่สุด

และก้าวเดินไปพร้อมๆกัน

ตราบนานเท่านาน







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนสุดท้ายจริงๆแล้ว ความรู้สึกตอนเขียนบทนี้จบนี่โล่งอกกว่าตอนเขียนepilogueอีก เพราะตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วมั้งว่าจะแต่งภาคย่อย1ที่เนื้อหาต่อกันเลย มันก็เลยเหมือนพึ่งมาจบเอาจริงๆตอนนี้ 5555 สำหรับภาคย่อย1นี้คงเคลียร์หลายๆอย่างที่ค้างๆคาๆกันจนจบสิ้นล่ะเนอะ สำหรับตอนนี้คงเห็นแว่บๆแล้วสำหรับพาร์ทและคนๆนั้น 55555 พูดถึงเรื่องของพาร์ท ตอนแรกเราตั้งใจจะแต่งเรื่องของพาร์ทไว้ในภาคย่อยที่3 เพราะเรื่องของพาร์ทจริงๆแล้วมันเป็นภาพเลือนรางมากๆ แต่ตอนอัพบทที่แล้วจบไปก็พบว่ามีคนที่รออ่านเรื่องราวของพาร์ทอยู่ ไปๆมาๆก็คิดเรื่องของพาร์ทได้ ซึ่งต่างจากที่ร่างไว้ทั้งหมด แต่น่าสนุกมาก 5555 ตอนนี้คันไม้คันมืออยากแต่งเรื่องของพาร์ทมาก ดังนั้นก็จะย้ายภาคย่อย2มาเป็นเนื้อเรื่องของพาร์ทนะคะ
ย้ำกันอีกครั้งนึง ภาคย่อย1จะจบที่บทนี้นะคะ ส่วนภาคย่อย2จะเป็นเรื่องราวของพาร์ท ภาคย่อย3กับ4ยังไม่แน่ใจว่าจะมีแค่3หรือจะมีทั้ง3และ4คงต้องรอดูกระแสตอบรับจากภาคย่อย2ก่อน 555 และภาคย่อย2เราจะอัพลงในเว็บนี้แหละแต่จะเปิดขายนาา ฝากอุดหนุนด้วย 5555
เรื่องของพาร์ทเนี่ย ตอนนี้โผล่มานิดๆเป็นออร์เดิร์ฟก่อน คงยังไม่รู้เรื่องอะไรของเขามากนัก รวมถึงไม่มีเรื่องตอนเรียนจบของพาร์ทด้วย พาร์ทเรียนจบแล้วนะคะ เพราะพาร์ทเรียนแค่4ปี แต่ที่วาและติณห์ไม่ได้พูดถึงเพราะไปโฟกัสอยู่ที่กันและกันนั้นแหละ ส่วนฉากที่วาคุยกับพาร์ทก็จะอยู่ในเนื้อเรื่องของพาร์ทเนอะ
สำหรับพาร์ท เราอาจจะเห็นชื่อเขาและบุคลิกหลายๆอย่างของเขาจากในเนื้อเรื่องหลักมาบ้าง แต่เราก็ยังไม่เคยเห็นมุมมอง และการใช้ชีวิตจริงๆของเขาเลย ดังนั้นเรื่องของพาร์ทจะใหม่มากๆ
อยากให้ทุกคนรู้จักพาร์ทและเรื่องของเขาไปพร้อมๆกันนะคะ
จะไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ 5555
เจอกัน specify; 2 part the new beginning

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

669 ความคิดเห็น

  1. #606 เจ้าชายสีเทา (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    ร้ากกกกพวกเขาจริงๆเล้ยยยย
    #606
    0
  2. #520 peechapich (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 08:22
    อยากให้รวมเล่มจังงง ชอบมากฮื้อ
    #520
    0
  3. #511 GUITAR_NATNAREE (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 06:52
    ชอบมากกกกกก จะรออ่านค่อนะะะ
    #511
    0
  4. #507 mm_yelly (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 09:06
    โอ้ยยย มีความละมุนฮืออออออ เป็นตอนที่เหมือนจะเรียบๆ แต่ดูมีอะไร เป็นฟิคที่อ่านได้เรื่อยๆโดยไม่รู้จักเบื่อ เป็นคาแรคเตอร์ที่มีหลายมิติ เป็นการเขียนบรรยายความรู้สึกออกมาได้อินมากกกก ไม่มีอะไรจะบอกได้นอกจากว่า ชอบมากกกกกก
    #507
    0
  5. #506 punchmark (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 22:37
    ไรท์แต่งดีแต่งสนุกมากๆเลยขอบคุณค่าาา
    #506
    0
  6. #505 subtle'z (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 21:34
    ไม่อยากให้จบเลยยย~
    #505
    0
  7. #502 s-kitthongpisit (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 20:07
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ เนื้อเรื่องน่ารัก พระเอกนายเอกเป็นเด็กดีมีเหตุผล มีความรับผิดชอบ อยากอ่านไปอีกนานๆ
    #502
    0
  8. #500 mangpor43 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 19:19
    ชอบมากๆเลย จะรอค่าาาา
    #500
    0
  9. #499 Gen_Bear (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 17:04
    จะรอนะคะ แล้วเจอกันค่ะ ^^
    #499
    0